ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 24 : บทที่ 10 แผนลวงตาภรรยาลวงใจ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 พ.ย. 57

บทที่ 10 แผนลวงตาภรรยาลวงใจ 30%

โจนาธานขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเคลียร์ปัญหาที่ธนาคารที่เขาร่วมทุนอยู่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินให้กับประเทศที่สหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร ระหว่างทางที่โดยสารบนเครื่องบินหนุ่มใหญ่พยายามจดจ่อสมาธิให้ตั้งมั่นอยู่กับเอกสารตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าของศรีภรรยาจะลอยมาให้เห็นอยู่ร่ำไป เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเทขายทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เพื่อระดมเม็ดเงินเข้าไปจ่ายเป็นค่ายุติการฟ้องร้องก่อนที่ธนาคารจะเสียชื่อเสียงมากกว่าที่เป็นอยู่ และแม้ว่างานนี้หุ้นส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันจะขอถอนหุ้นอย่างหน้าด้านๆ เขาก็จะยืนหยัดเพื่อธนาคารแห่งนี้ ด้วยสำนึกว่าตนนั้นอายุมากเกินกว่าจะไปเริ่มต้นกับธุรกิจใหม่ เขาจะต้องรักษาความมั่นคงทางการเงินไว้ให้ได้เพื่อลูกเพื่อเมีย และแม้ว่าวันพรุ่งนี้ทรัพย์สินที่เคยมีจะลดลงไปจนถึงขั้นร่อยหรอ เขาก็จะลองเสี่ยงดูสักตั้ง

“ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องลำบากอีกแล้วแองจี้ ฉันจะดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุดจนกว่าฉันจะหมดลมหายใจ”

หนุ่มใหญ่พึมพำกับตัวเองก่อนจะเอนหลังพิงเบาะแล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตาชั่วครู่ ในใจนั้นได้แต่ภาวนาให้ทุกสิ่งที่เทขายไประดมเงินได้มากพอเสียค่าปรับหนนี้ ค่าปรับแสนหฤโหดที่มีมูลค่ากว่าสองหมื่นดอลล่าห์สหรัฐ!

 

นิลอรนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งริมสระน้ำในตอนบ่ายของวันที่เจ็ด หลังจากที่โจนาธานขึ้นเครื่องไปสหรัฐฯ หล่อนนั่งเพียงลำพังเพราะลูกทั้งสองถูกครูพี่เลี้ยงต้อนให้ไปนอนกลางวันหลังจากที่เล่นซนมาตั้งแต่เช้า หนังสือแนะนำโรงเรียนที่ถือติดมือมาอ่านเผื่อว่าจะพบโรงเรียนที่ถูกใจพอที่จะให้ลูกๆ ของตนเข้าเรียน ถูกวางลงบนโต๊ะ หล่อนยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกที่ไหนให้ลูกๆ เข้ารับการศึกษาเพราะดูเหมือนว่าโรงเรียนทุกแห่งจะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป

“คิดจะอยู่ที่นี่จริงๆ งั้นหรือ?” เสียงหวานแหลมของยัยปีศาจดังแทรกผ่านมวลอากาศมากระแทกรูหูของคุณแม่ยังสาว นิลอรหันไปตามทิศทางที่เสียงของม่ายสาวเอลิซส่งผ่านมา

“หมายความว่ายังไงมิทราบ” แม่แองจี้น้อยของโจนาธานจิกนัยน์ตาสีนิลกาฬของหล่อนไปยังร่างสะโอดสะองของเอลิซ เกรย์ ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีที่ห่างไกลคำว่าเป็นมิตร ทำไมจู่ๆ ยัยปีศาจถึงถามอะไรอย่างนี้นะ เธอก็บอกไปแล้วนี่นาว่าต้องการเช่นไร

“ก็หมายความตามที่พูด เธอคิดจริงๆ หรือว่าโจนาธานรักเธอ ถ้าไม่มีเด็กฝาแฝดคู่นั้นฉันรับรองว่าสองตาเขาจะไม่เหล่มองเธอด้วยซ้ำ หึๆ”

แม่ม่ายคนสวยกรีดหัวใจคนฟังด้วยประโยคธรรมดาๆ แต่ซ่อนความร้ายกาจราวกริชอันคมกริบ หล่อนตั้งใจพูดให้นิลอรไขว้เขวและระแวงแคลงใจ ความไม่เชื่อใจนี่แหละที่เป็นเครื่องมือทำลายครอบครัวชาวบ้านให้ร้าวฉานได้ดีนัก

