ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 8 : บทที่ 5 โปรดอย่าทำร้ายใจ 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ต.ค. 57

บทที่ โปรดอย่าทำร้ายใจ 40%

ชาร์ลส์เดินตรงสู่ลิฟต์โดยสารเมื่อแยกจากความยุ่งยากที่สาวต่างถิ่นหยิบยื่นมาให้ เขาเพิ่งจะหัดพูดภาษาไทยราวสามสี่ปีก่อน ทว่าเมื่อนิลอรซึ่งเป็นแรงจูงใจเพียงหนึ่งเดียวไม่อยู่แล้ว ณ เวลานั้นเลยคิดว่าไม่มีความจำเป็นอื่นใดที่จะใฝ่หาความรู้ในเรื่องนี้อีก

ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปในลิฟต์และก้าวออกมาเมื่อลิฟต์ส่งเขาถึงชั้นที่เจ้านายที่เคารพแจ้งบอกทางโทรศัพท์เมื่อครู่ ถ้าเดาไม่ผิดเขาควรจะได้พบนายผู้หญิงคนสวยในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

“ชาร์ลส์! ทางนี้ มานี่แป๊บนึง” นิลอรโบกไม้โบกมือเรียกผู้ช่วยคนสนิทของสามี หล่อนซื้อของใช้จำเป็นด้วยความรวดเร็วเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาวกกลับมาซื้ออีก ของใช้ภายในบ้านจำพวกผงซักฟอก น้ำยาล้างจานและอย่างอื่นอีกจิปาถะจึงถูกคุณแม่ยังสาวหอบหิ้วจนล้นทั้งสองมือ

“โอ...แองจี้ทำไมคุณถึงไม่ใช้รถเข็นล่ะ” ชาร์ลส์ถามเมื่อยื่นมือไปรับข้าวของที่นายผู้หญิงคนใหม่ถืออยู่

นิลอรยิ้มให้น้อยๆ พลางบอกว่ามันไม่ได้เยอะขนาดต้องใช้รถเข็นให้เกะกะเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวชาร์ลส์ก็ต้องมาช่วยถืออยู่ดี สามีคนดีเพิ่งโทรมาบอกเมื่อครู่นี้ว่าให้ผู้ช่วยคนเก่งมาช่วยถือของ

“เราเอาของไปเก็บก่อนดีกว่านะ” นิลอรชวนพลางเดินไปยังลิฟต์ที่ชาร์ลส์เพิ่งก้าวออกมา เพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างสุด

สิบนาทีต่อมาชาร์ลส์และนายหญิงของเขาก็เก็บของเข้าหลังรถเรียบร้อย นิลอรส่งถุงกระดาษใบหนึ่งให้ชาร์ลส์เป็นสินน้ำใจ ไม่ใช่เรื่องช่วยถือของแน่ๆ ที่ชายหนุ่มจะได้รับสิ่งนี้ตอบแทน แต่เป็นเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนนั่นต่างหาก ชาร์ลส์ช่วยเหลือหล่อนไว้มากหญิงสาวไม่เคยลืม

ผู้ช่วยหนุ่มอยากรู้ว่านายหญิงให้ของเนื่องในโอกาสอะไรกัน แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป เขาหยิบสิ่งที่อยู่ในถุงกระดาษออกมาพิจารณา เนกไทลายสวยเรียบหรูไม่โดดเด่นจนเกิดไปปรากฎแก่สายตา และในชั่ววินาทีนั้นความปลาบปลื้มดีใจก็ไหลบ่าเข้าสู่หัวใจเย็นชาของชาร์ลส์

“ชอบไหมชาร์ลส์ ลองเลยก็ได้นะฉันอยากดูว่าเหมาะกับคุณหรือเปล่า” คุณแม่ลูกสองถามพลางคะยั้นคะยอให้ชาร์ลส์สวมเนกไทที่เธอเพิ่งซื้อให้

