ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 บ้านใหม่ กับยัยปิศาจ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ต.ค. 57

บทที่ 4 บ้านใหม่ กับยัยปิศาจ 50% NC++

โจนาธานจุมพิตคางมนของคนที่อยู่บนตัก นิลอรหน้าแดงก่ำทันทีที่ถูกพิษคำหวานเข้าเล่นงาน ลูกสองคนเข้าไปแล้วยังจะมาหวานแหววกันอยู่ได้นะตาแก่เอ๊ย!

คุณแม่ลูกสองคิดพลางก็อมยิ้มไปพลาง หล่อนสอดแขนโอบรอบลำคอแกร่งก่อนจะหรี่ตาถามเขาอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริง

“คุณแน่ใจแล้วเหรอว่ารักฉัน ฉันมันนางมารร้ายนะ” บอกเขาแล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างเจ้าเล่ห์ตอนเอ่ยจบ

หนุ่มใหญ่ยิ้มกว้างอย่างยินดี หล่อนถามอย่างนี้แสดงว่าเขายังพอมีหวังใช่ไหม

“ฉันยอมให้นางมารร้ายฉีกอกได้ทุกกรณีจ้า” ว่าแล้วก็จุมพิตเร็วๆ ที่ริมฝีปากเจ้าหล่อนทำเอาคุณแม่ยังสาวต้องฟาดฝ่ามือใส่แขนแกร่งแรงๆ ก็เขาช่างหน้าด้านจับโน่นจูบนี่อยู่ตลอดเวลา หื่นไม่เลือกที่ว่างั้นเถอะ

“รออีกสักอาทิตย์ค่อยไปนะคะ ขอฉันจัดการเรื่องร้านกับเรื่องเรียนให้เด็กๆ เสียก่อน แล้วนี่เด็กๆ ต้องทำพาสปอร์ตหรือเปล่าคะ” นิลอรชักไม่แน่ใจ เพราะตอนที่เธออายุเท่านี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินสักที

“ไม่แน่ใจเหมือนกันอ่า เดี๋ยวฉันจัดการเองน่าอย่าห่วงเลย มีเงินซะอย่าง”

หนุ่มใหญ่คุยโวโอ้อวดนิดหน่อย นิลอรเบะปากให้เพราะหมั่นไส้

“จ้า ฉันไม่รวยเป็นเศรษฐีบ้างก็ให้มันรู้ไป เชอะ!

“ก็เป็นเมียเศรษฐีแทนก็ได้นี่จ๊ะคนสวย” โจนาธานตอบเอาใจแองจี้น้อย ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาคลึงที่รอบเอวอย่างกระหายในบางอย่าง นิลอรหรี่ตามองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะบางสิ่งบางอย่างมันแทบจะแทงทะลุช่องว่างระหว่างขาของเธอขึ้นมาให้ได้ชม

“นี่คุณ! เอามือออกจากเอวฉันนะ!” เสียงทักท้วงรีบเปล่งออกไปก่อนที่มือใหญ่จะทำมากกว่าเคล้นคลึงและลูบคลำ แต่แทนที่เขาจะเอามือออกกลับส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้

“แองจี้...ขึ้นห้องกันเถอะ” โจนาธานรั้งร่างบางเข้าหาพลางกระซิบประโยคที่เอ่ยด้วยเสียงกระเส่าข้างหูนิลอร

“จะบ้าเหรอคุณ เด็กๆ ก็อยู่นะ คุณจะให้ฉันขึ้นไปบนห้องกลางวันแสกๆ กับคุณแล้ว...แล้ว...โอย...ไม่เอาหรอก”

นิลอรแทบจะบีบคอคนชวนหากว่าเขาไม่รวบมือเธอไว้เสียก่อน

“น่านะ แป๊บเดียวเอง ห้านาที” เขาต่อรอง

“เชื่อตายล่ะ อย่างคุณห้านาทีไม่เคยพอหรอกตาบ้า” คุณแม่ลูกสองประชดคืนด้วยความจริงอย่างที่สุด แต่พอเห็นหน้าจ๋อยๆ กับบางสิ่งที่เครียดขมึงร้อนผ่าวจนซึมผ่านเนื้อผ้าขึ้นมาให้เธอรู้สึกก็ชักจะสงสารตาแก่ของตัวเองขึ้นมาตงิดๆ

