ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (แจ้งพิมพ์ครั้งที่ 4 จ้า)

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 ผู้ชายร้ายๆ ชอบใช้ความรุนแรง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    17 มี.ค. 62


ขอบคุณอีกครั้งสำหรับยอดโหลดอีบุ๊กนะคะ สู่ 1000 โหลดแล้วจ้า



EBOOK

          MEB ->   อัญจรี - Meb    

                         ร้อยคำรัก


          อัญจรี - hytexts.com -> อัญจรี - hytexts.com thai ebook store | ePub ไทย 


          

          Google Play-> อัญจรี - Books on Google Play



          OOKBEE -> อัญจรี (น้ำจันทร์) - OOKBEE - ฟรี อีบุ๊ค(e-book) อีแมก(e-magazine ...


<*>*<*>*

บทที่ 4 ผู้ชายร้ายๆ ชอบใช้ความรุนแรง

“ป้านุ่น...ป้านุ่นค้า...”

สารภีหลุดจากภวังค์อันแสนเศร้า หันมองหลานสาวก็เห็นอีกฝ่ายมองเธออยู่

“บูมอิ่มแล้ว ไปแปรงฟันก่อนนะคะ ไปเร็วสอง พี่จะเล่านิทานให้ฟัง เรื่องเจ้าหญิงกับเจ้าชาย”

เด็กชายตัวน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนถูกพี่บูมลากเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ

ยี่สุ่นเดินออกมาบ้าง สวนกับเด็กๆ เลยไล่ต้อนให้เข้าห้องไปเร็วๆ

“โอย...เหนื่อยจริงๆ วันนี้” บ่นให้พี่สาวฟังแล้วตักสุกี้มาใส่ชาม สารภีช่วยเร่งไฟให้แรงอีกนิด ก่อนจะเติมหมูเติมผักให้น้องสาว 

“หางคิ้วพี่ไปโดนอะไร ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวาน แต่ดันลืม” 

“หือ...อ่า...ช่างที่ร้านไม่ระวัง ตัดผ้าแล้วปลายกรรไกรมันมาโดนน่ะ ใกล้จะหายแล้วล่ะ” โป้ปดออกไปซึ่งหน้า ด้วยว่าไม่กล้าเอ่ยความจริง

คนถามพยักหน้า ไม่ได้ติดใจอะไรกับรอยแผลนั้น แต่ติดใจสีหน้าของพี่สาวมากกว่า

“มีเรื่องอะไร ดูพี่มีเรื่องให้คิดนะ” 

สารภีขยับกายอย่างอึดอัด “กินให้อิ่มก่อน เดี๋ยวเล่า”

“ไม่เอาเล่ามา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ไม่ทำให้ฉันหยุดกินได้หรอก”

สารภีไม่เชื่อหรอก ยี่สุ่นยังไม่รู้ว่าเธอจะเอ่ยเรื่องอะไรต่างหาก เธอรอจนสุกี้ชามแรกถูกหล่อนกินจนเกือบหมด

“อันที่จริง ห้าง PJ เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของเมื่อเร็วๆ นี้ และเขาอยากให้ร้านฉันย้ายออก”

“อ้าว! ทำไมล่ะ พี่ก็อยู่ของพี่ดีๆ ยังไม่หมดสัญญาด้วย”

สารภีนิ่งงัน วางช้อนลงเสียเพราะไม่อาจกลืนอะไรลงท้องได้อีก

“คือว่า...เจ้าของคนใหม่น่ะ เขาชื่อ...”

“ชื่อ?” ยี่สุ่นทวนคำอย่างใคร่รู้

“ปัณณธร”

เคล้ง! 

ช้อนในมือของยี่สุ่นหล่นร่วงในตอนนั้น คุณแม่ยังสาวอิ่มตื้อขึ้นมาในบัดดล รีบยกแก้วน้ำขึ้นกระดกก่อนที่จะถูกไฟโกรธแผดเผาไปมากกว่านี้

“แล้วทำไมเพิ่งมาบอก! ไอ้บ้านั่นมันอยู่ไหน ฉันจะไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้!” ยี่สุ่นลุกจากเก้าอี้ ม้วนแขนเสื้อขึ้นราวกับจะไปท้าตีท้าต่อยกับปัณณธรจริงๆ

