ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 17 : ไม่เห็นแก่ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

สามปีที่เคยได้รับปิ่น สองปีก่อนที่คืนปิ่นนั้นกลับไป มีเหตุผลมากมายที่กู่ซานไม่ควรกลับไปอยู่ใกล้หงจูเชวี่ยอีก แต่ราชโองการฉบับเดียวหักล้างทุกอย่างได้

รู้จักกันมาสิบสามปี ผู้อื่นอาจจะบอกได้ว่ารู้ใจหงจูเชวี่ยไม่ถึงครึ่ง ทว่ากู่ซานกล้าพูดว่านางรู้ใจเขามากกว่าใคร ดังนั้นขณะที่พี่ชายพี่สะใภ้กำลังหวาดระแวงว่านางจะถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงเพื่อรับตำแหน่งสนมชายา นางก็รู้ว่าเขามีแผนการอื่น

“ส่งจดหมายพวกนี้ออกไปก่อนข้าเดินทาง”

กู่ซานส่งจดหมายปึกใหญ่ให้กับทหารหน่วยสื่อสาร ตามปกติทหารเหล่านี้จะไม่กล่าวมากความแต่พอเห็นจำนวนกับชื่อด้านบนก็อดถามไม่ได้

“เหตุใดท่านกุนซือถึงติดต่อสหายในยุทธภพขอรับ” หนำซ้ำยังติดต่อด่วน

“คนเราควรจะมีแรงสนับสนุนเสมอมิใช่หรือ นานครั้งข้าจะเข้าเมืองหลวง ย่อมอยากจะติดต่อเหล่าสหายที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี”

หากจะพูดให้ละเอียดก็คือ นางไม่ได้ติดต่อสหายในยุทธภพตั้งแต่สองปีก่อน ตอนขอความช่วยเหลือให้ตามไปรักษาชีวิตหงจูเชวี่ย แต่คราวนี้ กู่ซานไม่ได้ติดต่อสหายเพื่อให้มาช่วยใคร นางเพียงติดต่อเอาไว้ เผื่อฮ่องเต้ตัวร้ายจะวางแผนการอะไรที่นางยากจะรับมือ

เวลาเดินทางจากแดนเหนือเข้าสู่เมืองหลวงกินเวลาเดือนครึ่ง กู่ซานมั่นใจว่าตนจะหาวิธีรับมือแผนการใดๆ ของหงจูเชวี่ยเกี่ยวกับการวิวาห์ของตนได้ แต่นางไม่นึกว่าตนจะพบหน้าองค์ชายปีศาจไวกว่าที่คาด

 

 

ทิวาจากเร็ว ราตรีเยือนไว แม้วังหลวงจะสามารถหาแสงโคมส่องสว่างได้ตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่อาจปกปิดความมืดอันเงียบงันที่ย่างกรายเข้ามาได้ โดยเฉพาะกับตำหนักหยกขาวซึ่งร้างจากเจ้าของ จึงเป็นสถานที่ที่หงจูเชวี่ยมักใช้เร้นกายยามต้องการความเงียบสงบ และหลบซ่อนบางอย่างจากคนนอก

“ไวกว่าที่คิดนะ” หงจูเชวี่ยเอ่ยลอยๆ กับตัวเองด้วยเสียงแหบพร่าแผ่วต่ำ แต่ฉางเฉินที่อยู่ข้างกายมีหรือจะไม่ได้ยิน และยิ่งสมควรปลอบใจให้คลายกังวล

“ฝ่าบาทมิต้องทรงวิตกกังวล ต่อให้ท่านหญิงเหมยเยี่ยเซียงไม่อาจเร่งรุดมาช่วยเหลือท่านได้ แต่ท่านอ๋องเจิ๋นหนานเดินทางไปยังแคว้นถู่ปอแล้ว ต้องจัดการภารกิจลุล่วงแน่นอน” ฉางเฉินพยายามปลอบโยน แต่เหมือนเขากำลังปลอบใจตัวเองมากกว่า

นี่คือเหตุผลที่ครบกำหนดสองปี หงจูเชวี่ยจึงไม่ขึ้นไปแดนเหนือสู่ขอกู่ซานมาเป็นฮองเฮา เขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อรู้ว่าตนอาจจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี

“ลำบากฉางกงกงตลอดหลายปี ข้าละอายใจจริงๆ เพื่อตอบแทนที่ท่านอยู่ข้างกายข้ามาตลอด หลังข้าตายจากไป ข้าจะมอบ...” หงจูเชวี่ยยังไม่ทันเอ่ยว่าจะมอบรางวัลอะไร ฉางเฉินก็กล่าวขัดเสียงดัง

“ฝ่าบาท!!! เรื่องเป็นตายเอ่ยเล่นๆ ได้อย่างไร พระองค์ต้องอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปีอยู่แล้ว”

“เอาเถอะๆ ข้าไม่พูดแล้ว” พูดไม่ทันจบ หงจูเชวี่ยก็นิ่วหน้า เมื่อความเจ็บปวดที่คุ้นเคยเข้าจู่โจม

