ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 15 : บทที่ 7 รักสาม (สี่) เศร้า 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ต.ค. 57

บทที่ 7 รักสาม (สี่) เศร้า 60%

“ชาร์ลส์คุยกับใคร?” ม่ายสาวพึมพำกับตัวเองพลางสาวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อก้าวให้ถึงห้องครัวก่อนที่คู่สนทนาของชาร์ลส์จะหลบลี้ไป คอยดูเถอะถ้าเกิดเป็นแม่สาวใช้คนใดคนหนึ่งในบ้านละก็ หล่อนจะสวดให้ยับทีเดียว อย่าให้รู้นะว่าใครบังอาจให้ท่าชาร์ลส์ไม่อย่างนั้นหล่อนจะหาเหตุเฉดหัวเจ้าหล่อนออกไปจากบ้านนี้อย่างไวทีเดียว

วินาทีเดียวกันนั้น อรุณฉัตรกำลังหันหลังเตรียมก้าวออกไปจากห้องครัว แต่ทว่าสองขาหล่อนมิอาจก้าวออกจากที่ได้เพราะฝ่ามือใหญ่ของชาร์ลส์คว้าหมับเอาข้อมือของหล่อนไปกุมไว้เสียแน่น

“ปล่อยนะ ฉันจะกลับห้อง” หล่อนบอกแล้วหันหน้ามาเพื่อจะแกะมือหนาให้หลุดออกจากการเกาะกุม แต่มันเหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปงัดท่อนซุงเสียมากกว่า

“เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย นั่งลงแล้วทานต่อเถอะ ฉันสัญญาว่าจะนั่งเงียบๆ เหมือนว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้เลยก็ได้” เขาเอ่ยด้วยเสียงเป็นงานเป็นการไม่ได้มีแววล้อเล่นใดๆ อรุณฉัตรเลยใจอ่อนและยอมนั่งลงข้างๆ เขาเพื่อจัดการสลัดผักของเธอต่อ ความจริงเธอหิวด้วยแหละก็เลยใจอ่อนง่ายๆ

“ไม่ลองไส้กรอกแน่หรือ” เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าไร้แววล้อเล่นแต่อรุณฉัตรมั่นใจว่าในข้อนี้เขาต้องการยั่วเธอแน่ๆ

“ชาร์ลส์! ถ้าฉันมีมีดอยู่ในมือตอนนี้คุณได้พรุนไปทั้งตัวแน่นอน!

“โอ...น่ากลัวจังเลย หึๆๆ”

ชาร์ลส์พูดพลางหัวเราะน้อยๆ ใบหน้าเขาสว่างสดใสในหน่วยตาคู่สวยของอรุณฉัตร ทั้งๆ ที่ด่าทอเขาแต่สายตาหล่อนกลับชื่นชมรอยยิ้มของพ่อเทพบุตรซาตาน มันคงชัดเจนมากกระมังเพราะแม้แต่เจ้าของรอยยิ้มยังรับรู้ได้เลย

“เธอชอบรอยยิ้มของฉัน...”

พ่อเทพบุตรซาตานของครูสาวกล่าวอย่างขมขื่นมิได้ดีใจสักนิด ชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเองรูปงามน่าหลงใหล ยามที่เขาเผยรอยยิ้มทีไรต้องมีเสียงเอ่ยชมตามมาเสมอ แต่ทว่าคนที่เขาอยากให้มองเห็นและชื่นชมกลับไม่เคยเลยสักนิดที่จะหันมามองและใส่ใจ นิลอรก็คือคนคนนั้น คนที่เขาปรารถนาแต่ไม่สามารถครอบครอง หล่อนไม่ได้อยู่สูงจนเกินคว้าแต่มันไม่คุ้มค่าหากว่าได้หล่อนมาแต่เจ้าชีวิตของเขาต้องใจสลาย โจนาธาน คิงส์ จะต้องไม่เจ็บช้ำเพราะเด็กในปกครองอย่างเขาอีกเป็นครั้งที่สอง นี่ต่างหากคือสิ่งที่เขาต้องจดจำให้ขึ้นใจ

“ปะ...เปล่านะ! ใครจะไปชอบรอยยิ้มของคุณกัน ยิ้มหรือแยกเขี้ยวก็ไม่รู้น่ากลัวชะมัด” หญิงสาวเฉไฉไปเรื่อยทั้งๆ ที่ในใจกำลังชื่นชมรอยยิ้มบาดทรวงของชายหนุ่มอยู่จริงๆ

“เอลลี่...ฉันว่าเธอคงอยากกินไส้กรอกอุ่นๆ ของฉันใช่ไหมถึงได้พูดอย่างนั้นออกมาน่ะ”

อรุณฉัตรยกมือขอยอมแพ้ทันทีที่ถูกขู่กลายๆ หล่อนไม่มีทางอยากกินไส้กรอกยักษ์ของเขาอย่างเด็ดขาด!