“ช่างเถอะน่า เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว อย่าไปวุ่นวายกะเขาเลย”

“ไม่วุ่นวายได้ไง ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ามันวุ่นวายกับพี่ก่อน”

“ฉันจะหาทางออกเรื่องนี้เอง”

ยี่สุ่นพ่นลมหายใจแรงๆ มองพี่สาวแล้วอยากจับนางเขย่าให้หายโมโห

“อย่าให้รู้นะว่าแอบไปกิ๊กกั๊กกับมันอีก ฉันเอาพี่ตายแน่”

“เออน่า กิ๊กกั๊กบ้าอะไรล่ะ ไม่มีหรอก แกนี่ก็เพี้ยนเนาะ”

ยี่สุ่นเบ้ปากอย่างรู้ทัน ก็รักเขาออกปานนั้นไว้ใจไม่ได้หรอก ไม่รู้ล่ะ เธอต้องหาเวลาไปจับผิดแม่พี่สาวตัวดีเสียแล้ว ถ้าดวงดีเจอไอ้บ้านั่นละก็ มันตายแน่! มันไม่รู้หรือว่าห้าปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันไม่รู้ใช่ไหม!


วันอาทิตย์ ห้าง PJ

สี่ทุ่มเศษๆ แล้ว ไม่มีลูกค้าเดินเพ่นพ่านให้เห็น แม้แต่ช่างตัดเสื้อในร้านก็กลับออกไปจนหมด ทว่าสารภียังเก็บร้านไม่เสร็จเลย วันนี้พลอยเพชรไม่อยู่ เธอเลยได้วิ่งวุ่นหน้าร้านหลังร้าน เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน ความรักความหลังอันขมขื่นเฝ้าหลอกหลอนเธอจนถึงเช้า ความเศร้ายังติดตามเธอเหมือนเงา ชวนให้วันนี้ทั้งวัน เธอไม่สดใสเอาเสียเลย

“เฮ้อ...เสร็จซะที” บอกตัวเองแล้วนั่งลงยังโซฟารับแขก ก่อนจะหยิบกระดาษร่างแบบมาดู เธอต้องการตัดชุดราตรีสักชุดไว้โชว์หน้าร้าน ใกล้เดือนแห่งความรักแล้ว งานแต่งงานมีมาก และนั่นคือนาทีทองของร้านตัดเสื้ออย่างเธอเช่นกัน

หางตาของสารภีแลเห็นเงาวูบวาบที่หน้าประตู พอเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ร้านปิดแล้วค่ะ” บอกเขาแล้วลุกจากเก้าอี้ หยิบเอาโทรศัพท์มือถือมากำแน่นแล้วเดินเข้าหลังร้าน  หางตายังมองปัณณธร แน่นอนว่าเขาตามเธอมา เธอหยุดที่โต๊ะทำงานของตัวเอง มีกระดาษร่างแบบวางอยู่ เธอพิงโทรศัพท์ไว้กับกล่องดินสอ ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับผู้มาเยือน

“เธอเลือกได้หรือยัง ว่าจะย้ายไปเปิดใหม่ที่ตึกแถวหลังไหน” 

เขาเริ่มต้นด้วยการถามดีๆ หวังว่าหล่อนจะเลือกตึกแถวสักแห่งที่เขาหามาให้แล้วย้ายออกไปเสีย

“ฉันไม่ย้าย พูดไม่รู้เรื่องนะ”

“เธอต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่อง หรืออยากใช้โอกาสนี้เข้าหาฉันอีกครั้งล่ะ ฉลาดดีนี่”

สารภีหน้าม้าน ทุกทีก็เป็นเขาที่เข้าหา เธอไม่เคยทำแบบนั้นสักนิด

“ฉันจะกลับแล้ว เชิญคุณกลับไปเถอะ” บอกเขาแล้วคว้าเอากระเป๋าสะพายมาคล้องบ่า ตั้งท่าจะเดินไปที่ประตู แต่ถูกอีกฝ่ายดึงเอาไว้ เขาเหวี่ยงเธอเข้าหาผนังแรงๆ ส่งผลให้กระเป๋าถือร่วงหล่น ข้าวของในนั้นกระฉอกออกมา 

สารภีใจหายวาบ ในสิ่งที่ตกเกลื่อนอยู่มีบางอย่างรวมอยู่ด้วย ปัณณธรหยิบมันขึ้นมากำแน่นๆ

“นี่อะไร!?” ไม่ถามเปล่าๆ แต่กระชากแขนเรียวแรงๆ สารภีถึงกับนิ่วหน้า

“โอ๊ย! เจ็บนะ!”

