ดอกไม้ที่พ่ายแพ้ (Ebook ครบ 1000 โหลด เพิ่มตอนพิเศษแล้วจ้า)

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 ผู้ชายร้ายๆ ชอบใช้ความรุนแรง 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 มี.ค. 62


ขอบคุณอีกครั้งสำหรับยอดโหลดอีบุ๊กนะคะ สู่ 1000 โหลดแล้วจ้า

บทที่ 4 ผู้ชายร้ายๆ ชอบใช้ความรุนแรง

EBOOK

          MEB ->   อัญจรี - Meb    

                         ร้อยคำรัก


          อัญจรี - hytexts.com -> อัญจรี - hytexts.com thai ebook store | ePub ไทย 


          

          Google Play-> อัญจรี - Books on Google Play



          OOKBEE -> อัญจรี (น้ำจันทร์) - OOKBEE - ฟรี อีบุ๊ค(e-book) อีแมก(e-magazine ...


<*>*<*>*

*

ดวงตาของดาราหนุ่มเบิกโพลง เมื่อจู่ๆ ก็ถูกจูบดื้อๆ ริมฝีปากของหล่อนช่างนุ่มหยุ่นราวกับเจลลี่อุ่นๆ มันวางทาบกับริมฝีปากเขาเพียงเสี้ยวนาที ทว่าเขากลับจำความรู้สึกนั้นได้ราวกับจุมพิตนี้อยู่นานสักร้อยชั่วโมง อะไรกันล่ะ ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยจูบผู้หญิง ในละครที่เล่นก็มีบทเลิฟซีนไม่น้อย แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาด หัวใจเขาเต้นแรง มือไม้นี่ชาไปหมด

พลอยเพชรใช้ความกล้าข่มความอาย ไหนๆ ก็ทำไปแล้ว ย้อนคืนไปไม่ได้หรอก ถ้ากล้าได้ก็ต้องกล้าเสีย มันก็เท่านั้น เธอถอนริมฝีปากออกมา มิได้รู้หรอกว่ารสจุมพิตหวานละมุนแค่ไหน เพราะมิได้จูบลึกซึ้งถึงขั้นดูดดื่ม ก็แค่อยากให้เขาตกใจเล่นๆ และเธอก็ทำสำเร็จ เรวิญอึ้งไปเลย

หญิงสาวกวาดมองทั่วร่างเขาเสียรอบหนึ่ง ก่อนจะตบแก้มสากเบาๆ ให้เขารู้สติ เรวิญกะพริบตาถี่ๆ มือสองข้างจับริมฝีปากตัวเอง ท่าทีตื่นๆ ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกินพ่อคุณ

“ก็ปกติดีนี่นา โดนฉันจูบแล้วก็ไม่เห็นว่าผื่นจะขึ้น” ว่าแล้วยิ้มเยาะเย้ย 

เรวิญทำตาโต กัดริมฝีปากอย่างโมโห “นี่เธอ...กล้าดียังไงมาจูบฉัน!”

คนถูกถามยักไหล่ให้ “ก็จูบไปแล้วนี่นา ฉันเองก็ควรจะรังเกียจเหมือนกัน เพราะว่าปากนี้น่ะ...” แตะที่ริมฝีปากเขาถี่ๆ “จูบผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ ทั้งนางเอกนางร้าย เฮอะ! ก่อนจะว่าคนอื่นหัดดูตัวเองซะบ้างนะ”

เรวิญอ้าปากค้าง ยัยคนนี้นี่!

“หน้าตาท่าทางเหมือนจะใสซื่อ แต่นิสัยนี่ร้ายกาจจริงๆ”

“ฉันร้ายได้มากกว่าที่คุณคิดอีกจะบอกให้ คนที่ไม่มีอะไรต้องเสีย มันก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างคุณน่ะ ไม่มีวันเข้าใจหรอก”

“เธอหมายถึงอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

พลอยเพชรจ้องเขาอย่างรำคาญ นี่เขาไม่รู้จริงหรือว่าไปทำอะไรไว้ เหลือเชื่อจริงๆ

“ฉันไม่พูดหรอก ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งเจ็บ รู้ไว้แค่ว่าพ่อคุณรู้สึกผิดต่อฉันมาก ถึงขนาดยอมยกสมบัติให้ฉัน ขอแค่ฉันยอมแต่งงานกับคุณก็พอ”

“ฉันไม่แต่ง!” เขาค้านเสียงแข็ง

พลอยเพชรยกยิ้มที่มุมปาก “โอเค....งั้นฉันแต่งกับพ่อคุณแทนละกัน”

