Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 30 : บทส่งท้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ม.ค. 61

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^ ขอให้นักอ่านทุกคนสุขภาพแข็งแรง เงินทองไหลเข้ากระเป๋าเอาไว้เปย์นิยายที่ชอบกันนะคะ 5555 วันนี้เอาตอนส่งท้ายมาลง หวังว่าจะอ่านกันสนุกน้า ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ รักทุกคน อย่าพึ่งเลื่อนหนี!!! บทส่งท้ายอยู่ข้างล่างนะคะ 555 

     ถือโอกาสฝากนิยายใหม่ด้วยเลย 555



DOPPELGANGER แฝด


คุณคิดว่าแฝดมีกี่ประเภท

ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เคยเชื่อว่าแฝดมีแค่2ประเภท คือไข่ใบเดียวกันกับไข่คนละใบ

“กูเห็นว่ามีคนไปยืนหน้าประตูไอคิมตอนตี3อะ ใช่มึงหรือเปล่าวะ?”



********************************************************

บทส่งท้าย

 

คุณคิงส์ไม่สะดวกให้เข้าพบค่ะ

 

“…อะไรนะ

 

คุณคิงส์ไม่สะดวกให้เข้าพบค่ะคำตอบที่ได้รับมาทำเอาชาร์ลีมึนงงไปเล็กน้อย ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วพึ่งจะได้รับสายโดยตรงจากท่านประธานสุดที่รักเองกับมือ

 

ขอเหตุผลครับ

 

ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ แต่ดูเหมือนว่าจะพูดคุยกับคุณฮอว์คอยู่นะคะ

 

ครับ...งั้นช่วยฝากบอกท่านประธานสุดสวาทของผมซักประโยคได้ไหม

 

เอ่อ...ถ้าไม่หนักหนามาก ดิฉันจะบอกให้ค่ะ

 

อืมม ไม่ดีกว่า ขอบคุณที่บอกครับมิสซิสลอแรนซ์

 

                        ชาร์ลีระบายยิ้มนิดหน่อยและลงลิฟต์จากชั้นผู้บริหารมาถึงฝ่ายบุคคลของเขา สองขาก้าวยาวๆผ่านมิสนาตาเซียที่ชำเลืองมองเขาเป็นระยะและปิดประตูทันทีที่ถึงห้องส่วนตัว

 

เหอะชาร์ลีแค่นเสียงออกมาอย่าหงุดหงิดในขณะที่ริมฝีปากคาบบุหรี่ไว้หลวมๆ สูดลมเข้าปอดและพ่นมันออกมาแรงๆระบายอารมณ์

 

            คนที่เท่าไหร่แล้วนะ

 

            หลังจากที่ชาร์ลีและแอชตันอยู่ด้วยกันอย่างถาวร นี่ก็เข้าสู่ปีที่5แล้ว ช่วงแรกๆมันก็ดี ทุกอย่างหวานชื่นซะจนชาร์ลีแทบสำลักความสุขตาย แต่ตอนนี้อืม..ก็ค่อนข้างอธิบายยาก

 

            พักหลังๆมา แอชตันเริ่มทำตัวแบบเดิมทุกครั้งเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา ครั้งแรกๆคนพวกนั้นก็จะถูกย้ายไปตามแผนกต่างๆยิบย่อยหรืออีกชื่อก็คือแผนกเบ๊ ซึ่งมันไม่ตรงกับตำแหน่งที่แอชตันต้องการซักนิด และพักหลังๆ คนพวกนั้นก็ถูกเรียกเข้าไปหาแอชตันบ่อยๆ รวมถึงไอฮอว์คเวรตะไลนั่นก็ด้วย

 

            และระดับ CEO ที่ไม่ต้องชายตาแลใครจะมีสาเหตุอะไรให้เรียกเด็กใหม่เข้าไปในห้องส่วนตัวกันล่ะ? ชาร์ลีอยากจะเอามิสซิสลอแรนซ์จอมขวางทางออกและเปิดประตูไปดูการพูดคุยของทั้งคู่ใจจะขาด

 

            แต่ยังก่อน...