“ก็ตั้งใจให้เจ็บไง ฉันถามว่านี่อะไร!” 

“สมองไม่พัฒนาหรือไงถึงไม่รู้จักยาคุม ถามควายควายยังรู้”

สารภียิ้มเยาะ ปัณณธรขยำแผงยาคุมจนมันม้วนเข้าหากัน ก่อนจะปาลงพื้น ไม่รู้ทำไมถึงไม่พอใจที่เห็น ก็ไม่ได้อยากมีลูกกับหล่อนสักนิด

“ปากดีจริงๆ จำไว้นะสารภี ถ้ายังอยู่ต่อ เธอได้เจ็บกว่านี้แน่ๆ เธอจะมีค่าไม่ต่างจากอีตัวที่คอยสนองตัณหาให้ฉัน จนกว่าฉันจะพอใจ!”

สารภีมองหน้าคนพูดนิ่งๆ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา 

“จะข่มขืนฉันเหรอ เอาเลยสิ! เอาเลย!” 

แล้วสารภีก็ได้กัดฟันแน่นหนึบเมื่อปลายจมูกคมๆ โน้มลงมาซุกซบที่ซอกคอ หญิงสาวหัวใจเต้นแรง มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้ว รสสวาทจากผู้ชายสารเลว กำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้ว!

แสงไฟในห้องเล็กๆ ที่แออัดไปด้วยเสื้อผ้าหลากหลายดีไซด์ กำลังส่องกระทบร่างของหนึ่งบุรุษกับหนึ่งสตรีที่กำลังโรมรันกันอยู่ข้างผนัง ฝ่ายหญิงนั้นร่างบอบบางแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับวอลเปเปอร์ ลำตัวถูกฝ่ายชายดันจนติดกับผนัง ริมฝีปากถูกเขาปิดเอาไว้ด้วยเนกไทที่เพิ่งดึงออกจากรอบคอ มิอาจส่งเสียงร้องให้ใครได้ยิน

“อื้อ...อ่อยอ๊ะ!” สารภี ร้องเท่าที่ร้องได้ ลมหายใจหอบถี่กระชั้นชิด ร่างทุกส่วนถูกเขาตรึงไว้กับผนัง ไม่อาจขยับเขยื้อน

“ไม่...ฉันไม่ปล่อยหรอก ฉันรู้ว่าเธอชอบ หึๆๆ” ปัณณธร เยาะเย้ย กดริมฝีปากจุมพิตที่ซอกคอขาว ในขณะที่เบื้องล่างนั้น ชิ้นส่วนมวลกายที่ไร้กระดูกกำลังบุกทะลวงเกสรสวรรค์ของแม่ดอกสารภีอย่างกระแทกกระทั้น รสราคะของหล่อนช่างยากจะลืมเลือน ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครเติมเต็มเขาได้เท่ากับสารภี ผู้หญิงเลวๆ ที่ทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็น!

“อ๊า...” 

สารภีร้องครางออกมาเมื่อแรงกระแทกทำเอาเธอเจ็บจุก หน้าผากของเธอกระทบผนังห้อง หน้าอกหน้าใจเปลือยเปล่าถูกเสียดสีจนเจ็บแสบเพราะเขาดึงเสื้อเชิ้ตของเธอจนกระดุมหลุดลุ่ย แล้วกระชากออกไปตามเรียวแขน แต่ไม่ยอมถอดทิ้ง คามันไว้ที่ข้อมือทั้งสองแล้วรวบเข้าหากัน ก่อนจะมัดแน่นๆ 

กลายเป็นว่าตอนนี้แขนเธอถูกมัดไพล่ไปข้างหลัง ริมฝีปากถูกมัดด้วยเนกไท กระโปรงตัวน้อยถูกถลกมากองที่รอบเอว ส่วนกางเกงชั้นในตัวจ้อยจิ๋วหล่นร่วงไปคาไว้ที่หัวเข่า 

“ซี้ด...สารภี! เธอนี่ยังแน่นเหมือนเดิมเลย ฉันชอบจริงๆ อ๊ะ!”

