[X-men fic] Sweets and Literature : ErikCharles

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59

Sweets and Literature

Chapter 2

Cherik

Note : มาลงอย่างรวดเร็วค่ะ 555555555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนา เรียกให้ใครบางคนที่นอนอยู่บนโซฟานุ่มขยับตัวเพื่อหลบสิ่งที่รบกวนการนอนหลับของตน

 

ก็คนมันปวดหัว

 

แล้วโซฟานี่ก็นอนสบายจะตาย

 

ถึงกลิ่นจะไม่คุ้นเลยก็เถอะ…

 

“จริงๆ นายก็ดูจะนอนสบายกว่าที่ฉันคิดนะเซเวียร์”

 

ชาร์ลส์ลืมตาขึ้นมาทันทีเมื่อสำนึกได้ว่าเสียงที่ได้ยินไม่น่าใช่เสียง ของใครในห้องพักของเขา ก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อเห็นว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้คาดคิดไว้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

“เลนเชอร์?”

 

“ฉันจำนามสกุลตัวเองได้…สวัสดีตอนเช้า” ร่างสูงตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจ มุมปากปรากฏรอยยิ้มนิดๆ ที่สำหรับชาร์ลส์ไม่ว่ามองยังไงก็เหมือนจะยิ้มเยาะมากกว่าอย่างอื่น “และขอบคุณมากที่ตื่นมาแล้วไม่อ้วก”

 

คนที่พึ่งโดนกระแนะกระแหนไปหมาดๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อมีความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างอยู่ในหัว

 

นี่มันเมาค้างชัดๆ

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ชาร์ลส์พยายามนึกว่าเขามาอยู่ที่ห้องของเลนเชอร์ได้อย่างไร จนเหมือนนึกอะไรออกลางๆ

 

“เมื่อคืน…ฉันจำได้ว่านายโทรหาเอ็มม่า”

 

“ใช่”

 

คำตอบที่ได้รับยิ่งทำให้งงหนักขึ้นไปอีก

 

“แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่นี่”

 

“…ก็เอ็มม่าไม่มา”

 

เอ็มม่า… ร่างบางแอบถอนหายใจ ทำไมเป็นคนแบบนี้…

 

ที่จริงก็อยากจะถอนหายใจแรงๆ อยู่หรอก แต่มารยาทที่ถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เล็กยันโตมันค้ำคอ แถมเขายังเป็นคนมารบกวนอีกฝ่ายซะด้วยสิ

 

อย่างไรก็ตาม เขาคงต้องออกจากสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนนี้เสียที

 

“งั้นก็…ขอบคุณมากที่อุตส่าห์หิ้วฉันออกจากร้าน” ชาร์ลส์พูดพลางลุกขึ้นยืน เดินเลี่ยงคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปทางประตูห้อง “เมื่อวานนายออกเงินไปก่อนเท่าไร เดี๋ยวฉันคืนให้”

 

“ฉันดื่มที่นั่นฟรี” อีริคตอบเสียงห้วน “นายไม่จำเป็นต้องคืนเงิน”

 

“อ้อ” คนตัวเล็กกว่าแอบนินทาอยู่ในใจสำหรับท่าทีไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน “งั้นก็ขอบคุณอีกครั้ง ฉันจะกลับแล้ –”

 

ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคดี มือหนาก็วางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะแถวนั้น ก่อนจะพูดต่อเมื่อได้รับสายตาถามไถ่

 

“ฉันทำกินเอง ถ้ายังแฮงค์อยู่ก็กินซะ”

 

เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าหันมองคู่สนทนาอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวสูง(ที่อยู่ห่างจากเจ้าของห้องที่สุด)อย่างง่ายดาย

 

“นายดูใจดีกว่าที่คาด เลนเชอร์”

 

“ทำไม” อีริคเลิกคิ้ว “ฉันดูใจดำ?”

