ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 รักสาม (สี่) เศร้า 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ต.ค. 57

บทที่ 7 รักสาม (สี่) เศร้า 80%

****ลูกค้าที่โอนเงินแล้วเข้าไปเช็คชื่อด้วยนะคะ เผื่อนักเขียนทำตกหล่นจะได้แก้ไขทันจ้า http://http://namjan--publishing.blogspot.com/

 

ชายหนุ่มเดินออกจากห้องครัวในเวลาต่อมา เขาเดินกลับมาบ้านและตรงเข้าห้องนอนก่อนจะคว้าผ้าขนหนูในตู้เสื้อผ้ามาซับผมในทันที ร่างสูงใหญ่ออกไปยืนรับลมที่ระเบียงเพื่อที่ผมจะได้แห้งไวๆ มื้อแรกในรอบอาทิตย์ที่เขาได้กลับมาบ้านช่างน่าจดจำเสียนี่กระไร เอลิซยังคงยั่วยวนเขาด้วยเครื่องแต่งกายสุดวาบหวามทุกครั้งที่มีโอกาส ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหล่อนต้องการสิ่งใด หล่อนยังสาวยังสวย แต่เขาก็ทนต่อเสน่ห์อันเหลือร้ายของหล่อนได้ เพราะสำนึกอยู่เสมอว่าหล่อนเคยเป็นภรรยาของเจ้านายที่รัก แต่ทำไมหนอ อีกหนึ่งสตรีที่เป็นภรรยาของเจ้านายในปัจจุบัน เจ้าสำนึกส่วนดีมันถึงไม่เคยทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งสักครั้ง เขายังเผลอคิดถึงวงหน้านวลเนียนสีน้ำผึ้งของนิลอรอยู่ร่ำไป ป่านนี้เจ้าหล่อนคงจะหลับฝันดีในอ้อมแขนของโจนาธานไปเรียบร้อยแล้ว

“ขอให้หลับฝันดีนะครับนาย...ทั้งสองคนเลย...”

ชายหนุ่มอวยพรให้กับเจ้านายที่รักทั้งสองคน นิ้วเรียวแกร่งเผลอยกขึ้นลูบแก้มขวามันยังรู้สึกชาๆ พอลองจับดูก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดผิดปกตินอกจากมีโลหิตติดมาเล็กน้อย

“ยัยเอลิซตัวร้าย ฮึ่ม!” นึกพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันถึงต้นตอของรอยเลือดเล็กน้อยนี่ แล้วพลันสายตาสีเทาหม่นเซ็กซี่ก็เผลอมองขึ้นไปบนบ้านหลังใหญ่และได้เห็นแสงไฟสว่างโร่อยู่ในห้องห้องหนึ่งซึ่งมีระเบียงอยู่ตรงกับห้องเขาพอดี

“ใครมาอยู่ห้องนี้นะ มีแขกมางั้นหรือ?”

ชายหนุ่มพึมพำท่ามกลางบรรยากาศแสงจันทร์นวลแสนโรแมนติคบนเกาะ SENTOSA สายลมยามค่ำคืนหอบเอากลิ่นท้องทะเลมาลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่ปลายจมูก เขาเผลอสูดเข้าไปเต็มปอดขณะที่สายตายังจ้องมองระเบียงของห้องดังกล่าว ฉับพลันความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมอง เพราะถ้าวันนี้ไม่มีแขกมาพักที่นี่คนที่พักอยู่ในห้องนั้นก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ แน่นอนว่าไม่ใช่นิลอรเป็นแน่เพราะเจ้าหล่อนคงต้องพักอยู่กับโจนาธานทางปีกขวาของบ้านหลังงาม ฉะนั้นคนที่พักอยู่ห้องนี้ก็น่าจะเป็น...

