ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 นางร้ายนิลอร 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ต.ค. 57

บทที่ 6 นางร้ายนิลอร 100%

***** ตอนนี้อัญเปิดจองนิยายสามเรื่องนะคะ ภรรยาชั่วราตรี ตราบาปนางบำเรอ และเล่ห์นรี ใครโอนเงินมารบกวนแจ้งด้วยนะคะ บางทีมียอดค้างเป็นพัน งงค่า หาเจ้าของไม่เจอจ้า

*****************

“โฮๆๆ มันไปหรือยังคะ แองจี้กลัวจนเข่าอ่อนไปหมดแล้วค่ะ โอ๊ะๆ ที่รักขาแองจี้จะเป็นลม...”

นิลอรแกล้งเข่าอ่อน ร่างทั้งร่างซวนเซอย่างไม่มีแรงจะทรงกาย เดือดร้อนสามีหนุ่มใหญ่แต่หัวใจฟิตเปรี๊ยะราวกับหนุ่มน้อยวัยเริ่มแตกพาน ต้องช้อนร่างเมียรักขึ้นมาด้วยสองแขนแกร่งอย่างเต็มอกเต็มใจ

“แองจี้! เป็นอะไรหรือเปล่าที่รัก โอ๋ๆๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะคนดี”

โจนาธานทอดมองเมียรักที่ซบหน้าหลับตาแน่นอยู่กับแผ่นอกของเขา แองจี้น้อยคงจะกลัวหนอนแก้วจริงๆ กระมัง

ขณะที่โจนาธานกำลังนึกสงสารเมียรัก ฝ่ายเอลิซที่ยืนมองสถานการณ์ในระยะประชิดก็ถึงกับขบกรามกรอดๆ ทีเดียว ก็เพราะเธอรู้ดีไงเล่าว่ามันไม่มีหนอนบ้าบออะไรนั่นตั้งแต่แรก แต่ยัยแองจี้ตัวร้ายกลับเอาสิ่งที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาเรียกคะแนนสงสารจากโจนาธานไปเต็มๆ เธอไม่น่าเสียท่ายัยเด็กนรกนี่เลย น่าโมโหนัก

“แองจี้กลัวค่ะ ที่รักพาแองจี้เข้าบ้านนะคะ แองจี้กลัวจนไม่มีแรงจะเดินแล้ว” นิลอรแสร้งบอกสามี คิ้วมนขมวดเข้ากันแทบจะเป็นโบว์ ริมฝีปากบนล่างขบเม้มเข้าหากันและสั่นน้อยๆ ขณะที่สายตาแลไปรอบๆ กายอย่างหวาดระแวง

“จ้ะๆ เราเข้าบ้านกันดีกว่านะ โธ่เอ๋ย ฉันไม่น่าปลูกต้นไม้เยอะๆ อย่างนี้เลย เจ้าพวกหนอนบ้าบอนี่มันเลยได้มีที่หลบแดดหลบฝน คอยดูนะพรุ่งนี้จะให้โรเบิร์ตตัดกิ่งไม้ใบไม้ รกๆ พวกนี้ออกไปให้หมดเลย”

หนุ่มใหญ่พูดเอาใจภรรยาขณะอุ้มเจ้าหล่อนเดินเข้าบ้านไป โดยไม่ได้รู้เลยว่าภรรยาที่รักได้ทิ้งความเจ็บเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ไว้ในหัวใจของสตรีที่มีเรือนผมสีบลอนด์ทอง

“ฝากเอาไว้ก่อนก็แล้วกันยัยแองจี้ ไม่เกินวันนี้พรุ่งนี้แกได้ระเห็จกลับเมืองไทยพร้อมแฝดนรกลูกของแกอย่างแน่นอน!

เจ้าของริมฝีปากสีแดงสดพึมพำกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น ปลายนิ้วทั้งสองมือกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ในเวลานี้ความเคียดแค้นชิงชังได้ถูกกักขังไว้ในหัวใจของเอลิซจนหมดสิ้นแล้ว และมันลุกโชนราวกับพระเพลิงกองใหญ่ที่กำลังเผาไหม้จิตใจของเจ้าของ แน่นอนว่าไฟแค้นหนนี้จะมอดดับลงไปก็ต่อเมื่อเจ้าหล่อนได้ครอบครองอาณาจักรของโจนาธาน คิงส์ อีกครั้ง และวันนั้นก็ต้องไร้ร่างของสตรีที่ชื่อนิลอรเช่นเดียวกัน!

