[X-men fic] Sweets and Literature : ErikCharles

ตอนที่ 3 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59

Sweets and Literature

Chapter 3

Cherik

Note : AU Warning! และตามสัญญาค่ะ มาพร้อมกับแบบสอบถาม ใครใจบุญ(?)อยากอุดหนุนลูกหมาตัวน้อยๆให้มีเงินไปเปย์คนอื่นต่อก็รบกวนด้วย นะคะ 55555

แบบสอบถาม >>> https://docs.google.com/forms/d/1DM9CmC5JUPA-CoP7pl0UXEVVWOgzyZLUHT66dDUmkdk/viewform?c=0&w=1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอเค

 

โอเค นี่มันเป็นเรื่องงี่เง่าที่ไร้สาระที่สุดในรอบหลายปีสำหรับคนอย่างชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์ ผู้เชื่อว่าชีวิตควบคุมได้อยู่เสมอเจอมาเลย

 

นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีเป็นพันคนทำไมคนที่เป็นรูมเมทกับอาซาเซลจะต้องเป็นอีริค เลนเชอร์ด้วย

 

โลกนี้มันชักจะเล่นตลกมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

 

“ถ้าจะทำหน้าเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่โดนจับยัดเข้ากรงขนาดนั้น หาห้องอื่นอยู่ก็ได้ เซเวียร์”

 

ฟังเผินๆ ก็เหมือนจะเสนอทางเลือกให้อยู่หรอก..ถ้าไม่ติดว่านี่มันกลางเทอม ไม่มีนักศึกษาที่ไหนเขาย้ายออกกัน

 

และพนันได้ ว่าเจ้าของห้องที่พูดออกมาด้วยย้ำเสียงนิ่งๆ นั่นก็รู้ถึงความจริงข้อนี้อยู่แล้วด้วย

 

“ช่างเถอะ” ชาร์ลส์ยักไหล่ “มีห้องอยู่ก็ดีแล้ว”

 

ชาร์ลส์หมายความตามที่พูดจริงๆ ถึงแม้ว่าห้องนี้จะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่เตียงนอนก็มี อุปกรณ์ทำครัวก็มีครบ ชั้นหนังสือก็มี…ถึงแม้ว่ามันจะดูโล่งไปสักหน่อย (ซึ่งก็ดีแล้ว เขาจะได้ขนของเข้ามายัดได้ ถึงจะไม่ทั้งหมดก็เถอะ) โซฟาก็มี สรุปว่ามีทุกอย่างที่จำเป็นในการดำรงชีวิตนั่นแหละ

 

“นี่…ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วน่ะ…” อีริคถอนหายใจ “มาคุยกันหน่อยซิ”

 

ร่างสูงนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ ส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้อีกคนนั่งลงเช่นกัน

 

แน่นอนว่าชาร์ลส์ไม่นั่ง

 

และอีริคก็ไม่สน

 

“ห้องนี้มันมีเตียงเดียว…”

 

“ฉันนอนโซฟาได้” ชาร์ลส์สวนขึ้นมาทันที

 

“ฉันรู้…นายพึ่งนอนไปเมื่อคืนไง” เจ้าของห้องตอบพร้อมกับกระแสเยาะๆ เจือมาในน้ำเสียง เรียกให้ปรากฏรอยแดงๆ บนใบหน้าหวานได้ไม่ยาก – รอยแดงที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วกำลังโกรธหรืออายกันแน่ “นั่นเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว…แต่จะให้ใครสักคนนอนโซฟาไปตลอดก็คง ไม่ได้ เพราะงั้นฉันก็เลยคิดว่าเราควรสลับกันนอนเตียงดีๆ…สักคนละสามคืนเป็นไง?”

 

“…แล้วแต่” นัยน์ตาสีฟ้าหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเสริมต่อ “แต่บอกไว้ก่อน ว่าฉันไม่โอเคกับการที่คนร่วมห้องกับฉันจะหิ้วสาวๆ มาทำกิจกรรมเข้าจังหวะทั้งที่ฉันอยู่ในห้องหรอกนะ”

 

“นายเขิน?”