“ก็ช่างเขาสิ ฉันก็ไม่ได้รักเขาซะหน่อย ฉันชอบเงินทองและความสุขสบายที่เขามอบให้ฉันต่างหาก อย่าได้คิดมาทำให้ฉันไขว้เขวแล้วเอาใจออกห่าง เพราะฉันไม่มีวันทอดทิ้งบัลลังก์แห่งความมั่งคั่งไปอย่างแน่นอน”

นิลอรโต้กลับยัยปีศาจอย่างถึงพริกถึงขิง เจ้าหล่อนคิดจะเอาความรู้สึกของเธอมาเป็นเครื่องมืออย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ มุกนี้เธอใช้จนชินแล้ว ป้าแก่

“แน่ใจนะแองจี้ว่าเธอไม่ได้รักอดีตสามีของฉัน หึๆ” เอลิซถามเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มร้ายของหล่อนทำเอานิลอรขนลุกซู่ทีเดียว

“แน่สิ!” นิลอรตอบกลับอย่างไม่เสียเวลาคิดเช่นกัน

เอลิซยิ้มกว้างอย่างสมใจ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าแผนการเล็กๆ ของเธอประสบผลสำเร็จเกินร้อยแล้ว เธอไม่ได้สร้างความระแวงแคลงใจให้ฝ่ายนิลอรเพียงฝ่ายเดียวแต่ยังสร้างความระแวงนั้นให้เกิดขึ้นในหัวใจของคนที่ยืนแอบฟังอยู่ด้วย โจนาธานกลับมาได้สักพักแล้ว ช่างน่าดีใจที่เธอเห็นเขาเข้าเสียก่อนจึงได้ชิงลงมือ!

“งั้นเธอก็รอรับความพ่ายแพ้ได้เลย...เพราะโจนาธานน่ะ เขามาตั้งนานแล้ว และก็คงได้ฟังสิ่งที่เธอประกาศไปแล้วด้วย หึๆ” เอลิซ เกรย์กระซิบถ้อยคำดังกล่าวข้างหูภรรยาของอดีตสามี นิลอรหน้าซีดเผือด ริมฝีปากก็สั่นระริกด้วยความตกใจ

“แกมันยัยปีศาจชัดๆ” นิลอรสบถหยาบคายอีกสองสามคำก่อนจะชะเง้อหาร่างของสามี และชายเสื้อสูทคุ้นตาก็หายลับเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว เขากลับมาแล้วจริงๆ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เธอไม่อาจรู้ แต่คงนานพอที่จะได้ยินถ้อยคำไร้สาระที่เธอเอ่ยออกมาเพื่อเอาชนะเอลิซ แน่นอนว่าเขาคงเก็บเอามันไปขบคิดจนเส้นเลือดในสมองอาจจะแตกได้เลยล่ะ

“ขอบคุณค่ะคุณแองจี้ ฉันยังร้ายได้อีกนะถ้าคุณอยากจะลองดี”

เอลิซยิ้มยั่วไม่สะทกสะท้านแม้ว่านิลอรจะเลือดขึ้นหน้าและพร้อมจะตอบโต้เธอมาด้วยการตบก็ตาม แต่น่าประหลาดใจนักที่เจ้าหล่อนไม่ตอบโต้ด้วยฝ่ามือเพียงแค่ฮึดฮัดขัดใจแล้วเดินหนีเธอไปเท่านั้น

“เดี๋ยว! เธอจะไปง่ายๆ อย่างนี้นะหรือ?” แม่ม่ายพราวเสน่ห์ทักท้วงโดยไวก่อนที่ภรรยาของอดีตสามีจะเดินจากไป

“ใช่! ฉันไม่อยากเสียเวลากับหมาบ้าอย่างเธอหรอกเอลิซ สู้เอาเวลาไปง้อผัวฉันไม่ดีกว่ารึ แล้วอย่าคิดนะว่าแผนของเธอมันจะสำเร็จ ฉันจะแสดงให้เธอดูว่าความรักชนะทุกสิ่งแม้แต่หัวใจผู้หญิงที่ขาดแขลนความรัก...อย่างเธอ!

