Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 21 : CH19 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 เม.ย. 60



CHAPTER 19

 

[Plan]

 



เรื่องกินจุนี่คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นสินะ

 

“…”

 

          หลังจากที่โดนพูดจาหว่านล้อมจนสำเร็จ ร็อบส์ได้ทำเรื่องให้อลันมาเป็นบุตรบุญธรรมของตัวเอง หากแต่สิทธิอยู่ที่ลูกพี่ลูกน้องของแม่อีกที ซึ่งทางนั้นก็ไม่ได้มีปัญหา ออกจะดีใจจนออกนอกหน้าด้วยซ้ำที่เขาจะไปให้พ้นๆกับชีวิต

 

          และแน่นอน ทั้งหมดนั้นเป็นความลับ

 

          เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่ถึงอาทิตย์ ร็อบส์จัดการย้ายเขาออกมาจากสถานบำบัดจิตเฮงซวยนั่นเงียบๆ แต่ถึงยังไง รายชื่อมันก็จะยังอยู่จนกว่าร็อบส์จะเป็นคนยืนยันว่าเขาหายจากภาวะทางจิตนั่นแหละ

 

          ตอนนี้ร็อบส์ได้กลายเป็นทั้งพ่อบุญธรรมและหมอประจำตัวเขาไปเรียบร้อยแล้ว

อลัน

 

ครับ

 

ฉันคิดว่าเธอสมควรที่จะเล่าเรื่องที่ผ่านมาให้ฉันฟังได้แล้ว

 

          อลันหยุดมือที่กำลังล้วงป๊อปคอร์นขณะดูภาพยนตร์ในจอทีวีขนาดใหญ่ตรงหน้า อันที่จริง เขาย้ายมาอยู่บ้านนี้ร่วมได้เกือบเดือนแล้ว วันหนึ่งวันก็หมดไปกับการดูหนังและการนอนบนเตียงตรวจในช่วงค่ำ

 

อยากฟังเรื่องไหนก่อนดีครับอลันยิ้มแกนๆพลางหันมองร็อบส์

 

ทุกอย่างนั่นแหละ เล่ามาให้หมด

 

          อลันนึกไม่ออกว่าจุดประสงค์ของร็อบส์คืออะไร ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อเด็กคนเดียว ความลังเลใจในการที่จะพูดทุกอย่างเริ่มมีมากขึ้น มากพอจนร็อบส์สังเกตเห็นมัน

 

อลัน...เราไม่ใช่คนอื่นใบหน้าคมคายจับจ้องเข้ามาจนอลันทำตัวไม่ถูกมากขึ้น

 

แต่เราคือครอบครัว ร็อบส์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง หนักแน่น จนความลังเลเริ่มจะหายไปอย่างช้าๆ

 

...ครับ

 

          และเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มถูกเล่าออกมาให้ร่างสูงที่นั่งฟังอย่างเงียบๆจนจบ...

 

 

[[ROB]]

 

        การที่จะรับเด็กคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในความดูแลมันไม่ใช่เรื่องง่าย ร็อบส์เชื่อแบบนั้น

 

          แต่มันเป็นไปแล้ว...

 

          เป็นครั้งแรกที่คนอย่าง ร็อบส์ เทย์เลอร์ จิตแพทย์จบใหม่เข้ามาทำงานที่สถานบำบัดจิตรู้สึกสงสารใครซักคน...

 

          เด็กตัวเล็กๆผอมแห้ง เกรี้ยวกราด โกรธแค้น สิ้นหวัง และหวาดกลัว...

 

          ร็อบส์รู้สึกได้ว่าผู้คนรอบตัวต่างก็ร้องห้าม ทั้งแพทย์และพยาบาล หรือแม้กระทั่งคนไข้บางคนที่มีสติอยู่บ้างก็ตาม เมื่อเขาพยายามที่จะเข้าไปในห้องบำบัดส่วนตัวของเด็กคนนั้นและแย่งมีดมา

 

          แต่ใครจะรู้ ว่าเขาทำสำเร็จ...

