ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 บ้านใหม่กับยัยปีศาจ 20%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ต.ค. 57

บทที่ บ้านใหม่กับยัยปีศาจ 20%

มื้อเช้าของวันนี้ดูท่าจะถูกปากพ่อของลูกเป็นพิเศษ คุณแม่ลูกสองเลยได้ใจตักโจ๊กเพิ่มให้เขาเป็นรอบที่สาม

“โอ...แองจี้ ฉันยังไม่อยากอ้วนเป็นหมูนะ” โจนาธานโอดครวญท่ามกลางเสียงหัวเราะของเจสสิก้าและเจค็อบ แต่กระนั้นก็ยังตักโจ๊กเนื้อเนียนเข้าปากคำแล้วคำเล่าราวกับเกรงใจคนที่ตักมาให้

“อ้วนก็ดีสิจะได้ไม่มีใครมาแย่ง”

นิลอรพึมพำเบาๆ ทว่าสามีคนดีก็ได้ยินจนได้ เขาอมยิ้มน้อยๆ อย่างสุขใจ จนใบหน้าแลเห็นริ้วรอยชัดเจนตรงหางตา

“ยิ้มอะไรยะ ดูสิหนังเหี่ยวหมดแล้วตาแก่เอ๊ย!” หญิงสาวว่าแล้วเริ่มเก็บกวาดโต๊ะอาหารที่สามีจำต้องอิ่มไปโดยปริยาย ว่าอะไรก็พอจะรับได้ แต่พอว่าเรื่องชราแล้วละก็มันจะเจ็บจี๊ดๆ ในหัวใจจนกระเดือกอะไรไม่ลง

“แด็ดดีแก่มากๆ เลยเหรอเจค เจสซี่?” เขาถามลูกๆ ขณะที่นิลอรเดินเอาชามไปเก็บในห้องครัว และพอผู้เป็นสามีสังเกตเห็นเปียคู่ทั้งสองข้างของนิลอรเขาก็อยากจะฆ่าตัวตาย ผมเปียคู่ของหล่อนช่วยลดใบหน้าไร้เครื่องสำอางให้อ่อนวัยลงไปอีกหลายปี แล้วดูหน้าลูกๆ แต่ละคนสิ ไม่มีคนไหนผิวสีน้ำผึ้งเหมือนนิลอรสักคน เจคน้อยก็ผิวขาวตาคมผมดำราวกับลูกครึ่งฝรั่งกับแขกเสียอย่างนั้น ส่วนเจสสิก้าก็ฝรั่งจ๋าเต็มตัวผมบลอนด์เหมือนมารดาเขาอีกต่างหาก เฮ้อ! ลูกหนอลูก เกิดมาเพื่อจะเป็นลูกเขาโดยแท้ ไม่มีส่วนไหนเหมือนแม่เลยสักคนเดียว

“ม่าย!!!

เจสสิก้าคนสวยรีบปฏิเสธพัลวัน แม่หนูรีบลงจากเก้าอี้ตัวเองเพื่อจะได้ปีนไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของบิดา

“แด็ดดีรักเจสซี่ที่สุดเลย” โจนาธานหยอดคำหวาน ขณะที่พ่อลูกชายส่ายหน้าดิก

“แด็ดดีลู้ปะว่าเจสเก่งเลื่องอาลายที่ฉุด”

เจค็อบเปรยออกไปแล้วโมโหตัวเองเล็กน้อยที่ออกเสียงไม่ชัดเสียที เขายังเด็กเกินไปหรือว่าเป็นเพราะฟันคู่หน้าที่หลุดออกไปก่อนหน้านี้ราวสองอาทิตย์กันแน่นะที่เป็นต้นเหตุ

“หืม...คนสวยของแด็ดดีคนนี้เก่งเรื่องอะไรบอกแด็ดดีเร็วเข้า” โจนาธานได้ทีอ้อนคนสวยที่นั่งอยู่บนตัก แต่คนสวยไม่ตอบกลับส่งยิ้มอายๆ มาให้

“เจสเก่งเลื่องโกหก เอิ๊กๆๆ”

