ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (แจ้งพิมพ์ครั้งที่ 3 จ้า)

ตอนที่ 22 : บทที่ 6 คลิปลับดับเบิ้ล X 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

“ขอบคุณที่มาส่ง คุณ...กลับเถอะ” เธอไล่กลายๆ

“ฉันจะเข้าไป อุตส่าห์มาส่ง น้ำสักแก้วจะไม่ให้กินเหรอ” เขาตำหนิแล้วก้าวผ่านหน้าหล่อนเข้าไป 

“แต่ว่า...ห้องฉันรกมาก” บอกไล่หลังแต่ไม่ทันแล้ว ปัณณธรก้าวเข้าไปในห้องสำเร็จ เธอได้แต่กุมขมับ ทั้งปวดศีรษะและขุ่นเคืองกับความดื้อของเขา

ปัณณธรมุ่นคิ้วเมื่อไฟในห้องสว่างขึ้นมา ห้องของหล่อนมิได้รกมากมาย โซฟาตู้เตียงก็ตั้งไว้เป็นระเบียบ จะมีก็แต่ของเล่นเด็กที่วางเกลื่อนอยู่หน้าจอโทรทัศน์เท่านั้น เขามองกลับไปที่สารภี มองหล่อนสลับกับของเล่นเหล่านั้น  

“เอ่อ...ของเด็กๆ น่ะ บางทีก็มาค้างที่นี่” เธออธิบาย ก็อยากไปเก็บข้าวของให้เข้าที่หรอกนะ แต่ไม่ไหวล่ะ เธอต้องการเตียง เธอไม่สนว่าเขาจะอยู่ต่อหรือกลับไป พอถอดรองเท้าได้ก็เดินไปที่ห้องนอน

ปัณณธรมองคนที่ทิ้งร่างลงบนเตียงอย่างเคืองๆ

“ถ้าป่วยก็ต้องกินยาไม่ใช่เหรอ” เขาท้วง

สารภีเปิดเปลือกตาขึ้นมอง เธอสลัดเสื้อสูทออกจากตัวแล้วโยนคืนให้เขา

“กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวยัยนิลมานี่เจอเข้าจะยุ่งกันใหญ่” เธอแนะ

ปัณณธรเลิกคิ้วสูง “ห่วงฉันหรือไง”

สารภีไม่ตอบ ยังมองเขาที่ยืนอยู่ใต้กรอบประตู ยิ่งได้มองเขาชัดๆ อดีตที่แสนหวานในวันวานก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นมา เขาเป็นอย่างไรบ้างนะ ห้าปีที่ผ่านมาคงมีแต่ความสุขกระมัง

“ห้าปีที่ผ่านมา คุณเคยมีใครบ้างไหม” 

เธอถามออกไปด้วยใคร่รู้ มือข้างหนึ่งดึงผ้านวมมาห่มกาย

ปัณณธรกำลังคิดหาคำตอบ เขาควรตอบอย่างไรเพื่อให้ได้เป็นผู้ชนะ 

“เยอะแยะ แต่ไม่มีใครทำให้ฉันรักได้สักคน ผู้หญิงพวกนั้นไม่มีความจริงใจ ล้วนเข้าหาฉันเพราะเงินทั้งนั้น”

สารภียิ้มน้อยๆ คงมีแต่เธอกระมังที่เข้าหาเขาโดยไม่หวังถึงแก้วแหวนเงินทอง แต่เขาคงจำไม่ได้ 

“ดีจัง ฉันน่ะ ห้าปีที่ผ่านมา...ไม่เคยมีใครได้อีกเลย ฉัน...มัวแต่คิดถึงคุณ”

สารภีเอ่ยแล้วหลับตาลงเสีย เธอไม่น่าพูดออกไป ไม่น่าเลยจริงๆ

ปัณณธรยืนตัวชาอยู่ที่หน้าประตู คำตอบของสารภีทำไมทำให้เขารู้สึกอย่างนี้ รู้สึกถึงความพ่ายแพ้ในขณะที่สารภี...ชนะขาดลอย

“ฉันจะไปหายามาให้กิน พิษไข้คงทำให้เธอพูดจาไร้สาระ และอีกอย่าง ถ้าเธอตายตอนนี้ฉันคงหมดสนุก อยู่สู้กับฉันไปอีกหน่อยก็แล้วกัน”

นั่นคือสิ่งที่สารภีได้ยินตอนศีรษะหนักอึ้ง หัวใจได้เจ็บอีกคราว เขาคงลืมความรักที่เคยมีให้เธอไปจนสิ้นแล้ว ไม่มีเหลือแม้แต่เศษละอองของความรักเลย