 

คุณครูพี่เลี้ยงกับสองสาวใช้ชาวสิงคโปรค์กำลังปล้ำกับเด็กๆ ทะโมนทั้งสี่คนที่กำลังเล่นซนเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เวลาในตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว เด็กๆ รับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแต่เธอยังไม่สามารถพาพวกเขาเข้านอนได้สักที

“กรี๊ดดด!!! อันโทนี่อาวเป็ดน้อยของเจสซี่คืนมาน้า!

หนูน้อยเจสซี่พยายามอย่างยิ่งที่จะยื้อเจ้าตุ๊กตาผ้านิ่มเป็ดสีชมพูมาเป็นของตน ความจริงแล้วตุ๊กตาตัวนี้เป็นของอลิเซียและเจ้าหล่อนมอบให้เจสซี่เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่ดูเหมือนว่าอันโทนี่ผู้เป็นพี่ชายจะไม่เห็นด้วย

“นี่! ปล่อยนะยัยเด็กอ้วน! นี่มันเป็ดของอลิเซีย” อันโทนี่วัยหกขวบปลายๆ ร้องบอกและพยายามยื้อยุดสุดชีวิตเช่นกัน ในขณะที่พี่น้องคู่หนึ่งกำลังแย่งตุ๊กตาแต่กับอีกคู่กลับนั่งจ้องการ์ตูนในจอโทรทัศน์และหัวเราะอย่างสนุกสนาน

“คุณอันโทนี่คะดื่มนมเถอะค่ะคุณแม่เรียกกลับห้องแล้วนะคะ”

สาวใช้นางหนึ่งบอกคุณหนูคนโตสุดให้รีบมาดื่มนมเพื่อที่หล่อนจะได้พากลับไปส่งที่ห้องของเขา แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูจะไม่ทำตาม แน่นอนว่าหนึ่งคนไม่ดื่มอีกสามคนก็อย่าหวังเลยว่าจะยอมดื่มแต่โดยดี หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วยการันตีได้ว่าเด็กสี่คนนี้ช่างว่านอนสอนง่ายจนครูเอลลี่อยากจะลาออกวันละสามเวลา

อรุณฉัตรนั่งมองนมสี่แก้วตาปริบๆ และก่อนที่เธอจะได้เรียกเจ้าหนูทั้งสี่มาดื่มนมแล้วรีบเข้านอนอีกครั้ง เสียงใบพัดหึ่งๆ ของเฮลิคอปเตอร์ที่ดังอยู่ใกล้ๆ ตัวบ้านก็ช่วยหันเหความสนใจทั้งหมดของเด็กๆ ไปที่มันแทน

ชั่ววินาทีเสียกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นก็ดังก้องห้องทางปีกซ้าย ก่อนที่เด็กๆ จะไปยืนออที่ระเบียงเพื่อชมการลงจอดของแมลงปอยักษ์บนลานโล่งของบ้านหลังเตี้ยๆ ที่อยู่ถัดจากบ้านหลังใหญ่

ตอนนี้อรุณฉัตรเพิ่งจะเข้าใจว่าเหตุใดบ้านหลังนั้นจึงไม่มีหลังคา ที่แท้ก็เพราะว่ามันถูกดัดแปลงให้เป็นลานจอดเฮลิคอร์เตอร์ส่วนตัวของเจ้าบ้านนี่เอง เธอรีบต้อนเด็กๆ ให้เข้าห้องทันทีที่เห็นว่าเฮลิคอร์ปเตอร์ยุติการโชว์อันน่าทึ่ง เธอขู่ว่าถ้าไม่ยอมดื่มนมแล้วเข้านอน พรุ่งนี้เธอจะเพิ่มวิชาภาษาไทยในชั่วโมงเรียนอันน้อยนิดให้กับพวกเขา ซึ่งเด็กๆ ไม่เห็นด้วยอย่างแรงที่เธอทำกับพวกเขาเหมือนนักโทษเช่นนั้น แต่นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่เธอคิดออก