เมื่อครู่ที่เขาเอ่ยว่ามาไวกว่าที่คาด ก็คืออาการกำเริบของพิษที่แฝงอยู่ในร่างของเขา ที่หลังจากกำเริบเมื่อหนึ่งปีก่อน นับวันจะหนักหนา หนำซ้ำยังไร้ทางแก้ เขายังจดจำยามพิษทลายประสานสี่ทิศกำเริบคราวก่อนที่เหมือนไฟร้อนลุกไหม้ไปตามเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี คราวนี้มันเจ็บปวดน้อยกว่าเพราะเจ็บไปตามเส้นลมปราณยามโคจรพลังเท่านั้น แต่ที่น่ากังวลก็คือมันเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นอาจจะเจ็บทั้งที่ไม่ได้เคลื่อนไหว นั่นเป็นสัญญาณไม่ดี ว่าอีกไม่นานจะถึงจุดที่คร่าชีวิตเขาสำเร็จ

“เจ็บตามเส้นลมปราณอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้น ส่งสารด่วนแจ้งท่านหญิงดีกว่าว่ายาพิษทลายประสานสี่ทิศยังแฝงอยู่ในพระวรกาย”

ยาพิษทลายประสานสี่ทิศ ไร้ทางรอด หงจูเชวี่ยรับพิษตัวนี้ตั้งแต่เยาว์วัย เขาพยายามอย่างหนักเพื่อหาทางรอด จนถึงจุดใกล้ตายเมื่อสองปีก่อนก็อาศัยเหมยเยี่ยเซียงยื้อชีวิตกลับมาได้ แต่คราวนั้นนางก็เกือบตกตายไปพร้อมกับเขา ยังดีที่ช่วงเวลาวิกฤติได้ผู้ชำนาญพิษชนิดนี้ซึ่งก็คือองค์หญิงอ้วนเตียวช่วยชีวิตทั้งสองเอาไว้

“แจ้งนางแล้วได้อะไรขึ้นมา คราวก่อนที่นางถ่ายเลือดพิษเข้าร่างเพื่อช่วยข้า ก็ทำนางเกือบตายมาคราวหนึ่งแล้ว ตอนนี้นางตั้งครรภ์อยู่ หรือเจ้าจะให้ข้าสังหารสองชีวิตกัน”

ฉางเฉินรู้สึกอึดอัดคับอก เขามิใช่คนโหดเหี้ยมเห็นแก่ตน แต่ความจงรักภักดีที่มีต่อหงจูเชวี่ยมีเหนือกว่าผู้ใด อย่าว่าแต่สองชีวิต ต่อให้ร้อยพันเพื่อให้เหนือหัวรอดชีวิต นับเป็นอะไรได้ ที่สำคัญพิษที่แฝงในกายเหนือหัวมีน้อยกว่าคราวก่อน อาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีถ่ายเลือดเกือบหมดร่างเช่นครั้งที่ผ่านมา

“ถ้าเช่นนั้นให้ท่านหญิงเดินทางมาเมืองหลวง เผื่อจะหาวิธีการได้”

ขันทีชรารู้ดีว่าหากเหมยเยี่ยเซียงรู้ว่าหงจูเชวี่ยยังมีอาการล้มป่วย ต้องยื่นมือเข้าช่วยแน่นอน แต่ผู้เป็นนายก็รู้เช่นกัน แล้วไม่ลังเลจะเปลี่ยนเรื่อง

“คราวที่แล้วผู้ที่แก้พิษได้ก็คือองค์หญิงอ้วนเตียว ไม่นานนางก็จะมาที่นี่แล้ว อย่าทำให้เยี่ยเซียงต้องลำบากเลย ต่อให้มีทางรอด เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ยินยอมให้นางเสี่ยงอันตราย”

เมื่อไม่ยอมแจ้งข่าวให้ผู้ชำนาญเรื่องพิษทราบ หน้าที่ในการรักษาจึงเป็นของหมอหลวง พวกเขาคิดค้นยาหลายตำหรับซึ่งดูแล้วก็คงทำได้เพียงชะลออาการเท่านั้น หนำซ้ำยาพวกนี้ยังมีผลต่อสติของหงจูเชวี่ย เขาจึงยอมเจ็บแต่ไม่ยอมกิน ที่สุดแม้ไม่เต็มใจก็ต้องยอมยื่นมือไปอาศัยคนนอกแคว้นอย่างอ้วนเตียว

“ทำไมฝ่าบาททรงคำนึงถึงคนอื่น แต่ไม่คำนึงถึงตนเองบ้าง” ฉางเฉินเจ็บปวดใจจนอยากจะร้องไห้กับจิตใจเกื้อการุณของหงจูเชวี่ย

