ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 บ้านใหม่กับยัยปิศาจ 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ต.ค. 57

บทที่ 4 บ้านใหม่กับยัยปิศาจ 80% 

ชั้นล่างของบ้าน สองชั่วโมงต่อมา

เด็กน้อยฝาแฝดผู้ไม่ได้รู้เรื่องราวอันลึกซึ้งของบิดามารดากำลังหลับตาพริ้มด้วยกันทั้งสองคน ด้วยว่าเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหนึ่งในฝาแฝดฝันร้าย มันทำให้พวกเขาอดนอนเลยมาเผลอหลับเอาตอนสายเช่นนี้

สองสามีภรรยาเดินโอบเอวกันลงมาด้วยใบหน้าผ่องใสเกินจะกล่าว ฝ่ายหนุ่มใหญ่หัวใจละอ่อนนั้นแทบจะฮัมเพลงขณะเดินลงบันไดกันเลยทีเดียว

“หมั่นไส้”

คุณแม่ลูกสองประชดน้อยๆ อย่างเหลืออด หล่อนถูกสามีวัยเลยหนุ่มสูบเอาเรี่ยวแรงจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ด้วยธุระปะปังที่จำต้องไปทำให้เสร็จเรียบร้อยจึงไม่มีทางอื่นใดที่หล่อนจะหลีกเลี่ยงได้

“อาฮะ ไม่โกรธจ้าที่รัก วันนี้สามีอารมณ์ดี” ว่าแล้วก็ก้มลงสูดดมแก้มนวลไปสองทีค่าที่หล่อนทำตัวน่ารักไม่มีขัดใจให้เขารำคาญ

นิลอรอยากจะฟาดแขนเขาแรงๆ ที่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ แต่ทว่าแค่เงื้อมือขึ้นมาสามีก็แผ่นแนบไปหาลูกๆ ที่นอนอยู่หน้าจอทีวีเสียแล้ว

“โอ...แองจี้ รู้สึกว่าตัวแสบจะสิ้นฤทธิ์แล้วล่ะ”

โจนาธานผายมือให้แม่ของลูกดูผลงานชิ้นเอกของเขา เจ้าหนูฝาแฝดนอนแผ่หราหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุขในขณะที่โทรทัศน์ขึ้นหน้าจอสีน้ำเงินนิ่งสนิท แสดงว่าสองแสบต้องหลับตั้งแต่การ์ตูนยังไม่หมดแผ่นแน่นอน เพราะถ้าหลับทีหลังต้องมีคนใดคนหนึ่งไปเรียกพวกเขาให้มาเปลี่ยนแผ่นให้แล้ว

“เอาไงดีคะ ฉันมีธุระนะ ต้องไปติดต่อนายหน้าขายบ้าน” คุณแม่ลูกสองบอกสามี มิเพียงเท่านั้นหรอก หล่อนยังต้องไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟและต้องซื้อของกินของใช้เข้าบ้านให้พอดีกับเวลาที่คนในครอบครัวจะอยู่ที่นี่ก่อนย้ายไปอยู่ยาวที่สิงคโปร์

“ปลุกดีกว่า ไหนๆ ก็จะเที่ยงแล้ว”

โจนาธานบอกกลายๆ ขณะปลุกสองแสบที่ยังงัวเงียไม่อยากตื่น ด้วยว่าเมื่อคืนฝนตกหนักอากาศในยามสายมันจึงเย็นสบาย ทำให้บรรยากาศน่านอนเข้าไปใหญ่

ฝาแฝดทั้งสองสะลึมสะลือลุกขึ้นมา ใช้หลังมือเช็ดน้ำเชื่อมใสๆ ที่ไหลออกมาทางมุมปากช่างจ้อของทั้งสอง โจนาธานนั่งยองๆ เขย่าร่างหนูน้อยเบาๆ

“โห...ลูกใครเนี่ย นอนน้ำลายไหลหมดสภาพ ดูไม่ได้เลย เฮ้อ!” นิลอรส่ายหน้าขณะพูดประชดลูกๆ แต่เด็กๆ ไม่ยักสนเพราะยังไม่หายงัวเงีย

“ลูกฉันสิแองจี้ฉันทำเองกับมือ...เอ...ไม่ใช่สิ? ฉันทำเองกับ...”