สารภีหลับตาแน่นๆ เอาเลย อยากทำอะไรก็เชิญ เธอจะอดทนให้มาก จะอดทน!

ลำคอด้านข้างถูกขบเข้มครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่เบื้องล่างถูกกระแทกกระทั้นเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยพบเจอผู้หญิงหรืออย่างไร เธอเป็นคนนะ เธอมีเลือดเนื้อ เธอรู้สึกได้และเจ็บเป็น ถึงไร้กำลังขัดขืนแต่ใช่ว่าจะเต็มใจ เขาจงใจมองผ่านข้อนี้ไปสินะ เอาสิ เอาเลย อยากใช้วิธีนี้เพื่อกดดันให้เธอไปจากที่นี้ แต่มันไม่สำเร็จหรอก ต่อให้ต้องเสียอะไรๆ ไปบ้างเธอก็ไม่สน บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรสำคัญเท่าปากท้อง หากเขาอยากสนุกกับเรือนร่างนี้นักก็ตามใจเถอะ ตามใจเลย!

แล้วรสราคะระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวก็ดำเนินต่อไปกว่าครึ่งชั่วโมง สารภีถูกจับพลิกซ้ายพลิกขวาในท่ายืนที่เธอแทบจะช่วยตัวเองไม่ได้ ยอมรับว่าโกรธเคืองเขาและก็ต้องยอมรับว่าบทรักที่เขานำเสนอช่างเร่าร้อนเหลือเกิน มันทั้งสุขและทุกข์ในคราวเดียว อยากจะโกนดังๆ ว่าอย่าทำฉัน แต่อีกใจก็กู่ร้องเช่นกัน ว่าช่วยทำฉันแรงๆ

“อ๊า! ซี๊ด...สารภี สารภี!”

แล้วในที่สุดปัณณธรก็ถึงฝั่งฝัน เขากระแทกกายส่วนล่างเข้าหาบั้นท้ายของสารภีเน้นๆ แรงๆ ปลดปล่อยหยาดธาราแห่งชีวิตเขาสู่ผืนดินอันชุ่มฉ่ำของหล่อน พอเสร็จสมอารมณ์ใคร่ก็ถอดถอนแก่นกายออกมา ก่อนจะผละจากร่างบอบบาง ยังผลให้คนที่โดนพิศสวาทรุมเร้าแข้งขาอ่อนแรง ทรุดลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

“อื้อ!” สารภีร้องอู้อี้ ปัณณธรยิ้มเยาะ จัดการเช็ดชิ้นส่วนมวลกายด้วยกระดาษทิชชู่แล้วปาลงไปบนพื้นอย่างสะใจ เขาแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปหาหล่อน ช่วยดึงเอาเนกไทที่ปิดปากออก ไม่ลืมแก้มัดที่ข้อมือให้หล่อนด้วย

สารภีไม่รู้จะหาคำใดมาด่าเขาดี เพราะทุกคำที่เธอคิดได้ก็ด่าเขาไปหมดแล้ว หญิงสาวควานหาเสื้อชั้นในแบบไร้สายมาสวม มันหล่นอยู่แถวนั้น ความอายที่เคยมีอันตรธานหายไปตั้งแต่วันที่เธอยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวแล้ว ทว่าปัณณธรคนนี้มิใช่ผู้ชายคนเดิมที่เธอรู้จัก เขาใจร้ายใจดำได้มากกว่าที่เธอคิดเสียอีก

“ย้ายออกจากที่นี่ซะ อย่าให้ฉันต้องพูดมาก” 

สารภีค้อนขวับ เสียงห้วนๆ แข็งๆ นั้นช่างตัดกับใบหน้าหล่อเหลาแสนอ่อนโยน ผู้ชายที่รูปงามเวลาทำเรื่องชั่วๆ นี่ทำไมถึงได้น่ามองนักนะ

“หลังจากที่ทำกับฉันแบบนี้เนี่ยนะ!” เธอแหวใส่ ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เธอดึงกระโปรงลงแล้วเร่งมือติดกระดุมเสื้อสามสี่เม็ด เชิ้ตที่ทำจากผ้าไหมญี่ปุ่นมีรอยยับเล็กน้อยจากการที่เขาใช้มันแทนเชือกเพื่อมัดข้อมือเธอเมื่อครู่นี่

