ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (แจ้งพิมพ์ครั้งที่ 3 จ้า)

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เด็กของเสี่ย 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 มี.ค. 62

บทที่ 3 เด็กของเสี่ย

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับยอดโหลดอีบุ๊กนะคะ 1000 โหลดแล้วจ้า



EBOOK

          MEB ->   อัญจรี - Meb    

                         ร้อยคำรัก


          อัญจรี - hytexts.com -> อัญจรี - hytexts.com thai ebook store | ePub ไทย 


          

          Google Play-> อัญจรี - Books on Google Play



          OOKBEE -> อัญจรี (น้ำจันทร์) - OOKBEE - ฟรี อีบุ๊ค(e-book) อีแมก(e-magazine ...


<*>*<*>*

*บทที่ 3 เด็กของเสี่ย

พลอยเพชรถอนหายใจรอบที่ร้อย ขณะเดินหาห้องรับรองของห้างแห่งนี้ อันที่จริงเธอแทบไม่ได้ลงมาข้างล่างนี้เลย มีห้องหับอยู่จำนวนหนึ่ง ฝั่งซ้ายมีคอกกั้นอย่างออฟฟิศทั่วไป มีพนักงานทำงานขวักไขว่ไม่ต่างจากพวกข้างบน 

เธอสอบถามพนักงานคนหนึ่งที่เดินผ่านมา เจ้าหล่อนชี้ไปยังห้องที่อยู่เกือบสุดท้ายของทางเดิน เธอเดินตรงไปที่ห้องนั้น เคาะประตูหลายครั้งทว่าไม่มีคนเปิดเลยถือวิสาสะก้าวเข้าไป ผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดนั้นน่ามองแม้แต่ตอนที่หลับ ดูเหมือนว่าเขาจะหลับลึก เพราะแม้ว่าเธอจะเดินเข้ามาใกล้ เขาก็ไม่รู้สึกตัว

“มีความสุขจริงนะ ไม่เคยรับรู้ถึงความทุกข์ของคนอื่นเลยใช่ไหม” เอ่ยถามคนที่ยังหลับ จับเสื้อโยนใส่เขาทำเอาเจ้าตัวต้องสะดุ้งตื่น

เรวิญนิ่วหน้าอย่างรำคาญ บางอย่างหล่นใส่หน้าเขา ให้ตายเถอะ วันนี้เขาเพิ่งได้นอนแค่สองชั่วโมงนะ!

“โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย! ยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่หรือพี่!” 

พลอยเพชรยิ้มเยาะ ยืนมองคนที่กำลังหัวเสียเพราะสะดุ้งตื่นจากการนิทราอันแสนสุข

ดาราหนุ่มตกใจไม่น้อยที่คนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ทีมงานหรือผู้จัดการส่วนตัว แต่เป็นใครก็ไม่รู้ หล่อนสวมเสื้อยืดตัวเล็กที่ซ่อนชายไว้ใต้กางเกงยีนสีซีด ผมยาวๆ นั่นถักเปียเดี่ยวไว้ข้างหลัก เผยวงหน้าเล็กๆ ทว่าอิ่มละมุน หากหล่อนยิ้มสักนิด เขาคงได้มองตาค้าง แต่ทว่า...หล่อนไม่มีทีท่าว่าจะยิ้มเลย

“คุณเป็นใคร”

“ฉันมาจากร้านเสื้อข้างบนค่ะ เสื้อของคุณฉันซ่อมให้แล้ว รบกวนจ่ายค่าเสียหายด้วยค่ะ”

เรวิญสลัดเสื้อแรงๆ แลหาตำแหน่งเสื้อที่ขาด มีรอยเย็บค่อนข้างดีเชียวล่ะ แต่ว่า...เขาไม่มีเงิน

“ผู้จัดการไม่อยู่ด้วยสิ รอหน่อยได้ไหม เชิญนั่งก่อนครับ” 

พลอยเพชรมองพ่อดาราคนดังตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“แค่ห้าสิบบาทก็ไม่มีหรือคะ เกรงว่าฉันยังมีงานต้องทำ ฉันไม่รู้ว่าผู้จัดการคุณจะกลับมาตอนไหน”