 

            ชาร์ลีจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ ถ้าหากมันไม่กระทบกระทั่งชีวิตรักส่วนตัวของพวกเขา เขาใจว่ากระโดนกระทำฝ่ายเดียว ท่านประธานที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับฝ่ายรับก็คงจะอึดอัดแย่

 

            แต่ถ้าหากจับได้คาหนังคาเขาล่ะก็ :)

 

       [มิสนาตาเซีย ผมขอวานอะไรซักหน่อย]

 

            [ได้ค่ะ]

 

            [อีกซัก20นาที รบกวนช่วยตามคุณฮอว์คมาที่ห้องของผมด้วยนะครับ]

 

            [ค่ะ ฉันจะจัดการให้]

 

            [แล้วก็..ถ้าหากเขาไปหาคุณ ช่วยหาอะไรให้เขาทำหน่อยนะครับ ฝากบอกคนในแผนกด้วย ผมอนุญาตให้โยนงาน1วัน]

 

            [อ่า...ทราบแล้วค่ะ]

 

 

            ชาร์ลีเอ่ยขอบคุณและวางสาย มือเปิดหาเอกสารเพื่อหาอะไรสนุกๆทำ ในหัวนึกถึงใบหน้าอ่อนวัยและรูปร่างอ้อนแอ้นของคุณฮอว์คพลางยกยิ้มเหี้ยมเกรียม

 

            อ่า...จะทำให้เด็กนั่นลาออกไปด้วยวิธีไหนดีนะ

 

            ********

 

ครับคุณคิงส์

 

รบกวนช่วยตรวจสอบเอกสารนี่ให้ผมทีนะครับ

 

            ชาร์ลียื่นเอกสารหนาเป็นปึกชนิดที่ว่าทับคนตายส่งให้ฮอว์ค ใบหน้าระบายยิ้มอ่อนๆแต่ดวงตาสีสนิมเหล็กกวาดมองอีกฝ่ายทั่วทั้งตัว โดยที่คนถูกมองก็ยกยิ้มแห้งๆส่งให้เขา

 

อ่า...อากาศค่อนข้างร้อนนะครับ เอ่อ...ว่าแต่ เอกสารพวกนี้มันของปีที่แล้ว ทำไมถึง...

 

ผมชอบความถูกต้องและแม่นยำของข้อมูลครับคุณฮอว์ค และคุณรู้อะไรมั้ยชาร์ลีพูดขึ้นเรียบๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามขอบโต๊ะเล่นและเดาะลิ้นด้วยท่าทางกวนประสาท ปรายหางตาไปทางคนที่ยืนอยู่ด้วยสายตา...เยาะเย้ย

 

บางทีการไปฟัดกับหมาก็ไม่ได้ช่วยให้คุณดูดีขึ้นนะครับชาร์ลีแตะปลายนิ้วลงบนต้นคอของตัวเองเป็นนัย นั่นทำให้ฮอว์คมีสีหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันทีราวกับถูกของร้อนจัดลนก้น

 

            จะไม่ลนลานได้ยังไง รอยกัดจากคนของเขามันแผ่หลาซะขนาดนั้น...

 

ฮ่าๆ ผมพูดเล่นน่ะครับชาร์ลีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ โยนเอกสารที่ยังคามืออยู่ไปไว้บนโต๊ะนั่นแรงๆ เอนหลังกับเก้าอี้และยกกาแฟขึ้นจิบ

 

ตรวจให้เสร็จก่อน 1 ชั่วโมง ห้ามตกหล่น เสร็จแล้วขอกาแฟของผมแก้วหนึ่ง และมิสนาตาเซียมีงานให้คุณทำ เธอจะคุยกับคุณเอง

 

เอ่อ...

 

เชิญครับชาร์ลีเผยมือออกไปทางประตูลวกๆ

 

ครับ... เสียงปิดประตูดังขึ้น ชาร์ลียิ้มเหยียดออกมาบางๆ

 

            เอกสารนั่น ให้ตายภายในครึ่งวันก็ไม่เสร็จ ส่วนมิสนาตาเซีย...หล่อนรู้ดีว่าควรจะจัดการยังไง เธอเหมือนกับเพื่อนซี้ที่รู้ใจทุกการกระทำ นั่นดีมากๆสำหรับเขา ส่วนแอชตัน...