“โจนาธาน!” คุณแม่ลูกสองรีบร้องชื่อสามีก่อนที่เขาจะจงใจเอ่ยประโยคกำกวมนั้นออกมาจนหมดทุกคำ เธอรู้แหละว่าเขาตั้งใจจะแกล้งแต่มันก็อดไม่ได้นี่นา

“หึๆ ทำไมหรือแองจี้ ไม่เชื่อเหรอ เธออยากพิสูจน์อีกทีไหมละที่รัก” คุณพ่อจอมหื่นเริ่มออกอาการ เขาลุกไปยืนเบียดกับแม่แองจี้ที่รักอีกหนอย่างต้องการแกล้งไม่เลิกรา

“อย่าบ้านะลุง! ไปดูลูกเลยนะ พาลูกไปล้างหน้าล้างตาเลย”

นิลอรว่าตาแก่ของเธอพลางสั่งให้เขาพาเด็กๆ ไปล้างหน้าล้างตา ตอนนี้เธอเองก็เพลียจนรู้สึกราวกับว่ามื้อเช้าที่รับประทานลงไปมันถูกจ่ายเป็นพลังงานไปหมดแล้ว

โจนาธานหน้าบูดในบัดดล คำก็แก่สองคำก็แก่ ทีเมื่อครู่ละก็คุณคิงส์คะคุณคิงส์ขา ฮึ่ม! อย่างนี้มันต้องจัดหนักจัดเต็มให้ลืมอายุคนจัดไปเลย

“แด็ดดีอุ้มๆ / แด็ดดีอุ้มๆ”

สองแฝดชูมือขึ้นรอให้บิดาอุ้ม โจนาธานเลยวกกลับไปหาลูกน้อย สองแขนอ้าออกในทันทีแล้วย่อตัวลงเพื่อช้อนเอาร่างที่หนักไม่น้อยของลูกๆ มาอุ้มไว้คนละฝั่งของแขนแกร่ง

“เดี๋ยวแขนหักพอดี ทำเป็นบ้าพลังไปได้” คุณแม่ลูกสองบ่นอุบอิบ น้ำหนักตัวของลูกๆ ถ้านำมารวมกันก็หลายกิโลฯ ยิ่งเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตามท่อนแขนที่เกร็งของเขาเธอก็ยิ่งเป็นห่วง ทั้งกลัวว่าคนเป็นบิดาจะทำลูกร่วง ทั้งกลัวว่าเขานั่นแหละจะเดี้ยงก่อนวัยอันควร เอ...นี่เธอชักเป็นเอามากนะเนี่ย รู้จักห่วงตาแก่โจนาธานด้วยแฮะ

“โอ้โห...หนักนะนี่ อุ้มไม่ไหวแน่ๆ เลย อย่างนี้ต้องขอยาชูกำลังหน่อย อะแฮ่มๆ” คุณพ่อมือใหม่กระแอมให้ภรรยาสาวรู้ตัวก่อนจะสั่งเบาๆ ให้ลูกทั้งสองซบหน้าลงบนไหล่ “เร็วสิแองจี้ ขอจุ๊บทีนึงก่อนขึ้นบันได”

หนุ่มใหญ่หัวใจใสกิ๊ง วอนขอหนึ่งจุมพิตเพื่อเป็นยาชูกำลัง ในขณะที่แม่แองจี้น้อยได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความขัดเขิน ก่อนจะบรรจงประทับจุมพิตเบาๆ แต่มากด้วยความรักและจริงใจลงบนริมฝีปากที่เผยอรออยู่อย่างหน้าหมั่นไส้ของสามี

“โอ...เยี่ยมยอดเลยที่รัก จูบเธอนี่หวานจริงๆ แองจี้ เอาล่ะ...เธอเตรียมของเลยนะฉันขอพาเด็กๆ ไปล้างหน้าล้างตาก่อน”

โจนาธานบอกอีกครั้งก่อนจะพาเจ้าสองแสบไปล้างหน้าล้างตาเพื่อจะได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน

นิลอรมองภาพที่สามีอุ้มสองแฝดขึ้นบันไดแล้วหัวใจสั่นไหวพิกล มวลความสุขที่ไร้ตัวตนกำลังกระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่งในอกข้างใน เขาช่างอบอุ่นและน่ารักเหลือเกิน เขาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความสุขจนเธอไม่กล้าคิดเลยว่าหากวันข้างหน้าเธอไม่มีเขาขึ้นมาชีวิตนี้จะอับเฉาเพียงไร

