ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 11 : บทที่ 6 นางร้ายนิลอร 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ต.ค. 57

บทที่ นางร้ายนิลอร 25%

เอาปกมาอวดค้าฟฟฟฟฟฟ

หลังจากมื้อเที่ยงผ่านพ้นไป นิลอรก็ได้ทำความรู้จักกับอดีตภรรยาของโจนาธานอย่างเป็นทางการ ทุกคนในบ้านที่พอจะพูดภาษาไทยได้ถูกบังคับทางอ้อมให้พูดภาษาไทย เพราะเจ้าบ้านต้องการให้ทุกคนรับรู้ภาษาบ้านเกิดของภรรยาที่รัก อีกอย่าง ลูกๆ ของเอลิซจะได้ใช้โอกาสนี้ซึมซับเอาภาษาไทยไปด้วย

ร่างของสตรีผมสีบลอนด์ทองนั่งอยู่ตรงข้ามกับนิลอรด้วยท่าทีหยิ่งผยองอย่างร้ายกาจ แน่นอนว่ามีเพียงนิลอรเท่านั้นที่แลเห็นสิ่งนี้ เพราะคนอื่นๆ คงมองเห็นแต่ความสง่าและน่านับถือของเจ้าหล่อนเท่านั้น เอลิซกับลูกๆ ของหล่อนเพิ่งกลับมาจากไปเที่ยวที่สวนสนุกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้นิลอรไม่ได้เจอยัยปิศาจในทันทีที่มาเหยียบบ้านหลังนี้

“นี่เอลิซ อลิเซียแล้วก็อันโทนี่ ส่วนนี่ก็แองจี้ เจค็อบแล้วก็เจสสิก้าจ้ะ”

โจนาธานแนะนำให้ทุกคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการ รวมทั้งคนงานทุกคนในบ้านซึ่งได้แก่ป้ามาเรียและสาวใช้อีกสองคนซึ่งทั้งสามดูแลเรื่องอาหารและความสะอาดต่างๆ ลุงโรเบิร์ตสามีของมาเรียที่ดูแลเรื่องสวนรอบๆ บ้านและบางครั้งก็เป็นคนขับรถด้วย ส่วนอรุณฉัตรนั้นรู้จักทุกๆ คนรวมถึงเอลิซแล้วตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนที่เอลิซจะพาเด็กๆ ออกไปเที่ยวที่สวนสนุก

โจนาธานพยักหน้าให้ทุกคนออกไปได้ อรุณฉัตรจึงพาเด็กๆ ทั้งสี่ไปรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น เวลานี้ภายในห้องรับแขกจึงมีเพียงหนึ่งบุรุษกับสตรีสองคนซึ่งหนึ่งในนั้นคือภรรยาคนปัจจุบันของเจ้าบ้าน ส่วนอีกคนนั้นคืออดีตภรรยา

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณแองจี้ เพิ่งได้เจอตัวจริงของคุณและฉันก็ไม่แปลกใจเลยที่โจนาธานตกหลุมรักคุณ”

เอลิซ เกรย์ พูดพลางยิ้มพลางประหนึ่งดีใจนักหนาที่วันนี้ได้พบภรรยาของอดีตสามีเสียที ตรงข้ามกับนิลอรที่ตอนนี้แทบจะกระโดดขย้ำยัยปิศาจหน้าซื่อใจคดที่โป้ปดซึ่งๆ หน้า เจ้าหล่อนกล้าดีอย่างไรจึงทำราวกับว่าไม่รู้จักเธอ ในเมื่อสี่ปีที่แล้วยัยปิศาจตนนี้นี่ไงที่เป็นคนบอกให้เธอย้ายของออกไปจากคอนโดของโจนาธานด้วยข้อหาที่เธอเป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวเจ้าหล่อนต้องแตกแยก และตอนนั้นเธอก็อ่อนแอและใจร้อนเกินกว่าจะคิดหาเหตุผลมาประกอบคำลวงของหล่อน จนในที่สุดคำโป้ปดเพียงเล็กน้อยของยัยปิศาจก็สามารถพรากเอาความสุขไปจากเธอและลูกๆ รวมทั้งพ่อของลูกไปถึงสี่ปี แต่คราวนี้เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด แล้วเราจะได้เห็นดีกัน เอลิซ!

