ตราบาปนางบำเรอ

ตอนที่ 10 : บทที่ 5 โปรดอย่าทำร้ายใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ต.ค. 57

บทที่ 5 โปรดอย่าทำร้ายใจ 100%

พี่เลี้ยงสาวพาบุตรชายไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วพาหลับเอาแรงหลังจากที่นั่งเครื่องมาตั้งแต่เช้า ส่วนคนที่เป็นบิดากลับมิได้พักผ่อนกายาอย่างที่ใจคิด นั่นเพราะว่ากว่าคุณภรรยาแสนดีจะกล่อมเจ้าหญิงเจสซี่ให้อาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับไปสมทบกับฝาแฝดผู้พี่ที่ห้องได้นั้นก็กินเวลาเกือบชั่วโมง แต่ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้อยู่ใกล้ชิดกับภรรยาแบบส่วนตัวอีกครั้งแล้ว

“แองจี้...แบบว่างอนเหรอจ๊ะที่รัก แหะๆ”

นิลอรเบะปากส่งให้แทนคำตอบ ต่อด้วยสายตาคมค้อนตามไปวงเบ้อเริ่ม สามีเลยหนุ่มของเธอช่างทำเสียงออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้เสียจริง

“ไม่ได้งอน แค่หมั่นไส้” ตอบตามความจริง ตั้งแต่วันนี้ไปเธอจะไม่ปิดบังสามีอีก ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็จะบอกเขาทุกเรื่อง เพราะบทเรียนอันมีค่าสอนเธอจนหลาบจำ

“หมั่นไส้เรื่องอะไรจ๊ะยาหยี” โจนาธานหน้าม่อยลงในบัดดล เขาไปทำให้แองจี้คนสวยหมั่นไส้ตรงไหนกันละนี่ สองแขนแกร่งรีบโอบรัดร่างแม่แองจี้น้อยด้วยความรวดเร็ว ประหนึ่งว่าการกระทำเช่นนั้นจะช่วยบรรเทาอาการหมั่นไส้ให้ลดลงได้

“หมั่นไส้เรื่องพี่เลี้ยงเด็กไฮโซ” นิลอรประชด แค่พี่เลี้ยงเด็กจะจ้างมาทำไมให้วุ่นวาย หรือถ้าเขาอยากจะจ้างก็แค่สาวใช้ธรรมดาๆ สักคนก็พอแล้วไม่เห็นต้องจ้างครูเอลลี่อะไรนั่นเลย อีกไม่กี่เดือนเด็กๆ ก็ต้องเข้าโรงเรียนที่นี่ แล้วครูเอลี่จะทำหน้าที่อะไรล่ะ

“โธ่แองจี้ เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังหึงจนพาลไปทั่ว” สามีที่อาวุโสกว่าเริ่มชี้แจง แต่มีหรือภรรยาสาวจะยอมรับ

“ใคร!? ใครหึงคุณมิทราบ!” สวนขึ้นทันควันด้วยความรวดเร็ว พวงแก้มสีน้ำผึ้งถูกสีชาดพาดผ่านประดุจสาวรุ่นแรกรักหัดเคอะเขิน

“ก็เธอไง?” โจนาธานตอบทันควัน ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ภรรยามัวแต่เขิน หอมแก้มนุ่มๆ ไปสองทีติดๆ

ฟอด! ฟอด!

“ว้าย! ตาบ้ามาหอมทำไมห๊ะคนกำลังงอนนะ!

หนุ่มใหญ่ยิ้มพร่างพรายเมื่อภรรยาหน้าแดงก่ำ เขาช้อนร่างหล่อนตรงไปที่เตียงทันที

“ฉันดีใจจังเลยแองจี้” โจนาธานกระซิบเสียงพร่าขณะวางภรรยาลงบนเตียง เขานอนทับหล่อนอยู่เช่นนั้นโดยที่ผู้เป็นภรรยามิได้อนาทรร้อนใจต่อน้ำหนักตัวของสามีแม้แต่น้อย ตอนนี้นิลอรรับรู้แต่เพียงว่าเรือนกายหนาหนักของเขากำบังปลุกเร้าอารมณ์รัญจวนในกายหล่อนให้ตื่นเพริศขึ้นมาอีกหน

“ดีใจเรื่องอะไรคะ” หล่อนถามกลับขณะปลดกระดุมเสื้อของสามีออกอย่างช้าๆ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาไม่อยากตอบแต่อยากช่วยแกะกระดุมมากกว่า

