ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 29 : บทที่ 13 ซ้อนแผน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 พ.ย. 57

บทที่ 13 ซ้อนแผน 100%

“ขอโทษเอลิซเถอะแองจี้ ถ้าเธอยังพอมีหัวใจ”

นิลอรตัวแข็งทื่อ แขนขาชาดิกไร้ความรู้สึก สามีที่รักเอ่ยออกมาแบบนี้แสดงว่าเขาตัดสินไปแล้วว่าใครเป็นคนผิด ช่างน่าขันนักที่เรื่องความเชื่อใจกำลังมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้อีกแล้ว และสามีคนดีก็คงหลงเชื่ออดีตภรรยาของเขาเช่นเดิม

“ถ้าฉันบอกว่าไม่มีล่ะคะโจนาธาน ตอนนี้หัวใจฉันถูกคำพูดของคุณทำลายจนหมดสิ้นแล้ว เอลิซทำยังไงนะเธอถึงทำให้คุณเชื่อได้ว่าฉันเป็นคนผิด ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” นิลอรตีหน้าเศร้าลงอีกเท่าตัว หล่อนจ้องมองใบหน้าของเอลิซด้วยดวงตาที่กำลังจะปลดปล่อยหยดน้ำใส

แม่ม่ายพราวเสน่ห์หรี่ตามองนิลอรอย่างใช้ความคิด เธออยากรู้นักว่านิลอรจะแก้เกมหนนี้อย่างไร โจนาธานไม่มีวันเชื่อหรอกว่าภรรยาของเขาไม่ผิดในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นและสิ่งที่เธอใส่ไคล้เข้าไปสามารถช่วยให้เขาเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทันที และเขาก็กล่าวหาภรรยาของเขาในทันทีเช่นกัน

“อย่า! พยายามโยนความผิดให้กับเจ้าทุกข์ที่นั่งเปียกซ่กอยู่ต่อหน้าเธอเลยแองจี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าเอลิซเกือบจะจมน้ำในขณะที่เธอนั่งดูอยู่เฉยๆ” โจนาธานเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวลงบนพื้น การได้รับรู้ว่าภรรยาที่รักเป็นสตรีที่ใจไม้ไส้ระกำกระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างคนที่ไร้หัวใจ มันทำให้เขาเจ็บลึกๆ เหมือนว่าเป็นเขาใช่ไหมที่ผลักดันให้หล่อนทำเรื่องชั่วร้าย

นิลอรกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หล่อนลุกขึ้นยืนช้าๆ สองมือไพล่หลังมาจับพนักเก้าอี้เอาไว้ประหนึ่งว่าไม่มีแรงจะยืน ก่อนหน้านี้อาจจะใช่ที่หล่อนไร้เรี่ยวแรง แต่พอได้พบว่าเอลิซกระทำต่อเธออย่างไรบ้างนั้น เรี่ยวแรงที่หายไปก็หลั่งไหลกลับมาให้เธอสู้ แต่เธอจะบอกให้ใครรู้ทำไมว่าเธอแข็งแกร่ง เธอจะอ่อนแอให้เทียบเท่ายัยปิศาจตนนี้สิ ถึงจะเท่าเทียมกัน

“ทำไมฉันต้องช่วยคนสิ้นคิดที่กระโดดน้ำลงไปเองด้วยละคะ ถ้าเอลิซรู้ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นแล้วกระโดดลงไปทำไม!?”

“แองจี้! เลิกใส่ความคนอื่นซะที เธอเป็นคนผลักเอลิซลงไปเองนะ เอลิซแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนให้ฉันลืมเรื่องนี้ไปเพราะหล่อนเข้าใจว่าเมียฉันทำไปเพราะความหึงหวง แต่ดูสิ่งที่เธอทำเพื่อรับผิดชอบเรื่องเลวร้ายนี่สิ ไม่เพียงจะไม่ยอมรับความผิดแต่ยังคิดจะโยนความผิดให้คนอื่น ฉันไม่เข้าใจเลยจแองจี้ เธอจะเป็นนางมารร้ายไปถึงเมื่อไหร่ห๊ะ!

“หึๆๆ นางมารงั้นหรือ” นิลอรแค่นหัวเราะเมื่อสามีสาดวาจากล่าวหาเธอได้อย่างดุเดือด แถมยังมอบตำแหน่งนางมารใจร้ายทั้งที่เขาเรียกเธอว่าแองจี้ในทุกๆ ประโยค “ใช่ค่ะ ฉันเป็นนางมารร้ายในสายตาของคุณเสมอโจนาธาน ฉันรู้ตัวดี แต่ฉันจะไม่ยอมรับความผิดที่ฉันไม่ได้ทำหรอกนะ ฉันยืนยันด้วยความสัตย์จริงว่ายังไม่ได้ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เลยจนกระทั่งเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ซึ่งคุณก็อาจจะเห็นถ้าใส่ใจสักนิด” นิลอรกล้ำกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พลางบีบน้ำตาที่ซึมเอ่อเพื่อเร่งให้มันไหลไวขึ้น “ฉันเดินมาจากสนามและแวะเข้าไปหาป้ามาเรียในครัว แต่ฉันกลับอาเจียนเพราะได้กลิ่นเหม็นของอาหารสดในนั้น สาวใช้สองคนพยุงฉันมานั่งตรงนี้เพราะฉันแทบไม่มีแรงเดิน นาทีต่อมาป้ามาเรียก็เอาของว่างมาให้ฉัน...ฮึกๆ แล้วต่อจากนั้นอดีต...ภรรยาของคุณ ฮึกๆ ก็เข้ามาก่อกวนฉัน สุดท้ายฉันก็กลายเป็นคนผิดอย่างที่คุณเห็น ฮึกๆ ถ้าฉันพูดโกหกแม้แต่คำเดียวฉันจะกระโดดลงสระเดี๋ยวนี้! มันจะได้หายกันซะที!

