ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 14 : บทที่ 7 รักสาม (สี่) เศร้า 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ต.ค. 57

บทที่ รักสาม (สี่) เศร้า 30%

***ปัญหาหนึ่งที่อัญพบเสมอคือ เปิดจองนิยายพร้อมโอนแล้วไม่ค่อยมีคนโอนก่อนพิมพ์ค่ะ ทีนี้พอนิยายมาก็เกิดการแย่งกันสิคะ อยากให้นักอ่านเข้าใจกระบวนการผลิตนิยายทำมือ คือว่าถ้านักอ่านโอนเงินมาก่อน มันจะช่วยได้มากในเรื่องจำนวนที่อัญต้องพิมพ์ ในกรณีที่ยอดจองไม่มาก อัญก็ไม่สามารถสั่งพิมพ์ในปริมาณที่มากได้

***ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ อัพจนนิยายจะเข้าโรงพิมพ์ค่ะ

รายละเอียดการจอง โอนเงิน และเลขบัญชีตามลลิงก์ไปเลยจ้า

http://http://namjan--publishing.blogspot.com/

 

“เธอกลัวฉันเหรอ?” เขาถามสบายๆ ขณะที่อรุณฉัตรต้องคลำทางเพื่อไปยังห้องครัวที่อยู่ไม่ไกลนัก หล่อนเริ่มเกลียดต้นไม้พวกนี้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาลงมาบดบังแสงจันทร์ เริ่มเคืองเจ้าของบ้านด้วยที่ไม่ยอมติดไฟในสวนอันรกครึ้มนี่

“ก็เปล่านี่ ว้าย!

อรุณฉัตรสะดุดเท้าตัวเองและล้มลงอย่างรวดเร็วจนเกือบเอาใบหน้าจูบผืนดิน หากแต่พ่อเทพบุตรสุดสวาทของหล่อนก็เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

“เธอไม่ได้เอาตามาหรือไงนะ” เขาประชดอย่างเคืองๆ ขณะที่สองแขนรัดร่างสาวสวยแน่นหนึบ ถ้าเจ้าหล่อนล้มลงไปคงได้เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันล่ะ บางทีจมูกโด่งรั้นนั่นคงต้องได้ศัลยกรรมปั้นดั้งใหม่

“เอามา...แต่มันมองไม่เห็นนี่ แล้วคุณ คุณจะ...กอดฉันอีกนานไหมเนี่ย?”

อรุณฉัตรอยากแทรกแผ่นดินหนีบรรยากาศอันโรแมนติกนี่เหลือเกิน ทำไมสวรรค์ต้องบันดาลให้เขาและเธอมีช่วงเวลาแบบนี้ด้วยนะ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเธอต้องพยายามหักห้ามใจแค่ไหน เมื่อกี้นี้ในห้องนอนของเขาเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว

“ก็...ความจริงกอดเธอก็อุ่นดีนะ” เขาตอบเรียบๆ ใบหน้าใต้เงาสลัวไร้ซึ่งรอยยิ้มแม้ว่าคำพูดนั้นจะเป็นไปในเชิงหยอกล้อก็ตาม

“จะบ้าเหรอ!? คุณจะมากอดฉันทำไม ปล่อยนะ! ไม่ปล่อยฉันร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย” ครูสาวขู่ฝ่ออย่างที่ใจกำลังคิด หัวใจเต้นตึกตักแข่งกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง

“ก็เอาสิ ฉันจะได้บอกพวกเขาไปไงละว่าเมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องนอนทำมากกว่านี้เธอยังไม่ร้องให้ใครช่วย ฉันเลยนึกเอาเองว่าเธอคงไม่ว่าที่ฉันกอดเธออยู่อย่างนี้”

“คุณชาร์ลส์!” อรุณฉัตรร้องเรียกชื่อพ่อเทพบุตรของตัวเองอย่างสุดจะทน เขาช่างหน้าด้านหน้าทนและไม่มีความเป็นสภาพบุรุษเลยสักกระผีก โอ...สวรรค์ที่เคารพ รีบเอาคืนมาเลยนะพ่อเทพบุตรสุดหล่อของเธอที่เคยเจอที่เมืองไทยนั่นน่ะ เธอจะเอาคนนั้นไม่ใช่อีตาชีกอคนนี้!