 

“ใช่สิ” ชาร์ลส์ตอบหน้าตาเฉย “หรือนายไม่เขินถ้ามีคนเมกเลิฟอยู่ต่อหน้าในระยะไม่ถึงสิบฟุต?”

 

“ก็อย่ามอง”

 

“ไม่มองมันก็ยังได้ยิน…เดี๋ยวนะ นี่พวกเราคุยเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย”

 

อีริคหัวเราะหึในลำคอเมื่อได้ยินปลายเสียงที่ขึ้นสูงไปเล็กน้อย พร้อมๆ กับที่ค้นพบว่าตนเองชอบไม่น้อยทีเดียว เวลาชาร์ลส์ใช้สรรพนามแทนพวกเขาสองคนว่าพวกเรา

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันมีมารยาทพอที่จะไม่ทำอะไรๆ ทั้งๆ ที่มีคนอื่นอยู่ในห้องหรอก เซเวียร์” เสียงนั้นเน้นหนักที่ชื่อเขา มุมปากหยักเป็นรอยยิ้มที่ชาร์ลส์สาบานได้ว่ามันดูร้ายกาจเป็นบ้า และด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าการมาอยู่กับอีริค เลนเชอร์ไม่ได้เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพจิตและทรัพย์สินเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

Sweets and Literature

 

 

การขนของย้ายห้องไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคิดว่าปริมาณสมบัติส่วนตัวของชาร์ลส์นั้นมีมากเป็นสองเท่าของเจ้าของ ห้องเดิม ทั้งอาซาเซลและอีริคเลยต้องมีส่วนร่วมในการเคลื่อนย้ายหนังสือจำนวนเท่าห้อง สมุดย่อมๆ อย่างช่วยไม่ได้

 

“ขอบคุณมากอาซาเซล – เลนเชอร์ หนังสือเล่มนั้นห้ามยับ ฉันต้องเอาไปคืนแฮงค์…”

 

ชาร์ลส์หันไปขอบคุณอาซาเซลที่อาสาขนหนังสือจากบ้านพักมาที่ห้อง — พูดต่อทันทีเมื่อเห็นว่าคนจิตใจไม่ละเอียดอ่อนบางคนกำลังจะโยนหนังสือของเขา เข้าชั้น…ใช่ โยน ด้วยความหมายที่ตรงตามตัวอักษรทุกประการ

 

“บอกที ว่านายเรียนวรรณกรรมกับประวัติศาสตร์ ไม่ใช่บรรณารักษ์”

 

อีริคถามหลังจากหยิบหนังสือขึ้นมาพลิกซ้ายพลิกขวาดูแล้วค้นพบว่ามันเป็นหนังสือประเภทที่เขาไม่มีวันไปแตะต้องมันอย่างแน่นอน

 

หนังสือกองโตที่ถูกจัดใส่ชั้นอย่างเรียบร้อยและเป็นระเบียบทีละเล่มสอง เล่มเรียกสายตาอ่อนอกอ่อนใจจากเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี…เดิมชั้นหนังสือ นี้แทบจะไม่มีหนังสืออยู่ เนื่องจากคณะที่ทั้งอีริคและอาซาเซลเลือกไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องหาข้อมูล หรือแหล่งอ้างอิงเป็นตั้งๆ แต่พอชาร์ลส์จัดห้องได้ไม่ถึงสองชั่วโมงดี ชั้นหนังสือโล่งๆ ที่ว่าก็กลายเป็นชั้นหนังสือล้นๆ ไปโดยปริยาย

 

สำหรับคนอย่างอีริคแล้ว เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่าคนเราจะเรียนวรรณกรรมกับประวัติศาสตร์ไป ทำไม ถึงแม้ว่าหนังสือกองโตมันจะดูเข้ากับลุคเด็กเนิร์ดของชาร์ลส์มากๆ ก็ตาม

 

เช่นเดียวกันกับชาร์ลส์ที่กำลังนินทารูมเมทคนใหม่อยู่ในใจ…คนอะไร ไม่มีความละเอียดอ่อน ไม่มีความใส่ใจกับสิ่งของรอบข้างเลยแม้แต่นิดเดียว…คนอย่างนี้น่ะหรือเรียน ทำอาหาร!