“เรื่องที่เธอหึงฉันไงที่รัก” ว่าแล้วก็ก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มของภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจ้าตัวหายใจแทบไม่ทัน

นิลอรพลิกร่างมาก่ายเกยบนตัวสามีเพื่อจะได้จัดการกระดุมเสื้อที่เหลืออยู่ของเขาได้อย่างถนัด

“ฉันหึงแรงนะ คุณยังจะชอบอีกงั้นหรือ” แม่นางร้ายนิลอรลองเชิง หล่อนร้ายแค่ไหนเขารู้ดีนี่นา ถ้าบอกว่าชอบละก็ชาตินี้ห้ามเปลี่ยนใจนะรู้หรือเปล่า

“ชอบที่สุดเลย ฉันดีใจที่ได้เป็นคนที่เธอหึง เพราะหมายความว่าเธอรักฉันเกินกว่าจะแบ่งปันฉันให้ใคร ฉันชอบ...ที่...ที่ได้เป็นคนสำคัญสำหรับเธอ”

นิลอรจ้องหน้าสามีอย่างค้นคว้า เขาไม่ได้โป้ปดกันใช่ไหม

“คุณกับลูกๆ สำคัญต่อฉันเสมอโจนาธาน เพียงแต่ว่าฉันมารู้ตัวก็เมื่อวันที่ฉันจากคุณไปไกลแล้ว และที่สำคัญกว่านั้นคุณไม่ได้คิดตามหาฉันเลย”

เมื่อหวนคิดถึงอดีตที่เป็นเหมือนหนามตำใจ อารมณ์พิศวาสหวามไหวในเรือนกายก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น นิลอรซบใบหน้าเรียวสวยลงกับแผนอกหนาเปล่าเปลือย กระดุมเสื้อที่เหลือถูกหล่อนสะกิดทิ้งไปก่อนหน้านี้

“ฉันยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาที่รัก และดีใจที่เธอยังให้โอกาสฉัน ให้โอกาสคนแก่ๆ คนนี้ได้พิสูจน์ความจริงใจ” นิลอรรับรู้ถึงฝ่ามือหนาที่ลูบแผ่นหลังให้อย่างอ่อนโยน เขารู้ด้วยหรือว่าเธอกำลังมีน้ำตา ไม่น่าเชื่อว่าแรงบีบอัดจากอดีตอันเจ็บช้ำจะสาดซัดเข้าสู่หัวใจจนเธอหลั่งน้ำตาออกมาไม่รู้ตัว

“คุณยังไม่แก่ซะหน่อย อย่างน้อยก็ครูเอลลี่นั่นไงที่มองเห็นตั้งคนหนึ่งแน่ะ” นิลอรรีบปาดน้ำตาพร้อมๆ กับปัดความเศร้าหมองทิ้งไป หล่อนกลบลบมันให้สิ้นด้วยอารมณ์ขันติดประชดประชัน แล้วเงยหน้ามองคนที่นอนทับอยู่ด้วยสายตาของแม่เสือร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อตัวโตๆ อย่างเขาให้ย่อยยับลงได้สบายๆ

“โอ...วกมาเรื่องนี้อีกจนได้ ฉันนึกว่าเธอลืมไปแล้วนะเนี่ย ฉันไม่มีทางสนใจครูเอลลี่หรอกน่า ครูเอลลี่นั่นน่ะเพื่อนรุ่นพี่ของฉันฝากมาอีกที ฉันต้องดูแลเจ้าหล่อนชนิดที่ว่าริ้นไม่ให้ใต่ไรไม่ให้ตอมเลยที่รัก” โจนาธานชี้แจง

“ฉันถึงได้บอกไงละว่าพี่เลี้ยงไฮโซ ชิ!” แม่แองจี้ยังยั๊วไม่เลิก เรื่องของเรื่องครูเอลลี่นั่นสวยกว่าไงล่ะ มันยอมไม่ได้!!!

“โกรธครูเอลลี่เรื่องอื่นอยู่รึเปล่าแองจี้ ฉันว่าเธอแปลกๆ นะที่รัก”

“ใช่!” นิลอรรับคำดื้อๆ ก็บอกแล้วไงว่าหล่อนจะบอกเขาทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใสไร้สิ่งใดซ่อนเร้นแอบแฝง “ฉันไม่ชอบที่ครูเอลลี่สวยกว่าฉัน สาวกว่าฉันแล้วก็ ขาว กว่าฉันยังไงล่ะ”