“อะไร?” เขาถามเสียงกระซิบขณะเลื่อนฝ่ามือไปตามส่วนโค้งเว้าผ่านชุดนอนที่ถูกซ่อนเร้นด้วยเสื้อคลุมอีกที แต่เนื้อผ้าก็ไม่ได้หนาเกินไปจนความร้อนจากฝ่ามือเขาจะซึมแทรกเข้าไปให้เจ้าของร่างรู้สึกไม่ได้ เสียงหายใจติดขัดจึงเริ่มมีมาให้ชาร์ลส์ได้ยิน เขาโน้มใบหน้าลงไปปลดปล่อยลมหายใจระรานอารมณ์รัญจวนของหญิงสาว หล่อนไม่มีวันชนะคนมากเล่ห์อย่างเขาหรอก

“คุณ...ปล่อยฉันเถอะนะ ได้โปรดเถอะ อย่าทำแบบนี้เลยเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า มัน...จะไม่ดี...นะ...โอ...ชาร์ลส์...”

อรุณฉัตรแย้มริมฝีปากเพียงเล็กน้อยแต่ชาร์ลส์ก็สามารถแทรกลิ้นสากร้อนชื้นเข้ามาดูดดึงลิ้นอ่อนนุ่มของครูสาวได้อย่างถนัดถนี่ หล่อนรู้ซึ้งแล้วว่าไม่สามารถต้านทานความต้องการของร่างกายได้เลยหากถูกปลุกเร้าด้วยเสน่ห์อันเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของชาร์ลส์

“เปิดปากอีกนิดคนดี...ได้โปรด...”

ชาร์ลส์วอนขอเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำจนอรุณฉัตรขนลุกเกรียวทั่วร่าง หล่อนตั้งสติอีกครั้งและไม่ยอมเปิดปากตามที่เขาบอก ใช้สองมือประทุษร้ายหน้าอกแกร่งกำยำแรงๆ ด้วยกำปั้นน้อยๆ อย่างแค้นเคือง

ปึ้ก! ปึ้ก!  ปึ้ก!

ชาร์ลส์รีบเลื่อนมือข้างหนึ่งมารวบมือบางของเจ้าหล่อนเอาไว้ ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตาย ไม่ใช่เพราะถูกหล่อนทุบจนตายแต่เพราะไม่ได้จูบหล่อนให้หนำใจต่างหาก ความหวานยังติดที่ปลายลิ้นไม่สร่างซา ไม่น่าเชื่อว่าหล่อนจะมีรสสัมผัสที่หวานเหลือเกิน หวาน...ยิ่งกว่าสตรีที่เขามีใจให้เสียให้อีก

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ชาร์ลส์ก็ได้สติ เขาผลักร่างหล่อนออกเบาๆ และถามในสิ่งที่ควรจะรู้เสียที

“เธอชื่ออะไรคนสวย และเข้าไปทำอะไรในห้องของฉันกันแน่ แล้ว...เรื่องอะไรที่เธอต้องไปยืนดมเสื้อนอกของฉันอย่างนั้น หึๆ เธอรู้หรือเปล่าถ้าฉันไม่เห็นเธอกำลังดมเสื้อนั่น ฉันคงไม่กล้าปล้ำจูบเธอแน่ๆ”

ชายหนุ่มต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้ และหญิงสาวก็ตอบออกไปอย่างไว เขาจะได้เลิกเข้าใจผิดเธอเสียที

“ฉันชื่ออรุณฉัตร เอ่อ...เรียกว่าเอลลี่ก็ได้ ฉันเป็นครูพี่เลี้ยงให้กับลูกๆ ของคุณแองจี้ ส่วนเรื่องที่ฉันเข้าไปในห้องคุณฉันบอกไปแล้วนะว่าแค่ไปเรียกคุณมาทานมื้อค่ำก็เท่านั้นเอง” อรุณฉัตรอธิบาย หล่อนเงยหน้าขึ้นสบดวงตาอันเซ็กซี่ที่เปล่งประกายในความสลัวของทางเดินที่ปกคลุมด้วยกิ่งก้านของต้นไม้ใบหนา