นิลอรยิ้มร้ายคืนให้หมาบ้าที่ชื่อเอลิซก่อนเดินจากไปด้วยความมาดมั่น แม้ว่าในใจยังหวั่นอยู่กับความรู้สึกของสามีที่ต้องมาพบเจอเรื่องราวอันไม่พึงปรารถนา เธอเคยสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะพูดทุกอย่างกับสามีจะไม่มีวันปิดบังเขาและครั้งนี้เธอก็จะพูดมันออกไป แม้ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม

 

ภายในห้องทำงานของหนุ่มใหญ่หัวใจละอ่อน บุรุษผู้เป็นเจ้าของห้องจัดการเหวี่ยงกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาหนังสีนิลเงาวับที่ตั้งชิดติดฝาผนังอย่างแรง เขาเพิ่งกลับมาจากการบินไปสะสางงานที่ต่างประเทศ และสิ่งแรกที่เขาได้ฟังตอนกลับมาเหยียบบ้านอีกครั้งก็คือน้ำคำไร้หัวใจของศรีภรรยา!

“บ้าที่สุด! ไม่จริง! เธอไม่ใช่คนอย่างนั้น ไม่ใช่!

โจนาธานพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งที่เขาได้ยินเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมากลับลอยอ้อยอิ่งในหัวใจไม่ห่างหาย นิลอรช่างทำร้ายเขาด้วยความจริงได้อย่างน่าละอายที่สุด หล่อนไม่รักเขาเขาไม่เคยว่าแต่ขอเถอะอย่าบอกว่าที่ทนอยู่ด้วยกันทุกวันนี้เพราะเห็นแก่สมบัติพัสถาน แล้วความรักที่เขามอบให้หล่อนนั้นเล่ามันเข้าไปไม่ถึงหัวจิตหัวใจของหล่อนหรืออย่างไร

นัยน์ตาสีฟ้าครามขุ่นคลั่กด้วยความโกรธแค้นที่ผลิพุ่งจากหัวอก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมรอบวงหน้าขาวผ่องของสามีผู้เจ็บช้ำเพราะคำพูดของศรีภรรยา ร่างสูงใหญ่เดินไปทรุดลงยังโซฟาตัวเดียวกับที่รองรับกระเป๋าเอกสารของเขาเมื่อครู่นี้ ฝ่ามือชื้นเหงื่อที่กำหมัดแน่นเข้าหากันอยู่นานเริ่มคลายออก ก่อนจะใช้นิ้วเรียวทั้งสิบสอดแทรกเข้าไปในเรือนผมพร้อมกับขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิง ความอัดอั้นตันใจกำลังโลดแล่นอยู่ในอกราวกับว่ามีงานเฉลิมฉลอง มันพากันเริงร่าเต้นระบำจนคับอกคับใจเจ้าของจนแทบหายใจไม่ออก มันทั้งเจ็บจุกเจ็บปวดเกินกว่าคำว่าทรมาน

นาทีเดียวกันนั้นประตูห้องทำงานก็ถูกผลักให้เปิดออก ก่อนที่ร่างอรชรที่โจนาธานแลเห็นทางหางตาจะแทรกกายเข้ามา และตอนนี้หล่อนก็มานั่งอยู่ใกล้ๆ เขาแล้ว ใกล้จนเขาได้กลิ่นแชมพูบางๆ ที่ติดอยู่บนเรือนผมสลวยสีนิลสนิทดุจท้องฟ้ายามราตรี

“คุณกลับมานานแล้วหรือคะ?” น้ำเสียงที่ทอดออกไปเต็มไปด้วยความประหม่า นิลอรรู้ว่าสามีกำลังโกรธอยู่ แต่เธอไม่มีทางเลือก เพราะหากปล่อยเอาไว้ให้นานเกินไป ความเข้าใจผิดในสิ่งที่เขาได้ยินอาจจะฝังลึกในหัวใจจนยากจะถอดถอน และเมื่อถึงวันนั้นจริงๆ ต่อให้เธอเก่งกล้าแค่ไหนก็คงไม่สามารถแก้ต่างใดๆ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิดได้

“คุณคิงส์คะกลับมานานแล้วหรือคะ?” นิลอรถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่สามีเอาแต่นั่งซุกใบหน้าเข้ากับฝ่ามือแถมยังหลับตาราวกับว่าอยากกันเธอให้ห่างจากสายตาเขา