สารภีหลับสนิทอีกครั้งในตอนที่กินยาเรียบร้อย ปัณณธรยังไม่กลับแต่อย่างใด เสื้อสูทของเขาถูกถอดทิ้งเหลือเพียงเชิ้ตตัวในที่ไร้เนกไท เขากวาดตามองไปรอบๆ พิจารณาห้องของสารภีที่ค่อนข้างคับแคบ ไม่มีสิ่งใดสะดุดตาเขา นอกจากรูปถ่ายขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ผนังตรงข้ามเตียง 

ไฟล์ภาพไร้ความคมชัดราวกับว่าถูกถ่ายจากกล้องของโทรศัพท์มือถือ ผู้ชายในรูปใบหน้าขาวผ่อง มีสีแต้มติดที่ปลายจมูกและซีกแก้มทั้งสอง แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างสดใส เขายืนมองรูปถ่ายอยู่อย่างนั้น รู้สึกหัวใจในอกกำลังสั่นไหวรุนแรง นั่นมัน...รูป...ของเขาเอง

ร่างสูงใหญ่ทรุดนั่งข้างคนป่วย ด้วยว่าสองขาเริ่มไร้แรงยืน เขานั่งอยู่อย่างนั้น เฝ้ามองหน้าสารภีสลับกับภาพบนผนัง ขบคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จริงหรือที่หล่อนไม่เคยมีใคร จริงหรือที่ห้าปีที่ผ่านมา หล่อนเอาแต่คิดถึงเขา แล้วทำไมหล่อนต้องทิ้งเขาไปด้วยล่ะ

“ฉันเจ็บมามากสารภี เจ็บจน...รู้สึกละอาย ถ้าต้องคืนดีกับเธอ” 

เอ่ยออกมาเพราะรู้ว่าคนป่วยไม่มีวันได้ยิน ไม่ใช่แค่เขาที่สูญเสีย ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องเจ็บเพราะรักกับหล่อน เมื่อก่อนนี้ หัวใจเขาเป็นของเขาเอง เขาออกไล่ตามฝัน ออกไล่ตามความรักอันสดใส เฝ้าฝันถึงวันแห่งความสุข แต่ทุกสิ่งก็พังทลายก่อนฝันอันแสนงามจะปรากฏให้เห็น หล่อนทิ้งเขาไป ทิ้งเขาให้เจ็บปวดในวันที่เขาเพิ่งจะ...

“อือ...หนะ...หนาว...หนาวจัง...”

เสียงของคนป่วยทำให้ปัณณธรหยุดคิดเรื่องในหัว หล่อนครางว่าหนาวแต่มีเหงื่อผุดพรายที่ไรผม และหากไม่อยากให้หล่อนตายลงตรงนี้ เห็นทีว่าต้องไปหาน้ำหาผ้ามาเช็ดตัวให้แล้วล่ะ

“ฉันทำเพราะเอาบุญหรอกนะ ไม่ได้พิศวาสเธอสักนิดเลย” บอกตัวเองอย่างนั้นแล้วแลหาผ้าสักผืนกับกะละมังสักใบ เขาหาอย่างหลังเจอในครัว ครัวของหล่อนไม่ค่อยมีข้าวของมากนัก แต่ยังดีที่มีกะละมังใบเล็กๆ ให้เขาได้ใช้ 


และในคืนนั้น ปัณณธรก็กลายเป็นพยาบาลจำเป็น เฝ้าเช็ดตัวและวัดไข้ให้สารภี ดูแลหล่อนไปก็ได้แต่พร่ำบอกตัวเอง 

เขาไม่ได้ทำเพราะยังรัก แต่ทำเพราะความแค้น หากศัตรูตายไปง่ายๆ มันคงไม่สนุก ให้เขาได้ทำร้ายสารภีให้หนำใจก่อนเถิด สาแก่ใจเมื่อไหร่ ต่อให้หล่อนตายลงตรงหน้า เขาสาบานได้เลยว่าจะไม่แลแม้แต่หางตา


อรุณรุ่งวันใหม่

เสียงกุกกักที่ประตูทำให้ปัณณธรรู้สึกตัวตื่น หัวหูเขายุ่งเหยิงเพราะได้หลับตอนเกือบตีสาม แถมยังฟุบหลับในท่านั่งอยู่ข้างเตียงของสารภี หล่อนยังไม่ตื่น ยังหลับอยู่บนเตียง แล้วใคร...อยู่ข้างนอกล่ะ

แอ๊ด...