“เธอ...ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าแน่หรือ” เขาถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจขณะที่อรุณฉัตรพยักหน้าเร็วๆ ยืนยันแทนคำตอบ ตอนนี้ในใจของชายหนุ่มรู้สึกดีอย่างประหลาดที่เจ้าหล่อนไม่ได้เป็นผู้หญิงที่เจ้านายที่รักมักจะส่งมาเป็นของขวัญให้เขาในโอกาสพิเศษต่างๆ ดังที่เป็นมา และด้วยหน้าที่ที่หล่อนต้องทำให้บ้านหลังนี้ก็ทำให้เขาต้องเอ่ยบางอย่างออกไป

“ฉันขอโทษเธอด้วยเอลลี่ ฉันเข้าใจเธอผิดไป แต่ว่า...เธอก็ยังไม่ได้ให้คำตอบฉันนะเรื่องเสื้อนอกของฉันน่ะ”

ชาร์ลส์ยิ้มกริ่มในความมืดขณะเบียดร่างเดินผ่านอรุณฉัตรเพื่อตรงไปยังห้องครัว หัวใจแกร่งข้างในกำลังแกว่งไกววูบไหวแปลกๆ ราวกับเด็กน้อยที่ได้พบเจอของเล่นถูกใจ และเขาก็มั่นใจว่าไม่มีทางทิ้งขว้างของเล่นชิ้นนี้อย่างแน่นอน

อรุณฉัตรถอนหายใจอย่างปลงๆ ทำไมสิ่งที่เธอวาดฝันไว้ถึงได้ห่างไกลความเป็นจริงขนาดนี้หนอ แล้วต่อไปเธอจะสามารถมองหน้าพ่อเทพบุตรสุดที่รักของเธอได้อย่างไร ในเมื่อเขาได้เห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอจนเกือบหมดแบบนี้ น่าขายหน้าจริงๆ อรุณฉัตรเอ๋ย

หญิงสาวรีบตามชายหนุ่มเข้าไปในครัวทางประตูหลังบ้าน ป้ามาเรียกำลังจัดโต๊ะอาหารให้อย่างขะมักเขม้นเมื่อเธอไปถึง น่าเสียดายที่มื้อนี้ไม่มีข้าวสวย แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะเธอเองก็ไม่มีกะจิตกะใจจะรับประทานอะไรๆ แล้วล่ะ แม้ว่าท้องมันจะครวญครางประท้วงก็ตาม

“หิวที่สุดเลยครับมาเรียคนสวย” ชาร์ลส์ทักทายแม่ครัวคนเก่งที่เขาเคารพประดุจญาติผู้ใหญ่อีกคน นางมาเรียหันมายิ้มใหญ่ชายหนุ่มที่นางรักเหมือนลูกหลาน ก่อนจะหยิบโถสลัดมาตั้งท่ารอเสิร์ฟ

“ครูเอลลี่เอาสลัดหรือไส้กรอกกับมันบดดีคะ” มาเรียถามครูสาวที่ท่าทางแปลกไปพิกล เจ้าหล่อนหน้าซีดสลับกับแดงเถือกเป็นพักๆ จนนางอดสงสัยมิได้ “เป็นอะไรหรือเปล่าคะครูเอลลี่ แปลกๆ นะคะ เมื่อกี้นี้ยังดีๆ อยู่เลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ” มาเรียถามอย่างห่วงใยพลางตักไส้กรอกเยอรมันอันเขื่องพร้อมเบคอนให้นายหนุ่มอีกคนของบ้าน

“ปะ...เปล่า เปล่าค่ะ เอลลี่แค่ไม่ค่อยหิวค่ะ”

นางมาเรียมุ่นคิ้วอีกรอบ ก็ก่อนจะไปตามคุณชาร์ลส์ยังเห็นกะตือรือร้นว่าหิวจนจะกินช้างได้ทั้งโขลงแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้บอกว่าไม่หิวล่ะ หรือว่าคุณชาร์ลส์ผู้เงียบขรึมจะเสกคาถามหาเสน่ห์ใส่ครูเอลลี่คนสวยจนจังงังทำอะไรไม่ถูกอย่างนี้ โอ...ถ้าอย่างนั้นนางก็ขอลาก่อนละนะเพราะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอคุณชาร์ลส์

