ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 คุณแม่ตัวร้าย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 ก.ย. 57

บทที่ 3

คุณแม่ตัวร้าย 100%

ลำแสงสีทองอ่อนสาดส่องผ่านกระจกบานใสและผ้าม่านลายสวย ภายในห้องนอนที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายแห่งราคะระหว่างชายหญิง เจ้าของห้องที่นอนนิ่งอยู่นานเริ่มเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ อุ่นไอของร่างแกร่งกำยำทรงพลังซึ่งแนบชิดอยู่ทำเอานิลอรไม่อยากลุกจากที่นอนในเช้าวันนี้เลย เธอรู้สึกเป็นสุขและอบอุ่นใจอย่างประหลาด ยิ่งได้รับรู้ถึงเหตุผลที่เขามิได้ออกตามหาเธอกับลูกดังที่ควรจะเป็นเธอก็ยิ่งเข้าใจ เธอขอเป็นคนโง่ๆ เชื่อใจเขาดูสักครั้งหนึ่ง เพราะถ้าเขาไม่ได้โป้ปดก็ย่อมแสดงว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง และคนคนนั้นก็ต้องเป็นยัยปิศาจหน้าสวยคนนั้นแน่ๆ

แก่ไม่อยู่ส่วนแก่นะป้าชอบยุแยงใส่ร้ายป้ายสีให้ชาวบ้านเขาแตกแยกกัน อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง รู้จักนิลอรน้อยไปซะแล้ว แม่จะเอาคืนให้คุ้มเลยคอยดู

คุณแม่ลูกสองหมายมาดในใจ ริมฝีปากสีกุหลาบขบเม้มเข้าหากันจนซีดจาง ดวงตาสีนิลระยับวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

“หือ...วางแผนชั่วร้ายอะไรอยู่ละแองจี้ ไม่เอาน่า...ลืมๆ มันไปบ้างเถอะ”

โจนาธานปรามนิลอรเสียงอู้อี้ เขาเหลือบเห็นสายตาเจ้าหล่อนที่ฟ้องถึงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจจนน่าขนลุก

“ไม่ลืม! ฉันจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าใครใส่ร้ายป้ายสีฉัน แต่ตอนนี้เนี่ยนะ...ปล่อยฉันซะที ฉันจะไปดูร้าน ส่วนคุณนะลุกไปปลุกลูกไปโรงเรียนเลย” คุณแม่ลูกสองได้ทีสั่งพ่อของลูกเสียงขรม ขณะพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนซึ่งมีกล้ามเป็นมัดๆ ของตาแก่ เขาคงกลัวความชรามากกระมังถึงได้ขยันออกกำลังกายจนฟิตเฟิร์มไปทั้งตัวอย่างนี้

โจนาธานลุกขึ้นมานั่งอย่างขัดใจ ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์ด้านนอกหน้าต่างจะทอแสงสีทองให้เห็นรำไรแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสมควรแก่เวลาลุกจากเตียงนี่นา

“ฉันง่วงนี่นา ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละฉันจะนอนต่อ...”

เผียะ! เผียะ เผียะ!

“โอ๊ย!!! เจ็บนะแองจี้” 

คุณพ่อลูกสองวัยสี่สิบเจ็ดร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกฝ่ามือของแม่แองจี้น้อยของเขาฟาดตามแขนเปล่าเปลือยจนขึ้นรอยนิ้วชัดเจน หล่อนจะฆ่าเขาหรืออย่างไรถึงได้ฟาดลงมาอย่างนี้ คนแก่ก็น้อยใจเป็นนะเออ

“เจ็บก็ลุกสิยะ! วันนี้ฉันสายแล้วนะไม่รู้ว่าที่ร้านยุ่งหรือเปล่า วันนี้วันจันทร์ด้วยนะที่ร้านต้องลูกค้าเยอะแน่ๆ” บ่นพลางลุกจากที่นอน ไม่ลืมที่จะสลัดผ้านวมแรงๆ ให้คนที่นอนอยู่รู้ว่าสมควรลุกได้แล้วเช่นกัน

“แองจี้?” เขาเรียกเมื่อเห็นหล่อนตามเก็บเสื้อผ้าที่หล่นเรี่ยราดอยู่ข้างเตียง รวมทั้งเจ้าตุ๊กตาหลายตัวที่หล่นร่วงลงไปตั้งแต่เมื่อคืน เวลาที่เห็นหล่อนทำหน้าที่ราวกับภรรยาผู้แสนดีเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแม่บ้านแม่เรือน เขาก็อดไหววูบในใจไม่ได้ การที่หล่อนตั้งท้องตั้งแต่ยังสาวคงทำให้อะไรๆ หลายๆ อย่างในตัวหล่อนเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยกระมัง

“หืม...อะไร? อ้อ..เดี๋ยวฉันเอาแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณก่อนนะ มันน่าจะใช้ได้อาจจะเล็กไปนิดนึงนะเพราะมันเป็นของผู้หญิง” เธอว่าแล้วยัดเสื้อผ้าที่เพิ่งเก็บขึ้นจากพื้นใส่ลงในตะกร้าที่มีฝาปิดเพื่อกันกลิ่นรบกวน เธอคงต้องซักมันหลังจากที่ไปช่วยเด็กในร้านดูแลลูกค้าเสียก่อน

โจนาธานลุกลงจากเตียง เขาฉวยผ้าเช็ดตัวที่นิลอรพาดไว้บนราวหน้าห้องน้ำมานุ่งหลวมๆ ก่อนเดินเข้าไปกอดหล่อนทางด้านหลัง ตอนนี้หล่อนกำลังยุ่งอยู่กับการหาแปรงสีฟันอันใหม่บนชั้นที่แปะอยู่กับผนังข้างตู้เสื้อผ้า เลยไม่ได้ระวังว่าจะโดนขโมยกอดอย่างนี้

“อุ๊ย! ตาแก่บ้าเอ๊ย ตกใจหมดเลย” คุณแม่ลูกสองบ่นพึมพำไม่จริงจังนักก่อนจะดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนร้อนๆ ของเขา ตาแก่นี่หื่นไม่เลิกจริงๆ ใจคอจะรังแกเธอให้หายอยากเลยหรืออย่างไร คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง อะไรที่มันบอบบางตอนนี้มันแทบจะอักเสบอยู่แล้ว เพลาๆ เสียบ้างเถอะ เธอรู้แล้วละว่าเขายังฟิตเปรี๊ยะเกินอายุ

“แองจี้...คือ...” หนุ่มใหญ่พูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อฝ่ามือของเขาเลื่อนไปตะปบเนินเนื้ออวบหยุ่นที่อยู่เหนือชายโครงของหล่อน มันนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือเสียจนคำถามที่เตรียมไว้จดจำได้เพียงลางๆ เท่านั้น เลยต้องขอเวลานึกชั่วครู่

“คือ...คืออะไร?...ปะ...ปล่อยก่อนสิ จะมากอดมาจับอะไรนักหนาห๊ะ”

นิลอรแหวใส่แต่กลับเอนกายเข้าพิงแผ่นอกอุ่นร้อนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง

“คือ...อ่า...ฉัน อ้อ...แค่จะถามว่า...เหนื่อยไหมคนดี ฉัน...ขอโทษที่ไม่ได้อยู่แลเธอกับลูก ขอโทษนะที่รัก”