“โอ...อย่าเลยนะคะแองจี้ อย่าทำถึงขนาดนั้นเลย คุณคิงส์คะ ได้โปรดเถอะ ฉันไม่ได้ติดใจอะไรจริงๆ อย่าต้องทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะคะ ฉันขอร้อง”

เอลิซรีบแย่งซีนนางเอก หล่อนไม่ยอมให้นิลอรแก้ต่างได้สำเร็จเด็ดขาด

โจนาธานมองหน้าเอลิซทีมองหน้าภรรยาทีสลับกันไปมา เขาอยากจะบ้าตายกับผู้หญิงสองคนนี้จริงๆ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! แล้วเขาจะเชื่อใครดี

“ชาร์ลส์!” โจนาธานร้องเรียกผู้ช่วย เขาต้องการความจริงบางอย่าง

“ครับนาย” ชาร์ลส์ขานรับเมื่อเดินมาถึงตำแหน่งที่เจ้านายปักหลักอยู่ เขาได้รับคำสั่งให้ไปถามป้ามาเรียกับสาวใช้ ถึงเรื่องที่นิลอรเอ่ยอ้าง ชาร์ลส์ผละจากไปในทันที

“คุณคิงส์คะ คือว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ แองจี้ทำไปเพราะเข้าใจผิด ฉันไม่ถือจริงๆ ค่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย ลืมๆ เรื่องนี้ไปเถอะนะคะ แค่กๆ แค่กๆ” เอลิซหาทางหลบเลี่ยงจากสถานการณ์เสี่ยงความแตก ส่งเสียงไอค่อกแคกเพื่อบอกให้อดีตสามีรู้ว่าหล่อนไม่ควรนั่งอยู่ตรงนี้นานๆ

“โอ...เอลิซ คุณอย่าพูดอะไรตอนนี้เลย ผมว่าคุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเอง รับรองว่าจะให้ความเป็นธรรมกับคุณ ผมสัญญา” โจนาธานยืนยันอย่างหนักแน่น เขาพยุงให้เอลิซลุกขึ้นยืน เจ้าหล่อนปฏิเสธที่จะให้เขาไปส่งที่ห้อง บอกแต่ว่าตัวเองไม่เป็นไรให้เขาอยู่เคลียร์กับภรรยาให้รู้เรื่อง หล่อนเฝ้าบอกว่าไม่สบายใจเลยที่เขาและนิลอรต้องมาผิดใจกันอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเอลิซยังเป็นคนที่จิตใจดีอยู่เสมอ แต่แองจี้ของเขานี่สิ หล่อนคิดไปได้อย่างไรว่าเอลิซจะทำเรื่องเลวร้ายพรรค์นั้น

ในระหว่างที่ชาร์ลส์ยังไม่กลับมา โจนาธานได้แต่มองใบหน้าภรรยาแล้วถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก แม่แองจี้น้อยช่างขยันหาเรื่องให้เขาเสียจริง

ร่างสูงหนาเดินเข้าไปใกล้ภรรยาสาว แล้วเอื้อมมือหมายจะจับมือน้อยที่กำลังกำขอบพนักเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น นิลอรขยับมือออกในทันที หล่อนยกมันขึ้นกอดอก ใบหน้าหม่นเศร้าอย่างผิดหวังในตัวสามี

“เราคงไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขหากว่าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ฉันเคยเตือนคุณแล้วแต่คุณไม่เชื่อฉันเลย...”

คุณแม่ลูกแฝดถอยหลังเล็กน้อยเมื่อสามีขยับเข้ามาใกล้ ในเมื่อโจนาธานอยากให้ภรรยาของเขาเป็นผิดในเรื่องนี้ หล่อนก็จะทำให้เขาสมหวัง

“ไม่เอาน่าแองจี้ เธออย่าพูดเรื่องนั้นได้ไหม เราคุยกันจบไปแล้วนะ และมันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” หนุ่มใหญ่โอดครวญอย่างเหนื่อยหน่าย เรียวขายาวก้าวเข้าใกล้ศรีภรรยามากยิ่งขึ้น หล่อนโบกมือให้เขาว่าอย่าเข้ามา และเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังไปจนชิดขอบสระ

“ในเมื่อคุณคิดว่าฉันผิด ฉันก็จะพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้ทำ” นิลอรเอ่ยขึ้นพร้อมหยดหยาดน้ำตา ในขณะที่โจนาธานกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างอิดหนาระอาใจ แม่ศรีภรรยาของเขาเอาแต่ใจที่สุด ช่างประชดประชันและไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย

“เอาเถอะแองจี้! เธอจะทำอะไรก็ทำ ถ้าการที่เธอจะกระโดดลงไปมันจะช่วยพิสูจน์ว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เอาเลย!

ตูม!!!

สิ้นเสียงท้าของโจนาธานนิลอรก็ทิ้งกายลงสู่ผิวน้ำ ร่างอรชอรที่เรี่ยวแรงอ่อนล้าถูกสายธาราบีบอัดจนเนื้อในแทบปริแยก เธอพยายามใช้เท้าและแขนพุ้ยน้ำให้มากที่สุดเพื่อลดแรงกระแทกที่ก้นสระ อากาศที่หอบเข้าปอดก่อนทิ้งกายลงมาเริ่มหมดไปทีละน้อย หมดไปพรอมๆ กับภาพพร่ามัวของสามีเหนือผิวน้ำ เขาช่างใจดำไม่ทำแม้แต่จะลงมาช่วยเธอ เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธอ...ว่ายน้ำไม่เป็น!

“แองจี้! โผล่ขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! อย่ามาหลอกฉันว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น ฉันไม่เชื่อหรอกน่า”

โจนาธานยังเดือดดาลหาว่าคนที่สงบนิ่งอยู่ใต้ผิวน้ำแกล้งว่าว่ายน้ำไม่เป็นเพื่อจะให้เขาตามลงไปช่วย เขารออยู่ราวนาทีก็เริ่มใจคอไม่ดีเพราะร่างหล่อนมิได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

“เจ้านายครับแล้วคุณแองจี้...”

ชาร์ลส์เอ่ยถามทันทีที่กลับมาจากห้องครัว งานนี้เจ้านายที่รักผิดเต็มประตู ป้ามาเรียเล่าว่าคุณแองจี้นายหญิงของนางอาเจียนแทบหมดเรี่ยวแรง ไม่มีวันไปกลั่นแกล้งใครจนตกน้ำตกท่าอย่างแน่นอน เขาแลหาร่างของสตรีในดวงใจแต่เจ้านายหันมาบุ้ยใบ้ให้เขามองลงไปในสระ

หัวใจของชาร์ลส์หล่นวูบ เขาร้องเรียกชื่อแม่นางฟ้าสีนิลเสียงดังก่อนจะกระโดดลงสู่ผิวน้ำเพื่อนำร่างที่สงบแน่นิ่งอยู่เบื้องล่างขึ้นมาปฐมพยาบาลก่อนที่หล่อนจะดับดิ้นสิ้นลมหายใจ

โจนาธานยืนใบ้รับประทานอยู่ริมขอบสระเมื่อผู้ช่วยคนสนิทกระโจนลงไปช่วยศรีภรรยาในทันทีที่เห็นร่างหล่อน เขาไม่อยากจะคิดหรอกนะว่าชาร์ลส์รู้สึกอย่างไรกับนิลอร แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ และในเวลานี้ที่ชาร์ลส์นำร่างไร้สติและเปียกโชกของหล่อนขึ้นมา เขาก็ได้รู้ตัวว่าทำพลาดอย่างมหันต์

“แองจี้! แองจี้! ตื่นสิแองจี้!” ชาร์ลส์ ร้องเรียกภรรยาของเจ้านายที่เคารพ นาทีนั้นหล่อนเป็นเพียงแองจี้ สตรีที่เขาปรารถนา และหล่อนอาจจะสิ้นชีวาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

โจนาธานวางมือหนาลงบนหัวใหล่ของชาร์ลส์ให้ชายหนุ่มผละห่างเพื่อที่เขาจะได้ผายปอดให้ภรรยาที่รัก ชาร์ลส์เข้าใจและรีบหลีกทางให้แต่โดยดี หนุ่มใหญ่สูบลมเข้าปอดแล้วจับริมฝีปากอันซีดเซียวของภรรยาที่รักให้อยู่ในตำแหน่งอันสมควร มือข้างหนึ่งบีบจมูกหล่อนไว้ เสียงผ่อนลมเข้าออกสลับกับเสียงสูบเอาอากาศเข้าปอดดังเป็นจังหวังวะสอดแทรกกับเสียงหัวใจของคนที่เฝ้ามองการกลับมาของนิลอรอีกครั้ง

“แองจี้...ที่รัก...ได้โปรด...กลับมา...แองจี้....ฉันขอโทษ...”

