Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 20 : CH18 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 เม.ย. 60



CHAPTER 18

 

[CRAZY]



 

[[ALAN]]

 

        มนุษย์มักมีหลายสิ่ง...

 

          ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความหนาว ความหิว

 

          หรือความรัก...

       

        นั่นพอหรือไม่สำหรับมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ หากทรงถามพระผู้เป็นเจ้า คุณคิดว่าท่านจะตอบกลับมาว่าอะไร?

 

          สิ่งที่อลันไม่เคยคิดแต่จะวิงวอนขอความเมตตาจากพระเจ้า อลันไม่รู้ว่าตัวเองหมดศรัทธาในสิ่งที่เรียกว่าความรักไปนานแค่ไหน ห้าปีหรือสิบปี

 

          เพราะอลันมีสิ่งที่เรียกว่าความแค้นเข้ามาแทนที่จนหมด

 

          อลันแค้นจากทุกสิ่งรอบตัว เพียงแค่หันมองก็พบเจอแต่ความเน่าเฟะของโลกใบนี้ ไม่มีใครที่อลันสมควรจะมอบสิ่งที่เรียกว่าความรักให้อีก ในเมื่อมันพังไปต่อหน้าต่อตา

 

          พังไปกับผู้ชายที่ชื่อ แอชตัน คลินน์...

 

          รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิด แต่เขาไม่คิดจะสน เพียงแค่ขอให้ได้ความรักจากเขาเท่านั้น เป็นสิ่งที่อลันต้องการที่สุด

 

          และรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีค่ามากพอที่จะได้รับมันจากแอชตัน แต่ก็ยังเรียกหา กักขัง ฉุดรั้งเอาไว้ทุกทิศทางเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน

 

          อลันไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ มันอาจจะเป็นแค่ความสนุกในวัยเด็กจนกลับกลายมาเป็นแบบนี้

 

          วันที่เขาเสียทั้งแม่และแอชตันไปในคืนเดียวกัน

 

        อลันนั่งตัวสั่นอยู่ใต้บันได ร่างเล็กนั่งกอดเข่าตัวเองแน่นและอุดเสียงร้องไว้ด้วยการกัดนิ้วมือ จำได้ดีที่สุดคือร่างของแม่ที่เปื้อนเลือดเต็มชานบันได และร่างสูงของเด็กวัยรุ่นที่เดินออกจากบ้านพร้อมกับรองเท้าของแม่

 

          รองเท้าส้นเข็มที่ใช้แทงเข้าที่หัวของแอนนา แคลเลคแฮน แม่ของเขาเอง!!

 

          อลันจำไม่ได้แล้วว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ตื่นมาพบกับผนังห้องสีขาว กลิ่นฉุนขึ้นจมูกบ่งบอกสถานที่ได้ดีว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาล อลันได้เห็นข่าวในโทรทัศน์ ข่าวเรื่องการตายของแม่เขาถูกลงความเห็นไว้ว่าเป็นการฆาตกรรมจากผลประโยชน์

 

          หึ โกหกทั้งเพ!!

 

          ไม่มีคำพูดอะไรออกจากปาก แพทย์ของทางโรงพยาบาลระบุว่าอาจเกิดจากผลกระทบทางจิตใจ พักอยู่ได้ร่วมอาทิตย์ หลังจากหายดี เขาถูกส่งไปที่ประเทศอังกฤษ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า EDEN HOUSE โดยดีแลน สมิธ ลูกพี่ลูกน้องของแม่ได้รับเขาไปเลี้ยงดู

 

          ความรู้สึกจากที่ย้ายเข้ามาอยู่ ลุงดีแลนที่เอ่ยปากกับสื่อโทรทัศน์จนเห็นทุกวี่ทุกวันว่าจะเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดีแทนแม่ที่เสียไป จะเป็นเหมือนพ่อและแม่แทนเหมือนที่เคยทำให้กับเด็กคนอื่นๆ

 

          นั่นก็เรื่องโกหก!!