อารมณ์หวามไหวจางหายไปอย่างรวดเร็ว พอๆ กับที่ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาหยุดการบีบขยำทรวงอวบของเธอ น้ำเสียงที่เขาใช้มันอบอุ่นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ช่างมันเถอะ มันผ่านมาแล้วนี่ ตอนนี้คุณก็ได้เจอเด็กๆ แล้ว ฉันรู้ดีว่าสักวันคุณจะพาพวกแกไปจากฉัน และถึงแม้ว่าฉันจะต่อสู้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายคนที่ได้ลูกไปก็ต้องเป็นคุณอยู่ดี ฉันมีแค่ความรักกับอ้อมแขนของคนเป็นแม่ แต่ฉันไม่มีอนาคตให้แกเหมือนกับคุณ เด็กๆ จะมีอนาคตที่ดีกว่าถ้าไปอยู่กับคุณที่สิงคโปร์ ส่วนฉัน...ฉันมาคิดๆ ดูแล้วฉันคงไม่กลับไปเป็นนางบำเรอของคุณอีก ถึงแม้ว่าเรื่องเมื่อคืนมันจะเกิดขึ้นก็ตาม”

โจนาธานตกใจอย่างที่สุดเมื่อได้ยินนิลอรเอ่ยเช่นนั้น เมื่อคืนนี้ตอนที่คุยกันเจ้าหล่อนยังเหมือนจะคล้อยตามเขาอยู่ที่นาเรื่องที่จะกลับไปที่สิงคโปร์ด้วยกัน แล้วทำไมตอนนี้พูดเหมือนจะเปลี่ยนใจอย่างนี้ล่ะ

“ทำไมล่ะแองจี้ เธอ...ไม่มีความสุขหรือ ฉันนึกว่าเมื่อคืนเรามีความสุขร่วมกันเสียอีก” โจนาธานกระซิบถามพลางรั้งร่างอรชรไปนั่งที่ปลายเตียง ตอนนี้หล่อนจึงนั่งบนตักแกร่งเป็นที่เรียบร้อย

“ฉัน...ฉันบอกคุณแล้วเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนและ...”

“โธ่แองจี้!? อย่าเอาเรื่องนั้นมาเกี่ยวสิ มันผ่านไปแล้วนะ!” หนุ่มใหญ่ขึ้นเสียงใส่แม่ของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย และนั่นก็ทำให้เจ้าหล่อนเดือดขึ้นมาได้เช่นกัน

“ใช่สิมันผ่านไปแล้วแต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกถ้าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ข้างๆ คุณ!” นิลอรสะบัดร่างให้ออกห่างอกแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าวงแขนแข็งแรงจะพันธนาการหล่อนแน่นไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ

“เธอระแวงมากเกินไปแองจี้ เธอกำลังเข้าใจเอลิซผิด บางทีมันอาจจะไม่ร้ายแรงขนาดนั้นก็ได้น่า”

เขายอมอ่อนลงให้แม่นางร้ายนิลอรเมื่อเจ้าหล่อนแทบจะกระโดดออกจากวงแขนนี้และพร้อมจะกระโจนเข้าใส่อีกหนและฝังเขี้ยวคมๆ ลงบนที่ใดสักแห่งบนร่างกายเขาเพื่อทำให้หล่อนผ่อนคลายจากความโกรธที่ปะทุเมื่อครู่

“มันร้ายแรงเสมอโจนาธาน!” นิลอรกระแทกเสียงใส่สามีทางพฤตินัย เขากำลังแก้ตัวแทนอดีตภรรยา ทุเรศ!

“ใจเย็นๆ สิแองจี้ เอาอย่างนี้ไหมเธอลองทำความรู้จักกับเอลิซดูก่อน บางทีพวกเธออาจจะเป็นเพื่อนกันได้นะ ยิ่งตอนนี้เอลิซมาอยู่ที่บ้านของฉันชั่วคราวเธอกับหล่อนก็จะได้มีเวลาทำความรู้จักกันมากขึ้นไง”

นิลอรขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขาประหนึ่งจะใช้ดวงไฟในดวงตาหล่อนเผาไหม้วาจาชั่วร้ายให้เหลือเพียงเศษเถ้าธุลี นี่เขาหมายความว่าอย่างไรกัน! การที่ชวนเธอกลับไปอยู่กับเขาที่โน่นหมายความว่าเธอต้องอยู่ร่วมบ้านกับยัยป้ามหาภัยนั่นหรือ!?

“สนุกตายล่ะ อดีตภรรยากับอดีตนางบำเรออยู่ร่วมบ้านเดียวกัน คุณคิดว่าสงครามมันสนุกนักหรือไงถึงได้คิดเอามันไปไว้ในบ้าน ฉันจะบอกให้นะถึงยัยป้านั่นจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม ฉันนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายเริ่มเอง เพราะฉันแค้นที่หล่อนแย่งเวลาที่ลูกๆ ของฉันควรมีกับพ่อไปตั้งสี่ปี และคุณก็อย่ามาห้ามฉันเรื่องนี้เด็ดขาด!

“แองจี้...ทำไมเธอถึงได้มองโลกในแง่ร้ายนะ เอลิซแค่เดือดร้อน สี่ปีที่แล้วตอนที่เธอหนีมาเอลิซก็กำลังแย่ สามีหล่อนถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย และวันต่อมาเขาก็หัวใจวายเสียชีวิต เอลิซไม่มีญาติเหลือแล้ว เธอเข้ากับญาติของสามีไม่ได้ฉันเลยสงสาร แล้วตอนนั้นฉันก็เศร้านะแองจี้ที่เธอทิ้งมา ฉันก็เลยคิดว่าถ้าเอลิซกลับมาอยู่กับฉันอย่างน้อยเรื่องในบ้านก็มีคนคอยดูแล...และ...”

“นี่แสดงว่าตลอดสี่ปีคุณกับเอลิซ...”

หน่วยตาสองข้างของคุณแม่ลูกสองแดงก่ำขึ้นมาเมื่อสำเหนียกได้ว่าสามีทางพฤตินัยกลับไปยุ่งเกี่ยวกับอดีตภรรยาของเขาจริงๆ

 “โอ...ไม่นะแองจี้ ฉันกับเอลิซเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ฉันให้หล่อนช่วยดูแลบ้าน ให้งานหล่อนทำและช่วยส่งเสียลูกๆ ของหล่อนเรื่องการเรียนเท่านั้น ฉันไม่มีวันกลับไปคืนดีกับหล่อนหรอกน่า (ถึงแม้หล่อนจะพยายามมาตลอดสี่ปีก็ตาม) ” ประโยคสุดท้ายโจนาธานไม่ได้พูดออกไปเพราะเกรงว่าจะไปเสริมด้านลบของเอลิซในจิตใจของนิลอร เขาเกยคางบนไหล่น้อยๆ พร้อมกับกดจูบเบาๆ กระชับอ้อมแขนอีกหน่อยเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูด

“ก็แล้วแต่คุณสิ จะคืนดีกับยัยปิศาจหรือไม่คืนดีมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้วนี่”

นิลอรว่าอย่างเคืองๆ เธอกำลังน้อยใจเขาอยู่อย่างนั้นหรือ โอ...เวรกรรมแท้ๆ

“เกี่ยวสิที่รักก็เธอเป็นเมียฉันนี่นา” เขาค้านพร้อมกับบอกตำแหน่งฐานะให้หล่อนได้ยินชัดๆ แต่นิลอรกับตัวแข็งทื่อ เธอนะหรือจะได้รับเกียรตินั้นในเมื่อสี่ปีที่แล้วเขาแทบจะกรอกหูอยู่ทุกวันว่าเธอเป็นแค่...แม่พันธุ์!