“เธอกล้าทำผมฉันเปียก ฉันว่าเธอน่าจะรับผิดชอบมันหน่อยนะเอลลี่” คิดได้ดังนั้นชาร์ลส์ก็ดึงผ้าออกไปจากลำคอแกร่งที่เขาคล้องมันเอาไว้ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวม ไม่ลืมเลือกสีที่กลืนกินไปกับความมืดมิดของราตรีกาล แล้วปีนออกจากบ้านพักของตนทางระเบียงด้านข้าง เขากระโดดลงบนพื้นทราย ก้าวเดินเข้าไปในสวนที่คั่นกลางระหว่างบ้านสองหลัง นึกดีใจที่มันรกเรื้อไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้ เพราะมันช่วยพรางตัวเขาได้ดีนัก แม้แต่ยามรักษาการสองคนที่เดินตรวจตรารอบๆ บ้านยังไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเขาเดินอยู่ในสวน

“นี่นายกำลังทำอะไรอยู่วะ ชาร์ลส์”

ชายหนุ่มถามตัวเองขณะป่ายขาขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งมีกิ่งก้านสูงใหญ่พอจะรับน้ำหนักของเขาได้ ใช่แล้วล่ะ เขากำลังปีนต้นไม้เพื่อขึ้นไปยังระเบียงของห้องห้องหนึ่งซึ่งยังเปิดไฟอยู่ ด้วยความเป็นชายที่นิยมเรื่องผาดโผนอยู่เป็นนิสัยจึงไม่ยากเย็นเลยกับการปีนต้นไม้ แม้ว่ามันจะสูงมากก็ตาม

ห้านาทีไม่ขาดไม่เกินชายหนุ่มก็มายืนอยู่บนระเบียงของห้องที่เขาหมายตาไว้ ความสามารถในการสะเดาะกลอนประตูถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว นั่นเพราะเจ้าของห้องไม่ได้เลื่อนปิดบานประตูกระจกเขาจึงเข้าข้างในห้องได้อย่างง่ายดาย

มือเรียวขาวราวอิสตรีสลัดใบไม้ออกจากศีรษะพลางมองไปรอบๆ ห้องที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามใบหน้าและเนื้อตัวเขาจนต้องถอดเสื้อคลุมออกเพราะมันเริ่มจะคันยิบๆ ตามผิวเนื้อ เหลือไว้เพียงกางเกงนอนตัวยาวและเสื้อกล้ามที่โอบอุ้มกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ของเขาเอาอยู่

“เรามาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย ถ้าเกิดห้องนี้ไม่ใช่ห้องยัยครูนั่นเราจะตอบเจ้าของห้องว่ายังไงหว่า” ถามตัวเองอีกหน ใช้ดวงตาสีเทาชวนฝันกวาดมองรอบๆ ห้องอย่างใคร่รู้ มีกองหนังสือวางอยู่จำนวนหนึ่งบนโต๊ะที่ข้างหัวเตียง เมื่อเขาลองจับมาพลิกดูเนื้อหาข้างในก็เริ่มมั่นใจว่าห้องนี้ต้องเป็นห้องของครูเอลลี่อย่างแน่นอน เพราะหนังสือเล่มนี้เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนสำหรับเด็กช่วงวัยอนุบาลและยังเป็นภาษาไทยอีกด้วย เขาวางมันลงที่เดิม ก่อนจะแลหาเจ้าของห้อง แล้วผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่พับวางอยู่ข้างหนังสือและกระเป๋าสตางค์ของเจ้าหล่อนก็สะดุดตาเขา เมื่อจับมาคลี่ดูก็เห็นอักษรภาษาอังกฤษปักอยู่ แน่นอนว่าเป็นชื่อเจ้าของอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาก็เข้าใจแล้วว่าหล่อนคงจำเข้าได้ตั้งแต่แรก แต่เขาสิแค่คุ้นๆ หน้าหล่อนเท่านั้น

“ที่แท้เธอก็คือยัยซุ่มซ่ามที่ทำไอติมเลอะเสื้อฉันนี่เอง” ริมฝีปากสีแดงระเรื่อคลี่ยิ้มน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะรีบผลุบลงข้างเตียงด้วยท่านอนคว่ำเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู

แอ๊ด...ปัง!