สมองที่กำลังจดจ่ออยู่กับพ่อของลูกรีบเบนมาสู่สิ่งที่สามีสั่งความไว้ หญิงสาวจัดการกับโทรทัศน์ที่เปิดค้างอยู่ แล้วตรวจตราดูทุกหน้าต่างและบานประตูว่าปิดสนิทเรียบร้อยดี ก่อนจะวกกลับมาดูเอกสารในกระเป๋าอีกหนหนึ่ง หวังว่านายหน้าขายบ้านคนเก่าที่เธอรู้จักจะยังมีสำนักงานของเขาอยู่ละแวกเดิมเมื่อครั้งที่เธอซื้อบ้านหลังนี้ อย่างน้อยเขาจะได้ช่วยหาคนซื้อให้เธอได้บ้าง เพราะลำพังปิดประกาศขายคงอีกนานเลยกว่าจะมีคนสนใจ เธอรักบ้านหลังนี้นะและเธอยินดีขายให้ใครสักคนที่เธอรู้จักในราคาย่อมเยาว์หากว่าเขาหรือหล่อนคนนั้นจะอยากสานต่อร้านกาแฟของเธอ

นิลอรเตรียมของเสร็จสรรพพอดีกับที่โจนาธานจูงลูกๆ ลงมา เขาดูดีในชุดเสื้อยืดที่เธอซื้อมาใส่ตอนตั้งท้อง มันใหญ่ขนาดที่เธอเคยสวมแทนชุดนอนในตอนนั้น

“เจคจากินไอติม” เจ้าเจคร้องบอกมารดา วันนี้หนูน้อยอยู่ในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนเช่นเดียวกับแฝดผู้น้อง

“เจสซี่...เจสซี่หิวข้าว เจสซี่จาหม่ำๆ ไก่ผู้พัน” เจสสิก้าคนสวยร้องขอบ้าง

“ได้เลยลูกรัก แต่ก่อนอื่นแด็ดดีต้องโทรเรียกอาชาร์ลส์มาเป็นสารถีกิติมาศักดิ์ให้พวกเราก่อนนะ เพราะว่าวันนี้แด็ดดีจะนั่งเฉยๆ ไม่อยากเสียเวลานั่งเมื่อยอยู่หลังพวงมาลัย แด็ดดีเหนื่อยมากเพราะโดนใครบางคนสูบพลัง” หนูน้อยทั้งสองย่นหัวคิ้วพร้อมกันเพราะไม่เข้าใจคำว่าสูบพลัง ส่วนผู้เป็นพ่อพูดแล้วยิ้มให้ผู้เป็นแม่ แต่เจ้าหล่อนเบะปากส่งกลับมา

“ตอนท้องเจ็ดเดือนฉันยังขับรถได้สบายเลยล่ะ” นิลอรบอกกล่าวติดประชดเล็กน้อย

“นั่นมันอดีตนี่จ้ะคนสวย ถ้าตอนนี้เธอท้องขึ้นมาอีกทีละก็อย่าหวังว่าเท้าเธอจะได้แตะถูกพื้นเลยที่รัก”

เขาข่มขู่ด้วยสิ่งที่คิดไว้ ถ้าแม่แองจี้น้องเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ ละก็รับรองว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

ไม่ถึงสิบนาที ชาร์ลส์ก็ปรากฎตัวขึ้นที่หน้าบ้าน เขานั่งแท็กซี่มาลงที่นี่ไม่ได้ขับรถมาให้เสียพลังงานอันมีค่า เพราะถึงอย่างไรก็ต้องขับรถให้เจ้านายอยู่ดี บุรุษหนุ่มผู้มีเรือนผมน้ำตาลเข้มซึ่งถูกจัดตกแต่งจนเนี้ยบ พาร่างผึ่งผายในชุดสูทสีเดียวกับเรือนผมมายืนรอเจ้านายที่รัก นัยน์ตาคู่สวยของเขาแลเห็นร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว วันนี้มันคงปิดบริการกระมังเพราะไม่ได้เปิดหน้าต่างกระจกสักบาน

โจนาธานพาร่างสูงหนาในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนเข้ากันกับเด็กๆ มาทักทายผู้ช่วยที่น่ารัก เขาอุปการะชายหนุ่มคนนี้มานานเหลือเกิน นานตั้งแต่บิดามารดายังไม่เสียชีวิตด้วยซ้ำ ชาร์ลส์เป็นเหมือนคนในครอบครัวของเขาไปแล้วก็ว่าได้

“เอ้าเด็กๆ สวัสดีอาชาร์ลส์ก่อนเร็ว”