 

ใช่แล้ว…ข้อเท็จจริงอย่างแรกของอีริค เลนเชอร์ที่เขารู้หลังจากได้ย้ายเข้ามาแล้วก็คือร่างสูงโปร่งที่ยิ้มทีไร เหมือนปีศาจเข้าสิง แถมยังมีออร่าดำทะมึนออกมาคนนี้เรียนในสิ่งที่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับเจ้าตัว เลยแม้แต่นิดเดียวอย่างการทำอาหาร…และขอโทษเถอะ เลือกเรียนเป็นพิเศษด้านขนมหวานซะด้วย

 

กินได้รึเปล่าก็ไม่รู้…

 

“นายกำลังทำหน้าเหมือนนินทาฉันในใจอยู่ เซเวียร์”

 

ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมห้องจะไร้ความละเอียดอ่อนแค่ไหนก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหมือนจะรู้ทันเขาไปทุกเรื่องจริงๆ …ชาร์ลส์กลอกตาให้กับความคิดของตัวเองปลงๆ

 

“ฉันมีอะไรแปะไว้บนหน้ารึไงเลนเชอร์”

 

อีกครั้งที่คำตอบของอีริคคือความเงียบ ฝ่ามือหนาเพียงแค่ส่งหนังสือมาให้ชาร์ลส์เรื่อยๆ เท่านั้น

 

บรรยากาศสงบที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนดูเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ บ่อยนัก…อย่างเช่นตอนนี้ที่ชาร์ลส์นั่งอยู่กับพื้น คัดหนังสือออกจากลังทีละเล่ม และร่างสูงโปร่ง – ที่ตอนนี้เลิกแผ่ออร่าดำทะมึนแล้ว – ยืนมองอยู่ไม่ไกล

 

แต่การทำให้บรรยากาศไม่สงบก็ดูเหมือนจะเป็นความสามารถพิเศษของชาร์ลส์เช่นกัน

 

“…ถ้าไม่ช่วยก็อย่ายืนกดดันได้ไหมเลนเชอร์…”

 

คนที่ถูกเรียกเลิกคิ้วนิดๆ ราวกับจะถามว่าเขาทำอะไรผิด ซึ่งไม่เลย – อีริคไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่นิดเดียว ชาร์ลส์แค่ไม่ชอบการถูกจ้องมอง ไม่ว่าจากใคร หรือเพราะอะไรก็ตาม…และถึงแม้ว่าคนที่มองจะไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร แต่เขาก็ไม่ชอบอยู่ดี

 

“ฉันช่วยอะไรกับหนังสือภาษามนุษย์ต่างดาวพวกนี้ไม่ได้อยู่แล้ว” ร่างสูงในเสือคอเต่าสีเข้มยืนพิงชั้นหนังสือ มุมปากหยักลงเป็นยิ้มเยาะๆ ตามเคย “ถ้าเป็นตำราอาหารก็ว่าไปอย่าง”

 

“พูดกันตรงๆ นะเลนเชอร์” คนที่นั่งอยู่กับพื้นถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นไปสบกับดวงตาสีเทาซึ่งมองมาอยู่ก่อนแล้ว “นายสุดแสนจะดูไม่เหมือนคนเรียนทำอาหารเลย”

 

ประโยคที่ได้ยินทำให้อีริคพ่นลมออกจากจมูกเล็กน้อยอย่างกึ่งขำกึ่งหงุด หงิด – ในใจนึกสงสัยว่าพวกเขาสองคนจะอยู่ด้วยกันได้สักกี่วันก่อนที่จะโยนอีกคนออก นอกตึกไปซะก่อน

 

“พูดกันตรงๆ เหมือนกัน เซเวียร์” คู่สนทนาตอบกลับด้วยโทรเสียงเดียวกันเป๊ะๆ “นายดูเหมือนหนอนหนังสือที่ฝังตัวอยู่ตามชั้นหนังสือไม้…เหมือนคนที่เรียน วรรณกรรมหรืออะไรเทือกๆ นั้นเลย”