เจ้าของห้องระบายอารมณ์กับบานประตูเกิดเสียงดังสนั่น หล่อนต้องอาบน้ำอีกรอบเพื่อระงับความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นเพราะพ่อเทพบุตรสุดหล่อของตัวเอง

“ปากหมา! ชีกอ! ใจแคบที่สุดถ้าไม่ติดว่าหล่อนะเอลลี่ไม่มองให้เสียลูกตาหรอกย่ะ!

คนสวยแต่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยเพราะเพิ่งออกจากห้องน้ำบ่นให้คนที่อยู่ในห้วงคำนึง หล่อนเดินไปเดินมาระหว่างตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง จัดการละเลงครีมบำรุงผิวลงบนเรียวขาที่ชาร์ลส์ซึ่งแอบมองอยู่ได้เห็นเพียงข้อเท้าของหล่อนเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่าสิ่งที่เขาเห็นช่างกระตุ้นอารมณ์รัญจวนในร่างให้คุโชนได้ง่ายดายเหลือเกิน อาจเป็นเพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าหล่อนยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า และการได้เห็นเพียงข้อเท้าของหล่อนกระมังที่มันชวนให้วาดภาพหล่อนในจิตนาการ เขาคงตายแน่ๆ หากนอนคว่ำอยู่ในท่านี้เพราะบางสิ่งบางอย่างในร่างมันพองขึ้นมาอย่างรวดเร็วและกำลังทรมานเพราะโดนน้ำหนักกายเจ้าของกดทับอยู่

อรุณฉัตรยังบ่นให้กับพ่อเทพบุตรซาตานต่อไปโดยไม่ได้เอะใจเลยว่า ณ เวลานี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพังในห้องส่วนตัว และพอทาครีมบำรุงผิวเสร็จหล่อนก็หยิบกางเกงชั้นในสีนิลสนิทตัวจ้อยจิ๋วมาสวมโดยเริ่มด้วยการสอดเข้าทางปลายเท้าด้านขวา พอดึงกางเกงขึ้นมาถึงหัวเขาจึงค่อยๆ สอดปลายเท้าด้านซ้ายเข้าไปก่อนจะจับขอบผ้ายืดของกางเกงดึงขึ้นไปจนถึงรอบสะโพก ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ชวนปั่นป่วนเมื่อต้นชั่วโมงก่อนที่บ้านพักของพ่อเทพบุตรรูปงาม อรุณฉัตรคงไม่ใส่ใจที่จะหยิบกางเกงชั้นในมาสวมเป็นแน่ แต่เสื้อชั้นในนั้นหล่อนขอผ่านเพราะคงใส่นอนไม่ไหว หายใจไม่ออกจริงๆ

ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นมาจากพื้นเพราะการได้เห็นหญิงสาวสวมกางเกงชั้นในโดยที่เขาไม่สามารถเห็นสิ่งใดได้มากกว่าข้อเท้าขาวผ่องมันทำให้เขาหมดความอดทน และเขาก็จะไม่ทนมันอีกแล้ว

“โธ่เว้ย! ไม่ไหวแล้ว!

ชาร์ลส์พลิกหงายร่างขึ้นมาจากการนอนคว่ำ มันทำให้เขาแทบขาดใจเพราะกายแกร่งที่กลางร่างถูกทับจนเลือดแทบไม่ไปหล่อเลี้ยงส่วนที่แข็งขึงนั้น

“ว้าย!!! คะ...คุณ! คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงเนี่ย!

อรุณฉัตรรีบดึงเสื้อนอนให้ปกคลุมลงมาถึงส่วนของสะโพกผาย ชุดนอนตัวใหม่วาบหวิวกว่าตัวเดิมที่เธอสวมตอนลงไปรับประทานมื้อค่ำ และมันก็ทำให้ชาร์ลส์ตาลุกวาวด้วยความชอบใจ

“โอ...พระเจ้า ไฉไลกว่าเก่าร้อยเท่าเลยเอลลี่”

