[X-men fic] Sweets and Literature : ErikCharles

ตอนที่ 6 : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 มิ.ย. 59

Sweets and Literature

Chapter 6

Cherik

Note : AU Warning! ตอนแถมค่าาาาา มาลงเนื่องในประกาศรอบไปร แถมด้วยรูปปกที่อยู่ด้านล่างนะคะ

สั่งซื้อรอบไปร คลิกเลย >>> https://docs.google.com/forms/d/1bkJXxKwLXSlQAgCgROymt83c715FAXqJjuH-hOEA-S4/viewform?c=0&w=1

 

 

 

 

 

 

ถึงแม้ว่าจะมีคนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่รู้ว่าสองหนุ่มสุดฮอต ของมหาวิทยาลัยพักอยู่ด้วยกัน แต่ในระยะหลังนี้กลับกลายเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์และอีริค เลนเชอร์ – คู่กรณี – เดินไปไหนด้วยกันระหว่างตึกเรียน…พร้อมกับการทุ่มเถียงประกอบฉาก

 

เป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ เมื่อฝ่ายหนึ่งก็หวงน้องสาวซะยิ่งกว่าอะไร ส่วนอีกฝ่ายก็ชอบทำตัวร้ายกาจใส่แฟนของน้องชายหัวแก้วหัวแหวน(?)ที่โลกดัน กลม…แฟนคนที่ว่าเป็นรุ่นน้องของฝ่ายแรกซะอีก…จึงเป็นภาพที่เกือบทั้ง มหาวิทยาลัยชินตาเสียแล้ว สำหรับการจิกกันพอหอมปากหอมคอของสองหนุ่มต่างคณะ ที่มักจะมีตัวต้นเหตุอย่างหนุ่ม(หรือสาว)รุ่นน้องยืนเชียร์อยู่เสมอ

 

ยกตัวอย่างเช่นในวันนี้…ว่าที่ปาติซิเยร์ปากร้าย เดินนำหน้าทุกคน พร้อมกับอาการฟึดฟัดของชาร์ลส์ที่ถือถุงพลาสติกใส – ภายในบรรจุของที่ไม่ใช่ของตัวเองด้วยซ้ำ — เดินตามไปทางเดียวกัน แม้จะแทบไม่ได้มองหน้ากันเลยก็ตาม

 

ยังไม่นับว่าด้านหลังมีตัวปัญหาตามมาอีกหลายคน…

 

“บอกทีว่านายไม่ได้ตั้งใจลืมของพวกนี้…จะบอกว่าเป็นโรคความจำเสื่อมหรือ อะไรก็ได้” ชาร์ลส์โยนถุงพลาสติกในมือที่ห่ออย่างดีไปให้คนที่เดินเงียบไม่พูดอะไร อดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความยากลำบากแม้แต่เพียง นิดเดียวในการคว้ามันไว้ในมือ

 

ที่โยนไปน่ะ แทบเล็ตเครื่องเดิม…เพิ่มเติมคือถูกเจ้าของลืมเป็นครั้งที่สี่

 

“ฉันความจำเสื่อม” น้ำเสียงทุ้มมีกระแสเยาะๆ ที่ไม่ได้ยินมาสักพักเจือในน้ำเสียง “เชื่อรึไง?”

 

“เชื่อก็แปลก” คนตัวเล็กกว่ากลอกตาใส่เป็นการใหญ่ “คนความจำเสื่อมที่ไหนเขาจำสูตรเค้กได้เป็นสิบๆ สูตร”

 

ชาร์ลส์เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ อย่างร้ายกาจแว่วเข้าหู

 

“แต่นายก็เป็นคนกินสิบสูตรพวกนั้นหมด”

 

“…จะทิ้งก็เสียดาย”

 

