ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 ข้อตกลงอันร้อนแรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 ก.ย. 57

บทที่ 2

ข้อตกลงอันร้อนแรง

นิลอรส่งลูกๆ เข้านอนในตอนเกือบสามทุ่ม วันนี้เด็กๆ นอนดึกกว่าปกติ เธอโทษว่านั่นเป็นความผิดของตาแก่คิงคองจอมเผด็จการที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอในเวลานี้

“เท่าไหร่?” เขาถามอย่างรู้ทัน นิลอรคงต้องอยากได้เงินเพิ่มแน่นอน ก็เจ้าหล่อนมันหน้าเงินนี่นา

นิลอรยกยิ้มอย่างไม่ประหลาดใจเลยที่เขารู้ทัน ก็ดีแล้วล่ะ หล่อนจะได้ไม่ต้องพูดอะไรให้มันมากความ พูดกันตรงๆ รวดเร็วทันใจดี

10,000 ดอลล่าสิงคโปร์...ต่อคืน ถ้าไม่เอาก็เชิญ” นิลอรผายมือไปทางประตู ตอนนี้ทั้งเขาและหล่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารซึ่งถูกเก็บกวาดเรียบร้อยด้วยฝีมือเจ้าของบ้าน “อย่าลืมล็อกประตูให้ด้วยล่ะ” หล่อนประชดน้อยๆ รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ยอมมาเสียเงินคืนละสองแสนเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับลูกหรอก มันแพงเกินไป

แต่ทว่า...

“โอเค ฉันจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือน” โจนาธานกัดฟันกรอดๆ อย่างต้องการระงับความโกรธ นิลอรทำอย่างกับกำลังขายลูกให้เขาอย่างไรอย่างนั้น ทำไมหล่อนต้องเอาเงินมาเกี่ยวในสถานการณ์นี้ด้วยนะ เขาไม่เข้าใจเลย

“หา!...นี่...นี่คุณโอเคจริงๆ เหรอ นั่นมันไม่ใช่น้อยๆ นะ!” เจ้าของข้อเสนอเริ่มนั่งไม่ติด ทำไมตาแก่โจนาธานถึงได้กล้าทุ่มขนาดนี้ ฮึ่ม!

“นั่นไง! ฉันว่าแล้วเชียว เธอเรียกราคาสูงลิบเพื่อจูงใจให้ฉันเอาใจออกห่างเด็กสองคนนั้น ฝันไปเถอะแองจี้ ยังไงซะฉันก็ไม่มีวันพรากจากลูกของฉันอีกแล้ว ส่วนเธอ...ต้องการอะไรหรือต้องการเท่าไหร่ว่ามา!” เขาเปิดทางให้นิลอรเต็มที่ ดูซิว่าหล่อนจะทำอย่างไร

“สิ่งเดียวที่ฉันต้องการก็คือ...” โจนาธานนิ่งเงียบรอฟังสิ่งที่หล่อนต้องการอย่างใจจดใจจ่อ เขาอาจจะหมดตัวเอาได้ง่ายๆ แต่ทว่า...ทุกสิ่งมันกลับตาลปัตร

 “...อย่าทำให้ลูกฉันรู้ว่าคุณทอดทิ้งแก ไม่ต้องบอกความจริงว่าทำไมเราถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา คุณแค่บอกพวกแกว่าคุณไปทำงานที่อวกาศนอกโลกอะไรก็ได้ แต่อย่าบอกเชียวนะว่าคุณไล่ฉันออกจากคอนโดฯ ของคุณ เข้าใจใช่ไหม!

หยาดน้ำตาเริ่มมาขังคลอในประโยคท้ายๆ นิลอรจำได้ดีว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยัยปิศาจ หน้าสวยนั่นมาประกาศความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตาแก่บ้ากามถึงคอนโดฯ ที่เขาให้เธออาศัยอยู่ เธอจะไม่มีวันตกลงอุ้มท้องลูกให้เขาอย่างเด็ดขาดหากรู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว

โจนาธานขบกรามจนขึ้นเป็นสันนูน เขาจะไม่มีวันบอกลูกอย่างนั้นอย่างเด็ดขาดเพราะเขาไม่เคยไล่หล่อนออกจากชีวิต เจ้าหล่อนทำตัวเองทั้งนั้น และถ้ารู้สักนิดว่าตอนนั้นหล่อนอุ้มท้องลูกเขาอยู่ละก็ต่อให้แม่แองจี้น้อยกกใครอยู่บนเตียงเขาก็จะลากหล่อนกลับสิงคโปร์ให้จงได้

“ฉันไม่พูดแน่นอนเพราะฉันไม่เคยไล่เธอ และจะไม่พูดด้วยว่าแม่ของแกหอบเสื้อผ้าหนีตามชู้รักทั้งๆ ที่กำลังอุ้มท้องแก” โจนาธานเดือดดาลอย่างที่สุดเมื่อนึกถึงจดหมายลาเมื่อครั้งกระโน้น เขาแทบจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ ในทันทีที่อ่านจบ

ปัง!

นิลอรตบโต๊ะเสียงดังจนตาแก่โจนาธานสะดุ้งโหยง ความโกรธของเขามลายหายไปสิ้นด้วยความตกใจ

“ใส่ร้ายฉันพอรึยังห๊ะ! ฉันจะไปมีชู้รักได้ยังไงในเมื่อคุณให้ฉันอยู่แต่บนเตียงแทบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มีสมองก็หัดคิดซะบ้างนะตาแก่เอ๊ย!” คุณแม่ลูกสองตะคอกใส่หน้าพ่อของลูก นัยน์ตาสีนิลสนิทลุกวาวด้วยเพลิงโกรธกรุ่นที่คุโชนในจิตใจ เขาหาว่าเธอหนีไปกับชู้รักทั้งๆ ที่เธอแทบไม่เคยลงมาเหยียบล็อบบีคอนโดฯ ด้วยซ้ำ ตลอดเวลาที่เธอมีสภาพเป็นนางบำเรอ เธออยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากเรื่องบนเตียงคิดถึงแต่พี่สาวที่จากไปและจมอยู่กับการอ่านตำราที่เกี่ยวกับการทำร้านกาแฟ ซึ่งความรู้เล็กๆ ในตอนนั้นมันช่วยเธอให้มีอาชีพ มีเงินพอที่จะเลี้ยงเด็กฝาแฝดสองคนนี่ไง

“ก็เธอเขียนโน้ตไว้อย่างนั้นนี่ ฉันกลับมาถึงห้องที่ฉันคิดว่าจะเจอนางฟ้าแองจี้ใส่ชุดนอนเซ็กซี่อ้าแขนรอต้อนรับในวันที่ฉันกลับมาจากการเดินทางอันหฤโหด วันนั้นฉันเหนื่อย ฉันเครียด ฉันไม่ได้งานเพราะว่าฝ่ายคู่แข่งดันส่งสปายเข้ามาล้วงความลับในบริษัทฉัน วันนั้นปัญหาทุกอย่างเหมือนถูกโยนโครมมาในครั้งเดียว แต่รู้อะไรไหมแองจี้ มันยังน้อยกว่าที่ฉันพบโน้ตแผ่นนั้นในห้องของเรา ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะมานั่งอยู่ตรงนี้ไหมถ้าไม่มีเอลิซคอยอยู่ข้างๆ วันนั้นฉันแทบจะกระโดดตึกตายเพราะความโมโหในความไม่ซื่อสัตย์ของเธอ!