 

หึ

 

            เอาไว้ค่อยคิดหลังจากนี้ก็แล้วกัน...

 

 

            ******

 

 

คุณมาสายนะที่รัก

 

ติดธุระนิดหน่อย

 

อ้อ ครับชาร์ลียิ้มบางๆและกวาดมองอีกคนหัวจรดเท้า

 

            แอชตันในวัย30นั้นเรียกได้ว่ามีเสน่ห์เหลือร้าย เรือนร่างใหญ่โตขึ้นจากการเล่นกล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วงและใบหน้าที่เริ่มกร้านขึ้นตามกาลเวลา อีกทั้งแววตาเยาะเย้ยถากถางมันค่อยๆหายไป กลายเป็นความสงบนิ่งราวกับคลื่นใต้น้ำ ฟีโรโมนจางๆที่แผ่ออกมาก็น่าดึงดูดจะจนทั้งหญิงทั้งชายมองตามกับเหลียวหลัง

 

            ชาร์ลีรู้สึกดีที่คนรักมีเสน่ห์ขนาดนี้ แต่ขอเลยเถอะ จะดีกว่านี้มากถ้าไอแผ่นอกแน่นๆมันไม่มีรอยข่วนให้รกหูรกตา

 

บอร์ดบริหารว่ายังไงบ้างครับชาร์ลีถามขึ้นเนิบๆในขณะเปิดดูเมนูอาหารไปด้วย

 

ยังไม่มีอะไรคืบหน้าหรอกแอชตันส่ายหัว หยิบเมนูอาหารบนโต๊ะขึ้นมาดูบ้าง สีหน้านิ่งสงบนั่นข้างในคิดอะไรชาร์ลีก็ไม่อยากจะเดานัก

           

            บอร์ดบริหารที่ว่าคือการประชุมที่โคตรจะห่วยแตกสำหรับชาร์ลี มันเป็นการรวมตัวของผู้ถือหุ้นทุกคนมายัดอัดไว้ที่เดียวกันและพล่ามหาเรื่องแต่จะไล่เตะก้นงามๆของคนอื่นลงจากเก้าอี้ผู้บริหาร และแน่นอนว่าตอนนี้แอชตันกำลังทำมัน โดยมีความคิดที่จะไล่ตาแก่ซักคน ไปก่อนเป็นอันดับแรก เหตุมาจากเขานึกพิเรนทร์ค้นข้อมูลและพบว่าเคยมีการยักยอกเงินไปไม่น้อย

 

            ชาร์ลีพยักหน้ารับรู้และไม่พูดอะไร กระทั่งอาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟและหมดจากโต๊ะไปในที่สุด ชาร์ลีเท้าคางมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน จ้องอยู่แบบนั้นจนแอชตันเหลือบตามองมาทางเขาและยกยิ้มเป็นเชิงถามเล็กน้อย

 

คุณมีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าชาร์ลีใช้ปลายนิ้วจิ้มที่แผ่นอกตัวเองเบาๆ แอชตันเลิกคิ้ว ใบหน้าได้รูปนั่นนิ่งไปซักพักก่อนจะ...แสยะยิ้ม

 

ไม่ใช่ว่าคุณหึงผมหรอกนะคนในชุดสูทเอนกายกับเก้าอี้และเชิดหน้ามองเขา

 

แน่นอนว่าผมจะตอบว่าใช่ ผมโคตรจะหึงคุณ อยากจะกระแทกจนกว่าคุณจะร้องขอโทษผมออกมาเป็นร้อยๆครั้งเลยครับท่านประธาน

 

            แอชตันมองตรงไปทางชาร์ลี ใบหน้าคมคายเปี่ยมล้นไปด้วยความเร่าร้อนยังคงทำงานได้อย่างดีเยี่ยมมาตลอด5ปี และมีแต่จะเพิ่มขึ้นสำหรับเขา แม้ใบหน้านั้นกำลังยิ้ม แต่แววตาของชาร์ลีไม่ยิ้ม นั่นทำให้เขารู้สึกร้อนไปทั้งตัวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังสัมผัสเรือนร่างไปทุกส่วน