โจนาธานพึมพำอยู่เหนือใบหน้าของภรรยาเขาแนบแก้มฟังเสียงหัวใจหล่อนอีกครั้ง เมื่อได้ยินว่ามันยังเต้นอยู่ก็ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย หนุ่มใหญ่ผายปอดให้ภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางการลุ้นระทึกของชาร์ลส์ที่ใกล้จะเป็นบ้าเพราะความห่วงใยในตัวของนายหญิง

“แค่กๆ แค่กๆ ช่วย...ด้วย แค่กๆ ช่วยฉัน..ด้วย คุณคิงส์...ช่วย...แองจี้ด้วย...”

นิลอรพร่ำคำขอความช่วยเหลือที่เธอจำได้ก่อนที่จะหมดสติไป เธอถูกมวลของสายน้ำบีบอัดจนหูอื้อตาลายไร้เรี่ยวแรง ด้วยอารามตกใจเธอจึงอ้าปากตะโกนขอความช่วยเหลือแต่สิ่งที่เธอทำกลับเปิดทางให้น้ำไหลเข้าปากและจมูก และหลังจากนั้นโลกทั้งใบก็หายวับไปจากสายตา

“แองจี้! เธอฟื้นแล้ว! เธอฟื้นแล้ว!

โจนาธานกอดร่างเปียกชุ่มของภรรยาไว้แนบอก ความหวาดกลัวว่าจะต้องสูญเสียนิลอรไปกัดกินหัวใจเขาจนไม่เหลือแม้เศษซาก ความผิดบาปเหนือคำบรรยายกำลังกลายร่างเป็นคมหอกคมดาบกวัดแกว่งฟาดฟันตับไต้ใส้พุงที่อยู่ข้างในจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี เขาไม่น่ายืนนิ่งมองศรีภรรยาจมดิ่งลงไปในน้ำ...ไม่น่าเลย เขาเกือบเสียหล่อนไปตลอดกาล เกือบไปแล้ว!

โจนาธานรีบพาแองจี้น้อยของเขาเข้าบ้าน หล่อนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและให้เขาตรวจสอบดูเสียก่อนว่าหล่อนไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นคงต้องโทรเรียกคุณหมอให้มาทำการรักษาเจ้าหล่อนโดยด่วน

ชาร์ลส์ยืนนิ่งอยู่ริมขอบสระเฝ้ามองสามีภรรยาโอบอุ้มกันเข้าบ้านด้วยหัวใจที่ร้าวราน เขารีบหันหลังให้เพราะสิ่งที่ได้เห็นกำลังทำให้เขาอยากไปกระชากร่างในอ้อมแขนเจ้านายมาไว้ในอ้อมแขนของตน ทั้งนึกขัดใจที่ไม่ได้ประทับรอยจุมพิตบนริมฝีปากของนิลอร แม้ว่ามันอาจจะเกิดเพราะต้องการผายปอดให้เจ้าหล่อนแต่อย่างน้อยมันก็น่าจะเป็นเขาที่ได้ทำ เพราะเขาเป็นคนช่วยหล่อนขึ้นมาจากอุ้งมือมัจจุราชไม่ใช่โจนาธาน สามีที่ฉวยโอกาส

“ไม่! แกคิดอะไรของแกวะ! อย่าได้คิดแบบนี้อีกเป็นอันขาด ไอ้ชาร์ลส์!

ชาร์ลส์ก่นด่าตัวเองอยู่อีกหลายประโยคโดยไม่ได้สังเกตว่าบัดนี้มิได้ยืนอยู่เพียงลำพัง นาทีนี้อรุณฉัตรมั่นใจแล้วว่าสตรีที่อยู่ในหัวใจของพ่อเทพบุตรรูปงามที่แท้ก็คือศรีภรรยาของโจนาธานนี่เอง น่าสงสารเขาเหลือเกินที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาคงอึดอัดและทรมานอย่างหาที่เปรียบมิได้ เธอเข้าใจดีว่ามันทรมานแค่ไหนกับการหลงรักคนที่เขามิได้มีใจ แต่ชาร์ลส์คงทรมานมากกว่าเธอหลายเท่า เมื่อต้องเฝ้ามองเจ้านายที่เคารพทั้งสองหมั่นแสดงความรักต่อกันให้เขาได้เห็น จะพูดออกมาก็คงไม่ได้ จะทำร้ายเจ้านายที่เคารพด้วยการแย่งนายสาวมาครอบครองก็คงไม่สมควร น่าเวทนาแท้ๆ

“คุณน่าจะเช็ดตัวเสียหน่อย หรือไม่ก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นี่มันจะค่ำแล้วนะคะฝนก็ทำท่าว่าจะตก เดี๋ยวจะไม่สบาย”

อรุณฉัตรเอ่ยกับแผ่นหลังกว้างเหยียดตรงที่อยู่เบื้องหน้า มันเปียกชุ่มด้วยหยาดธาราเพราะเขาเพิ่งลงไปช่วยนายสาวขึ้นมาจากสระกระมัง เมื่อครู่นี้เธอเดินสวนกับโจนาธานและแองจี้ที่โถงทางเดิน โจนาธานบอกว่าให้เธอช่วยเรียกคุณหมอมาให้ด้วยเพราะคุณแองจี้จมน้ำ นาทีนั้นเธอตกใจจนกายสั่นเทิ้ม ยิ่งเห็นวงหน้าสีน้ำผึ้งนวลเนียนในวงแขนของผู้เป็นเจ้านายซีดเผือด เธอก็ยิ่งหวั่นกลัว แต่เมื่อโจนาธานยืนยันว่าคุณแองจี้ไม่ได้เป็นอะไรมากแต่เขาอยากให้หมอช่วยยืนยันอีกครั้งเพื่อความมั่นใจเท่านั้น เธอรับปากด้วยดีและเลี่ยงมาโทรศัพท์หาคุณหมอให้มาที่บ้านโดยด่วน ก่อนจะแวะมาดูที่เกิดเหตุเผื่อว่ามีอะไรที่ไม่เรียบร้อยจะได้ช่วยจัดการ แต่ดูเหมือนว่าตัวไม่เรียบร้อยที่ยืนเด่นริมขอบสระจะไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไปไหนแม้ว่าเธอจะเอ่ยบอกเขาเป็นครั้งที่สองแล้วก็ตาม

