ร้าย(ไม่)รัก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 ก้าวสู่หลุมรัก (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ก.ค. 59

ตอนที่ 3 ก้าวสู่หลุมรัก

เธอตกหลุมรัก จีราพรตระหนกกับความคิดของตัวเองจนร่างแข็งทื่อ แค่อยู่ๆ หลงรักใครสักคนโดยไม่อาจควบคุมได้ก็น่าตกใจพออยู่แล้ว แต่นี่เธอตกหลุมรักแทนไท ผู้ชายซึ่งเหมาะจะเป็นพ่อ เป็นพี่ แต่แฟนน่ะเหรอ อ๊าย... น่าขนลุก

“เป็นอะไรไปส้มจี้ด ไม่สบายเหรอ” เสียงทุ้มดึงเธอกลับสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งไม่ดีเลยเพราะเธออยู่ในอ้อมแขนของคนที่เธออยากอยู่ใกล้แล้วก็อยากวิ่งหนีในเวลาเดียวกัน แต่วงแขนของเขากับจังหวะเต้นรำมันยากจะพาตัวออกห่าง

ขาเธอเริ่มอ่อนซวนเซอีกหน แต่เขารับเอาไว้ตรงกับจังหวะเต้นรำ โยกย้ายเธอช้าๆ นิ่มนวลจนเธอเริ่มรู้สึกไร้กระดูกในการก้าวนำของเขา มือซ้ายของเธอแตะอยู่หลังต้นคอใต้แนวผมสั้นๆ จักจี้มือ ส่วนมือขวาจับมั่นอยู่ในอุ้งมือซ้ายของเขา มันแสนวิเศษเหมือนฝันจนเธอนึกได้อย่างล่าช้าว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งตั้งคำถามกับเธอ และดวงตาที่วันนี้เป็นสีดำรอคอยคำตอบอยู่

“ส้มจี้ดแค่คิดมากไปน่ะค่ะ” และเธอก็ยังคิดอยู่ ได้ข้อสรุปว่ามันคงไม่ใช่อาการตกหลุมรัก แต่น่าจะเป็นเพราะบรรยากาศพาไปมากกว่า

ความโรแมนติกในงานแต่งรวมกับผู้ชายรูปหล่อเป็นส่วนผสม ซึ่งก่อให้เกิดอาการฮอร์โมนสับสน จนเธอการเข้าใจผิด แต่เขาไม่เคยทำอะไรให้ง่ายสำหรับเธอเลย

“เหรอ... พี่ก็มีเรื่องคิดเหมือนกันไปนั่งคิดกันเงียบๆ ดีไหม” คนฟังกำลังจะบอกว่าไม่ เขาก็ลากแขนพาเธอเดินออกจากฟลอร์เต้นรำดื้อๆ

หญิงสาวอยากจะขัดขืน แต่การโวยวายต่อหน้าแขกไม่ได้อยู่ในวิชาชีพนักบริหารจัดการของเธอ จีราพรจึงต้องยอมเดินตามแทนไทไปเงียบๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นตุบๆ ยากจะระบุว่าเพราะอะไร รู้แค่ว่าอาการลามไปถึงสมองพาลให้คิดช้า ร่างกายอ่อนเปลี้ยแบบแปลกๆ แทนจะเดินตัวตรงก็พาลเอียงไปหาเขา แล้วแขนยาวๆ ก็เลื่อนจากมือมาโอบเอวเธอหน้าตาเฉย

เฮ๊ย... ไม่ใช่แฟนทำแบบนี้ไม่ได้ ประโยคนี้อยู่แค่ในใจ เพราะการทรงตัวของเธอแย่ลงอีกระดับ มันพิงเขาไปซะดื้อๆ ยิ่งลมชายหาดพัดเย็นๆ ดนตรีเพราะๆ เข้ามาเสริม ฮอร์โมนเธอเลยยิ่งกระโดดดึ๋งๆ ออกแนวอยากพิงร่างสูงๆ อกแกร่งๆ แบบสาวไร้กระดูกชั่วคราว ซึ่งเจ้าของก็ไม่พูดอะไรสักคำ มีแค่เดินเร็วขึ้น แล้วพาเธอไปยังมุมสงบก่อนจะปัดฝุ่นเก้าอี้ม้าหินแล้วค่อยให้เธอนั่งตามประสาคนที่ดูแลคนอื่นจนชิน

