Forbidden Boss 'ของสูง' [ yaoi ]

ตอนที่ 13 : CH11 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ม.ค. 60



CHARPTER11

 

[งานเลี้ยง]



 


สรุปตามทั้งหมดที่ผมสั่งนะครับ

 

ค...ค่ะ ทางร้านจะส่งสูทกลับไปทางที่อยู่ของคุณนะคะ

 

ครับ

 

          พนักงานสาวแคชเชียร์พูดด้วยน้ำเสียงตะกุดตะกัก ใบหน้าที่ประดับไปด้วยเครื่องสำอางค์กำลังแดงก่ำจนแทบไม่ต้องปัดเพิ่มเมื่อเห็นภาพของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งคู่

 

          คนที่ยืนยิ้มทั้งที่กระดุมเสื้อหลุดหายไปเกือบทั้งแผง กับอีกคน...โชว์รอยกัดที่ต้นคอชื้นเหงื่อด้วยสีหน้าที่ดูก็รู้ว่าทำอะไรมา

 

...ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ

 

ยินดีครับ

 

          ชาร์ลีตอบรับหล่อนด้วยรอยยิ้ม เดินตามหลังแอชตันแบบคนอารมณ์ดี

 

          ถ้าไม่แยกให้ออก ก็คงไม่ต่างจากคนบ้าเท่าไหร่

 

ยิ้มอะไรของคุณ

 

จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะบอกว่า...ชาร์ลีเว้นช่วงไปเล็กน้อย

 

ผมคิดว่าผมควรพกถุงยางติดตัวเพิ่ม

 

หึ...แอชตันยิ้มเหยียด

 

ไม่ยักรู้ว่าคุณขี้หึง

 

เขาไม่ได้เรียกว่าหึง ชาร์ลีแอชตันสวน หันมองเขาเล็กน้อย

 

ก็แค่สนองช่วงหมาติดสัด...

 

สงสัยติดสัตว์ตัวเมียแบบคุณล่ะมั้ง

 

ชาร์ลี…”

 

ฮะๆ โอเค เลิกเล่นชาร์ลียกมือขึ้นยอมแพ้

 

แล้วคุณนัดผมมาทำอะไรที่นี่?” ชาร์ลีถามถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายนัดเขาออกมาหลังจากเลิกงานใน 3-4 วันถัดมาหลังจากได้รับบัตรเชิญ

 

ตัดสูทใหม่

 

คนอเมริกันกวนประสาทเก่งทุกคนหรือเปล่า?”

 

แล้วบริทิชแบบคุณทำไมถึงได้พูดอเมริกันชัดนัก?”

 

          ชาร์ลีกลอกตา เรื่องสำเนียงที่ไม่ค่อยจะเป็นปัญหาของเขาทำให้คนนั้นเข้าใจผิดบ่อยๆ กระทั่งที่บริษัทของแอชตันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาไม่ใช่คนอเมริกัน

 

ขอเลยแอชตัน ผมไม่ใช่อเมริกันและเขาค่อนข้างที่จะ...นิยมประเทศตัวเองมากกว่า

 

งั้นก็กลับเมืองผู้ดีคุณไปซะสิ

 

ถ้าผมกลับ คุณจะเสียใจ

 

ฮึ...หลงตัวเองใช้ได้นี่แอชตันหันกลับมามอง เลิกคิ้วได้รูปขึ้นแล้วเหยียดยิ้ม

 

ฮะๆ ไม่มีใครทนมือทนเท้าคุณได้เท่าผมหรอกชาร์ลีไหวไหล่

 

กลับคอนโดไปได้แล้วแอชตันพูดขึ้นเมื่อเดินมากับเขาจนถึงลานจอดรถ

 

ครับ

 

แล้วก็...หลังงานกาล่า มีที่ที่หนึ่งอยากจะพาคุณไป

 

“?” ชาร์ลีทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย มองแอชตันที่ทำหน้าแปลกๆก็อดถามไม่ได้

 

มีอะไรหรือเปล่า?”

