ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 7 : บทที่ 4 บ้านใหม่กับยัยปิศาจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ต.ค. 57

บทที่ 4 บ้านใหม่กับยัยปิศาจ 100%

*****นิยายโอนเงินได้ถึง 15-11-57 ค่ะ ส่งนิยายปลายเดือน พย-ต้นเดือนธค ค่ะ

 

กรุณาอ่านให้ละเอียดดดดดดดดดดดดดดด



 
 
 

  •  
 
 
 

การจอง 
- โอนเงินให้เรียบร้อย แล้วแจ้งโอนทาง 

หน้าเพจ เฟสบุ๊ค น้ำจันทร์ 
ทางอีเมล An_jung2011@hotmail.com
 
ทางโทรศัพท์ 0818322579 ,   

ทางline id lilly_valalee



 
โอนเสร็จแจ้งวันและเวลาที่โอน ธนาคารของอัญที่ลูกค้าโอนเข้า พร้อมชื่อที่อยู่


เก็บสลิปโอนเงินไว้จนกว่าจะได้นิยายน้าา เพื่อความปลอดภัยจ้า ในกรณีที่ไม่แนบสลิปมา หากมีการแจ้งโอนเวลาซ้ำกัน ธนาคารเดียวกัน วันเดียวกัน แต่มีเงินเข้าบัญชีอัญแค่ยอดเดียว อัญจะเช็คสลิปเป็นหลักนะค้า 

โจนาธานสั่งความกับชาร์ลส์เรื่องจุดหมายปลายทางที่ต้องการ ก่อนจะหันมากระซิบข้างหูแม่แองจี้แสนซนของเขา

“ฉันจะ ลงโทษ เธอที่กล้ายิ้มให้เจ้าชาร์ลส์” หนุ่มใหญ่ไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย ดวงตาสีฟ้าครามเข้มขึ้นเมื่อเอ่ยถึงพยางค์ที่ว่าลงโทษ นิลอรขนลุกเกรียวเพราะคำขู่ดูจริงจังเสียเหลือเกิน หล่อนตีหน้ามุ่ยใส่เขาก่อนจะกอดรัดแขนแกร่งไว้หลวมๆ แล้วยืดกายขึ้นหอมแก้มสากขาวผ่องของสามี

“หายโกรธยังคะ ไม่เอาน่าอย่างอนสิ...ขอโทษน้า” นิลอรเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนสามี และมันก็ทำให้นัยน์ตาที่กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มอ่อนแสงลงในบัดดล โจนาธานรั้งเอวบางเข้ามาหาก่อนจะประทับจุมพิตตีตราบนริมฝีปากอวบอิ่ม ตั้งใจให้ชาร์ลส์มองเห็นทางกระจกมองหลัง และมันก็สำเร็จ

ชาร์ลส์รีบเบนสายตาไปมองถนนเบื้องหน้าเมื่อเจ้านายที่บูชาบรรจงจูบอ้อยอิ่งกับภรรยาสาว เขาสตาร์ทเครื่องแล้วเริ่มหมุนพวงมาลัย

ลมหายใจของบุรุษหนุ่มติดขัดเมื่อกำลังจินตนาการว่าเป็นตัวเองที่กำลังประทับจูบนิลอรอยู่ มันคงอ่อนหวานและนุ่มละมุน เขายอมตายเลยก็ได้ถ้าห้วงคำนึงของเขามันจะกลายเป็นความจริงเพียงเสี้ยววินาที

“โอยยย!!! ม่ายหวายแล้วนะ เจ้กับแฟนเจ้จุ๊บๆ กันไม่อายลูกเลยอ่า”

เจคน้อยปีนข้ามฝั่งมานั่งเบาะหน้าคู่กับชาร์ลส์ พ่อหนูบ่นยืดยาวถึงการกระทำอันน่าละอายของบิดามารดา ส่วนเจสสิก้าได้แต่เอามือปิดตาทว่าแอบดูแด็ดดีกับมามี้แสดงความรักต่อกันด้วยการประทับริมฝีปาก แม่หนูเจสสิก้ามุ่งมั่นอยู่ในใจว่าวันหนึ่งข้างหน้าเธอจะต้องจุมพิตแสดงความรักต่อใครสักคนดังเช่นบิดามารดาของเธอให้ได้