 

“ก็เปล่า” ชาร์ลส์หัวเราะนิดๆ เป็นครั้งแรกของวัน และในความคิดของอีริค – เป็นอีกอย่างที่น่ามองไม่น้อย

 

“ไม่ได้ดูใจดำ แต่ไม่ได้ดูเหมือนคนใจดี”

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าของห้อง นอกจากแก้วน้ำเปล่าที่วางตามมาอีกแก้ว

 

“…ถึงจะมีน้ำเพิ่มขึ้นมาอีกแก้วก็ไม่ได้ทำให้ดูใจดีขึ้นหรอก”

 

แขกจำเป็นพึมพำเบาๆ แม้จะรู้ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ได้ยินอยู่ดี

 

คือห้องก็ไม่ได้กว้างน่ะนะ…

 

แล้วทั้งสองคนก็เงียบใส่กันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งห้องมีเพียงเสียงช้อนกระทบกับชามเบาๆ จนกระทั่งอีริคเป็นคนทำลายความเงียบซะเอง

 

“นาย…เป็นน้องเอ็มม่า”

 

“ใช่”

 

“แล้วเป็นอะไรกับเรเวน?”

 

“แล้วทำไมถึงอยากรู้ล่ะ?”

 

คู่สนทนาถามกลับแทบจะทันที มือบางดันชามข้าวต้มออกห่างจากตัว แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้…ครั้งนี้เจ้าของห้องไม่ได้เรียกไว้อีก เพียงแต่มองตามด้วยสายตานิ่งๆ ตามปกติของเจ้าตัวเท่านั้น

 

“ถึงฉันจะไม่ตอบ แต่อย่างนายเดี๋ยวก็รู้อยู่แล้วนี่” ชาร์ลส์ไหวไหล่เบาๆ ก้าวขาเดินตรงไปเปิดประตู ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย

 

“จริงสิ ขอบคุณอีกครั้ง เลนเชอร์ ข้าวต้มนี่พอประทังชีวิตฉันได้ถึงเที่ยงเลยล่ะ”

 

และแม้ประตูจะปิดไปแล้ว แต่เขาคิดว่าเขายังได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากอีกฝ่ายอยู่ดี

 

 

 

 

“แดดวันนี้มันร้อนจริงๆ” ดวงตาสีฟ้าอ่อนหรี่ลงเมื่อรู้สึกได้ถึงแสงแดดที่ร้อนระอุ พลางมองซ้ายมองขวาหาตัวช่วย…แต่ช่างน่าเสียดายที่ในเวลาบ่ายกว่าๆ อย่างนี้ไม่มีใครออกจากตึกเรียนมาให้เขาอาศัยเกาะกลับห้องพักไปได้หรอก

 

แล้วชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์จะทำอะไรได้ นอกจากเดินกลับบ้านพักเอง

 

มหาวิทยาลัยเพื่อการศึกษาเฉพาะทาง (ใช่ นี่คือชื่อมหาวิทยาลัย) มีขนาดกว้างขวางไม่น้อย…ถึงแม้ว่าเขาจะเลือกบ้านพักที่อยู่ติดเขตเรียนที่ สุด แต่มันก็ยังเป็นระยะทางที่ไกลอยู่ดี…พิสูจน์ได้จากร้านค้าร้อยแปดร้านที่เขา เดินผ่านทุกครั้งเวลากลับจากคณะ และร้านค้าพวกนี้ก็เรียกเงินในกระเป่าได้เป็นอย่างดีสิน่า…

 

ผ่านไปสักพักกว่าที่ชาร์ลส์จะหลุดออกจากวังวนของร้านค้าต่างๆ ได้ มือบางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจบ้านพักออกมาไข ก่อนจะเห็นใครอีกคนนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าทีวี เขารีบเอาของที่ซื้อมาไปเก็บแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ อีกฝ่ายทันที

 

“เฮ้ เอ็มม่า เธอยังอยู่ไหม”

 

“ยังอยู่…”

 

เจ้าของชื่อหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาที่ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด จนชาร์ลส์ต้องเป็นคนถามซะเอง

 

“…มีอะไรจะบอกฉันรึเปล่าเอ็มม่า”

 

“ชาร์ลส์…” สาวผมบลอนด์เผยรอยยิ้มที่ดูกังวลออกมา “เธอจะว่าอะไรรึเปล่าถ้าฉันจะให้อาซาเซลย้ายเข้ามาอยู่ด้วยสัก…ระยะนึง?”