“ขอบคุณครับคุณแองจี้ แต่ว่า...เอาไว้สวมวันเดินทางดีกว่า” เขาบอกแล้วยิ้มเก๋อย่างที่ใครๆ ได้เห็นแล้วคงใจละลาย และใครๆ ที่ว่าในตอนนี้ก็คงต้องรวมนิลอรเข้าไปด้วย

คุณแม่ลูกสองยิ้มค้างเมื่อเห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชาร์ลส์ เขารูปงามราวเทพบุตรตอนส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้พร้อมคำขอบคุณ แล้วจู่ๆ สองเข่าของนิลอรก็อ่อนลงเสียดื้อๆ มันไร้เรี่ยวแรงกะทันหัน และชาร์ลส์อีกนั่นแหละที่คว้าร่างหล่อนไว้ได้ก่อนจะร่วงลงไป

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

หัวใจของนิลอรเต้นถี่เร็วแรงเมื่อร่างกายหลายส่วนแนบสนิทกับร่างแกร่งกำยำของชาร์ลส์ เขากอดเธอไว้แนบแน่นจนสัมผัสได้ได้ถึงเรือนอกแข็งแกร่งบึกบึนและร้อนผ่าว แล้วพลันเส้นขนอ่อนในเรือนกายก็พร้อมใจลุกพรึบพร้อมกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่มวลแห่งความอ่อนหวานวาบหวามแล่นเข้ามาปกคลุมทั้งเขาและเธอด้วยความรวดเร็ว

ทั้งสองจ้องตากันเนิ่นนานราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่รายล้อมด้วยทุ่งดอกไม้และสายลมบางๆ แล้วริมฝีปากของฝ่ายชายก็ค่อยๆ ประทับลงมาบนริมฝีปากอิ่มตึงของฝ่ายหญิงอย่างช้าๆ ทะนุถนอม

นิลอรตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ความอ่อนหวานที่รายล้อมรอบกายสูญสลายในฉับพลัน นี่เธอกำลังทำบ้าอะไร!? เธอกำลังจูบกับผู้ช่วยหนุ่มที่มีนามสกุลเดียวกับสามีตัวเอง! มันไม่สมควรเลยสักนิด! ไม่สมควรเลย! ผลักเขาออกสินิลอร ผลักเขาออกไป!

หวืด!!!

ร่างสูงใหญ่ของชาร์ลส์ลอยห่างออกไปชั่วพริบตาแต่นิลอรมั่นใจว่าไม่ใช่แรงผลักของตนแน่ๆ

“โอ...คุณพระช่วย! โจนาธาน!

ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!

สามหมัดหนักๆ ที่โจนาธาน คิงส์ ซัดใส่ชาร์ลส์ยังไม่สามารถปิดรอยแผลในหัวใจให้หายเจ็บแสบ ทำไมคนที่เขารักและห่วงใยทั้งสองคนถึงได้รังแกเขาด้วยการกระทำอันไร้ยางอายเช่นนี้ เขาไม่อยากคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องจริง! พวกเขาทำได้อย่างไร ทำร้ายเขาได้อย่างไรกัน!?

“ชาร์ลส์...” นิลอรวิ่งไปดูคนที่นอนหงายอยู่บนพื้นซีเมนต์ ส่วนโจนาธานยืนพิงตัวรถของตนด้วยความเหนื่อยหอบ เหนื่อยทั้งหัวใจและร่างกายจนแทบไม่มีแรงจะยืน

ชาร์ลส์ได้สติ เขาลุกขึ้นยืนและปัดมือของนิลอรออกอย่างสุภาพ ดวงตาสีเทาสุดเย้ายวนไม่ได้ถูกบดบังด้วยแว่นสีชาอีกต่อไปแล้ว มันกระเด็นออกไปที่ใดเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ผู้ช่วยหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายที่เขาเคารพยิ่งกว่าบิดาของตัวเอง โจนาธาน คิงส์ เปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่ ให้ความอบอุ่น ให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความรักเท่าที่บุรุษผู้หนึ่งจะมอบให้คนในครอบครัว แต่เขากลับตอบแทนความเมตตาที่ได้รับด้วยการกระทำที่หนักหนายิ่งกว่าคำว่าเนรคุณ!