 

เธอจะได้ทำในสิ่งที่เธอต้องการ ขอเพียงแค่อย่าทำร้ายตัวเอง

 

ฮึก...

 

        ร็อบส์รู้เห็นทุกคำพูดทุกการกระทำของเด็กคนนี้ และสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในขณะนั้นคือการโอบกอดร่างเล็กไว้และคอยเฝ้าบอกว่ามันไม่เป็นไร ทุกอย่างจะดีขึ้นจนกระทั่งหลับไป

 

          ทั้งหมดนั่นเป็นแค่เพราะเขาสงสาร ร็อบส์ขอทำเรื่องการเป็นเจ้าของเคสคนไข้ของเด็กคนนี้แหละเริ่มศึกษาประวัติอย่างละเอียด

          อลัน แคลเลคแฮน

 

          ร็อบส์เปิดผ่านหน้าเอกสารไปอย่างช้าๆ ค่อยๆทำความรู้จักเรื่องราวของอลันไปทีละน้อย แต่นั่นเป็นเพียงแค่เบื้องต้น ร็อบส์รู้ดีว่ายังไงเสียทั้งหมดทั้งมวลที่หล่อหลอมอลันขึ้นมามันมีอะไรมากกว่าที่ประวัติลงบันทึกไว้

 

          และแน่นอนว่ามันเกี่ยวพันกับคนที่ชื่อ แอชตัน ด้วย

 

          ร็อบส์เข้าใกล้อลันมากขึ้น การแก้แค้นไม่ใช่เรื่องดี แต่เขาก็ยังคอยบอกย้ำเรื่องการแก้แค้นให้อลันฟังทุกครั้งที่เจ้าตัวขัดขืนการรักษาของเขา

 

          ทั้งหมดนั่นก็แค่กลการหลอกล่อ คนไข้บางคน การพูดในสิ่งที่เขาต้องการก็สามารถจะทำให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นได้ และอลันเป็นบุคคลประเภทนี้ การพูดขัดหรือส่อความคิดเห็นไปในทางตรงกันข้ามจะยิ่งทำให้ทั้งหมดแย่ลง

 

          ร็อบส์พูดไปส่งๆ แต่กระนั้นก็ยังตามค้นประวัติแอชตัน คลินน์อยู่เงียบๆ ซึ่งข้อมูลที่ได้มาก็ไม่ต่างจากการมองเห็นอลันยืนอยู่ตรงหน้าเท่าไหร่

 

          ความคล้ายคลึงนี้ยิ่งทำให้ร็อบส์ข้องใจมากขึ้นไปอีก และเขาไม่ใช่คนประเภทที่เมื่อสงสัยแล้วจะปล่อยไปง่ายๆ แต่มันก็ไม่มากพอเมื่อทุกครั้ง เขามักจะนึกถึงใบหน้าบูดบึ้งพอเปรยความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปในทางตรงกันข้าม

 

          เมื่อไหร่ที่ความสงสาร เริ่มจะกลายเป็นความเป็นห่วง

 

        ร็อบส์ตัดสินใจย้ายอลันเข้ามาเป็นลูกบุญธรรมอย่างเงียบๆ เขาปกปิดเรื่องนี้ได้ก็เพราะบ้านเด็กกำพร้าไม่ได้เปิดเผยถึงสถานะของอลัน ทั้งหมดนั่นอลันจะเป็นแค่เด็กธรรมดาในบ้านเด็กกำพร้า นอกซะจากว่าจะมีการค้นอย่างจริงจังเท่านั้น

 

          การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี อลันเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านอารมณ์ เจ้าตัวเลิกอาละวาดเหมือนเมื่อก่อน คุมอารมณ์ได้ดีขึ้น แต่มันก็ยังไม่พอ ทุกครั้งที่พูดถึงแอชตัน แววตาที่บ่งบอกถึงความเกลียดชังมันเผยออกมาชัดเจนจนร็อบส์รู้สึกได้

 