“โธ่...แองจี้ ก็ฉันคิดถึงเธอนี่นา” เขาว่าแล้วก็ทำหน้าเศร้า ไหล่ตก และตาละห้อยอย่างน่าเวทนา จนในที่สุดนิลอรก็ใจอ่อน แต่ทว่าจะขึ้นไปข้างบนตอนที่ลูกๆ ยังนอนดูโทรทัศน์อยู่ข้างล่างอย่างนี้นะหรือ เธอรู้แหละว่าพวกเขาจะมีความสุขมากที่สุดหากเธอไม่รบกวนเวลาดูโทรทัศน์ นั่นเพราะในหนึ่งวันเธอจะให้ลูกๆ ดูโทรทัศน์ได้แค่สองชั่วโมงเท่านั้น

“แต่ว่าเด็กๆ ...” นิลอรอิดออดเล็กน้อย ก็แหม...หน้าที่แม่มันค้ำคอละนะก็ต้องคิดถึงลูกๆ นิดหนึ่ง

“เด็กๆ ค้าบ เดี๋ยวแด็ดดีกับมามี้จะขึ้นไป ซ่อมขาเตียง นะครับ เด็กๆ อยู่ข้างล่างห้ามซนน้า แล้วก็ห้ามเปิดประตูให้ใครด้วยเข้าใจหรือเปล่า”

“ค้าบ / ค่า”

สองแฝดขานรับพร้อมกันโดยไม่ยอมลุกมามองบิดาด้วยซ้ำ พวกเขามีความสุขมากมายที่ได้นอนดูการ์ตูนเรื่องโปรดโดยที่บิดาหรือมารดาไม่มาทำเสียงรบกวน

“เห็นไหมแองจี้แค่นี้ก็สบาย” เขายกไหล่อย่างอารมณ์ดีก่อนจะตวัดร่างอรชรของนิลอรขึ้นสู่อ้อมแขนด้วยความรวดเร็ว และสองนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาถึงห้องนอนที่อยู่ชั้นบน

“ฉันว่า...เตียงมันพังอย่างนั้นเราเลิกล้มสิ่งที่กำลังจะทำแล้วลงไปข้างล่างดีกว่านะ แหะๆ” จู่ๆ คุณแม่ลูกสองก็เกิดประหม่าเขินกะทันหัน หล่อนเตรียมชิ่งหนีคนที่อุ้มขึ้นบันไดมา แต่ทว่ามันไม่สำเร็จ

หมับ!

“ปล่อยนะ!

โจนาธานยิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทีปัดป้องน้อยๆ จากภรรยาทางพฤตินัย หล่อนน่ารักน่าใคร่ขนาดนี้ต่อให้เตียงตรงหน้ามันขึงด้วยตะปูคมๆ เขาก็ไม่รีรอเลยที่จะโถมกายลงไปนอนรองรับร่างหล่อนแล้วนำพาแม่คนนางฟ้าคนงามเดินทางท่องเที่ยวไปในดินแดนสุดหฤหรรษ์

“ไม่เอาน่าที่รัก แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอยังไม่เจอของจริงเลย หึๆ”

หนุ่มใหญ่ยั่วเย้าขณะกอดรัดร่างที่เขาดึงรั้งไว้ไม่ให้ออกนอกประตู เขาจับหล่อนให้หันหน้ามาสบสายตา ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งเกลี่ยช่อผมที่หลุดลุ่ยออกจากเปียเด็กน้อยของหล่อนไปทัดหูให้ ก่อนจะก้มลงไปสูดดมพวงแก้มสีนวลตาที่อุ่นร้อนเต็มกำลังเพราะเลือดลมสูบฉีดเร็วแรง

นิลอรใจเต้นระส่ำเมื่อหนุ่มใหญ่ที่เธอชอบเรียกขานว่าตาแก่ทำให้เธอปั่นป่วนได้ในเวลาไม่กี่นาที ผิวกายเธอเห่อร้อน หัวใจเต้นแรง เส้นขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียวไปหมด และเพียงแค่ริมฝีปากเขาแตะบนแก้มของเธอเบาๆ เพื่อสูดดมกลิ่นหอม เธอก็รู้ในนาทีนั้นเองว่าพร้อมจะตามเขาไปในทุกๆ ที่เขานำพา