เจ้าเจคตัวแสบหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อเห็นหน้าจ๋อยๆ ของผู้เป็นบิดา และก่อนที่บิดาจะน้อยใจมากไปกว่านี้เขาก็รีบลงจากเก้าอี้ของตัวเองเพื่อจะได้ขึ้นไปนั่งบนตักของบิดาอีกคน

“โอ๊ย! ม่ายเอา เจสจานั่งตักแด็ดดีเจคขึ้นมาไม่ได้” หนูน้อยผู้หวงตักบิดารีบส่งเสียงโอดโอยเมื่อโดนเบียดโดยแฝดผู้พี่

“ไม่เป็นไรจ้าคนเก่ง เป็นพี่น้องกันต้องแบ่งปันกันนะครับลูก”

โจนาธานสั่งสอนเจ้าหนูน้อยทั้งสองที่น้ำหนักตัวไม่ได้น้อยเลยสักนิด

“ค้าบ / ค่า” สองแฝดขานรับพร้อมๆ กันแล้วหันมาโอบเอวบิดาไว้คนละข้าง

นิลอรที่เพิ่งล้างชามเสร็จเดินออกมาจากในครัว และภาพที่เธอเห็นก็ทำเอากระบอกตาร้อนผ่าว มิน่าเล่าโบราณจึงบอกว่าเลือดนั้นข้นกว่าน้ำ ขนาดลูกๆ ทั้งสองไม่เคยพบเจอหน้าบิดาเลยสักหนแต่กลับเปิดใจรับบุรุษผู้นี้เข้ามาในหัวใจอย่างง่ายดาย ช่างน่าอัศจรรย์ใจนัก แล้วถ้าเมื่อวานนี้เธอไม่ได้บอกเขาล่ะอะไรจะเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ พ่อลูกคงพบหน้ากัน พูดคุยกัน แต่คงไม่ได้โอบกอดส่งสายใยแห่งความรักและความอบอุ่นผ่านอ้อมแขนของพวกเขาเป็นแน่ เธอคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นเก็บลูกไว้กับตัว เธอคิดถูกแล้วจริงๆ

“โอ...ตายแล้ว...เจคกับเจสนั่งตักแด็ดดีอย่างนี้แล้วแฟนแด็ดดีจะนั่งตรงไหนอ่า?” หนุ่มใหญ่พูดพร้อมกับส่งสายตาทะเล้นมาให้นิลอรจนคุณแม่ลูกสองต้องส่ายหน้าอย่างระอา อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ยังมาทำตาหวานแพรวพราวอยู่ได้ น่าหมั่นไส้

“มามี้! เจสจานั่งตักมามี้” แม่หนูคนสวยของนิลอรดิ้นรนลงจากตักบิดา เส้นผมสีบลอนด์ทองสยายเต็มแผ่นหลังน้อยๆ และสะบัดพลิ้วไปตามแรงก้าวเดิน

“ไม่เอาค่ะ เจสซี่เพิ่งทานข้าวเสร็จตัวหนักเป็นแม่หมู มามี้ไม่ให้นั่งตักหรอก”

นิลอรทำหน้ายู่พลางเดินไปเปิดโทรทัศน์จอใหญ่แล้วนั่งลงบนผืนพรมด้านหน้าแทนที่จะนั่งบนโซฟา หล่อนเปิดเครื่องซีดีแล้วสอดแผ่นการ์ตูนให้เด็กๆ ดูฆ่าเวลาไปพลางๆ กะว่าอีกสักชั่วโมงค่อยออกไปทำธุระนอกบ้าน ไปกันทั้งหมดนี่แหละไหนๆ เด็กๆ ก็ไม่ได้ไปโรงเรียนแล้ว

เสียงเพลงก่อนเข้าการ์ตูนเรื่องโปรดของเจค็อบดังออกจากจอโทรทัศน์ และเพียงไม่กี่วินาทีเจ้าตัวและคู่แฝดก็มาเสนอหน้าอยู่หน้าจอเรียบร้อย

“เจคเอาไอ้เข้สีเขียวห้ามแย่งน้า!” เจ้าหนูรีบบอกขณะลุกไปหยิบหมอนรูปจระเข้ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เจสสิก้าลุกไปหยิบเจ้าหมอนรูปคิตตีของตัวเอง