“เอาละที่รัก ฉันว่าเราน่าจะพอกันดีกว่าก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”

โจนาธานยั่วเย้าแม่ของลูกที่หลับตาพริ้มอย่างลุ่มหลงในภวังค์แห่งความรัญจวน เขาจุมพิตแก้มบางอีกหนึ่งทีก่อนจะเรียกสาวน้อยเจสิก้ามานั่งบนตักพลางชี้ชวนให้ลูกน้อยดูสิ่งต่างๆ ที่นอกหน้าต่าง เจคน้อยรีบปีนมานั่งเบาะหลังเช่นเดิม เขาพอจะให้อภัยการกระทำของบิดามารดาแล้วล่ะ

 

รถยนต์คันงามประทับตรารูปธนบัตรหลายสิบตั้งอยู่ข้างประตู แล่นมาจอดภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของและครอบครัวจะทยอยลงจากรถแล้วก้าวเข้าสู่ตัวอาคารเพื่อทำธุระตามที่ได้ตั้งใจไว้

โจนาธาน คิงส์ พาลูกๆ มุ่งไปที่ลานสวนสนุกของห้าง ในขณะที่นิลอรแวะไปชำระค่าน้ำค่าไฟที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสซึ่งอยู่อีกชั้น ส่วนชาร์ลส์เมื่อจัดการดูความเรียบร้อยเรื่องรถดีแล้วก็ตามเจ้านายเข้าไปในห้าง ชายหนุ่มแวะเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดเป็นอันดับแรก ห้านาทีต่อมาเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ สวนกับผู้คนอีกกลุ่มใหญ่ทั้งชายและหญิงที่ประสงค์จะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำเช่นกัน

ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำตาลเข้มเรียบหรูดูดีทุกกระเบียดนิ้ว เดินอย่างสง่าผ่าเผยไปตามทางเดินที่พลุกพล่านด้วยผู้คนทั้งหญิงชายและลูกเล็กเด็กแดง เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกเจ้าของใช้มือหนาเสยขึ้นไปด้วยความร้อนอบอ้าว แม้ว่าอากาศในห้างจะค่อนข้างเย็นแต่มันยังไม่เย็นพอสำหรับคนที่ชื่นชอบอากาศเย็นจัดเช่นเขา

ตุ้บ!

“ว้าย!!! ขอโทษค่าขอโทษ!

เสียงแหลมเล็กของหญิงสาวนางหนึ่งดังแทรกเสียงอันอื้ออึงของผู้คนเข้ามากระทบประสาทรับเสียงของชาร์ลส์ เสียงของหล่อนไม่ได้ดังน้อยกว่าแรงที่เจ้าหล่อนโถมเข้ามาหาร่างเขาแม้แต่น้อย เรือนร่างบอบบางแต่ช่างนำพาความอวบหยุ่นของสตรีเพศเข้ามาให้สัมผัสได้ชัดเจนยิ่งนัก

ชาร์ลส์ คิงส์ แทบจะลืมหายใจเมื่อเจ้าของเรือนร่างแห่งความยุ่งยากเงยหน้าขึ้นมามอง เขาเพ่งสายตาพิฆาตผ่านแว่นตาสีชาสู่ร่างของหล่อน เขาไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์นี้ว่าอย่างไรดี มันมากกว่าตกตะลึง มากกว่าคำว่าโมโหโกรธาด้วยซ้ำ เขาอยากจับแม่คนที่ยืนสำนึกผิดอยู่ตรงหน้ามารับจุมพิตลงทัณฑ์ให้สิ้นเรื่องราว ไม่ใช่เพราะเขาหลงเสน่ห์เจ้าหล่อนหรอกนะ แต่เป็นเพราะหล่อนช่างบังอาจเอาเจ้าไอศกรีมเละๆ ขาวๆ ในมือมาจูบกับสูทผ้าไหมของเขาต่างหาก แม่คุณคนสวยแต่ช่างซุ่มซ่ามดีแท้ วันนี้มันวันซวยอะไรของเขาเนี่ย!