นาทีต่อมาการพาเด็กๆ เข้านอนจึงเรียบร้อยลงได้ด้วยดี อรุณฉัตรนึกขอบคุณคุณเอลิซที่ไม่ได้ให้ลูกๆ ของหล่อนนอนที่นี่รวมกับลูกๆ ของคุณแองจี้ ไม่เช่นนั้นเที่ยงคืนก็คงไม่ได้หลับได้นอนกันล่ะ

อรุณฉัตรปิดห้องให้เด็กๆ จนเรียบร้อยแล้วกลับห้องตัวเอง ตั้งใจไว้ว่าจะอาบน้ำอาบท่าอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะลงไปรับประทานมื้อค่ำก่อนที่ป้ามาเรียคนสวยจะปิดครัวเสียก่อน และเธอก็ไม่ผิดหวังเพราะป้ามาเรียกำลังทำอะไรสักอย่างบนเตา มันส่งกลิ่นหอมฉุยจนเธออดชมไม่ได้

“โอ้โห...หอมน่ากินจังเลยค่า”

นางมาเรียหันมายิ้มให้คุณครูพี่เลี้ยงก่อนจะกลับไปสนใจสิ่งที่เธอทอดอยู่ในกระทะ อรุณฉัตรสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะกลางห้องครัวที่เธอนั่งรับประทานอาหารค่ำคนเดียวมาเกือบอาทิตย์ วันนี้ทีจานเพิ่มมาอีกใบ

“ป้ามาเรียยังไม่ได้ทานมื้อค่ำหรือคะ” เธอถาม

“อ้อ...เปล่าจ้ะ ของคุณชาร์ลส์น่ะ เธอเพิ่งกลับมาเมื่อกี้นี้ สงสัยจะยังไม่ได้ทานอะไรป้าเลยทำเผื่อ เดี๋ยวเสร็จแล้วป้าจะไปเรียกมาทานพร้อมกับครูเอลลี่ไงคะ” นางมาเรียชี้แจงพลางปาดเหงื่อที่เริ่มซึมเพราะความร้อนจากหน้าเตา

อรุณฉัตรเห็นเช่นนั้นก็อยากแบ่งเบาภาระของแม่ครัวร่างท้วมที่เหนื่อยมาตลอดทั้งวัน เธอจึงอาสาไปตามคุณชาร์ลส์มารับประทานอาหารที่นี่ให้ พลางนึกในใจว่าคุณชาร์ลส์อะไรนี่ไม่ใช่เจ้านายหรอกหรือถึงต้องมาทานอาหารในห้องครัวเหมือนเธอ

“เดี๋ยวเอลลี่ไปตามคุณชาร์ลส์ให้ค่ะป้ามาเรียจะได้ไม่เหนื่อย ถ้าเอลลี่มาช้าป้าก็กลับไปอาบน้ำนอนเลยนะคะเดี๋ยวเอลลี่จัดการต่อเองค่า”

“จริงหรือคะครูเอลลี่ แหม...น่ารักจริงๆ มีแฟนหรือยังคะเนี่ย” มาเรียลองเลียบเคียงถามดู

“โอย...ยังไม่มีหรอกค่า ป้ามาเรียลองทุบหัวใครให้สลบแล้วไปโยนไว้ในห้องให้เอลลี่หน่อยสิค้า เอลลี่จีบผู้ชายไม่เป็นค่ะสงสัยชาตินี้จะขึ้นคาน คิกๆ”

อรุณฉัตรพูดทีเล่นทีจริงกับคุณป้าแม่ครัว แต่นางมาเรียนี่สิคิดจริงจังจนวางแผนไว้แล้วว่าจะดักตีหัวคุณชาร์ลส์รูปหล่อแล้วลากไปซ่อนไว้ในห้องของครูเอลลี่ในสักวันหนึ่ง แค่คิดนางมาเรียก็ยิ้มไม่หุบกับไส้กรอกในกระทะที่กำลังสุกได้ที่