 

หึ คุณเป็นคนเริ่มมันขึ้นมาเอง ผมจะไม่หยุดหรอกนะแอชตันพูดขึ้นหลังจากเดินออกมาจากร้านอาหาร เงยหน้าขึ้นมองเม็ดฝนโปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง

 

หาทางหยุดผมให้ได้สิที่รัก อ้อ...แอชตันดึงร่มในมือชาร์ลีมาถือไว้เองพร้อมประทับจูบที่ข้างแก้มพลางเดินตรงไปยังรถยนต์ของตัวเอง

 

“…”

 

ผมวานซื้อของสดเข้าด้วย จะกลับไปพักผ่อนซักหน่อย

 

            รถยนต์คุ้นตาเคลื่อนที่ออกไปแล้ว ชาร์ลีได้แต่เงียบและมองไล่หลังไปจนกระทั่งลับสายตา

 

            แต่เมื่อกี้..ว่ายังไงนะ?

 

“x…”

 

            ชาร์ลีเหยียดยิ้ม ในหัวกำลังประเมินสิ่งที่อยู่ในประโยคของแอชตันอย่างถี่ถ้วน เหมือนแข่งกับเวลา ยิ่งเขาหึงอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ก็ต้องรีบหยุดมันให้เร็วที่สุด

 

            อีกไม่นานนักหรอกที่รัก...

 

            อีกสองวันให้หลัง บอร์ดบริหารก็เริ่มประชุมอีกครั้ง ชาร์ลีกำลังมองไปทางโปรเจคเตอร์อย่างไม่สนสายตาพวกบริหารซักเท่าไหร่

 

            ไหนๆก็ใกล้จะย้ายก้นงามๆออกไปแล้ว ...อยากมองก็มองต่อไปเถอะ :)

           

 

นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณคิงส์ ไม่ใช่ว่าเขาควรจะอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลหรอ?”  ชาร์ลีเหลือบมองไปทางตาลุงร้างท้วมคนหนึ่ง หมอนั่นชื่ออะไรนะ อ่า...เขาเองก็จำไม่ค่อยได้ เอาเป็นว่าตาแก่นั่นกำลังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ท่านประธานสุดที่รักของเขา

 

ดูเหมือนว่าคุณกัมป์จะมีปัญหานะครับชาร์ลีปลายตาไปทางแอชตันนิดๆ อ่า..แอชตันในชุดสูทรัดรูป เสื้อนั่นมันแน่นซะจนเห็นลอนกล้ามเป็นสัดส่วนเล่นเอาส่วนล่างของเขาแข็งไปหมด

 

แล้วคุณไม่มีปัญหาหรือยังไง เขาเป็นแค่ผู้จัดการแผนก ไม่ใช่ผู้บริหาร!”

 

ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผิดกันนิดหน่อยนะครับคุณกัมป์คุณคอนแสตนเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ ท่าทางนิ่งสงบและดวงตาเย็นๆนั่นเพียงแค่กราดมองก็ทำเอาตาแก่นั่นหัวหด

 

เข้าใจผิดอะไรคราวนี้เป็นทอมป์สันที่พูดขึ้นมาบ้าง อ่า..หมอนี่ แล้วก็ยังมีอีกคนที่กำลังทำสีหน้าไม่พอใจ ชาร์ลีคิดว่าต่อให้เขาแก่หง่อมขนาดไหนก็จะไม่มีวันลงไปย้วยขนาดนั้นแน่

 

คุณคิงส์ไม่ใช่แค่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลหรอกครับ เขากำลังจะได้ถือหุ้น25% ของคุณคิงส์ ถือว่าเขาเป็นผู้บริหารคนหนึ่งก็ถูกแล้ว

 

