ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 22 : บทที่ 9 ครอบครัวสุขสันต์ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 พ.ย. 57

บทที่ 9 ครอบครัวสุขสันต์ 60%

เสียงถอนหายใจพร้อมกับร่างสูงใหญ่เดินไปยังจุดที่นายทั้งสองนั่งอยู่ทำให้เอลิซผิดสังเกต หล่อนเฝ้ามองชาร์สล์มานานหลายปีแล้ว นานจนพอที่จะจับความผิดปกติของเขาได้และพอจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังไม่พอใจอะไรสักอย่างอย่างแน่นอน แต่อะไรล่ะที่เป็นสาเหตุของความไม่พอใจนั้น อย่าบอกนะว่าเป็น...

“อย่างนี้ก็สนุกน่ะสิชาร์ลส์หึๆ”

แม่ม่ายยังสาวพึมพำกับตัวเองพร้อมรอยยิ้มพร่างพรายจนอรุณฉัตรเสียวสันหลังวาบ คุณเอลิซมองตามร่างของชาร์ลส์ไม่วางตา และแม้แต่ตอนที่เขาถือตะกร้าสองใบกลับมาเจ้าหล่อนก็ยังส่งสายตากรุ้มกริ่มแกมเจ้าเล่ห์ไปให้ ประหนึ่งว่าชาร์ลส์ได้ทำเรื่องบางอย่างที่ถูกอกถูกใจเจ้าหล่อนเป็นนักหนา...แล้วมันเรื่องอะไรกันนะ อยากรู้จริงๆ

“กลับกันได้แล้ว” ชาร์ลส์บอกครูพี่เลี้ยงที่ยืนจูงแขนฝาแฝดคนละข้าง เจ้าหล่อนทำตาโตราวกับว่าได้เห็นลิงออกลูกเป็นหมีแพนด้า วันนี้อรุณฉัตรกับสองฝาแฝดตั้งใจเต็มที่ว่าจะมาเที่ยวแล้วทำไมถึงมาบอกกันว่าให้กลับแล้วล่ะ เธอเพิ่งมาถึงไม่ถึงชั่วโมงเลยน้า

“หมายความว่ายังไง?”

เอลิซเองก็งุนงงเช่นกัน แต่วินาทีต่อมาชาร์ลส์ก็เอ่ยประโยคที่เขาได้พูดไปแล้วอีกครั้ง เด็กๆ ทั้งสี่จึงเกิดอาการเง้างอนในทันที

“ม่ายน้า เจคจาไปดูไดโนเฉากับขึ้นลดไฟเหาะตีลังกา” เจ้าเจคบอกพลางเท้าสะเอวอย่างขัดใจ ใบหน้าลูกครึ่งน่ารักน่าชังบูดบึ้งทันตาเห็น

“ไม่เอาอ่า เจสซี่จะไปดูนกบินพั่บๆ ๆ เหมือนอย่างที่อาลิเซียบอก เจสซี่ไม่กลับบ้านน้า เจสซี่จาเที่ยวสองคนกับเจคก็ได้” แม่หนูเจสสิก้าเอ่ยขึ้นอย่างเง้างอนเช่นกัน อรุณฉัตรเห็นมีพรรคพวกก็ยิ้มออก เธอสามารถดูแลสองคนนี้ได้แน่ๆ เมื่อก่อนเธอเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนจบไม่เคยได้เที่ยวสวนสนุกสักครั้งทั้งๆ ที่มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประเทศบ้านเกิดแท้ๆ อย่างไรเสียวันนี้เธอก็ขอเที่ยวให้ได้

อลิเซียกับอันโทนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ มารดา ไม่เอ่ยว่าอะไรด้วยว่าทั้งสองเที่ยวที่นี่จนพรุนไปหมดแล้ว ถ้าไม่ได้เที่ยววันนี้วันอื่นก็ค่อยมาก็ได้ ผิดกับสองแฝดที่หลังจากได้ฟังเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายทั้งปวงที่อันโทนี่กับอลิเซียได้ไปมา พวกเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าต้องเที่ยวให้ได้ในวันนี้

“โอย...เด็กๆ งอแงอีกแล้วหรือ?”