          และเมื่อผ่านพ้นไปหนึ่งเดือน เขาตัดสินใจถามอลันอย่างจริงจังในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างร้ายแรงสำหรับผู้ป่วยทางจิตถ้าคอยให้เขาย้ำแผลตัวเองซ้ำๆ แต่ร็อบส์จะเป็นต้องทำ เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่วางไว้

 

          แต่เมื่อฟังเรื่องทั้งหมด มันค่อนข้างที่จะเปลี่ยนความคิดเขาไปเล็กน้อย มัน...แย่ไม่น้อยเลยที่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นเพียงเพราะความบิดเบี้ยวของผู้ใหญ่ ส่งต่อมาถึงเด็กทั้งสองคน ถึงจะเป็นเพราะคนเริ่มเรื่องนี้ก็คือตัวอลันเอง

 

          อลันเป็นคนบังคับให้แม่ตัวเองพาตัวแอชตันมาไว้ที่นี่ ร้องขออย่างไม่ใช่เรื่องน่าอายว่าต้องการให้แอชตันกลายเป็นแบบแม่ของตน ความบริสุทธิ์ถูกบดบังด้วยกามราคะอันน่ารังเกียจ

 

          และไม่มีทางที่หล่อนจะปฏิเสธคำพูดของลูกตัวเอง บวกกับความอยากรู้อยากลองอะไรใหม่ๆ แอนนาจึงตัดสินใจพาแอชตันมาที่นี่ กักขังเอาไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่าการทรมานร่างกาย

 

          ทุกๆวันไม่ต่างอะไรจากการป้ายสีดำลงบนผืนผ้าสีขาวสะอาด แอชตันกลายเป็นพวกหวาดระแวง เสพติดความรุนแรงในที่สุด ทั้งหมดนั่นตกอยู่ในสายตาของอลัน

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่อลันเริ่มเปลี่ยนความรู้สึก ความสนุกที่เคยมีมันหายไปเพียงเพราะร่างกายมันร้อนรุ่มขึ้นหลังจากที่เห็นแอชตันมีเซ็กซ์กับแม่ของตัวเองครั้งแรก

 

          อลันเล่าว่าหวงแอชตัน มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมันยิ่งลุกลามเมื่อแอชตันได้ออกไปอีกสถานที่ มันไม่ได้มีแค่3คนเหมือนก่อน รู้สึกว่าอยากจะเก็บไว้คนเดียวมันสร้างความเจ็บปวดให้ไม่น้อยจนในที่สุดอลันก็เข้าหาแอชตันในอีกรูปแบบ

 

          อลันนอนกับแอชตันด้วยวัยเพียงแค่ 9 ขวบ และก็เป็นแบบนั้นมาซ้ำๆ จนกระทั่งคืนสุดท้าย

 

          แอชตันฆ่าแอนนาด้วยการผลักให้ล้มลงและใช้รองเท้าส้นสูงตอกเข้าไปที่หัวของหล่อนซ้ำๆจนตาย

 

          ร็อบส์เงียบสนิท เขาไม่คิดโทษว่าเป็นความผิดใคร แต่ทั้งหมดนั่น ยังไงเสียทั้งอลันและแอชตันต่างก็ตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของผู้ใหญ่ที่มักมากเท่านั้นไม่ใช่หรือยังไงกัน?

 

          ความคิดในหัวเปลี่ยนไป ร็อบส์ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่แค่เห็นรอยยิ้มของอลัน การมีชีวิตของเด็กตัวเล็กๆในบ้านอันเงียบเหงา ใครจะว่าเขาลำเอียงก็ช่าง การกระทำบางอย่างไม่สมควรที่จะมีเหตุผลมารองรับให้มันหนักสมอง

 

          ร็อบส์รู้แค่ว่าเขาควรจะทำอะไรซักอย่างให้รอยยิ้มของอลันยังคงอยู่ต่อไป ทำอะไรก็ได้เพื่อเป็นการบรรเทาความเจ็บปวดในการสูญเสียของเด็กคนหนึ่ง

 

 

          วันเวลาผ่านไป ร็อบส์ทุ่มเทให้กับการรักษาและบำบัดอลันจนหายเป็นปกติ อลันในวัย20ปี ไม่มีเด็กที่เกลียดชังทุกอย่างรอบตัว มีแค่เด็กหนุ่มที่รู้จักใช้รอยยิ้มบดบังและเก็บความแค้นใส่ลงไปในส่วนลึกที่สุดเพื่อรอวันปะทุ

 

ไอเนรคุณ!!”