ชาร์ลส์ยิ้มน้อยๆ เมื่อครูสาวหุบปากช่างจ้อของหล่อนลงและเริ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างจริงจังเสียที เขาลุกไปที่ตู้เย็นเพื่อรินน้ำส้มมาเสิร์ฟให้เจ้าหล่อน เลยได้รับรอยยิ้มสดใสเป็นสิ่งตอบแทน

“ความเป็นสุภาพบุรุษกลับคืนมาแล้วห้าเปอร์เซ็นต์เจ้าค่ะนายท่าน” เอลลี่พูดพลางส่งยิ้มสดใสไปให้และอยากถามเขาเกี่ยวกับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นของเธอ แต่ว่าแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน

“โอ้โห...ที่นี่มีปาตี้ชุดนอนหรือไงจ๊ะ ทำไมพวกเธอใส่ชุดนอนแต่ยังไม่ไปนอนกันล่ะ”

เอลิซเปิดฉากจิกกัดครูสาวเล็กน้อย ก็เจ้าหล่อนเล่นสวมชุดนอนมานั่งรับประทานอาหารถึงแม้จะมีเสื้อคลุมเธอก็ไม่ชอบใจอยู่ดี สาวโสดกับชายหนุ่มที่มากด้วยเสน่ห์อยู่ด้วยกันสองต่อสองในชุดที่ปลดเปลื้องง่ายๆ เช่นนี้เธอไม่อยากคิดต่อหรอกว่ามื้อค่ำของพวกเขาจะไปจบลงที่ใด

“อ้อ...คือ คือเอลลี่เพิ่งจะมีเวลามาทานมื้อค่ำค่ะ คุณเอลิซต้องการอะไรหรือเปล่าคะเดี๋ยวเอลลี่จัดการให้” ครูสาวอาสาแม้ว่ามือข้างหนึ่งจะถือช้อนค้างอยู่ก็ตาม

เอลิซมองบุรุษที่นั่งรับประทานอาหารเงียบๆ ไม่พูดไม่จาแล้วชักเคืองใจ ตั้งแต่เธอกลับมาอยู่ที่นี่เขาไม่ยอมร่วมโต๊ะอาหารกับเธอตามลำพังสักครั้ง แต่เขากลับยอมให้ยัยครูพี่เลี้ยงที่เพิ่งมาใหม่มานั่งร่วมโต๊ะด้วย อย่างนี้เหมือนหยามกันชัดๆ เขาจะบอกให้เธอรู้ใช่ไหมว่าหากต้องการร่างกายเขาคงมีทางเดียวเท่านั้นก็คือวางยาแล้วลากเข้าห้องซะ และมันใกล้จะทำให้เธอหมดความอดทนแล้ว สักวันเธอจะลากคนหยิ่งยโสคนนี้เข้าห้องของเธอและจัดการกำราบให้เขายอมสยบอยู่แทบเท้าให้ได้ คอยดู!

“ฉันอยากได้น้ำส้มสักแก้ว เธอรินให้ฉันหน่อยสิ” เอลิซสั่งครูพี่เลี้ยง ในความคิดของเธอนั้นยัยเอลลี่คนนี้ก็มีหน้าที่ไม่ต่างจากคนใช้

“ค่ะ เดี๋ยวเอลลี่รินให้ รอแป๊บเดียวนะคะ”

อรุณฉัตรยิ้มให้เอลิซก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปรินน้ำส้มในตู้เย็นให้เจ้านายสักแก้ว แต่ทว่าฝ่ามือของบุรุษเพียงหนึ่งเดียวในห้องกลับหยุดการกระทำของเธอด้วยการดึงข้อมือเธอไว้อีกครั้ง นี่เขาจะเอาอะไรอย่างนั้นหรือ อะไรล่ะ รีบบอกมาสิเธอจะได้หยิบมาให้

“เอลลี่เลิกงานแล้วครับคุณเอลิซ แล้วสาวใช้ประจำตัวของคุณล่ะทำไมไม่ใช้ให้หล่อนลงมาเอา เกรงว่าคุณคงต้องรินน้ำส้มเองแล้วล่ะเพราะว่าครูเอลลี่ไม่ว่างพอ”