“... I’m sorry  am sorry” หญิงสาวแสนสวยในชุดสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนกับกระโปรงผ้าพลิ้วแนวโบฮิเมียนยาวคลุมตาตุ่ม เอ่ยขออภัยคู่กรณีของตนเป็นภาษาอังกฤษ เธอไม่ได้ซุ่มซ่ามนะแต่ว่าคนที่เดินอยู่ข้างหลังเมื่อกี้ดันเบียดเธอจนเสียหลักเดินมาชนพ่อเทพบุตรในชุดสูทนี่ แต่ให้ตายเถอะ เขาดูดีเป็นบ้าแม้ว่าดวงตาคู่นั้นจะซ่อนอยู่ใต้แว่นสีชานี่ก็เถอะ กลิ่นตัวก็หอมบาดใจ โอ...พระเจ้า! กลิ่นเขาช่างเซ็กซี่เหลือเกิน

เอลลี่ อรุณฉัตร สูดดมกลิ่นกายพ่อรูปหล่อเข้าเต็มปอด ก่อนจะรีบควานหาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเสื้อให้เขา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเช็ดเจ้าเนื้อไอศกรีมมันก็ยิ่งซึมเข้าสู่สูทผ้าไหมเป็นด่างดวงน่าเกลียด อรุณฉัตรอย่างจะร้องไห้ ขณะที่คนอื่นๆ พากันหันมามองด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับว่ากำลังมองคู่รักออดอ้อนกันเสียอย่างนั้น เธอก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่หรอกถ้าหากว่าพ่อเทพบุตรสุดหล่อจะไม่ทำหน้าบูดหน้าบึ้งราวกับจะฆ่าเธอให้ตายอย่างนี้

หญิงสาวพยายามเช็ดคราบสกปรกต่อไปแม้ว่าเนื้อไอศกรีมเหลวๆ จะซึมลงบนสูทผ้าไหมแทบจะพิมพ์ลายใหม่ให้ผืนผ้า มือขวาเช็ดคราบไปเรื่อยๆ ด้วยความตั้งอกตั้งใจ มือซ้ายก็ยังถือไอศกรีม ขณะเดียวกันนั้นหล่อนยังต้องหนีบกระเป๋าสะพายใบเล็กเอาไว้ด้วย และพอจังหวะที่ออกแรงเช็ดถูมากไปเพราะเผลอมองหน้าพ่อเทพบุตรจนลืมตัว เจ้าไอศกรีมโคนที่ถืออยู่มันก็ร่วงพล็อยจากมือเจ้าของ

เผละ!

“ว้าย!!! ตายแล้วฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ ขอโทษ...”

อรุณฉัตรยิ่งกว่าอยากจะร้องไห้ ตอนนี้หล่อนอยากตัดมือตัวเองจริงๆ ที่ไม่ยอมถือไอศกรีมดีๆ มันเลยร่วงลงไปจูบกับพื้นเรียบร้อย แน่นอนว่าก่อนจะลงพื้นมันเกยอยู่บนปลายรองเท้าหนังเงาวับของเขาอยู่หลายวินาทีทีเดียว และที่เธอเสียดายยิ่งกว่านั้นก็คือ...เธอยังไม่ได้กินมันสักคำ ฮือออ...

หมับ!

มือน้อยของอรุณฉัตรถูกกุมไว้ด้วยมือหนาของอีกฝ่าย ชาร์ลส์ลากยัยจอมซุ่มซ่ามที่ทำไอศกรีมเลอะเสื้อของตนออกห่างจากช่องทางเดิน ถ้าหล่อนจะตั้งใจเช็ดให้สมกับความจริงใจหล่อนคงเช็ดเสร็จไปนานแล้ว แต่นี่เอาแต่จ้องหน้าเขาอย่างนี้มันจะไปเสร็จได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังทำไอศกรีมทั้งโคนร่วงใส่รองเท้าเขาอีก ซุ่มซ่ามสองชั้นจริงๆ

“รออยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด”