 

หืม...ว่ายังไงนะครับ?”

 

อึก แค่ก!!”

 

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้ผมเสมอมานะครับ...คุณลุง

 

อลันว่าขึ้นน้ำเสียงเยาะเย้ย ขัดกับใบหน้าซีดเผือดดูหวาดหวั่น ไม่ได้มีความจริงใจตรงตามข้อความที่สื่อออกมาแม้แต่นิด

 

ท่าทางหวาดวิตกและตื่นกลัวถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อหลอกตา...ว่าเจ้าตัวทำการฆาตกรรมลุงตัวเองในห้องทำงาน เพียงแค่ชาถ้วยเดียวจากสาวใช้ปริศนา

 

          ตุบ!...

 

คุณลุง!!!!” หลังจากร่างอ้วนท้วมล้มลงกับพื้น อลันกรีดร้องด้วยความตกใจ ปราดเข้าไปประครองร่างนั้นขึ้นมาบนตัก ซึ่งร็อบส์รู้ดีว่าควรจะทำอะไรต่อ

         

          ร่างสูงจัดการโทรศัพท์หาโรงพยาบาล แจ้งข่าวให้กับซีเมนต์ ผู้ช่วยของใครบางคน รีบส่งตัวอลันกลับสถานบำบัดเนื่องจากสภาพอันเสียขวัญและอาละวาดหวาดกลัวต่างๆนาๆ โดยมีเขาคอยให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่เพียงลำพัง

 

เกิดอะไรขึ้นครับซีเมนต์?”

 

คุณท่านเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันครับ ทางการจะรีบพิสูจน์และแจ้งมาทางเราโดยเร็วที่สุด

 

แล้ว…?”

 

สวัสดีครับคุณชาร์ลี ผมร็อบส์ เทย์เลอร์ จิตแพท์ประจำสถานบำบัดจิตxxx”

 

          ร็อบส์มองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ใบหน้าแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากมิสเตอร์ชาร์ลี ลูกบุญธรรมตามกฎหมายของดีแลน สมิธ

 

          และเป็นอีกหนึ่งคนที่เขาวางหมากให้เข้าร่วมแผนการที่วางไว้หลายปี

 

          ดีแลน สมิธ นับได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของอังกฤษ ธุรกิจเกือบค่อนประเทศล้วนมีชื่อของเขาเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์เสียส่วนใหญ่

 

          ด้วยความที่ดีแลนไม่มีลูกในไส้ หรือเครือญาติคนไหน อลันก็อยู่ในสภาวะจิตไม่ปกติ แน่นอนว่าชาร์ลีที่เป็นลูกบุญธรรมจะต้องได้รับสืบทอดตามกฎหมาย นั่นจึงเป็นข้ออ้างชั้นดีที่เขาจะทำให้แผนการมันไวขึ้นอีกนิด

 

          ชาร์ลีเป็นประเภทไม่ชอบทำงานนั่งโต๊ะ เขารู้จากการที่เข้ามาปรึกษาหารือกับดีแลนบ่อยๆถึงเรื่องอาการของอลัน เพราะฉะนั้น ดีแลน สมิธถึงต้องเสียชีวิตและส่งมอบทั้งหมดให้ชาร์ลีจัดการ ซึ่งจากการคาดเดา ชาร์ลีอาจจะส่งมันต่อให้ใครซักคนจัดการไปซักระยะ และถ้าหากว่ามีที่ปรึกษาด้วยแล้วล่ะก็...  