“ไม่หิวก็ต้องทานนะคะ นี่ค่ะ ไส้กรอกเยอรมัน เจ้านี้อร่อยนะคะทานกับสลัดนี่สวรรค์เห็นๆ เลยละค่า” นางมาเรียตักสลัดผักใส่จานให้ครูสาว ก่อนจะเลื่อนไปหยิบจานไส้กรอกทอดเพื่อจะได้เสิร์ฟของอร่อยให้ครูสาวลองรับประทาน แต่ทว่า

“มะ...ไม่! ไม่เอานะคะเอลลี่ไม่เอา! ไม่เอา...เอ่อ...ไส้กรอกค่ะ ไม่เอาจริงๆ ขอบคุณค่ะ แหะๆ”

นางมาเรียประหลาดใจเป็นล้นพ้นที่ครูสาวปฏิเสธของอร่อย ขณะที่คุณชาร์ลส์ของนางขอไส้กรอกเพิ่มเป็นสองชิ้น แถมยังส่งเสียงหัวเราะหึๆ เจ้าเล่ห์ในลำคอแปลกๆ พิกล นางว่าสองคนนี้ต้องแอบทำอะไรๆ กันมาแน่ๆ เลย...หรือว่า...อ๊ายยย!!! คุณชาร์ลส์ของป้ามาเรียไวไฟที่สุด!

“ป้าไปพักผ่อนแล้วนะคะ ครูเอลลี่ไม่ต้องล้างจานนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าให้สาวๆ ในครัวจัดการเองค่า”

อรุณฉัตรอยากบอกว่าป้ามาเรียขาอย่าเพิ่งไป แต่คงไม่ทันเสียแล้วเพราะป้ามาเรียสะบัดก้นอันบิ๊กเบิ้มของนางออกห่างจากประตูห้องครัวจนเธอมองไม่เห็นแม้แต่ชายผ้ากันเปื้อน รวดเร็วจริงๆ

“อะแฮ่ม เธอจะลงมือทานมื้อค่ำได้หรือยังเอลลี่” ชาร์ลส์เอ่ยขึ้นมาเนิบๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่ก็ทำเอาคนฟังผวาเฮือก

“อ่า...ค่ะๆ ทานค่ะทาน”

อรุณฉัตรลงมือรับประทานสลัดผักในจานของตนไปเรื่อยๆ แล้วนาทีต่อมาชาร์ลส์ก็หั่นไส้กรอกอันเขื่องในจานเขามาให้เธอเสียอย่างนั้น

“ไม่เอานะ! ฉะ...ฉัน ฉันไม่กินไส้กรอกของคุณเอาคืนไปเลย!

หญิงสาวหน้าแดงก่ำรีบตักไส้กรอกที่เขาเพิ่งวางใส่จานเธอคืนให้เขา ดูท่าอีตาชาร์ลส์คงรู้กระมังว่าเธอคิดอะไรอยู่ถึงได้ส่งเสียงหัวเราะในลำคอมาเยาะเย้ยเธอ

“แน่ใจหรือเอลลี่ หึๆ ไส้กรอกฉันน่ะ...ทั้งนุ่มทั้งหอม...แถมยังเบ้อเริ่มเทิ่ม เธอไม่สนมันแน่หรือ”

เขาว่าพลางหั่นไส้กรอกแล้วใช้ส้อมจิ้มเข้าปากช้าๆ กิริยานั้นเพื่อยั่วให้อีกฝ่ายได้หน้าแดงไม่เลิก เขาชอบที่เห็นหล่อนเขินอย่างนี้ หล่อนคงกลืนเจ้าไส้กรอกทอดไม่ลงไปหลายวันเชียวล่ะหลังจากที่ได้ยลโฉมไส้กรอกยักษ์ของเขาในห้องเมื่อครู่นี้

“อ๊าย! หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะอีตาบ้า!” อรุณฉัตรลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะกลับไปรักษาอาการหน้าชาเพราะความอับอาย เขาช่างกล้าเอาเรื่องนั้นมาล้อเธอเล่นได้ลงคอ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเธอไม่ได้หน้าหนาขนาดนั้นนะจะได้ทนฟังคำพูดสองแง่สองง่ามของเขาได้อย่างหน้าตาเฉยน่ะ

หมับ!