โจนาธานอธิบายด้วยเสียงที่พยายามข่มความปวดร้าวเอาไว้ ถ้าไม่ได้อดีตภรรยาคอยปลอบใจเขาคงเหลือแต่ชื่อไปแล้ว นิลอรคงไม่รู้กระมังว่าการกระทำของหล่อนสร้างแผลในใจให้คนอย่างเขามากมายแค่ไหน ถ้อยคำไม่กี่ประโยคบนโน้ตแผ่นนั้นแต่อานุภาพของมันไม่ต่างจากเครื่องประหารเลยสักนิด

นัยน์ตาสีนิลจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างสงสัยใคร่รู้ ความหม่นหมองในจิตใจถูกสะกิดอย่างแรงด้วยชื่อของยัยปิศาจที่ชื่อเอลิซ เขายังกล้าเอ่ยชื่อภรรยาของเขาให้เธอได้ยินอีกอย่างนั้นหรือ

“ฉันเกลียดคุณ...โจนาธาน คุณเป็นผู้ชายที่สารเลวที่สุดที่ฉันเคยพบมาเลย”

นิลอรบอกอย่างสุภาพที่สุด หล่อนลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่เพื่อจะได้วิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ตอนนี้สิ่งที่เธออยากทำก็คือปลดปล่อยน้ำตาออกมาล้างแผลใจสักลิตรสองลิตร เธอไม่น่าพบเจอกับเขาในวันนี้เลย ไม่น่าเลย!

“แองจี้! เรายังคุยกันไม่จบนะ!” หนุ่มใหญ่พยายามรั้งนางฟ้าคนสวยไว้ด้วยสิ่งที่พวกเขากระทำคั่งค้างอยู่

“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วโจนาธาน! กลับไปซะ กลับไปหาเมียของคุณโน่นอย่ามายุ่งกับเราอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะพาลูกหนีไปไห้ไกลเลยคอยดู” คุณแม่ลูกสองทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นแล้ววิ่งขึ้นบันได หล่อนแทบจะกระโจนเข้าห้องนอนทันทีที่มือแตะลูกบิดประตู

ร่างอรชรโถมกายลงบนที่นอนหนานุ่มปล่อยกลุ่มผมสีนิลดุจราตรีกาลให้แผ่กระจายบนหมอนหนุน นิลอรร้องไห้จนหมอนเปียกชุ่ม ร้องตั้งแต่สามทุ่มกว่าๆ จนกระทั่งนาฬิกาบนฝาผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน

       

        เวลาเที่ยงคืนวันเดียวกัน

โจนาธานคิงส์ยังนั่งอยู่ชั้นล่างของบ้านหลังน้อย เขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่นิลอรบอกกล่าว ถ้านิลอรพูดความจริงแล้วเรื่องมันออกมาในรูปนี้ได้อย่างไร...แล้วใครล่ะที่เป็นเจ้าของจดหมายนั่น แล้ว...

“บ้าฉิบ! ถ้าแกไม่ทำลายมันทิ้งป่านนี้แกคงหาตัวการที่ก่อเรื่องชั่วๆ นั่นได้แล้ว บัดซบจริงๆ”

กรี๊ดดด!!!

เสียงกรีดร้องของใครบางคนดังขึ้นที่ชั้นบน โจนาธานหยุดความคิดของเขาเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้วเผ่นไปที่บันไดทันที

นิลอรแทบจะกระชากชุดนอนออกมาจากตู้เสื้อผ้าเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อย งานนี้ไม่ใครก็ใครได้ฝันร้ายแน่นอน และถ้าคนหนึ่งร้องละก็อีกคนก็จะร้องตามอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่ต้องเหนื่อยปลอบก็คงไม่พ้นเธอผู้เป็นมารดา เธอรีบเปิดประตูออกไปหาลูกๆ ทันทีที่มั่นใจว่าสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว

บางครั้งนิลอรก็นึกสมเพชเวทนาโชคชะตาของตัวเองยั่งนัก เธอตั้งท้องตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ดและกลายเป็นคุณแม่ลูกสองผู้มีภาระล้นมือตั้งแต่อายุยังไม่เต็มยี่สิบสอง เธอไม่มีญาติเพราะโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า อาศัยพี่ชายที่แสนดีอย่างวาโยซึ่งในตอนนั้นติดพันรักมั่นอยู่กับวีนุตตราผู้เป็นพี่สาว คอยส่งเสียเลี้ยงดู จนกระทั่งวันเวลาที่พ้นผ่านกับเรื่องราวมากมายยุ่งเหยิงส่งให้เธอต้องไปอยู่ในความดูแลของตาแก่โจนาธาน และโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอต้องจากเขามาในวันหนึ่ง

ช่วงที่กลับมาจากสิงคโปรค์ใหม่ๆ เธอนำเงินทองที่เขาเคยหยิบยื่นให้รวบรวมกับเงินเก็บของพี่สาวเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน มันช่วยประคับประคองชีวิตมาได้ในช่วงที่ลำบากที่สุด คิดๆ ดูแล้วสวรรค์ยังกลั่นแกล้งเธอไม่หนำใจกระมังถึงได้ส่งตัวแสบมาให้เธอเลี้ยงทีเดียวถึงสองคน ไอ้ครั้นจะละทิ้งก็เหมือนว่าภาพตัวเองในวัยเยาว์ซึ่งเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจะตามมาหลอกหลอน สุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย เลี้ยงดูสองแสบมาจนทุกวันนี้

แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธเลยว่าทุกครั้งที่มองหน้าลูกๆ ความสุขและความภาคภูมิใจมันก็กระจ่างในหัวใจทุกครั้ง ใครจะเชื่อเล่าว่านางร้ายอย่างนิลอรจะสามารถเป็นแม่ของใครได้ ที่สำคัญกว่านั้นเธอเป็นแม่ของเด็กทีเดียวถึงสองคน แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพังโดยไม่เคยแบมือขอความเมตตาจากใครเลย

“เจค! เจส! โอ...ไม่!