“นั่นไง! ฉันว่าแล้วเชียว” โจนาธานอุทานอย่างรู้ทัน ผู้หญิงก็มีเท่านี้แหละ เห็นชาวบ้านสวยกว่าขาวกว่าเป็นไม่ได้มันต้องมีอาการทุกคนล่ะ

“หมายความว่ายังไงห๊ะ นี่จะบอกว่ารู้ทันอย่างนั้นเหรอตาแก่!” นิลอรทุบอกสามีดังตุ้บๆ จนโจนาธานไอค่อกแค่กโบกไม้โบกมือยอมแพ้แม่เสือสาว

“แค่กๆ ฉัน...แค่กๆ ฉันไม่ได้หมาย...ความว่าอย่างนั้น แค่กๆ” สามีคนดีพยายามอธิบาย

“ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่ชอบนี่นา บ้านนี้ฉันต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้นรู้เอาไว้ซะด้วย”

“จ้าๆ รู้แล้วจ้า โธ่ๆๆ คนดีของฉันอย่าเพิ่งโมโหน้า เดี๋ยวแก่เร็วนะจ๊ะที่รัก”

“ก็ดีไงคะจะได้แก่ทันคุณไงไม่ดีเหรอ”

หนุ่มใหญ่ทำหน้าราวกับกลืนบอระเพ็ดไปทั้งต้น นี่เขาจะไม่ชนะเจ้าหล่อนสักเรื่องเลยใช่ไหม เฮ้อ!

“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้แล้วลงไปข้างล่างดีกว่านะ ฉันยังไม่ได้แนะนำเธอกับเด็กๆ ให้คนในบ้านรู้จักเลย อ้อ...แล้วก็เรื่องสำคัญ...”

โจนาธานอึกอักเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องอดีตภรรยาและลูกๆ ของหล่อน แต่เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อทุกคนต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน...อย่างสมานฉันท์

“เรื่องอะไรคะ?” นิลอรรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะลากสามีให้ลุกขึ้นมาด้วยเพื่อจะได้เจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราว

“เรื่องของ...เอลิซ เกรย์” โจนาธานบอกแล้วก้มหน้าน้อยๆ ไม่กล้าสานสบสายตากับแม่ของลูก

“หมายความว่ายังไง!? นี่คุณอย่าบอกนะว่าเมียเก่าคุณยังอยู่ที่บ้านหลังนี้!” นิลอรใจเต้นตึกตัก หมู่โลหิตในเรือนกายสูบฉีดเร็วแรงเพราะตื่นเต้นที่กำลังจะได้เจอต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องระเห็จกลับเมืองไทย

โอ...คุณพระช่วย! ใครก็ได้ช่วยจับเธอไว้ตอนที่เผชิญหน้ากับยัยตัวแสบนั่นทีเถอะ อย่าให้เธอเผลอบีบคอขาวๆ ที่ห้อยเครื่องเพชรเป็นนางเอกลิเกของเจ้าหล่อนเลย

“ใช่ที่สุดจ้ะที่รัก ฉันรีบพาเธอมาที่นี่จนลืมไปว่ายังไม่ได้บอกให้เอลิซกับลูกๆ ของหล่อนย้ายออกไป ฉันขอโทษนะที่รัก แต่ฉันสารภาพล่วงหน้าเลยว่าฉันไม่กล้าบอกให้หล่อนไป คือว่า...เอลิซกับฉันเคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน และตอนนี้หล่อนก็กำลังเดือดร้อน แล้วฉัน...ฉันรักเด็กๆ สองคนนั้น เอ่อ...ลูกๆ ของเอลิชน่ะ ฉันรักพวกเขามากและคงคิดถึงพวกเขาถ้าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว...” สามีตอบเสียงอ่อยอย่างกริ่งเกรงจนภรรยาชักหมั่นไส้ เขากำลังจะบอกว่าสามสี่ปีที่ผ่านมาเขาเอาความรักที่ควรจะเป็นของสองแฝดไปให้กับลูกๆ ของเอลิซอย่างนั้นหรือ โง่เง่าเสียจริงพ่อคุณ!