เรวิญส่ายหน้ารัวๆ ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์จากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง มาเปิดให้พลอยเพชรดู 

หญิงสาวเหล่มอง แลเห็นเพียงบัตรเครดิตอัดแน่นอยู่ในนั้น

“อ่า...ขอโทษจริงๆ ครับ รบกวนรอสักครู่ได้ไหม พี่ไม่เบี้ยวจริงๆ น้อง พี่สาบาน” เขาเอ่ยแล้วยิ้ม แทนตัวเองว่าพี่อย่างนึกเอ็นดูคนตัวเล็ก ทว่าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย

“ฉันเป็นลูกคนเดียวค่ะ ไม่รู้จักกันอย่ามาตีสนิทสิคะ”

เรวิญอ้าปากค้าง เขาก็แค่ต้องการพูดกับหล่อนดีๆ ทำไมหล่อนถึงได้...

“จะไม่จ่ายจริงๆ ใช่ไหม” สาวน้อยถามอีก ดวงตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายเขม็ง 

เรวิญมองหล่อนแล้วไม่เข้าใจอย่างยิ่ง 

“น้องไม่รู้จักพี่หรือครับ นี่พี่เรย์นะ เรวิญน่ะ” เขาชี้มือเข้าหาตัวเอง

พลอยเพชรยิ้มเยาะอีกหน “เป็นถึงดาราแต่ไม่มีเงินจ่าย”

“นี่น้อง!” เรวิญร้องปราม

ก๊อกๆๆ

ประตูถูกเคาะถี่ๆ ก่อนที่จะถูกผลักเข้ามา ทีมงานของเรวิญกลับมาแล้ว ผู้จัดการคนเก่งพอจะจำพลอยเพชรได้ ถามราคาซ่อมเสื้อแล้วควานหาแบงก์ย่อยในกระเป๋าทว่ามีเพียงแบงก์ห้าร้อย

“ตัวเองมีเงินทอนไหม พี่มีแบงก์ห้าร้อย” 

พลอยเพชรหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาเปิด เธอคิดว่าน่าจะมี ทว่าแบงก์ห้าร้อยใบนั้นก็ถูกยื่นมาตรงหน้าทื่อๆ

“เอาไปเลยไม่ต้องทอน” เรวิญบอกเสียงห้วนอย่างเคืองๆ 

สาวน้อยรับแบงก์ห้าร้อยไป เรวิญยิ้มอย่างดูถูก ทว่าก็ยิ้มได้แค่ห้าวินาที เพราะหลังจากนั้นเขาก็โดนตอกกลับจนหน้าหงาย หล่อนยัดเงินทอนใส่มือให้เขาบ้าง

“อย่าใช้เงินแก้ปัญหาสิคะ มันจะติดเป็นนิสัยนะ หรือว่าถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้คะคุณ”

“นี่น้อง!?” เรวิญเคืองขุ่น หล่อนชักจะพูดเกินไปแล้ว

“น้องเรย์ๆๆ ไม่เอานะ ไม่โมโห พี่ว่าน้องเรย์ไปเติมหน้าอีกนิดดีกว่านะ ไปๆๆ” แนะแล้วโบกมือไห้ทีมช่างหน้าช่างผมดึงเรวิญไปเติมหน้า พ่อคุณจะขี้โมโหขึ้นอีกเท่าตัวเลยถ้านอนไม่พอ 

“งั้นฉันขอตัวนะคะ ขอบคุณมากค่ะคุณผู้จัดการ”

พลอยเพชรก้มหัวให้ผู้จัดการของเรวิญเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากมา ความรู้สึกที่เธอมีต่อเรวิญนั้น ทั้งทุกข์ทั้งแค้น แต่เธอทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อทุกฝ่ายได้ตัดสินอย่างเป็นกลางแล้วในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอทำได้แค่ก้มหน้ารับ และเก็บความทุกข์แสนอึดอัดนี้ไว้ในใจ อันที่จริงความทุกข์ของเธอคงระเบิดออกมาตั้งแต่เห็นเขาตัวเป็นๆ แต่ทุกอย่างถูกทำให้บรรเทาเบาบาง ด้วยน้ำจิตน้ำใจของคนคนหนึ่ง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้