 

เปล่าแอชตันส่ายหัว หันหลังเดินกลับไปทิศของรถตัวเองแล้วโบกมือลาแบบไม่หันกลับมามองอีก

 

เจอกันพรุ่งนี้


งานกาล่าเป็นสิ่งที่ชาร์ลีค่อนข้างจะเกลียด

 

        ไม่สิ เกลียดมากด้วย

 

          ชาร์ลีในชุดสูทสีกรมท่านั่งอยู่ในรถยนต์คันโปรดของตนมาเป็นเวลาหลายนาที และสาเหตุก็มาจากการที่แอชตันเอาแต่ประวิงเวลาคุยกับครอบครัวอันแสนสุขของตัวเอง

 

          ถ้าจะบอกให้ถูกก็คือโดนครอบครัวเป็นห่วงเป็นใยเกินเหตุล่ะนะ

 

          เขาคิดแบบหน่ายๆ สตาร์ทรถอีกครั้งเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำและหูกระต่ายเดินตรงมาทางเขา

 

อรุณสวัสดิ์มิสเตอร์ชาร์ลี

 

จะบอกว่านี่มันเกือบทุ่มแล้วคุณคลินน์ชาร์ลีตอบเสียงห้วนๆ สตาร์ทรถขับออกไปสู่ถนนใหญ่ เส้นทางที่เขาจะไปคือโรงแรมชื่อดังในลอสแองเจลิส

 

กล้าย้อนผม?” แอชตันถามเสียงสูง หรี่ตามองเขา

 

ใครจะกล้าชาร์ลีรับคำ สังเกตแอชตันผ่านๆหางตาก็พบว่าเจ้าตัวกลับมาไว้หนวดเคราจางๆอีกครั้ง

 

คุณไว้หนวดอีกแล้ว?”

 

...ชาร์ลีมองสายตาเหยียดๆนั่นก็ยิ้มออก หันกลับไปขับรถต่อ

 

แต่ก็ดี น่าลูบดี

 

 

          บรรยากาศในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง แอชตันถือวิสาสะเปิดเพลงในรถเขา เปิดกระจกรับลมแล้วหลับตาแบบไม่แคร์ทรงผมแน่นๆนั่นเลยแม้แต่น้อย

 

แอชตัน...

 

อือ รู้แล้ว

 

          แอชตันเปิดเปลือกตาหลังจากที่รถมาจอดสนิทในลานจอดรถของโรงแรม เรือนร่างสมส่วนก้าวขายาวๆลงมาตามด้วยการจัดหูกระต่ายให้เข้าที่ ดวงตาสีเทาอ่อนเหลือบมองมาทางเขาเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

 

คุณเป็นคนที่เรื่องมากเรื่องชีวิตรอบตัวรู้ไหมชาร์ลีแอชตันขยับเข้ามาใกล้ จับเข้าที่เนกไทของเขาแล้วจัดให้เข้าที่

 

แต่ก็เป็นพวกไม่เป๊ะกับตัวเองเอาซะเลย

 

กลิ่นหอมอาฟเตอร์เชฟเฉพาะตัวอ่อนๆลอยเข้าจมูก ชาร์ลีมองหน้าอีกฝ่ายในระยะประชั้นชิดด้วยความสูงที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ใบหน้าที่ตอนนี้ดูคมเข้มขึ้นมาจากหนวดเครา จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากบางได้รูป ชาร์ลียอมรับว่ามันมีเสน่ห์เสียจนเขาอดใจไม่ไหว

 

ริมฝีปากหยักลึกกดจูบที่สันกรามของอีกฝ่ายเบาๆ แอชตันชะงัก เหลือบตามองเขานิ่งๆ และชาร์ลีเลือกที่จะหยุดรอ  จนแอชตันยกยิ้ม ชาร์ลีกดจูบลงไปที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง ดูดดึงขอบปากแนบชิด ขบกัดย้ำๆเรียกเสียงครางเครือออกมาจากลำคออีกคน

 

อืมม..