ครูสาวออกจากประตูหลังห้องครัวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมราวกับป่าย่อมๆ เธออยากจะถือไฟฉายมาด้วยจริงๆ เพราะหนทางมันมืดจนน่ากลัว สงสัยจะไม่มีใครเทียวมาทางนี้กระมังถึงได้รกขนาดนี้ ความจริงมันก็ไม่ได้ไกลจากตัวบ้านหลังใหญ่นักหรอก แค่มันมืดจนมองทางไม่ถนัดเท่านั้นเอง

“ยู้ฮู เฮลโล! มีใครอยู่ไหมค้า”

อรุณฉัตรป้องปากแล้วส่งเสียงร้องเข้าไปในบ้านที่เปิดไฟสลัวๆ เธอมองไม่เห็นด้านในเพราะว่าติดกระจกทึบโดยรอบ แต่เห็นแล้วละว่าไฟเปิดอยู่ เธอเดินขึ้นไปทางบันไดหินเตี้ยๆ ความจริงบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้เล็กและเตี้ยอย่างที่เธอคิดหรอก อาจจะเป็นเพราะว่าเธอมองจากมุมสูงมันจึงดูเล็กในตอนนั้น

หญิงสาวลองเคาะประตูสองสามครั้งแต่เมื่อไม่มีคนมาเปิดจึงถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปเบาๆ ภายในบ้านที่ล้อมรอบด้วยกระจกสีทึมทึบ ด้านในกลับใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวทั้งหลัง ทั้งโซฟา โต๊ะตู้ ไม่เว้นแม้แต่แจกันลายสวยใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของบ้านก็เป็นสีขาวขุ่นๆ เหมือนสีงาช้างเช่นเดียวกับสีของโซฟาและมันช่างตัดกับพรมสีแดงอิฐที่ปูเต็มพื้นบ้านเหลือเกิน

“มีใครอยู่ไหมค้า!

คุณครูพี่เลี้ยงส่งเสียงร้องเรียกแต่กลับได้รับเพียงความเงียบงันกลับคืนมา เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบแล้วผลักประตูห้องหนึ่งในสามห้องที่มีอยู่ในบ้าน เธอเดาว่าห้องนี้ล่ะที่สมควรจะมีเจ้าของบ้านหลบซ่อนตัวอยู่ แต่แล้วการคาดเดาของเธอก็ได้ผลที่น่าตกใจ เมื่อห้องดังกล่าวมันเป็นมากกว่าห้องส่วนตัว เพราะมีเตียงขนาดใหญ่วางอยู่กลางห้อง ขนาดของมันใหญ่เสียจนเธอสามารถลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับเจ้าของห้องได้อีกสิบคนเชียวล่ะ

“ตายแล้ว! นี่คิดบ้าบออะไรเนี่ยยัยเอลลี่”

อรุณฉัตรส่ายศีรษะให้กับความคิดห่ามๆ เรื่องเตียงนอน หล่อนเดินเบาๆ และก็ไม่แน่ใจว่าเขาคนนั้นอยู่ในนี้หรือเปล่า เพราะนอกจากเสียงลมหายใจของเธอและเสียงครางเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศชั้นยอดเธอก็ไม่เห็นวี่แววของเขาเลย

ฉับพลันสายตาขของอรุณฉัตรก็ปะทะเข้ากับบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอตรงรี่ไปหามันทันทีเพราะแค่สีของขอบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเธอก็จำได้ไม่มีวันลืมเลย

“นี่มันผ้าเช็ดหน้าของฉันนี่นา? แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”

อรุณฉัตรวกกลับไปคิดเรื่องพ่อเทพบุตรของเธออีกครั้ง แม้ว่าจะผ่านมากว่าอาทิตย์แต่เธอก็ยังจำได้ไม่มีวันลืมเช่นกัน เรือนผมสีน้ำตาลอมทอง ใบหน้าคมได้รูปจมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวสะอาดและเรือนร่างสูงใหญ่ของเขา เหลือก็เพียงสีนัยน์ตาเท่านั้นที่ถูกบดบังไว้ด้วยแว่นสีชาเข้ม หรือจะเป็นเขาจริงๆ ชาร์ลส์คือพ่อเทพบุตรสุดหล่อจริงๆ หรือ

อรุณฉัตรกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง และหล่อนก็เห็นเสื้อนอกที่พาดอยู่กับราวหน้าห้องน้ำ และทันทีที่คว้ามันได้หล่อนก็ยกมันจ่อจมูกทันที

“โอ...พระเจ้า คุณคือคนนั้นจริงๆ ด้วย!