ในขณะที่รุ่นพี่ทั้งสองดูจะคุยกันสองคนแบบไม่สนใจโลกขึ้นทุกที สี่หนุ่มที่เดินตามอยู่ข้างหลังก็ได้จังหวะหันไปส่งสายตา ‘เอาอีกแล้ว’ ให้กัน…ตั้งแต่วันที่แฮงค์ไปหารุ่นพี่คนสนิทที่ห้องพักแล้วถูกไล่กลับมาแบบ อ้อมๆ รุ่นน้องที่ดีทั้งสามก็พร้อมใจกันแวะเวียนไปหาชาร์ลส์ที่คณะบ่อยกว่า เดิม…ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างทางผ่านอเล็กซ์ก็ต้องไปหิ้วปีเตอร์ – แฟนหนุ่มมาเดินด้วยทุกที

 

และนั่นก็คือประเด็นการโต้เถียงข้อต่อไปของหนุ่มขนมหวานและหนุ่มหนอนหนังสือ

 

“เขาต้องเลิกพาปีเตอร์ออกมาในเวลาเรียนได้แล้ว…”

 

“พีทไม่มีเรียนวันนี้ซะหน่อย” ชาร์ลส์ตั้งป้อมปกป้องรุ่นน้องที่สนิทกันตั้งแต่สมัยไฮสคูลเต็มที่ “อีกอย่างอเล็กซ์เขาไม่พาพีทโดดเรียนออกมาหรอก…”

 

เพราะถึงไม่พาพีทก็ออกมาเองอยู่แล้ว…

 

ปีเตอร์ แม็กซิมอฟฟ์ แสบน้อยซะเมื่อไร…ถึงแม้ว่าจะไม่มีวีรกรรมด้านชู้สาวที่โดดเด่นเหมือนพี่ชาย แต่ก็ขึ้นชื่อนักล่ะว่ารู้เรื่องชาวบ้านดีกว่าเรื่องตัวเอง…ที่ไหนมีเรื่อง ที่นั่นมีปีเตอร์…และนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทุกวันนี้ชมรมหนังสือพิมพ์ ชักจะพิมพ์อะไรที่เป็นเรื่องของชาวบ้านมากขึ้นทุกวัน…

 

..และชาวบ้านที่ว่าในระยะหลังๆ ก็เป็นเรื่องของกลุ่มพวกเขาเองนี่แหละ!

 

เอาเป็นว่าข้ามเรื่องนี้ไปก่อน…

 

ถึงแม้ว่าชาร์ลส์กับอีริคจะพ่นไฟฮึ่มฮั่มใส่กันเกือบจะตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่มีใครเห็นสองคนนี้โกรธหรือทะเลาะกันจริงๆ แบบที่ให้อภัยกันไม่ได้สักที…ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะชาร์ลส์ไม่ใช่คนที่จะ โกรธใครนาน ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นคนไม่เก็บเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

 

ขนาดไม่ใส่ใจยังหาอะไรมาเถียงกันได้ทุกวัน…

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในสายตาของคนมีคู่อย่างอเล็กซ์กับปีเตอร์ สิ่งที่อีริคกับชาร์ลส์ทำกันตอนนี้คือการจีบกันแบบอ้อมค้อมที่สุดในโลก ชัดๆ…ไม่ว่าทั้งคู่จะรู้ตัวหรือไม่ก็เถอะ

 

“ฉันไม่เห็นมีปัญหาเวลานายคุยกับเรเวนแล้วฉันต้องไปนั่งๆ นอนๆ อยู่อีกห้อง –”

 

“ฉันก็ไม่เห็นมีปัญหาเวลาที่รุ่นน้องนายมาส่งแล้วคุยอยู่หน้าประตูเป็นชั่วโมงเหมือนกัน –”

 

ซ้ำยังเป็นการจีบกันที่ ‘หวง’ กันออกหน้าออกตาพอสมควรอีกด้วย…ถึงจะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งออกมายอมรับก็ตามที…

 

เอ๊ะ? หรือเพลย์บอยปกติเขาก็คุยกันแบบนี้?