 

เอ็มม่าเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนอื่นมาก เธอคิดอยู่หลายวันไม่น้อยเรื่องที่จะให้แฟนหนุ่มย้ายเข้ามาอยู่กับตัวเองที่ บ้านพัก…ที่จริงบ้านพักนี้คนที่ออกเงินมัดจำคือตัวเธอเอง แต่คนที่อาศัยเส้นสายหามาได้ก็คือชาร์ลส์ ช่วงนี้เรเวนไม่อยู่ ดังนั้นถ้าน้องชายบอกว่าไม่ เธอก็พร้อมที่จะย้ายออกไปอยู่กับอาซาเซล…ทั้งคู่เรียนอยู่ปีสุดท้าย ของมหาวิทยาลัย ถึงอย่างไรอีกไม่นานก็ต้องย้ายออกอยู่แล้ว จะออกก่อนกำหนดสักหน่อยคงไม่เป็นไร

 

แน่นอนว่าจากการที่รู้จักกันมา ร่วมชายคากันมานานนับปี ทำไมชาร์ลส์จะไม่รู้ว่าพี่สาวต่างสายเลือดกำลังคิดอะไร…เขาไม่ใช่คนใจร้ายใจ ดำอะไรสักหน่อย แถมเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเอ็มม่าหรือเรเวนทีไร ใจของชาร์ลส์ก็อ่อนยวบยาบทุกที

 

“โธ่ เอ็มม่า” พูดไปก็ยิ้มอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “นี่มันบ้านของพวกเรา…หรืออันที่จริงดูจากค่าเช่าแล้วน่าจะเป็นบ้านของเธอ ด้วยซ้ำ เธอจะมีอาซาเซลพร้อมลูกอีกห้าก็ยังได้”

 

“ชาร์ลส์!” เอ็มม่าตะโกนเสียงดัง ซึ่งเขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วเอ็มม่าโกรธหรือแค่เขินกันแน่

 

“ครับๆ” คนที่ถูกเรียกยกมือขึ้นยอมแพ้แต่โดยดี “เอาเป็นว่าจะยังไงก็แล้วแต่เธอเลย ฉันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว…แต่ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ฉันด้วยนะ”

 

ชาร์ลส์ยังคงยืนยันว่าเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการที่แฟนของเอ็มม่าจะย้าย เข้ามาอยู่ด้วย เพราะเขาเองก็รู้จักอาวาเซลมานานพอๆ กับเอ็มม่า เพียงแค่เขาไม่เห็นด้วยกับการที่จะไปอยู่กันสามคนในบ้านพักเล็กๆ โดยที่สองคนในนั้นเป็นคนรักกันเท่านั้นเอง…ถึงจะเป็นคนที่สนิทกันมากๆ ก็ต้องการความเป็นส่วนตัวกันบ้าง

 

“ไม่ต้องห่วง” ผู้เป็นพี่พูดด้วยน้ำเสียงสดใส “ฉันมีที่อยู่ให้นายแล้ว”

 

“…ฉันรู้สึกไปเองรึเปล่าว่าเหมือนเธอเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว” เสียงนุ่มถามอย่างละเหี่ยใจ

 

ห้องพักในมหาวิทยาลัยตอนกลางเทอมอย่างนี้มันหาง่ายที่ไหนกันล่ะ!