“นี่!?” เรวิญอึ้งรอบสอง นั่นหล่อนพูดจริงหรือ

“เฮ้อ...น่ารำคาญจริงๆ ฉันจะกลับบ้านแล้ว หลีก” เธอบอกให้เขาหลีกทาง ท่อนขายาวๆ นั่นขวางทางออกอยู่ 

“บ้านเธออยู่ไหน”

“ไม่จำเป็นต้องบอก”

“จำเป็นสิ ถ้าฉันอยากชนะก็จำเป็นต้องรู้ข้อมูลของศัตรูไม่ใช่เหรอ” 

พลอยเพชรตวัดมองคนพูดอย่างนึกเคือง ก็ได้ งั้นเรามาทำสงครามประสาทกันเถอะเรวิญ เบื่อเมื่อไหร่ คุณก็คงจะล่าถอยไปเองนั่นแหละ

“ไหนๆ ก็เป็นศัตรูกันแล้ว งั้นเอาเงินฉันคืนมา”

เรวิญวางซองเงินใส่มือหล่อนแรงๆ ไม่เชื่อหรอกว่าหล่อนไม่ได้เอาตัวเข้าแลก

“เธอคงได้จากพ่อไปมาก”

“ไม่มากพอเท่ากับสิ่งที่ฉันสูญเสียหรอก”

“หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าพ่อเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ!”

พลอยเพชรถอนหายใจแรงๆ “มันไม่ใช่อย่างนั้น!” เธอรีบปฏิเสธ

“ใช่จริงๆ นั่นแหละ โอ๊ย...อยากจะบ้าตาย เธอไม่ได้เรียนหนังสือใช่ไหม เธอทำงานที่ร้านเสื้อนั่น แสดงว่าเธอทำงานแล้ว”

“ฉันยังเรียนอยู่”

“แล้วทำไม...”

“ฉันทำงานเฉพาะเสาร์อาทิตย์ และวันที่ชั่วโมงเรียนไม่แน่นเท่านั้น เจ้าของร้านใจดี และอะลุ่มอล่วยให้ฉันเสมอเวลาที่ฉันเรียนหนัก อีกอย่าง งานบางชิ้นฉันก็เอากลับไปทำที่บ้านได้” อธิบายให้เขาเข้าใจชัดๆ เขาอาจจะอึ้งอีกก็ได้ถ้ารู้ว่าเธอเรียนที่ไหน

“ไม่อยากจะเชื่อว่าพ่อทำแบบนี้ นานเท่าไหร่แล้วล่ะ”

“หมายถึง?”

“นานเท่าไหร่แล้วที่พ่อให้เงินเธอ”

“ตั้งแต่อยู่มัธยม”

“หา!?” 

พลอยเพชรรู้ว่าเขาเข้าใจผิด และคงเข้าใจผิดไปไกลแล้วด้วย

“ฉันเหนื่อยจะคุยกับคุณแล้ว ขอตัวนะ ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก คุยกับคุณนี่เสียเวลาเปล่าๆ”

แล้วพลอยเพชรก็ก้าวข้ามท่อนขายาวๆ ของดาราหนุ่มไป โดยไม่สนเสียงร้องเรียกของอีกฝ่าย 

ครืด...

เธอเลื่อนประตูให้เปิดออก ทีมงานของเขามองตรงมาอย่างสงสัยใคร่รู้

“ขอโทษที่รบกวนนะคะทุกคน” เอ่ยแล้วก้มหัวให้เล็กน้อย ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวไปให้ไกลรถตู้ของพ่อดารา

เรวิญมองคนที่จากไปอย่างไม่พอใจนัก เขายังอยากคุยอีก คุยจนกว่าหล่อนจะยอมเลิกรากับบิดาเขานั่นแหละ

“เรย์ มีเรื่องอะไรกัน เล่ามาเดี๋ยวนี้นะ” 

พี่ปุ๊ถาม อยากจะรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรวิญนั่นแหละ

“ไม่มีอะไรครับพี่ รีบไปเถอะ ยังมีอีกสามงานนี่นา”

“โอเคๆ เอ้าทุกคน ขึ้นรถได้แล้ว เร็วๆ” บอกช่างหน้าช่างผมคนรถแล้วตัวเองก็ก้าวขึ้นรถบ้าง “ขอโทษทีนะ พี่ผิดเองที่ลืมงานที่มหา’ลัยของเราน่ะ คิวงานที่พอจะถ่ายทำได้ เลยต้องย้ายมาถ่ายทำวันนี้แทน”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมทำได้ อีกอย่าง งานมหา’ลัยน่ะ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ค่ายอาสาอะไรก็ไม่รู้ แค่คิดก็เหนื่อย”