 

ร่างทั้งร่างเริ่มแนบชิดกันยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดเข้าโพรงปากอุ่น ตวัดเกี่ยวรัด รสจูบที่ดูเอื่อยแต่ทว่ากลับร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆในความรู้สึก เสียงหอบหลุดติดออกมาทุกครั้งที่เกิดช่องว่างของริมฝีปาก แต่ก็ไม่นานเมื่อทั้งคู่บดเบียดกระแทกเรียวปากเข้าหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อมอบความเร่าร้อนให้กันไม่รู้จบ

 

อืมม

 

ผมว่าเราควรเข้างานได้แล้วชาร์ลีแต่ก่อนที่จะมากกไปกว่านั้น แรงทึ้งที่หนังหัวเรียกสติชาร์ลีกลับมา เขามองหน้าแอชตันที่ยิ้มมุมปากทั้งที่ริมฝีปากแดงก่ำก็ต้องถอนหายใจ ยอมผละออกแต่โดยดี

 

ครับๆ

 

         

          และเขาขอคืนยันตามเดิมว่าเขาเกลียดงานแบบนี้

 

คุณคลินน์คะ การเจรจากับบริษัทในเครือเป็นยังไงบ้าง

 

คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลังจากร่วมลงทุนบ้างคะ

 

คุณคลินน์...

 

ผมไม่ขอตอบอะไรในตอนนี้นะครับ มันเป็นเรื่องการตัดสินใจของบริษัท ยังไงจะจัดแถลงข่าวอีกทีนะครับ

 

          ชาร์ลีลอบมองแอชตันที่ปั้นหน้ายิ้มเสแสร้งแล้วตอบคำถามแบบชื่นชมในใจ แต่จะว่าแอชตันฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก เพราะตอนนี้ชาร์ลีก็กำลังฉีกยิ้มแบบอารมณ์ดีให้กับบรรดานักข่าวที่เข้ามารุมล้อมเปิดแฟลชกระแทกตาเขาเรื่อยๆ

 

ดูเหมือนว่าคราวนี้จะมีหนุ่มหล่อข้างๆมาแทนมิสซิสรอแลนซ์นะคะเสียงนักข่าวผมสีบลูเน็ตเอ่ยขึ้น เรียกสายตานับสิบคู่หันมามองเขากันให้พึบพับให้ชาร์ลียิ้มค้าง

 

นี่คุณชาร์ลี เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่บริษัทของผมครับแอชตันเผยมือมาทางเข้าพูดด้วยเสียงดูเป็นเรื่องน่ายินดีเสียเต็มประดา

 

มีแต่เพื่อนร่วมงาน ไม่มีคนร่วมใจบ้างหรอครับ?” คำถามชวนฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ชาร์ลีเหลือบมองร่างสูงโปร่งหัวเราะแล้วก็แอบกลอกตานิดหน่อย

 

คิดว่าคงยังไม่มีครับ

 

น่าเสียดายนะคะ งั้นขอให้คุณชาร์ลีกับคุณคลินน์ถ่ายรูปร่วมกันซักหน่อยนะคะ

 

          ท่ามกลางกล้องถ่ายรูปนำสิบจ่อเข้าใกล้ทำเอาชาร์ลีต้องขยับไปยืนข้างแอชตันแบบช่วยไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากวาดขึ้นพร้อมๆกับแฟลชชวนแสบตานับสิบครั้งก่อนจะหมดไปเมื่อมีแขกคนใหม่เข้ามา

 

ผมชื่นชมคุณนะแอชตันที่ออกงานพวกนี้แล้วไม่ตายน่ะเขากระซิบเบาๆ

 

ฮึ อย่าบ้าน่าแอชตันยิ้ม นั่งโต๊ะที่บริกรนำมา

 

ผมพูดจริงๆ

 

          แอชตันยักไหล่ เสยผมสีน้ำตาอ่อนขึ้นลวกๆ ก่อนเหลือบตามองไปยังพิธีกรที่เริ่มขึ้นมาบนเวทีเพื่อเปิดงาน ชาร์ลีถอนหายใจแบบเบื่อหน่าย นั่งฟังพิธีกรหนุ่มที่ยืนพูดลิสต์รายการในงานกลางเวที

 

ลำดับถัดไป จะมีการเต้นรำ......