ปัณณธรยิ้มเยาะ “ฉันจะทำอีก จะทำต่อไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เธอยังมาอยู่ขวางหูขวางตา”

“ทำไมถึงได้เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างนี้นะ ห้าปีที่ผ่านมาไม่คิดบ้างหรือไงว่าฉันจะแต่งงานมีลูกมีเต้า ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้กับฉัน!” ถามออกไปอย่างเหลืออด เขาทำเหมือนโลกหมุนอยู่รอบตัวเขา เรื่องระหว่างเรามันจบไปห้าปีแล้ว เขายังจะมารื้อฟื้นให้ต้องเจ็บไปอีกทำไม

ปัณณธรปรี่เข้าไปหาแม่คนปากดี มือข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นมา ก่อนจะบีบแรงๆ

“เจ็บนะ!”

“รู้ว่าเจ็บไงถึงได้ทำ! ว่ายังไงนะ แต่งงานเหรอ มีลูกเหรอ ฉันทุกข์แทบตายแต่เธอมีความสุขกับผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ! ฉันจะบอกให้เอาบุญนะสารภี ถ้าเธอไม่อยากเป็นแม่ร่านๆ ก็อย่าบอกให้ลูกเธอรู้ และถ้าไม่อยากเป็นเมียที่มีชู้ ก็ไปเลิกกับผัวซะ!” ว่าแล้วก็ผลักร่างบางแรงๆ หล่อนเซไปปะทะผนัง สีหน้าบอกถึงความเจ็บปวด

“ไอ้เลวเอ๊ย! ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้นะ!”

“ถามมาได้ เพราะเธอไง เพราะผู้หญิงเลวๆ อย่างเธอ!”

สารภีน้ำตาคลอเบ้า ผู้หญิงเลวเหรอ เขาด่าเธอว่าเลวเนี่ยนะ! ก็ได้ เลวก็เลวสิ ให้เธอเลวสุดๆ ไปเลย!

“อย่ามาบีบน้ำตาทำสำออยที่นี่ มันใช้ได้ผลหรอก” เขาว่าแล้วก้มลงหยิบเอาแผงยาคุม หย่อนมันลงใส่กระเป๋ากางเกงต่อหน้าต่อตาหล่อน

สารภีฟังสิ่งที่คนตรงหน้าประกาศแล้วเจ็บปวดนัก ห้าปีก่อนหากเธอมีน้ำตา ต้องมีมือเขาช่วยเช็ดเสมอ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ถ้าเธอร้องไห้ เขาไม่มีรีรอที่จะเหยียบย่ำซ้ำเติม

“เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้กับฉันสักที ถ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงฮะ!”

“บอกผัวเธอสิ!”

“ฉันไม่มี!”

ไม่รู้สารภีคิดไปเองไหม แต่เธอคิดว่าเห็นมุมปากเขายกยิ้มบางๆ เขาพอใจหรือที่ได้ยินอย่างนั้น ไม่กระมัง เพราะสิ่งที่เขากำลังพูดออกมามันไม่ใช่

“งั้นเหรอ ก็แล้วแต่ จะมีหรือไม่มีก็ช่าง”

“ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงๆ คุณต้องรับผิดชอบ” เธอบอกอย่างหนักแน่น แต่อีกฝ่ายยิ้มเยาะ

“ตลกละ ลูกเธอ...เธอก็เลี้ยงสิ ฉันไม่เกี่ยว!”

ปัณณธรประกาศก้องแล้วก้าวออกไปจากห้องเสื้อเล็กๆ ของสารภี หญิงสาวได้แต่ขบกรามกรอดๆ คิดว่าจะชนะแต่ฝ่ายเดียวหรือ ไม่มีทาง!

ปลายเท้าของสารภีก้าวไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง กระดาษร่างแบบยังกางอยู่ พอๆ กับสมาร์ตโฟนคู่ใจที่เธอพิงไว้กับกล่องดินสอ โดยหันกล้องหลังไปทางผนังที่เพิ่งเป็นสนามรักของเธอกับปัณณธร เธอยิ้มให้มันอย่างสมใจ ก่อนจะดึงขึ้นมา เพื่อจัดการ กดหยุด การบันทึกวิดีโอ!