 

 

Sweets and Literature

 

 

สุดท้าย กว่าสมบัติทั้งหมดของคนที่ย้ายเข้ามาใหม่จะเข้าที่เข้าทางก็ล่วงเลยไปถึงตอน ที่แสงแดดที่สาดส่องเข้ามากลายเป็นสีส้ม บ่งบอกว่าเวลาของวันนี้ใกล้จะสิ้นสุดลง – คนที่ง่วนอยู่กับหนังสือไม่ได้สังเกตเลยไม้แต่นิดเดียวว่าเวลาผ่านไปนานนับ ชั่วโมง จนกระทั่งกระเพาะมันส่งเสียงประท้วงนั่นแหละ

 

“ให้ตาย…” ชาร์ลส์ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มองซ้ายมองขวาหาอีกคนที่น่าจะอยู่แถวๆ นี้ แต่ก็ไม่พบ ก่อนจะส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอ “ทีเวลาอย่างนี้ล่ะไม่อยู่”

 

หลังจากยืนรออยู่สักห้านาทีและถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนที่อยู่ด้านในไป จนเป็นที่แน่ใจว่ารูมเมทของเขาหาตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่ทิ้งโน้ตหรือเดิน มาบอกกล่าว เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจึงเลือกที่จะหยิบโพสอิทแถวๆ นั้นออกมาเขียนโน้ต – แถมคำต่อว่าที่ออกไปข้างนอกไม่บอกกล่าว — แปะทิ้งไว้หน้าตู้เย็นแทน

 

ชาร์ลส์หันไปสำรวจความเรียบร้อยของห้องก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับลูกบิด ประตู แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร ประตูก็เปิดออกมาซะก่อนโดยคนที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แถมคนที่ว่ายังหอบอะไรต่อมิอะไรไม่รู้เข้ามาเต็มสองมืออีกด้วย

 

“หลบ หนัก”

 

คนที่พึ่งสำเหนียกได้ว่ายืนขวางประตูอยู่เดินหลบเข้ามุมแต่โดยดี…พร้อม ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่าหน้าร้อนไปถึงหูเมื่อคนตัวสูงกว่าไปยืนมองโพสอิท ที่เขาเขียนไว้หน้าตู้เย็นด้วยรอยยิ้มขำๆ ที่แตกต่างจากรอยยิ้มเยาะที่เคยเห็นมา

 

 เดี๋ยวนะ ไม่เห็นเข้าใจเลย ทำไมเขาต้องสนใจด้วยละว่าเลนเชอร์จะยิ้มแบบไหน

 

ชาร์ลส์ขมวดคิ้วทันทีที่ความคิดนั้นวิ่งเข้าสู่สมอง โดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่ยืนอยู่หน้าตู้เย็นเมื่อครู่เดินกลับมายืนตรงหน้า แล้วฉวยโอกาสที่เขาไม่ทันตั้งตัวแปะโพสอิทเมื่อครู่ลงกลางหน้าผากเขา

 

“เฮ้” ชาร์ลส์ประท้วง “อะไรของนา –”

 

“ฉันบอกนายแล้วก่อนออกไป” อีริคพูดขัดขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้พูดจบประโยค “ว่าฉันจะออกไปซื้อของข้างนอก เพราะตอนนี้เสบียงหมด”

 

“…” คนตัวเล็กกว่านิ่งไปครู่หนึ่ง ในหัวนึกไปถึงตอนที่เขากำลังงมอยู่กับหนังสือพวกนั้น

 

“เซเวียร์ ฉันออกไปข้างนอกนะ”

 

“…”

 

“…เซเวียร์?”