ครูสาวยิ้มอย่างดีใจ เธอจำกลิ่นพ่อเทพบตรสุดหล่อของเธอได้ โอ...พระเจ้า อย่างนี้เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาสใช่ไหม ต้องเป็นบุพเพแน่ๆ คุณชาร์ลส์ของเอลลี่

ขณะที่อรุณฉัตรกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งภาพฝันอันบรรเจิด เจ้าของห้องที่หล่อนตามหาก็ปรากฏกายที่หน้าห้องน้ำทิ้งระยะห่างจากหล่อนเพียงหนึ่งช่วงตัวเท่านั้น

ร่างสูงโปร่งของชาร์ลส์ยืนนิ่งงันอยู่หน้าห้องน้ำในสภาพที่ทั่วทั้งร่างมีผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว แต่ถึงกระนั้นมันก็มิได้พันไว้ที่รอบเอวสอบ แต่กลับคล้องไว้รอบคอแกร่งแบบลวกๆ ก็ใครจะไปนึกเล่าว่าพอเปิดประตูห้องน้ำออกมาจะเจอสาวแปลกหน้ากำลังยืนดมเสื้อนอกของเขาอยู่

นัยน์ตาสีเทาเซ็กซี่ทอดตรงไปสตรีแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องเขาด้วยความงุนงง เจ้าหล่อนเป็นใครกัน และจะยืนดมเสื้อเขาอยู่อีกนานไหม

“เสื้อนั่นไม่ได้ซักมาสามวันแล้ว แต่ถ้าเธอชอบกลิ่นมันนักฉันยกให้เอาไหมล่ะ” เขาถามออกไปแล้วยกสองแขนขึ้นกอดอกรอดูว่าเจ้าหล่อนจะตอบเขาเช่นไร แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่หลุดจากภวังค์ ความจริงแล้วแค่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าเขาว่าหล่อนหน้าคุ้นๆ ชอบกล

“จริงเหรอ คิกๆ ฉันเอานะเพราะฉันน่ะ แอบชอบเจ้าของ...” อรุณฉัตรตาเบิกโพลงเมื่อเสียงของตัวเองแทรกเข้ามาในโสตประสาต เธอกำลังตอบคำถามอยู่ใช่ไหม...ใช่สิ แล้วใครถาม?

“ว่าไง เธออย่าบอกนะว่าเป็นอีกคนที่คลั่งฉันจนบุกเข้ามาในห้องนอนฉันเนี่ย”

ชาร์ลส์ คิงส์ ยังเอ่ยต่อไป เขาใช้ผ้าเช็ดตัวซับผมบนศีรษะแรงๆ เมื่อหยดน้ำไหลลู่ลงมาโดนเนื้อตัวที่เขาเช็ดจนเกือบแห้งแล้ว

ครูสาวตัวชาดิกเมื่อได้ยินเสียงของพ่อเทพบุตรของตัวเอง ตอนนี้ความอายวิ่งพล่านไปทั่วร่างของเธอแล้ว เขาคงไม่เห็นใช่ไหมว่าเธอยืนดมเสื้อของเขาอยู่ โอ...ม่ายยย!!! น่าขายหน้าที่สุด!

“ฉะ...ฉัน...ฉัน...โอว้....พระเจ้า! คะ...คุณ คุณช่วยเอาเจ้านั่นไปเก็บก่อนได้ม้ายยย!!!

แก้มสาวขึ้นสีแดงจัดลามไปทั่วลำคอ เขาช่างหน้าด้านยืนสอบสวนเธอตั้งนานสองนานโดยที่ไม่ได้สวมอะไรเลยสักชิ้น แล้วนั่น! นั่นน่ะ! ไอ้เจ้า...อ้ายยย!!! ฉันยังเวอร์จิ้นนะพ่อคุณ!