วันจันทร์ 

วันนี้สารภีมาทำงานตั้งแต่ห้างเปิด ลูกค้าที่นัดไว้แวะมารับของหลายราย อันที่จริงแล้วร้านตัดเสื้อของเธออยู่ได้เพราะลูกค้าประจำเสียส่วนมาก พวกคุณหญิงคุณนายที่ไว้ใจกัน แถมยังช่วยโฆษณาให้แบบปากต่อปาก งานดี งานประณีต แถมราคาถูกกว่าแบรนด์ดังๆ เลยทำให้เธออยู่ได้ ส่วนมากแล้วเธอกับช่างอีกคนรวมถึงพลอยเพชรจะเป็นคนตัดเสื้อตามสั่ง ส่วนช่างที่เหลือจะตัดตามแบบที่เธอวาดไว้เพื่อวางขายหน้าร้าน ซึ่งแต่ละแบบมีเพียงแค่ไม่กี่ชุดเท่านั้น 

วันนี้ลูกค้าแน่นร้านเหมือนเคย พอเปิดร้านก็แทบไม่มีเวลาได้พัก กระทั่งเที่ยงวัน ก็มีคนของปัณณธรมาหา

“ผมเอาของมาส่งครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณสมศักดิ์”

“เรียกสมบูรณ์ก็ได้ครับ กันเองดี” 

สารภียิ้มน้อยๆ แต่อีกฝ่ายฉีกยิ้มให้เธอจนเกินพอดี เขาส่งถุงกระดาษใบเท่าฝ่ามือมาให้ ก่อนจะจากไปเมื่อทำหน้าที่เสร็จ และพอเปิดถุงออกดูก็เห็นบางอย่างอยู่ในนั้น แผงยาคุมที่ถูกกำจนม้วนบิด หลายเม็ดหลุดออกมาจากแผง เขาคิดอะไรอยู่ถึงส่งมันกลับมา คิดว่าเธอยังจะกินได้อีกหรือ ไม่รู้เม็ดไหนเป็นเม็ดไหนแล้ว

“ไอ้คนบ้า ประสาทกลับหรือไง จะเอายังไงกับฉันกันแน่ฮะ!” ป่าวร้องอยู่เพียงลำพังแล้วอดกลั้นใจไว้ เธอยังมีลูกค้าอีกสองสามราย จะรอให้พวกหล่อนดูเสื้อผ้าให้เสร็จก่อน แล้วค่อยออกไปซื้อยาแผงใหม่ หวังว่าคงจะทันละนะ

ทว่าวันนั้นทั้งวัน สารภีก็ไปไม่ถึงร้านขายยา ลูกค้าเยอะมาก เข้าออกติดๆ กัน  แม้แต่ข้าวเที่ยงเธอก็ยังไม่ได้กิน


หญิงสาวกลับถึงคอนโดฯ ในสภาพขาแทบลาก ขึ้นลิฟต์ไปก็แทบจะหลับคาลิฟต์ เธอเคาะประตูห้องน้องสาว เข้าไปหาอะไรใส่ท้อง ยี่สุ่นกำลังเอาผ้าเข้าเครื่อง พอเสร็จก็ออกมาล้างถ้วยล้างจาน งานแม่บ้านใช่ว่าจะสบาย เหนื่อยกว่าคนที่ทำงานนอกบ้านเสียอีก

“วันนี้ลูกค้าเยอะเหรอ” ยี่สุ่นถาม

“อือ...เหนื่อยมากเลย เด็กๆ หลับแล้วสินะ”

“แน่นอนล่ะ ดึกแล้วนี่ ขนาดพ่อเจ้านนท์ยังหลับอุตุเลย” บอกพี่สาวแล้วแลหาของกินในตู้เย็น ได้โยเกิร์ตสองถ้วยก็เอามาแกะให้คนเป็นพี่ สารภีกินไปได้สองคำก็เอนหลังกับโซฟา 

“ลูกชายฉันเป็นไงบ้าง” สารภีถามแล้วอ้าปากหาวหวอดๆ

“กินนมอิ่มแปล้ ไม่โยเยเลยวันนี้”