เขากล่าวด้วยเสียงเรียบเย็นจนอรุณฉัตรขนลุกซู่ สองคนนี้ไม่ถูกกันหรือ เธอรู้สึกว่ากระไอความมึนตึงกำลังลอยวนอยู่ในอากาศรอบๆ แล้ว และดูเหมือนว่าจะครอบคลุมทุกอณูอากาศภายในห้องครัวเสียด้วย

เอลิซยืดกายขึ้นอย่างถือดี ใบหน้าหล่อนเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างคุณหนูผู้ดีที่หยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรี

“อ่า...คือว่า คะ...แค่รินน้ำส้มแก้วเดียวเดี๋ยวฉันทำให้คุณเอลิซก็ได้ มันไม่ได้หนักหนาอะไรนี่คะ” ครูสาวเถียงเจ้าของมือที่ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือเธอเสียที

“ได้ยินไหมชาร์ลส์ เอลลี่เต็มใจทำให้ฉัน” เอลิซเอ่ยออกมาอย่างผู้ชนะ ริมฝีปากคลี่ยิ้มเย้ยหยันพร้อมๆ กับดวงตาของหล่อนที่เปล่งประกายความสะใจออกมาอย่างท่วมท้น

“นั่งลงเถอะเอลลี่เดี๋ยวฉันรินน้ำส้มให้คุณเอลิซเอง”

อรุณฉัตรชักงง เขาคิดจะทำอะไรของเขากันล่ะ ตอนแรกทำเหมือนไม่พอใจที่เธอถูกใช้ แต่ตอนหลังกลับอาสาเป็นคนที่ถูกใช้แทนเสียนี่

ครูสาวนั่งลงแต่โดยดี มิใช่เพราะหล่อนเชื่อฟังที่เขาสั่งหรอกนะแต่เพราะแรงบีบที่ข้อมือและนัยน์ตาสีเทาน่ากริ่งเกรงคู่นั้นต่างหาก

“ทานต่อสิเอลลี่ หรือว่าต้องได้รับกำลังใจก่อนถึงจะมีแรงยกช้อนกับส้อม” เขาถามเธออยู่หรือเปล่าอรุณฉัตรก็ไม่ค่อยแน่ใจ ได้แต่อ้าปากหวอเพราะกะจะอ้าปากถามแต่เขากลับใช้ริมฝีปากเขากดลงข้างแก้มเธออย่างเอ็นดูมาให้แทนคำตอบ

จุ๊บ...

เกิดเสียงจุมพิตเบาๆ แต่เหมือนดังสนั่นหวั่นไหวในความเงียบงันจนบุคคลที่สามซึ่งยืนมองเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ยังได้ยิน

อรุณฉัตรอ้าปากหวอ นัยน์ตาเบิกค้างอยู่อย่างนั้น ชาร์ลส์จูบแก้มเธอต่อหน้าคุณเอลิซ! พระเจ้า! พรุ่งนี้เธอคงถูกไล่ออกแน่ๆ โทษฐานทำตัวไม่เหมาะสมในการเป็นครูพี่เลี้ยงให้กับเด็กๆ เขากล้าดีอย่างไรมาทำลายความฝันอันสูงสุดของเธออย่างนี้ อีตาเทพบุตรเถื่อนถ่อยไร้ความเป็นสุภาพบุรุษเอ๊ย! มันน่าจับไปทิ้งกลางทะเลจริงๆ เอาให้โดนฉลามคาบไปกินยิ่งดี ฮึ่ม!

เอลิซยืนหน้าชาอยู่กับที่ ชาร์ลส์ตั้งใจหว่านเสน่ห์ใส่ครูพี่เลี้ยงเพื่อประชดประชันเธอ แน่นักนะชาร์ลส์ คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนักหรือถึงได้กล้าหยามน้ำใจของเธอเช่นนี้ สักวันเถอะนายจะต้องเสียใจ

อดีตภรรยาของเจ้าบ้านขบกรามกรอดๆ ขณะมองชาร์ลส์บุรุษผู้เป็นเสมือนคนในครอบครัวของสามีเก่า ชาร์ลส์ผู้ภักดี ผู้ที่เป็นได้ทุกอย่างหากโจนาธานปรารถนา แต่เขากลับเฉยชากับเอลิซมาโดยตลอด แม้ว่าปัจจุบันหรือในอดีตหล่อนจะยั่วยวนเขามากเพียงไรก็ตาม ม่ายสาวคิดมาโดยตลอดว่าชาร์ลส์อาจมีคนที่รักอยู่ในใจจึงไม่เหลียวแหลใครและสนองความใคร่ของเขาด้วยผู้หญิงที่หาได้ง่ายตามผับตามบาร์ แต่พอครูเอลลี่คนนี้เข้ามาเขากลับแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าต้องการสานสัมพันธ์กับสาวเจ้า แสดงว่าที่ผ่านมาหล่อนเข้าใจผิดไปเอง เข้าใจผิดอย่างแรงเสียด้วย