ชาร์ลส์สั่งความกับสาวน้อยที่ทำตากลมแป๋วใสซื่ออยู่ตรงหน้า รวบเอาผ้าเช็ดหน้าที่หล่อนใช้เช็ดเสื้อให้เขามาถือไว้ ก่อนเข้าไปทำความสะอาดเสื้อกับรองเท้าในห้องน้ำ แล้วกลับมาสมทบกับเจ้าหล่อนอีกครั้งในเวลาไม่นานนัก

“คุณให้ฉันรอทำไมคะ คุณจะจับฉันเข้าคุกเหรอ!? โอ...ไม่นะ ฉันแค่มาเที่ยวเดี๋ยวฉันก็กลับประเทศฉันแล้ว ฉันยังไม่อยากถูกส่งตัวข้ามประเทศในข้อหาทำไอติมเปื้อนเสื้อกับรองเท้าของคุณหรอกนะ คุณพูดภาษาไทยได้ใช่ไหม เมื่อกี้ฉันได้ยินไม่ผิดแน่ๆ ตกลงคุณเป็นคนไทยเหรอ? แล้วทำไมคุณถึงได้เหมือน...”

“หุบปากซักห้านาที แล้วตามฉันมา” อรุณฉัตรทำหน้ามุ่ยที่เขาไม่ตอบ ก้มหน้าลงมองแต่ปลายเท้าที่ก้าวตามหลังเขาไปราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์ กระทั่งคนที่เดินอยู่ก่อนหน้ากลับมาลากไปเดินข้างกัน เธอถึงได้กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา ความจริงแล้วเธอว่าหน้าตาเขาคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน อาจจะเคยเห็นในโทรทัศน์ แต่เอ...ถ้าเคยเห็นในโทรทัศน์ก็แสดงว่าเขาก็ต้องเป็นคนสิงคโปร์นะสิ

ชาร์ลส์หยุดยืนที่หน้าร้านไอศกรีมที่เขาเดาว่าน่าจะมีไอศกรีมแบบเดียวกันกับที่หล่อนทำร่วงจำหน่าย เขาสั่งให้หล่อนรอก่อนจะเข้าไปซื้อไอศกรีมมาคืนให้

“หายกันแล้วนะ” เขาบอกด้วยเสียงเรียบเฉยแล้วยัดไอศกรีมที่ตอนนี้ใส่ถ้วยพลาสติกเรียบร้อยมาให้หญิงสาว

“อะไร?...คุณซื้อให้ฉันเหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามแต่ไม่มีคำตอบกลับมา ชาร์ลส์ก้มหัวให้เจ้าหล่อนเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรติดค้างกันอีก ทั้งเรื่องอุบัติเหตุเล็กน้อย และเรื่องความจริงใจของเจ้าหล่อน เขารู้ว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจ สายตาหล่อนมันฟ้องแม้ว่าเขาต้องมองมันผ่านแว่นตาก็เถอะ และเขาก็ได้ชดใช้ความเสียใจให้หล่อนแล้ว หล่อนจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป

ขอให้โชคดีนะคนสวย ชาร์ลส์อวยพรในใจและขอให้มันส่งไปถึงคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง 

อรุณฉัตรมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา ก่อนหันกลับมามองถ้วยไอศกรีมในมืออย่างงงๆ เธอฝันไปหรือเปล่านี่ แทนที่พ่อคุณจะโกรธกลับซื้อไอศกรีมถ้วยใหม่มาให้

โอ...พระเจ้า! เอาหัวใจของเอลลี่ไปเลยเถอะถ้าจะฆ่ากันด้วยความดีอย่างนี้ พ่อคุณคนดีช่างแมนได้ใจ!’

“เฮ้อ! แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหมเนี่ย น่าเสียดายจัง...”

อรุณฉัตรเปรยกับตัวเองอย่างแสนเสียดาย เขาเป็นใครนะ เป็นคนธรรมดาหรือว่าเป็นเทพบุตร แต่เราก็คงไม่ได้เจอกันแล้วล่ะนะเพราะว่าพรุ่งนี้เธอก็ต้องกลับสิงคโปร์แล้ว...อ๊าย!!! เสียดาย!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น