“คุณไม่ใช่เด็กที่ฉันต้องจ้ำจี้จ้ำไช ถ้าคุณอยากปอดบวมตายในชุดนั้นมันก็เรื่องของคุณนะชาร์ลส์” อรุณฉัตรเอ่ยอีกหนก่อนจะหันหลังก้าวจากมา แต่ทว่าไม่ถึงสามก้าว ข้อมือน้อยก็ถูกฝ่ามือเย็นเฉียบดึงเอาไว้ก่อนจะกระชากให้หล่อนเดินไปกับเขา

“ปล่อยนะ! นี่คุณจะพาฉันไปไหน?” ครูสาวพยายามยื้อแย่งข้อมือของตนให้พ้นจากการเกาะกุม ชาร์ส์ยิ่งกำข้อมือหล่อนแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเจ้าของพยายามอย่างยิ่งที่จะแกะมันออก

“อย่าพูดมากนะเอลลี่ เธออยากได้ฉันมากไม่ใช่เหรอ มาสิ เดี๋ยวฉันจะสนองให้เอง!

ชาร์ลส์ตะคอกบอกเอลลี่ในขณะที่สองตายังเพ่งมองไปข้างหน้า เขาลากครูสาวผ่านหลังห้องครัวโดยฝ่าไปทางสวนที่มีต้นไม้ใบไม้รกครึ้มเพื่อกลับสู่บ้านพักซึ่งเป็นประหนึ่งอาณาจักรของตัวเอง

ห้านาทีไม่ขาดไม่เกินอรุณฉัตรก็เข้ามายืนอยู่กลางบ้านพักของชาร์ส์ ชายหนุ่มสลัดเสื้อผ้าเปียกๆ ทิ้งไปอย่างรวดเร็วในขณะที่อรุณฉัตรมัวแต่ยืนอึ้งกับสิ่งที่เขาทำจนไม่สามารถขยับเขยื้อนเรือนกายออกจากที่ได้ และพอชาร์ลส์เหลืออาภรณ์ปิดกายคือชั้นในชายเพียงตัวเดียว อรุณฉัตรก็สำนึกได้ว่าเธอไม่สมควรมายืนอยู่ตรงนี้ เธอควรจะหนีไปให้เร็วที่สุดก่อนที่ตัวเองจะเสียใจ

สมองน้อยๆ สั่งการช้าไปเพียงนิดเดียว เพราะเพียงแค่สองขาจะถอยหลังกลับไปทางที่เข้ามา ฝ่ามือหนาเย็นเฉียบของชาร์ลส์ก็คว้าหมับเข้ากับข้อมือน้อยของอรุณฉัตรอีกครั้ง แผ่นอกหนั่นหนาบึกบึนและเย็นเฉียบทาบทับทรวงอวบนุ่มหยุ่นของเธอจนราบเรียบเสมอกัน ไร้ซึ่งพื้นที่ที่กว้างใหญ่พอจะให้มวลอากาศแทรกผ่าน ฝ่ามือหนาเลื่อนปัดป่ายไปทั่วร่างงาม ก่อนจะกอบกุมใบหน้าขาวผ่องใต้แสงนีออนของครูสาวไว้ในอุ้งมือ

ชายหนุ่มบังคับใบหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้นมารับรสจุมพิตอันดิบเถื่อนของเขา อรุณฉัตรแทบสิ้นเรี่ยวแรงเมื่อปลายลิ้นสากระคายของชาร์ลส์กวัดแกว่งหยอกเย้ากับลิ้นของหล่อนในโพรงปาก เสื้อกีฬาผ้าลื่นเล็กน้อยถูกชาร์ลส์ถึงชายออกมาจากกางเกงวอร์มที่หล่อนสวมเพื่อเล่นฟุตบอลกับเด็กๆ เมื่อครู่นี้ เขามิได้ถอดมันออกแต่เลิกขึ้นไปกองไว้เหนือเนินเนื้อฝาแฝดของหล่อน ก่อนจะก้มลงมาฝากฝังรอยรักบนผิวทรวงที่ล้นออกมาจากขอบเสื้อชั้นใน

“โอ...พระเจ้า! ชาร์ลส์...อย่า! อย่าทำแบบนี้!

อรุณฉัตรร้องบอกเสียงหลงแต่กลับตรึงศีรษะพ่อเทพบุตรรูปงามทั้งกดเข้าหาทรวงที่บวมเป่งของตน ชาร์ลส์ดึงบราตัวจ้อยขึ้นไปรวมไว้กับเสื้อของหล่อนอย่างทุลักทุเล นาทีนี้ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟเขาก็สาบานว่าจะต้องได้ตัวครูสาวมาดับความรุ่มร้อนในเรือนกายให้จงได้

กริ๊ง!!!

เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นไม่สามารถหยุดการกระทำของเจ้าบ้านได้ ชาร์ลส์ยังคงตักตวงความหวานหอมจากกายเนื้อครูสาวอย่างตะกละตะกรามต่อไป แต่ทว่าพอเสียงกรีดร้องดังต่อเนื่องกันราวนาทีเศษ เขาจึงต้องตัดใจผละจากยอดทรวงที่หวานล้ำเพื่อไปจัดการกับเจ้าโทรศัพท์ดังกล่าวให้เงียบเสียงระคายรูหูลงเสียที

ร่างสูงใหญ่ที่มีอาภรณ์ปิดกายเพียงหนึ่งเหนียวคือกางเกงชั้นใน เดินฝ่ามวลอากาศที่แผ่กระไอความร้อนรุ่มด้วยเพลิงพิศวาสไปยังโต๊ะที่วางอยู่ข้างประตูห้องนอน เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อฟังคนที่อยู่ปลายสายสั่งความ ก่อนที่ความร้อนรุ่มของเขาจะปลาศนาการไปสิ้นเมื่อเจ้านายที่รักสั่งการด่วนให้เตรียมตัวไปสหรัฐอเมริกาเย็นวันนี้

“ครับนาย ผมจะจัดการให้”

ชาร์ลส์วางสายเจ้านายที่เคารพก่อนจะยกโทรศัพท์มากดเบอร์ใหม่เพื่อต่อสายไปที่สนามบิน นาทีเดียวกันนั้นอรุณฉัตรก็ได้สติ หล่อนรีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยๆ ย่องออกมาจากบ้านพักของชาร์ส์ และกว่าที่ชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าอยู่เพียงลำพัง อรุณฉัตรก็ก้าวออกจากบริเวณบ้านพักของเขาเรียบร้อยแล้ว