“ผมขอโทษครับนาย ผมไม่มีคำแก้ตัวครับ แต่...นายหญิงไม่ผิด เธอโดนบังคับ”

ผลัวะ!

อีกหนึ่งหมัดที่กระทบมุมปากของชาร์ลส์ แต่มันทำให้ร่างเขาถึงกับเซไปหลายก้าว และเมื่อทรงกายให้ยืนอยู่ได้ เขาก็ก้าวเข้าหานายที่รักยิ่งอีกครั้ง

“แองจี้ เธอไปพาลูกลงมา เราจะกลับกันแล้ว” นิลอรใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เธอคิดว่าโจนาธานจะเกรี้ยวกราดจนสามารถบีบคอเธอให้ตายคามือเสียแล้ว แต่เขาแค่บอกให้เธอไปพาลูกกลับมาขึ้นรถเท่านั้น เขาต้องการให้เธอสำนึกผิดใช่ไหม ถ้าใช่ละก็ได้เลย ตอนนี้เธอรู้สึกผิดเป็นบ้าและหวังว่าเขาจะสะใจ

“ขึ้นรถชาร์ลส์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”

เมื่อเจ้านายสั่งลูกน้องก็ทำตามอย่างว่าง่าย ชาร์ลส์ก้าวไปเปิดประตูให้เจ้านายไม่แยแสรอยเลือดที่ติดอยู่มุมปากด้วยซ้ำ

ความเงียบงันครอบครองพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในห้องโดยสาร ก่อนที่เสียงอันแหบเครือของหนุ่มใหญ่จะแทรกผ่านความเงียบงันนั้น

“ฉันเสียใจที่สุดเลยชาร์ลส์ เสียใจจนไม่รู้จะทำยังไงกับนายดี ฉันรักนายเหมือนน้องชายเหมือนคนในครอบครัว แต่นายทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง...ฉันอยากฆ่านายให้ตายคามือ แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะฉันรักนายเกินไป!

ชาร์ลส์นิ่งเงียบฟังถ้อยคำที่เจ้านายที่ตนบูชาระบายออกมา เขาอยากฆ่าตัวตายให้สาสมกับความผิดหนนี้เหลือเกิน เขาควรหักห้ามใจไม่ใช่หลงใหลไปกับแรงยั่วยุของกิเลศตัณหาที่สุมอยู่ในทรวง เขาไม่น่ากระทำเรื่องไร้ยางอายพรรค์นี้เลย ให้ตายสิ

“ผมจะไม่ทำมันอีก ผมสาบานครับนาย” ชาร์ลส์ยืนยันหนักแน่นสบตากับเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง

โจนาธาน คิงส์ นัยน์ตาแดงก่ำเพราะกลั้นน้ำตาไว้สุดชีวิต เขาไม่เคยต้องลงไม้ลงมือกับคนสนิทคนนี้ แต่ก็ต้องทำหากไม่อยากให้คนทั้งสองต้องก่อเรื่องอย่างนี้อีกในวันข้างหน้า เขาทำถูกแล้วใช่ไหม แม้ว่าบางทีทั้งสองอาจจะรักกันอยู่โดยที่เขาไม่รู้ก็ตาม แต่ขอเถอะนะ ขอให้ลูกๆ โตกว่านี้แล้วค่อยแสดงความเสน่หาที่มีต่อกันได้ไหม อย่าทำร้ายหัวใจของเด็กน้อยด้วยการกระทำอันขาดสติของผู้ใหญ่สองคนเลย