“แองจี้...ชอบให้ฉันหอมแก้มเธอหรือเปล่า” แองจี้หน่อยพยักหน้าแล้วก้มหน้างุด เขาถามเธอแบบธรรมดาแต่เสียงติดกระเส่าเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย ที่สำคัญกว่านั้นฝ่ามือร้อนผ่าวได้สอดเข้าไปในเสื้อยืดลายการ์ตูนของเธอแล้ว

“โอ...ไม่นะ...ฉันกำลังจะตาย...”

นิลอรครางฮือไม่เป็นภาษา เมื่อยอดทรวงที่บวมเป่งร้อนระอุบัดนี้ส่วนปลายยอดได้หดแข็งเพราะสัมผัสรัญจวนที่ได้รับ โจนาธานครอบครองริมฝีปากอิ่มสวยอย่างเรียกร้อง ปลายลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดดูดดึงกันอย่างหิวกระหาย เสี้ยวนาทีผ่านไปเสื้อยืดลายการ์ตูนก็ไปกองอยู่บนพื้น ตามมาด้วยเชิ้ตสีขาวและกางเกงสองตัวที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนุ่มใหญ่แทบจะกระแทกร่างสาวน้อยเข้ากับฝาผนังเพราะว่าเจ้าหล่อนมิได้ยำเกรงต่อความต้องการอันมากล้นของเขาแม้แต่น้อย กลับกันเจ้าหล่อนเร่าร้อนและเรียกร้องยิ่งกว่าเขาเสียอีก

“แอง...จี้ เธอ...สวย สวยเหลือเกิน”

บุรุษผู้มีใบหน้าขาวผ่องราวอิสตรีบัดนี้ใบหน้าเริ่มก่ำแดงด้วยแรงพิศวาส ปลายนิ้วแข็งแรงเกี่ยวตะขอเสื้อชั้นในแม่แองจี้น้อยให้หลุดออกด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงไปดูดชิมเม็ดยอดสีน้ำผึ้งอ่อนจางเช่นเดียวกับผิวเนื้อเจ้าหล่อน รสชาติของยอดปทุมช่างวิเศษยิ่งนัก ทั้งนุ่มละมุนลิ้นเหลือจะกล่าว เขาดูดชิมยอดทรวงข้างซ้ายพลางใช้มือข้างขวานวดเฟ้นทรวงอวบอีกข้างไปพร้อมๆ กันเพื่อกระตุ้นอารมณ์หวามไหวในเรือนกายอรชรให้ออกมามากที่สุด

หญิงสาวผู้ถูกดันร่างชิดกับผนังห้องส่งเสียงครางกระเส่า ใบหน้าหล่อนร้อนผ่าวรุนแรง เรือนร่างที่ถูกตรึงไว้บิดส่ายไปมาเพื่อผ่อนคลายความทรมาน ใจกลางกายสาวปวดร้าวถึงขีดสุดจนอยากให้เขากระทำอะไรก็ได้ให้ร่างนี้เสร็จสมโดยไวก่อนที่หล่อนจะกลายเป็นแม่เสือร้ายขย้ำเขาให้สิ้นเรี่ยวแรง

สองมือของคุณแม่ลูกสองชอนไชเรือนผมสีราตรีกาลที่หมาดชื้นด้วยเม็ดเหงื่อของบุรุษต่างเชื้อชาติ หล่อนแอ่นอกรับเรียวปากเขาที่กำลังครอบครองยอดทรวงอยู่อย่างน่าละอาย และแม้ว่าสองขาจะสั่นไหวแต่ก็ยังฝืนทรงกายเพื่อรับความหฤหรรษ์ที่สามีทางพฤตินัยบรรเลงให้ก่อเกิด

“คุณ...คิงส์...ฉัน...โอ...ช่วยด้วย...ช่วย...”