 

ไม่น่าใช่…

 

ยิ่งมองรุ่นพี่สองคนเถียงกันไปมา เหล่าผู้ติดตามทั้งหลายก็นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนอย่างไม่ ตั้งใจ…เมื่ออลิซาเบธ — อีกหนึ่งสาวสวยที่ใครต่อใครต่างก็รู้กันว่าการจะจีบเธอได้ช่างยากเย็นแสน สาหัสยิ่งนัก – เดินมาสารภาพรักกับอีริคถึงคณะ…แม้ว่าจะเป็นการสารภาพที่ค่อนข้างหนักแน่น ดุดันเกินกว่าเหตุไปเล็กน้อย…แต่นอกจากฝ่ายหญิงจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับทั้ง มหาวิทยาลัยแล้ว ฝ่ายชายยังเซอร์ไพรส์ตอบด้วยการปฏิเสธอีกด้วยนี่สิ

 

อีริค เลนเชอร์ไม่เคยปฏิเสธผู้หญิงที่อาจหาญเข้ามาขอคบก่อนหรอกนะ…

 

แต่ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีใครทำอะไรได้หรอก…นอกจากรอให้อะไรๆ มันเข้าที่เข้าทางเอง

 

 

 

 

Sweets and Literature

 

 

 

 

ในสถานการณ์ที่ไม่อยากกลับห้องพัก เบื่อห้องสมุด แต่ต้องทำงานและต้องการความสงบ ร้านกาแฟข้างคณะก็ดูจะเป็นอีกทางเลือกที่ดี

 

หลังจากที่ใช้เวลาช่วงเช้าวิ่งไปวิ่งมาเพื่อส่งอุปกรณ์การเรียนล้านแปด อย่างไปให้รูมเมท ซ้ำยังเถียงกันพอหอมปากหอมคอในประเด็นพึงอภิปราย ชาร์ลส์ก็เหมือนจะหมดแรงเอาดื้อๆ โชคยังดีที่วันนี้กว่าจะมีเรียนก็บ่ายกว่า เลยพอจะมานั่งพักหายใจกับรุ่นน้องได้บ้าง

 

“เอ้า” แฮงค์ยื่นแก้วกาแฟให้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “มอคค่าเย็นโรยผงช็อกโกแลต”

 

เนื่องจากสองพี่น้องซัมเมอร์สและอีกหนึ่งปีเตอร์เรียนเช้า ตอนนี้เลยเหลือแค่ที่นั่งอยู่ด้วย…และเมื่อมากันสองคน จึงเป็นปกติที่หัวข้อในการสนทนาจะต้องเป็นเรื่องของ…คนอื่น

 

“สรุปว่าสองคนนั้นคบกันจริงจังแล้วสินะ”

 

สองคนนั้นในที่นี้หมายถึงอเล็กซ์และปีเตอร์ ผู้มีน้องชายและพี่ชายที่นิสัยเสียมากทั้งคู่…ไม่กี่วันหลังจากอีริครู้ว่า สองคนนี้คบกัน — ภายใต้บรรยากาศสงบเงียบมากๆ อเล็กซ์กับปีเตอร์ก็มากดออดหน้าห้องแล้วบอกว่าอีริคเรียกพวกเขามา

 

และหลังจากฟังรูมเมทคุยกึ่งๆ ทะเลาะกับรุ่นน้องสองคน ชาร์ลส์ก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ควรออกไปไหน แต่ควรจะอยู่เป็นคนห้ามมวยระหว่างรุ่นน้องของตัวเองกับเพื่อนร่วมห้องต่าง หาก

 