“ได้แล้วครับคุณเอลิซ” ชาร์ลส์ยื่นแก้วน้ำส้มให้กับเอลิซ แต่ในขณะที่มือขาวของเอลิซจะยื่นมารับแก้ว เขากลับวางแก้วนั้นลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างประตูแทน สิ่งที่ชาร์ลส์กระทำสร้างความขุ่นเคืองใจให้เอลิซจนหล่อนต้องจิกปลายเล็บสีสดลงบนฝ่ามือที่กำเข้าหากัน กายอรชรของหล่อนสั่นเทิ้มด้วยความโกรธในทันที

“นี่...นาย นายทำบ้าอะไรของนายห๊ะชาร์ลส์” เอลิซตะคอกชายหนุ่มแต่สุ้มเสียงกลับดังเพียงลอดไรฟันเท่านั้น

“ผมแสดงให้รู้ไงครับคุณเอลิซ ว่าผมน่ะ... รังเกียจ”

เอลิซหน้าชาประดุจถูกยาชาสาดหน้าเข้าเต็มรักเมื่อบุรุษหนุ่มที่เธอปรารถนาเอ่ยวาจาให้เจ็บช้ำน้ำใจ

“ทำไม!?” เธอถามพลางกัดริมฝีปากระงับเสียงกรีดร้องที่อยากเปล่งออกมาเต็มที

“เพราะคุณทิ้งเจ้านายของผม คุณไม่สมควรได้รับความรักจากใคร หรือแม้แต่ความใคร่ก็ตาม ไปหาเอาที่อื่นเถอะเอลิซ ผมบอกตรงๆ ว่าพิศวาสคุณไม่ลงหรอก รสชาติของผู้หญิงมักมากมันสากคอเกินจะกลืน หึๆ”

“ชาร์ลส์! นี่นายด่าฉันเหรอห๊ะ!

เอลิซตวาดเสียงดังลั่นจนอรุณฉัตรสะดุ้งโหยง หล่อนเงยหน้าขึ้นมองสองคนที่เจรจากันอยู่หน้าประตู หลังจากก้มหน้าลงไปใครครวญถึงการกระทำของชายหนุ่มที่กระทำต่อพวงแก้มของเธอเมื่อครู่นี้ จากสถานการณ์ดูเหมือนว่าชาร์ลส์จะทำให้คุณเอลิซโกรธเข้าแล้วล่ะ

“เอ่อ...ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณเอลิซ” อรุณฉัตรพยายามประนีประนอม หล่อนลุกจากเก้าอี้หมายจะไปช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์

“รับไม่ได้หรือเอลิซ คุณอยากได้อะไรจากการยั่วยวนของคุณกัน สามสี่ปีมานี้ผมไม่ได้แสดงออกให้คุณรู้หรอกหรือว่าผมเกลียดคุณแค่ไหน เลิกทำตัวอย่างนี้เสียทีก่อนที่ผมจะทนไม่ไหวแล้วบอกเรื่องนี้กับโจนาธาน เขาคงรับไม่ได้หรอกนะที่อดีตภรรยาคอยแต่จะให้ท่าเด็กในปกครองของเขาทุกห้านาที คิดเสียว่าเห็นแก่เด็กๆ ลูกของคุณเถอะเอลิซ อย่าให้พวกเขาต้องรับรู้เลยว่าแม่ของพวกแกประพฤติตัว ต่ำ ยิ่งกว่า โสเภณี!

เผียะเผียะ!

เอลิซน้ำตาคลอเบ้าขณะฟาดฝ่ามือลงบนแก้มสากของชาร์ลส์ เธอแค้นใจนักหนาที่ถูกตราหน้าว่าต่ำยิ่งกว่าโสเภณี ใช่! ชาร์ลส์ไม่ได้พูดผิดหรอก เพราะเธอมันต่ำจริงดังที่เขาว่า เธอมันลุ่มหลงในรูปโฉมของเขาจนยอมมอบกายให้เขาฟรีๆ ทว่าเขากลับไม่เคยจะเหลียวแลด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกล่าววาจาดูถูกเธอต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้ได้นี่นา มิหนำซ้ำคนคนนั้นยังเป็นแค่ลูกจ้างในบ้านของอดีตสามีเธอ ซึ่งไม่ได้มีอะไรเลิศเลอกว่าเธอเลยสักนิด เขาไม่คิดบ้างหรือว่าเธอก็อายเป็นเสียหน้าเป็น เพราะฉะนั้นถือเสียว่าสองตบนี้ตอบแทนวาจาร้ายๆ ที่เขากล้าเอ่ยดูถูกเธอก็แล้วกัน!

