ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (แจ้งพิมพ์ครั้งที่ 3 จ้า)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 มาเป็นผู้หญิงของฉันไหม 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    14 มี.ค. 62


ขอบคุณอีกครั้งสำหรับยอดโหลดอีบุ๊กนะคะ 1000 โหลดแล้วจ้า



EBOOK

          MEB ->   อัญจรี - Meb    

                         ร้อยคำรัก


          อัญจรี - hytexts.com -> อัญจรี - hytexts.com thai ebook store | ePub ไทย 


          

          Google Play-> อัญจรี - Books on Google Play



          OOKBEE -> อัญจรี (น้ำจันทร์) - OOKBEE - ฟรี อีบุ๊ค(e-book) อีแมก(e-magazine ...


<*>*<*>*

*บทที่ 2 มาเป็นผู้หญิงของฉันไหม

แอ๊ด...

ประตูห้องน้ำถูกเปิดด้วยมืออันแข็งแรง ปัณณธรก้าวออกไปพร้อมกับการสูบเอาอากาศเย็นๆ เข้าปอด 

สารภีทรุดนั่งกับพื้น หายใจหอบถี่ พอๆ กับคนที่เดินออกไป เธอเร่งติดกระดุมเสื้อ จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัว ทั้งเช็ดล้างในส่วนที่ไม่ควรเอ่ยถึง เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน มิใช่แค่นิสัยใจคอ กระทั่งบทรักก็เปลี่ยนด้วย มันรุนแรงและเปี่ยมไปด้วยพลัง ดุดันและเข้มข้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากผู้หญิงคนไหนได้ขึ้นเตียงกับเขาแล้วละก็ อาจต้องร้องขอมันอีกครั้ง น่าละอายไหมเล่าที่เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 

เสียงเขาเดินออกไปข้างนอก เธอรีบออกมาจากห้องน้ำ ปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างอ่อนแรงทว่ารู้สึกปลอดโปร่งโล่งกาย แน่ล่ะ มิใช่แค่ปัณณธรที่เสร็จสมอารมณ์ใคร่ เธอเองก็เช่นกัน

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเขาก็กลับเข้ามาพร้อมพยาบาลนางหนึ่ง เจ้าหล่อนตรงมาหาเธอและจัดการกับเข็มน้ำเกลือ มีเลือดไหลเข้ามาในสายน้ำเกลือไม่น้อยอันเกิดจากการกระทำของเขา และสิ่งนี้ทำให้คุณพยาบาลต้องมุ่นคิ้วนิ่วหน้า

“อย่าขยับบ่อยนะคะ แล้วก็อย่ายกแขนสูงด้วย” 

เจ้าหล่อนเอื้อนเอ่ย บอกคนป่วยละนะ แต่หันหน้าไปหาปัณณธร เขาก้มหัวรับคำ มีรอยยิ้มน้อยๆ ให้พยาบาลคนสวยที่คล้ายจะส่งสายตาทอดสะพาน 

สารภีแอบเบ้ปาก ให้ตายเถอะ เอาความหล่อน่าหมั่นไส้นั่นไปโยนทิ้งที รำคาญ!

คนป่วยชะเง้อคอมองตามคนร่างสูงที่เดินไปส่งคุณพยาบาลที่ประตู ได้ยินเสียงขอบคงขอบคุณไม่หยุดปาก ต่อหน้าคนอื่นนี่เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา แต่กับเธอนี่อย่างกับยักษ์กับมาร ถ้ากินหัวเธอได้เขาคงกินไปแล้วกระมัง

สารภีรีบหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินกลับมา มีเสียงลากเก้าอี้ครืดๆ มาวางที่ข้างเตียง

“ฉันไม่ใช่ควายนะ จะได้ยอมเชื่อว่าเธอหลับ” 

คนป่วยลืมตาขึ้นมองอย่างเคืองๆ “สมใจแล้วก็ไปซะปัณ”

“ปัณ-ณ-ธร” เขาเน้นย้ำ ชัดๆ ช้าๆ มิยอมปล่อยให้เรื่องสนุกเมื่อครู่มาทำให้ช่องว่างระหว่างกันแคบลง สารภีจะได้ไม่เข้าใจผิด “เธออยากได้อะไรล่ะ สำหรับเซ็กซ์ดีๆ ที่น่าตื่นเต้นเมื่อกี้”

“ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ไปซะ”

“ว้าว...ใจกว้างดีจัง ผ่านไปห้าปีนี่ ฟรี ขึ้นเยอะนะ”

สารภีข่มจิตข่มใจ ถ้ามีปืนสักกระบอกจะยิงปัณณธรให้พรุนไปเลย ทว่าเมื่อทำไม่ได้เลยต้องใช้วิธีอื่น เธอควรทำอย่างไรดีล่ะ จะเรียกร้องเอาอะไรในเมื่อนี่มิใช่ครั้งแรก และไม่อาจกล่าวหาว่าเขาข่มขืน ในบางจังหวะนั้นเป็นเธอที่โอนอ่อนผ่อนตามด้วยซ้ำ ต้องโทษความจนละนะที่ทำให้เธอมัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาไปเดตกับผู้ชายที่ไหน พอเจอคนที่เคยๆ ร่างกายมันเลยระริกระรี้ โอ๊ย! อยากฆ่าตัวตาย!