เธอชินได้เลยนะเนี่ย ต่อมสาวใสที่จีราพรไม่เคยใช้ออกแนวระริกระรี้สุด เธอโทษการวางตัวสุภาพทว่ารักษาระยะที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนแตกเนื้อสาว มันทำให้เธอไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนไหนก้าวมาใกล้ชิดนัก พอมีคนแมนๆ เดินทื่อๆ เข้ามา มันเลยทำให้เธอไขว้เขว แต่ส่วนใหญ่เธอโทษแทนไท เพราะเขาไม่เหมือนนักธุรกิจหนุ่มอ่อนโยนซึ่งมักไม่กล้าล้ำเส้นอย่างที่เธอคุ้นเคย เขาหนักแน่นเหมือนภูเขา แล้วยังอบอุ่นน่ากอดอีกด้วย

“หนาวเหรอ” คำถามของเขาทำให้เธอรู้ตัวว่าแอบเบียดเขามาพักใหญ่ ให้ตายสิต่อมไร้ท่อ

ใบหน้าของจีราพรร้อนผ่าว จิ้งจอกสาวสาวพันหน้าหาข้อแก้ต่างอาการแอบแรดของตัวเองไม่ได้เลย แต่ก่อนที่เธอจะขยับหนี เขาก็กลับเป็นฝ่ายเอนตัวออกห่างแทน ทำให้เธอหน้าร้อนขึ้นอีกระดับด้วยความอับอาย แต่ไม่ทันขอโทษ เสื้อสูทหนักๆ ของเขาก็คลุมลงมาบนบ่า

“ลมริมทะเลมันแรง เสื้อส้มจี้ดบาง” เป็นข้อแก้ตัวที่เธอควรคิดได้เอง

จีราพรแต่ทำได้แค่พูดว่าขอบคุณ แล้วอิงเขาอย่างเขินๆ เมื่อแขนยาวๆ โอบบ่า ชักสงสัยว่าบรรยากาศกำลังพาแทนไทมายังจุดเดียวกัน เมื่อเขาเอ่ยปากเรื่องที่เธอไม่คาดคิดออกมา

“ไหนๆ มาถึงจุดนี้แล้ว ส้มจี้ดควรเรียกแม่ของพี่ว่าแม่ได้แล้วนะ แม่พี่จะได้ดีใจ”

ให้ตายสิ เธอลืมไปได้ยังไงว่าเขาเป็นคนอย่างไร ก็จอมเผด็จการณ์ที่ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้คิดน่ะสิ

 

 

มีหลายเรื่องที่เธอคิด มีหลายคำที่เธออยากพูด แต่ทั้งหมดค้างอยู่ที่ริมฝีปากเมื่อกดกริ่งประตูทาวท์เฮาส์ แล้วเห็นสาวสวยคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากบ้านของสามี หรืออดีตสามีของเธอ

“มาหาใครเหรอคะ” ถึงจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ชิดชนกก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนไทย เธอจึงตอบด้วยภาษาแผ่นดินเกิดอย่างชัดเจน

“ดิฉันมาพบพี่เป้ค่ะ เขาเป็นสามีฉัน” เธอไม่รีรอที่จะแสดงอาณาเขต แล้วสะใจเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของคู่สนทนา