“โธ่เว้ย!” ชาร์ลส์สบถลั่นเมื่อหาร่างแน่งน้อยจนทั่วห้องแต่ไม่พบแม้เงา เจ้าหล่อนคงแอบออกไปตอนที่เขาติดพันอยู่กับโทรศัพท์กระมัง

ร่างสูงใหญ่พาเรือนกายที่ใจกลางปวดร้าวจนแทบระเบิดเดินดุ่มเข้าห้องน้ำ เพื่อจะได้ใช้สายน้ำเย็นๆ ราดรดให้คลายอาการ ก่อนที่จะกลับออกมาแต่งตัวเพื่อเตรียมไปสนามบินกับเจ้านาย แน่นอนว่าตอนนั้นคงต้องหลังจากมื้อค่ำ และเขาก็หวังว่าจะได้พบใบหน้าของอรุณฉัตรอีกสักครั้ง ก่อนเดินทาง...แล้วทำไมเขาต้องอยากเห็นใบหน้าตื่นๆ ของเจ้าหล่อนด้วยเล่า คนที่เขาสมควรคิดถึงคือนิลอรมิใช่หรือ!?...

 

บ่ายแก่ๆ ของวันที่สามหลังจากที่เจ้าของบ้านและผู้ช่วยหนุ่มเดินทางสู่ประเทศสหรัฐฯ สายลมแห่งกาลเวลาพัดแผ่วเบาอย่างเงียบเชียบ น่าแปลกใจนักที่คนทั้งสองมิได้ส่งข่าวคราวมาบ้างว่าการเจรจาเรื่องคดีความเป็นอย่างไร นิลอรที่ป่วยนอนซมมาตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้ก็ยังไม่หายดี หล่อนเป็นหวัดและปวดศีรษะอยู่เป็นนิจ บางเวลาก็คลื่นไส้อาเจียนจนสาวใช้ต้องส่ายหน้าเพราะนายสาวรับประทานอะไรลงไปก็มีแต่จะคายออกมาหมด นิลอรจึงต้องสั่งให้พวกเขาไม่ต้องเอาอะไรมาให้เธอรับประทานอีก และตั้งแต่คำสั่งนั้นจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ที่เธอไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว

คุณแม่ลูกแฝดนอนแบ็บอยู่บนเตียง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่หรือเวลาเท่าไหร่ของวัน แสงอาทิตย์สีส้มจัดสาดทะลุผ้าม่านกระทบกับบานกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งเข้ามาแยงตาจนไม่สามารถนอนต่อได้ และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นนั่งพร้อมอาการหายใจหอบน้อยๆ นาทีนี้แม้แต่การลุกนั่งนิลอรก็ยังต้องใช้เรี่ยวแรงมากมาย

สาวใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาดูอาการของนายสาว เจ้าหล่อนส่งแก้วน้ำส้มให้เธอจิบก่อนจะบอกว่าโจนาธานโทรเข้ามาบอกว่าจะกลับคืนนี้ เธอพยักหน้าเข้าใจและถามหาเด็กๆ สาวใช้จึงบอกว่าพวกเขากำลังสนุกอยู่กับคุณครูเอลลี่ที่วันนี้พาเรียนวาดภาพระบายสี คุณแม่ลูกแฝดตัดสินใจนอนลงอีกครั้งเมื่อการนั่งนิ่งๆ ทำเอาอยากจะอาเจียน เธอคิดว่าสิ่งที่คาดไว้คงจะเป็นความจริงเข้าให้แล้ว และน่าหัวเราะยิ่งนักที่เธอกำลังจะเดินเข้าสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งทั้งๆ ที่ก้าวผ่านมันมาแล้วตั้งสามสี่ปี เธอไม่น่ากลับมาที่นี่ ไม่น่าพาลูกๆ มาผูกพันกับเขาเลย

 

ทางด้านโจนาธานที่ตอนนี้ติดงานสังสรรค์อยู่กับลูกค้ารายใหญ่ของธนาคาร ก็ไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ในเวลาที่กะเกณฑ์ไว้ หัวใจเขาร่ำๆ อยากจะกลับไปหาภรรยาที่รัก เพราะเป็นห่วงหล่อนเหลือเกิน คุณหมอที่ทำการตรวจไข้ให้วันนั้นบอกว่านิลอรอาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เขาภาวนาให้หล่อนไม่ได้เป็นขอให้หล่อนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาและหายขาดดีแล้วตอนที่เขากลับถึงบ้าน เขาสั่งให้ผู้ช่วยคนเก่งเดินทางกลับไปก่อนเพื่อสะสางรายการขายทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่ ป่านนี้ชาร์ลส์คงกลับไปถึงสิงคโปร์แล้ว เขาคิดว่าชาร์ลส์ดูแปลกๆ ไป เหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลา ไม่เหมือนชาร์ลส์คนเดิมที่เขาเคยรู้จักเลย เขาไม่รู้จะทำเช่นไรหากวันหนึ่งข้างหน้าชาร์ลส์เปิดเผยความในใจออกมาว่ายังคงรักและปรารถนาในตัวนิลอร เขาจะทำอย่างไร หากคนที่รักทั้งสองเอ่ยปากบอกว่า...รักกัน!

 

ในระหว่างที่เจ้านายกำลังวิตกกับความคิดของตนเอง ลูกน้องหนุ่มผู้ที่เจ้านายรักเหมือนคนในครอบครัวก็กำลังกลัดกลุ้มใจเช่นกัน เขาเพิ่งกลับมาจากธนาคารในเมืองซึ่งเป็นสาขาย่อยของธนาคารใหญ่ซึ่งโจนาธานเป็นเจ้าของ เมื่อการงานที่ยุ่งยากถูกสะสางด้วยเม็ดเงินมหาศาล มันจึงผ่านไปรวดเร็วราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่บางสิ่งที่อำนาจเงินไม่สามารถลบล้างมันได้นี่สิ มันยังตราตรึงในหัวใจมิคลาย แม้ว่าพยายามปัดออกสักกี่ครั้งมันก็ยังฝังแน่น ประดุจตราบาปสีนิลที่เกาะกินเนื้อในจนเจ้าของร่างต้องตายลงในที่สุด

เสียงลมทะเลผสมปนเปกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังมาไม่ขาดสาย เสมือนหัวใจของชาร์ลส์ที่ห้วงคำนึงมีแต่นิลอรไม่สร่างซา มือแกร่งของชายหนุ่มกำรอบแก้วบรั่นดีแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ริมขอบสระเมื่อสามสี่วันที่แล้ว และก่อนที่แก้วจะปริแตกเพราะแรงเจ้าของ เสียงของนางมารร้ายที่คอยเร้าโสตประสาทให้ตรึงเครียดอยู่เสมอก็แทรกเข้าในหู เขาไม่อยากเจอใครในตอนนี้ ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่ากลับมาก่อนโจนาธาน เขาอยากอยู่เงียบๆ บนพื้นที่ที่เขาเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง แต่มันคงเป็นไม่ได้เสียแล้ว

“อะแฮ่ม! กลับมาแล้วหรือ?”