สาวน้อยของสารภีขมวดคิ้วแน่นๆ เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาที่ชั้นหนึ่งแล้วเจอใครบางคนรออยู่ ด้วยรูปร่างอวบท้วมกับเส้นผมที่มีสีดอกเลา ทำให้เธอจำได้ขึ้นใจ เสี่ยจามร

ชายสูงวัยยิ้มให้พลอยเพชรอย่างเกรงๆ ก่อนจะตรงเข้ามาหา พลอยเพชรเดินให้ช้าลง ใบหน้าราวกับว่าไม่เคยยิ้มมาก่อนในชีวิต

“ยังไม่กลับหรือคะ”

“ฉันเบื่อน่ะหนู อยู่บ้านก็ไม่มีใคร เลยกะว่าจะเดินเล่นอีกสักพัก หนูพอจะมีเวลาสักห้านาทีไหม” 

พลอยเพชรลอบถอนหายใจ แต่ก็พยักหน้ารับ ท่านพาเธอไปที่ร้านกาแฟมีชื่อที่อยู่แถวนั้น สั่งเครื่องดื่มสั่งขนมมาให้ แต่เธอทำได้แค่นั่งมอง

“หนูสบายดีไหม”

“สบายดีค่ะท่าน” การถามคำตอบคำคือสิ่งเดียวที่พลอยเพชรทำยามต้องเจรจากับคนตรงหน้า

“แล้วการเรียนเป็นยังไงบ้าง ค่าเทอมหนูมีพอหรือเปล่า”

ความอึดอัดโถมเข้ามาในอกราวคลื่นยักษ์ พลอยเพชรพยายามสูบลมเข้าปอดลึกๆ ก่อนที่จะหายใจไม่ออก

“หนูกำลังทำงานเก็บเงินอยู่ค่ะ อีกเทอมเดียวก็จบแล้ว”

“หนูอยากได้เท่าไหร่ทำไมไม่บอกฉันล่ะ”

พลอยเพชรกำหมัดแน่นอยู่บนหน้าตัก แล้วในที่สุดก็ดึงเอาซองสีขาวออกมาจากกระเป๋ากางเกง เธอวางมันลงตรงหน้าเสี่ยจามร

“ท่านกำลังทำให้หนูละอายใจ หนูไม่ได้ต้องการแบบนี้”

“แต่นอกจากเงินนี่ ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้หนูเลย ช่วยรับไว้เถอะนะ อย่างน้อยฉันก็อยากให้หนูเรียนให้จบ ได้มีชีวิตดีๆ ขอร้องเถอะนะหนู” เสี่ยผลักซองคืนไป ไม่หนำใจก็ยัดใส่มือให้สาวน้อย ก่อนจะตบเบาๆ บนหลังมือนั้น

พลอยเพชรน้ำตาเอ่อคลอ ไม่รู้ว่าทำถูกไหม การรับเงินนี่ก็เหมือนการให้อภัย แต่ว่าใจเธอน่ะ มันให้อภัยจริงๆ ไม่ได้สักที

“ทำไมถึงชอบให้เงินกันนักนะ คนรวยนี่ไม่มีอะไรนอกจากเงินใช่ไหม” ดวงตาที่เอ่อนองหยดน้ำใสนั้นราวกับจะถามคำถามเดียวกับที่ริมฝีปากเอื้อนเอ่ย

เสี่ยยิ้มอย่างขออภัย “นั่นสินะ ก็คงอย่างนั้นล่ะหนู ถ้าหนูต้องการอะไรก็บอกฉันมาเถอะ ฉันยินดีให้หนูทุกอย่างนั่นแหละ”