 

          หือ?

 

        คิ้วหนายกขึ้นสูง รอยยิ้มหยักบึกแต่งแต้มริมฝีปากหนา ในหัวชาร์ลีคิดหาวีธีคลายเบื่อได้ฉับพลัน ใบหน้าคมๆหันมองคนข้างๆซึ่งกอดอกนั่งฟังด้วยสีหน้านิ่งๆ

 

“…”

 

แอชตัน

 

อะไร...

 

หลังจากรายการต่างๆจบไปตามลำดับงาน ก็มาถึงช่วงเวลาที่ขาร์ลีรอคอย เขาเรียกแอชตันเสียงเรียบๆตามด้วยเสียงตอบรับเหมือนเดิม

 

จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะบอกว่า...เขาเว้นระยะเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนโค้งตัวและผายมือไปทางเจ้าของชุดสูทสีดำสนิท รอยยิ้มกว้างผุดขึ้น

 

ช่วยเต้นรำกับผมซักเพลงได้ไหมครับ คุณคลินน์

 

“…” หลังจากจบประโยค ห้องโถงก็เกือบจะเงียบสนิท ชาร์ลีคิดว่าตัวเองพูดเบาพอสมควร แต่กลับกลายเป็นที่จับตามองของสายตานับสิบ

สาบานเลยแอชตัน กลับเมื่อไหร่คุณตายแน่!!” แอชตันกัดฟันพูดทั้งที่หน้ายิ้ม ชาร์ลีขอบคุณพิธีกรนั่นในใจลึกๆที่หารายการให้เขาได้กวนประสาทอีกฝ่ายได้เต็มรัก

 

กลับไปค่อยว่ากัน แต่คุณคงไม่อยากเป็นเป้าสายตานานๆหรอกใช่ไหมเขายิ้มอีกครั้ง และดูเหมือนแอชตันจะรู้สึกตัว คิ้วเรียวขมวดเป็นปมท่ามกลางความเงียบทั้งห้องโถง

 

ดูเหมือนว่าจะมีคู่เด่นนะครับคืนนี้ ว่ายังไงครับคุณคลินน์

 

“…”

 

ผมจะฆ่าคุณชาร์ลีสิ้นเสียง สัมผัสหนักๆบนฝ่ามือวางลงมา ชาร์ลีหัวเราะเบาๆ รวบตัวร่างสมส่วนเข้ามาในอ้อมแขน และแน่นอน วอลซ์คงไม่มีผู้ชายสองคนมาเต้นด้วยกันหรอกจริงไหม?

 

ผมรอตายคาอกคุณอยู่ที่รัก”  

 

          หลังจากเพลงเริ่มได้ไม่นาน ชาร์ลีและแอชตันก็เคลื่อนตัวไปตามจังหวะเพลง แม้ว่าการที่ผู้ชายร่างยักษ์สองคนมายืนเต้นรำอยู่กลางฟลอลงไม่ใช่เรื่องดีนัก อันนี้เขารู้ดี แต่...ใครสนกัน?