จากการอาศัยอยู่ร่วมกันมาพักหนึ่ง – อีริค เลนเชอร์ไม่ใช่คนใจเย็น และจากการรู้จักกันตั้งแต่สมัยไฮสคูล อเล็กซ์ก็เช่นกัน…และทั้งคู่ยังมีความปากเสียในระดับสูสี ที่น่านับถือก็คือปีเตอร์ผู้ซึ่งนั่งเคี้ยวขนมมองสองคนนั้นทำสงครามประสาท ใส่กันได้อย่างน่าตาเฉย…สุดท้ายวันนั้นทั้งอเล็กซ์และปีเตอร์ก็กลับไปโดยไม่ ได้ข้อสรุปของเรื่องอะไรก็ตามที่อีริคเรียกมาเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

“จะว่างั้นก็ได้มั้ง” แฮงค์ยิ้มขำเมื่อนึกไปถึงเพื่อนทั้งสองคน “อย่างกับว่าปีเตอร์จะเชื่อฟังพี่ชายนักหนา…ที่เลนเชอร์ไปที่บาร์บ่อยๆ นั่นก็เพราะห้ามปีเตอร์ทำงานแล้วไม่ฟังนั่นแหละ”

 

อ้อ…สรุปว่าหวงน้อง…หวงกว่าเขาอีก…

 

ชาร์ลส์กลอกตาเมื่อคิดได้ว่าการที่เขานั่งเฝ้าเรเวนวันเว้นวันกลายเป็น เรื่องเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับคนที่ตามไปถึงที่ทำงานพิเศษน้องชาย…

 

“แล้ว…” แฮงค์เริ่ม “ช่วงนี้เป็นไงบ้าง? หลังจากต้องกลับห้องสองทุ่ม ฉันว่าบรรณารักษ์คงคิดถึงนายน่าดู”

 

“น้อยไปสิ” คนถูกแซวหัวเราะ “เขาดีใจจะตายที่ฉันเลิกใช้ห้องสมุดแทนที่นอน”

 

เขายังพูดต่อไปถึงงานที่เริ่มท่วมหัวมากขึ้นเรื่อยๆ พ่วงด้วยชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเท่าไร…รวมไปถึงเรื่องของเรเวน กับอีริค ที่พอได้ฟังชาร์ลส์เล่า แฮงค์ก็แทบจะขมวดคิ้วเป็นปม

 

“ชาร์ลส์ ฉันว่าอีริคคงไม่ได้จีบเรเวนอยู่หรอก”

 

“แฮงค์…ฉันยังเล่าไม่จบ –”

 

“ไม่ๆๆ” คู่สนทนารีบขัดขึ้นมากลาประโยค “ไม่ว่านายจะเล่าอะไรต่อจากนี้ฉันก็ไม่คิดว่าอีริคจะจีบเรเวนอยู่ดี”

 

“ฮะ? ทำไมล่ะ?”

 

“โธ่ ชาร์ลส์…” รุ่นน้องทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจ…สีหน้าประมาณว่า ‘นี่นายไม่รู้จริงๆน่ะเหรอ’ …ซึ่งหลังจากแฮงค์ทำหน้าอย่างนี้ทีไร ประโยคที่ตามมาเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นความจริงทุกคนมองข้ามมันไปเสมอ “ถ้าไม่นับอาจารย์ในคณะอีริค เลนเชอร์ไม่เคยทำขนมหวานให้ใครกิน…เว้นแต่สาวๆ ที่เขาจีบ และนั่นก็แค่บางคนที่เขาถูกใจจริงๆ ด้วย – เขากำลังจีบนาย

 

ชาร์ลส์แทบจะสักกาแฟที่พึ่งกลืนลงคอไป ก่อนจะพบว่าตัวเองตอบแฮงค์ด้วยเสียงที่หนักแน่นเกินความจำเป็นไปมากๆ

 

“ฉัน? แฮงค์เมื่อคืนนายอาจจะอดนอนเยอะไปหน่อย แต่ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยว่า –”

 

“ว่าเขาจีบนาย แล้วนายก็รู้ตัวด้วย” คู่สนทนายิ้มบางๆ พร้อมกับส่งสายตาลำบากใจมาให้ “ฉันรู้ว่านายรู้ นายแค่ปฏิเสธว่าตัวเองรู้เท่านั้นแหละ”