ข้อมือน้อยของเอลลี่ถูกชาร์ลส์คว้าหมับเอาดื้อๆ หล่อนพยายามแกะมือเขาออกแต่ไม่เป็นผล เขาผละจากจานอาหารแล้วลุกขึ้นยืนทันที

“เธอจะไปไหน?”

“ก็กลับห้องนะสิ ฉันคงกลืนอะไรลงหรอกถ้าคุณจะยัดเยียดความสัปดนของคุณมาให้ฉันรับประทานแทนน้ำสลัดนั่นน่ะ” อรุณฉัตรโต้ออกไปแล้วก็หน้าแดงก่ำ ชาร์ลส์ถอนหายใจให้ความเป็นผู้หญิงจ๋าของอีกฝ่าย หล่อนคงงอนเขาแล้วล่ะ แต่ขอโทษเถอะเขาจำเป็นต้องง้อหล่อนด้วยหรือ

“ก็ตามใจ ถ้านอนไม่หลับเพราะท้องร้องทั้งคืนก็ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่ จริงไหมครูเอลลี่ หึๆ” ชาร์ลส์ คิงส์ หัวเราะในลำคออย่างเย่อหยิ่ง เขาไม่ได้เอ่ยในเชิงงอนง้อเจ้าหล่อนดังที่ได้ตั้งใจไว้และมันทำให้เขารู้สึกผิดนิดๆ อย่างไรก็ไม่รู้

อรุณฉัตรหน้างอยิ่งกว่าเก่า เขาน่าจะง้อเธอบ้างสิ เธอหิวนะเนี่ย โฮๆๆๆ

ขณะที่อรุณฉัตรกำลังยืนหน้าบูดหน้าบึ้งรอการง้องอนของพ่อเทพบุตร ร่างสวยสะคราญของสตรีที่มีเรือนผมสีบลอนด์ทองก็นวยนาดลงมาจากชั้นสองของบ้านทางบันไดปีกซ้าย เอลิซ เกรย์จงใจแหวกเสื้อคลุมของตัวเองให้เผยเนินทรวงอวบอัดครัดเคร่งเกือบครึ่งเต้า เวลานี้บุรุษที่หล่อนหมายหัวว่าจะมาช่วยบรรเทาอารมณ์เปลี่ยวได้กลับมาที่นี่แล้ว หลังจากที่งานราษฎร์งานหลวงรัดตัวเขาจนหล่อนไม่ได้เห็นหน้ามาเกือบสองอาทิตย์ แค่เพียงคิดว่าจะได้เห็นโครงหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตรและนัยน์ตาชวนฝันสีเทาหม่นคู่นั้น ร่างกายของม่ายสาวก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก ถ้าโจนาธานช่วยบรรเทาเรื่องบนเตียงให้หล่อนได้บ้างหล่อนก็คงไม่ต้องหวังลมๆ แล้งๆ กับบุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นแน่

เสียงพูดคุยเบาๆ แว่วเข้าหูก่อนที่เอลิซจะเดินถึงส่วนที่เป็นห้องครัว มีไฟเปิดไว้ตามทางเดินเพียงสลัวเท่านั้นเพราะเวลานี้ทุกคนต่างก็เข้านอนกันหมดแล้ว

“ชาร์ลส์คุยกับใคร?” ม่ายสาวพึมพำกับตัวเองพลางสาวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อก้าวให้ถึงห้องครัวก่อนที่คู่สนทนาของชาร์ลส์จะหลบลี้ไป คอยดูเถอะถ้าเกิดเป็นแม่สาวใช้คนใดคนหนึ่งในบ้านละก็ หล่อนจะสวดให้ยับทีเดียว อย่าให้รู้นะว่าใครบังอาจให้ท่าชาร์ลส์ไม่อย่างนั้นหล่อนจะหาเหตุเฉดหัวเจ้าหล่อนออกไปจากบ้านนี้อย่างไวทีเดียว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น