“ฉัน...ไม่ใช่เมียคุณ! ฉันจำได้ว่าคุณให้ฉันเป็นแค่แม่พันธุ์ผลิตลูกเท่านั้น!

หยาดน้ำตาใสๆ ไหลร่วงจากหน่วยตาที่แดงก่ำอยู่แต่เดิม นิลอรไม่อาจปกปิดความอ่อนแอในหัวใจได้เลยเมื่อต้องเอ่ยถึงความจริงในข้อนี้ หล่อนอุตส่าห์หนีมาเพื่อจะได้พ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่แต่เขากลับพามันมาตอกย้ำให้เธอได้ช้ำหัวใจ

“โอ...แองจี้ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ เธอ...อย่าเพิ่งโกรธฉันเลยฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจิตใจเธอนะแต่ที่ฉันต้องทำเพราะ...เพราะฉันรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้รักฉัน หัวใจเธอมีแต่วาโยเท่านั้น ฉันเลยต้องย้ำคำนั้นกับเธอบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ตัวเอง...หลงรักเธอ”

“อะไรนะ!?”

นิลอรไม่อยากเชื่อในสิ่งที่หูสองข้างได้รับฟัง เขากำลังจะบอกว่าเขาทำให้เธอเจ็บกับถ้อยคำบาดทรวงเหล่านั้นเพียงเพราะว่าเขาจะได้ใช้มันเตือนใจไม่ให้หลงรักเธอเนี่ยนะ แล้วยังไงล่ะ ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้วงั้นหรือถึงได้มากกกอดเธออยู่อย่างนี้ หรือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเป็นเพราะฮอร์โมนของคนที่อยากเรื่องอย่างว่าเท่านั้น

“ใช่...ฉัน...ฉันคงรักนางบำเรอของตัวเองเข้าแล้วล่ะแองจี้ แต่งงานกันนะที่รัก ฉันรักเธอนะนิลอร”

โจนาธานรีบรวบรัดตัดความ เขาเกรงว่าถ้าพูดช้ากว่านี้เขาจะไม่มีความกล้ามากพอ

คุณแม่ลูกสองตัวชาดิก เขาพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า เขาเนี่ยนะจะมารักเด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอ เป็นไปไม่ได้ สเป็คเขามันต้องยัยปิศาจเอลิซโน่น เรียบหรูดูดี พาออกหน้าออกตาได้ไม่มีอายคน ผิวหล่อนหรือก็ขาวราวหิมะน่าทะนุถนอมไม่มีอะไรที่เหมือนเธอเลยสักนิดเดียว

“คุณ...โกหกแน่ๆ คุณ...อย่าได้คิดเอาเรื่องเมื่อคืนมาเกี่ยวข้องเชียวนะ ต่อให้ฉันนอนกับคุณเป็นร้อยครั้ง ฉันก็ไม่มีวันตอบรับคำขอแต่งงานของคุณหรอก ตาแก่บ้า!

หยาดน้ำตาแห้งเหือดเหลือเพียงคราบแห้งกรังบนแก้มนวลของคุณแม่ลูกสอง นิลอรอยากประนามนักที่เขากล้าล้อเล่นกับเธอด้วยการบอกว่ารักแล้วจะแต่งงานด้วย มันสนุกนักหรือที่ได้กลั่นแกล้งเธอแบบนี้ เขายังไม่หายแค้นใช่ไหมที่เธอหนีมา

“ไม่ๆ ที่รัก อย่าดูถูกความรักของฉันนะแองจี้ ฉันรักเธอจริงๆ รักอย่างที่...แม้แต่เอลิซที่ฉันเคยคิดว่ารักหล่อนที่สุดยังน้อยกว่าตอนนี้ที่ฉันรักเธอ แต่งงานกันนะคนดี ให้ฉันได้ดูแลเธออย่างที่ฉันปรารถนาเถอะนะ ฉันรับรองว่าเธอจะอยู่อย่างสุขสบาย เธอไม่ต้องทำงานจะได้มีเวลาเลี้ยงลูกไงคนดี แต่งงานกับฉันนะที่รัก”

หนุ่มใหญ่รั้งใบหน้าที่เชิดขึ้นด้วยความโกรธของนิลอรให้หันมาเผชิญหน้า เขาอยากให้หล่อนมองเห็นความจริงใจที่เขาสื่อสารผ่านดวงตาคู่นี้ อยากให้หล่อนเห็นแววปรารถนาที่อยากให้หล่อนมีความสุขอยู่ในนั้น อยากให้หล่อนเห็นครอบครัวเล็กๆ ที่เขาต้องการสร้างมันร่วมกันกับหล่อนอย่างแท้จริง

“ไม่! ฉันเกลียดคุณ เกลียดความดีของคุณที่มอบให้ยัยแก่คนนั้น หล่อนจะทำลายครอบครัวของเราถ้าคุณคิดจะสร้างมัน และฉันจะไม่มีวันตอบรับคำขอแต่งงานตราบใดที่ยัยปิศาจนั่นยังอยู่ที่บ้านของคุณ!

หล่อนยืนกรานพร้อมกับผลักร่างแขนเขาออกสุดแรงเกิด

กริ๊ง!!!

โทรศัพท์ซึ่งวางอยู่หัวเตียงส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าครั้ง และมันก็ช่วยหยุดการปะทะคารมอันดุเดือดของโจนาธานและนิลอรได้ในทันที คุณแม่ลูกสองยืนหายใจแรงๆ เพื่อสูดอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดก่อนจะตรงไปยกแป้นโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู

“ใช่ ว่าไง” หล่อนตอบด้วยเสียงราบเรียบที่สุดเมื่อได้ยินเสียงของพนักงานที่ร้านกาแฟของตัวเอง

“อะไรนะ! โอเคๆ เรียกช่างไปเลย แล้วให้เด็กกลับไปก่อน วันนี้ฉันหยุดให้วันหนึ่งก็แล้วกัน แต่พี่ต้องอยู่ก่อนนะ รอให้ช่างมาเอาเครื่องก่อนค่อยกลับ ถ้าเครื่องยังไม่เรียบร้อยฉันคงไม่เข้าร้าน ขอบใจมากนะพี่ สวัสดีจ้ะ” นิลอรวางสายแล้วล้มกายลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ทำไมปัญหามันต้องมารุมเร้าตอนนี้ด้วยนะ ถึงแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่มันก็คือปัญหาอยู่ดี

มือขวาของคุณแม่ลูกสองยกขึ้นมาคลึงขมับที่ปวดตุบๆ เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบสว่าง แถมตื่นมาก็ยังต้องฉะกับตาแก่บ้าโจนาธานอีก ถ้าไมเกรนเธอไม่ขึ้นก็ให้มันรู้ไปเถอะ

“แองจี้...ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอไม่สบายใจ เธอมีเรื่องอะไรบอกฉันได้นะ”

หนุ่มใหญ่หัวใจละอ่อนได้โอกาสอ้อนเมียสาวของเขาอีกครั้ง อย่างไรเสียเขาก็ต้องหว่านล้อมให้เจ้าหล่อนยอมไปอยู่ที่สิงคโปร์กับเขาให้ได้

“เรื่องร้านน่ะ คุณไม่ต้องรู้หรอกมันไม่สำคัญ” เธอบอกเนือยๆ แล้วพลิกกายขยับให้เข้าที่เพื่อจะได้นอนต่อ