 

          ร็อบสถึงได้ยอมเพิ่มความเสี่ยง และเข้าไปเป็น ที่ปรึกษา ที่ว่านั่นจากการรู้จักครั้งนี้

 

          ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับอลันทั้งสิ้น แม้กระทั่งชาร์ลีตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเขาไว้ไม่น้อยแต่ ดีแลน สมิธไม่คิดจะเปิดเผยว่าตนเองเกี่ยวข้องกับอลันอย่างไร

 

          ร็อบส์ใช้จุดบอดนี้ในการอ้างว่ามาปรึกษาเกี่ยวกับความเครียดของตัวดีแลนเอง ซึ่งมันก็จริงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง ในเมื่ออยากจะเก็บเป็นความลับ เขาก็จะใช้ประโยชน์ และคำแก้ตัวนั่นทำให้ข้อสงสัยต่างๆหมดไป นั่นทำให้ร็อบส์เหยียดยิ้มในใจอย่างอดไม่ได้

 

          แม้กระทั่งญาติคนสุดท้ายก็ไม่ได้คิดจะเหลียวแล หากไม่มีเขาซักคน อลันจะเป็นอย่างไร?

 

คุณควรจะพักผ่อนซักระยะนะชาร์ลี  ร็อบส์ปิดเอกสารและจ้องหน้ากับฝ่ายตรงข้ามอย่างจริงจัง

 

คุณคิดว่าผมควรจะทำแบบนั้น?” ชาร์ลีตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

 

ครับ เปิดหูเปิดตากับสำเนียงอเมริกันบ้างก็คงดีไม่น้อยเลยทีเดียวร็อบส์ยกยิ้มนิดๆ พร้อมดันนามบัตรของสถานบริการกลางคืนชื่อดังยื่นไปให้

 

หึ...เปลี่ยนจากปอนด์เป็นดอลลาร์ก็ไม่เลวเหมือนกันครับ

 

โชคดีล่ะชาร์ลี

 

หวังว่ากลับมาในหัวผมคงปลอดโปร่งขึ้นนะ

 

          และนั่นคือบทสนทนาสุดท้ายที่ร็อบส์ได้คุยกับชาร์ลี เขาเชื่อว่าไม่เหตุผลใดเหตุผลหนึ่งชาร์ลีจะต้องไปที่นั่นเพื่อเจอกับ แอชตัน คลินน์ ตามที่ร็อบส์คิดไว้ ส่งอลันเข้าไปในจังหวะที่ทุกอย่างพอดี

 

          รอจนกระทั่งเวลาทั้งหมดลงตัว เขาใช้ข่าวของทั้งคู่เป็นตัวเปิดประเด็นและต่อด้วยข่าวฆาตกรรมแอนนาเพื่อเป้าหมายที่ต้องการอย่างแท้จริงโดยไม่ลังเล

 

ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหมครับ

 

“…ใช่ ทุกอย่างเรียบร้อยดี

 

          ร็อบส์ระบายยิ้มใจดีบนใบหน้า เคลื่อนตัวมานั่งข้างๆและรั้งร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตักอย่างทะนุถนอม

 

คุณหมอคิดว่าแผนจะสำเร็จไหม

 

ไม่มีอะไรที่ฉันทำไม่ได้นะเด็กน้อยร็อบส์ยืนยันคำพูดด้วยการกดจูบต้นคอขาวอย่างแผ่วเบา

 

ผมหวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น

 

          เดิมที ร็อบส์ตั้งใจไว้ว่าสิ่งสุดท้ายจากการกระทำนี้คือแอชตันที่ได้รับความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด แต่ดูเหมือนอะไรๆมันผิดความคิดเมื่อแอชตันเริ่มเคลื่อนไหว

 

          ร็อบส์มั่นใจว่าอีกไม่นาน แอชตันจะเป็นคนเข้ามาหาและทำทุกอย่างให้มันจบลงไวกว่าที่เขาจะทำ

 