นิลอรยิ้มให้สองแสบที่กำลังนั่งดูการ์ตูนเรื่องโปรด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เคลียร์รายการธุระปะปังที่ต้องไปทำในวันนี้เลย หล่อนลุกไปหยิบสมุดโน้ตออกจากกระเป๋าเพื่อดูว่าเมื่อวานลืมทำอะไรหรือเปล่าวันนี้จะได้ทำให้เสร็จๆ  และนั่นไง บรรทัดเกือบสุดท้าย ค่าน้ำค่าไฟยังไม่ได้จ่ายจริงๆ ด้วย

คุณแม่ลูกสองบ่นพึมพำให้ตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าจากสมุดโน้ตเพื่อมองคนที่กำลังจ้องเธออยู่

“มองอะไรเหรอลุง?”

นิลอรแกล้งถามแล้วยิ้มสวยส่งให้ โจนาธานหน้าบึ้งอีกระลอกถึงแม้ว่าคำว่า ลุง มันจะดูชราน้อยกว่าคำว่า ตา แต่กระนั้นมันก็ไม่พ้นคำว่าชราอยู่ดี

“ฉันจะไปฉีดโบท็อกซ์!” หนุ่มใหญ่ว่าอย่างไม่อาย

“หือ...โบท็อกซ์เลยเหรอ อย่าเลยน่า...เก็บเงินไว้ให้ค่าเทอมลูกเหอะ อิๆ”

นิลอรแกล้งเย้าแล้วสอดสมุดโน้ตลงในกระเป๋าถือ ฝ่ายโจนาธานนั้นใบหน้าที่บูดบึ้งอ่อนลงในบัดดล ลูกคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงขนาดนี้ นิลอรแบกรับพวกเขามาเพียงลำพังได้อย่างไรตั้งหลายปี

“แองจี้”

“หือ...อะไรคะ” หล่อนถามเขาต่อ แต่เขาไม่ตอบทว่ากวักมือเรียกให้เข้าไปหา หล่อนจึงวางกระเป๋าไว้ข้างเด็กๆ ที่ตอนนี้นอนดูทีวีสบายใจ น่าตีจริงๆ เจ้าแสบสองคนนี้คงจะดีใจละสิที่ไม่ได้ไปโรงเรียน

“มีอะไรคะ” ถามเขาอีกหนเมื่อเดินมาถึง

หนุ่มใหญ่เกี่ยวเอวบางเข้าสู่อ้อมแขนก่อนจะบังคับให้หล่อนนั่งลงบนตัก ปลายนิ้วแข็งแรงเลื่อนไปประคองใบหน้าคมขำสีน้ำผึ้งนวลตาอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาสีฟ้าครามฉายชัดรูปหญิงสาวที่ถักเปียคู่อยู่ในนั้น สี่ปีมาแล้วที่เขาให้หล่อนลำบากอยู่คนเดียวโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนึกโกรธแค้นทั้งชิงชังรังเกียจ แต่กระนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าในความโกรธแค้นชิงชังก็ฝังความรักที่มีต่อเจ้าหล่อนเอาไว้อย่างแนบแน่นอยู่มิคลาย

“ขอบคุณนะแองจี้ เธอคือสิ่งมีค่าที่สุดของฉัน ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้รู้จักเธอ ได้รักและได้มีโอกาสมีลูกกับเธอ ไม่ว่าเธอจะรังเกียจกันที่...ฉันแก่ แต่ฉันก็ยังอยากบอกอยู่ดีว่าคนแก่ๆ คนนี้รักเธอเสมอนะที่รัก...”

โจนาธานจุมพิตคางมนของคนที่อยู่บนตัก นิลอรหน้าแดงก่ำทันทีที่ถูกพิษคำหวานเข้าเล่นงาน ลูกสองคนเข้าไปแล้วยังจะมาหวานแหววกันอยู่ได้นะตาแก่เอ๊ย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #9 Paula P Nisaidee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 20:43
    ชอบๆๆๆ ลุ้นๆๆๆ
    #9
    0