“ถ้าไม่สำคัญแล้วทำไมเธอต้องทำเหมือนเครียดด้วยละแองจี้ ฉันห่วงเธอนะ” เขาเอ่ยตามที่ใจคิดแล้วขยับไปนอนเบียดแม่ของลูก กอดเจ้าหล่อนไว้หลวมๆ ซึ่งนิลอรก็ไม่ได้ขัดขืน อาจเป็นเพราะหล่อนเหนื่อยและเพลียเกินกว่าจะดิ้นรนให้เหนื่อยกาย

“ขอบคุณ...ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า แค่...เครื่องชงกาแฟมันพังพร้อมกันเท่านั้นเอง เดี๋ยวช่างก็เอาเครื่องมาเปลี่ยนให้เองนั่นแหละ” เธอไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหนในเรื่องเครื่องชงกาแฟเครื่องเล็กที่เธอเช่ามาเพื่อเปิดกิจการร้านกาแฟ

“นั่นไง เห็นไหมล่ะ เครื่องชงกาแฟก็ไม่ใช่ถูกๆ ไม่ใช่เหรอ เธอจะทำให้มันเหนื่อยทำไมแองจี้ ไปอยู่สิงคโปร์ดีกว่านะ” เขาคะยั้นคะยอ แต่กลับถูกเจ้าหล่อนลืมตาขึ้นมาส่งสายตาพิฆาตให้เสียเต็มรัก

“ไม่ต้องมาชักแม่น้ำทั้งห้าหรอก อย่างคุณจะไปรู้อะไร ฉันรู้ว่าเครื่องชงกาแฟมันแพงแล้วฉันจะซื้อทำไมล่ะ ฉันก็เช่าเขาสิตาแก่ เวลามันพังเขาก็เอาเครื่องมาเปลี่ยนให้สบายจะตาย อย่ามาอ่อยให้ยากเลย ฉันไม่ไปไหนอีกแล้ว สิงคโปร์เล็กนิดเดียวฉันหายใจไม่ออกหรอก” คุณแม่ลูกสองหาข้ออ้างไปเรื่อยเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการไปอยู่ที่ประเทศนั้นตามคำชักชวนของเขา หล่อนอาจจะไปก็ได้ถ้ายัยปิศาจไม่อยู่ที่นั่นด้วย

“แล้วฉันละแองจี้ ฉันมีงานรออยู่นะ แต่ฉันก็อยากเห็นหน้าเธอกับลูกๆ นี่นา ฉันมีบ้านอยู่บนเกาะ เธอไม่ต้องกลัวว่าจะอึดอัดกับประเทศเล็กๆ ของฉันแน่ๆ” เขาหาข้ออ้างมาหักลบกลบล้างสิ่งที่นิลอรกำลังกลัว เขามีบ้านอยู่บนเกาะเล็กๆ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกาะท่องเที่ยวแต่สัดส่วนพื้นที่บริเวณโดยรอบบ้านก็ยังถือว่าเป็นส่วนตัวมากพอควร

“โธ่เอ๊ย! คุณนี่เข้าใจยากนะมิสเตอร์ เรื่องของเรื่องก็คือฉันจะไม่ไปอยู่ที่นั่นถ้ายัยเอลิซอยู่ด้วยเข้าใจไหม!” นิลอรโพล่งออกไปอย่างเหลืออด เธอไม่มีวันอยู่ร่วมบ้านกับยัยปิศาจนั่นหรอก

“โธ่...แองจี้ เดี๋ยวฉันให้เอลิซไปอยู่ที่คอนโดจตุรศิลป์สาขาโน้นก็ได้ มันจะไปยากอะไร” หนุ่มใหญ่หาวิธีแก้ผ้าเอาหน้ารอด ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดเขาจะทำได้มากแค่ไหน แต่นาทีนี้มันต้องทำทุกวิถีทาง

ปลายจมูกโด่งคมของโจนาธานดอมดมกระหม่อมบางของนิลอรอย่างแสนรัก กลิ่นแชมพูอ่อนๆ บนศีรษะหล่อนชวนให้เขาผ่อนคลายเหลือเกิน

คุณแม่ลูกสองเริ่มบวกลบคูณหารส่วนได้ส่วนเสียในใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องที่พักอาศัยก็เป็นอันว่าตกลง เอาอย่างไรดีหว่า ถ้าเขาใช้อำนาจเงินพาตัวลูกๆ ไปจากเธอ เธอก็คงสู้ไม่ได้ แล้วถ้าเด็กๆ ไปอยู่ที่โน่นแต่เธอไม่ไปมีหวังยัยปิศาจเอลิซมันต้องหาทางรังแกลูกเธออย่างแน่นอน

ดวงตาสีนิลหรี่ลงอย่างใช้ความคิด แล้วจู่ๆ แม่นางฟ้าแองจี้ก็ลุกพรวดขึ้น

“มีอะไรรึแองจี้?” โจนาธานชักงง หล่อนจะเอาอะไรอีกล่ะไหนว่าจะนอนมิใช่หรือ

“เปล่า...ฉันแค่ แค่ตกลงไปอยู่สิงคโปร์ แต่ว่าไม่ใช่ถาวรนะเพราะนั่นไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของฉัน ฉันไปแค่ดูแลเด็กๆ เท่านั้น อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเขาจะโตพอที่จะรับรู้ได้ว่าการแต่งงานและการหย่าคืออะไร”

นิลอรบอกสิ่งที่เธอครุ่นคิดเมื่อครู่ให้เขาฟัง บุรุษร่างหนาลุกขึ้นทันใด

“เธอหมายความว่ายังไงแองจี้” โจนาธานงุนงง ตกลงหล่อนจะแต่งงานกับเขาแล้วหย่าขาดกันทีหลังอย่างนั้นหรือ ทำไมล่ะ

“ก็หมายความว่าคุณไม่ต้องแต่งงานกับฉันเพื่อลูกยังไงล่ะ ทางพฤตินัยอาจจะห้ามไม่ได้ละนะในเมื่อเราสองคนก็จูนติดกันไวยิ่งกว่าปรอท เอาเป็นว่าเราจะอยู่ในฐานะสามีภรรยา แต่ฉันจะไม่จดทะเบียนสมรสกับคุณให้มันยุ่งยากหรอก”

โจนาธานหน้ามุ่ยแล้วเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เวลาเขาทำท่าครุ่นคิดนั้นบนใบหน้าจะแลเห็นริ้วรอยแห่งวัยได้ชัดเจนทีเดียว ถ้าไม่ติดว่ามีใบหน้าหล่อเหลาประหนึ่งดาราฮอลลีวูดแล้วละก็ โจนาธานคงไม่ริอ่านมีเมียสาวอย่างนิลอรเป็นแน่แท้ เขามักภูมิใจในความหล่อฉกาจของตัวเองอยู่เสมอ และพยายามอย่างที่สุดให้มันคงอยู่จนกว่าจะสิ้นอายุขัย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นิลอรจะช่วยทำให้เขาชรากว่าอายุจริงเสียอีก

“เธอเนี่ยนะจะใจดีขนาดนั้น เธอจะยอมไปอยู่กับฉัน ไปเป็นแม่ของลูกฉัน และนอนเตียงเดียวกับฉันแต่ไม่ต้องการทะเบียนสมรสเนี่ยนะ! โอ... พระเจ้า! ไม่อยากจะเชื่อเลย”