“เฮอะ! ทุกอย่างงั้นหรือคะ ก็ได้ เอาสิคะ เอามาให้หนูเลย ทุกอย่างที่เป็นของท่าน หนูจะเอาให้หมด เอามา!” พลอยเพชรกำซองกระดาษแน่นหนึบ หากเสี่ยจามรไม่มาตามห่วงใย หรือถามไถ่ทุกข์สุข ป่านนี้เธออาจจะลืมความทุกข์นั่นไปแล้ว แต่นี่ท่านยังมาตามดูแลชีวิตของเธอ ราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่คอยยื่นมือมาประคองทุกครั้งที่เธอลำบาก มันยิ่งทำให้เธอเจ็บปวดใจ

“ฉันดีใจนะที่ได้ยินอย่างนั้น ฉันให้หนูได้จริงๆ แต่ว่า...ทางเดียวที่หนูจะได้ครอบครองทุกอย่างของฉันน่ะ หนูจะต้อง...แต่งงานกับลูกของฉัน”

“คะ!?” พลอยเพชรร้องออกมาดังๆ จนลูกค้าในร้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว นั่นเธอหูฝาดกระมัง “ท่านล้อเล่นแรงนะคะ”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่น นั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ อย่างน้อยมันคงทำให้ฉันตายตาหลับ ทั้งหนูและลูกชายของฉันคงจะดูแลกันและกัน ฉันคงสบายใจในวันสุดท้ายของชีวิต”

พลอยเพชรปาดน้ำตาทิ้งเสีย เรื่องนี้ทำให้เธอขำเป็นบ้า แต่งงานเนี่ยนะ!

“งั้นก็ไปทำให้เขายอมแต่งดีไหมคะ เชื่อเถอะว่าไม่มีทางที่เขาจะยอม ผู้ชายอย่างนั้นจะยอมทำเรื่องแบบนี้หรือคะ อย่าเสียเวลาเลยค่ะ ทางที่ดีน่ะ เราอย่ามาเจอกันอีกเลย เรื่องมันก็ผ่านไปห้าปีแล้ว ท่านให้หนูมามากแล้วล่ะ พอเท่านี้เถอะค่ะ”

“หนูพลอย...” เสี่ยจามรมองสาวรุ่นลูกอย่างหนักใจ ที่ท่านทำไปทั้งหมดก็เพราะรู้สึกผิดหรอกนะ รู้สึกผิดจนไม่รู้จะทำอย่างไรให้ความรู้สึกนั้นมันหายไป แล้วจู่ๆ ความคิดชั่วแล่นก็ทำให้ท่านเอ่ยออกมา พลอยเพชรก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ นิสัยใจคอก็มั่นคงหนักแน่น หล่อนจะเป็นภรรยาที่ไม่เลวเลยล่ะ 

ในระหว่างที่เสี่ยกำลังเจรจากับพลอยเพชรนั้น ดาราหนุ่มก็ขึ้นบันไดเลื่อนมาพร้อมกับทีมงานของเขาเพื่อตรงไปยังเวทีกลางห้าง สำหรับงานโชว์ตัวหนึ่งชั่วโมงที่รับเอาไว้ เขาจะไม่เคืองใจหรือไม่พอใจอะไรหรอก หากว่าไม่เดินผ่านหน้าร้านกาแฟมีชื่อแล้วเห็นใครบางคนนั่งอยู่ในนั้น เขายืนมองอยู่ชั่วครู่ มองผู้หญิงปากเก่งที่มาจากร้านตัดเสื้อสลับกับบุรุษร่างท้วมที่มีเส้นผมสีดอกเลา ทั้งสองมาทำอะไรกันที่นี่ ชายสูงวัยกับเด็กสาวที่ไม่ได้มีหน้าตาคล้ายกันพอจะเป็นลูกเป็นหลานกันได้ แถมฝ่ายชายยังยัดเยียดซองขาวในมือให้ฝ่ายหญิง ให้ตายเถอะ! มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดใช่ไหม

“พ่อ!?” 