“แน่ใจหรือคะว่าไม่เคย ความจริงฉันว่าหน้าคุณคุ้นๆ นะคะ เราอาจจะเคยเจอกันมาก่อนก็ได้” นิลอรพูดมีเลศนัยจนฝ่ายสามีต้องกระแอมเสียงดังเพื่อปรามภรรยา

“อะแฮ่ม! ที่รัก เราตกลงว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นไม่ใช่หรือ” โจนาธานบอกกล่าวพลางเอื้อมมือมากุมมือบางของภรรยาแล้วบีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจไปให้ เขารู้ดีว่านิลอรรู้สึกอย่างไร การได้พบหน้าคนที่เจ้าหล่อนคิดว่าเป็นตัวการของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดกำลังจะทำให้หล่อนเข้าใกล้คำว่าสติแตก

นิลอรไม่ตอบแต่เม้มปากแน่นแล้วดึงมือตนออกจากมือของสามี

“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าคะ หรือว่าคุณแองจี้มีอะไรไม่พอใจฉันหรือเปล่า โอ...หรือว่าเรื่องของคุณคะ โจอี้

นิลอรหน้าตึงเมื่อยัยปิศาจเอ่ยชื่อสามีเธอด้วยคำเรียกขานที่สนิทชิดเชื้อจนเธออยากจะอาเจียน

“เออ...เรียกผมว่าโจนาธานเฉยๆ จะดีกว่าถ้าคุณจะกรุณาเพื่อนคนนี้นะเอลิซ” โจนาธานปรามเบาๆ เพื่อให้แม่เสือสาวพอใจ เขารู้เชียวล่ะว่าภายใต้ใบหน้าเรียบสนิทของนิลอรซ่อนพระเพลิงกองมหึมาเอาไว้ และเขายังไม่อยากกระโจนเข้าใส่ให้ชีวิตมอดม้วยมรณา

“ค่ะ ฉันขอโทษทีนะคะ บางทีฉันก็ลืมตัว ขอโทษจริงๆ ค่ะ” เอลิซกล่าวขออภัยแล้วก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด โจนาธานเห็นแล้วก็ให้นึกสงสาร เอลิซเรียกขานเขาด้วยชื่อนั้นมานานหลายปีแต่จะให้เปลี่ยนปุบปับมันก็คงจะยากอยู่ แต่ถ้าหากเปลี่ยนแล้วนิลอรจะรู้สึกดีขึ้นเขาก็ขอเห็นแก่ตัวสักนิดเพื่อภรรยาที่รักก็แล้วกัน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าคุณเอลิซไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆ อีกก็แล้วกันนะคะ เพื่อผู้ชายคนนี้ที่เขาหวังดีต่อคุณเสมอมา คุณเอลิซจะสัญญากับฉันได้ไหมคะ” นิลอรหยั่งเชิง หรี่ตามองยัยปิศาจหน้าซื่อที่กำลังยิ้มละไมส่งมาให้

“ได้สิคะ ฉันสัญญาค่ะว่าฉันจะไม่ทำให้คุณทั้งสองต้องผิดใจกันเพราะฉัน ฉันสำนึกในน้ำใจของพวกคุณเสมอที่ให้ฉันกับลูกๆ ได้มีที่ซุกหัวนอน ฉันสัญญานะคะว่าจะช่วยดูแลบ้านหลังนี้และช่วยงานของคิงส์กรุ๊ปอย่างสุดความสามารถ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

เอลิซ เกรย์ ก้มหัวให้กับอดีตสามีและภรรยาคนปัจจุบันของเขาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด แต่ในใจนั้นกำลังฮึกเหิมด้วยแรงอาฆาตพยาบาทที่มีต่อแองจี้ หรือยัยนิลอร เธอจำชื่อนี้ได้ไม่มีวันลืม ทำไมมันยังกลับมาที่นี่ได้อีก แล้วทำไมถึงยอมรับง่ายๆ ว่าไม่เคยเห็นเธอมาก่อน เพราะอย่างไรเสียคนที่เคยไล่เจ้าหล่อนไปเมื่อสี่ปีที่แล้วก็คือเธอนี่ไง และครั้งนี้เธอก็ต้องทำให้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ต้องวางแผนอย่างแยบยลไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้าไปบอกเจ้าหล่อนเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว เพราะเห็นได้ชัดว่านิลอรไม่ใช่หนูตัวน้อยๆ ให้แมวใหญ่อย่างเธอขย้ำได้ง่ายๆ อีกต่อไป

คนทั้งสามแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนตามแต่สะดวกซึ่งเอลิซก็มีห้องของตัวเองที่พักรวมกับลูกๆ ของหล่อนทางปีกซ้าย นั่นแสดงว่าทางปีกขวาจะมีเพียงคู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านเท่านั้นที่พักอยู่เพราะผู้ช่วยของโจนาธานอย่าง ชาร์ลส์ มีบ้านพักอีกหลังซึ่งอยู่ติดกับบ้านหลังมหึมานี้

 