นิลอรไม่อยากเชื่อสายตาว่าใครนอนอยู่กลางเตียงของลูกๆ เตียงเด็กขนาดพอเหมาะตอนนี้ถูกเลื่อนเข้ามาชิดกัน  สองแสบซึ่งมีน้ำหูน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้ากำลังนอนแอบอิงหนุนแขนล่ำๆ ของตาแก่โจนาธานที่นอนอยู่ตรงกลาง  เขาไม่ได้เช็ดน้ำตาให้ลูกๆ แต่กางหนังสือนิทานไว้บนอกและกำลังอ่านมันให้เด็กๆ ฟัง เขากำลังจูงใจคนที่ร้องกรี๊ดๆ เมื่อครู่ให้มาสนใจนิทานแทน

คุณแม่ลูกสองเดินเข้าไปเงียบๆ นั่งลงช้าๆ ก่อนจะเอนกายลงข้างลูกชาย มือข้างหนึ่งค้ำยันใต้ท้ายทอยเพื่อจะได้มองเห็นรูปภาพสีสดในหนังสือนิทานเรื่องลูกหมูสามตัว โจนาธานเล่าไปเรื่อยๆ เธอและลูกๆ ก็ฟังไปเรื่อยๆ จนจบ เขาปิดนิทานลงแล้วโอ้อวดความรู้เรื่องนิทานให้ลูกๆ ได้ภาคภูมิใจ

“แด็ดดีว่า คราวหน้าแด็ดดีเอาหนังสือนิทานมาฝาก เจค กับเจสซี่ ดีกว่า อืม....เรื่องนั้นไง อาไรน้า..อ้อๆ จำได้ละ ซินเดอร์เรลล่า” เขาพูดกับลูกๆ พร้อมรอยยิ้มพร่างพราย นิลอรหรี่ตาอาฆาต เขาช่างบังอาจมาต่อท้ายยัยเจสของเธอว่าเจสซี่ มันน่ารักกว่าเดิมตรงไหนกัน

“ม่ายเอา เจคเบื่อซิงเดอร์เลล่า” เจคน้อยคัดค้าน

“แต่เจสซี่เอาค่า เจสซี่อยากเป็นเจ้าหญิงมีเจ้าชายใส่ลองเท้าให้”

โจนาธานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะคัดค้านบุตรสาวออกไป

“แต่เจ้าหญิงต้องกินแอปเปิลพิษของแม่มดใจร้ายนะครับลูก ม่ายเอาอ่า แด็ดดีไม่อยากให้ลูกๆ เจอกับแม่มดใจร้าย”

สองแฝดลุกมาจ้องตากันแล้วเกาศีรษะแกรกๆ พลางเห็นพ้องต้องกันว่า ทำไมซินเดอร์เรลล่าฉบับแด็ดดีถึงมีแม่มดใจร้ายหว่า

นิลอรหรี่ตาลงอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วปรายหางตาพิฆาตมาสยบพ่อของลูก เขาเลอะเลือนไปแล้วหรือถึงได้บอกว่าซินเดอร์เรลล่ากินแอปเปิลพิษ ตาแก่สมองกลวงเอ๊ย!

“อะแฮ่ม!...นั่นมันสโนว์ไวท์ไม่ใช่หรือคะ?” นิลอรเตือนความจำ

“ใช่ / ใช่” สองแฝดร้องขึ้นพร้อมกันเพื่อช่วยยืนยันคำชี้แจงของมารดา

“อ้าวเหรอ...เหอะๆ สงสัยแด็ดดีทำงานมากไปเลยเบลอ แหะๆ รู้สึกว่า แด็ดดีจาหายใจไม่ค่อยออก โอ๊ย...สลบดีกว่า”

สองแฝดหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นบิดาแกล้งตายเพื่อให้พ้นความอับอายในคราวนี้ แล้วฝ่ายเจ้าเจคตัวดีก็โพล่งเรื่องสนุกของเขา ซึ่งผู้เป็นบิดาอยากจะกอดคอหอมแก้มแรงๆ สักสองสามที

“มามี้ต้องจุ๊บๆ แด็ดดีน้า ม่ายงั้นแด็ดดีม่ายฟื้นเจงๆ”

“ช่ายค่า จุ๊บๆ ค่า มามี้จุ๊บๆ แด็ดดีสิค้า” แฝดผู้น้องร้องเย้วๆ พร้อมกับตบมือเปาะแปะเร่งเร้ามารดา

นิลอรอยากจะฆ่าคนที่นอนนิ่งๆ ยิ่งนัก เขายังนอนนิ่งให้ลูกๆ ได้เล่นสนุก

“ม่ายเอาค่า มามี้ว่าเราได้เวลานอนแล้วนะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปโรงเรียนสายนะคะ เข้านอนดีกว่า”

“ม่าย...มามี้ต้องจุ๊บๆ แด็ดดีก่อน ถ้าแด็ดดีม่ายฟื้นแล้วพุ่งนี้คายจาเล่านิทานให้เจสซี่ฟังค้า” หนูน้อยแสนงอนทำหน้าบึ้งขัดใจ นิลอรอยากจะถามกลับจริงๆ ว่าใครกันล่ะที่อ่านนิทานให้ฟังอยู่ทุกคืน ไม่ใช่เธอหรอกหรือ

“ก็ได้ๆ เจ้าตัวแสบสองตัวป่วนมามี้หนึ่งหนแล้วนะ มามี้แปะโป้งไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาโอกาสทวงคืนทีหลังแน่ๆ” นิลอรย้ำกับลูกๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งช้าๆ แล้วโน้มกายลงไปเพื่อประทับริมฝีปากกับคนที่หลับสนิท

“อ๊ากกก!!! เจคเขิน ปิดตาสิเจสซี่ ปิดตา!

เมื่อได้ยินแฝดผู้พี่สั่ง หนูน้อยเจสสิก้าก็เอามือปิดตาแน่น นิลอรเมื่อเห็นลูกน้อยปิดตาก็ผละออกจากใบหน้าของคนที่นอนนิ่งทั้งๆ ที่ริมฝีปากเธอยังไม่ได้ประทับกับริมฝีปากเขา แต่ดูเหมือนว่าคนที่แกล้งสลบจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

มือหนาของโจนาธานเลื่อนมากดท้ายทอยของแองจี้น้อยให้เข้าหา กะระยะให้ริมฝีปากหล่อนประทับลงมาตรงตำแหน่งที่เขาต้องการพอดิบพอดี ตอนนี้เขาลืมตาขึ้นมาแล้ว และได้เห็นนัยต์ตาขุ่นเขียวของคนที่เขากำลังพยายามจูบอยู่

“อ้าปากเดี๋ยวนี้แองจี้” เขากระซิบลอดไรฟัน แต่นิลอรยังเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขาได้ล่วงล้ำไปมากกว่านี้

หนุ่มใหญ่หัวใจละอ่อนไม่ยอมแพ้ในยกแรก ในเมื่อนิลอรไม่ยอมเปิดปากให้เขาจูบเขาจึงเปลี่ยนมาหอมแก้มสีน้ำผึ้งของเจ้าหล่อนแทน

ฟอด! ฟอด!