 

“แหม” เอ็มม่าหัวเราะเบาๆ เผยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ถ้าหนุ่มๆ ในมหาวิทยาลัยเกินครึ่งมาเห็นแล้วจะต้องใจสั่นกันเป็นแถบ “ถ้าอาซาเซลย้ายมาก็ต้องมีห้องว่างอยู่แล้วสิ ถูกรึเปล่า?”

 

“ก็ใช่อยู่หรอก…แต่ฉันก็ต้องไปอยู่กับคนอื่นใช่ไหมล่ะ เขาอยู่กับรูมเมทนี่?”

 

ชาร์ลส์จำได้เลาๆ ว่าครั้งแรกที่เจออาซาเซลก็เพราะว่าตอนนั้นหนุ่มรุ่นพี่หาตัวรูมเมทไม่เจอจนต้องเดินตามหาทั่วมหาวิทยาลัยนั่นแหละ…

 

“ใช่…เดี๋ยวเขาจะพานายไปที่ห้อง ไปดูไว้ก่อนเผื่อนายอยากจะเตรียมอะไร” สาวผมบลอนด์ยักไหล่นิดๆ “แล้วก็เผื่อเจอรูมเมทด้วย”

 

“อืม..โอเค” เขาตกปากรับคำทั้งที่ยังมึนๆ อยู่ “ฉันว่าประเด็นอยู่ที่ฉันจะย้ายของในห้องนอนฉันไปยังไงมากกว่านะ”

 

ชาร์ลส์เรียนเอกวรรณกรรมและประวัติศาสตร์…แน่นอนว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ของห้องนอนเขาต้องเป็นหนังสือ ห้องของเขามีหนังสือจนแทบจะเป็นห้องสมุดของบ้านอยู่แล้ว – อย่างที่เรเวนชอบแซวว่าถ้าวันไหนมีแผ่นดินไหวขึ้นมา ชาร์ลส์คงโดนหนังสือในห้องทับตายก่อนที่จะได้ทำอะไร

 

“เรื่องหนังสือค่อยๆ ย้ายไปก็ได้…นายคงไม่ได้ใช้ทั้งหมดพร้อมกันใช่ไหมล่ะ”เอ็มม่าพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด

 

“เอาเถอะ…เธอเตรียมพร้อมขนาดนี้ ฉันยังไงก็ได้อยู่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นคนที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แถมยังยืนอยู่ด้านหลังเอ็มม่าพอดิบพอดี

 

“อ้าว อาซาเซล พวกเรากำลังพูดถึงคุณอยู่เลย”

 

“ชาร์ลส์!” ร่างสูงโปร่งถึงกับตะโกนออกมา “ฉันอุตส่าห์แอบเข้ามาเงียบๆ…”

 

เอ็มม่าหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทันที ก่อนจะพบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ถูกยื่นมาให้

 

“ว่าจะเอามาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย” อาซาเซลบ่นอุบอิบกับหญิงสาวที่รับช่อดอกไม้ไปยิ้มๆ “ชาร์ลส์เรียกซะนี่…”

 

เพียงแค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มสว่างไสวบนใบหน้าหวานได้เป็นอย่างดี เอ็มม่าลุกจากเก้าอี้ไปหาแฟนหนุ่มพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ

 

“หอม…”

 

“หอมสิ ฉันเลือกกลิ่นที่เธอชอบมานี่นา”

 

ให้ตาย ทำไมเหมือนเขาเป็นก้างขวางคอเลย

 

เอาเถอะ จะขวางต้องขวางให้สุด

 

ชาร์ลส์ส่งเสียงกระแอมเบาๆ

 

“อาซาเซล ผมคิดว่าคุณต้องพาผมไปดูห้องหรืออะไรทำนองนั้นซะอีก…”

 

“อ้อ” คนที่ถูกเรียกรับคำทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากแฟนสาว “ใช่ เดี๋ยวพวกเราไปกัน”

 

“หรือจริงๆ แล้วนายแค่เอาแผนที่ให้ชาร์ลส์ก็ได้นะ” เอ็มม่าเสนอ “มันเป็นหอพักในมหาลัยอยู่แล้วนี่”