เยื้องออกไปจากบ้านหลังใหญ่ มีบ้านหลังเตี้ยๆ มีระเบียงไม้ยื่นออกมารอบทิศทาง แต่ไร้ซึ่งมวลดอกไม้หรือแม้แต่ใบไม้สีเขียวปรากฏที่มุมใดมุมหนึ่งของตัวบ้านดังที่ควรจะเป็น ตัวบ้านเป็นสี่เหลี่ยมกว้างๆ ตกแต่งด้วยกระจกสีดำสนิทโดยรอบ แต่ที่น่าแปลกก็คือบ้านหลังนี้ไม่มีหลังคาแบบปกติ มันเป็นเพียงลานโล่งๆ โล่งมากแล้วก็กว้างอย่างที่สุด

“นั่นบ้านใครหรือคะป้ามาเรีย” อรุณฉัตรถามป้าแม่ครัวซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับผักสดสีเขียวๆ ในอ่างล้างจาน

“บ้านคุณชาร์ลส์นะแม่หนู” ลุงโรเบิร์ตวัยหกสิบปลายๆ แต่ยังดูแข็งแรงไม่แพ้เจ้าของบ้านเป็นคนตอบแทนภรรยาของท่านที่หันหลังล้างผักอยู่

“คุณชาร์ลส์...? นี่สมาชิกของบ้านยังมาไม่ครบอีกหรือคะ เอลลี่จำชื่อจะไม่ครบแล้วนะเนี่ย แค่เด็กๆ เอลลี่ก็ปวดหัวแล้วค่ะ” เธอไม่ได้พูดเกินจริงนะ ก็ตอนรับงานบอกว่าดูแลลูกๆ เจ้าของบ้านแต่เธอไม่ได้รู้นี่นาว่าเขารับเอาลูกๆ ของอดีตภรรยามาเป็นลูกบุญธรรมด้วย งานนี้ครูพี่เลี้ยงอย่างเธอเลยเจอแจคพ็อต แสบคูณสี่เลยล่ะ

“เหอะๆ ดีใจด้วยครับคุณครูพี่เลี้ยง คุณๆ ตัวเล็กๆ ดูท่าจะแสบไม่ใช่เล่น แต่อย่างนี้ดีนะลุงชอบ”

โรเบิร์ตว่าแล้วหัวเราะเอิ้กอ๊ากอย่างชอบอกชอบใจ เขาเห็นนายท่านมีความสุขก็มีความสุขตามไปด้วย

“ว่าแต่ครูเอลลี่อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ป้าจะได้ทำไว้ให้” มาเรียหญิงสูงวัยร่างท้วมถามครูพี่เลี้ยงคนสวยที่เพิ่งพบกันเมื่อเช้านี้ เจ้าหล่อนดูอัธยาศัยดี หน้าตารึก็น่ารักน่าชัง อย่างนี้น่าจะจับคู่ให้คุณชาร์ลส์เสียก็ดี ว่าแล้วก็คันไม้คันมืออยากให้คุณชาร์ลส์มาพบกับครูเอลลี่ไวๆ

“จริงหรือคะ เอลลี่ไม่เกรงใจน้า แต่เอลลี่เลี้ยงง่ายค่า กินอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละแต่กินไม่ค่อยเป็นเวลาเท่านั้นเอง”

มาเรียพยักหน้าเข้าใจเพราะด้วยหน้าที่ของครูสาวทำให้เจ้าหล่อนไม่สามารถรับประทานอาหารตรงตามเวลาที่ควรจะเป็น อย่างเช่นมื้อเที่ยงนี่ไง ครูเอลลี่ต้องพาเด็กๆ นอนกลางวันให้เรียบร้อยเสียก่อนเจ้าตัวถึงลงมาหาอะไรรับประทาน

“เสร็จแล้วครับครู” นายโรเบิร์ตช่วยยกข้าวที่อุ่นในไมโครเวฟออกมาใส่จานให้ครูสาวที่ถือช้อนนั่งรออยู่กลางห้องครัวใหญ่

“ขอบคุณค่ะลุงโรเบิร์ต สนใจทานข้าวสวยด้วยกันไหมคะ” อรุณฉัตรชักชวนแต่ลุงโรเบิร์ตแสนใจดีส่ายหน้าปฏิเสธ หล่อนดีใจที่สุดที่มื้อเที่ยงของเจ้านายเป็นอาหารไทยเพราะมันหมายความว่าเธอจะได้ทานข้าวสวยไปโดยปริยาย เธอชอบทานข้าวเพราะมันทั้งนุ่มทั้งหอม รับประทานกับอะไรก็อร่อยไม่เหมือนขนมปังทั้งจืดทั้งติดคอ คิดแล้วก็เริ่มลงมือรับประทานข้าวสวยกับแกงเขียวหวานอาหารไทยโดยฝีมือป้ามาเรียที่เป็นฝรั่งจ๋าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่เชื่อไหมว่าอร่อยที่สุดในโลก
 
 
ตอนหน้า เอลลี่กับชาร์ลส์จะเจอกันอีกรอบแล้วค่าาาา ฟินมากขอบอกกก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น