“อ๊ายยย!!! คิกๆ / คิกๆ”

สองแฝดส่งเสียงหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจเมื่อได้ยินเสียงฟอดๆ ดังกล่าว นิลอรหน้าแดงก่ำ หล่อนคาดโทษตาแก่โจนาธานเอาไว้ในใจตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“เอามือออกได้แล้วจ้า รู้สึกว่าแด็ดดีจะได้ยาดีฟื้นแล้วครับผม อิๆ” คุณพ่อลูกสองปล่อยแม่ของลูกออกจากการเกาะกุม ตอนนี้หนูน้อยจึงเอามือทั้งห้าที่ปิดตาออก

“พรุ่งนี้แด็ดดีจะไปซื้อของ ใครจะเอาอะไรบ้างไหมครับแด็ดดีจะให้รางวัลบ้าง” ตอบแทนที่ลูกๆ ทำให้แด็ดดีได้หอมแก้มมามี้

“เจคจาเอาหุ่นยนต์” หนูน้อยนัยน์ตาพราวระยับขณะบอกกล่าวในสิ่งที่ตนปรารถนา โจนาธานพยักหน้าหงึกหงัก แค่หุ่นยนต์สบายมาก ซื้อให้ทั้งโรงงานยังได้เลยพ่อลูกชาย

“เจสเอาตุ๊กตาเจ้าหญิงตัวหญ่ายๆ” เจสสิก้าบอกบิดาอีกคน

“อืม...ได้อยู่แล้วลูกรักแต่ก่อนอื่นต้องให้รางวัลแด็ดดีก่อน เอ้าเร้ว ใครจะหอมแก้มแด็ดดีเป็นรางวัลบ้าง”

ฟอด! / ฟอด!

สองแฝดหอมแก้มบิดาคนละข้างพร้อมๆ กันแล้วส่งเสียงหัวเราะชอบใจ นิลอรเบะปากใส่ความขี้อ้อนของหนุ่มใหญ่อย่างโจ่งแจ้งก่อนที่หล่อนจะประกาศว่าปาร์ตี้นิทานรอบดึกหมดเวลาแล้ว และทุกคนต้องเข้านอนเสียที

โจนาธานและนิลอรส่งลูกๆ เข้านอนด้วยการจูบอวยพรให้ทั้งสองคนนอนหลับฝันดี ก่อนจะออกมาจากห้องของเด็กๆ เมื่อปิดไฟเรียบร้อยแล้ว

หญิงสาวเป็นฝ่ายปิดประตูห้องให้ลูก หล่อนเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองโดยไม่ยอมพูดอะไรกับพ่อของลูกสักคำ

“เดี๋ยวสิแองจี้” โจนาธานร้องห้ามแม่ของลูก เจ้าหล่อนกำลังจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเองแล้วเข้าไปในนั้นโดยทิ้งเขาเอาไว้ด้านนอกตอนเที่ยงคืนกว่าๆ

“อะไรมิทราบ” นิลอรหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ข้างในมันกำลังปั่นป่วนเพราะกลิ่นอายของบุรุษเพศที่มิได้พานพบในระยะประชิดมากว่าสี่ปี แถมบุรุษคนดังกล่าวยังเป็นพ่อของลูก เป็น...ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ได้พรหมจรรย์ของเธอไปครอง

“ใจคอเธอจะให้ฉันนอนข้างล่างงั้นหรือ”

“เปล่านี่” หล่อนปฏิเสธ และมันก็ทำให้คนถามยิ้มได้ แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น “ฉันให้คุณกลับไปนอนบ้านคุณต่างหาก สงสัยคุณจะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องนะ” เจ้าของภาษาเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้มหยันเล็กน้อย หล่อนยกมือขึ้นกอดอกรอดูท่าทีว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ โดยหารู้ไม่ว่าการทำเช่นนั้นยิ่งทำให้ทรวงอวบที่ไร้เสื้อชั้นในถูกดันจนขึ้นรูป มันยังอวบอิ่มและดูเหมือนจะอวบยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้มีเจ้าตัวแสบสองคนเสียอีก

“แน่ใจหรือ ก็ในเมื่อเธอจงใจยั่วฉันซะขนาดนี้”

นิลอรปล่อยมือที่กอดอกออก เขาพูดเรื่องอะไรกัน เธอเนี่ยนะยั่ว ก็แค่ชุดนอนสายเดี่ยวคอลึกและชายกระโปรงสั้นเต่อจวนจะเห็นแก้มก้นกับชุดชั้นในที่เธอไม่ใด้ใส่มันเท่านั้นเอง...

กรี๊ดดด!!! งั้นตอนนี้ฉันก็โนบรานะสิ!’

นิลอรหน้าชาเมื่อรู้ว่าทำผิดมหันต์ หล่อนถอยหลังเข้าด้านในช้าๆ และอาศัยความว่องไวปิดประตูกั้นเขาเอาไว้ด้านนอก แต่ความไวของหล่อนคงต้องพ่ายแพ้พ่อของลูกกระมัง เพราะในที่สุดเขาก็เข้ามายืนอยู่ในห้องนอนจนได้

“ห้องเธอสวยดี” เขาชมขณะกวาดตาไปมองรอบๆ นิลอรรีบไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะค้นหากุญแจห้องนอนแขกในลิ้นชักที่โต๊ะเครื่องแป้ง

“นี่..เอานี่ไปแล้วรีบๆ ออกไปซะฉันจะนอน ห้องอยู่ข้างๆ ฉันนี่แหละทั้งบ้านมีห้องอยู่แค่นี้คงไม่หลงหรอก”

นิลอรส่งกุญแจให้แบบไม่ค่อยพอใจนัก โจนาธานอยากจะจูบหล่อนอีกสักครั้งเหลือเกิน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากจูบใครอย่างนี้ ก็ใช่ละนะเพราะนิลอรเป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถปลุกพลังอันน่าพิศวงในเรือนกายของเขาได้นี่นา

หนุ่มใหญ่หย่อนกุญแจที่รับมาลงในกระเป๋าเสื้อสูท แน่นอนว่าทุกๆ วินาทีดวงตาเขายังจดจ้องอยู่แต่วงหน้าของแม่แองจี้น้อย “ทำไมเธอถึงทิ้งฉันมา” เขาถามตรงๆ อีกครั้ง นิลอรสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะจ้องเขาตอบ

“ฉันไม่ได้ทิ้ง! แต่ฉันถูกเฉดหัวส่งโดยผู้หญิงที่ประกาศว่าเป็น...”

มือทั้งสองกำแน่นอยู่ข้างลำตัว ความเจ็บปวดที่ถูกฝังอยู่ก้นบึ้งของจิตใจถูกเขาใช้วาจาเพียงไม่กี่คำขุดออกมาอย่างง่ายดาย แรงดึงทึ้งของคำพูดในประโยคนั้นทำให้หัวใจเธอเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดซึมไหลซิบๆ ทีเดียว

“เป็นใคร!?” โจนาธานพยายามหาคำตอบ ดูเหมือนว่าบางอย่างหรือบางคนกำลังเล่นตลกกับเขาด้วยการแย่งชิงเวลาที่เขาสมควรมีความสุขกับแองจี้และลูกๆ ไปนานถึงสี่ปี และเขาต้องการรู้

“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก เราต่างคนต่างอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการแย่งของของใคร” นิลอรตอบเสียงเครือ หยาดน้ำตากำลังจะไหลออกมาจากหน่วยตาสีนิลแต่หล่อนก็รีบเงยหน้าขึ้นเพื่อให้มันไหลย้อนคืน

“ใคร!? แองจี้”

หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเจ็ดถามนิลอรอีกหน ใครกันที่กล้าเฉดหัวแองจี้ของเขาออกจากอพาร์ทเม้นต์และใครกันที่บังอาจสร้างเรื่องว่าหล่อนหนีไปกับชู้รัก มันคนนั้นเป็นใคร!?