          ท่ามกลางเสียงเพลงดังคลอไปแผ่วเบา ชาร์ลีสัมผัสได้ว่าคู่เต้นรำแต่ละคู่ที่เคยเต้นค่อยๆหายออกไปเรื่อยๆ สุดท้าย..มันก็เหลือแค่คู่เขาคู่เดียว

 

ดูเหมือนว่าเขาจะอยากดูเราชัดๆนะแอชตันชาร์ลีพูดกระซิบชิดกับลำคอโปร่ง

 

หุบปากไปซะแรงบีบหนักๆที่ฝ่ามือทำให้ชาร์ลียอมถอย รั้งร่างแอชตันเข้ามาชิดกันยิ่งขึ้นและก้าวไปตามจังหวะเพลงพร้อมกัน

 

          ไม่รู้เพราะเสียงเพลง ความแนบชิด หรือใบหน้าคมๆของแอชตันท่ามกลางแสงสลัวของห้องโถง ทุกครั้งที่ขาก้าวเป็นจังหวะ มันมักมาพร้อมเสียงแปลกๆในอก

 

          ชิบ...

 

          ไม่ดีเลยแบบนี้...

 

        รู้สึกดีจนอยากจะหยุดเวลาชะมัด...

 

 

 

 

จะไปที่ไหน?”

 

วอชิงตันนั่นแหละ

 

          หลังจากงานกาล่าจบลง เขาและแอชตันก็นั่งอยู่ในรถยนต์มาเกือบชั่วโมง จากลอสเองเจลิสสู่วอชิงตัน  บรรยากาศตอนกลางคืนกับลมเย็นๆพัดมาจากการเปิดประทุนรถช่วยให้เขาคลายได้ดีจากความอึดอัดในงาน ถึงช่วงหลังอาจจะไม่ใช่เพราะอึดอัดก็เถอะนะ...

 

          ชาร์ลีไหวไหล่ พิงตัวกับเบาะรถเพื่อหันมองแอชตันที่บังคับพวงมาลัยในระยะใกล้ๆ  อาการในอกหยุดลง แต่กลับตกตะกอนความรู้สึกได้ดีเสียจนชาร์ลีเริ่มจะกลัว...

 

          สิ่งที่เขาหนีมันมาตลอด...

 

          ไม่ใช่แค่ลุ่มหลงเหมือนเคย...แต่หากเป็นความรัก

 

        รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นยังไง แต่เขาก็ไม่เคยหยุดที่จะก้าวขาตามลงไปเรื่อยๆ ลำพองใจคิดว่ามันคงไม่เกิด แต่เมื่อได้สบเข้ากับตาสีเทาอ่อนนั่น มันทำให้ได้รับรู้ ว่าเขาก้าวขาเข้ามาเกินครึ่งตั้งนานแล้ว...

โบสถ์?”

 

อือฮึ

 

          ไม่นานในความคืด รถยนต์สีดำสนิทก็มาจอดอยู่ข้างหน้าสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าโบสถ์ ตึกรูปทรงปราสาทสีขาวสว่างกับรูปปั้นพระแม่มารีที่อยู่ข้างหน้ามันดูสะกดสายตาได้ดี ชารีหันมองแอชตันที่เดินนำเข้าไปในตัวโบสถ์แบบคุ้นชินนิ่งๆ เรียวขายาวๆเดินก้าตามไปข้างในอย่างช่วยไม่ได้

 

          แสงสว่างภายในโบสถ์คือสิ่งที่ชาร์ลีเห็น เก้าอี้ตัวยาวนับสิบเรียงกันขึ้นไป หน้าลานกว้าง สิ่งที่ทุกคนคุ้นชิน...กางเขนศักดิ์สิทธิ์กับเปียโนสีขาวสะอาด ทุกอย่างดูบริสุทธิ์ เรียบง่ายและงดงามในแบบที่ควรเป็น

 

แอชตัน

 

ไว้ค่อยถามหลังจากนี้ ชาร์ลีแอชตันส่ายหัว เจ้าตัวเดินผ่านหลังไม้กางเขนไปอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ชาร์ลีขมวดคิ้ว อะไรซักอย่างมันบอกเขาว่าทุกอย่างมันผิดกติ

 

อ่า...