“ฉันก็แค่ละอายใจน่ะ เมื่อกี้มันก็ไม่ได้แย่นี่ ฉันครางเสียงหลงซะขนาดนั้นจะให้เรียกร้องอะไรล่ะ ไม่ใช่นางเอกนิยายนะจะได้เรียกร้องโน่นนี่นั่น และถึงจะใช่ ฉันก็ไม่อยากได้อะไรจากคนที่เกลียดฉันหรอก เพราะถึงได้ไปคนให้ก็คงสาปแช่งไม่ใช่ฉันอยู่ดีมีสุข จะไปไหนก็ไปๆ ซะทีเถอะ ให้ฉันได้นอนหลับพักผ่อนอย่างที่คนป่วยเขาทำกันบ้าง ขอร้องล่ะ จากใจเลย”

ปัณณธรยักไหล่ “บังเอิญฉันไม่ใช่คนที่จะปล่อยอะไรไปง่ายๆ ไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใครด้วย อย่างน้อยวันนี้เธอก็ทำให้ฉันสบายตัว ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปอาบอบนวด”

สารภีกัดฟันกรอดๆ ไอ้บ้านี่มันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง!

“โอเคๆ สองเดือนแล้วกัน”

“อะไร” เธอถามทันควัน

“ฉันให้เวลาสองเดือน หาร้านใหม่แล้วย้ายออกไปซะ ส่วนค่าชดเชยที่ฉันผิดสัญญา ฉันก็จะให้เหมือนเดิม”

สารภีจ้องเขาเขม็ง เม้มปากเม้มแล้วเม้มอีก “ฉันไม่ย้าย”

เขายิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นมาเป็นผู้หญิงของฉันไหมล่ะ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่ก็ได้ แค่ถ้าฉันสั่ง เธอต้องแก้ผ้ารอบนเตียง ดีไหม ฉันนี่โคตรแฟร์”

สองมือของสารภีกำหมัดแน่นๆ ลมหายใจเริ่มสูบเข้าออกแรงขึ้นทุกขณะ

“ทำไม อึ้งให้ความใจดีมีเมตตาของฉันล่ะสิ”

“ไอ้-เลว!”

ปัณณธรยิ้มเยาะในคำด่าที่มาพร้อมโทสะ เอาเป็นว่าตั้งแต่วันนี้ไป คำว่า ไอ้เลว จากปากหล่อน เขาจะถือว่ามันคือคำชม เพราะคงได้ฟังจนชินชาเป็นแน่

“เธอก็เลว ฉันก็เลว สมกันแล้วนี่ เหมือนผีเน่าโลงผุไงล่ะ”

“ไอ้...”

ครืดๆ ครืดๆ 

เสียงโทรศัพท์ครางครืดๆ อยู่ที่ไหนสักที่ สารภีแลหา เปิดลิ้นชักข้างเตียงดูก็เห็นว่ามีสายโทรเข้ามา น้องสาวเธอนั่นเอง

“รับสิ” เขาแนะ

“อย่าได้คิดส่งเสียงเชียว ยัยนิลไม่ปล่อยคุณแน่ถ้ารู้ว่าคุณอยู่ใกล้ฉัน”

เขายักไหล่ ไม่ค่อยเข้าใจนัก น้องสาวหล่อนจะมาโกรธเขาเรื่องอะไรล่ะ

“พี่อยู่ไหนเนี่ย! ยัยบูมจะหาพี่”

สารภีพยักหน้าเร็วๆ เสียงแวดๆ ของยี่สุ่นผู้เป็นน้องสาวน่ะ เธอชินเสียแล้ว “อ่า...อยู่บ้านยัยพลอยน่ะ งานติดพันเลยมาช่วยกันทำต่อ” 

เธอโป้ปด แล้วเสียงขลุกขลักอย่างโทรศัพท์กำลังถูกเปลี่ยนมือก็ดังขึ้น ก่อนที่เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งจะดังตามสายมา

“ป้านุ่นหนูจะเอาชุดเจ้าหญิง เมื่อไหร่ชุดเจ้าหญิงจะมาคะ” 

“ไม่เกินวันอาทิตย์แน่นอน ป้าสัญญาค่ะ”

“แน่นะ”

“แน่สิ นี่มันดึกแล้วนะ หนูไม่นอนหรือคะ”

“หนูลุกมาฉี่” เด็กหญิงว่า “ป้านุ่นห้ามลืมนะ”

“จ้าลูก...” สารภีรับคำหลานสาวมั่นเหมาะ ในขณะที่ปัณณธรเลิกคิ้วเมื่อไห้ยินเสียงหล่อนเรียกคนปลายสายว่าลูก “ให้ป้าคุยกับแม่ก่อน” เธอสั่ง แล้วโทรศัพท์ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง “เด็กๆ เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม”