“ภรรยาของคุณไงมิสเตอร์!” นิลอรกระแทกเสียงเกรี้ยวกราดลงไปในประโยคนั้น เธอเจ็บปวดกับการไม่พูดความจริงของเขา ในเวลานั้นเธอยอมรับความจริงแล้วทุกสิ่ง ยอมรับความผิดที่เธอก่อ ยอมทนให้บาปกรรมมันลงทัณฑ์จนปวดร้าวทั้งกายใจ ยอมเป็นนางบำเรอที่ทำหน้าที่บนเตียงของเขา คนที่ได้พรหมจรรย์ของเธอไปง่ายๆ เพราะความโง่ของเธอเอง

“อะไรนะ!?” โจนาธานถามกลับอย่างตื่นกตระหนก เขาคิดว่านิลอรคงจะเข้าใจบางอย่างผิดไป

“ไม่ต้องมากระแทกเสียงใส่ฉันตอนที่ฉันพูดความจริง”

นิลอรหันไปตะคอกกลับ ตอนนี้หยาดน้ำตาอาบใบหน้านวลแล้วเรียบร้อย บาดแผลในหัวใจมันเจ็บแสบเกินทนจริงๆ เธอไม่ได้แค้นที่เขาไล่หรอก แต่แค้นที่เขาไม่ยอมบอกกันดีๆ ทำไมต้องให้ยัยปิศาจนั่นเป็นคนมาบอกด้วย ที่สำคัญก็คือทำไมเขาไม่พูดความจริงว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว ถ้าเขาบอกก่อนสักนิดเธอจะไม่โกรธไม่แค้นใจเลย

“เธอบอกว่าฉันมีภรรยาหรือเปล่าเมื่อครู่น่ะ เธอจะบ้าหรือแองจี้”

“ถ้าผู้หญิงสวยๆ ที่ชอบแต่งตัวประหนึ่งตู้เพชรเคลื่อนที่ละก็...ใช่เลยล่ะ หล่อนมาแสดงตัวว่าเป็นภรรยาคุณและขอร้องฉันอย่างน่าเวทนาที่สุดด้วยการบอกให้ฉันรีบเก็บกระเป๋าแล้วรีบเผ่นจากคอนโดของคุณซะเพราะฉันเป็นมือที่สามระหว่างคุณกับเธอ และที่สำคัญคุณตู้เพชรกำลังท้องลูกของคุณอยู่ ฉันถามหน่อยเถอะว่าถ้าคุณเป็นฉันบ้างคุณจะทำยังไง”

นิลอรพูดรัวเร็วราวกับว่าถ้าช้ากว่านั้นหล่อนจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก

“ฉันจะถามความจริงจากปากของผู้ชายที่นอนเตียงเดียวกับเธอทุกคืนไงละแองจี้” โจนาธานครางบอกสิ่งที่เขาจะทำหากเขาตกอยู่ในสถานการณ์นั้น

“ไม่มีทางหรอก ขนาดฉันยังโกรธแทบเป็นบ้า ฉันควานหาพาสปอร์ตเผ่นกลับเมืองไทยแทบไม่ทันด้วยซ้ำ ถ้าเป็นคนบ้าอำนาจอย่างคุณฉันว่าคงบีบคอยัยปิศาจนั่นตายคามือไปแล้ว” นิลอรเว้นช่วงเพื่อสูดอากาศเข้าปอด หล่อนปาดน้ำตาไปด้วยจนปลายจมูกและหน่วยตาสองข้างเริ่มแดงก่ำ “แล้วไงคะ ยังอยู่ดีมีสุขกันดีไหม ลูกเต้าโตๆ กันหรือยัง อ้อ..น่าเสียดายนะ วันที่ฉันกลับมาที่นี่ฉันน่าจะเอาเงินสดกับเครื่องเพชรในเซฟมาด้วย หึๆ เพราะถ้าฉันโกรธน้อยกว่านั้นนิดนึงฉันจะกอบโกยจากคุณบานตะไททีเดียว”

นิลอรยิ้มหยันตัวเองพลางปาดน้ำตา วันนี้สิ่งที่อัดอั้นตันใจมากกว่าสี่ปีได้ถูกระบายออกมาจนหมดจนสิ้นแล้ว เหลือก็แต่เขาเท่านั้นว่าจะแก้ต่างเรื่องนี้อย่างไร

ร่างสูงหนาเริ่มระอากับนิทานที่แม่ของลูกปั้นขึ้นมา ยอมรับเลยล่ะว่าตอนที่มันพรั่งพรูออกมาพร้อมหยาดน้ำตานั้นเขาอยากจะเชื่อจริงๆ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เอลิซ เกรย์ ไม่ใช่คนช่างแต่งเรื่อง หล่อนคงไม่ไร้สาระขนาดลุกมาเขียนจดหมายบ้าๆ เพื่อให้เขาเข้าใจผิดนางบำเรอของตัวเองหรอกน่า บางทีนิลอรอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ บางทีเอลิซอาจจะเพียงแนะนำตัวว่าเป็นอดีตภรรยาของเขาและต่อจากนั้นก็เป็นความโกรธของนิลอรเองที่พาหล่อนกลับมาที่นี่ ส่วนเรื่องจดหมายลานั่นเขายังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามันเป็นมาอย่างไร เพราะนิลอรเองคงไม่กล้ามีชู้รักในขณะที่ตั้งท้องลูกฝาแฝดหรอก...เขาหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นละนะ

โจนาธานเคลื่อนร่างสูงหนาเข้าหาแม่ของลูกอีกนิดก่อนจะดึงร่างสั่นน้อยๆ ของหล่อนเข้ามากอดปลอบอย่างที่เขาเคยทำเมื่อนานมาแล้ว แน่นอนว่าหล่อนดิ้นพล่านราวกับปลาถูกน้ำร้อนลวกทีเดียว แต่เขาก็ไม่มีวันปล่อยจนตอนนี้หล่อนสิ้นฤทธิ์ยืนหายใจหอบถี่ไปเรียบร้อย

“ฟังนะแองจี้ ฉันหย่ากับเมียไปตั้งนานแล้ว ฉันจะอธิบายให้ฟังชัดๆ นะ บางทีผู้หญิงคนนั้นที่เธอเคยพบเมื่อนานมาแล้ว อาจจะเป็นเพียงอดีตภรรยาของฉัน และฉันคิดว่าบางทีพวกเธอคงจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ..”

