ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (แจ้งพิมพ์ครั้งที่ 4 จ้า)

ตอนที่ 21 : บทที่ 6 คลิปลับดับเบิ้ล X 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

สารภีเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งของรถ เปิดประตูออกท่ามกลางความงงของปัณณธร

“จะทำอะไร ฉันไม่ได้บอกว่าจะไปส่ง” เขาท้วง

“ไม่คิดว่ามันดึกแล้วเหรอ มืดๆ ค่ำๆ ผู้หญิงสวยๆ นั่งแท็กซี่คนเดียวน่ากลัวจะตาย” เธอว่า

“หึๆ คิดจะอ่อยฉันหรือไง”

“นาทีนี้ไม่ต้องอ่อย คุณก็ตามฉันต้อยๆ อยู่แล้ว หรือไม่จริง” เธอยักไหล่เมื่อพูดจบ ยิ้มเยาะไปหนึ่งทีแล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหรู รถยุโรปราคาแพงลิ่ว เบาะหนานุ่ม ฆ่าเจ้าของแล้วปล้นรถท่าจะดี

ปัณณธรขึ้นรถมาบ้าง ความไม่พอใจยังระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา

“ถ้าส่งคลิปให้แม่ฉันละก็ เธอตายแน่”

สารภียิ้มถูกใจ ในที่สุดก็รู้ชัดถึงจุดอ่อนของปัณณธร “ถ้ากล้ารังแกฉันอีก คุณก็ตายเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เรามาสมานฉันท์กันเถอะ ถ้ากลับไปรักกันไม่ได้ ก็อย่าเกลียดกันให้มากกว่าเดิมเลย ดีไหม” เธอต่อรอง แต่ปัณณธรคงไม่คิดอย่างนั้น

“คำว่าสมานฉันท์ไม่มีวันเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนหรอกนะ ฉันมีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้เจ็บได้ ผู้หญิงร้ายๆ อย่างเธอหัวใจบอบบางจะตาย เห็นได้จากการที่เธอยอมให้ฉันเข้าหา นั่นแสดงว่าลึกๆ แล้วเธอก็อาจจะรักฉันอยู่ เพราะฉะนั้น การทำให้เธอรักอีกครั้งแล้วเขี่ยทิ้งก็น่าสนุกดีเหมือนกัน”

สารภีเบ้ปาก ช่างมั่นใจเหลือเกินนะพ่อคุณ 

“ทำไมฉันต้องกลับไปรักคุณล่ะ ช่างคิดได้เนาะ อย่างคุณนี่แอบกินกันเป็นครั้งคราวก็คงพอไหว แต่เอามาคบเป็นเรื่องเป็นราวคงไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ดูจากห้าปีที่แล้วสิ ไม่เอาล่ะ ฉันขี้เกียจกลับไปเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายคนเดิม มันไร้ประโยชน์” บอกเขาแล้วแลหาอะไรสักอย่างมาคลุมร่าง ปัณณธรเริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ แอร์เย็นจัดนั่นทำให้เธอขนลุก เสื้อสูทที่วางทิ้งอยู่บนเบาะหลังช่วยทำให้เธออุ่นขึ้นมาอีกนิด

“แล้วคิดว่าฉันสนุกหรือไง เห็นหน้าเธอแล้วอยากจับถ่วงน้ำวันละสามเวลานั่นแหละ”

“ว้าว...งั้นเราก็เป็นคู่ร้ายที่สมน้ำสมเนื้อสินะ ดีจัง จากคู่รักเป็นคู่ร้าย ก็โอเค...ฉันชอบ ออกรถได้แล้ว ฉันง่วงนอน”

ไม่ต้องรอให้ถูกสั่งซ้ำ ปัณณธรก็บังคับพวงมาลัยพารถเคลื่อนออกไป สารภียังเงียบอยู่ หล่อนพอใจเอนหลังอิงเบาะ ซุกร่างอยู่ใต้เสื้อสูทของเขา เปลือกตาทั้งสองปิดสนิท แต่เขามั่นใจว่าหล่อนไม่ได้หลับ หน้าตาหล่อนตอนไม่อ้าปากด่าว่านี่ยังน่าเอ็นดูเช่นเดิม คิ้วโก่ง จมูกโด่งพอเหมาะ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่าจูบ สารภีก็คือสารภี เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหล่อนยังงดงามเฉกเช่นวันวาน

“เลิกจ้องฉันแล้วมองถนนดีๆ ได้ไหม ฉันยังไม่อยากรถคว่ำตาย”

คนที่หลับตาอยู่เอ่ยท้วงด้วยสัญชาตญาณ มั่นใจว่าถูกเขามองอยู่ 

ปัณณธรเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ฉันไม่ได้มองเธอ อย่าสำคัญตัวเองผิด”

“เออๆ แล้วแต่เถอะ เบื่อจะเถียง ฉันง่วงนอน...ง่วงจริงๆ นะ” 

แล้วสารภีก็ผล็อยหลับไปในอึดใจถัดมา สารถีจำเป็นเลยไม่ได้เอ่ยอะไรอีก สองตาเฝ้ามองถนนเบื้องหน้า ในขณะที่สองหูคอยฟังเสียงลมหายใจของสารภี