อะไรนะ?” คราวนี้เป็นตาของทิม เขานึกชื่อออกแล้ว ร่างพลุ้ยๆนั่นกำลังตีอกชกหัวและเริ่มโวยวายออกมาราวกับเพิ่งมีเหตุฆาตกรรมตรงหน้า

 

ทำไมเรื่องพวกนี้บอร์ดบริหารถึงไม่รับรู้ การโอนย้ายหุ้นจำเป็นต้องมีพยาน

 

บรรยากาศเริ่มคุไปด้วยแรงหายใจของพวกหมูอ้วนๆ อ่า..บางทีความคิดของเขาในช่วงห้าปีมานี้มันชักจะเลวร้ายขึ้นทุกวัน ชาร์ลียิ้มกับตัวเองก่อนจะเริ่มหุบยิ้มลงเมื่อสุดที่รักของเขาเริ่มประกาศคำพูดเชือดเฉือนออกมาให้พวกตาลุงได้เจ็บแสบเล่น

 

โวยวายไปไม่ได้ช่วยให้เซลล์สมองพวกคุณตายช้าลงหรอกครับ เอาเวลาตั้งสติแล้วรอฟังคำจากปากผมยังดีกว่า

 

            ทิม ทอมป์สัน และกัมป์ต่างขบฟันแน่นราวกับเดือดดาลมา10ชาติเศษ แต่ก็ยอมนั่งลงตามคำเชื้อเชิญ แอชตันเริ่มทำตัวผ่อนคลาย มันเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เจ้าตัวเริ่มทำการเชือดลูกน้องตัวเอง

 

อย่างที่คุณคอนแสตนบอก ผมกำลังจะทำการโอนย้ายหุ้นในมือไปให้กับคุณคิงส์25% เท่ากับว่าเกือบครึ่งที่ผมมี เขาจะมีสิทธิที่จะเดินเข้าออกบอร์ดบริหารได้โดยที่พวกคุณไม่มีสิทธิก้าวก่าย

 

มันชักจะมากเกินไปหน่อยแล้วมั้งคุณคลินน์

 

ผมจะไม่พูดกับคนที่แม้แต่จะจดจำนามสกุลผู้บริหารสูงสุดไม่ได้หรอกนะแอชตันสวนกลับทันควัน เจ้าตัวยักไหล่สบายๆและยิ้มออกมาจางๆ ชาร์ลีแอบเห็นด้วยว่าทอมป์สันหายใจแรงขึ้นคล้ายจะเป็นลม

 

คุณไม่คิดจะเห็นหัวพวกผมเลยหรือไง การบริหารไม่ใช่เล่นขายของที่คิดจะยัดจะเข้าใครออกก็ได้ตามใจคนถือหุ้นสูงสุดหรอกนะกริมป์พูดขึ้นมาบ้าง ทั้งห้องประชุมที่รวมทั้งบอร์ดต่างก็เริ่มส่งเสียงดังออกมาเบาๆราวกับเห็นด้วยกับพฤติกรรมชวนโมโหของแอชตัน

 

แต่ถ้าไม่มีผู้บริหารเลยซักคน...ผมควรจะเห็นหัวพวกคุณหรือเปล่าล่ะ?”

 

หมายความว่ายังไง!”

 

หึ

 

            อ่า...ถึงเวลาของเขาแล้วสินะ

 

!!!

 

            สามตาแก่ลงพุงนั่นต่างก็หน้าซีดเผือดทันทีที่ชาร์ลีพยักหน้าออกไปให้มิสซิสลอแรนซ์เพื่อที่จะพา กุญแจ สำคัญในการเด้งก้นงามๆของตาแก่พวกนี้ออกไป

 

            ฮอว์ค

 

ผมคิดว่าพวกคุณอาจจะรู้ดี อ่าไม่สิ รู้อยู่เต็มอกชาร์ลีเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้างท่ามกลางความเงียบ สายตาคมๆกวาดจ้องไปรอบๆห้องและหยุดอยู่ที่ทิม ทอมป์สัน และกัมป์ ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้น

 

การยักยอกเงินและการฟอกเงินของผู้บริหาร รู้ถึงไหน อายถึงนั่น

 

แกเอาอะไรมาพูด!” ทอมป์สันตวาดขึ้นมาด้วยความโมโห ใบหูขึ้นสีแดงก่ำและข้อมือท้วมๆนั่นสั่นระริก ชาร์ลีอยากจะหัวเราะออกมาอัดหน้าคนพวกนั้นที่สุดในโลก

 

คิดว่าแอชตันโยนผมให้มาอยู่แผนกฝ่ายบุคคลเพื่ออะไรล่ะ?”