“ฉันได้ยินแล้ว เธอมีอะไรหรือเปล่า”

คุณแม่ลูกสองหน้าตึงในทันทีที่สามีเอ่ยตอบ นั่นเพราะน้ำเสียงที่เขาใช้ไร้เยื่อขาดใยสิ้นดี มันห้วนจนเกือบกระด้าง ไร้แววอ่อนหวานอ่อนโยนดังวันวานจนน่าเวทนาคนที่ได้ยินมันเหลือเกิน

“มีแน่นอนค่ะ” ภรรยาสาวตอบอย่างแง่งอนแล้วดึงมือสามีมากุมไว้ “ฉันขอโทษนะคะที่พูดเรื่อง...เรื่องที่คุณบังเอิญได้ยิน” ท้ายเสียงแผ่วลงอย่างสำนึกว่ามันเลวร้ายจริงๆ ก็ใครจะไปนึกเล่าว่าเขาจะมาได้ยินพอดิบพอดี

โจนาธานดึงมือกลับในทันที สิ่งที่เขาได้ยินมันเป็นจริงเสียจนศรีภรรยาไม่ได้เอ่ยแก้ต่างด้วยซ้ำ

“หึๆ ...ช่างมันเถอะแองจี้ เธอจะกลัวอะไรในเมื่อเธอพูดความจริง” หนุ่มใหญ่แค่นหัวเราะสมเพชตัวเอง ดวงตาสีสีฟ้าครามหม่นแสงลงจนนิลอรใจเสีย

“ฉันพูดออกไปเพราะต้องการโต้ตอบเมียเก่าคุณเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความตามที่พูดเสียหน่อย...จริงๆ นะ”

คุณแม่ลูกสองอยากจะร้องไห้ ใบหน้าหล่อนซีดลงเรื่อยๆ และหยาดน้ำตาก็ไหลมาขังคลอทั้งสองหน่วยตา เขาไม่ยอมเชื่อจริงๆ ด้วย

“เลิกโกหกเสียทีแองจี้! เธอไม่ละอายใจบ้างหรือในเมื่อเธอพูดกรอกหูฉันอยู่ปาวๆ ว่ารักฉันอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย เธอยังเป็นยัยตัวร้ายที่คอยทำร้ายจิตใจคนอื่นอยู่เสมอ ฉันไม่น่ารักเธอเลย ให้ตายสิ!

นิลอรเริ่มเบะปาก ริมฝีปากบนล่างสั่นระริก ดวงตาสองข้างแดงโร่แล้ววินาทีต่อมาหยดน้ำตาก็ไหลพรั่งพรู

“แล้วมารักฉันทำไมไม่ทราบห๊ะ! ไม่ละอายใจบ้างรึโจนาธาน! ปากก็บอกว่ารักฉันอย่างโน้นอย่างนี้ แต่กลับไม่มีความเชื่อใจกันบ้างเลย คนรักกันมันต้องเชื่อใจกันไม่ใช่หรือไง หรือว่าที่คุณไม่ได้เชื่อใจฉันเพราะคุณก็ไม่ได้รักฉันจริงๆ เหมือนกัน ฉัน...ฉันเกลียดคุณ! ตาแก่เฮงซวย!

นิลอรลุกพรวดพราดด้วยอารามโกรธกรุ่นขุ่นเคือง แต่ดูเหมือนว่าร่างกายที่นั่งอยู่นานหลายนาทีจะไม่ให้ร่วมมือเท่าใดนัก ทว่าคนอย่างนิลอรก็มิได้ยอมให้ความอ่อนแอทางร่างกายผลักดันให้หล่อนกลายเป็นคนจิตใจอ่อนแอเช่นกัน หล่อนใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเกาะโซฟาเอาไว้ก่อนที่ตัวเองจะเสียหลักแล้วล้มลงไปเสียก่อน

โจนาธานมองเห็นแองจี้น้อยของตัวเองมีอาการผิดปกติก็อยากเอื้อมมือไปช่วยเหลือ แต่เพราะอารมณ์โกรธที่มีมากพอๆ กันเขาเลยเลือกที่จะนั่งเฉยๆ เท่านั้น

นิลอรเหล่ตามองสามีที่นั่งเชิดหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกอยู่เช่นเดิมก็ยิ่งโกรธยิ่งงอนไปหลายเท่าตัว