เรวิญร้องเรียกคนที่อยู่ข้างใน ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในนั้น พนักงานรวมถึงลูกค้าในร้านพากันแตกตื่น ด้วยว่าเขาเป็นดาราดัง และวันนี้ทุกคนที่ห้างต่างก็รอคอยการปรากฏตัวของเขา 

พลอยเพชรขยับกายอย่างอึดอัดเมื่อเรวิญก้าวเข้ามาหา ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วเขาคงคาดเดาบางอย่างผิดไป

“นี่แกมาได้ยังไง” เสี่ยเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

“ก็มาทำงานสิครับ ว่าแต่พ่อเถอะ มาทำอะไรกับเด็กสาวที่นี่ แล้วนั่น?” เรวิญดึงซองกระดาษออกมาจากมือของพลอยเพชร

“น้องเรย์ พี่ว่าเราไปที่เวทีกันดีกว่า แฟนคลับรออยู่นะคนดี” ผู้จัดการชายใจสาว พยายามโน้มน้าวคนใจร้อน เสี่ยเองก็พยักพเยิดอยากให้พาบุตรชายของท่านออกไปเสีย แต่ช่างทำได้อยากนัก เรวิญไม่เคยปล่อยเรื่องที่คาใจไปง่ายๆ 

“ผมจะไปในสิบนาที ขอแค่สิบนาทีครับพี่” ปากเอ่ยอย่างนั้นแต่มือเร่งแกะซองออกดู มีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้น แบงก์พันสิบใบนี่คงไม่ใช่แค่ค่าขนมแล้วกระมัง นี่เจ้าหล่อนใช้อะไรแลกล่ะ ถึงได้สิ่งนี้จากบิดาเขา

“แกกำลังเข้าใจผิดนะเรย์”

“เข้าใจผิดเหรอ เข้าใจผิดเนี่ยนะ! จะให้ผมเข้าใจว่ายังไงอีก” ถามบิดาทว่าดวงตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ “เด็กสาวกับเสี่ยสูงวัยมานั่งจิบชากาแฟด้วยกัน แถมยังเอาเงินให้กันอีก จะให้ผมคิดเป็นอื่นได้เหรอ!”

พลอยเพชรขบกรามกรอดๆ นั่นดูถูกเธออยู่หรือ

“คุณดูถูกพ่อคุณได้ เพราะต่อให้คุณมารยาททรามแค่ไหน ท่านก็คงให้อภัยเพราะเป็นพ่อคุณ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉัน เพราะเราไม่ได้รู้จักกัน” พอทนไม่ไหวก็เอ่ยขึ้นก่อน เธอลุกขึ้นประจันหน้ากับเขา ท่ามกลางสายตาของคนในร้านและนอกร้าน

“ทำไมจะพูดไม่ได้ เธอก็เถอะ อาชีพช่างตัดเสื้อมันไม่พอกินหรือไง ถึงได้มารับงานไซด์ไลน์ขายเนื้อสด”

เผียะ!

หนึ่งตบจากพลอยเพชรมิได้เรียกเพียงเสียงฮือฮาจากคนที่เห็นเหตุการณ์ แต่ยังเรียกแสงแฟลชจากนักข่าวได้ด้วย ผู้จัดการคนดีถึงกับร้องกรี๊ดอย่างตระหนก ในขณะที่เรวิญอึ้งจนอ้าปากค้าง มือน้อยๆ นั่นช่างตบเขาได้เจ็บแสบนัก แต่ที่เจ็บยิ่งกว่าคือที่หัวใจ ทำไมหล่อนตบเขาอย่างไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด ทำไมถึงได้นิ่งขนาดนี้!

“จะมากไปแล้วนะ!”

หมับ!

แขนข้างหนึ่งของพลอยเพชรถูกคว้าไปกำแน่น เรวิญใช้แรงแห่งบุรุษฉุดร่างบางเข้าหาตัว กลายเป็นจังหวะแห่งการแนบชิดอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

พลอยเพชรตื่นตระหนก ยิ่งแสงแฟลชที่ถูกถ่ายจากนอกร้านยิ่งทำให้เธอกริ่งเกรง 

“ตาเรย์ นักข่าว!?” เสี่ยจามรร้องบอก 

เรวิญโกรธก็โกรธ แต่ถ้านักข่าวได้เห็นหน้าของเจ้าหล่อนละก็ มีหวังจุดประเด็นใหม่ๆ ขึ้นมาให้เขาต้องแก้ข่าวอีกแน่ๆ 