ในวังหลวงมีใครบ้างไม่มากเล่ห์ มีตรงไหนบ้างไม่ซุกซ่อนชั่วร้าย ฉางเฉินอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก เขารู้เสียยิ่งกว่ารู้ว่าเพียงเพื่ออำนาจและชีวิตของคน มีใครคำนึงถึงมิตรไมตรี เยื่อใยสายโลหิตบ้าง ไม่นับที่ว่าหงจูเชวี่ยที่เกิดและเติบโตภายใต้เล่ห์เหลี่ยมและความชั่วร้ายสารพัดรูปแบบ

ในสายตาผู้ที่ไม่คุ้นเคย หงจูเชวี่ยเป็นฮ่องเต้ที่คนยากจะคาดเดา เรียกว่าร้อยปีจะมีสักคน แค่ประวัติส่วนตนก็ชวนให้คนกังขาว่าขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร ประวัติอื้อฉาว ถูกเนรเทศไปถือศีลที่เขาไท่ซานตอนอายุสิบเอ็ดเนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสมกับราชองครักษ์ ทั้งวังจึงร่ำลือว่านิยมชมชอบบุรุษ รูปโฉมเหนือล้ำสตรีจนอดีตฮองเฮาเคืองแทบไม่อยากร่วมแท่นบรรทม แต่หลายปีที่ครองบัลลังก์ เขากลับเป็นฮ่องเต้ที่สามารถควบคุมเหล่าขุนนางได้อยู่มือ เหนือหัวเช่นนี้หากไม่โหดเหี้ยม ก็ต้องไร้น้ำใจ แต่ทุกสิ่งที่เขาทำกับหลานสาวเช่นเหมยเยี่ยเซียงกลับต่างจากที่ใครจะคำนึงถึง

หงจูเชวี่ยเสียสละเพื่อเหมยเยี่ยเซียงมามากมาย มากเกินกว่าในฐานะท่านอาคนหนึ่งมอบให้แก่หลานสาว ขันทีชราเชื่อว่าความเสียสละที่มอบให้ เทียบได้กับบิดามอบให้บุตรสาวทีเดียว สองปีก่อนตอนฮ่องเต้ประชวรหนักด้วยพิษประสานสี่ทิศ สิ่งที่แก้ได้มีเพียงเลือดในตัวหลานสาวผู้นั้น ก่อนสิ้นสติสิ่งเขาที่กำชับเป็นประโยคสุดท้ายยังเป็นคำสั่งไม่ให้ใครใช้ชีวิตของนางมาแลกกับชีวิตของเขา    

ต่อให้ข้าต้องตาย ก็ห้ามใครแตะต้องเหมยเยี่ยเซียง

“คนไม่เห็นแก่ตน สวรรค์จะลงโทษ[1]นะพ่ะย่ะค่ะ” ฉางเฉินยอมรับว่าเขาเห็นแก่ตัว แต่เขายอมนิ่งดูดายปล่อยให้หงจูเชวี่ยตายไม่ได้

“จริงของเจ้า ข้าควรจะเห็นแก่ตัวบ้าง”

ฟังหงจูเชวี่ยกล่าวคล้อยตามเช่นนี้ หัวใจภักดีของฉางเฉินค่อยผ่อนคลายลงได้บ้าง แต่ถามความเห็นเพิ่มเติมกลับถูกให้ออกไปก่อน เมื่อฮ่องเต้อยากใช้เวลาใคร่ครวญ ขันทีชราก็ไม่อยากวุ่นวาย ขอเพียงเหนือหัวไม่เสียสละตนเพื่อคนอื่น เขาก็พอใจแล้ว

ไหนเลยจะคาดเดาได้ว่าวันต่อมาจะพบจดหมายทิ้งเอาไว้ ทำเอาขันทีผู้ภักดีแทบจะตบหน้าตัวเองซ้ำๆ ที่กล้าสอนสิ่งผิดให้เหนือหัว

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

ซานเอ๋อร์มาช่วยแล้ว ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง แต่พี่เต้จะรอให้น้องมาช่วยไหม นั้นมันอีกเรื่องนะคะ555 ใครที่สงสารเฮียเต้ เก็บความสงสารเอาไว้รอรับความแสบของเฮียได้เลย ขอบคุณที่ติดตามและส่งกำลังใจให้เสมอนะคะ กอดดดดด

ฝากเสี่ยวเจี่ยด้วยนะคะ โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ได้แล้วค่ะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9



[1]คนไม่เห็นแก่ตน สวรรค์จะลงโทษ มาจากสำนวนจีนที่มีความหมายว่า คนเกิดมาสมควรบำเพ็ญเพียรกระทำความดี ไม่เช่นนั้นจะผิดกับสวรรค์ที่ให้โอกาสเกิดมาเป็นคน แต่ต่อมาผู้ใช้เปลี่ยนความหมายไปเป็น คนไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวจะไม่ได้รับความสุข

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #37 Goody2526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 09:28
    สงสารเต้มากๆๆ ..อ้วนเตียวมีบทบาทแน่นอนนนนน
    #37
    0
  2. #36 OuWate (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 05:33
    สงสาร ไม่นะห้ามตาย ห้ามเศร้า ไม่งั้นนะ....
    #36
    0