ท่ามกลางเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้น หลังจากก้าวเลยไม้กางเขน ประตูไม้บานหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา เสียงรอบตัวชาร์ลีดูจะอื้ออึงไปหมดเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างอยู่หลังประตูนั่น ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...

 

Lust

 

จู่ๆ ชื่อสถานที่ที่มันถูกจดจำก็โผล่ขึ้นมาในสมอง ลมหายใจถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลืองมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อแอชตันหันกลับมามองเขา ใบหน้าคมๆ รอยยิ้มมุมปากแบบเยาะเย้ย แววตาถือดีที่แอชตันเป็นก็ยังเหมือนเดิม แต่กลับไม่ใช่คนเดิม

 

ผมจะให้คุณดู...สิ่งที่ผมเป็น

 

อะไรซักอย่างบอกเขาแบบนั้น เมื่อแอชตันจับลูกบิดประตู ชาร์ลีเลียริมฝีปาก ความคลุ้มคลั่ง ความเย้ายวน และความบิดเบี้ยวทั้งหมดที่ไม่เคยเห็นมันแสดงออกผ่านแววตาสีเทาอ่อนนั่นทั่งหมด และชาร์ลีรู้...

 

เขาจะไม่สามารถก้าวขาออกมาจากอะไรบางอย่างได้อีกเลยเมื่อได้เข้าไปในประตูบานนั้น

 

มาสิ สัมผัสมันไปกับผม...พร้อมๆกัน"



100%

     กลับมาแล้วววว ฮือออ คิดถึงทุกคนหนักมาก ที่หายไปไม่ใช่อะไรเลยค่ะ เตรียมสอบล้วนๆ 555 จะเข้ามหาลัยชีวิตมันหนักหน่วงTT 

     ชาร์ลีของเรา...เขาจะเข้าไป...สู่โลกที่แท้จริงแล้ว 555 อะไรที่แอชตันเคยบอกว่ามันเลวร้าย แค่ฟังมันก็อาจจะไม่เข้าสมองเนอะ ของแบบนี้ต้องสัมผัสเอง ถึงจะรู้สึก -..- 

     หมดแล้วที่จะบอกวันนี้ TT ขอให้ทุกคนสนุกกับเรื่องนี้นะคะ ฝันดีจ้า




ยอดวิว 3900 ดีใจอีกแล้ว 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #139 My.sister (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 20:13

    เหมือนปีศาจมาล่อลวงให้ทำสัญญาแห่งความตาย
    #139
    0
  2. #74 Som O Usanee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 02:31
    อู้ยยยยยยย ความรู้สึกก็ถลำลึก แล้วก็กำลังจะได้สัมผัสสิ่งที่แอบซ่อนอยู่จริง ๆ นั่นด้วย ถอนตัวตอนนี้ก็ไม่น่าจะทันแล้วล่ะชาร์ลี // "สาบานเลยแอชตัน....." ประโยคนี้ต้องเป็นชื่อชาร์ลีไหมคะ เพราะแอชตันเป็นคนพูดนี่
    #74
    0
  3. #72 anchiZz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:23
    สองคนนั้นจะทำไรกันหรออออออ //ไรท์สู้ๆ เข้ามหาลัยว่าเหนื่อยแล้ว ชีวิตในรั้วมหาลัยมันเหนื่อยกว่าอีก
    #72
    0
  4. #70 Som O Usanee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 04:37
    แอชตันจะพาชาร์ลีไปไหนน้าาาาาาา
    #70
    0
  5. #64 --keycode-- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 10:04
    กางเต๊นนอนรอ -.-
    #64
    0
  6. #63 ที่รักของเฮียคริส(?) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 06:27
    เจิมจ้าาาาา
    #63
    0
  7. #62 Dark-Phoenix (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 22:23
    รอออออออออ
    #62
    0
  8. #61 anchiZz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:21
    เจิมมมมมมม
    #61
    0