“แต่ตอนนี้คุณมีลูกของเราแล้วนี่ไงคะ อีกไม่นานคุณจะลืมพวกแกได้แน่นอน” นิลอรวอนขอด้วยเสียงอันราบเรียบ สามีเธออยากให้ภรรยาเก่าอยู่ที่นี่เพื่อคอยยุแยงตะแคงรั่วใส่ร้ายป้ายสีเธอหรืออย่างไร เขาไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่ายัยปิศาจหน้าขาววอกนั่นทำอะไรกับเธอไว้บ้าง หรือว่าจนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่เชื่อว่ายัยเอลิซเป็นคนวางแผนทั้งหมด

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะที่รัก เด็กๆ น่าสงสาร พวกแกเป็นเด็กกำพร้านะแองจี้ ฉันอยากมอบความรักให้พวกแกบ้าง อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้พวกแกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เธอช่วยเห็นใจฉันในข้อนี้ด้วยเถอะนะฉันขอร้องล่ะ”

นิลอรน้ำตาหยดแหมะๆ ไม่รู้ตัว เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะโกรธแค้นชิงชังยัยปิศาจที่ชื่อเอลิซ แต่เธอกำลังน้อยใจสามีที่พยายามทุกวิถีทางให้เธอยอมรับยัยปิศาจและลูกๆ ของหล่อน พูดง่ายๆ ว่าเขาต้องการให้เมียเก่ากับเมียใหม่อยู่ร่วมบ้านกันอย่าสันติ! ทุเรศ! เอาไฟมาเผาบ้านเถอะถ้าคิดว่าวันข้างหน้าบ้านหลังนี้จะยังสงบร่มเย็น ยัยปิศาจเอลิซได้อุบายใส่ไฟเธอจนเตียงนอนร้อนเป็นไฟแน่นอน

“โธ่...แองจี้ อย่าร้องไห้สิคนดี ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้นะที่รัก”

หนุ่มใหญ่พยายามอธิบายแต่นิลอรกลับส่ายหน้าไม่ยอมรับฟัง

“ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้งั้นคุณก็ต้องแก้ไขไม่ใช่ยัดเยียดให้ฉันยอมรับสิ่งที่คุณไม่ได้ตั้งใจอย่างนี้ ฉันจะบอกอีกครั้งถ้าคุณดันลืม...สี่ปีที่แล้วยัยเอลิซเป็นคนมาบอกฉันเองว่าหล่อนเป็นภรรยาของคุณ หล่อนต้องการให้ฉันไปจากคุณเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นมือที่สามทำให้ครอบครัวของคุณกับหล่อนต้องมาแตกหักกัน ถ้าคุณมั่นใจว่าฉันไม่ได้เป็นคนผิดในเรื่องนี้ก็แสดงว่ายัยเอลิซผิดเต็มประตู แล้วคุณยังจะให้ยัยบ้านั่นมาอยู่สร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเราอีกงั้นหรือโจนาธาน! ฉันถามหน่อยเถอะ!

คุณแม่ลูกสองปาดน้ำตาแรงๆ หล่อนพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาระหว่างประโยคอันยืดยาวเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงฟังเรื่องราวที่เธอระบายออกมาไม่รู้เรื่อง

“แองจี้! เราพูดเรื่องนี้กันอีกแล้วนะ ฉันบอกแล้วไงว่ามันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตอนนั้นเธออาจจะหึงฉันจนหูฝาดแล้วฟังคำพูดของเอลิซผิดไปก็ได้ เพราะไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ภรรยาของฉันก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นก็คือเธอนะแองจี้ ฉันรักเธอคนเดียวจริงๆ”

โจนาธานพยายามรวบร่างบางที่ปัดป้องอ้อมแขนเขาสุดชีวิตเข้ามากอดปลอบ นิลอรแรงเยอะเหลือเกินเวลากรุ่นโกรธเช่นนี้

“ฉันเสียใจที่สุดเลยโจนาธาน! เสียใจที่คุณเชื่อยัยปิศาจนั่นทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้ฟังคำแก้ต่างของหล่อนด้วยซ้ำ ความรักที่คุณเคยมีให้อดีตภรรยามันยังหลงเหลือในใจของคุณกระมัง คุณถึงเลือกเชื่อหล่อนมากกว่าฉัน ฉันที่เป็นเพียงแค่...ฮึกๆ นางบำเรอ..ฮืออออ”

“แองจี้...โธ่เอ๋ย...ทำไมถึงคิดไปไกลขนาดนั้นนะ ฉันไม่ได้รักเอลิซแล้ว เชื่อฉันเถิดคนดี อย่าร้องไห้เลยได้โปรดเถอะ แองจี้...ฉันขอโทษ...”

หนุ่มใหญ่กอดร่างที่สั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นของภรรยา ทั้งลูบหลังปลอบประโลมทั้งเพียรเช็ดหยาดน้ำตาที่รินไหลออกมาไม่หยุด หล่อนคงเสียใจเพราะคิดว่าเขายังมีใจต่อเอลิซ แต่เขาจะพิสูจน์ให้หล่อนเห็นเองว่าเขาจะไม่มีวันรักใครนอกจากหล่อนกับลูกเท่านั้น ได้โปรดใช้โอกาสนี้พิสูจน์หัวใจของสามีด้วยเถิด แม่แองจี้น้อยนิลอร...
 