ขณะที่โจนาธานและชาร์ลส์กำลังนั่งเงียบอยู่บนรถเพื่อขบคิดเรื่องราวในส่วนของตัวเอง นิลอรก็พาเด็กๆ มาขึ้นรถ หล่อนเจอลูกๆ ที่ร้านไอศกรีมใกล้ๆ กับลานเครื่องเล่น นึกอยากจะสวดพ่อของลูกให้สมกับความเลินเล่อของเขาที่ปล่อยเด็กสามขวบกว่าๆ ไว้ตามลำพัง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าความผิดนั้นด้อยกว่าความผิดของหล่อนในเวลานี้เลยได้แต่นิ่งเงียบ และพอขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยความเงียบจนผิดปกติของผู้ใหญ่ทั้งสามก็ทำให้เด็กน้อยอย่างเจค็อบและเจสสิก้าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

“แด็ดดีกับมามี้เปนอาลายอ่า ทำมายมะพูดกันเลย เจคเหงานะเจคจาเปนเดกมีปัญหาถ้าม่ายมีคนคุยด้วย”

เจ้าเจคจอมแสบจ้อทันทีที่เห็นแล้วว่าความผิดปกตินั้นขยายวงกว้างเกินกว่าที่เขาจะสามารถปล่อยให้มันเป็นอยู่ต่อไป และเจสสิก้าก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะลูก แค่แด็ดดีโกรธมามี้นิดหน่อยจ้ะ” นิลอรตอบลูกไปตามความจริง แต่เลือกที่จะเว้นความจริงบางส่วนไว้

“เธอไม่ควรเอาเรื่องไร้สาระไปบอกลูกนะแองจี้ เด็กยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกของผู้ใหญ่” โจนาธานพูดออกไปราวกับอยากตอกย้ำความน่าละอายให้ผู้ใหญ่สองคนได้คิด และเขาก็ทำได้จริงๆ นิลอรส่ายศีรษะอย่างเหลืออด เธอไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเจอกับสถานการณ์อันอึดอัดปานนี้

“ไม่เอานะคะลูกไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เจคอยู่เงียบๆ เหมือนเจสซี่นะมามี้ขอร้อง” นิลอรอยากจะร้องไห้เสียให้ได้ ยิ่งเห็นหน้าลูกก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นจริงในสิ่งที่เธอไม่สมควรจะทำ

“แด็ดดีโกดมามี้เรื่องไรค้า” เจสสิก้าเอ่ยขึ้นบ้างเพื่อไม่ให้ฝาแฝดของตนโดนดุอยู่ฝ่ายเดียว เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักกว้างแกร่งแล้วเงยหน้ามองผู้เป็นบิดา

“เปล่าค่ะลูก แด็ดดีไม่ได้โกรธแค่น้อยใจมามี้เท่านั้นเอง”

นิลอรรีบเสมองนอกหน้าต่างเมื่อได้ยินน้ำคำของสามี ชาร์ลส์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยกัดริมฝีปากล่างจนแทบห้อเลือดเมื่อเห็นความทุกข์บนใบหน้าของเจ้านายที่รัก นี่เขาทำอะไรลงไป เขาทำบ้าอะไรจนครอบครัวที่เพิ่งจะได้พบกับความสุขต้องมาเผชิญกับความทุกข์ เขามันช่างชั่วช้าสารเลว!

“อ้อ...” หนูน้อยพยักหน้าเข้าใจแล้วเอียงคอทำท่าตรึกตรองบางอย่าง “เจสซี่เข้าใจแล้วค่ะ แด็ดดีน้อยใจมามี้ที่มามี้ไปชื้อของนานใช่ปะค้า เจสซี่เข้าจายแล้ว แต่ว่า...ทีแด็ดดีให้มามี้ลอแด็ดดีที่บ้านตั้งน้านนานมามี้ม่ายเห็นน้อยจายแด็ดดีเลย มามี้บอกว่าแด็ดดีไปทำงานตั้งแต่เจสซี่อยู่ในท้องมามี้จนตอนนี้เจสซี่เดินด้ายแล้วเห็นไหมคะ แด็ดดีเก๊าะอย่าน้อยจายมามี้เลยน้าค้า”