“ไปเถอะน่า ปีสุดท้ายแล้ว ไปทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษาคนอื่นบ้าง เชื่อพี่”

ผู้จัดการชายใจสาวแนะดาราหนุ่มในสังกัด คงดีหากเรวิญเรียนจบไวๆ จะได้มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ ก็เขาน่ะ เป็นเบอร์หนึ่งของเธอในเวลานี้ อะไรที่ว่าดี ก็ต้องบอกต้องสอนกันล่ะ


คอนโดฯ ของสารภี (ห้องของยี่สุ่น)

หม้อสุกี้กำลังเดือดปุดๆ ในตอนที่สารภีก้าวเข้ามาในห้องน้องสาว มันส่งกลิ่นยั่วกระเพาะน้อยของเธอได้ดีนัก มื้อนี้สงสัยต้องกินจนพุงกางแน่ๆ

“ป้านุ่น! ป้านุ่นมาแล้ว!” 

บูมกับสองวิ่งเข้ามาหาหญิงสาวอย่างยินดี แม่ตัวแสบนั้นแทบจะกอดแข้งกอดขาด้วยรู้ว่าสารภีมีชุดเจ้าหญิงมาฝาก พอได้ชุดก็วิ่งเข้าไปหามารดาในห้องนอน เหลือแค่ตาสอง เด็กชายแก้มยุ้ยที่ยืนจ้องหน้าเธออยู่

“คิดถึงจังเลย มามะให้กอดที” หญิงสาวเอ่ย แล้วเด็กชายตัวน้อยก็อ้าแขนรอให้อุ้ม ไม่รู้ทำไมได้กลิ่นแป้งเด็กแล้วชื่นใจเหลือเกิน “แม่นิลอยู่ไหนลูก” 

“ดูน้องคับ” สองตอบ

“พ่อปานล่ะ”

“ทำงาน” เด็กน้อยตอบอีก 

สารภีอุ้มเด็กชายไปวางลงที่เก้าอี้ เธอเปิดฝาหม้อสุกี้ออกดูก็เห็นว่าของกินในนั้นกำลังสุกได้ที่

“กุ้งอยู่ไหนน้า กุ้งๆๆ” ใช้ทัพพีคนหม้อไปมา พอเจอกุ้งตัวโตก็ตักใส่ชามให้เด็กชาย หนูบูมวิ่งออกมาอีกครั้งในชุดเจ้าหญิงแสนสวยที่สารภีเป็นคนตัดให้

“สวยไหมคะป้านุ่น”

“สวยจ้าหลานรัก ป้าตัดให้ซะอย่าง”

หนูน้อยยิ้มกว้างเข้ามาประจบ เกาะแขนป้าคนสวยแล้วจุ๊บซ้ายจุ๊บขวา เด็กชายเห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าแขยง ทั้งส่ายหน้าอย่างระอา

“กินดีกว่าลูก ป้าตักให้นะ” บอกหลานให้นั่งลงแล้วตักของกินในหม้อให้ เนื้อปลาชิ้นใหญ่ๆ กับเห็ดเข็มทองสวยๆ ทว่าพอหนูน้อยรับไปกลับทำหน้ายุ่ง

“ป้านุ่นอ่า บูมไม่เอาเห็ด ไม่เอาๆๆ”

“โอเคๆ ไม่เอาก็ไม่เอาค่ะลูก ป้าขอโทษ ป้าลืม” ส่ายหัวให้หลานสาว แล้วย้ายเห็ดเข็มทองมาใส่ถ้วยเล็กให้เด็กชาย เจ้าสองยิ้มแป้นใช้ช้อนตักเอาเห็ดคำโต เป่าฟู่ๆ แล้วส่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย 

เสียงยี่สุ่นกล่อมลูกน้อยอยู่ข้างใน อีกนานกว่าน้องนนท์จะหลับ กลายเป็นว่าเธอมาทันเวลา อย่างน้อยก็ช่วยให้วงมื้อค่ำเป็นไปอย่างเรียบร้อย เธอไม่ได้นึกหิวเลย มองเด็กหญิงเด็กชายกินก็อิ่มตื้อแล้วล่ะ แล้วจู่ๆ กุ้งตัวหนึ่งก็ถูกแบ่งจากชามน้อยมาวางที่ชามของเธอ

“อาหย่อย...” 