 

ร้ายกาจ…

 

เป็นคำกล่าวหาที่ร้ายกาจที่สุดที่ชาร์ลส์เคยได้ยินมาจากใครก็ตามบนโลกใบนี้

 

และที่แย่กว่านั้นก็คือ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันไม่จริงนี่แหละ

 

 

 

 

Sweets and Literature

 

 

 

 

ถึงจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องเท่าไร แต่ก็ต้องบอกว่าชาร์ลส์ใช้เวลาประมาณสามในสี่ของชั่วโมงเรียนวันนี้นึกถึงคำพูดของรุ่นน้องในร้านกาแฟ

 

“ฉันรู้ว่านายรู้ นายแค่ปฏิเสธว่าตัวเองรู้เท่านั้นแหละ”

 

ของมันแน่อยู่แล้ว…

 

ชาร์ลส์ถอนหายใจ…หวังว่าหลังจากกลับไปที่ห้องเขาจะไม่แสดงอาการแปลกๆ ออกมาให้อีริคเอาไปแซะเล่นอีก

 

หกโมง…ตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะอยู่ที่ห้องแล้วเรียบร้อย และใช้เวลาส่วนตัวไปกับการทำสงครามของหวานขนาดย่อม…ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของ สงครามนั้นชาร์ลส์ก็เป็นคนเก็บกวาดซากของหวาน

 

ชาร์ลส์เป็นผู้ชาย…เป็นผู้ชายประเภทที่สามารถเลิกกับผู้หญิงโดยไม่ ต้องบอกเลิกได้ คบกับผู้หญิงโดยไม่ต้องขอคบได้ ความสัมพันธ์ทุกอย่ามันก็แค่เริ่มขึ้นมา…แล้วก็จบไป

 

กับคนแบบเดียวกัน มีเหรอจะดูไม่ออก

 

แต่เพราะดูออกนี่สิมันเลยกลายเป็นปัญหา…

 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพัก มือบางเคาะประตูก่อนจะนิ่งไปเมื่อไม่มีคนตอบรับ

 

“เฮ้ เลนเชอร์?”

 

ลองเคาะกี่ครั้งก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ กุญแจก็อยู่ที่อีกคนซะอีก…

 

“อะไรของเขาเนี่ย…”

 

บ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหาเก้าอี้แถวนั้นมานั่ง…โชคยังดีที่หอพักมีที่ว่างโล่งพร้อมเก้าอี้ และหนังสือสองสามเล่มที่น่าจะประทังชีวิตเขาได้อีกชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

 

ชาร์ลส์หยิบหนังสือเล่มบนสุดมาเปิดอ่าน ทรุดตัวลงนั่ง นาฬิกาข้อมือบอกเวลาทุ่มครึ่ง

 

…เดี๋ยวก็กลับมาละมั้ง

 

 

 

 

ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่โคตรผิด!

 

เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองทำหน้ายังไงเมื่อเข็มนาฬิกาวนผ่านไปสองรอบ…นี่มันสามทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว!

 

แถมเสียงฝนที่ดังอยู่ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าจะยังไม่มีใครกลับเข้ามาในเร็วๆ นี้เป็นแน่…

 

หรือว่าจะออกไปหาที่คณะ…แต่เขาเองก็ไม่มีร่มเหมือนกัน

 

“เฮ้อ…”

 

สุดท้ายชาร์ลส์ก็เลือกที่จะวางกระเป๋าเอาไว้หน้าห้อง พร้อมกับภาวนาไม่ให้มีใครหยิบมันไปอยู่ดี…

 

 

 

 

 

Sweets and Literature

 

 

 

 

 

อีริค เลนเชอร์ไม่ค่อยคนที่สนใจอะไรรอบข้างเท่าไร

 