 

            ตั้งแต่แรก...จุดประสงค์อาจเป็นแค่การโยนส่งๆนั่นแหละ แต่ในตอนหลังชาร์ลีก็ค้นพบว่ามันสะดวกสบายกว่าที่คาดคิด การคัดกรองบุคคลและลามไปถึงแผนกบัญชี หรือแผนกอื่นๆสามารถทำได้ง่าย อาจจะเป็นเพราะนามสกุลที่พ่วงติดมาด้วยก็ได้ แต่ใครสน?

 

ผมคิดว่าคุณควรดูอะไรซักหน่อยนะที่รัก

 

          ชาร์ลียื่นเอกสารให้กับแอชตันที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวยาว เจ้าตัวเอื้อมมือมารับและเปิดดู สีหน้ายังคงนิ่งเรียบไม่เปลี่ยน

 

หึ

 

จะเอายังไง เชิญบัญชามาได้เลยที่รัก

 

เอาที่เห็นสมควรนั่นแหละนะ

 

          เมื่อได้คำตอบมาแบบนั้น ชาร์ลีไม่ลังเลที่จะทำตามความต้องการ เขาค้นพบความผิดปกติของยอดบัญชีรายปี แม้จะลอบสังเกตมาซักพักแล้วแต่ก็ยังไม่ได้นึกตะขิดตะขวงใจ จนกระทั่งพนักงานใหม่อย่างเคลล์เข้ามา ชาร์ลีทำหน้าที่แค่คัดกรองคน และหมอนั่นได้ย้ายตัวเองเข้าไปแผนกบัญชี และชาร์บีเดาได้เลยว่าอีกครึ่งปีหมอนี่จะลาออก

 

            ทำไมน่ะเหรอ...

 

            รูปแบบนี่มันง่ายนิดเดียว ทำยอดจนพอใจแล้วก็ลาออกไม่ให้ผิดสังเกต เวียนคนใหม่เข้ามาและทำมันซ้ำๆ แน่นอนว่าทำแบบนี้ก็คงไม่ใช่เพราะเหตุผลส่วนตัวหรอก มันเป็นกระบวนการ โกงเดือนละนิดละหน่อยแต่พอสะสมมันก็มากพอที่จะยัดลงกระเป๋าได้นั่นแหละ

 

            ดังนั้นชาร์ลีจึงเริ่มต้นด้วยการชี้ทาง และแอชตันก็ทำได้ดี หมอนั่นลากเด็กใหม่ไปจัดการสานสัมพันธ์ที่โคตรจะอีโรติกกันแบบลับๆโดยไม่เห็นหัวเขา หลอกล่อและถามทุกอย่างเท่าที่จะถามได้โดยยัดเงินไปนิดหน่อย จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสาม และมันชักจะเวียนหน้ามากขึ้นจนชาร์ลีเริ่มจะหึงอีกฝ่ายขึ้นมาแทน

 

            ของแบบนี้มันก็ต้องได้ประโยชน์กันบ้างแหละ หรือคุณจะเถียงล่ะคุณคิงส์แอชตันพูดในขณะที่กำลังพรมจูบอยู่บนลูกรักของเขาในวันหยุดสุดสัปดาห์

 

แต่ขอเถอะ คนคิดแผนก็เขา คนตรวจสอบก็เขา แอชตันน่ะได้กำไรทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ทำแบบนี้มันก็ดี แอชตันได้ผ่อนคลาย และบริษัทได้ประโยชน์

 