“ฉันไม่ได้โง่นะ ฉันจบมหาลัยตอนอายุยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันเก่งภาษาอังกฤษกับภาษาจีนกลาง ถ้าฉันฟังเมียคุณพูดผิดไปแสดงว่าวันนั้นหูฉันคงผิดปกติแล้วล่ะ” นิลอรอดเถียงไม่ได้ เขากำลังกล่าวหาเธอใช่ไหมว่าสี่ปีที่ผ่านมาเป็นเพราะเธอเองที่พาลูกๆ มาพบกับความยุ่งยาก ทุกอย่างมันเป็นเพราะความเข้าใจผิดของเธออย่างนั้นหรือ เข้าใจคิดเหลือเกินนะ

“โอเคๆ ฉันจะไม่โทษใครก็ได้ เอาเป็นว่าเรื่องทั้งหมดทั้งมวลถือว่าฉันผิดคนเดียวก็แล้วกันนะที่รัก ฉันผิดที่ไม่ยอมตามหาเธอฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยในข้อนี้ และที่ฉันอยากจะบอกเธออีกเรื่องก็คืออดีตภรรยาของฉันชื่อเอลิช และตอนนี้ฉันก็อย่ากับหล่อนมามากกว่าเจ็ดปีแล้ว ก่อนหน้าที่ฉันจะเจอกับเธอ หล่อนก็แต่งงานใหม่ไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเพราะเราคงทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น เอาเป็นว่าฉันจะยอมรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เอง โอเค?”

“ไม่โอเค! ถ้าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดคุณก็ต้องเอาเวลาสี่ปีที่แล้วมาคืนฉัน คุณรู้ไหมว่าฉันลำบากแค่ไหนที่ต้องทำงานงกๆ เลี้ยงเด็กสองคนนั้น คุณรู้บ้างไหมห๊า!

นิลอรสาดซัดวาจาใส่โจนาธานเสียจนชุ่มโชก เธอเหนื่อยและเจ็บเหลือเกินที่ต้องมาแบกรับทั้งความจริงและสิ่งที่เขาบอกกล่าว เธอไม่ได้หูฝาด ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเป็นภรรยาของเขาจริงๆ แต่ก็อย่างว่าละนะ เขาอาจจะเชื่อใจคนที่เขาบอกว่าเป็นอดีตภรรยามากกว่าเชื่อนางบำเรออย่างเธอ

“ฉันขอโทษนะแองจี้ขอโทษจริงๆ”

หนุ่มใหญ่กอดรัดร่างของอดีตนางบำเรอด้วยความสงสารเห็นใจยิ่งนัก ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะเป็นอย่างไรแต่สี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นเพราะเขาเองต่างหากที่ไม่เชื่อใจหล่อนและไม่ยอมออกตามหา เขาผิดเองที่ทอดทิ้งช่วงเวลาดีๆ ไปถึงสี่ปี

“ปะ...ปล่อย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!

นิลอรเริ่มรู้สึกตัวเพราะแรงกอดรัดที่มากเกินปกติ แถมไอ้กระแสไฟวูบวาบที่มาจากร่างหนามันก็ทำให้เธอต้องรีบไปให้ห่างจากอ้อมแขนคู่นี้ ให้ตายเถอะ กี่ปีๆ เขาก็ยังเปี่ยมล้นด้วยแรงดึงดูดทางเพศอย่างที่เธอไม่สามารถต้านทานได้เลย เขายังมีมันอยู่ล้นปรี่เหมือนวันแรกที่ได้พบเจอไม่มีผิด

“ไม่ปล่อย...ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกแล้ว เราจะกลับสิงคโปร์ด้วยกันเและสร้างครอบครัวเล็กๆ ของเรากันใหม่นะแองจี้ เราเริ่มต้นกันใหม่นะที่รัก” โจนาธานวอนขอแม่ของลูก แล้วทำในสิ่งที่นิลอรไม่คาดคิด

“มะไม่! อย่านะ!...อ่อยอ๊ะ!

เสียงร้องทัดทานเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์ในประโยคท้ายๆ นั่นเพราะนิลอรถูกริมฝีปากของโจนาธานปิดกั้นเสียงหล่อนเอาไว้ ร่างบางถูกจู่โจมด้วยความรวดเร็ว เขาผลักประตูให้ปิดลงด้วยการใช้เท้าเข้าช่วย และนั่นทำให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนยิ่งดิ้นแรงยิ่งกว่าเดิม

“อืม...จะดิ้นทำไมแองจี้ ทั้งดิ้นทั้งทุบจนฉันน่วมไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” เขาว่าอย่างงอนๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยร่างอรชรให้เป็นอิสระ เขารู้สึกว่าเรือนร่างของหล่อนเต็มไม้เต็มมือดีเหลือเกิน หล่อนคงอวบขึ้นนิดหน่อยกระมัง

“ฉันจะฆ่าคุณแล้วหั่นศพยัดลงชักโครก ตาแก่บ้ากาม!

หล่อนประณามเขาด้วยสิ่งที่เขารังเกียจนักหนา ไม่ใช่เรื่องคำขู่ฆ่าแน่นอนเพราะเรื่องเดียวที่จะทำให้เขาเป็นเดือดเป็นร้อนได้ก็คือเรื่องที่ว่าเขาแก่ชรานี่กระไร

“ฉันคิดว่าคงต้องทวนความจำเธอเสียหน่อยนะที่รักว่าฉันไม่ใช่ตาแก่ แต่ถ้าเรื่องบ้ากามละก็ฉันหยวนๆ ให้ก็แล้วกัน เพราะถึงฉันจะไม่ได้บ้ากามอย่างที่เธอกล่าวหาแต่ฉันก็ว่ามันใกล้เคียงทีเดียว ยิ่งได้มากอดจูบลูบคลำเนื้ออ่อนๆ ของสาวๆ อย่างเธอแล้วด้วย อื้อหืม...ฉันรู้สึกคึกคักขึ้นมาเชียว เอาเป็นว่าเรามารื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อยดีกว่านะแองจี้ หึๆ”

เสียงครางทุ้มต่ำปนเสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ทำเอานิลอรขนลุกเกรียว เขาคงไม่คิดรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวเธอหรอกนะ ถึงแม้มันอาจจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่น่าจะเร็วอย่างนี้นี่นา ขอเวลาเตรียมใจก่อนไม่ได้หรืออย่างไร

“ความหลงความหลังอะไรยะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะมีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน! ฉันไม่ใช่นางบำเรอของคุณแล้วนะ!” นิลอรเตือนความจำเขาในข้อนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำเป็นว่าเธอยังไม่ได้ส่งเสียงใดๆ

“ฉันว่าเราเข้านอนดีกว่าวันนี้ฉันเหนื่อยมากอยากพักผ่อน”

พรึบ!