โจนาธานสบถต่ออีกสองสามคำก่อนจะลุกออกไปจากห้อง เขาคงคุยกับแม่ของลูกต่อไม่ได้โดยไม่ได้บีบคอของหล่อน พูดออกมาได้ว่าไม่อยากจดทะเบียนสมรสกับเขาทั้งๆ ที่เขาเปิดทางให้เจ้าหล่อนเสียขนาดนี้ สงสัยหล่อนจะไม่ได้รักเขากระมัง ใช่สิ! คนที่หล่อนรักก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ

นิลอรนอนถอนหายใจทิ้งอย่างคิดไม่ตก โจนาธานกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ลงไปหยิบมาจากรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ใต้ถึนร้านกาแฟ เขาหอบทั้งหมดเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาให้สิบห้านาที

“ฉันพูดเรื่องจริง และทุกอย่างจะเป็นไปตามนั้น” นิลอรลุกมานั่งที่ปลายเตียงเพื่อเตรียมตัวไปอาบน้ำบ้าง หล่อนยืนยันเรื่องที่พูดกับเขาก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ทำไมละแองจี้ ฉัน...ฉันนึกว่าเรารักกันเสียอีก”

บุรุษผู้สูงวัยกว่าเอ่ยออกมาด้วยความระทม ไม่แยแสหยดน้ำที่หยดลงมาตามช่อผมจนมันเปียกไปทั่วเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่

“ไม่มีความรักในเหตุการณ์ระหว่างเราหรอกค่ะ มันมีแค่ความรับผิดชอบของคนสองคนที่มีต่อชีวิตของลูกๆ แล้วก็...เซ็กซ์ มีเพียงเท่านั้นเอง เชื่อฉันเถอะ”

นิลอรกล่าวออกไปด้วยความขมขื่น เธอไม่อยากจดทะเบียนกับเขาไม่ใช่เพราะว่าไม่ได้รัก แต่เป็นเพราะเธอไม่คู่ควรกับเขาต่างหาก เขาโก้หรูดูดีและหล่อเหลา ถึงแม้อายุมากไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าใบหน้าลูกครึ่งคมเข้มนั้นสามารถกระชากใจสาวน้อยสาวใหญ่ได้อย่างสบาย แล้วไหนจะสังคมของเขาอีกล่ะ งานของเขา ความนับหน้าถือตาที่มีคู่กับนักธุรกิจระดับนี้ เธอไม่บังอาจพาตัวเองซึ่งเป็นเพียงเด็กกำพร้าไปยืนเคียงข้างเขาในตำแหน่งภรรยาหรอก ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลเขากับลูกๆ ก็พอ

แต่...แน่นอนว่าเขาอย่าได้บังอาจมีใครในขณะที่นอนเตียงเดียวกับเธอเป็นอันขาด!

โจนาธานนิ่งเงียบไม่พูดต่อ เงียบขรึมลงไปในบัดดล เขาจัดการกับผมที่เปียกและยุ่งเหยิงภายในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะออกไปจากห้องเพื่อดูว่าเด็กๆ ตื่นนอนหรือยัง

นิลอรลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวบ้าง อย่างแรกที่ต้องทำในวันนี้ก็คือส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนก่อนจะกลับมาเคลียร์เรื่องร้านในช่วงที่เธออาจจะไม่อยู่ บางทีอาจจะต้องหาคนมาซื้อ อาจต้องลงขายทางเน็ตและติดต่อนายหน้าด้วยเพราะเป็นการขายอย่างเร่งด่วนแถมยังขายพร้อมกับบ้านหลังนี้ด้วย ส่วนรถยนต์คงต้องจอดไว้ที่บ้านของเขา เธอคิดว่าจะไปอยู่กับเขาสักเจ็ดหรือแปดปีเป็นอย่างต่ำ ถึงตอนนั้นเด็กๆ คงโตมากพอแล้วที่จะรับรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขาไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านเดียวกัน และถ้าโชคเข้าข้างเธออาจจะขอเลี้ยงใครคนใดคนหนึ่งระหว่างเจค็อบกับเจสสิก้า

“โอ...คุณพระช่วย!

นิลอรอุทานอยู่ในห้องน้ำขณะที่กำลังจัดการกับผมที่เต็มไปด้วยแชมพู จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดหัวใจเหลือเกินที่ต้องคิดถึงบรรยากาศอันหดหู่ตอนที่พรากสองแฝดออกจากกัน มันต้องมีทางที่ดีกว่านี้สิ ใช่! ยัยปิศาจนั่นไง เธอต้องกำจัดยัยเอลิซก่อนที่เจ้าหล่อนจะกำจัดเธอ

เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างอรชรผิวน้ำผึ้งเนียนละเอียดก็เร่งทำธุระส่วนตัวของตัวเองก่อนจะออกไปดูเรื่องอาหารเช้าให้ลูกๆ รับประทานก่อนไปโรงเรียน ทว่าพอออกมาจากห้องน้ำแล้วพบเข้ากับสภาพเตียงอันยุ่งเหยิงก็ต้องส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย เธอยังเก็บเตียงไม่เสร็จ เธอควรโทษใครดีล่ะในเมื่อเตียงของเธอไม่เคยดูแย่ขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เธอใช้มา มันน่าจะสี่ปีแล้วนะตั้งแต่ที่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่

คุณแม่ลูกสองใช้ผ้าเช็ดตัวโพกศีรษะที่เปียกชุ่มก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อประทินผิวด้วยครีมเหนอะๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าไม่ห่วงสวยละก็เธอไม่มีวันเสียเวลาอันน้อยนิดนี้อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเด็ดขาด และเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เอาไดรมาเป่าผมจนแห้งและจับมันถักเปียเป็นพจมานเสียดื้อๆ เพราะขี้เกียจเซ็ตให้เสียเวลา ก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหาเสื้อผ้ามาสวม

เธอหยิบเสื้อยืดลายการ์ตูนออกมากับกางเกงยีนสีซีดและเข็มขัดเชือกสาน จัดการให้ทุกอย่างมาอยู่บนร่างในเวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะหันมาจัดการเก็บเตียงอันยุ่งเหยิง

“ก่อนอื่นคงต้องย้ายเจ้าตุ๊กตาที่เหลืออยู่ลงมาแล้วดึงผ้าปูเตียงละนะ”

หล่อนพูดกับตัวเองแล้วหยิบตุ๊กตาสามสี่ตัวที่พิงไว้กับหัวเตียงลงมาวางบนพื้นรวมกับอีกสองสามตัวที่ร่วงลงมาตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อเสร็จก็ดึงผ้านวมที่หล่อนสลัดไว้อย่างลวกๆ ก่อนหน้านี้ลงมากองรวมกัน ทว่าพอเห็นร่องรอยบางอย่างบนผ้าปูที่นอน หนามแหลมๆ ของความปวดร้าวมันก็กระแทกใจเข้าอย่างจัง ริมฝีปากอิ่มสวยซึ่งเคลือบด้วยลิปกลอสบางๆ เม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นราวสีราตรีกาลที่ไร้แสงเดือน หล่อนทั้งโมโห ขุ่นเคือง และโกรธกรุ่นสับสนปนเปกันไปหมด

“ยัยผู้หญิงร่าน! ใจง่าย! และก็ไอ้ตาแก่บ้ากาม! สมกันแล้วล่ะ ฮึ่ม!

ด้วยแรงกดดันที่มีอยู่ผลักดันให้สองมือดึงทึ้งผ้าปูที่นอนออกจากฟูกแทนที่จะขึงให้มันเรียบตึง แต่อารามโกรธมันมากไปสองมือเลยดึงทึ้งมากกว่าจะปลดมันออกด้วยวิธีที่ถูกต้อง ปมผ้าปูที่นอนมันจึงไม่ยอมหลุดจากตัวฟูก

“อะไรวะ! ไม่ได้ดั่งใจ อึ่ม! ไม่ออกใช่ไหม ก็ได้! อึ้บ!