ไม่นานนักทุกอย่างก็เริ่มตกอยู่ในมือ ชาร์ลีหาทางขัดขวางการยัดยอกได้บางครั้ง โดยจงใจไม่ให้ผิดสังเกต ส่วนพนักงานใหม่ที่ลาออกไป...ชาร์ลีคิดว่าไม่คนพวกนั้นโง่ ก็อาจจะบ้าที่มาตกหลุมเสน่ห์แอชตันเข้าเต็มเปา เปลี่ยนทิศเจ้านายได้อย่างง่ายดายและคายความลับออกมาหมดเปลือก โดยทำงานกับพวกเขาและ หลังผ่านไปประมาณ 1 ปี และชาร์ลีก็ได้

 

คนพวกนั้นที่ว่า ก็ไอพวกตาแก่ที่นั่งสลอนอยู่ในบอร์ดบริหารนั่นไง :)

 

ดังนั้น คนสุดท้ายที่เข้ามาเป็นพนักงานนั่นก็คือฮอว์ค และพ่วงพิเศษด้วยตรงที่ว่าไอเด็กนี่เป็นหลานชายฝั่งแม่ของตาแก่กัมป์ มันยิ่งง่ายถ้าหากแอชตันจะหว่านเสน่ห์และล่อลวงให้อีกฝ่ายติดกับ ซึ่งแอชตันก็ทำสำเร็จ เยี่ยมไปเลย...มันแลกมาด้วยความหึงที่เริ่มกระแทกกลางอกของชาร์ลีเต็มเปา

 

แกมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาพวกฉัน!”

 

ชู่ว...ผมยังไม่ได้พูดซักคำได้นี่ว่าใครทำ อ่า...แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ชาร์ลีทำหน้านึกขึ้นได้ เขาหันไปพยักหน้าให้กับ ฮอว์ค ซึ่งหมอนั่นก็ตรงเข้ามาเพื่อวางเอกสารในมือและหลักฐานต่างๆ คลิปเสียง รูปภาพ สารพัดที่จะแบกมาไหวลงกลางโต๊ะ

 

            !!!

 

ไม่ทราบว่าจะอธิบายยังไงครับชาร์ลีพูดขึ้นยิ้มๆในขณะที่หลักฐานทุกอย่างค่อยๆกระจายไปตามผู้บริหารแต่ละคนอย่างครบถ้วน เขานั่งลงและเท้าคางมองพวกหมูน่าเกลียดกำลังหาทางดิ้นหลุดออกจากบ่วงอย่างเหยียดหยัน

 

            หาทางรอดก็คงจะยากซักหน่อย ในเมื่อข้อมูลทุกอย่างเขาเป็นคนจัดการเองทั้งหมดนี่นะ...

 

อะ...อชาร์ลียักไหล่ หมดหน้าที่ของเขาแล้ว ที่เหลือก็เป็นการตัดสินของCEOอย่างแอชตัน

 

            ร่างสูงโปรงในชุดสูทลุกขึ้นยืนและกวาดยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง บรรยากาศกดดันแผ่กระจายไปโดยรอบ ดวงตาสีเทาอ่อนราวกับแช่แข็งลิ้นของผู้ถือหุ้นจอมลวงโลกได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

จากการพิจรนาหลักฐานแล้ว...คงไม่มีอะไรให้พูดมากนัก ถือว่าผมยังพอเห็นแก่หน้าพวกคุณที่เคยเป็นเพื่อนของCEOคนก่อน เชิญย้ายความเส็งเครงออกไปจากบริษัทนี้เงียบๆ แล้วผมจะไม่เอาความ ส่วนพวกคุณไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ

 

ดี ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีสัญญาณการคัดค้าน แอชตันนั่งกลับไปที่เดิมและใช้เท้าพาดกับโต๊ะอย่างไร้มารยาท ปรายตามองไปทางอดีตผู้บริหารทั้งสามราวกับเศษขยะ

 

เชิญครับคุณทอมป์สัน คุณกัมป์ คุณทิม ที่นี่ไม่มีไว้สำหรับคุณ

 

จำคำของแกไว้ให้ดี ไอหนูทอมป์สันพูดด้วยความโกรธแค้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะย้ายร่างอ้วนๆออกไปในที่สุด ตามด้วยอีกสองคนที่เหลือ พวกนั้นไม่แม้แต่จะกล้ามองตาของแอชตันด้วยซ้ำ