คนถามได้ยินแล้วยิ้ม นึกถึงใบหน้ากลมป้อมของเจ้านนท์แล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ

“ปีใหม่ไปเที่ยวกันนะ จะให้พลอยอยู่ร้านให้สักสามสี่วัน พาเด็กๆ ไปเที่ยวกัน เจ๊จะเป็นเจ้ามือเองน้อง” บอกน้องสาวแล้วตบกระเป๋าดังป้าบๆ 

ยี่สุ่นเบ้ปากใส่ “หาเงินให้พอค่าเช่าร้านเถอะน่า โบนัสปานก็ได้หลายตังค์อยู่ ถ้าอยากไปจริงๆ ฉันก็มี” คนเป็นน้องว่า 

สารภียิ้มอย่างรู้ทัน ขยับไปหาน้องสาว กอดเจ้าหล่อนไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ได้กลิ่นน้ำนมอ่อนๆ จากคุณแม่ยังสาวแล้วรู้สึกดีอย่างประหลาด “แกน่าจะเกิดเป็นพี่เนาะนิล”

“อือ...ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” 

ยี่สุ่นว่าแล้วมองคนเป็นพี่ ตักโยเกิร์ตกินคำโต สารภียิ้มหวานให้เธอ ก่อนที่สองตาของหล่อนจะค่อยๆ ปิดลง ในขณะที่มีถ้วยโยเกิร์ตอยู่ในมือ

“เฮ้อ...เมื่อไหร่จะโตซะทีนะพี่เรา” บ่นพี่สาวแล้วดึงถ้วยโยเกิร์ตออกจากมือ เอามันไปเก็บไว้ในตู้เย็นทั้งสองถ้วย ก่อนจะหาผ้ามาห่มให้เจ้าหล่อน เธอนั่งลงข้างๆ พี่สาว สารภีเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่กลับผ่านเรื่องราวมามากมายเหลือเกิน มากจนคนที่เฝ้ามองอย่างเธอ อดเจ็บปวดตามไม่ได้จริงๆ


 

*****

พฤศจิกายน 2014

หัวใจของคุณแม่ลูกหนึ่งเต้นถี่ระรัว ในตอนที่อุ้มลูกน้อยฝ่าหมู่คนไข้และแพทย์พยาบาลจนมาถึงหน้าห้องผ่าตัด สามีของเธอนั่งอยู่หน้าห้องนั้น เชิ้ตของเขาหลุดลุ่ย ใบหน้ามีแต่แววกังวล หัวใจเธอหล่นวูบโดยอัตโนมัติ แต่บังคับให้ขาก้าวไปให้ถึงสามี

“ปาน? ว่าไงบ้าง หมอว่าไง ยังไม่ถึงกำหนดไม่ใช่เหรอ!” 

ยี่สุ่นถามอย่างตื่นตระหนก ใจคอไม่ค่อยดี สามีเธอควรอยู่ที่ที่ทำงานด้วยซ้ำ ไม่ใช่ที่โรงพยาบาลอย่างนี้

ชายหนุ่มดึงเอาลูกน้อยมาแนบอกด้วยรู้ว่าภรรยาคงไม่มีสติมากพอจะอุ้มหากได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ย

“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หมอบอกว่า...รกพันคอเด็ก แถมเลือดยังออกเยอะ บางที...เด็กอาจจะ...” เขาไม่กล้าแม้แต่จะพูดออกไป ยี่สุ่นน้ำตาคลอเบ้า จะร้องไห้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า “ช่างที่ร้านโทรมาบอกตอนเค้าเลิกประชุมพอดี พอเค้าไปถึงห้าง รถพยาบาลก็มาแล้ว นุ่น...ตกเลือดเยอะมาก เธอทำงานหนักเกินไป จะคลอดอยู่แล้วแต่ขายังถีบจักรอยู่เลย” 

ปานเล่าคร่าวๆ ตามที่สมองยังคิดออก ลำดับของเรื่องคลาดเคลื่อนไปเพราะความสับสน สารภีตกเลือดตอนที่ทำงานอยู่ พอถึงมือหมอถึงได้รู้ว่ารกดันพันคอเด็กอีก เลยต้องผ่าตัดคลอดก่อนกำหนดในขณะนี้