คุณแม่ยังสาวผิวสีน้ำผึ้งสะคราญตาเอ่ยถามครูพี่เลี้ยงทันทีที่เดินมาสมทบกับพวกเขาที่หน้าร้านเมลส์ไดรฟ์อิน หล่อนต้องเอามือปิดจมูกเป็นครั้งคราวเพราะกลิ่นชวนคลื่นเหียนที่อบอวลอยู่รอบๆ บริเวณร้านทำให้มีอาการผะอืดผะอม

“อุ๊บส์!” ในที่สุดนิลอรก็ทนไม่ไหวรีบเดินเข้าชิดพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะโก่งคออาเจียนน้ำลายขมๆ ออกมาอีกระลอก ตอนนี้เธอหูอื้อ ตาลายและรู้สึกเฉียดใกล้ความตายอีกนิดหนึ่งแล้ว ได้แต่ภาวนาให้อาการที่เป็นทุเลาลงสักนิดเถอะก่อนที่เธอจะขาดใจตาย

โจนาธานมุ่นคิ้วด้วยความกังวล สองมือหนายังสาละวนอยู่กับแผ่นหลังบอบบางของภรรยา เจสสิก้าและเจค็อบจะเข้าไปดูมารดาใกล้ๆ แต่อรุณฉัตรห้ามไว้เพราะอยากให้นายสาวสะดวกในการอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย

“แองจี้เป็นอะไรหรือชาร์ลส์” เอลิซกระซิบถามคนสนิทของอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้เธอฝากเด็กๆ ไว้กับอรุณฉัตร เจ้าหล่อนกำลังเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กๆ จากร่างของนิลอรให้ไปสนใจคุ้กกี้และขนมในตะกร้าที่หอบหิ้วมาจากบ้าน

ชาร์ลส์ปรายหางตามามองคนถามนิดหนึ่ง ใบหน้าเขาเรียบเฉยนิ่งสนิทแต่แววตาใต้แว่นสีชาเข้มกลับดุดันอย่างที่สุด

“แค่พักผ่อนไม่เพียงพอครับคุณเอลิซ และเธอยังไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ ขอโทษด้วยที่คุณต้องผิดหวัง”

เอลิซขบเม้มริมฝีปากจนซีดจาง เขาจงใจประชดเธออีกแล้วนะ นึกว่าหล่อแล้วฉันจะง้อหรือพ่อคุณ!

“หึๆ นั่นสินะ ถ้าหล่อนตายจริงๆ ฉันคงดีใจจนเนื้อเต้น แต่นายสิ...คงเสียใจที่สุดเลยใช่ไหมล่ะ”

“ผมต้องเสียใจอยู่แล้วเพราะคุณแองจี้เป็นเจ้านายอีกคนของผมนี่นา”

ชาร์ลส์เดือดปุดๆ ขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่าเอลิซกำลังถือไพ่เหนือกว่าตน น้ำเสียงที่ใช้ก็แข็งกร้าวและรัวเร็วมีพิรุธ นี่เขาไปแสดงออกให้เจ้าหล่อนล่วงรู้ความลับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“แน่ใจหรือชาร์ลส์ ท่าทางนายมันไม่เหมือนห่วงเจ้านายเลยนะ มันเกินไปหน่อยยามที่นายกล้ายืนเสียงแข็งใส่ฉันเพื่อโต้คารมในเรื่องความรู้สึกที่นายเองนั่นแหละรู้ดีที่สุด อย่างนี้เขาเรียกว่าร้อนตัวนะชาร์ลส์ แต่เอาเถอะ ยังไงซะฉันก็ยังรู้สึกดีๆ กับนายนะ ถ้านายต้องการนางฟ้าของโจนาธานเมื่อไหร่ก็บอกฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง หึๆ”