เด็กชายสองบอกยิ้มๆ บุ้ยใบ้ให้สารภีกินกุ้งที่แบ่งมาให้ หญิงสาวเลยต้องกินไปเสียคำหนึ่ง ให้เด็กชายพอได้คลี่ยิ้มยินดี เด็กทั้งสองกินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังมาให้ได้ยิน ความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นได้แค่มีพวกเขาอยู่ตรงนี้

แล้วจู่ๆ สารภีก็คิดถึงความหลัง ในวันนั้น วันที่มีงานฉลองเล็กๆ ในห้องนี้ วันที่หัวใจของเธอแทบแตกสลาย

 

*****

พฤษภาคม 2014

ดวงตาคมของสารภีเฝ้ามองใบประกาศนียบัตรในกรอบสวย อยากยิ้มให้กับความสำเร็จที่ได้รับ แต่ยิ้มอย่างเต็มวงหน้าไม่ได้สักที ความรู้สึกผิดยังเกาะกินใจอยู่เนืองๆ ยิ่งในตอนที่มีข้าวปลาอาหารเต็มโต๊ะเนื่องในวันฉลองอย่างนี้ เธออดคิดถึงปัณณธรไม่ได้จริงๆ

“ตัวเอง มานี่มา...เค้าช่วยอุ้ม ตัวเองไปกินเถอะ” บุรุษหนุ่มหน้าตาใจดี เอ่ยขออุ้มบุตรสาวจากมือภรรยา อีกฝ่ายจะได้เปลี่ยนไปกินบ้าง มื้อค่ำมื้อพิเศษนี้ เขาจัดไว้ให้เพื่อสองสาวโดยเฉพาะ เพื่อฉลองให้กับสารภี พี่สาวของภรรยา ที่อุตส่าห์ชนะการประกวดดีไซด์เนอร์หน้าใหม่ หลังจากที่เจ้าตัวพยายามมาหลายครั้งหลายคราว 

“อือ...ค่อยๆ นะ ใกล้หลับแล้วล่ะ เอาใส่เปลเลยก็ได้” ยี่สุ่นบอกสามี แล้วเดินออกมาหาพี่สาว สารภีควรจะดีใจมากกว่านี้สิ หล่อนฝันมานานว่าอยากชนะการประกวดนี่นา “พี่เป็นอะไร คิดถึงเขาเหรอ”

คนถูกถามพยักหน้า “ชุดมันซักแล้วก็สะอาดจริงๆ นิล ก็แค่ซักเท่านั้น”

“รู้สึกผิดใช่ไหมที่ทิ้งเขามา”

สารภีพยักหน้าอีก มองโทรศัพท์ในมือแล้วใจหายแปลกๆ 

“ปกติก็น่าจะโทรมาแล้วนี่นา แต่คราวนี้ไม่โทรมาเลย”

“พี่ยังไม่ได้ขนข้าวของมามั้ง เขาก็เลยคิดว่าพี่ต้องกลับไป”

สารภีไม่มั่นใจว่าจะคิดแบบนั้นได้ไหม ใจมันหวั่นๆ ชอบกล

“ถ้าทนไม่ไหวก็กลับไปหาเขาสิ ไม่ได้ยากอะไรนี่”

สารภีหูผึ่ง ถ้าทำแบบนั้นมันจะดีหรือ ยี่สุ่นจะไม่ว่าเธอหรือ ทว่าสุดท้ายก็ตัดสินใจอย่างเร่งด่วน

“จะไปไหน” ยี่สุ่นถาม

“ก็มือถือปัณ...โทรไม่ติด งั้นเดี๋ยวฉันไปตามดีกว่า เอ่อ...ตามมากินสุกี้ฉลองด้วยกันไง” แก้ต่างแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แล้วรีบคว้ากระเป๋าถือออกจากห้องไป 

ยี่สุ่นได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ ความรักความหลงห้ามกันไม่ได้หรอก เธอรู้ดี


หัวใจที่กำลังเต้นถี่ สารภีได้แต่ปลอบให้มันสงบลง ก็แค่ยอมเสียฟอร์มสักนิด ง้อเขาสักหน่อย หวังว่าปัณณธรจะยอมเข้าใจ พักนี้เธอโมโหง่าย อารมณ์แปรปรวนบ่อย อาจเป็นเพราะรอบเดือนที่ขาดไป เธอจะให้เหตุผลเขาแบบนี้ ปัณณธรไม่ใช่คนพูดยาก หวังว่าเขาจะยอมเข้าใจเธอสักครั้ง เธอผิดไปแล้วที่เดินจากมา มันแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ในตอนที่เธอมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต เธอก็อยากแบ่งปันความสุขนั้นกับเขา ให้เขาโกรธเธอเสียให้พอ เธอจะง้อเขาเอง วิธีไหนก็จะไม่ยอมแพ้หรอก จริงๆ

ทว่าความตั้งอกตั้งใจของสารภีถล่มลงตรงหน้า เมื่อมาถึงห้องเช่าที่เคยอยู่แล้วรู้ว่าปัณณธรไม่อยู่ที่นั่นแล้ว เธอแทบจะมีปากเสียงกับคนดูแลตึกในตอนที่ขอให้อีกฝ่ายเปิดห้องที่เธอเคยเช่าให้ดู ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน เตียงที่เธอเคยใช้ เสื้อผ้า ข้าวของ มันหายไปหมดเลย...หายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

“ไม่จริง...ไม่จริง!” 

สารภีได้ยินเสียงตัวเองเพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท สองตามองไม่เห็น สองหูไม่ได้ยิน นี่เธอเป็นอะไร เธอเป็นลมหรือ ไม่นะ...ไม่....


สองชั่วโมงให้หลัง

สารภีนั่งมือสั่นอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้ายของโรงพยาบาล น้ำตาไหลไม่หยุด ได้แต่กำมือไว้แน่นๆ หลังจากถูกคุณหมอเรียกตรวจโน่นนี่นั่นไปหลายอย่าง เธอก็ได้รู้แล้วว่าที่มีอาการแปลกๆ นั่นเพราะอะไร ที่รอบเดือนหายไปนั่นก็ด้วย มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไรล่ะ 

การป้องกันด้วยถุงยางอนามัยที่เธอใช้มาตลอด ดูเหมือนว่าจะมีข้อผิดพลาดในวันนี้

“นุ่น”

สารภีสะดุ้งโหยง เมื่อมืออุ่นๆ ของใครบางคนวางบนบ่าของเธอ

“กลับกันเถอะ นิลรออยู่นะ” ปานบอก เขามาที่โรงพยาบาลในทันทีที่ถูกติดต่อไป ยี่สุ่นแทบเป็นลมตอนที่รู้ว่าสารภีเข้าโรงพยาบาล และหล่อนคงได้เป็นลมจริงๆ หากรู้ว่าสารภี...กำลัง ตั้งครรภ์

“ทำยังไงดีปาน ปัณติดต่อไม่ได้เลย จะทำยังไงดี”

“อย่าเพิ่งคิดมากเลย กลับกันเถอะ ไปกินข้าวให้อิ่มท้อง เรื่องอื่นค่อยคิด ไปเถอะนะ” ปานพยุงสารภีไปขึ้นรถแท็กซี่ อย่างน้อยหล่อนควรกินให้อิ่ม หากไม่ใช่เพื่อตัวเองก็ต้องเพื่อลูกในท้อง เขาไม่อยากให้หล่อนเป็นอะไรไปหรอก เพราะหากหล่อนเจ็บเพียงสักนิด ภรรยาคนดีก็คงมีอาการไม่ต่างกัน 

“ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยนะปาน ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย” 

สารภีร้องไห้เงียบๆ พิงศีรษะกับประตูรถแท็กซี่ เฝ้ามองแสงไฟรายทางทว่ามิได้โฟกัสที่จุดใด ตอนนี้เธอแค่อยากรู้ ปัณณธรไปไหน เขาย้ายออกโดยไม่บอกเธอเลยได้อย่างไรกัน ที่สำคัญกว่านั้น นอกจากเบอร์มือถือที่มี เธอก็ไม่รู้จะติดต่อเขาได้ด้วยวิธีไหน 

ปัณณธรค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง เขาไม่ค่อยมีเพื่อนที่สนิท อย่าเอ่ยถึงโลกของสังคมออนไลน์ เขาไม่คิดจะย่างกรายเข้าไปด้วยซ้ำ หากจะพูดกันจริงๆ แล้วนั้น เธอแทบไม่รู้จักครอบครัวของเขาเลยด้วย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรไปตามเขาที่ไหน หรือว่า...นี่เป็นสิ่งที่สวรรค์ต้องการ ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายทอดทิ้งเขามา ก็จำต้องยอมรับความจริง ยอมรับในโชคชะตา

 *****








อัป 60% เหมือนเคยค่ะ



**%






หน้าเพจ เฟสบุ๊ค อัญจรี น้ำจันทร์ สิมันตรา 
 
ทางอีเมล An_jung2011@hotmail.com

ทางโทรศัพท์ 0818322579 ,   

ทางline id lilly_valalee



****นิยายที่พร้อมส่ง จัดส่งนิยายทุกวัน จ - ศ นักเขียนส่งเอง ได้รับของแน่นอน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

41 ความคิดเห็น