ความจริงชิดชนกอยากจะดึงนิสัยร้ายๆ ของณารากรกับจีราพรมาใช้แล้วตบหน้าผู้หญิงคนนี้ให้หน้าหัน ข้อหามาอยู่ในบ้านของปกรณ์ยามวิกาล ก่อนมาเธอให้คู่สะใภ้สืบมาจนหมดว่าอดีตสามีเป็นอย่างไรบ้าง และเท่าที่รู้เขายังไม่มีใครใหม่ แล้วเธอคนนี้เป็นใคร ใกล้ห้าทุ่มคงไม่ใช่เวลาเยี่ยมเยียนของเพื่อนแน่นอน

“ใครมาเหรอ” แค่เสียงของปกรณ์ก็ทำเอาชิดชนกใจเต้น แต่มันก็แทบหยุดทำงานเมื่อสบสายตาเย็นชาแกมไม่พอใจของเขา “นกมาได้ยังไง” ความหมายแฝงที่คนฟังเข้าใจก็คือ เขาไม่ต้องการให้เธอมาอยู่ตรงนี้

“นกมีเรื่องอยากคุยกับพี่เป้คะ ขอเข้าไปได้ไหมคะ นะคะนกเพิ่งมาถึงออสฯ แล้วตรงมานี่เลย” น้ำเสียงออดอ้อนที่เธอเคยใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ยิ่งพูดเขายิ่งเงียบเฉย

น้ำหนักของศักดิ์ศรีที่ร่วงลงพื้นทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว ไม่กล้ามองไปทางคนแปลกหน้า ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนให้เขารับเธอเข้าไปในบ้าน และเข้าไปในชีวิตของเขาอีกครั้ง

“ไปคุยกันที่โรงแรมเลยก็ได้ นกจองโรงแรมอะไรไว้ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ว่าแล้วเขาก็ฉวยกระเป๋าใบใหญ่ของเธอเตรียมพาไปยังที่อื่น ทำเหมือนไม่รู้ว่าเธอต้องการมาอยู่กับเขา

ชิดชนกกล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ในอก เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย เธอไม่แค่เคยโยนหัวใจของปกรณ์ทิ้ง แต่เธอยังเหยียบย้ำมันซ้ำๆ อย่างไม่ไยดี เวลานี้สิ่งที่เธอทำได้ คือตามหาเศษเสี้ยวของมันทีละส่วน แล้วประกอบมันกลับขึ้นคืนมาใหม่ แม้ว่ามันอาจจะเป็นเศษส่วนนับล้านชิ้นที่กระจัดกระจายไปทั่วก็ตาม

“นกไม่ได้จองโรงแรมค่ะ” เธอเว้นจังหวะรอให้เขาพูดว่าพักบ้านเขาก็ได้ แต่มันไม่เกิดขึ้น “เอาใกล้ๆ นี้ก็ได้ค่ะ พี่เป้จะได้ไม่ต้องขับรถไกล”

ปกรณ์รับคำง่ายๆ แล้วหันไปบอกคนแปลกหน้าที่ยืนมองอยู่สามสี่ประโยค แต่เป็นการบอกที่ทำเอาชิดชนกปวดร้าวไปทั้งใจ

“ถ้าง่วงก็นอนก่อนเลยก็ได้นะ ไม่ต้องรอ แต่ผมจะรีบกลับมาหา” แปลว่าเขามีคนใหม่แล้ว และเธอล่ะเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่อดีต

 

 

“ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ส้มจี้ดควรปฏิบัติต่อแม่ของพี่เหมือนเป็นแม่ของส้มจี้ด” แทนไทอธิบายสิ่งที่รู้ๆ กันอยู่ เหมือนจีราพรเป็นเด็กห้าขวบไม่รู้ภาษา ทั้งที่เธอแค่อ้าปากค้างกับหัวข้อสนทนาที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในวันวิวาห์ของพ่อและแม่ที่จะทำให้ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันโดยทางนิตินัย เจาะจงก็คือ ได้ยินขณะที่สมองบางส่วนเริ่มคิดกับเขามากกว่าพี่ชาย