เขายิ้มพรายขณะเอ่ยยั่วเย้าครูสาวแสนเซ็กซี่ แม้ว่าจะมีอาการหอบน้อยๆ เพราะอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มเร็วแรงผิดปกติก็ตาม เอลลี่ช่างงดงามเหลือเกินในชุดนอนบางเบาผ้ามันวาวติดผิวเนื้อ เรียวขาหล่อนเรียวยาวและขาวยิ่งกว่าเมื่อถูกขับด้วยสีม่วงเข้มของชุดนอนสายเดี่ยวยาวคลุมแค่สะโพก และเขาแน่ใจว่าหากหล่อนหันหลังให้แล้วก้มลงแค่นิดเดียวเขาคงได้ยลแก้มก้นเจ้าหล่อนแล้วล่ะ

อรุณฉัตรคว้าเสื้อคลุมที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาสวมแม้ว่าสิ่งที่คว้ามาได้มันจะไม่คุ้นมือนักแถมยังมีกลิ่นหอมแปลกๆ ก็ตาม แต่เธอก็ไม่สนเพราะในนาทีนี้การเอาร่างสุดเย้ายวนออกไปให้ไกลสายตาเจ้าเล่ห์หื่นกามของพ่อเทพบุตรซาตานคนนี้ มันสำคัญที่สุด!

“อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นนะพ่อคนฉวยโอกาส” หญิงสาวกล่าวหาชายหนุ่ม หล่อนยังยึดพื้นที่อีกฝั่งของเตียงเป็นฐานที่มั่น เตรียมพร้อมจะปาอะไรต่อมิอะไรก็ตามที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ ใส่เขาหากว่าเขากระโดดข้ามเตียงมา และเธอก็ได้ปามันจริงๆ

เฟี้ยว!!!

โป๊ก!!!

“โอ๊ย!!! ทำอะไรของเธอเนี่ยยัยเบ๊อะเอ๊ย!

ชาร์ลส์เอามือกุมหน้าผากแน่นก่อนจะนั่งแหมะลงบนฟูกนุ่มๆ บนเตียงใหญ่ ครูสาวใจดีมอบโทรศัพท์มือถือมาจูบต้อนรับเขาที่หน้าผาก เขาไม่ได้จะทำอะไรเสียหน่อย แค่จะบอกหล่อนว่า...

“ก็คุณกระโจนขึ้นเตียงฉันมาทำไมล่ะ คิดจะทำอะไรฉันอีกใช่ไหม ฝันไปเถอะ!

อรุณฉัตรยืนตัวลีบติดตู้เสื้อผ้า ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กับมัดกล้ามที่มันวาวไปด้วยเม็ดเหงื่อบางๆ เขาไปทำอะไรมานะถึงได้มีเหงื่อออกขนาดนั้น

“ฉันแค่จะบอกว่าเธอใส่เสื้อคลุมฉันอยู่ต่างหากละเอลลี่!

อรุณฉัตรตาเบิกกว้างขณะกวาดสายตามองร่างของตัวเอง หล่อนแลหาเสื้อคลุมของตัวเองและก็พบว่ามันวางอยู่บนแผงอกหนาของชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย เขาไปหยิบมันตอนไหนนะ อ้อ ไม่สิ เขาน่าจะหยิบมันได้ก่อนเธออยู่แล้วล่ะเพราะตอนนี้เขานอนแผ่อยู่บนเตียงเธอแล้วนี่นา

“ก็ใครใช้ให้คุณวางเสื้อทับเสื้อฉันล่ะ มิหนำซ้ำยังกล้าเข้ามาในห้องฉันอีก นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะรีบออกไปเดี๋ยวนี้เลยก่อนที่ฉันจะร้องให้คนช่วย” อรุณฉัตรขู่ฟ่อ เกาแขนขาที่อยู่ใต้เสื้อคลุมแกรกๆ เขาพรมน้ำหอมอะไรใส่เสื้อหรือเปล่าทำไมมันถึงได้คันอย่างนี้ หล่อนเริ่มเกาแกรกๆ และนาทีต่อมาก็ต้องถอดเสื้อคลุมของเขาออกเพราะมันทำให้โรคลมพิษของเธอกำเริบ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #14 ไรเฟิล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 20:21
    คันไปถอดไป ชาร์ลตายแน่ๆ 555
    #14
    0