ชาร์ลส์เบะปากเล็กน้อยก้มลงมองเจ้าสิ่งที่หญิงสาวทำหน้าสะอิดสะเอียนใส่ก่อนจะหันหลังให้เขา หล่อนแน่ใจหรือว่าเจ้าสิ่งนี้มันน่ารังเกียจจริงๆ หล่อนยังไม่ได้สัมผัสความน่ารักของมันต่างหาก

ชายหนุ่มเพียงแค่คิดว่าจะเป็นอย่างไร หากตัวตนที่เริ่มแข็งแกร่งถูกโอบรัดด้วยเนื้อกายของสาวเจ้า ฉับพลันความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับเปิดสวิตซ์ เขาร้อนขึ้นมาเพียงแต่เห็นท่าทีไม่ประสาซึ่งเจ้าหล่อนรีบเอามือปิดตาแล้วหันหลังให้เมื่อครู่นี้

“เธอแน่ใจหรือสาวน้อยว่าไม่อยากทำความรู้จักกับมัน ฉันว่าเธอคงเคยรู้จักมันมาแล้วล่ะ อย่าทำเป็นไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ไหนๆ เธอก็เข้ามาถึงในนี้แล้วนี่ ฉันว่าเรามาจัดการอะไรๆ ให้มันเสร็จๆ ไปจะดีกว่านะ”

ชาร์ลส์ไม่รอให้หญิงสาวได้มีเวลาปฏิเสธ เขาทิ้งผ้าเช็ดตัวอันหมาดชื้นด้วยหยดน้ำลงบนพื้นห้องแล้วตรงเข้าไปสวมกอดร่างบางจากด้านหลัง หล่อนะดุ้งอย่างแรงแต่เขาก็ไม่สนหรอก นาทีนี้เขาอยากทำอย่างอื่นมากกว่าปลอบประโลมให้หล่อนหายตกใจ

“นี่! ปะ...ปล่อยฉันนะ นี่คุณจะทำอะไรฉันเนี่ย!?” เอลลี่ร้องเสียงหลงเมื่อถูกพ่อเทพบุตรที่กลายร่างเป็นซาตานลวนลามเธออย่างหน้าด้านที่สุด เขายังไม่ได้สวมอะไรเลยนอกจากชุดวันเกิด!

“ไม่เอาน่าที่รัก เธอคลั่งฉันจนถึงขนาดมายืนดมกลิ่นเสื้อฉันถึงในห้องนอน มันฟังไม่ขึ้นหรอกหากเธอจะปฏิเสธว่าไม่อยากขึ้นเตียงกับฉัน ฉันไม่ปฏิเสธคนสวยอย่างเธอหรอกน่า” ไม่พูดเปล่าแต่จับร่างของหญิงสาวให้หันมาเชิญหน้า ใบหน้าหล่อนคุ้นตาเขาเหลือเกิน วงหน้าเนียนกริบเรียวเสลา จมูกโด่งรั้นคางมนได้รูปรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มตึงอย่างพอดิบพอดี หล่อน...เป็นนางฟ้ามาจุติหรืออย่างไรถึงได้งดงามปานนี้

“โอ...พระเจ้า! เธอสวยเหลือเกิน”

ชาร์ลส์ครางกระเส่าราวละเมอ นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามแนวคางได้รูปของสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างหลงใหล เขาหลงใหลหล่อนแล้วหรือ ไม่หรอก ในใจเขาคงภักดีต่อสตรีที่ชื่อนิลอรเพียงเท่านั้น อาจเป็นเพราะสถานการณ์กระมังที่ทำให้เขาไม่อาจยุติการกระทำอันไร้เหตุผลที่ทำอยู่นี้ได้

“ไม่...มะ..ไม่ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ ฉะ...ฉันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ได้โปรดอย่าทำอะไรฉันเลย”

อรุณฉัตรเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเมื่อเห็นนัยน์ตาสีเทาเซ็กซี่ร้อนแรงของเขา เธออาจจะยอมมอบกายให้เขาในนาทีนี้เลยก็ได้ หากจ้องตาเขานานกว่านี้ และมันจะต้องไม่เกิดขึ้น เธอยังไม่พร้อมกับเรื่องบ้าๆ นี่หรอก เธอเพิ่งเรียนจบ เธอยังเด็กเกินไป และเจ้าสิ่งที่กำลังดันหน้าท้องของเธออยู่ในขณะนี้เจ้าของจะรู้บ้างไหมว่าเธอกำลังเกรงกลัวมันสุดชีวิต กายแกร่งอันร้อนผะผ่าวเต้นตุบๆ ให้เธอรู้สึกผวาทุกคราที่หายใจเข้าออกทีเดียว ได้โปรดเถอะชาร์ลส์ ได้โปรดเอามันไปให้ไกลๆ จากเธอก่อนที่เธอจะยอมพ่ายแพ้ให้กับมัน

“ไม่...เธอนั่นแหละที่รัก หยุดพูดเสียที”

อรุณฉัตรตัวแข็งทื่อเมื่อถูกพ่อเทพบุตรสุดหล่อที่กลายร่างเป็นซาตานปล้นจูบแรกของเธอไปอย่างหน้าด้านๆ เธอกำลังจูบกลับเขาอย่างแน่นอน แต่...มันเรื่องอะไรที่เขาต้องมาจูบเธอด้วยเล่า เธอจะเก็บไว้ให้ว่าที่สามีนะ!

“อื้อ...ปะ ปล่อย ปล่อยฉันนะ! ปล่อยสิ!

ตุ้บ!

ร่างสองร่างล้มหงายบนเตียงที่มีฟูกหนารองรับ ชาร์ลส์ดันร่างของหญิงสาวถอยหลังจนมาจนมุมที่ขอบเตียงจนล้มลงไปในที่สุด ปมเสื้อคลุมของหล่อนถูกเขากระตุกออกในเวลาต่อมา สองมือหนาเที่ยวปัดป่ายไปทั่วเรือนร่างขาวโพลนอย่างหิวกระหายและร้อนรน

“ยะ...อย่า...คุณชาร์ลส์..ได้โปรด...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นฉันไม่ใช่!

อรุณฉัตรกลั้นใจร้องออกไปก่อนที่ชุดนอนของตัวเองจะถูกปลดเปลื้องออกจากร่าง เวลาที่อยู่ใต้ร่างของชาร์ลส์เธอไม่สามารถควบคุมกายได้เลย มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด แต่ถ้าเธอไม่ฮึดสู้เธอก็จะไม่เหลือความภาคภูมิใจใดๆ ไว้ให้ตัวเองอีกต่อไป

“โธ่เว้ย! ทำไม!?”

ชาร์ลส์ผละออกจากร่างอันลานตาของหญิงสาว เขาไม่นิยมการบังคับขืนใจ และสิ่งที่เจ้าหล่อนกระทำอยู่มันสื่อว่าเขากำลังกระทำเช่นนั้นอยู่

อรุณฉัตรรีบลุกขึ้นและผูกเชือกเสื้อคลุมด้วยความรวดเร็ว หน่วยตาทั้งสองข้างมีหยาดน้ำใสมาขังคลอปริ่มขอบตา เธออยากจะร้องไห้ให้กับความใจง่ายของตัวเอง

“ป้ามาเรียให้ฉันมาเรียกคุณไปทานข้าวค่ะ และฉันควรจะบอกคุณตั้งแต่แรกแล้ว ขอโทษนะคะ”

อรุณฉัตรก้มหน้างุดขณะเอ่ยขอโทษเขา หล่อนหันหลังเดินตรงไปที่ประตูทันทีที่พูดจบเพราะไม่อยากให้เขาเห็นหยดน้ำตา

“เดี๋ยวก่อน! รอฉันก่อน เดี๋ยวไปพร้อมกัน และอย่าคิดขัดคำสั่งฉันล่ะ”

ชาร์ลส์สั่งเสียงเข้มขณะควานหาเสื้อผ้ามาสวม เขาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยภายในไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เดินผ่านหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ทั้งสองเดินออกจากบ้านพักของชาร์ลส์เพื่อไปรับประทานอาหารที่ห้องครัว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #12 carray (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 23:49

    อือหือ 0/////0

    #12
    0