 

        คนที่ได้ชื่อว่าลุง หลังจากที่เอาเขามาปล่อยไว้ก็หายหัวไป นานๆซักครั้งต่อเดือนถึงจะมาหาและพูดคุย และเป็นการพูดคุยที่อลันรังเกียจ

 

แม่ของแกมันสำส่อน ฉันเตือนซักกี่รอบแต่ก็ไม่คิดจะฟัง

 

แม่ของแกมันเสพติดเซ็กซ์ เคยมีซักวันไหมล่ะที่ไม่อ้าข้าให้กับพวกผู้ชาย!!”

 

          ถ้อยคำเสียดสีสร้างความเกลียดชังในใจของอลันให้สะสมทีละน้อย อลันเพียงแค่เก็บความอึดอัดเอาไว้ในใจ เขาทำได้เพียงแค่นั้น แต่ไม่นาน มันเริ่มจะลุกลามลงไปทีละนิด

 

          ทุกๆสถานที่ มักจะมีคำที่ว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็กเสมอ และที่นี่ก็มีไม่ต่างกัน

 

เห้ คุณแคลเลคแฮน แกเป็นตระกูลดังของอเมริกาหรอวะ?”

 

          สำเนียงบริทิชดังขึ้นจากด้านหลัง อลันหันไปมองก็พบกลุ่มของวัยรุ่นในบ้านเด็กกำพร้า ร่างกายใหญ่โตและใบหน้าดูก้าวร้าวบ่งบอกได้ดีว่าพวกมันคือปลาใหญ่ ส่วนเขาเป็นปลาเล็ก

 

เห...แกอยู่ในตระกูลที่มีชื่อเสียงนี่ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะ?” น้ำเสียงกวนประสาทและใบหน้ายียวนสร้างความอึดอัดให้อลันไม่น้อย เขาพยายามจะเดินหนีแต่ก็ถูกล้อมไว้

 

แกไม่รู้หรือไง? ฉันได้ยินมาว่าแม่ของไอนี่เป็นพวกติดเซ็กซ์น่ะ

 

ใช่ ฉันได้ยินมาอีกด้วยว่าแม่มันถูกคู่ขาแทงจนตายคาเตียงน่ะ โรคจิตชะมัด!”

 

ฮ่าๆๆๆ!!”

 

          เสียงหัวเราะเป็นอะไรที่น่าขยะแขยงที่สุดในเวลานี้ อลันกำมือแน่น ความรู้สึกแน่นในอกใกล้จะปะทุขึ้นมาทุกที ยิ่งสายตาจากคนรอบข้างและเสียงกระซิบของเด็กในบ้านกำพร้าด้วยกันที่พุ่งตรงมาที่เข้า อลันได้ยินคำดูถูกและคำด่าหยาบคายอย่างชัดเจน

 

เงียบนี่ไม่เถียงใช่ไหม? แม่แกนี่คงเป็นพวกขาดผู้ชายไม่ได้สินะ

 

แม่แกคงจะรักไอจ้อนของผู้ชายมากเลยสิท่า

 

แกก็คงเป็นแบบนั้นด้วย น่าขยะแขยงที่สุด!! ไอสำส่อน!”

 

ฮ่าๆๆๆๆ

 

          ไม่ไหว...

 

        ไม่รู้ว่าเสียงหัวเราะเงียบลงเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่ามือของเขามันไปในทิศทางไหน เสียงในหูเงียบสนิท ทุกอย่างดูลงตัวให้อลันหยิบไม้เขี่ยเตาผิงใกล้ๆถูกใช้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของเด็กที่น่าจะเป็นหัวโจกทันที

 

อ๊าก!!”