เอลิซลองเชิงอย่างไม่หวั่นกลัว นาทีนี้หล่อนกล้าได้กล้าเสียและไม่กลัวว่าชาร์ลส์จะเอาเรื่องนี้ไปบอกโจนาธาน ชาร์ลส์ต้องชอบพอนิลอรอยู่อย่างแน่นอน และนี่ก็คือจุดอ่อนที่เธอจะใช้เอาคืนชายหนุ่มผู้จองหองอวดดีคนนี้

“นี่คุณ!” สายตาดุดันของชาร์ลส์ยังถูกซ่อนไว้ใต้กรอบแว่นสีชาเข้มแต่น้ำเสียงนั่นเล่าสาดซัดใส่สตรีที่ชื่อเอลิซไปเต็มๆ มือขวาของชาร์ลส์คว้าข้อมือซ้ายของเอลิซมาบีบไว้แน่นแต่เจ้าหล่อนก็หาได้แสดงสีหน้าแห่งความเจ็บปวด กลับกันใบหน้าของม่ายสาวนั้นพร่างพราวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและสะใจอย่างที่สุด

อรุณฉัตรเดินกลับมาสมทบกับคนทั้งสองเมื่อเด็กๆ ลดความงอแงลงไปได้ งานนี้ต้องขอขอบคุณป้ามาเรียที่เอาคุ๊กกี้แสนอร่อยใส่ตะกร้ามาด้วย

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ครูพี่เลี้ยงส่งเสียงเป็นสัญญาณเพื่อให้คนทั้งสองที่กำลังห้ำหั่นกันทางสายตาได้รู้สึกตัว

ชาร์ลส์ปล่อยมือจากเอลิซในทันที เขาหายใจเร็วแรงและรีบหันหลังให้คนทั้งสอง เอลิซยิ้มเยาะให้แผ่นหลังกว้างใหญ่ก่อนจะเดินกลับไปหาเด็กๆ ที่นั่งกินขนมอยู่บนม้านั่ง

“ใจเย็นๆ นะคะ ถ้าคุณแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวมากเท่าไหร่คุณเอลิซก็ยิ่งได้ใจ เธอกำลังหาทางเล่นงานคุณอยู่คุณน่าจะรู้ดี” อรุณฉัตรเตือนบุรุษหนุ่มที่เธอแอบมีใจให้ด้วยความปรารถนาดี เธอเห็นแล้วละว่าคนทั้งคู่อาจจะกำลังทะเลาะกันอยู่ด้วยเรื่องบางอย่าง และฝ่ายแม่ม่ายยังสาวอย่างคุณเอลิซก็ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายชนะ ส่วนเรื่องที่คนทั้งคู่ต้องมาทะเลาะกันนั้นเธอขอเดาว่าต้องเป็นเจ้านายคนสวยที่ชื่อนิลอรอย่างแน่นอน

“อย่างเธอจะไปรู้อะไรห๊ะ!

บุรุษผู้กำลังโกรธกรุ่นบันดาลโทสะด้วยเสียงอันดังสาดซัดใส่ครูสาวด้วยความไม่ตั้งใจ นาทีนั้นมันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ เขาแค่อยากหาที่ระบายและไม่รู้ทำไมสวรรค์ต้องส่งเอลลี่มาอยู่ตรงหน้าเขาด้วย เขาแทบจะบีบคอขาวๆ ของหล่อนได้เลยในตอนนี้

อรุณฉัตรสะดุ้งโหยงหน้าซีดเผือด หล่อนแค่ปรารถนาดีมิได้ตั้งใจทำให้เขาโกรธเช่นนี้ แต่ถ้าหากว่าความปรารถนาดีจะทำให้ตนต้องเจ็บช้ำน้ำใจละก็หล่อนขอมันคืนก็แล้วกัน