เด็กชายตัวน้อยวัยไม่น่าจะเกินห้าขวบ ผลักประตูห้องนอนเข้ามา เจ้าหนูอยู่ในชุดนักเรียนอนุบาล ดวงตากลมโตคู่นั้นมองไปยังปัณณธรอย่างสงสัย สองคิ้วขมวดแน่นๆ มองปัณณธรสลับกับรูปใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง

ปัณณธรใจเต้นเร็วแรง ทำไมแค่ถูกอีกฝ่ายจ้องมอง จึงได้รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ ดวงตาของเจ้าหนูมิได้แปลกพิสดาร แต่มีบางอย่างที่ทำให้เขาใจเต้นรัวได้ อะไร...สักอย่าง...

“สอง น้องเจอไดโนเสาร์ไหม!” 

เสียงเล็กๆ อีกเสียงดังข้ามห้องมา ปัณณธรเดาว่าน่าจะเป็นหลานคนโตของสารภี 

“ตาสอง! ว่าไงลูก เจอไหม!”

ปัณณธรตาเบิกโต นั่นเสียงยี่สุ่น เขาจำได้

“แม่นิล” เด็กน้อยเรียกคนที่อยู่ข้างนอก มือยังกำอยู่ที่ลูกบิดประตู มันถูกแง้มไว้เล็กน้อย ด้วยมือกลมป้อมของเจ้าหนู 

ปัณณธรรีบส่งสัญญาณ “ชู่ว์...” เขาส่งเสียงแล้วชี้ไปที่ประตู โบกไม้โบกมือสื่อให้รู้ว่าอย่าบอกว่าเขาอยู่ในนี้

เด็กน้อยมองหน้าเขาสลับกับประตูอยู่สองรอบ ก่อนจะปิดมันลงดีๆ

“อ่า...คือ...สารภีไม่สบาย ฉันเลยมาช่วยดูแลน่ะ แต่ว่า...”

“ตาสอง! มาเร็วลูก รถโรงเรียนจะมาแล้วนะ!”

เสียงยี่สุ่นร้องเร่งอยู่ด้านนอก ปัณณธรทำหน้าอย่างคนโมโหที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะหากยี่สุ่นเปิดประตูเข้ามาตอนนี้ และเห็นว่าเขาอยู่ที่นี่ละก็ เขาอ่วมแน่!

“ขอหาแป๊บนึงค้าบแม่นิล” เด็กน้อยขานตอบ ปัณณธรโล่งใจได้หน่อยหนึ่ง ดวงตากลมแป๋วนั่นยังจ้องมองเขา ทั้งขยับเข้ามาใกล้ แก้มยุ้ยๆ กับปากเล็กๆ นั่นช่างน่าเอ็นดูดีแท้ “คุณลุงเป็นหมอหรือคับ” เด็กน้อยถาม

“อือ...น่าจะแบบนั้น...ละนะ” เขาตอบเบาๆ

เด็กน้อยทำหน้านึก ก่อนจะชี้ไปที่สารภี “คุณหมอให้คนไข้คนนี้กินยาอย่างเดียวนะ คนไข้ไม่ชอบเข็มฉีดยา มันเจ็บ”

“โอเค คุณหมอจะไม่ฉีดยาให้เธอ”

“สัญญานะคับ”

“สัญญาลูกผู้ชายเลยเอ้า แต่ว่า...ห้ามบอกแม่นิลนะว่าคุณหมอมา คุณหมอเป็นผู้ชาย เข้ามาตรวจคนไข้ถึงเตียงนอน ถ้าแม่นิลรู้เข้า คุณหมอต้องโดนตีแน่ๆ เพราะว่าแม่นิลดุมาก...” เขาลากเสียงยาวๆ ในตอนท้าย เด็กชายยกนิ้วโป้งมาให้พร้อมทำหน้าขึงขัง ราวกับประโยคที่เขาเอ่ย เจ้าตัวเห็นด้วยทุกประการ

“ตาสอง!? ทำอะไรอยู่ มาเร็วลูก แม่รอที่หน้าประตูแล้วนะ!”

เสียงยี่สุ่นร้องเรียกอีก ได้ยินเสียงเอ็ดอึงลูกสาวคนโตด้วยเรื่องบางอย่าง เด็กน้อยในห้องสารภีเลยถอยไปที่ประตูห้องนอนอีกครั้ง

“ไม่ฉีดยา” เด็กน้อยย้ำอีก

ปัณณธรยิ้มกว้างแล้วพยักหน้ายืนยันอีกที เจ้าตัวถึงได้ยอมออกไป 

แล้วเสียงปิดประตูก็ทำให้สารภีรู้สึกตัวตื่น หญิงสาวปรือตามองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ต้องขยี้ตาอยู่หลายรอบ ก่อนจะยอมเชื่อว่าคนที่นั่งอยู่คือปัณณธรจริงๆ แล้วเขามานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม!








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น