 

ร่างใหญ่โตนั่นล้มไปนอนกับพื้น ยกมือกุมใบหน้าด้วยความเจ็บปวด เลือดสีสดค่อยๆไหลผ่านง่ามนิ้วออกมา และไม่ทันจะได้โวยวาย อลันก็ฟาดเข้าที่กกหูของเด็กอีกคนจนล้มลงพื้นและครวญครางด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างจากคนก่อนหน้า

 

          ทั้งสองคนร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงร้องที่ฟังดูน่าเวทนาดังลั่นสร้างความสะใจให้อลันเป็นอย่างมาก ร่างผอมเล็กนั่งคร่อมเข้ากับคนที่เป็นหัวโจก ท่อนแขนแห้งเล็กเงื้อสุดมือ ฟาดไม้เข้าที่ศรีษระ ไม่มีการยั้งแรง มีแต่ยิ่งจะแรงขึ้นเรื่อยๆตามความเคียดแค้นที่เริ่มปะทุออกมา

 

ไม่พูดแล้วหรอวะไอสวะ!!!”

 

อ๊ากกกก!!!!!”

 

ฮ่าๆๆๆ

 

          เสียงหัวเราะเป็นที่ถูกใจของอลัน มันมาจากเขาเอง อลันฟาดไม้ไปตามร่างกายอีกฝ่ายตามความพอใจ ไล่ตั้งแต่หัว ใบหน้า และลำตัว เลือดสีสดส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วเมื่ออลันไม่ได้คิดที่จะหยุดแค่คนแรก หันกลับไปฟาดและทุบตีเด็กอีกคนที่นอนร้องอย่างหมดทางสู้ ร่างกายใหญ่ๆใช้ไม่ได้อีกต่อไปเมื่อมาอยู่ตรงหน้าเด็กตัวเล็กๆเพียง 10ขวบ

 

ไหนล่ะ? มีใครอยากจะพูดอะไรอีกไหม

 

พูดออกมาสิวะ!!!”

 

ฉ..ฉันขอโทษ

 

เห...อลันแสยะยิ้ม ปลายแหลมของไม้เขี่ยถูกเชิดใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม ขอโทษ?”

 

ไปตายซะไอสวะเอ้ย!!!”

 

ใบหน้าซูบตอบสะโกนออกมาเสียงดังลั่น ดวงตาสีน้ำตาลถมึงทึงและโปดปูนออกมาจนแทบจะทะลุ ส่งผ่านความเกลียดชังที่เคยมีทั้งหมดออกมาด้วยการฟาดเข้าไปที่ปากของไอนรกตรงหน้าซ้ำๆจนเสียงร้องที่เคยมีหยุดนิ่งไป

 

อลันระบายความแค้นที่สั่งสมมาตลอดนับเดือนด้วยการฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งแขนเล็กเงื้อสูง ความรู้สึกยิ่งไม่ต่างจากมัจจุราช ทั้งเหยียบและตบตี ตะโกนด่าทอราวกับโลกนี้มีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เป็นของตน เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นไม่ต่างไปจากคืนที่เขาเสียแม่ไปเลยแม้แต่น้อย

 

จนกว่าเจ้าหน้าที่ในบ้านเด็กกำพร้าจะเข้ามา ร่างทั้งสองของเด็กพวกนั้นก็ไร้ลมหายใจไปแล้ว...

 

อลันกลายเป็นที่หวาดกลัวของเหล่าเด็กกำพร้าในบ้าน ซ้ำยังกลายเป็นปลาใหญ่แทนไอพวกเดนนรกที่ตายไป แต่ก็เพียงไม่นาน อลันรู้ว่าการฆ่าคนมันไม่ใช่เรื่องดี

 

ในฐานะที่ฉันเป็นญาติของแก ฉันจะไม่เอาแกเข้าคุก

 

“…”

 

แต่แกจะไม่ได้เข้ามาเหยียบที่นี้ ฉันจะส่งแกไปที่สถานบำบัดจิตซะ

 

          คำพูดที่ดูเหมือนเป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไข แต่ภายใน อลันเห็นถึงความเกลียดและหวาดกลัวที่มีต่อเขา

 

          กับเด็ก10ขวบเนี่ยนะ?