 

“อืม”

 

ชาร์ลส์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าเพื่อนร่วมห้องได้บอกกับตนก่อนออกไปแล้ว…แถมตัวเขาเองยังตอบกลับอีกต่างหาก

 

“เพราะฉะนั้นไอ้ –” อีริคเว้นคำพูดเพื่อก้มลงมามองโพสอิทที่ยังคงแปะอยู่บนหน้าผากเขา “ – จะออกไปข้างนอกก็บอกกันบ้าง เนี่ย…ฉันไม่รับแล้วกัน”

 

“…”

 

ร่างสูงมองคนที่เหมือนถูกชัตดาวน์ลงไปแล้วเกิดความรู้สึกอยากจะหัวเราะ ออกมาดังๆ อย่างน่าประหลาด…คนอะไรก็ไม่รู้ ดื้อก็ดื้อ กวนก็กวน แล้วยังไม่ค่อยจะฟังที่คนอื่นพูดอีก

 

แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจหรือไม่ชอบแม้แต่น้อย

 

“เอาล่ะ” อีริคทำลายความเงียบ ก่อนที่เขาจะหลุดขำออกมาจริงๆ “งั้นไปจัดหนังสือต่อไป ฉันจะไปทำอะไรกิน…นายจะกินอะไร?”

 

เป็นประโยคที่ทำให้ชาร์ลส์หลุดออกจากภวังค์ได้ไม่ยาก มือบางจัดการดึงโพสอิทออกจากหัวแบบงงๆ รู้สึกเหมือนได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายดีเลย์ไปประมาณยี่สิบวินาที

 

ถึงจะย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน แต่ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่เขาคิดว่าจะต้องกินข้าวด้วยกันกับอีกคน ดังนั้นประโยคที่เหมือนชวนกินข้าวกลายๆ จึงทำให้รู้สึกขัดๆ อย่างบอกไม่ถูก ซึ่ง – ชาร์ลส์เกลียดความรู้สึกแบบนี้

 

“ไม่ ฉัน…ฉันคิดว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก”

 

เกลียดที่อยู่ๆ ตัวเองก็พูดตะกุกตะกักอย่างน่ารำคาญด้วย…

 

เหมือนคู่สนทนาจะจับความลังเลที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงได้ เสียงทุ้มเลยพูดต่ออีกนิด

 

“ฉันซื้อของเข้ามาทำอาหารเยอะอยู่แล้ว ถ้านายอยากจะออกไปเสียเงินค่าอาหารที่อร่อยไม่เท่าที่ฉันทำก็ตามสบายแล้วกัน”

 

นี่เองที่ทำให้ชาร์ลส์ตัดสินใจถอดรองเท้าแล้วเดินตามอีริคกลับไปรอที่โต๊ะเงียบๆ…อยากจะรู้นักว่าอาหารที่ทำออกมามันจะสมราคาคุยรึเปล่า

 

 

 

ถ้าไม่อร่อยล่ะน่าดู        

 

 

Talk:

ตอนที่สามก็ยังคงมาอย่างรวดเร็ว 555555555555555

รีบร้อนหนักมากค่ะ เนื่องจากกลัวจะไม่ทันเดดไลน์ ถถถถถถถ

ตอนนี้มาพร้อมกับแบบสอบถามที่เคยบอกไว้ ใครยังไม่ได้กรอกไม่ต้องเลื่อนขึ้นข้างบนค่ะ เอาลงมาให้แล้ว >>> https://docs.google.com/forms/d/1DM9CmC5JUPA-CoP7pl0UXEVVWOgzyZLUHT66dDUmkdk/viewform?c=0&w=1

เรื่องนี้ดูมีคนอ่านมากกว่าเรื่องอื่นๆ ไม่รู้ทำไม (อ้าว) แต่ขอบคุณทุกคนที่ช่วยรีทวิต ช่วยอ่าน ช่วยเม้นท์นะคะ

 

 

Page : https://www.facebook.com/ProudtobeShipper/

Twitter : valentearz

#valentearzfic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #15 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 21:57
    ชาล์ลน่ารัก
    #15
    0
  2. #7 primfong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 10:07
    โอ๊ยย เขินนน
    #7
    1
    • #7-1 VaLnE_C(จากตอนที่ 3)
      9 มิถุนายน 2559 / 19:53
      เราแต่งเราก็เขิน 5555
      #7-1