ดวงไฟดวงใหญ่ที่ติดอยู่บนฝ้าเหนือศีรษะถูกทำให้มอดดับลงด้วยมือหนาของโจนาธาน เขาช่างสังเกตจนรู้ว่าสวิตซ์ไฟมันติดอยู่ที่ผนังซึ่งอยู่ข้างประตู เขาเอื้อมมือยาวๆ ไปปิดมันแล้วรั้งร่างในอ้อมแขนให้ตามเขาไปล้มลงบนเตียงพร้อมๆ กัน

ตุ้บ!

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!

คุณแม่ลูกสองร้องเสียงหลง หล่อนโดนร่างคิงคองของเขาทับจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับฟูกอยู่แล้ว

“โอ...ขอโทษนะแองจี้ แต่ฉันแทบจะทนไม่ไหวตอนที่ได้อยู่ใกล้ๆ เธออย่างนี้” เขาบอกด้วยเสียงกระเส่า ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงแสงไฟจากด้านนอกซึ่งสาดแสงผ่านบานกระจกหน้าต่างเข้ามา ประกอบกับแสงฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่บ่อยหนนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสีน้ำผึ้งชัดเจนยิ่งขึ้น

“ไม่...มันไม่ถูกต้อง คุณ...มีเมียอยู่แล้ว...และ...ฉันไม่ใช่..นางบำเรอของคุณอีกต่อไป...”

กว่าจะตอบเขาได้จบประโยค ลมหายใจของคุณแม่ลูกสองก็แทบจะหมดจากช่องท้อง โจนาธานใช้ฝ่ามือร้อนๆ สำรวจร่างกายคุณแม่ยังสาวทุกซอกทุกมุมราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามจากผู้เป็นเจ้าของ

“ถอดเสื้อออก..เร็วที่รัก ฉันแทบจะกินเธอโดยที่ยังมีเศษผ้านี้ขวางอยู่” เขาผละออกจากร่างของแม่แองจี้น้อย หลังจากใช้ทั้งฝ่ามือ ปลายลิ้นและปลายจมูกสำรวจหล่อนตั้งซอกคอถึงซอกขาพับด้านล่าง กลิ่นหอมจรุงของเนื้อเนียนสีน้ำผึ้งที่ติดตาตรึงใจยังลอยอ้อยอิ่งที่ปลายจมูก

นิลอรไม่ได้ทำตามที่หนุ่มใหญ่ร้องขอแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามหล่อนกำลังหาทางหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์อันล้ำลึกเกินขอบเขตในคราวนี้อยู่

“ไม่...ฉัน...ฉันจะไปนอนห้องลูก”

เมื่อพูดจบคุณแม่ลูกสองก็พาร่างที่สวมชุดนอนหลุดลุ่ยลงจากเตียง แต่ทว่าโจนาธานก็กระโจนมาคว้าร่างหล่อนจนทั้งสองล้มหงายไปบนเตียงอีกครั้ง

***** ตัดฉากรักตรงนี้นะคะ ไปหาอ่านที่เว็บอื่นจ้า ห้องสมุด , ธันวลัย

สองชั่วโมงต่อมา

ตุ๊กตาหลายตัวที่นิลอรวางพิงไว้ที่หัวเตียงบัดนี้หล่นลงมากองอยู่พื้นห้อง เสื้อผ้าอาภรณ์ของคนทั้งสองตกเรี่ยราดอยู่ข้างเตียงเช่นกัน ตอนนี้แขนแกร่งกำยำของบุรุษผู้รักษาสุขภาพดีอยู่เสมอวางพาดอยู่กับเอวคอดของคุณแม่ลูกสองที่เขาแน่ใจแล้วว่าหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นภรรยาของเขาจนวันสุดท้ายที่มีลมหายใจ

“แองจี้...”

“คะ” เธอขานรับเบาๆ ขณะที่ปัดป่ายฝ่ามือเรียวไปบนแผงอกหนั่นหนาซึ่งมีไรขนอ่อนๆ ขึ้นอยู่ประปราย วันนี้ตาแก่โจนาธานได้เติมเต็มเรื่องที่เธอขาดหายมากว่าสี่ปีมาให้จนล้น ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเขาจะแข็งแกร่งปานม้าศึกคึกคนองทั้งๆ ที่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว

“มีความสุขหรือเปล่า”

เขาถามพลางเชยคางมนขึ้นมาแล้วประกบเรียวปากหยักหนาอันรุ่มร้อนของขาลงไปอย่างมิอาจหักห้าม กี่ปี่ๆ นิลอรก็ยังดึงดูดเขาให้เข้าหาเจ้าหล่อนได้อยู่เสมอ และดูเหมือนว่าแรงดึงดูดดังกล่าวจะมากขึ้นตามเวลาที่หมุนผ่านเสียด้วย

“ค่ะ...มากๆ เลย...คุณ...เก่งมาก” นิลอรตอบเอียงอาย หล่อนกับเขามักมีช่วงเวลาอ่อนหวานร่วมกันเสมอเวลาที่อยู่บนเตียง และมันก็ถูกทำลายลงเพราะผู้หญิงที่ชื่อ เอลิช เกรย์

“คุณ..เลิกกับภรรยาแน่แล้วนะคะ” หล่อนถามต่ออย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก

“แน่นอนที่รัก ฉันไม่เคยมีใครตั้งแต่ได้เจอเธอคนสวย..” เขาสารภาพแล้วขบเม้มติ่งหูบอบบางของคุณแม่ลูกสองอย่างยั่วเย้ากิเลสในร่างอรชรให้ก่อเกิดอีกหน

“แล้ว...ทำไมเธอถึงพูดอย่างนั้นล่ะ ฉันไม่ได้โกหกนะเธอพูดจริงๆ ไม่งั้นจะโกรธคุณจนหนีมาหรือ”

โจนาธานกลับไปนอนหงายอย่างระอาในสิ่งที่ได้ฟัง เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว แต่ดูแม่ของลูกสิ รู้สึกว่าหล่อนจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะหาทางพิสูจน์ได้ว่าหล่อนพูดความจริง

“เอลิซไม่ใช่คนอย่างนั้นนะแองจี้ ฉันอยู่กับหล่อนตั้งหลายปีก่อนที่เราจะเลิกรากัน”

นิลอรผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมๆ กับโทสะที่เริ่มเดือดปุดๆ

“แล้วไงคะ คุณเลยเลือกที่จะเชื่อว่าฉันแต่งเรื่องมาโกหกคุณอย่างนั้นหรือ!? ใช่สิ! ฉันมันแค่นางบำเรอนี่นาจะมีค่าอะไรให้คุณเชื่อใจเล่า ฉันมันโง่จริงๆ ที่ได้แต่หวังว่าคุณจะตามหาฉันกับลูก แต่ฉันคิดผิด ขณะที่ฉันกำลังลำบากคุณคงมีความสุขอยู่กับการให้อดีตภรรยาปลอบใจละมั้ง” หญิงสาวประชดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หล่อนปีนลงจากเตียงในสภาพเปลือยล่อนจ้อนมิได้อนาทรร้อนใจต่อสายตาคมของเขาแม้แต่น้อย