 

          แต่ก็ดี...อะไรที่อลันคิดจะทำ เขาจะไม่ปิดบังมันอีก

 

          อลันเก็บความคิดที่อยากจะแก้แค้นแอชตันไว้ในใจ ในตอนแรกเพียงแค่หวังให้เขาโตมากพอที่จะทำมัน หากแต่ไมต้องอีกแล้ว สถานะของคนปกติถูกลบเลือน นั่นเป็นสิ่งที่อลันพอใจ เพราะเขาจะสามารถทำอะไรแบบที่ คนบ้า เท่านั้นที่จะทำได้

 

          อยากให้เขาเป็นบ้า อลันก็จะบ้าให้สมกับที่ถูกจับมายัดไว้ที่นี้เลยคอยดู

 

          ข่าวอย่างลับๆว่าเขาถูกส่งตัวมาด้วยเพราะเหตุฆาตกรรมเด็กในบ้านเป็นเหตุให้หลังจากที่เข้ามาในสถานบำบัดจิต เขาถูกเลื่อนจัดให้เป็นผู้ป่วยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

 

          อลันไม่ได้สนใจสิ่งนั้น เขาใช้เวลากับการขีดเขียนอะไรคนเดียวที่ผนังห้องด้วยช้อนที่แอบขโมยมาจากถาดอาหาร ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นแผนการที่เขาคิดจะแก้แค้นทั้งสิ้น

 

          ชีวิตนี้อลันคิดว่าถ้าไม่ได้เอาคืนในสิ่งที่แอชตันเคยทำไว้ เขาจะไม่สามารถใช้ชีวิตแบบสงบสุขได้อีก

 

          และอย่างที่บอก อลันกลายเป็นตัวแสบประจำสถานบำบัดจิต เขาทำร้ายร่างกายคนอื่นและรวมทั้งตัวเอง แต่อลันไม่ได้คิดว่าตัวเองจะไร้เหตุผลมากมายขนาดนั้น หากแต่เป็นเพราะคำดูถูกที่พวกมันใช้กับเขา ดังนั้นจะแปลกอะไรถ้าหากเขาจะไม่เอาคืนให้สมน้ำสมเนื้อ?

 

          และก็เป็นคำมนุษย์อีกเช่นกัน ที่บอกว่าคนเรามักมีจุดเปลี่ยนเสมอ อลันก็เช่นกัน

 

ฉันว่าเธอควรจะกินอะไรซักหน่อยนะ

 

“…”

 

ถ้าเธอยังไม่กินอะไรแบบนี้ คิดว่าจะแก้แค้นใครได้?”

 

          อลันหันขวับกลับไปมองร่างสูงในชุดกาวน์อย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าขมวดคิ้วมุ่นตลอดเวลา ความรู้สึกแทงใจดำทำให้ริมฝีปากแห้งแตกสบถด่าอย่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้

 

ไอหมอเส็งเคร็ง

 

ว่าไง จะกิน...หรือไม่กิน?”

 

“…”

 

ฉันมีอมยิ้มในกระเป๋าด้วยนะ ถ้าเธออยากได้-

 

ต้องการอะไร?”

 

          อลันถามเสียงห้วน หันกลับไปจ้องสีน้ำทะเลลึกจากดวงตาคู่คมนั่นอย่างไม่กลัวเกรง ท่าทางหงุดหงิดแต่ก็ยอมหันมาคุยทำให้จิตแพทย์หนุ่มอย่างร็อบส์ ยื่นถอดอาหารไปข้างหน้าพร้อมกล่าวเสียงเรียบ

 

ฉันอยากให้เธอกินมัน อลันมองถาดอาหารด้วยสีหน้าขยะแขยง พลันเหลือบมองหน้าอีกฝ่ายไปด้วย

 

เพื่ออะไร?”

 

ถ้าคิดจะแก้แค้นด้วยสารรูปแบบนั้น…” ชั่วขณะหนึ่ง เขาเห็นรอยยิ้มเหยียดจากมุมปากนั่นแวบๆ ก่อนแทนที่ด้วยใบหน้านิ่งสนิทแบบเดิม เอาเป็นว่า ฉันแนะนำให้เธอกินมัน แล้วเรามาช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน ตกลงไหม?”