 

ใครจะคัดค้านอะไรอีกไหม ผมจะได้หาเรื่องถอดตำแหน่งออกยกแผง

 

ฮึ

 

            เสียงหัวเราะดังออกมาเบาๆจากห้องประชุม แอชตันและชาร์ลีเหยียดยิ้มขึ้นมาพร้อมๆกับ ใครจะกล้าขัดใจ ในเมื่อทั้งบอร์ดมันก็มาจากคนของแอชตันทั้งสิ้น เรียกได้ว่าการจัดฉากไล่ออกพวกคนขี้โกงเป็นไปได้ดีสมบูรณ์แบบ

 

            เรื่องทั้งหมดจบแล้ว แต่ยังก่อน...ชาร์ลีหมายมาดไว้ในใจ เรื่องที่สำคัญที่สุดของเขาตลอดเกือบปี ไอพวกเด็กในสต็อกของแอชตันนั่น...

 

            ดูเหมือนว่าได้เวลาที่เขาต้องทำให้ทุกอย่างกลับมาเข้ารูปเข้ารอยซักที

 

            ******

 

อืม...เด็กพวกนั้นหายไปไหนแล้วล่ะ?”

 

แฮ่ก...ไม่รู้สิ ชิท! อย่ากัดตรงนั้น!”

 

ตอบดีๆชาร์ลี สาบานว่าคุณจะโดนมากกว่านี้แน่ๆ

 

            ชาร์ลีสบถในลำคอเบาๆ แอชตันหัวเราะอย่างชอบใจ ทั้งแอชตันและชาร์ลีพึ่งจะได้นอนพักหลังจากเซ็กซ์จบลง ชาร์ลีกดจูบลงไปบนลำคอชื้นเหงื่อย้ำๆ

 

ผมหาที่ดีๆให้เขาไปหมดแล้ว สบายใจได้

 

หึ..ขี้หึงจังนะครับฝ่ายบุคคล

 

ผมหึงได้มากกว่านี้อีก

 

ฮ่ะๆ มันเป็นแค่เรื่องทางกาย ถ้าได้ผลประโยชน์พ่วงจากมันผมก็ไม่คิดมากหรอกแอชตันพูดขึ้นยิ้มๆ

 

รวมถึงผมหรือเปล่า

 

เราเลยจุดนั้นมาแล้วคุณก็รู้

 

            ชาร์ลีเงียบ แอชตันเงียบ เอาเป็นว่าเขาเข้าใจทั้งหมด มันง่ายมากด้วยอะไรหลายๆอย่าง ในขณะที่ชาร์ลีกำลังจะเอื้อมตัวไปปิดไฟ เสียงกระซิบแผ่วเบาจากข้างหู และนั่นทำให้ชาร์ลีดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดอย่างเต็มรักและตอบกลับไปด้วยความรู้สึกเดียวกัน

 

            5ปีผ่านไป อะไรหลายๆอย่างเริ่มวนเวียนซ้ำซาก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกที่พวกเขามีให้กันตลอดมา และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าพวกเขาจะตายจากกัน

 

“I love you”

 

“I love you too”

 

 

 

            End


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #128 Som O Usanee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:36
    สวัสดีปีใหม่นะคะ // แอชตันก็ยังคงแซ่บเว่อร์เหมือนเดิม อิอิ
    #128
    0
  2. #127 Felinonajang (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 13:50
    สวัสดีปีใหม่ค่า
    ตอนแรกคิดว่าจะมีดราม่าเล็กๆ แต่ยังรักกันดีก็โอเค ฮ่าๆ
    #127
    0
  3. #126 Markimoo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:07
    สวัสดีปีใหม่ค่าาา สาธุนะค้าาา ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านกันคับบ บทส่งท้ายแล้ว แต่ยังคงแซ่บไม่เปลี่ยนแปลงงงง อ๋อยยยย รักคนเขียนมักๆ//ส่งจูบ
    #126
    0