เสียงวิงวอนดังกล่าวถูดดูดกลืนเข้าสู่โพรงปากของหนุ่มใหญ่ ลิ้นสากหนาเกาะเกี่ยวลิ้นอ่อนบางอย่างเร่งเร้าเรียกร้องและรุนแรง จนเกือบจะแตะความเจ็บปวดเพราะแรงกระตุ้นอันดิบเถื่อนที่คุโชนอยู่ในอก

“โอ๊ะ...พะ..พอ...เจ็บ แฮ่กๆ”

นิลอรหายใจหอบถี่เมื่อสามีวัยเลยหนุ่มจูบซับเกินคำว่าเร่าร้อน ริมฝีปากเธอบวมเจ่อไปหมดแล้วในตอนนี้ และเพียงวินาทีที่เขาถอนจูบ ปลายนิ้วแข็งแรงจากมือข้างหนึ่งก็ทะลวงเข้าสู่ส่วนลึกลับน่าค้นหาของเธอในทันที

โจนาธานกอดรัดร่างอรชรที่สะดุ้งน้อยๆ อย่างหวาดหวั่น สองแขนเรียวโอบรอบคอเขาแน่นพร้อมๆ กับที่ริมฝีปากบวมเจ่อของหล่อนขบเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นเสียงแห่งความเจ็บปวดที่ปะปนมาพร้อมๆ กับความรัญจวนสุดห้ามใจ เขาขยับนิ้วเรียวเข้าสู่คูหารักช้าๆ เพื่อลดทอนความเจ็บปวดให้แม่นางฟ้าคนสวย แต่กระนั้นนัยน์ตาสีนิลที่กำลังปรือมองเขาอยู่ในขณะนี้ก็กำลังจ้องมองมาราวกับว่าเขาคือนักฆ่าผู้เลือดเย็น

“เจ็บหรือแองจี้” เขาถามด้วยความห่วงใย และพยายามถอดถอนนิ้วร้ายออกจากช่องทางเสน่หา หล่อนพยักหน้าว่าเจ็บปวดจริงๆ แต่พอเขาจะดึงนิ้วแกร่งออกมาหล่อนกลับหนีบมันไว้ด้วยต้นขาเนียนนุ่มมือแล้วยิ้มอย่างอายๆ ก่อนจะก้มหน้าซุกกับแผ่นอกไม่ให้เขาได้มีโอกาสเห็นพวงแก้มสุกปลั่งคู่นั้น

“เธอ...ขี้โกงนี่นาคนสวย อย่างนี้ต้องโดนจัดชุดใหญ่ซธแล้ว หึๆ” แล้วนิลอรก็หวีดร้องเล็กน้อยเมื่อพ่อยอดชายถอดนิ้วร้ายที่ขยับสอดแทรกอยู่กลางกายส่วนล่างออก ก่อนจะตวัดแขนอุ้มร่างเปลือยของเธอพาเดินเข้าสู่ห้องน้ำ

“นี่คุณ...”

“จุ๊ๆ อย่าสงสัยเลยน่าที่รัก ฉันแค่อยากรำลึกความหลังเท่านั้นเอง”

หนุ่มใหญ่ยิ้มร้ายขณะเคลื่อนกายสู่ห้องน้ำที่ค่อนข้างคับแคบ แต่เขาคิดว่ามันคงไม่เป็นปัญหาต่อเขาและแม่ของลูกแต่อย่างใด นั่นเพราะถึงมันจะแคบแน่ไหนทั้งเขาและหล่อนก็ได้ใช้เรียวขาแข็งแกร่งเพียงคู่เดียวเพื่อหยัดยืนอยู่ดี

ปัง!

แล้วประตูห้องน้ำก็ปิดสนิทลง โดยที่คนที่อยู่ข้างในไม่ได้กำลังอาบน้ำหรือทำกิจวัตรอื่นใดที่สมควรทำในห้องอันร้อนอบอ้าวนั่นเลย ดีไม่ดีคู่สามีภรรยาต่างวัยกำลังตั้งอกตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเพิ่มอุณภูมิในห้องน้อยให้ร้อนยิ่งกว่าเก่าหลายเท่าตัว

มีอีโรนิดนึง อ่านไปก่อนนะ ถูกแบนค่อยว่ากัน ไม่รู้จะตัดตรงไหน ><
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น