“บ้าจริง!” เขาสบถแล้วถอดสูทสีฟ้าหม่นคลุมศีรษะหล่อนไว้

พลอยเพชรเงยหน้าจ้องมอง อะไรของเขากันล่ะ จะโกรธหรือจะปกป้องคุ้มภัย เธองงนะ แล้วนี่...หัวใจเธอผิดปกติหรือ ทำไมมันเต้นแรงอย่างนี้

“คุณพ่อคะ พาแม่หนูนี่ออกไปจากตรงนี้เถอะค่ะ ไปเร็วๆ เลยค่ะ” ผู้จัดการแนะเสี่ยผู้ใจดี อีกฝ่ายรีบทำตาม ท่านเข้าประคองคนที่มีเสื้อคลุมหัวเพราะกลัวว่าจะมองทางไม่ชัด มืออีกข้างก็ดันร่างบุตรชายให้ออกไปพ้นๆ ทาง 

เรวิญนึกเคืองบิดาไม่น้อย ยิ่งท่าทีที่ท่านประคองผู้หญิงคนนั้นออกไป ยิ่งทำให้เขาเคืองใจนัก 

“โธ่เอ๊ย! ให้เสร็จงานก่อนเถอะ พ่อนะพ่อ แก่แล้วไม่อยู่ส่วนแก่! ฮึ่ม!”

ดาราหนุ่มได้แต่บ่นถึงบิดา ท่านอายุมากแล้วยังขวนขวายหาเรื่องแบบนี้อีกหรือ ยิ่งคิดยิ่งทำให้กังวลใจ เขากลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาปอกลอก จะมาหลอกให้ท่านต้องเสียน้ำตาตอนชรา

ทว่าเรวิญก็จำต้องหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น เมื่อพี่ปุ๊ ผู้จัดการคนเก่งลากเขาให้รีบไปที่เวทีโชว์ตัว งานต้องมาก่อน เรื่องส่วนตัวคงต้องทิ้งไปชั่วคราว


เสี่ยจามรส่งพลอยเพชรก่อนจะถึงร้านสารภี ชายสูงวัยขอโทษขอโพยยกใหญ่กับเรื่องที่เกิดขึ้น พลอยเพชรจะโกรธท่านได้อย่างไรในเมื่อท่านเองก็ถูกฤทธิ์เดชของบุตรชายหล่นใส่ไม่น้อย หญิงสาวได้แต่ก้มหน้ารับ และร่ำลาท่านอย่างสุภาพที่สุด 


สารภีนั่งหน้าหงิกอยู่ส่วนหน้าของร้าน มีลูกค้าขาจรแวะเวียนเข้ามาดูเสื้อผ้าของเธอหลายราย ทว่ายังไม่ถูกใจจึงพากันทยอยเดินออก เธอเปิดขวดน้ำที่ตั้งอยู่ตรงหน้าแล้วควานหาแผงยาที่ต้องรับประทาน แกะมันออกมาหนึ่งเม็ดอย่างกระแทกกระทั้นแล้วหย่อนเข้าปากอย่างเคืองๆ 

“เฮ้อ...ผัวก็ไม่มียังต้องมานั่งแดกยาคุมให้เหนื่อยอีก” อดไม่ไหวก็บ่นด่าเป็นภาษาพ่อขุนให้สาแก่ใจ ยกขวดน้ำกระดกอักๆ ให้ยาคุมกำเนิดไหลลงคอ ป้องกันมิให้มีลูกของปัณณธรก่อร่างสร้างตัวในท้องของเธอได้ ถ้าเขาว่าเธอไม่มีคุณสมบัติของการเป็นแม่ เขาเองก็คงไม่มีเหมือนกัน

“บ่นอะไรคนเดียวคะพี่”

“เปล่าๆ มาแล้วเหรอ พี่ก็บ่นอะไรไปเรื่อยนั่นแหละ แล้วเสื้อนั่น” ชี้นิ้วใส่เสื้อในมือเจ้าหล่อน ส่วนอีกมือรีบซ่อนแผงยาไว้ในกระเป๋ากระโปรง