เสียงหวานเย้ายวนของม่ายสาวดังแทรกเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังมาก่อนเจ้าตัว เอลิซกรีดกรายขึ้นมาบนบ้านพักของชาร์ลส์ พร้อมกับนำบรั่นดีขวดพิเศษมามอบให้คนพิเศษอย่างเขาด้วย สายตาคมเจ้าเล่ห์ของม่ายสาวแลเห็นบุรุษหนุ่มตั้งแต่ที่เขาลงจากรถที่นั่งมาจากสนามบินแล้ว น่าประหลาดใจที่โจนาธานไม่ได้กลับมาพร้อมกัน หล่อนโทรศัพท์ข้ามประเทศไปถาม โจนาธานจึงตอบกลับมาว่าจะกลับในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าด้วยเครื่องบินซึ่งจองที่นั่งไว้ล่วงหน้าแล้ว และพอบวกลบคูณหารเวลาส่วนต่างดีๆ เอลิซก็พบว่าคืนนี้ทางสะดวก หล่อนจะทำให้แม่นางฟ้าของโจนาธานกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาของทุกคน!

“มีอะไร!?” ชาร์ลส์กระชากเสียงตอบกลับ เขาเทบรั่นดียี่ห้อดังลงในแก้วแต่กลับพบว่ามันไม่ได้ไหลลงมาเลยสักหยดเดียว เอลิซสบโอกาสเปิดฝาบรั่นดีที่ตนนำมาเทลงในแก้วของชายหนุ่ม

“ผมไม่ชอบยี่ห้อนี้” ชาร์ลส์ตอบแต่สายตาเหลียวมองของเหลวในแก้ว สีอัมพันของมันชวนให้ลิ้นที่ไม่ได้ลิ้มรสแอลกอฮอลส์มาร่วมเดือนออกอาการน้ำลายสอ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถบังคับร่างกายได้อีกต่อไป เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วบรั่นดีมากระดก และพอแก้วแรกผ่านไป แก้วที่สองและสามก็ตามมาติดๆ

เอลิซยังชวนชาร์ลส์คุยในเรื่องสัพเพเหระลมฟ้าอากาศ หล่อนพยายามสังเกตสีหน้าท่าทางของเขาไปด้วย และพอนาทีที่ชาร์ลส์ขยับกายด้วยความอึดอัด เอลิซก็เริ่มรู้แล้วว่าเธอต้องทำสิ่งใด

“เธอรักแองจี้หรือชาร์ลส์” หล่อนถามตรงๆ ยังผลให้ชาร์ลส์ตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาสีเทาแสนเซ็กซี่กวาดไปรอบๆ บริเวณชานระเบียงที่นั่งอยู่ และเขาก็ประหลาดใจนักที่เวลานี้ไม่มีแสงอาทิตย์ให้เห็น นี่เขานั่งดื่มมากี่ชั่วโมงแล้วนะ

“ชาร์ลส์..เธออย่าทำเป็นนิ่งหน่อยเลยน่า ถ้ารักแองจี้จริงๆ ฉันมีทางช่วยนะ” เอลิซเปิดทางพร้อมๆ กับรินบรั่นดีที่เริ่มค่อนขวดให้ชายหนุ่ม ใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อใต้แสงไฟสลัวทำให้ใบหน้าของชาร์ลส์ยิ่งดูน่ามอง หล่อนเสียดายนักที่วันนี้ไม่อาจพาชายหนุ่มคนนี้ไปเริงรักบนเตียงตามที่ใจปรารถนา ด้วยว่าวันนี้มีงานใหญ่ที่สำคัญกว่าเรื่องนั้นรอท่าอยู่

“หึๆ ช่วยหรือ? ไม่มีทางหรอก แองจี้รักโจนาธาน และผมคงไม่มีวันหักหลังเขาอย่างเด็ดขาด” ชาร์ลส์ตอบ แม้ว่าเสียงจะฟังเหมือนเยาะเย้ยตัวเองแต่เขาก็มั่นใจในคำพูดของตน เขาคงดึงแองจี้ที่รักมาแนบชิดไม่ได้หากว่าโจนาธานยังอยู่ข้างๆ หล่อน

“ฉันก็ไม่ได้บอกให้หักหลังเขานี่นา ฉันแค่อยากให้เธอหาความสุขใส่ตัว ตอนนี้โจนาธานไม่อยู่ และแองจี้ก็นอนอยู่คนเดียวบนตึก ฉันว่าผู้หญิงที่ยังสาวและสวยอย่างแองจี้ หล่อนคงไม่ปฏิเสธหนุ่มๆ รูปหล่ออย่างนายหรอกชาร์ลส์ นายก็รู้ดีนี่นาว่าโจนาธานอายุมากแล้ว ทำไมไม่ลองเสี่ยงเพื่อหัวใจดูสักครั้งล่ะ หากว่านายทำให้แองจี้พอใจ บางทีเรื่องหัวใจมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อถึงวันนั้นทั้งสองคนก็พากันไปอยู่ที่อื่นซะก็สิ้นเรื่อง” เอลิซกล่อมชายหนุ่มที่เริ่มจะควบคุมสติไม่ได้ ดวงตาที่นิ่งอยู่ในตอนแรกบัดนี้กลิ้งกลอกไปมาราวกับกำลังใช้ความคิด

ม่ายสาวพราวเสน่ห์รุกชาร์ลส์หนักขึ้นด้วยการเดินไปโอบรอบคอเขา หล่อนโน้มกายลงมาหาชาร์ลส์ทางด้านหลัง ใช้ฝ่ามือลากไปตามแผ่นอกที่ส่งผ่านความอุ่นร้อนขึ้นมากระทบฝ่ามือให้รู้สึก

ชาร์ลส์ที่กำลังสับสนในความคิดเริ่มรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติในร่างกาย เขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ และรู้สึกว่ากายส่วนล่างขยายพองบวมเพียงแค่ถูกฝ่ามือของม่ายสาวเอลิซลูบๆ คลำๆ และก่อนที่เจ้าหล่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น เขาก็จับมือหล่อนออก

เอลิซยิ้มเยาะใส่แผ่นหลังกว้าง หล่อนเดินกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มและก็ได้เห็นว่าเม็ดเหงื่อเม็ดเป้งๆ เกาะพราวอยู่บนใบหน้าคมขาวได้รูป หล่อนควรจะไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้ชายหนุ่มได้ใช้เวลาที่เหลือตัดสินใจเสียให้พอ

“ฉันว่าฉันไปนอนดีกว่านะ เอาละ ถ้าเธอปฏิเสธเรื่องนั้นฉันก็สัญญาว่าจะไม่ถามมันอีก และเธอก็ช่วยทำเป็นว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกันนะ ฉันไปล่ะ”