แต่ถ้าอยู่ในสภาพที่มือถือตกน้ำ ไม่มีอะไรติดตัวที่ติดต่อคนอื่นได้สักอย่าง ฝนตกหนัก แถมยังไม่มีร่ม เขาก็ควรจะสนใจอะไรรอบตัวบ้าง…

 

ซึ่งข้อดีของการติดอยู่ในห้องครัวคณะคนเดียวก็คือมีวัตถุดิบให้ใช้ไม่ อั้น…ดังนั้นแทนที่สงครามขนมหวานจะเกิดขึ้นที่ห้องพักเลยมาเกิดที่นี่แทน

 

จานขนมหลายชิ้นที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะบอกได้ดีว่าเจ้าตัวติดอยู่ที่นี่มา นานแค่ไหน แต่แทนที่จะหงุดหงิด ร่างสูงกลับนึกหัวเราะอยู่ในใจทุกครั้งที่เห็นภาพใครอีกคนรอเขาอยู่เพราะ เข้าห้องไม่ได้

 

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตัวเองนิสัยเสียนะ…แต่ก็ไม่มีเหตุผลจะต้องแก้นี่

 

อีริคเอาอะไรมาพนันก็ได้ว่าป่านนี้เพื่อนร่วมห้องของเขาจะต้องนินทาปนๆ ต่อว่าเขาอยู่ในใจ หาอะไรฆ่าเวลาทำจนกว่าเขาจะกลับไป — ดูจากความหนักหน่วงของสายฝนที่กำลังโปรยปราย – คงไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงแน่ๆ

 

หมายถึงหนึ่งชั่วโมง หลังจากหลายชั่วโมงมาแล้วอีกที

 

ขอย้ำอีกครั้ง ป่านนี้ชาร์ลส์ต้องนั่งกระสับกระส่ายอยู่แน่นอน…

 

แต่ถ้าคิดต่อไปอีกสักนิด…เขาน่าจะรู้ตัวว่าไม่เคยเดาเรื่องอะไรก็ตามเกี่ยวกับชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์ถูกต้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

เหมือนอย่างตอนนี้ที่อยู่ๆ ประตูห้องครัวของคณะก็เปิดเข้ามาแบบแรงมากๆ

 

 

 

 

 

ปึง!!

 

 

 

 

 

 

 

“เลนเชอร์!”

 

 

 

 

 

Talk :

เอา กรี๊ดสิคะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ตอนสุดท้ายจริงๆแล้วค่ะ พร้อมกับเอารูปปกมาเสิร์ฟ อิย์

หน้าปก (2)

ขอบคุณ(อีกครั้ง)ที่ตามกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ 55555

ใครสั่งจองแล้ว เจอกันได้ที่งานหนังค่ะ ใครยังไม่ได้จอง…เราเสียใจด้วย รอบจองเต็มแล้ว เหลือให้คนลุ้นกันอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม เพราะคนจองเยอะกว่าที่คิด…/ขอโทษค่ะ กราบ

แต่ถ้าใครยังไม่ได้จอง แล้วมางานหนัง แต่ของหมด จองในงานเราส่งฟรีนะเออ ฟฟฟฟฟฟฟ

ถ้าใครรู้ตัวว่าบ้านไกล ติดสอบ ติดเรียนพิเศษ หรือธุระอื่นใด ลิงค์รอบไปรอยู่นี่ค่ะ โปรดอ่านรายละเอียดในลิงค์ให้ครบถ้วยนะคะ >>> https://docs.google.com/forms/d/1bkJXxKwLXSlQAgCgROymt83c715FAXqJjuH-hOEA-S4/viewform?c=0&w=1

ด้วยรักและเค้กก้อนโตของเชฟอีริค ♥♥♥

 

 

Page : https://www.facebook.com/ProudtobeShipper/

Twitter : valentearz

#valentearzfic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #20 Pamadim Pim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 04:02
    เสียดายจากใจจริง.....
    #20
    0
  2. #18 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 22:15
    อ่าอีริคขี้แกล้ง
    #18
    0