 

          อลันชั่งใจอยู่ซักพัก และด้วยความเป็นเด็ก อีโก้หรืออะไรก็ตามมันอดทนต่อความหิวที่ร้องประท้วงขึ้นมาไม่ได้อยู่แล้ว มือเล็กจึงคว้าถาดอาหารขึ้นมาจัดการเงียบๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้จิตแพทย์หนุ่มยิ้มได้ ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มจางๆก็เถอะ

 

หึ เด็กดี...

 

หุบปากไปซะไอเวรอลันก่นด่า ก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าโดยที่ไม่มีเสียงรบกวนให้หงุดหงิดใจอีกเลย

 

          10 Days Later…

 

เธอน่ะ...อยากจะมีครอบครัวอีกครั้งไหม?”

 

เห...คำถามแปลกประหลาดดีนี่ครับอลันทำสีหน้าแปลกใจที่ดูก็รู้ว่าเสแสร้งใส่ร่างสูงแบบกวนประสาท

 

          หลังจากตอนนั้น ความสัมพันธ์ของหมอร็อบส์กับอลันค่อนข้างไปในทางที่ดี อลันไม่ได้โง่พอที่ดูแล้วไม่รู้ว่าใครคิดดีหรือคิดร้ายใส่ บวกกับที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ... เรื่องทุกอย่างมันก็เป็นอย่างที่เห็น

 

          มีบ้างที่อลันทำร้ายตัวเองและอาละวาด แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มักจะมีคนหยุดการกระทำนั้นเสมอ

 

          นั่นก็คือร็อบส์

 

        และนั่นก็เป็นสาเหตุที่เขากับอีกฝ่ายยังอยู่ร่วมโลกได้จนถึงตอนนี้ แต่อะไรนะ? นี่เจ้าตัวหลงลืมว่าอย่าเที่ยวมาถามคำถามแปลกๆทั้งที่รู้จักกันไม่กี่วันหรือเปล่า?

 

ฉันจริงจังนะอลันร็อบส์ถอดแว่นออก หันกลับมาจ้องหน้าเขาตรงๆ

 

คุณคิดว่ายังไง?” อลันแกว่งเท้าเล่นไปมาบนเตียงตรวจ เดาะลิ้นเป็นจังหวะในสภาวะอารมณ์ดี

 

เอาตรงๆฉันอยากให้เธอมาเป็นลูกบุญธรรมของฉัน

 

ร่างสูงยืนขึ้นเต็มความสูง มือหนาของร็อบส์จับเข้าที่หัวไหล่เล็กไว้แน่น โค้งตัวลงมาเพื่อที่จะได้จ้องหน้าเขาได้สะดวก ความรู้สึกเหมือนถูกดูดจากดวงตาสีน้ำทะเลทำให้อลันชะงัก

 

ฉันคิดว่าเธอเป็นเด็กที่วิเศษ อลันจากสัมผัสที่หัวไหล่ย้ายมาที่เส้นผม ร็อบส์ยิ้มจางๆ มือสากใหญ่ขยี้ลงมาเบาๆ

 

ฉันคิดว่าเราควรทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ แน่นอน เธอมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ เธอจะไม่ถูกกักขังที่นี่อีกต่อไป อยู่กับฉันที่บ้าน แล้วเราจะช่วยกันคิดแผนที่ว่านั่น ดีไหม?”

 

ผม...อลันสับสน...อะไรหลายๆอย่างตีกันในหัวจนวุ่นวาย ในหัวที่มีแต่เรื่องการแก้แค้นดูมึนตื้อไปทันที

 

ฉันรู้ดี แต่การแก้แค้นไม่ใช่ทั้งหมด อลัน การทำให้ตัวเองสมบูรณ์ที่สุดเพื่อที่จะทำในสิ่งที่เธอคิดได้อย่างใจมันเป็นเรื่องสำคัญ เธอควรห่วงตัวเอง...