ร่างอรชรกระโดดขึ้นเตียงเพื่อทำภารกิจดังกล่าวให้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าขาเตียงเจ้ากรรมมันจะไม่เป็นใจ เพราะเพียงแค่เจ้าของกระโดดขึ้นไปเท่านั้น ขาเตียงที่เป็นแบบโครงไม้บล็อกติดกันไว้ด้วยนอตตัวใหญ่ก็พร้อมใจกันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดก่อนที่จะ...

“ม่ายย!!! กรี๊ดดด!!!

โครม!!!

เสียงกรีดร้องดังขึ้นไล่เลี่ยกับเสียงโครมครามของเตียงหลังใหญ่ซึ่งส่วนล่างนั้นหลุดออกจากกันในแบบที่ผู้เป็นเจ้าของไม่เคยคาดคิด น็อตตัวใหญ่มากกว่าหนึ่งตัวกลิ้งหลุนๆ ไปกระทบผนังห้องพร้อมๆ กับร่างของนิลอรที่กลิ้งตกจากเตียงด้วยใบหน้าที่ฉายชัดความตื่นตกใจพร้อมๆ กับความเจ็บจุก

เสียงฝีเท้าตึงตังดังขึ้นที่นอกห้องก่อนที่ร่างของสามพ่อลูกจะปรากฏที่หน้าประตู นิลอรยกมือคลำบั้นท้ายป้อยๆ ขณะที่โจนาธานครางงึมงัมในสิ่งที่ตาเห็น เจ้าหนูสองคนที่มีแปรงสีฟันคาอยู่ในปากคนละอันส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกที่เห็นเตียงหลังใหญ่ของมารดากลายเป็นเพียงเศษไม้ไร้ค่า

“โธ่...แองจี้ อยากได้เตียงใหม่ทำไมไม่บอกละจ๊ะที่รัก” หนุ่มใหญ่พูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เขาอยากหลุดหัวเราะให้สะใจนั่นแหละแต่ยังไม่กล้าพอ  

นิลอรส่งสายตาอาฆาตให้ตาแก่หน้าหล่อผู้เป็นสามี มองไกลๆ หล่อนยังนึกว่าทอม ครูซ ก็ถ้าไม่เพราะเขาละก็เตียงเธอคงไม่สิ้นอายุขัยเร็วขนาดนี้หรอก

“เด็กๆ ไปอาบน้ำแปรงฟันให้เรียบร้อยก่อนเร็ว เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายนะครับ” โจนาธานบอกลูกฝาแฝดด้วยเสียงทุ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี ส่งผลให้เด็กน้อยทั้งสองรีบผละจากหน้าประตูเพื่อไปแปรงฟันที่ค้างไว้ให้เสร็จเรียบร้อย

นิลอรอ้าปากค้างด้วยความงุนงง เธอไม่เคยสั่งเจ้าตัวแสบสองตัวให้ลุกอาบน้ำแปรงฟันโดยที่เธอไม่ต้องกรีดร้องแทบจะเป็นบ้าได้เลย สองแสบมีความสามารถป่วนประสาทคนเป็นแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขา...ตาแก่โจนาธาน เขาสามารถทำให้ลูกคิงคองของตัวเองอยู่ในโอวาทได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ค่อยๆ ลุกนะแองจี้” สามีสูงวัยแต่หัวใจละอ่อนบอกภรรยาที่รัก ขณะพยุงร่างหล่อนไปนั่งบนเตียงที่ตอนนี้ความสูงลดระดับเหลือไม่ถึงครึ่งน่องด้วยเพราะว่าขาเตียงมันหายไป

“โอ๊ะๆ โอ๊ย...เจ็บ!

นิลอรส่งเสียงโอดโอย หล่อนเคล็ดไปหมดแล้ว รู้สึกแก้มก้นจะระบมกระมังเพราะกระแทกกับพื้นอย่างแรงตอนกลิ้งตกลงมา ถ้าไม่ตกใจจนลืมตัวก็คงไม่เสียศูนย์อย่างนี้หรอก น่าโมโหตัวเองจริงๆ

“ให้ฉันนวดให้ไหมแองจี้” สามีวัยเลยหนุ่มถามภรรยาสาวด้วยความห่วงใย แต่ฝ่ายภรรยากลับถลึงตาใส่จนลูกตาดำๆ แทบกระเด็นออกมานอกเบ้า

“ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย ตาแก่จอมหื่น!

เจ้าหล่อนประชดประชันด้วยสิ่งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบใจ แต่แทนที่เขาจะโกรธกลับทำหน้าเศร้าเพียงเท่านั้น ตอนนี้ร่างสูงหนานั่งยองๆ กับพื้น เพื่อจะได้สำรวจดูคนที่นั่งอยู่บนฟูกว่ามีรอยแผลตรงไหนหรือเปล่า

“เธอ...ไม่ยอมแต่งงานกับฉันเพราะอย่างนี้หรือเปล่าแองจี้ ฉัน...แก่จริงๆ เหรอ?” ถามแล้วนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นห้อง บางทีเขาอาจจะแก่ไปกระมังหล่อนก็เลยไม่อยากได้เขาเป็นสามี

นิลอรอยากบอกเขาเหลือเกินว่าเขาไม่แก่เท่าไหร่เลย ออกจะดูภูมิฐานน่าคบหาด้วยซ้ำ แต่เธอจะไม่พูดให้เขาได้ใจหรอก แค่นี้เขาก็เหลิงในความฟิตจัดของตัวเองจนทำเตียงพังไปหลังแล้ว ถ้าขืนยอว่ายังหล่อเฟี้ยวมีหวังพรุ่งนี้เธอไม่ต้องลุกจากเตียงพอดี

“ไม่รู้ไม่ชี้ โอย...เจ็บๆๆ” นิลอรเอามือบีบนวดแก้มก้นแรงๆ มันเจ็บอยู่ข้างในไม่หายสักที แล้วจู่ๆ มือร้อนๆ ของใครบางคนก็อาสามาช่วยนวด มันรู้สึกดีมากๆ เพราะแรงที่เขาใช้มันลดทอนอาการเจ็บปวดได้อย่างพอเหมาะ

นิลอรค่อยๆ เอนคว่ำราบไปกับฟูกหนาเพื่อที่สามีทางพฤตินัยจะได้นวดบั้นท้ายและแก้มก้นให้ได้อย่างถนัด แต่ทว่าสองนาทีผ่านไป ฝ่ามือที่นวดเฟ้นบรรเทาอาการเจ็บปวดก็เลื่อนขึ้นมาเหนือเอว ไต่ยุบยับขึ้นมากลางแผ่นหลังแล้วเลื่อนมาด้านหน้ากอบกุมทรวงอกอวบหยุ่นของเธอไปนวดเฟ้นบีบเคล้นอย่างหน้าด้านๆ

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ! อีตาแก่บ้ากาม!