เธอคิดว่าเขาจะพูดว่าแอบชอบเธอหรือไงยัยซื่อบื้อ หญิงสาวไม่เคยเป็นสาวสวยสมองกลวงมาก่อนเวลาเกิดอาการมันเลยแรงกว่าที่ควร เธอแอบหยิกตัวเองแบบเนียนๆ เรียกสติ แล้วดึงใบหน้าอ่อนหวานแบบน้องสาวที่แสนดีมาใช้อย่างเหมาะสม

“ส้มจี้ดก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะพี่ไท แล้วก็อยากให้พี่ไทเรียกพ่อของส้มจี้ดว่าพ่อด้วย” เพราะแขนของเขาโอบบ่าเธออยู่ จีราพรเลยไม่พลาดอาการเกร็งอย่างต่อต้านเล็กๆ แล้วเธอก็รู้ด้วยว่ามันเป็นเพราะแทนไทไม่เคยมีพ่อมาก่อน ไม่ว่าจะในสูติบัติหรือการเลี้ยงดูก็ตาม

การสะกิดจุดอ่อนของคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่เธอควรทำ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนดีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เธอถนัดวิธีขี้โกงด้วยซ้ำ ก็ในเมื่อเขาทำเธอหวั่นไหว เธอก็ควรทำให้เขาเครียดกับสถาณการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกบ้าง ถือเป็นการโต้ตอบอย่างเหมาะสม

“ก็ดีนะ เราจะได้เป็นครอบครัวจริงๆ กันซะที” คนฟังพยายามเงียหูเพื่อจับน้ำเสียงของอีกฝ่ายว่ารอดไรฟันหรือเปล่าแต่ไม่สำเร็จ เลยยั่วโมโหต่อ

“ขอบคุณค่ะพี่ชายของน้อง” แต่แทนที่ถ้อยคำประชดของเธอจะเป็นแนวพี่น้อง มันกลับเป็นแนวเกาหลี ประเภทน้องสาวแสนดีที่หวังแคลมพี่ชายต่างสายเลือด

จีราพรหวังว่าแทนไทจะไม่นิยมซีรี่ส์เกาหลีแปลไทย แต่เธอไม่มีโอกาสได้คิดมาก เพราะเขาโต้กลับด้วยคำพูดพร้อมการกระทำ

“ได้เลยน้องสาวของพี่” พูดจบเขาก็กดจมูกและริมฝีปากจูบหนักๆ เข้าที่หน้าผากและแก้มสองข้างแบบพี่ชาย ที่ทำเอาน้องสาวหัวใจเต้นแทบทะลุอก

......................

โปรดติดตามตอนต่อไป

        ขณะนี้ส้มจี้ดกำลังเพลี้ยงพล้ำขอกำลังเสริมด่วน มาเอาใจช่วยให้สาวแอบใสของเราเอาชนะใจแทนไทให้ได้นะคะ บอกเลยว่าไม่ง่าย เพราะอีกฝ่ายก็ร้ายไม่เบา555 #ทีมส้มจี้ด

        เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ รัก(ไม่)ร้าย หรือ ภรรยาทะเบียนลับ ถ้าเพื่อนคนไหนไม่เคยอ่านเรื่องนั้นมาก่อน และเกิดอาการเหวอๆ งงๆ โปรดจงรู้ไว้เถิดว่าเป็นความผิดของคนเขียน เพราะบางครั้งแว่นก็ชินกับตัวละครในเรื่องก่อนๆ เหมือนเพื่อนสนิท จนลืมไปว่าเพื่อนคนอื่น ไม่รู้จักเพื่อนแว่น555 ทักได้ท้วงได้นะคะ ทวงงานก็ได้ จะได้ขยับไวขึ้นอิอิอิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

22 ความคิดเห็น

  1. #6 pimmyla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 23:17
    ไรอ่ะ มาหงมาหอม แหม่~
    #6
    1
    • #6-1 วาณี แว่นฟ้า(จากตอนที่ 5)
      24 กรกฎาคม 2559 / 15:29
      แบบพี่ชาย จริงจริ๊งงงงง
      #6-1