 

ปัณณธรขับรถมาส่งสารภีถึงคอนโดฯ หล่อนหลับมาตลอดทาง หลับสนิทเชียวล่ะ เขาปลุกเมื่อถึงที่หมาย หล่อนเอาแต่ครางอืออา ต้องใช้เวลาชั่วนาทีกว่าจะลืมตาขึ้นมาได้

“ถึงคอนโดฯ เธอแล้ว ลงไปสิ” 

เขาบอกดีๆ ไม่อยากมีเรื่องกับคนที่เพิ่งตื่นหรอก

สารภีนิ่วหน้า ค่อยๆ พยุงกายลุกนั่ง “ฉันต้องเป็นไข้แน่ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวจริงๆ” เปรยกับตัวเองอย่างมั่นใจในอาการ แล้ววินาทีต่อมาก็ได้ตื่นตะลึงเมื่อมือข้างหนึ่งของปัณณธรเคลื่อนเข้ามาใกล้หน้าผาก ก่อนจะยกค้างอยู่ในท่านั้น เธอมองมันเหมือนมองสัตว์ประหลาด ในขณะที่เจ้าของมือตกตะลึงไม่แพ้กัน

ปัณณธรกะพริบตาถี่ๆ นึกอยากตัดมือตัวเองทิ้งนัก มันเลื่อนไปหาหล่อนโดยอัตโนมัติ ราวกับรู้หน้าที่ บ้าบอที่สุด!

ความเงียบปกคลุมภายในห้องโดยสาร ดวงตาสองดวงสานสบกันเนิ่นนาน ไร้คำถาม ไร้การเอื้อนเอ่ยเจรจา มีเพียงภาพวันวานที่ผุดขึ้นในมโนจิตของพวกเขา ภาพที่สารภีเจ็บไข้ไม่สบาย แล้วปัณณธรคอยวัดไข้ให้หล่อนด้วยหลังมือ 

“จะทำ...อะไร” 

สารภีถามอย่างขลาดๆ ในเมื่อเขากลับมาเพื่อแก้แค้น เพื่อทำให้เธอเจ็บ ย่อมไม่ควรแสดงท่าทีที่คล้ายๆ อ่อนโยน มันจะทำให้เธอเขว หรือว่า...เขาเริ่มมันแล้วล่ะ  แผนการที่จะทำให้เธอรักแล้วเขี่ยทิ้งนั่นน่ะ

คนถูกถามกะพริบตาถี่กว่าเดิม

“อะไรล่ะ ฉัน...ไม่ได้จะทำอะไร ก็แค่...จะช่วยเปิดประตู” เขาแก้ต่าง ก่อนที่มือข้างนั้นจะค่อยๆ เลื่อนออกห่างจากหน้าผากของสารภี เขาต้องโน้มกายเข้าหาหล่อนอีกมากเพื่อเอื้อมมือไปที่ประตูรถ แล้วกดปลดล็อกมันเสีย 

สารภีมองมือเขาอย่างเสียดาย 

“ลงไปสิ” 

เมื่อถูกสั่งอีกสารภีก็ลงจากรถแต่โดยดี อากาศที่แตกต่างระหว่างในรถและนอกรถทำให้เธอต้องมุ่นคิ้วแรงๆ ปัณณธรลงรถมาด้วย เขาจ้องเธออยู่ที่อีกฝั่งของรถ

“ขอบคุณ” เธอบอกแล้วก้าวจากมา ทว่าสองขายังไม่ทันได้ขึ้นไปบนบันไดเตี้ยๆ ของอาคาร ทุกอย่างก็ผิดปกติ บันไดตรงหน้าคล้ายว่าจะกลับหัวเปลี่ยนทิศ เธอต้องกะพริบตาถี่ๆ ได้ยินเสียงปัณณธรร้องเรียกอยู่ข้างหลังก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท เธอกำลัง...เป็นลม

“สารภี! สารภี!”

ปัณณธรวิ่งมาหาคนเป็นลม เขาอุ้มหล่อนขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะพาหล่อนขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องพัก หัวใจยังเต้นแรงประหลาด ไม่ได้อยากห่วงสักนิด แต่มันเป็นไปเอง

“ปะ...ปัณ...” สารภีเรียกชื่อเขาแต่อีกฝ่ายไม่ตอบ ไออุ่นจากอกเขายังอุ่นมิคลาย เขายังอุ้มเธอไว้แม้ปากประกาศอยู่ปาวๆ ว่าเกลียดกัน 

ปัณณธรปล่อยให้สารภีลงยืนตอนออกมาจากลิฟต์โดยสาร แต่หญิงสาวยังมึนศีรษะไม่อาจเดินให้ตรงได้ด้วยตัวเอง และเป็นเขาอีกครั้งที่ยังเฝ้าประคอง ทั้งสองเดินเงียบๆ ไปจนถึงห้องของสารภี

หญิงสาวไขกุญแจห้องด้วยมือที่สั่นระริก สุดท้ายก็เป็นปัณณธรที่ช่วยสงเคราะห์เปิดประตูให้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น