“เออ...ไม่ช่วยก็อย่าช่วย! ฉันน่าจะตายๆ ไปซะเลย คุณกับยัยป้าเอลิซจะได้กลับมาเป็นผัวเมียกันสมใจยัยป้านั่น” คุณแม่ลูกสองประชดสามี หล่อนหลับตาลงนิ่งๆ สักครู่หลังจากประชดจบ และรู้สึกว่าอาการวิงเวียนคลื่นเหียนจะหายไป

“เลิกเอาเอลิซมาเกี่ยวในเรื่องนี้เสียทีแองจี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับหล่อนเลยซักนิดเดียว” โจนาธานบอกรัวเร็ว ทำไมนิลอรต้องเอาเอลิซมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกครั้งด้วยนะ เมื่อไหร่หล่อนจะโตพอที่จะยอมรับและเข้าใจเสียทีว่าเขาเลิกรากับเอลิซไปนานแล้ว และคนที่เป็นภรรยาของเขาเพียงคนเดียวก็คือเจ้าหล่อนนี่ไง

“ทำไมจะไม่เกี่ยวห๊ะ! ยัยปิศาจนั่นพูดกรอกหูฉันว่าคุณยอมพาฉันกลับมาที่นี่เพราะว่าคุณเห็นแก่ลูกๆ เอลิซบอกว่าพวกคุณยังมีเยื่อใยกันอยู่และถ้าฉันไม่โผล่มาพร้อมกับลูกๆ ป่านนี้พวกคุณคงคืนดีกันแล้วกระมัง”

“เหลวไหล อย่ามากุเรื่องเป็นเด็กไม่รู้จักโตน่าแองจี้ เอลิซไม่มีทางพูดอย่างนั้นเด็ดขาด ฉันมั่นใจ” โจนาธานส่ายศีรษะขณะลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้โต้คารมณ์กับแม่ของลูกได้อย่างถนัด ตอนนี้วงหน้าของภรรยาที่รักชื้นแฉะไปด้วยหยาดน้ำตาและคราบมาสคาร่าสีดำๆ ดูไม่จืดเอาเสียเลย เขาอยากจะขำแต่มันขำไม่ออกจริงๆ

“เฮอะ! คุณก็มั่นใจเชื่อใจแต่เอลิซ! แต่คุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลย โจนาธาน!

นิลอรขมเม้มริมฝีปากจนซีดขาว หยาดน้ำตาพร่างพราวบนพวงแก้มสวยสีน้ำผึ้งนวลเนียน ศีรษะทุยๆ ส่ายไปมาช้าๆ ด้วยว่าบุรุษตรงหน้าทำให้เธอผิดหวังเกินจะกล่าว เธอจะทำอย่างไรดีเขาถึงจะยอมเปิดใจและยอมรับว่าเอลิซกำลังพยายามทำลายครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นมา เธอจะทำอย่างไรดี

หญิงสาวสะบัดบั้นท้ายงอนงามจากไปเมื่อรออยู่นานสามีก็ไม่คิดจะเอ่ยวาจาง้องอน เขามัวแต่จ้องความว่างเปล่าที่ลอยอยู่ตรงหน้าราวกับว่าอยากจะมอบแหวนแต่งงานให้กับมันเสียอย่างนั้น โกรธได้ก็โกรธไปเถอะโจนาธาน สักวันคุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้พูดโกหกแม้แต่คำเดียว

นัยน์ตาสีฟ้าครามจดจ้องบานประตูที่เพิ่งปิดสนิทลง ภรรยาคนดีออกจากห้องไปด้วยความเย่อหยิ่งและอวดดีอย่างที่สุด หล่อนไม่ได้ยอมรับความเป็นจริงเอาเสียเลย คอยแต่จะแง่งอนและไร้เหตุผลที่สุด ตัวเองผิดแท้ๆ ยังโยนความผิดนั้นให้คนอื่นได้ลงคอ เขาจะทำอย่างไรกับหล่อนดี หรือว่าสิ่งที่ควรทำที่สุดในตอนนี้คือรีบตามไปง้อหล่อนเสีย เพราะถึงอย่างไรหล่อนก็ยังเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #22 MaMeaw (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 21:50
    หึยยยยยย ขัดใจ #อัดคลิปเสียงเลยแองจี้
    #22
    0