ม่ายสาวเจ้าเล่ห์มักทำอะไรๆ รวดเร็วเสมอ หล่อนสะบัดก้นงอนๆ ลงจากบ้านพักของชาร์ลส์ในทันที

ชาร์ลส์นั่งดื่มอยู่ที่เก่าจนกระทั่งสาดบรั่นดีลงคอแก้วสุดท้าย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายถึงใครบางคน แม้ไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่กับการกระทำในครั้งนี้แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถควบคุมความต้องการของร่างกายได้ มันปวดร้าวไปทุ่วสัดส่วนสรรพางค์เพียงแค่ได้ยินเสียงคนที่อยู่ปลายสายตอบกลับมา นิลอรกำลังจะลงมาพบเขาที่นี่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

 

นาฬิกาเรือนทองกลางห้องนั่งเล่นตีบอกเวลาสี่ทุ่มตรง บนบ้านหลังใหญ่ทุกคนพากันเข้านอนกันหมดเหลือเพียงห้องของครูสาวที่ยังเปิดระเบียงรับลมทะเล สายลมเย็นฉ่ำยามค่ำคืนพัดกระทบใบหน้านวลของคุณครูคนสวยระลอกแล้วระลอกเล่า อรุณฉัตรจำต้องปัดช่อผมที่หลุดลุ่ยออกจากพวงผมที่รวบไว้หลวมๆ แต่แล้วสายตาของคุณครูพี่เลี้ยงก็แลเห็นร่างผู้ช่วยของโจนาธาน เขากลับมาแล้วงั้นหรือ แล้วทำไมเธอไม่เห็นเจ้าของบ้านล่ะ

อรุณฉัตรลอบมองร่างเขาที่ยืนขึ้นเต็มความสูง หล่อนไม่รู้ว่าหลงสเน่ห์พ่อเทพบุตรสุดหล่อคนนี้ตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีมันก็ยากจะบังคับจิตใจให้ถอดถอนเสียแล้ว หญิงสาวเฝ้ามองร่างสูงใหญ่ที่แลเห็นแต่ไกลอยู่นาน ก่อนที่สายตาของหล่อนจะปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่นในเวลานี้ คุณเอลิซไปทำอะไรที่บ้านพักของชาร์ลส์ตอนดึกดื่นอย่างนี้นะ

และด้วยความอยากรู้อยากเห็นของครูสาว หล่อนจึงรีบออกจากห้องของตัวเอง สาวเท้าลงทางบันไดปีกซ้ายผ่านโถงทางเดิน ลัดเลาะออกทางห้องครัวแล้วก้าวเข้าสู่แนวสวนอันรกครึ้มด้วยต้นไม้ใบหนา ทว่าพอไปถึงเธอกลับไม่เห็นแม้เงาของเอลิซแต่เห็นใครบางคนแทน

หัวใจของอรุณฉัตรเต้นตึกตักเมื่อแลเห็นสองร่างที่ยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันที่ระเบียงหน้าบ้านพัก ดูเหมือนว่าฝ่ายหญิงมิได้เต็มใจสักเท่าไร เจ้าหล่อนคงยอมให้ฝ่ายชายกอดจูบเพียงเพราะไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนเท่านั้น

เผียะ!!!

เสียงฝ่ามือน้อยฟาดกระทบใบหน้าของชาร์ลส์ดังจนครูสาวที่หลบอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ยังได้ยิน หล่อนค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุ หลบอยู่ตรงบันไดเตี้ยๆ หน้าบ้านพัก และถ้อยคำที่แทรกเสียงคลื่นให้ได้ยินเต็มสองหูก็ทำให้เข่าคู่ของคุณครูพี่เลี้ยงแทบทรุดลงไปบนผืนทราย

“ฉันรักเธอนะแองจี้! ฉันรักเธอที่สุด ทำไมเธอถึงไม่รักฉัน!

น้ำเสียงห้าวติดฉุนของชาร์ลส์สาดซัดใส่ใบหน้าคนที่เขากอดรัดอยู่ นิลอรใจเต้นระส่ำเมื่อรับรู้ว่าตนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ใด เธอถูกล่อลวงให้ลงมาที่นี่ ชาร์ลส์บอกว่าโจนาธานกลับมาแล้วแต่เขาเมามากและอยากให้เธอลงมาดูว่าจะเอาอย่างไรดี นาทีนั้นเธอรีบลุกจากที่นอนแม้ว่าจะยังมีอาการเจ็บไข้ แต่พอมาถึงที่นี่จึงได้รู้ว่าเป็นอุบายตื้นๆ ของคนไร้สติเช่นชาร์ลส์ เขาโผเข้ากอดรัดเธอทันทีที่มาถึง

“ปะ...ปล่อย ได้โปรดเถอะชาร์ลส์ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอร้อง” เสียงของนิลอรแหบเกินกว่าจะสามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือใดๆ ได้ มันเจ็บแสบในลำคอที่ยังอักเสบไม่หาย และต่อให้ร้องเสียงดังสักเท่าไหร่คนที่อยู่บนบ้านหลังใหญ่ก็คงไม่มีใครได้ยินอยู่ดี

“ปล่อย! ชาร์ลส์..ปล่อยนะ ขอร้อง...แค่กๆ ฉัน...ฉันเป็นภรรยาของเจ้านายคุณนะชาร์ลส์!

ชาร์ลส์ไม่ฟังเสียง เขาหมดสิ้นแล้วซึ่งสติที่สมควรจะมี พอช้อนร่างบางขึ้นแนบแผ่นอกได้ก็แทบจะเหาะเข้าไปในห้องนอน

ตุ้บ!

ร่างบอบบางของนิลอรร่วงหล่นลงบนฟูกหนาทันทีที่เข้าผู้ช่วยหนุ่มพามาถึงเตียง หล่อนดิ้นรนจนตกจากอ้อมแขนของชาร์ลส์ก่อนที่เขาจะวางลงบนเตียงให้เรียบร้อย เวลานี้ชาร์ลส์ถูกฤทธิ์ยานรกที่เอลิซผสมมาในวิสกี้ ปลุกสัญชาติญาณอันดิบเถื่อนจนพลุ่งพล่านทั่วเรือนกาย และในที่สุดเขาก็มิอาจต้านทานแรงปรารถนาอันล้ำลึกยากจะทัดทานในครั้งนี้

นิลอรถูกจับตรึงไว้กับเตียง ร่างของเธอจมลงในฟูกนุ่มเกือบครึ่งค่อน ใบหน้าสีน้ำผึ้งอ่อนจางบัดนี้สีสันเพียงหนึ่งเดียวก็คือสีซึ่งมีอยู่บนแผ่นกระดาษ หยดน้ำตารินรดทางหางตาเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ซึ่งสามีรักประดุจญาติพี่น้องตรงเข้าซุกไซ้ซอกคอระหงอย่างหื่นกระหาย ลมหายใจของชาร์ลส์รินรดลำคอเธอจนร้อนผ่าวประดุจหยอกเย้าด้วยลมหายใจแห่งมัจจุราชที่โผล่พ้นจากขุมนรกมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ

“ช่วย...ด้วย...อย่า...ชาร์ลส์...ใครก็ได้ช่วยด้วย...”