พลอยเพชรนั่งลงตรงหน้าสารภี ยื่นเงินค่าซ่อมเสื้อของเรวิญให้อีกฝ่าย “เรื่องมันยาวค่ะพี่ เดี๋ยวค่อยเล่าละกัน”

สารภีพยักหน้ารับ ทว่ายังสงสัยในสีหน้าของสาวน้อย

“เป็นอะไรอีกฮึ หรือว่ากังวลเรื่องเรียน”

“เปล่าค่ะพี่ เรื่องเรียนไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่า...เรื่องเสี่ยจามรนี่สิ”

“เจอเสี่ยมาเหรอ”

“ค่ะ เสี่ยเขาพูดแปลกๆ”

“ยังไง” ถามพลางหยิบขวดน้ำขึ้นมากระดกดื่ม

“เสี่ยถามหนูว่าต้องการเงินเท่าไหร่ ถึงจะชดใช้ในสิ่งที่หนูเสียไป หนูเลยบอกว่าหนูจะเอาทุกอย่างที่ท่านมี ท่านเลยบอกว่าทางเดียวที่หนูจะได้ครอบครองทุกอย่างของท่าน คือต้องแต่งงานกับนายเรวิญ”

พรวด!

“แค่กๆ อะไร...อะไรนะ!?” 

สารภีคิดว่าตัวเองอาจหูฝาด เธอได้ยินผิดไปหรือ

คนถูกถามยิ้มเจื่อนๆ แล้วถอนหายใจทิ้ง “ท่านคงแก่มากแล้วจริงๆ น่าสงสารเหมือนกันนะคะ ลูกเต้าก็คงไม่มีเวลาดูแล” 

พลอยเพชรว่าแล้วลุกไปหลังร้าน ยังมีงานที่เธอต้องทำอีกมากนัก เธอจะไม่อยู่สี่วันเพราะต้องไปค่ายจิตอาสาของคณะ แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ทว่าหากมีงานอาสาที่พอจะทำให้เธอได้คะแนนอื่นบ้างนอกจากการสอบ เธอก็อยากทำ เพราะนั่นอาจช่วยให้เธอจบเร็วขึ้น 

สารภีไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องราวนี้ เสี่ยจามรคงแก่มากแล้วจริงๆ 

เจ้าของร้านคนเก่งลุกยืนเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน จำต้องละทิ้งทุกอย่างในหัวเพื่อทำมาหากิน มิได้รู้เลยว่าท่าทีเดินเหินหรือแม้แต่ตอนที่แนะนำเสื้อผ้าให้ลูกค้านั้น ถูกสายตาของใครบางคนจ้องมอง

ปัณณธรหยุดมองสารภีอย่างพิจารณา ก่อนหน้านี้หล่อนก็เดินหนีเขามาทั้งที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ดูท่าหล่อนคงไม่ยอมย้ายออกจริงๆ แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดี

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ เขามีงานอีกบริษัทต้องไปดูแล แต่ว่าสองขานี่สิ มันไม่ยอมก้าวเดิน ความรู้สึกในอกนี้ยากที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจ อาจเหมือนคนแก่ตัวที่ทวงคืนความยุติธรรมด้วยวิธีการร้ายๆ ด้วยวิธีการที่ห่างไกลความเป็นสุภาพบุรุษ แต่ว่า...คนทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัวอยู่ในตัวไม่ใช่หรือ เหมือนวันนั้นอย่างไรเล่า วันที่สารภีเดินจากเขาไป ไม่เหลียวแลแม้ว่าหยดน้ำตาเขาจะร่วงรินก็ตาม






อัป 60% เหมือนเคยค่ะ



**%






หน้าเพจ เฟสบุ๊ค อัญจรี น้ำจันทร์ สิมันตรา 
 
ทางอีเมล An_jung2011@hotmail.com

ทางโทรศัพท์ 0818322579 ,   

ทางline id lilly_valalee



****นิยายที่พร้อมส่ง จัดส่งนิยายทุกวัน จ - ศ นักเขียนส่งเอง ได้รับของแน่นอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น