 

เจ๋ง นอกจากจะเป็นก้างแล้วยังโดนตัดหางอีกต่างหาก

 

ชาร์ลส์กลอกตา มือหยิบโทรศัพท์ออกมาแกว่งเล่น ก่อนจะพูดกับอาซาเซลอีกครั้ง

 

“คุณส่งแผนที่มาให้ผมแล้วกัน…เดี๋ยวผมไปเองก็ได้”

 

 

 

 

พลาดมาก

 

อะไรทำให้คิดว่าชาร์ลส์จะหาไอ้ห้องพักที่เรียงกันเป็นตัวเลขอยู่ในตึกสี่เหลี่ยมเจอโดยไม่หลงทาง

 

ตอนที่บอกว่าจะมาเอง เขาคงลืมตัวไปว่าพรสวรรค์ในการหลงทางของตัวเองนั้นแรงกล้าแค่ไหน…ถึงตึกสอง สามตึกแถวนี้หน้าตามันจะดูคุ้นๆ ก็ตาม…หอพักในมหาวิทยาลัยก็คงหน้าตาเหมือนๆ กันหมดล่ะมั้ง

 

แต่เอาเถอะ ถ้าหลงทาง วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ‘ถามทาง’ นี่นา

 

“ขอโทษนะ” ชาร์ลส์ตัดสินใจหลับหูหลับตาเรียกคนแถวนั้นมาถามในที่สุด มือบางสไลด์หน้าจอมือถือเพื่อหาเลขที่ห้องแล้วส่งให้อีกคนดู แม้จะไม่ทันมองว่าเป็นใคร แต่คงมั่นใจได้ว่าจะไม่คว้ามือถือเขาแล้ววิ่งไปเลย “นายพอจะรู้จักตึกไหนที่มีห้องเบอร์นี้รึเปล่า? พอดีฉันแลกห้องกับเพื่อน –”

 

“นี่ห้องฉันเองเซเวียร์”

 

เสียงตอบชัดถ้อยชัดคำเรียกให้ชาร์ลส์เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ก่อนจะพบว่านัยน์ตาสีเทาจ้องเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่

 

 

 

 

“เลนเชอร์?”

 




Tbc…

 

 

Talk:

ตอนที่สองมาแล้วค่ะ ด้วยความเร่งรีบ 555555555

ตอนที่สามน่าจะตามมาภายในวันอาทิตย์ พร้อมกับแบบสอบถามพิมพ์ฟิคนะคะ

ฟิคเรื่องนี้เป็นแนวสบายๆ ใสๆ(?) น่ารักกุ๊กกิ๊ก ไม่ดราม่าเสียน้ำตาแน่นอน แถมยังมีตัวละครที่มากหน้าหลายตาเป็นพิเศษเนื่องจากช่วงนี้กำลังติ่งตัวละคร ในภาคใหม่ ถถถถถถถถ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคอมเม้นท์และคำแนะนำติชมนะคะ ♥♥♥

 

Page : https://www.facebook.com/ProudtobeShipper/

Twitter : valentearz

#valentearzfic

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #14 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 21:52
    อร้ายยยย
    #14
    0
  2. #6 Ouji-san (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 18:53
    อ่านไปยิ้มแก้มปริ //😃
    #6
    0
  3. #5 comes (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 11:44
    เค้าเรียกว่าคู่แล้วไม่แคลวกันหรอกนะชาร์ล
    #5
    1
    • #5-1 VaLnE_C(จากตอนที่ 2)
      9 มิถุนายน 2559 / 19:52
      สงสารชาร์ลส์แรงมากค่ะ 55555
      #5-1
  4. #4 primfong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 08:40
    เอาแหล่วๆๆๆ
    #4
    1
    • #4-1 VaLnE_C(จากตอนที่ 2)
      9 มิถุนายน 2559 / 19:52
      ยังไม่เอ---
      #4-1