“รู้สิ! ถ้าฉันไม่รู้ฉันจะเตือนคุณได้ยังไง ฟังนะชาร์ลส์ ขนาดฉันที่เพิ่งเข้ามาข้องเกี่ยวกับคุณยังเดาได้ว่าอะไรมันเป็นอะไร แล้วคุณเอลิซล่ะ เธอวนเวียนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกคุณมาตั้งนานทำไมจะไม่รู้ ความรักมันไม่ใช่สิ่งผิดนะชาร์ลส์แต่ถ้าความรักของคุณมันไม่ถูกไม่ควรคุณก็ต้องรู้จักหักห้ามใจไม่ใช่ปล่อยให้มันหลั่งไหลออกมาทางสายตาท่าทางอย่างนี้ ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกนะที่จะเดือดร้อนแต่ผู้หญิงอีกคนที่คุณมีใจให้ต่างหากหล่อนจะเดือดร้อนไม่รู้ตัว และถ้าการที่ฉันหวังดีกับคุณมันจะทำให้ฉันโดนตะคอกใส่หน้า ฉันก็ขอมันคืนก็แล้วกัน!

ครูสาวน้ำตาคลอเบ้าขณะเอ่ยประโยคยืดยาวให้พ่อเทพบุตรสุดหล่อของตนเข้าใจ หล่อนหันหลังให้เขาแล้วเดินกลับไปหาเด็กๆ โดยที่ชาร์ลส์ไม่ได้ฉุดรั้งไว้แล้วกล่าวคำขออภัยแต่อย่างใด

“ช่างสิ! เธอไม่ใช่คนที่ฉันรักซะหน่อยทำไมฉันต้องง้อเธอด้วย ยัยจอมจุ้น!

ชาร์ลส์สบถต่ออย่างหัวเสีย เรื่องที่อรุณฉัตรทำท่าเหมือนงอนนั้นรังแกหัวใจเขายิ่งกว่าคำพูดเจ็บแสบของเอลิซเสียอีก เมื่อคืนคงคิดเรื่องครูสาวมากเกินจำเป็นกระมังถึงได้มีอาการประหลาดๆ พรรค์นี้

ชายหนุ่มเดินไปสมทบกับทุกๆ คนก่อนที่โจนาธานจะขอพานิลอรกลับก่อน เอลิซรีบพาลูกๆ ของตัวเองกลับในทันทีเช่นกันซึ่งเด็กๆ ก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเพราะมาเที่ยวสวนสนุกกันบ่อยๆ อยู่แล้ว สามสิบนาทีต่อมาจึงเหลือบุรุษหนุ่มรูปงามที่ทำหน้าที่ทุกอย่างให้กับโจนาธานตั้งแต่เลขาคนสนิท คนขับรถ หรือแม้แต่บอดี้การ์ด ก็ได้มีโอกาสทำอีกหนึ่งหน้าที่ นั่นก็คือพี่เลี้ยงเด็ก

“เอ้า! ไปกันเถอะเด็กๆ แดดมันร้อนแล้วเดี๋ยวจะเฉาแดดซะเปล่าๆ”

ชาร์ลส์หยอกเด็กชายที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ ขณะที่ฝาแฝดของพ่อหนูรีบยัดก้อนขนมที่ยังกัดกินไม่หมดลงในตะกร้า

“งั้นเจสซี่ไปก่อนนะค้า” หนูน้อยเจสซี่รีบวิ่งให้ทันคุณครูพี่เลี้ยงที่เดินจำอ้าวอยู่ข้างหน้าพลางร้องเรียกชื่อคุณครูคนสวย อรุณฉัตรหันกลับมา หล่อนจับจูงเอามือน้อยของแม่หนูเจสสิก้าแล้วออกเดินไปพร้อมกัน

“ไปสิเจค” ชาร์ลส์ท้วงพ่อหนูอีกหนเมื่อหนูน้อยเอาแต่ยืนหน้าบูดหน้าบึ้งไม่ยอมก้าวเดิน