สองแฝดยกมือไหว้อย่างนอบน้อมทำเอาคนที่ยืนหน้านิ่งเงียบขรึมอยู่แต่เดิมต้องหลุดเสียงครางด้วยความประหลาดใจ ริมฝีปากที่ปิดสนิทอยู่อ้าเผยอด้วยความรู้สึกสับสนและสงสัยใคร่รู้

“ลูกๆ ฉันเอง”

คราวนี้ชาร์ลส์ต้องถอดแว่นสีชาแก่ที่เขาไม่เคยถอดมันต่อหน้าใครมานานหนักหนา เพื่อจะได้เพ่งสายตาพิจารณาร่างเล็กจ้อยที่หน้าตาเหมือนกันราวกับฝาแฝด และใช่พวกเขาเป็นฝาแฝด เขายอมรับว่าตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระส่ำราวกลับกลองที่โดนกระหน่ำตีอย่างเร็วแรง

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อชาร์ลส์” บุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าเรียบเฉยย่อกายลงทักทายคุณหนูตัวน้อยๆ พวกเขาน่ารักมากๆ ทั้งใบหน้าและสีผมช่างคล้ายกับบิดามารดาของเจ้านายที่เคารพเหลือเกิน

“หนูชื่อเจสซี่ / ผมชื่อเจค” สองแฝดพูดขึ้นพร้อมกันและทักทายอาชาร์ลส์ด้วยการหอมแก้มชายหนุ่มคนละข้าง ชาร์ลส์เขินจนหน้าแดงต้องรีบสวมแว่นสีชากลับเข้าที่เดิม

“ฉันว่าเด็กๆ คงชอบนายละชาร์ลส์ เพราะขนาดฉันเป็นพ่อยังไม่ได้รับจุมพิตต้อนรับอย่างนั้นเลย” หนุ่มใหญ่พูดพร้อมกับอมยิ้ม แต่ถึงแม้เขาจะยิ้มจนปากฉีกถึงติ่งหูก็ไม่สามารถชวนเจ้าชาร์ลส์หน้านิ่งให้เผยยิ้มได้หรอก

“ขอบคุณครับนาย เอ่อ...ผมขอกุญแจรถด้วยครับ” ชาร์ลส์ทวงขอสิ่งที่เขาต้องใช้ในการขับเคลื่อนรถคันใหญ่จากเจ้านาย เขาได้มันมาในทันทีก่อนจะเชื้อเชิญเด็กแฝดให้ไปรอขึ้นรถ เขาเดินเร็วๆ ไปเอารถที่จอดอยู่ใต้ถุนร้านกาแฟ ถอยมันออกจากที่จอดช้าๆ ก่อนจะลงมาเปิดประตูให้สองแฝดผู้น่ารัก “เชิญขึ้นรถครับคุณหนู”

ชาร์ลส์เปิดประตูให้เด็กๆ และเจ้านายของเขาขึ้นไปนั่งรอ และราวนาทีเศษ หญิงสาวผู้ที่เขาเคยปรารถนาก็มายืนอยู่ต่อหน้า หล่อนยังงดงามเช่นวันวานแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายปีก็ตาม

“สวัสดีคะชาร์ลส์ ขอโทษด้วยที่เมื่อวานไม่ได้ทักทายคุณ” นิลอรทักทายคนสนิทของสามี เธอกับชาร์ลส์เคยพบกันเมื่อสี่ปีที่แล้ว และดูเหมือนว่าเวลาไม่นานนักที่ถูกผูกติดอยู่บนเตียงของโจนาธาน ชาร์ลส์คือเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอ

ชาร์ลส์ก้มศีรษะให้นายหญิงคนใหม่ของเขา แม้จะรู้แก่ใจว่าเจ้าหล่อนตัดขาดจากเจ้านายที่เคารพไปแล้ว กินเวลาสามสี่ปีด้วยซ้ำ และทั้งๆ ที่หัวใจแสนเย็นชาของเขาบอกว่าให้แย่งชิงหล่อนมา แต่เขาก็ไม่ได้ทำ แต่มันคงดีแล้วล่ะ เพราะเขาคงไม่อกตัญญูถึงขนาดใช้ผู้หญิงร่วมกันกับเจ้านาย และวันนี้เขาก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะตั้งท้อง...แต่มันก็เป็นความจริง” ชาร์ลส์เอ่ยเบาๆ ขณะเปิดประตูรถให้นายสาวก้าวขึ้นไปนั่ง

“ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อค่ะชาร์ลส์ จนกระทั่งเสียงร้องของทารกฝาแฝดดังเข้าหูฉัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะชาร์ลส์” นิลอรยิ้มให้เพื่อนผู้แสนดีก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น