เอลิซยังส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้ชาร์ลส์ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่ได้แก้วน้ำส้มกลับไปด้วย อรุณฉัตรยังตกใจกับการกระทำของคนทั้งสอง ฝ่ามือหล่อนยังตะปบปากของตัวเองเอาไว้เพื่อกลั้นเสียงร้องของความตกใจ

ชาร์ลส์กลับมาเงียบขรึมดังเดิม ใบหน้าหล่อเหลามีรอยฝ่ามือของเอลิซประทับไว้ทั้งสองข้าง แก้มซีกขวายังปรากฏรอยข่วนของเล็บคมๆ จนเลือดเริ่มซึมออกมา

ชายหนุ่มไม่แยแสต่อการเจ็บปวดของตัวเอง เขากลับมานั่งที่เก่าและลงมือรับประทานอาหารอีกครั้งราวกับว่าไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น อรุณฉัตรเองก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม แต่หล่อนไม่สามารถรับประทานอะไรต่อได้ด้วยว่าเลือดสีแดงๆ บนแก้มของพ่อเทพบุตรซาตานมันทำให้หัวใจสั่นไหว หล่อนเกิดเป็นห่วงเป็นใยเขาขึ้นมา

“เออ...คือ...กะ...แก้ม แก้มของคุณ”

“อย่าพูดมาก กินๆ แล้วก็รีบๆ ไปนอนซะ หรือว่าเธออยากจะ ยั่ว ฉันอีกคนห๊ะ!

ซ่า!!!

น้ำในแก้วของอรุณฉัตรย้ายออกจากแก้วของมันเร็วพอๆ กับที่ชายหนุ่มพูดประโยคนั้นจบ หล่อนอุตส่าห์ห่วงใยแต่เขากลับตอบแทนด้วยคำสบประมาทที่ไม่มีมูลความจริงสักนิด คุณเอลิซน่าจะเอาปืนมายิงเขาให้ตายด้วยซ้ำไม่น่าจะหยุดอยู่แค่สองตบเลย

ชาร์ลส์นั่งตัวชาดิกแต่นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าขาวซีดของครูสาวไม่กะพริบ จานอาหารของเขาหน้าตาดูไม่จืดเมื่อมีหยดน้ำที่ไหลลงจากคางผู้เป็นเจ้าของเติมลงไปเกือบครึ่งจาน เขาแค่ต้องการรับประทานอาหารให้เสร็จๆ แต่ดูเหมือนว่าครูเอลลี่จะทนวาจาว่าร้ายของเขาไม่ไหวกระมัง

“ฉันไม่ผิด! คุณว่าฉันก่อนนะชาร์ลส์ คนอุตส่าห์เป็นห่วงแต่กลับตีความหมายผิดๆ ฉันเกลียดผู้ชายอย่างคุณที่สุดเลย ปากจัด แล้วก็ใจแคบที่สุด เชิญกินไปคนเดียวเถอะฉันคงร่วมโต๊ะกับคุณไม่ไหวจริงๆ”

 อรุณฉัตรเอ่ยออกมาหัวใจก็เต้นๆ ตุ้มๆ ต่อมๆ เธอกลัวว่าเขาจะลุกมาบีบคอจริงๆ แต่พอพูดจนจบก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งที่เขาเพียงแค่ส่งสายตาขุ่นเขียวมาให้เท่านั้น และเธอคิดว่าควรจะหายตัวไปจากสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า

เมื่อคิดได้ดังนั้นอรุณฉันก็ลุกจากเก้าอี้แล้วก้าวเร็วๆ ออกจากห้อง มันเร็วจนแทบจะกลายเป็นวิ่งเลยก็ว่าได้

ชาร์ลส์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียงถอนหายใจถูกระบายออกมาอย่างหนักหน่วง เขาคงกลืนอะไรไม่ลงเช่นกัน ฝ่ามือทั้งสองสอดไซร้เข้าไปในกลุ่มเส้นผม สลัดไปมาเพื่อไล่น้ำที่อรุณฉัตรเทใส่เมื่อครู่ ตอนนี้สภาพเขาดูไม่ต่างจากไส้กรอกในจานสักเท่าไหร่เลย 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #13 ไรเฟิล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 23:42
    สงครามระอุทั้งบ้านเลย เหอๆ มันๆ
    #13
    0