“เจค งอน อาชานแล้ว! อาชานทามคูเอลี่โกด” หนูน้อยตอบตามความจริงในสิ่งที่เขาสังเกตเห็น

ชาร์ลส์กรอกตาใต้แว่นสีชา แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามใกล้เที่ยงแว้บหนึ่ง ก่อนจะกลับมาปั้นหน้ายิ้มแย้มเพื่อหาทางย้ายฝ่าเท้าน้อยๆ ของลูกเจ้านายที่รักออกจากที่ที่พ่อหนูปักหลักงอนใส่เขา

“ฉันจะง้อครูเอลลี่ให้เจคก็ได้ถ้าเจคหายโกรธฉันแล้วเราจะได้รีบตามไปง้อครูเอลลี่ไง” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้ม ขณะที่หนูน้อยหรี่ตามองคนที่นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้า

“แน่นะ?” ถามอย่างไม่มั่นใจนักเพราะเด็กน้อยกลัวถูกหลอก

“แน่ที่สุด” ชาร์ลส์ยืนยันหนักแน่นแล้วพยักหน้า

หนูน้อยเจค็อบยิ้มออก เขาส่งมือให้อาชาร์ลส์จับจูงพร้อมๆ กับเร่งฝีเท้าให้ทันสองเท้าที่เดินฝ่าฝูงชนนับสิบนับร้อยอยู่ข้างหน้า สิบห้านาทีต่อมาคนทั้งสี่ประกอบด้วยเด็กหนึ่งผู้ใหญ่สองก็มายืนอยู่บริเวณนิวยอร์กโซน ชาร์สล์พาเด็กๆ ไปดูการแสดงของนักแสดงชื่อดังจากฝั่งฮอลีวูดที่โด่งดัง เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงภายในกระโจมที่เนรมิตรราวกับว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในผู้สร้างภาพยนต์ชื่อดัง เด็กๆ สนใจเป็นพิเศษดูท่าว่าโตขึ้นคงอยากเข้าสู่วงการบันเทิงกระมัง

ชาร์ลส์พาเด็กๆ เดินเข้าโซนนั้นออกโซนนี้จนกระทั่งบ่ายคล้อยก็ยังเที่ยวไม่ครบ บ่ายแก่ๆ แสงแดดยังแรงและเขาต้องแบกเจ้าหนูตัวแสบถึงสองคนที่ไม่ยอมลงเดินด้วยขาของตัวเอง

อรุณฉัตรเองก็เมื่อยใช่ย่อย หล่อนเลี้ยวเข้าหาม้านั่งริมทางทันทีที่เจอมันตั้งสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้และยังไม่มีเจ้าของครอบครอง แน่นอนว่าจนบัดนี้หล่อนยังไม่พูดกับชาร์ลส์สักคำ

“เอาละเด็กๆ รู้สึกว่าครูของพวกเธอจะอู้งานแล้วล่ะ” ชาร์ลส์วางหนูน้อยทั้งสองลงนั่งข้างเขาคนละฝั่ง เจสสิก้าจึงกั้นกลางเขาและเอลลี่เอาไว้

“เจสซี่หิวน้ำค่า” แม่หนูร้องหาน้ำดื่ม อรุณฉัตรรีบควานหาน้ำในตะกร้าที่เธอหอบหิ้วมาจนเมื่อยแขน ยังดีที่เธอฝากหนึ่งตะกร้ากลับบ้านไปพร้อมๆ กับเจ้านายไม่อย่างนั้นคงได้แขนลากแน่ๆ

“ค่อยๆ ดื่มนะคะคนสวย” หญิงสาวบอกแม่หนูที่ดูดน้ำจากหลอดอึกๆ ด้วยความกระหาย เธอเปิดน้ำอีกขวดแล้วยื่นผ่านหน้าเขาให้พ่อหนูเจค็อบสุดแสบของตัวเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น