 

“…”

 

เหมือนที่ตอนนี้ฉันเป็นห่วงเธอ และฉันไม่ได้โกหก...ฉันพูดจากใจ

 

          โอเค...

 

        อลันนึกอยากจะคว้าอะไรซักอย่างมาแทงเข้าที่ใบหน้าคมๆนั่นแล้วหนีไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่ขาเล็กๆที่ตัวเองเป็นเจ้าของกลับไม่ทำตามดั่งใจนึก อลันยังนั่งอยู่กับที่พร้อมกับความร้อนผ่าวที่ขอบตา

 

          เห้..ไม่เอาน่า เขาจะร้องไห้งั้นหรอ?

 

          แล้วนั่นอะไร จะมองด้วยสายตาแบบนั้นไปถึงเมื่อไหร่กัน...

 

          แค่คำพูดง่ายๆพวกนั้น ความรู้สึกที่อลันกดมันไว้ลึกที่สุดค่อยๆแสดงออกมาในรูปแบบของหยดน้ำ ผ่านจากดวงตาคู่สวยและหยดลงที่หน้าขาอย่างไร้คำพูดใดๆ

 

ผมกินจุนะครับ

 

แน่นอนว่าฉันพร้อมที่จะจ่ายค่าอาหารให้เธอ

 

          เขาก็แค่ต้องการใครซักคนที่ปลอบใจแบบนี้ตั้งแต่แรก...

 

          เขาแค่ต้องการเพื่อนที่ดี...เพื่อนที่ไม่ได้มองเขาจากแค่ข่าวลือ

 

          การแก้แค้นมันเป็นสิ่งผิด อลันรู้ มันเกิดขึ้นโดยที่เขาเป็นตัวต้นเหตุ

 

          เขาแค่หวังว่าจะมีใครเข้าใจจิตใจของเขาจริงๆซักครั้ง

 

          และร็อบส์กำลังแสดงมันออกมาอย่างช้าๆ ให้อลันได้ซึมซับความรู้สึกที่ว่านี้ลงไปในส่วนลึกของจิตใจ

 

ผม...ตกลง

 

          อลันคิดว่าอย่างน้อย...การมีเป้าหมายอื่นนอกจากการแก้แค้นก็ไม่เลวเหมือนกัน


100%


     กลับมาอีกครั้งในมุมมองของอลัน อลันก็น่าสงสารนะคะ ทุกตัวละครมีการกระทำของตัวเอง อลันแค้นแอชตันแต่ก็รู้ตัวว่าตัวเองทำผิด รู้ตัวแต่ก็ยังทำมันเลยทำให้เรื่องราวบานปลายเนอะ แต่ถ้าไม่มีอลัน ชาร์ลีกับแอชตันก็:) 555  หมอร็อบส์ของเรา...เอ่อ มาปลายเรื่องแต่ก็เป็นตัวต้นเหตุของเรื่อง...ส่วนเรื่องอะไรนั้น ไว้ไปเจอกันตอนต่อไปค่ะ พาร์ทหน้าก็จะยังเป็นของอลันเนอะ สำหรับวันนี้ ฝันดีค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #97 Som O Usanee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:44
    จิตสุดในเรื่องอาจเป็นหมอร็อบส์ก็ได้นะ คือนางจะมารับอลันเป็นลูกด้วยเหตุผลอะไร? นางอาจจะต้องการชดใช้อะไรบางอย่าง หรือนางอาจจะต้องการหลอกใช้อลันทำอะไรบางอย่างแทนนางก็ได้ เห็นได้ว่านางพูดจาสนับสนุนอลันเรื่องแก้แค้น มันดูแปลก ๆ ไหมถ้าหมอจะพูดกับคนไข้แบบนั้น
    #97
    0
  2. #96 Som O Usanee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:26
    นี่มารอแอชแผลงฤทธิ์โดยเฉพาะ อิอิ
    #96
    0