“อาทิตย์ที่แล้วหมอก็บอกว่าตำแหน่งของรกเสี่ยงมาก แต่จะให้ผ่าคลอดเลยก็ไม่ได้ มันจะเสี่ยงยิ่งกว่า ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้” ยี่สุ่นเอ่ยบ้างตามที่พี่สาวเคยเล่าให้ฟัง เธอใจคอไม่ดีมาตั้งแต่เช้าแล้วด้วย

“อย่าเพิ่งคิดมากเลยน่า ขอร้องล่ะ...” ปานร้องขอ ด้วยรู้ว่าภรรยารู้สึกเช่นไร สารภีไม่ใช่แค่พี่สาวของยี่สุ่น แต่เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่ไม่อาจทิ้งขว้างละเลย และเขาก็เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของสองคนนี้

“โธ่เอ๊ย...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ!” ยี่สุ่นเอ่ยอย่างหัวเสียประสาคนอารมณ์ร้อน อยากควานหาตัวพ่อคนต้นเรื่องมาสับเสียให้เละ ค่าให้ที่ทำให้สารภีต้องอยู่ในสภาพนี้ การอุ้มท้องทั้งที่ไม่ปรากฏสามีน่ะ ต้องใช้ความเข้มแข็งแค่ไหนเธอยังไม่กล้าคิดเลย แต่สารภีในตอนนี้ยังต้องเสี่ยงกับการสูญเสียอีก

“ใจเย็นๆ น่า ตัวเองนั่งก่อนดีไหม ลูกมองตามแล้วเนี่ย” ปานร้องขอ ยี่สุ่นนั่งลงตามที่เขาบอก ทว่านั่งได้เพียงไม่กี่นาที หล่อนก็ลุกไปหาคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เขาอยากลุกตามไป แต่ติดที่ยัยหนูเกิดร้องไห้ เลยต้องโอ๋ต้องพาเดินให้หายโยเย ยี่สุ่นคุยกับหมออยู่หลายนาที สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ก่อนจะเดินกลับมา 

น้ำตาหล่อนรินไหลหยดแล้วหยดเล่า เขาไม่ได้เอ่ยคำถาม แต่ใช้มือข้างที่ว่างเอื้อมโอบเอาร่างภรรยา หล่อนสะอื้นเบาๆ เขารู้สึกถึงน้ำตาที่เปียกชุ่มบนบ่า

“มีอะไร...ให้เค้า...ช่วยจัดการไหม บอกเค้าทีเถอะ” ถามยี่สุ่นแล้วตบหลังเบาๆ เพื่อประโลม ใจคอไม่ดีแต่ฝืนทำว่าเข้มแข็ง เขาต้องเป็นที่พึ่งให้หล่อน 

แล้วในที่สุดยี่สุ่นก็ผละจากอกสามี หูตาแดงก่ำ สองมือดึงเอาลูกน้อยไปกอดบ้าง

“เค้าไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง คงต้องทำเรื่อง...เอา น้อง ออกจากโรงบาล ต้องจองวัดแล้วก็...แล้วก็...โอ๊ย...ไม่รู้ปาน เค้าไม่รู้ ฮือ...”

แล้วเสียงร่ำไห้ของยี่สุ่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง หล่อนปล่อยโฮสุดแรง ในขณะที่สามีกอดเอาไว้ ยี่สุ่นร้องราวกับจะทดแทนหยดน้ำตาของสารภี ที่มิอาจร้องไห้ได้ในยามที่ยังไม่ฟื้นคืนสติ หล่อนจะรู้สึกอย่างไรหากว่ารู้เรื่องราวเมื่อฟื้นขึ้นมา เธอไม่อยากคิดเลย ไม่อยากคิดจริงๆ

 *****


ใครสมัคร อีบุ๊กไม่เป็น เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมารีวิวการสมัครให้นะคะ


บทที่ 5

คนที่ไม่ควรเจอ








อัป 60% เหมือนเคยค่ะ



**%






หน้าเพจ เฟสบุ๊ค อัญจรี น้ำจันทร์ สิมันตรา 
 
ทางอีเมล An_jung2011@hotmail.com

ทางโทรศัพท์ 0818322579 ,   

ทางline id lilly_valalee



****นิยายที่พร้อมส่ง จัดส่งนิยายทุกวัน จ - ศ นักเขียนส่งเอง ได้รับของแน่นอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น