“ก็ดี ไม่ได้เจ็บไข้สักคน ยัยบูมจะเอาชุดเจ้าหญิง บ่นไม่หยุดมาสามวันแล้ว ส่วนตาสองก็เหมือนเดิม เขาโลกส่วนตัวสูงแต่ว่าง่ายที่สุดในสามแสบพี่ก็รู้”

คนป่วยยิ้มหวานเมื่อได้ยินอย่างนั้น “แล้วลูกชายของฉันล่ะ หลับเหรอ”

“อือ...ตานนท์หลับเป็นเวลา นี่พี่กินข้าวบ้างหรือเปล่าเนี่ย”

“เออๆ กินแล้ว” สารภีโป้ปดอีกครา ได้เข็มน้ำเกลือจิ้มหลังมือ เธอก็ไม่หิวแล้วล่ะ “แล้วทำไมแกยังไม่นอนอีก”

“นอนแล้ว แต่ลุกมาหาข้าวให้พ่อยัยบูมกิน เพิ่งกลับเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง เอาล่ะๆ ฉันวางแล้วนะ พี่ก็อย่าทำงานดึกนักล่ะ”

“เออๆ แค่นี้แหละ”

แล้วสารภีก็วางสาย เธอยิ้มให้กับภาพพักหน้าจอที่เป็นรูปสามแสบ แสบหนึ่งชื่อ บูม เป็นเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบ แสบต่อมาเป็นผู้ชายชื่อ สอง และแสบสุดท้ายชื่อ นนท์ อายุเพิ่งสิบเดือนเท่านั้น เธอมีความสุขเสมอเมื่อดูรูปพวกเขา ครอบครัวเล็กๆ ที่มีแค่เธอกับน้องสาวเริ่มใหญ่ขึ้นและอบอุ่นขึ้นเมื่อมีพวกเขาทั้งสาม รวมถึงน้องเขยที่แสนดีของเธอด้วย

“ลูกเหรอ?” 

ความสุขของสารภีล่มสลายในนาทีนั้น เธอลืมไปจริงๆ ว่ามีตัวมารนั่งรออยู่ข้างเตียง

“ตานนท์เพิ่งจะสิบเดือน ไม่มีทางที่เขาจะเป็นลูกคุณหรอกน่า เลิกคิดว่าตัวเองจะมีลูกโผล่มาสักทีเถอะ คุณดูหมกมุ่นนะ ดูละครมากไปหรือไง” ด่าเขาแล้วเก็บโทรศัพท์เข้าไว้ในลิ้นชัก ก่อนจะขยับกายแล้วนอนดีๆ

“ฉันแค่อยากมั่นใจว่าระหว่างเราไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกันไว้น่ะ”

“แน่นอน ไม่มีหรอกย่ะ เมื่อไหร่จะไปซะทีนะ รำคาญจริงๆ”

ครืด...

เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นอีกแล้ว แต่เขาไม่ได้กลับ แค่เดินไปปิดไฟดวงใหญ่ เหลือไว้เพียงไฟดวงที่อยู่ในห้องน้ำ แสงที่ลอดออกมาพอทำให้มองเห็นคนที่อยู่ด้านนอก แล้วปัณณธรก็ขยับไปเอนกายบนโซฟาสีส้มอ่อน

“จะทำอะไร” เธอถาม

“นอนไง เพลียจะตาย” 

เขาตอบแล้วหลับตาลงเสีย ก็มันเพลียจริงอย่างว่า

“ง่วงก็กลับไปนอนบ้านสิ นี่โรง’บาลนะไม่ใช่โรงแรม”

“เรื่องของฉัน ฉันจะนอนนี่ แม่ฉันยังสั่งฉันไม่ได้เลย เธอเป็นใครล่ะ ถึงกล้าสั่งฉอดๆ”

“เอ๊ะคุณ?” สารภีไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาดี เขากลับมาเพื่อแก้แค้นหรือเพราะอะไรกันแน่ คนเกลียดกันจะจุมพิตกันได้ดูดดื่มขนาดนั้นเลยหรือ อันที่จริงแล้วเธอไม่เข้าใจปัณณธรคนนี้เลย เหมือนเขามีทั้งรักทั้งแค้นในหัวใจดวงนั้น หัวใจที่เธอเคยทำลายอย่างเลือดเย็น

จู่ๆ กระบอกตาของสารภีก็ร้อนผ่าวขึ้นมา วันชื่นคืนหวานที่เคยมีกำลังฉายภาพรีรันในหัวเธออีกแล้ว เธอรีบหลับตาลงเสีย ก่อนที่หยดน้ำตาอุ่นๆ จะไหลออกมา 




อัป 60% เหมือนเคยค่ะ



**%






หน้าเพจ เฟสบุ๊ค อัญจรี น้ำจันทร์ สิมันตรา 
 
ทางอีเมล An_jung2011@hotmail.com

ทางโทรศัพท์ 0818322579 ,   

ทางline id lilly_valalee



****นิยายที่พร้อมส่ง จัดส่งนิยายทุกวัน จ - ศ นักเขียนส่งเอง ได้รับของแน่นอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น