คุณแม่ลูกสองอยากจะตะกุยหน้าหล่อๆ ของทอมครูซ เอ๊ย! หน้าหล่อๆ ของพ่อของลูกนักแต่เธอทำไม่ได้เพราะตอนนี้เขาได้เอนร่างคิงคองมาทับร่างเธอไว้เรียบร้อย

“ห้ามว่าฉันแก่อีกนะแองจี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่าฉันยังไม่แก่สักนิด” เขาขู่ด้วยเสียงจริงจัง ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียซอกคอเนียนๆ สีน้ำผึ้งยวนตา จงใจปลดปล่อยลมหายใจราดรดหลังกกหูจนนิลอรขนลุกซู่ด้วยความสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

“จะข่มขืนฉันเหรอ เอาสิ! ฉันมันไม่มีเคยมีค่าอยู่แล้วนี่ คิดจะทำอะไรก็ทำเลย อยากจะปล้ำฉันตรงนี้ตอนที่เนื้อตัวยังเคล็ดขัดยอกก็เอาเลย เพราะในสายตาคุณฉันก็เป็นได้เพียงเครื่องบำเรอความใคร่เท่านั้นเอง จริงไหม!

นิลอรหายใจคล่องขึ้นเมื่อประโยคนั้นหลุดออกจากปากเธอจนจบ เขาพลิกร่างออกห่างเธอทันทีราวกับว่านอนทับถ่านไฟแดงๆ ที่กำลังคุแรงอยู่ในเตา แต่ดีแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ขาดใจตายเพราะหายใจไม่ออก เขาแกล้งไม่รู้หรือเปล่าที่นอนทับเธออย่างนี้ทั้งๆ ที่ร่างกายหนาหนักราวกับคิงคองตัวยักษ์ในหนังเรื่องดัง

“ฉันขอโทษนะแองจี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอคิดถึงเรื่องนั้นอีก ฉันรักเธอจริงๆ นะ และฉันจะบอกรักเธอทุกวันจนกว่าเธอจะใจอ่อนแล้วยอมแต่งงานกับฉัน” เขาบอกแล้วเลื่อนกายมาดึงหล่อนเข้าไปกอด ก่อนจะกดปลายจมูกจูบหน้าผากหล่อนแรงๆ ให้ชื่นใจ “ฉันไม่แตะต้องเธอไม่ได้ถ้าเธออยู่ใกล้ฉันเกินห้านาที เอาล่ะ...ฉันคิดว่าฉันควรไปดูลูกๆ จะดีกว่าก่อนที่ฉันจะกลายเป็นสามีที่ปล้ำเมียตัวเอง”

ฟอด! ฟอด!

โจนาธานสูดดมพวงแก้มภรรยาที่รักข้างละหนึ่งทีก่อนจะผละไปดูเด็กๆ ที่อยู่อีกห้อง ทิ้งให้ภรรยาสาวต้องนอนถอนหายใจเฮือกๆ เพราะหัวใจจะละลายกับสามีที่ขยันหยอดคำหวาน เขาเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน บางทีช่วงเวลาสี่ปีที่พลัดพรากจากกันมันทำให้เขาตระหนักรู้กระมังว่าคิดกับเธอมากกว่านางบำเรอ แต่มันจะใช่ความรักแน่หรือ ในเมื่อขนาดผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่างอย่างเอลิซ เกรย์ ยังต้องเตียงหักรักร้าวกันไป เธอไม่มั่นใจอะไรเลย

 

เช้าวันนี้เป็นอันว่าเด็กๆ อดไปโรงเรียนไปโดยปริยาย นั่นเพราะว่าเวลามันสายเกินกว่าที่จะขับรถไปส่งทั้งคู่เข้าโรงเรียน นิลอรถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อยขณะคนโจ๊กสำเร็จรูปที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อ

หมับ!

“ว้าย! ตกใจหมดเลย คุณจะบ้าหรือไงห๊ะ!

นิลอรแทบจะเอาทัพพีที่ถืออยู่เคาะกบาลตาแก่ของตัวเอง แต่พอคิดได้ว่าไม่สมควรก็รีบวางมันลงก่อนที่จะเผลอทำไปจริงๆ ก็เขาเล่นเข้ามากอดเธอจากด้านหลังมิให้สุ้มให้เสียงใครไม่ตกใจก็บ้าแล้ว

“โอ...ขอโทษจ้าที่รัก แค่เห็นเมียทำกับข้าวแล้วมันอดใจไม่ไหวจ้า เธอน่ารักมากๆ ตอนที่มีผ้ากันเปื้อนอยู่บนตัวและกำลังถือเจ้านี่” เขาชี้ไปทัพพีที่หล่อนวางไว้ ก่อนจะเยี่ยมหน้าไปมองสิ่งที่อยู่ในหม้อแกง

“อย่าบอกนะว่าเธอเลี้ยงลูกด้วยโจ๊กสำเร็จรูปทุกเช้า” โจนาธานอยากจะร้องไห้ ลูกๆ ควรจะได้รับอะไรที่มากกว่านี้ในมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน

“ช่วยไม่ได้ก็ฉันรีบนี่นา ปกติฉันแวะซื้อขนมปังที่เซเว่นฯ ให้เด็กๆ ด้วยซ้ำ ระหว่างทางที่ไปส่งพวกแกที่โรงเรียน” บอกเนือยๆ แล้วรวบซองโจ๊กสำเร็จรูปซึ่งวางอยู่ข้างเตาทิ้งลงไปในถังขยะที่ตั้งอยู่ด้านล่าง

หนุ่มใหญ่สะท้อนในอก เขาผิดมากเหลือเกินที่ไม่ได้ออกตามหานิลอรตั้งแต่วันแรกที่หล่อนจากมา ไม่เช่นนั้นเรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ

“เราจะไปสิงคโปร์ด้วยกันใช่ไหมแองจี้ ถ้าเธอไม่อยากแต่งงานก็ไม่ต้องแต่ง ฉันอยากให้เธอกับลูกมีชีวิตที่สุขสบายไม่ต้องดิ้นรนหาเงินหาทอง ฉันเลี้ยงเธอกับลูกได้นะ ส่วนเอลิซ ฉันจะหาทางประนีประนอมให้หล่อนย้ายไปอยู่คอนโดฯ เอง เพื่อความสบายใจของเธอ”

คราวนี้นิลอรนิ่งเงียบไป หล่อนผละจากอ้อมแขนแกร่งของเขาเพื่อไปหยิบกุ้งที่ลวกแช่เย็นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เธอใส่มันลงไปในหม้อที่มีโจ๊กเนื้อเนียนเดือดปุดๆ ก่อนจะปิดแก๊สเมื่อกะว่ากุ้งที่ใส่ลงไปคงอุ่นพอดี

“ฉันยังไม่แน่ใจว่าคุณจะทำสำเร็จเรื่องเอลิซ แต่ฉันมั่นใจว่าฉันจะไปสิงคโปร์กับคุณ”

นิลอรเห็นนัยน์ตาสีฟ้าครามเบิกกว้างด้วยความดีใจ และก่อนที่หล่อนจะได้พูดอะไรเขาก็ก้มลงมาประทับเรียวปากร้อนๆ กับริมฝีปากหล่อนเพื่อฉลองความดีใจหนนี้

“แองจี้...ฉัน...ฉันดีใจเกิน ฉันดีใจมากๆ ดีใจที่สุด เราจะกลับสิงคโปร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกๆ อย่างดีที่สุด ฉันจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจหรือร้องไห้อย่างแน่นอน ฉันสัญญา...แองจี้...ฉันรักเธอเหลือเกิน”

แล้วบุรุษร่างหนาก็ดึงกายภรรยาเข้ามากอดรัดด้วยความดีใจสุดประมาณ เขาได้หล่อนคืนมาแล้ว ได้แม่แองจี้ที่รักของเขากลับคืนมา ได้แม่ของลูกๆ กลับสู่อ้อมแขนอีกครั้ง

“จำคำสัญญาของคุณไว้นะคะ คุณจะไม่ทำให้ฉันเสียใจและร้องไห้ คุณจำคำของตัวเองเอาไว้ให้ดีๆ”

หนุ่มใหญ่พยักหน้ารัวเร็วขณะที่นิลอรส่งยิ้มละไมไปให้ ไม่ว่าอะไรจะรอเธออยู่ที่สิงคโปร์ เธอจะเดินหน้าสู้กับมัน เพื่อครอบครัวเล็กๆ ที่สมบูรณ์ เพื่อครอบครัวที่เธอไม่เคยมี...