นิลอรแลหาความช่วยเหลือซึ่งไม่มีสิ่งชีวิตอื่นใดเลยอยู่ในห้องส่วนตัวอันมิดชิดนี้ ห้องของผู้ช่วยหนุ่มมีเพียงเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งอยู่เยื้องออกไป มันตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ซึ่งเธอปรารถนาจะสิ้นใจอยู่ในนั้นหากว่าไม่ต้องกลายเป็นสตรีที่ทอดกายให้บุรุษที่มิใช่สามีเชยชม หยดน้ำตารินรดทางหางตาครั้งแล้วครั้งเล่า ชุดนอนตัวสวยขาดหลุดลุ่ยส่งให้ทรวงอวบลอยเด่นอะร้าอร่ามอยู่ตรงหน้าเขา

ในเวลานี้ชาร์ลส์ คิงส์ ไม่มีสำนึกใดๆ จะมาฉุดรั้งความต้องการที่พลุ่งพล่านในเรือนกายไปได้ เขาไม่รู้ว่าความต้องการมันมาจากที่ใดรู้แต่ว่ามันมากมายจนยากจะต้านทาน นิลอรพยายามใช้สมองคิดหาทางรอด หล่อนไม่มีทางทรยศสามีของตัวเองอย่างเด็ดขาด

“ชาร์ลส์คะ...ฉันเหม็นกลิ่นคุณจังเลย ได้โปรดไปอาบน้ำอาบท่าก่อนแล้วเราค่อยมาสนุกกันต่อนะคะ” นิลอรออกอุบาย แต่ชาร์ลส์ส่ายหน้า ดวงตาเขาวับวาวราวเสือหนุ่มจ้องมองเนื้อสมันอันแสนโอชะ ในขณะที่เธอกำลังต่อสู้กับอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง จมูกของเธอไม่ได้กลิ่นใดๆ หรอก เธอเป็นหวัดและอยากนอนพักมิใช่มาต่อสู้กับตัณหาราคะของผู้ชายเช่นชาร์ลส์ ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้ เธอคิดว่างานนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่ก่อนอื่นนั้นเธอต้องเอาตัวรอดให้ได้

“คุณจะไม่หนีผมไปแน่หรือ เมื่อกี้คุณยัง...” ใบหน้าคมแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ซึ่งเอลิซผสมมันไว้ในเหล้าที่หล่อนหิ้วมา ชาร์ลส์ถูกฤทธิ์ของมันเล่นงานจนร่างกายปวดร้าวแทบแตกปริ มิหนำซ้ำจำนวนดีกรีที่ไหลซึมแทรกอยู่ในร่างยังปลุกหัวใจซาตานให้ลุกฮืออย่างไม่สมควร นาทีนี้ชาร์ลส์ไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้อีกต่อไปแล้ว เขารู้แต่เพียงว่าต้องได้เรือนร่างสีน้ำผึ้งนวลตาของนิลอรมาบำเรอความกระหายทางกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“จุ๊ๆ ไม่เอานะคะ เราจะไม่พูดเรื่องเมื่อนาทีที่แล้วอีก ตอนนี้ฉันหมดแรงแล้วค่ะ ฉันจะหนีคุณไปทำไมในเมื่อฉันไม่มีแรงจะยืนด้วยซ้ำ” นิลอรหลุบสายตามองทรวงอกของตนที่ถูกบดเบียดด้วยแผงอกล่ำๆ ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีของชาร์ลส์ หล่อนหน้าแดงด้วยความกระดากอายแต่ชาร์ลส์กลับเห็นว่านั่นเป็นความน่ารักที่นิลอรมอบมันให้เขา มือขาวราวสตรีของชาร์ลส์ลูบไล้แก้มเนียนของนิลอรอย่างหลงใหล เขายอมละทิ้งร่างอันสวยงามเพื่อจะตามใจเจ้าหล่อน นี่มันเป็นครั้งแรกระหว่างเขาและนิลอร มันควรพิเศษไร้ซึ่งกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างที่หล่อนว่า

ดังนั้นแม้ว่าพายุสวาทจะโหมแรงในร่างเขาสักเพียงไรชาร์ลส์ก็จำต้องลุกไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ

นิลอรพยุงกายที่ถูกไข้หวัดใหญ่และยาแก้ไข้รุมเร้าลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จ หล่อนรีบสวมเสื้อลวกๆ ด้วยอัตราเร็วซึ่งช้าที่สุดตั้งแต่เคยเกิดมา ก่อนจะแลหาทางหนีซึ่งมีเพียงประตูบ้านน้อย แต่เชื่อไหมว่าหล่อนไม่มีปัญญาจะก้าวไปถึงมัน

เสียงน้ำพุ่งจากฝักบัวกระทบผนังดังซ่าๆ อยู่ในห้องน้ำเป็นสัณญาณว่าชาร์ลส์เริ่มอาบน้ำตามที่นิลอรร้องขอ หล่อนพาตัวเองลุกจากเตียงได้สำเร็จและโผมาเกาะตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่กันมิให้ร่างอ่อนแรงเสียหลักล้มลง หล่อนวิงเวียนและปวดศีรษะ ทั้งตาลายทั้งอยากจะหลับเสียตรงหน้าตู้เสื้อผ้าถ้าเป็นไปได้ แล้วจู่ๆ สองเข่าคู่น้อยกลับสามัคคีกันพับลงดื้อๆ พร้อมๆ กับมีหลุมดำขนาดยักษ์อ้าแขนรอรับสติของหล่อนอยู่ตรงหน้า

“ไม่...ฉันจะ...ไปจากที่นี่ ฉัน...จะไป...” เสียงของคุณแม่ลูกสองรำพันอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ร่างหล่อนกองอยู่กับพื้นไร้เรี่ยวแรงจะหยัดยืนด้วยสองขา หยดน้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาจากสองตาที่ปิดแน่นอย่างเวทนาตัวเอง หล่อนคงไม่มีวันหลุดไปจากความทุกข์ที่ชาร์ลส์กำลังจะมอบให้ หล่อนอยากตายไปเสียจะได้ไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ต้องตื่นมารับรู้ในวันรุ่งขึ้น

แล้ววินาทีถัดมาความมืดมิดก็ครอบครองพื้นที่ทุกอณูอากาศ ไฟในห้องดับลงโดยไม่มีสาเหตุ มันดับลงพร้อมๆ กับสติอันริบหรี่ของสตรีโชคร้ายที่ชื่อนิลอร...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น