****นิยายมีอีบุ๊คนะคะ แต่ว่าอัญอยากให้นักอ่านโหลดสักต้นเดือน ธันวา หรือตอนที่อัญอัปให้เป็นปกเดียวกับนิยายเล่ม เนื่องจากว่านิยายมีคำผิดเยอะมาก อัญจะขอแก้ก่อน แต่ถ้านักอ่านคนไหนทนไม่ไหว ก็เข้าไปโหลดอ่านก่อนได้ อัญเปลี่ยนปกเมื่อไหร่ ค่อยเข้าไปโหลดใหม่ก็ไม่เสียหลายจ้า
 
 
Book Detail
  1. Back
ตราบาปนางบำเรอ (EPUB)
<div id="ribbon" showribbon();"="" style="margin: 0px; padding: 0px; position: absolute; top: 198px; left: 1080px;">
 
 
 


Buy ฿ 299.00Get Free SampleCheckoutAdd to Wish ListSeller Link
Cover price : 300.00 Baht
File type : epub
Meb price : 299.00 Baht
File size : 3.51 MB
You saved : 0.33 %
 

อ่านได้บน :
 

- 5 Stars From 11 Ratings -

 

 


  

 

Book Synopsis
นิลอร หญิงสาวที่ถูกตราบาปในอดีตขีดเส้นทางเดินจนต้องรับภารกิจผลิตทายาท แต่ด้วยหัวใจที่เผลอไปรักผู้จ้างวาน นิลอรจึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่นางบำเรอเช่นเธอ จะได้เลื่อนขั้นเป็น ศรีภรรยา... โจนาธาน หนุ่มใหญ่หัวใจละอ่อนผู้ปรารถนาทายาทสืบสกุล เขาจะทำเช่นไรเมื่อหัวใจข้างในมันบอกว่าหลงรักนางบำเรอของตัวเอง... เอลิซ ม่ายสาวแสนดีที่ถนัดเรื่องสร้างความร้าวฉาน หล่อนจะทำทุกวิถีทางเพื่อไขว่คว้าตำแหน่งภรรยาของโจนาธานกลับคืนมา
*****
“อยากได้โจนาธานมากนักก็เอาไปสิ ฉันไม่ได้ผูกเขาไว้กับขาเตียงซะหน่อย ฉันเข้าใจดีเอลิซว่าเธอรู้สึกยังไง ผู้หญิงที่ขาดผู้ชายนานๆ อารมณ์บางอย่างที่ไม่ได้ปลดปล่อยมันอาจจะพลิพุ่งจนผลักดันให้สมองของเธอผิดปกติ อย่างเช่นในตอนนี้ไง เธอคิดอะไรอยู่เอลิซ! คิดว่าสามีชาวบ้านเป็นสามีของตัวเองงั้นหรือ เฮ้อ...เวรกรรมแท้ๆ” นิลอรเว้นวรรคเพื่อผ่อนลมหายใจ เอลิซกำลังทำให้เธอเหนื่อยเอาง่ายๆ ด้วยการใช้สมองประมวลถ้อยคำเจ็บๆ คันๆ มาฟาดฟันเจ้าหล่อนมากเกินจำเป็น
“แองจี้! เธอนี่มัน...”
“จุ๊ๆๆ อย่าน่าเอลิซ อย่าเถียงเลย เถียงไปก็สู้ฉันไม่ได้ ฉันไม่ถือแม่ม่ายจิตตกเพราะขาดเซ็กส์หรอกนะ แต่ขอล่ะว่าอย่าใช้วิธีสกปรกอีก ถ้าเธออยากได้เขาคืนก็ต้องแย่งกับฉันซึ่งๆ หน้า เพราะเธอเป็นมนุษย์ไม่ใช่เจ้าสัตว์สี่ขาที่มีไว้เฝ้าบ้าน กรุณาอย่ามาลอบกัด ไม่อย่างนั้นจะโดนยาเบื่อไม่รู้ตัว”
*****
‘หนึ่งนางบำเรอ หนึ่งสามี และหนึ่งอดีตภรรยา ภายใต้รั้วคฤหาสน์หลังเดียวกัน!’

****ภาคต่อ นางบำเรอตีทะเบียน (สามารถแยกเล่มอ่านได้จ้า)
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น