“โธ่...แองจี้ ฉันไม่อยากทำให้เธอไม่สบายใจหรอกนะ แต่ฉันก็ไม่อยากโกหกเพราะตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่สาบานให้ตายว่าฉันกับเอลิซจบลงไปแล้วจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เอลิซจะเป็นหม้ายเพราะสามีเธอเสียไปแล้วแต่ฉันก็ไม่มีวันกลับไปคืนดีกับเอลิซแน่นอน” โจนาธานอธิบาย

นิลอรเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่ข้างเตียง ก่อนจะส่งยิ้มเย้ยมาให้เขาอย่างไม่มีปกปิด ร่างสูงหน้าที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตามเนื้อตัวมีรอยเล็บของเธอข่วนเต็มไปหมด แต่เชื่อไหมล่ะว่าใบหน้านั้นกลับอิ่มเอิบด้วยความสุขจนน่าหมั่นไส้

“แต่ดูเหมือนว่าเอลิชจะไม่คิดอย่างนั้นนะสิ เจ้าหล่อนพร้อมที่จะกลับมาเป็นศรีภรรยาของคุณอยู่ทุกๆ วินาทีทีเดียว บางทีอาจจะตั้งแต่สามีหล่อนยังอยู่ก็ได้” นิลอรมั่นใจเหลือเกินในข้อนี้

“โอ...แองจี้ เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย เลิกพูดจาอย่างนี้เสียทีฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นนางมารร้ายเที่ยวระรานใครไปทั่ว แม้แต่กับคนตายก็ไม่เว้น” เขาว่าหล่อนอย่างเหลืออด บางทีความเป็นเด็กในตัวนิลอรก็น่าจับเจ้าหล่อนมาทำโทษด้วยการตีที่ก้นแรงๆ สักสองสามที

“ช่วยไม่ได้ในเมื่อฉันมันนางมารร้ายจริงๆ นี่ คุณเป็นคนพูดกรอกหูฉันเองนะ!

นิลอรถลึงตาใส่พ่อของลูกขณะประกาศประโยคที่เป็นเหมือนหลักฐานยืนยันออกไป เขาเป็นคนพูดเองนี่นาว่าเธอคือนางมารร้ายแล้วจะมาโอดโอยเอาอะไรมิทราบ

ติ๊ดๆๆ

เสียงโทรศัพท์ที่ดังแทรกการปะทะคารมของคนทั้งสองทำให้คนทั้งคู่ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่แล้วแลหาต้นตอของเสียงพร้อมๆ กัน และนิลอรก็คว้ากางเกงของเขาที่หล่นอยู่บนพื้นได้ก่อนที่เขาจะคว้ามันไป ในระหว่างนั้นโทรศัพท์เจ้ากรรมก็ยังส่งเสียงไม่หยุด

“ไม่ต้องเลยนะ! ฉันจะรับเอง”

นิลอรชี้มือใส่สามีทางพฤตินัย หล่อนมีลางสังหรณ์ว่าคนที่โทรมาอาจจะเป็นเอลิซ และหล่อนขอฉะกับยัยปีศาจสักตั้งเถอะ โทษฐานบ่อนทำลายครอบครัวชาวบ้านได้อย่างหน้าด้านๆ

“อะแฮ่ม!” แม่สาวผิวสีน้ำผึ้งส่งเสียงกระแอมก่อนจะกดรับสาย ใช่แล้วล่ะเป็น เอลิซ เกรย์ จริงๆ ที่โทรเข้ามา ยัยป้ามหาภัยตัวแสบ

“สวัสดีค่ะ มิสซิสเกรย์” นิลอรทักทายเป็นภาษาอังกฤษช้าๆ ดูเหมือนว่าปลายสายจะประหลาดใจไม่น้อยเพราะเจ้าหล่อนบ่นพึมพำเชียวละว่าอาจต่อสายผิด

“คุณไม่ได้โทรผิดหรอกค่ะ ถ้าคุณตั้งใจโทรหามิสเตอร์คิงส์ ตอนนี้เขา...ไปเข้าห้องน้ำค่ะ” นิลอรหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ขณะเอ่ยวาจาโป้ปดมดเท็จ หล่อนเดินมานั่งบนเตียงที่โจนาธานนั่งอยู่ เขายกมือขอยอมแพ้ตั้งแต่ที่เธอคว้าโทรศัพท์ได้ก่อนเขาแล้ว

เธอเป็นใคร คู่นอนคนใหม่ของคิงส์งั้นหรือ

คุณแม่ลูกสองส่งสายตาอาฆาตมาให้พ่อของลูกอีกครั้งหนึ่ง ยัยป้ามหาภัยบอกว่าคู่นอนคนใหม่ แสดงว่าตอนนี้เขามีคู่นอนคนเก่าไม่เว้นแต่ละวันอย่างนั้นหรือ

โจนาธานส่ายหน้าเอาตัวรอดไว้ก่อน ไม่ว่าเรื่องอะไรที่แองจี้ทำตานางสิงห์ใส่เขา เขาเดาไว้ก่อนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี และควรจะปฏิเสธไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย

“ไม่ใช่! ฉันไม่ใช่คู่นอนของเขา แต่เป็นแม่ของลูกเขาต่างหากย่ะ!

ตรู๊ดดด!!!

ปลายสายชิ่งหนีไปเสียแล้ว นิลอรเบะปากใส่อย่างรังเกียจขณะที่โจนาธานปรบมือให้เปาะแปะอย่างเสียมิได้ แม่ตัวร้ายยังร้ายเสมอ ป่านนี้เอลิซคงประหลาดใจเป็นล้นพ้นกระมังที่ได้ยินเช่นนั้น

“หมดเรื่องแล้วใช่ไหมแองจี้ ฉันจะนอนแล้วนะ ฉันแก่แล้วและ...ฉันเพลีย...”

นิลอรอยากจับคนที่ไถลร่างไปซุกใต้ผ้านวมมาเขย่าให้หัวคลอนจริงๆ ตาแก่โจนาธานยังไม่ได้อาบน้ำอาบท่าเลยนะ

“นี่คุณ ลุกมาอาบน้ำเดี๋ยวนี้นะ!

แล้วนิลอรก็ปราดเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากร่างคิงคองของสามีทางพฤตินัยออกมาจากกองผ้านวมที่ซ่อนร่างเขาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าดึงรั้งกันท่าไหน ไปๆ มาๆ แม่แองจี้น้อยของโจนาธานก็เข้าไปอยู่ใต้ผ้านวมอีกคน...และบทเพลงสวาทที่ร้างราไปนานก็บรรเลงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางหยาดพิรุณที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง ชุ่มฉ่ำและสดชื่นสุดพรรณนา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #7 Paula P Nisaidee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 23:09
    มันมากค่ะ ไรเตอร์ ชอบๆๆๆๆๆ
    #7
    0
  2. #6 nut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 22:44
    ได้ใจมากค่ะ*-*
    #6
    0
  3. #5 nut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 22:44
    ได้ใจมากค่ะ*-*
    #5
    0