“ช่ายๆ เจสซี่พูดถูก มามี้เก่งที่ฉุด มามี้ไม่น้อยจายแด็ดดีเลยนา” เจคน้อยสำทับคำพูดของคู่แฝดให้ดูน่าเชื่อถือ และมันก็ทำให้หัวใจที่บวมเป่งเพราะความอึดอัดสุดประมาณของโจนาธานผ่อนคลายลง ความผิดที่นิลอรได้กระทำยังไม่เท่ากับความผิดที่เขาเคยกระทำด้วยซ้ำ แล้วเขาจะโกรธเคืองหล่อนให้มันได้อะไรขึ้นมา อย่างน้อยพวกเขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรมากเกินกว่าจูบเสียหน่อย เขาควรให้โอกาสหล่อนเหมือนอย่างที่หล่อนให้โอกาสเขาได้แก้ตัวถึงจะถูกสิ

นิลอรพยายามเช็ดน้ำตาแต่ดูเหมือนว่ายิ่งเช็ดก็ยิ่งไหลและทันทีที่ฝ่ามืออบอุ่นของโจนาธานวางลงบนไหล่บอบบางที่กำลังสั่นสะท้าน นิลอรก็ไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นและหยดน้ำตาได้อีกต่อไป

“ฮือออ...ฉันขอโทษ! ฉันขอโทษ! ฮือๆๆ” เจสสิก้ากับเจคน้อยเงียบเสียงลงในทันใดที่เห็นมารดาร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งสองเลื่อนกายไปนั่งอยู่ข้างประตูด้านซ้ายเพื่อให้บิดามารดาได้คุยกันได้โดยสะดวก โจนาธานรีบรั้งร่างบางมากอดปลอบก่อนที่เด็กๆ จะร้องไห้ตามหล่อนไปอีกคน

“ฉันขอโทษนะแองจี้ ฉันขอโทษที่ไม่ได้ให้โอกาสเธออธิบาย ฉันขอโทษที่รัก”

นิลอรได้ยินเช่นนั้นยิ่งสะอื้นฮักๆ จะอธิบายอะไรเล่าในเมื่อเธอไม่มีอะไรให้อธิบาย ถึงจะไม่เต็มใจให้ชาร์ลส์จูบแต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนดั่งที่ควรจะเป็นสักนิด สมควรแล้วที่ต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเอง

“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ฮึกๆ ฉันต่างหากที่ผิด ฉันจะไม่โกหกว่าฉันโดนบังคับเพราะในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครบังคับฉันเลย แต่ฉันอยากให้คุณและ...ชาร์ลส์” เธอผละจากแผ่นอกหนาเพื่อจะได้มองคนที่ขับรถอยู่ที่เบาะเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ “ฉันอยากให้คุณและชาร์ลส์อย่าได้ผิดใจกันเพราะฉันเลยนะคะ ไม่มีใครอยากให้เรื่องบ้าๆ นี่เกิดขึ้นหรอก ฉันอยากให้คุณสองคนรู้ว่าฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น!...เข้าใจไหมชาร์ลส์”

นิลอรร้องบอกคนที่นั่งเงียบอยู่หลังพวงมาลัย ให้เขาได้เข้าใจชัดๆ เธอไม่มีวันคิดกับเขาเกินกว่าคำว่าเพื่อนอย่างแน่นอนและหวังว่าชาร์ลส์จะเข้าใจเสียที

“ครับ...นายหญิง” ชาร์ลส์รับคำด้วยหัวใจที่ปวดร้าว แต่เชื่อไหมว่าท่ามกลางความปวดร้าวเขาก็เป็นสุขอย่างประหลาดที่เห็นเจ้านายที่ตนบูชามีรอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มวงหน้าอีกครั้ง

“ขอบใจมากนะทั้งสองคน ขอบใจจริงๆ”

โจนาธานไล้นิ้วปาดน้ำตาให้ภรรยาที่รักอย่างอ่อนโยนก่อนจะรั้งให้หล่อนเอนร่างลงมาแนบชิดแผงอกหนั่นหนาอีกครั้ง นิลอรสอดมือเข้าโอบเอวสอบของสามี แม้ว่าเธอจะทำผิดแต่เขาก็ยังให้อภัย เธอโชคดีเหลือเกินที่ได้รับการให้อภัยในครั้งนี้ สาบานว่าจะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน

“เลิกร้องไห้นะคนดี ดูสิเด็กๆ จะร้องตามแล้วนะ”

นิลอรกลั้นสะอื้นในบัดดล เธอกำลังทำให้ลูกน้อยทุกข์ใจไปด้วยใช่ไหม อย่าเลยนะขอร้องล่ะ เธอไม่อยากให้เทวดานางฟ้าตัวน้อยๆ เป็นทุกข์เลยแม้สักนาที

“ฉันขอโทษนะคะคุณคิงส์ ฉันขอโทษจริงๆ”

โจนาธานดึงร่างของคนที่สะอื้นไม่หยุดออกมาจากแผ่นอกก่อนจะปาดเช็ดหยาดน้ำตาให้หล่อนอีกครั้งอย่างอ่อนโยนที่สุด

“ฉันเชื่อแล้วคนดี ฉันเชื่อแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ ยิ่งเธอร้องไห้ฉันก็ยิ่งไม่สบายใจ ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ตั้งใจและนั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันไม่อาจเอาผิดเธอได้ ฉันน่ะ...รักเธอแล้วก็ชาร์ลส์เกินกว่าจะลงโทษใครคนใดคนหนึ่งให้สาสม ถ้าพวกเธอทั้งสองเห็นใจคนแก่ๆ อย่างฉันก็ได้โปรดเถอะนะ ขอให้สิ่งที่ทั้งสองรับปากฉันในวันนี้ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองเลย ชาร์ลส์เขารับปากฉันแล้ว แล้วเธอละที่รักจะรับปากฉันได้ไหม”

นิลอรพยักหน้าเร็วๆ พร้อมกับโผเข้ากอดสามีด้วยความดีใจ สองแขนหล่อนคล้องรอบคอแกร่งก่ายเกยคางมนบนไหล่ของเขาแล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ...

“ขอบคุณค่ะโจนาธาน ฉัน...รักคุณที่สุดเลย”

โจนาธานแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาจะได้ยินคำนี้หลุดออกจากปากของแองจี้ที่รัก ไม่ว่าหล่อนจะพูดจริงๆ จากหัวใจหรือว่าจะพูดไปเพื่อให้สามีคนนี้สบายใจ เขาก็ดีใจเหลือเกินที่ได้ยินมันสักครั้ง ดีใจเหลือเกิน

มือหนาของสามีลูบหลังปลอบประโลมจนเสียงสะอื้นเงียบหาย ผู้ช่วยหนุ่มเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มคลี่คลายก็เคลื่อนรถออกจากใต้อาคาร ชายหนุ่มบังคับพวงมาลัยให้รถยนต์คันใหญ่แล่นไปเรื่อยๆ พอถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเขาก็เบนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปจอดเพื่อเติมน้ำมัน

เจ้าหนูตัวแสบสองคนขยับมานั่งบนตักของบิดามารดากันฝั่งละคน และถือโอกาสนั้นเป็นตัวสมานรอยร้าวในหัวใจของบิดามารดาด้วยความเต็มอกเต็มใจ

ชาร์ลส์ยิ้มกับภาพความน่ารักของครอบครัวน้อยๆ ที่เขาเกือบทำลายไปด้วยความไม่เจียมตนของตัวเอง แววตาแห่งความรักที่ผู้เป็นนายทอดมองต่อกันนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันเข้าแล้วอย่างแน่นอน แล้วเขาจะเข้าไปแทรกกลางความรักของพวกเขาได้อย่างไร คงได้แต่อวยพรให้ความสุขอยู่คู่กับครอบครัวน้อยๆ ครอบครัวนี้ให้นานที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงสิงคโปร์ เพราะว่าที่นั่นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่รอพิสูจน์หัวใจของคนทั้งคู่อยู่อย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น