 

อีกด้านหนึ่งของน่านฟ้าเมืองสวรรค์ สิงคโปร์ ประเทศที่ใครๆ เรียกขานว่าสวรรค์บนดิน ทุกที่สวยงามด้วยการรังสรรค์จากฝีมือมนุษย์ ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ความเจริญทางด้านต่างๆ ที่รุดหน้าเป็นร้อยเท่าของขนาดประเทศและประชากรที่อาศัยอยู่ บนเนื้อที่ของเกาะ SENTOSA ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่สิงคโปรค์ ปรากฏคฤหาสน์หลังงามที่ปกคลุมทั่วหลังคาด้วยสีเขียวของใบหญ้า แน่นอนว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก โจนาธาน คิงส์ แต่ทว่า ร่างของใครบางคนซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่กลางห้องโถงอันโอ่อ่า กลับมิใช่ร่างผู้เป็นเจ้าของ

เอลิซ เกรย์ นั่งอยู่บนโซฟาตัวสวยซึ่งบุด้วยผ้าฝรั่งเศษเนื้อดีปักลายโบราณด้วยเส้นไหมอันอ่อนนุ่ม วงหน้าเรียวได้รูป คิ้วโค้งดั่งคันสรรับกับริมฝีปากอวบอิ่มและจมูกโด่งรั้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ รวมๆ แล้วเอลิซ เกรย์ในวัยสามสิบแปดปียังเพียบพร้อมไปด้วยความงดงามอย่างที่จะหาสตรีใดเปรียบได้ แต่มันก็คงเท่านั้นในเมื่อบุรุษที่เธอต้องการให้เขามาสยบอยู่แทบเท้าอีกครั้งก็คือเขา โจนาธาน คิงส์ อดีตสามีที่เธอเคยทอดทิ้ง แต่เธอจะไม่ละความพยายาม อย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องกลับมารักเธออีกครั้ง เธอจะทำให้ได้ เพื่อที่ความโก้หรูที่รายล้อมกายอยู่ในขณะนี้จะได้คงอยู่กับเธออย่างถาวร

“มามี้ขา อาลิเซียคิดถึงแด็ดดี”

เด็กหญิงผมบลอนด์ซึ่งนั่งเงียบๆ อยู่ข้างมารดาเอ่ยขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบงัน ยังผลให้เด็กชายวัยเกือบเจ็ดขวบซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของมารดาชะโงกหน้ามามองน้องสาวอย่างขัดใจ

“จุ๊ๆๆ อลิเซีย ห้ามพูดถึงคนใจร้ายให้มามี้ได้ยิน มามี้ไม่อยากให้เราคิดถึงเขาอีกแล้ว” ผู้เป็นพี่ชายปรามน้องสาวหน้าตาขึงขัง ตั้งแต่บิดาจากไปเด็กน้อยก็จำได้ว่าถูกมารดาหอบหิ้วมาที่คฤหาสน์หลังนี้ และที่นี่เขาก็ได้พบกับความสะดวกสบายอีกครั้ง หลังจากที่ประสบกับความยากลำบากอยู่พักหนึ่งเมื่อบิดาแท้ๆ ด่วนจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ที่นี่มีแด็ดดีโจนาธาน คิงส์ และเท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กอย่างเขา พอเพียงจนไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่จากไปเลยก็ได้

“ใช่...อย่าไปคิดถึงแด็ดดีเลยลูก แด็ดดีคนนั้นเห็นแก่ตัวที่ทิ้งเราเอาไว้แบบนี้ เราจะลำบากถ้าเรากลับไปอยู่ที่บ้านของแด็ดดีเพราะฉะนั้นจำไว้นะอลิเซีย อันโทนี่ด้วย เราจะต้องอยู่ที่นี่ เราจะครอบครองบ้านหลังใหญ่โตนี้ และเป็นเจ้าของแด็ดดีโจนาธาน เราจะช่วยกันทำให้แด็ดดีรู้ว่าเรารักเขา และพร้อมจะให้เขาเข้ามาเป็นแด็ดดีของลูกๆ จริงๆ เข้าใจไหมที่รัก” แม่หม้ายแสนสวยพร่ำสอนบุตรสาวและบุตรชายตัวน้อยของตนอย่างแข็งขัน เพื่อความเป็นอยู่ที่สุขสบายราวราชินี เธอจะไม่มีวันให้ใครมาพรากเธอและลูกๆ ออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนที่อดีตสามีรักใคร่ก็ตาม ในเมื่อเธอเคยทำสำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้ว เธอมั่นใจว่าครั้งนี้จะทำได้อีกครั้ง อย่างแน่นอน

เอลิซใช้สองแขนกอดร่างบุตรสาวและบุตรชายเอาไว้อย่างแสนรัก อีกไม่กี่วันอดีตสามีคนดีจะกลับมาพร้อมกับภรรยาและลูกๆ ของเขา และเธอจะได้เผชิญหน้ากับเจ้าหล่อนอีกครั้ง แม่เด็กเมื่อวานซืนที่ริอาจใช้เรือนร่างจนโจนาธานติดกับ จนถึงกับปฏิเสธในทันทีที่เธอกลับมาขอคืนดี แต่อย่าคิดว่าครั้งนี้จะชนะเธอได้ ในเมื่อเจ้าหล่อนเคยแพ้เธอมาแล้วก็ต้องพ่ายแพ้อีกครั้งอย่างแน่นอน อย่างยัยเด็กนิลอรนะหรือไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือเธอไปได้หรอก หึๆ

ความคิดของแม่หม้ายยังสาวยุติลงในบัดดลเมื่อสาวใช้นางหนึ่งเข้ามาแจ้งว่าบัดนี้อาหารเช้าของพวกเธอพร้อมแล้ว สามแม่ลูกจึงได้เดินเข้าสู่ห้องอาหาร แน่นอนว่าบนโต๊ะตัวยาวต้องอุดมไปด้วยสำรับกับข้าวนานาชนิด ให้สมกับที่ตอนนี้เธอเป็นคนบริหารที่นี่แทนผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง

เอลิซ เกรย์ หวังว่าหล่อนยังจะได้รับเกียรตินี้ต่อไปเมื่อภรรยาของผู้เป็นเจ้าของมาถึง เพราะนั่นย่อมแสดงว่า อดีตสามียังเกรงอกเกรงใจอดีตภรรยาคนนี้ และแน่นอนว่าคนที่ไม่พอใจจะต้องเป็นภรรยาวัยละอ่อนของเขา จากความไม่พอใจจะเลยเถิดสู่ความคับข้องหมองใจ และในที่สุดพวกเขาก็ผิดใจกันจนต้องร้างลากันไป ส่วนหล่อนก็รอคอยปลอบใจอดีตสามีผู้มั่งคั่งอีกครั้งพร้อมๆ กับการเตรียมตัวเป็น มาดามเอลิซ คิงส์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #8 khaimook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 19:55
    ร้ายนะยะ เอลิซ..
    #8
    0