          ร็อบส์จึงคิดจะหาโอกาสและทำมันให้เร็วที่สุดเพื่อปิดตายสิ่งที่ฝังใจอลันมานานแสนนาน

 

เขาต้องการฆ่าทั้งแอชตัน และชาร์ลีทิ้ง

 

          ซึ่งนั่นร็อบส์ไม่มั่นใจเลยว่ามันจะสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เวลาเท่านั้น

 

          อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาทำได้ถึงขนาดนั้น อดทนมาเกือบสิบปีและทุ่มทุกอย่างจากการกระทำครั้งเดียว

 

          อลัน แคลเลคแฮน คือเหตุผลที่เดียวร็อบส์ฝ่าฝืนจรรยาบรรณแพทย์ วางแผนทำร้ายคนอื่นได้อย่างเลือดเย็นโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบใดๆที่จะตามมา

 

          เมื่อเทียบกัน แอชตันมีทุกอย่าง ครอบครัว ความรัก ชื่อเสียง แต่ในขณะเดียวกัน อลันไม่มีซักอย่าง แม้แต่ตัวตนปกติยังถูกบดบังด้วยสถานะวิกลจริต มีเพียงแค่เขา เขาคนเดียว...

 

          จะให้เขายอมรับอย่างง่ายๆและปล่อยมันไป ร็อบส์ทำไม่ได้...

 

          ความรู้สึกที่เคยมีเมื่ออลันยังเด็กมันเกินเลยไปมากกว่าคำว่าเป็นห่วง เกินเลยจนร็อบส์ไม่รู้ตัวว่าทุกอย่างมันถลำลึกจนย้อนอะไรกลับไปแก้ไขไม่ได้อีก

 

          เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อให้อลันยังคงมีรอยยิ้มและมีความสุข ไม่มีใครจะมาทำร้ายอลันได้หากว่าเขายังอยู่ อะไรก็ตามที่ทำให้อลันเจ็บปวด เขาจะกำจัดมันไปให้พ้นทาง

 

          ที่ผ่านมา ร็อบส์ได้แต่สงสัย ว่าอะไรบางอย่างที่ทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่เขาก็เข้าใจได้ในที่สุด

 

          หากผู้คนเรียกสิ่งนี้ว่าความรัก เขาก็คงไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน...

 

          เขาตกหลุมรักอลันอย่างไม่อาจจะถอนตัวได้อีก...


100%


     สวัสดีอีกครั้งกับตอนที่19 ค่ะ รู้รายละเอียดของหมอร็อบส์กันแล้วเนอะ อืมมม ยังไงดี นิยามความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ถูก จะพ่อรักลูกก็ไม่ใช่ คนรักก็ไม่เชิง ด้วยความที่ห่างกันถึง15ปี ความรักมันเลยคลุมเครือ แต่ถ้าถามว่ามันเป็นรักประเภทไหน ประเภทบ้าค่ะ ทำทุกอย่างให้เขามีความสุขแต่ไม่คำนึงถึงตัวเอง ร็อบส์เป็นแบบนั้น รักอลันและพร้อมทุ่มเท แต่อลัน...อืม...อันนี้ไม่รู้ค่ะ 555 ต้องรอดู ตัวเรื่องโค้งสุดท้ายแล้วจริงๆ ตอนหน้ามาเจอกับแอชตันในคราบมัจจุราชกัน นางเริ่มตามล่าแล้วจ้าา 

     

ยาวจริงๆตอนนี้ อัดอั้นมานาน 555 ขอให้อ่านกันอย่างสนุกสนานนะคะ ฝันดีค่ะนักอ่านทุกคน 


อยากได้กำลังใจจังเลย -..- 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #107 Felinonajang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 18:46
    ถ้าร็อบจะลำเอียงเข้าข้างอลัน งั้นขอลำเอียงเข้าข้างแอสตันกับชาลีนะ 
    วลีในประเทศแถบเอเชียประเทศนึงได้กล่าวไว้ว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง 
    ความรักนี่อานุภาพช่างร้ายแรงนัก
    #107
    0