TAETEN : BLACK ink PAINTER-

ตอนที่ 4 : BLACK 04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 มิ.ย. 60






You may not know what's going to happen
and  i'm just  too bored.
i don't wanna play this game anymore
so please beware because you're gonna
 get what you deserve :)

T--



     ช่วงกลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเองโดยองถูกเรียกให้ไปช่วยประกันตัวเพื่อนสนิทจากโรงพักไม่ใกล้ไม่ไกลป่ากรีนนิชเฟล เค้าพบแทยงนั่งหน้าตาบูดเบี้ยวเหมือนคนกำลังโมโหบางสิ่งบางอย่างมาอยู่สักพักใหญ่ เมื่อทำการประกันตัวเรียบร้อยเจ้าเพื่อนตัวดีก็ถูกนายตำรวจอบรมสั่งสอนอีกหลายยกแต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยดี เพียงแต่ตอนนี้ตัวแทยงเองเอาแต่นั่งเงียบในรถตลอดทางไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาทั้งนั้นจนโดยองอดสงสัยไม่ได้ ในที่สุดจึงตัดสินใจถามเพื่อนสนิทถึงเรื่องราวทั้งหมด  

          "ตกลงเรื่องจริงมันเป็นยังไงแน่...." โดยองถาม

          "ผู้ชายคนนั้นเป็นฆาตกรจริงๆ ฉันก็พูดไปหมดแล้วไง!" คนขับรถถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆเพื่อนที่นั่งข้างๆก็ตะคอกกลับมาเสียงดัง ทำเอาโดยองจำต้องเบรกรถก่อนจะจอดเลียบถนนตรงนั้น 

          "แกไม่มีหลักฐานอะ พูดไปมันก็เชื่อยาก..."


          "แล้วแกไม่เชื่อฉันเหรอ"

          "ฉันเชื่อแก แต่ฉันก็สองจิตสองใจไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างคุณทีจะเป็นฆาตกรได้....เป็นไปได้มั้ยว่าแกจะเข้าใจผิดคิดว่าเลือดกวางเป็นเลือดคนไรแบบนั้น..." 

     ฟังประโยคนั้นจบแทยงก็ขมวดคิ้วเขม็ง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใครต่อใครก็คิดว่าเค้าเข้าใจผิดกันทั้งนั้น! ทั้งเลือด ทั้งเศษอวัยวะ จะบอกว่าตาฝาดก็เป็นไปไม่ได้ เพราะภาพมันยังติดตาเค้ามาจนถึงตอนนี้เลยด้วยซ้ำ!

               "...." 
     จู่ๆแทยงก็เงียบไม่ยอมพูดตอบโต้อะไรอีก โดยองจึงได้แต่ภาวนาให้เพื่อนสนิทของตนใจเย็นลงกว่านี้เสียก่อน แล้วพอเห็นท่าทีของคนเป็นนักเขียนดูเป็นปกติแล้ว  โดยองจึงออกรถเพื่อมุ่งตรงไปส่งเพื่อนสนิทยังบ้านพักกลางป่ากรีนนิชเฟลทันที แต่ขับมาสักพักก็ต้องสะดุ้งตกใจอีกครั้งเพราะแทยงที่นั่งเงียบมานานสองนานจู่ๆก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย....

     "คืนนี้แกมานอนเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ"

     



     รถซีอาร์วีสีดำขับมาจอดหน้าบ้านของแทยงโดยวินาทีต่อมาเจ้าของบ้านและเพื่อนสนิทต่างพากันเดินลงมาจากรถหน้าตาแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก เพื่อนบ้านที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรจึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจกับภาพที่เห็น และก่อนที่เค้าจะรูดม่านปิดหน้าต่างจนเรียบร้อยชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา

          "ฉันไม่ไว้ใจพวกมันเลยมิสเตอร์ที..." ลูกค้าชายคนนั้นบอกพลางเอานิ้วมือทั้งห้าข่วนจิกผนังที่ทำด้วยไม้จนเกิดเป็นรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ ไม่เท่านั้นเจ้าตัวยังไม่วายหักนิ้วกร็อบๆจนเสียงกระดูกดังลั่น 

          "ถ้าพวกมันล้ำเส้นมากกว่านี้ ฉันจะจัดการเอง.." 

     พูดเพียงเท่านั้นมิสเตอร์ทีที่ชายคนนั้นเรียกก็ลับมีดเบลดของเค้าอย่างพิถีพิถัน เจ้าตัวเงยหน้าเอาหัวพิงโซฟาก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ให้ตายสิ 


     ค่ำคืนนี้มีงานให้ทำมากมายเหลือเกิน.....







          "ไอ้แทยง แกจะนั่งจ้องข้างหน้าต่างไปอีกนานแค่ไหนวะ" 
     โดยองพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของตนไม่ยอมขยับตัวไปไหนเกือบครึ่งชั่วโมงเอาแต่สอดแนมบ้านข้างๆไม่เลิก มันเป็นอะไรของมันวะ ไม่รู้ว่าสงสัยอะไรคุณทีนักหนา เค้าก็ดูสุภาพออก หรือว่าระหว่างทั้งสองคนจะมีเรื่องอะไรมากกว่านั้นกันแน่ ? โดยองคิด

          "ฉันก็จะพิสูจน์ให้แกเห็นไงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างที่ฉันบอกแกจริงมั้ย" 
     
     นักเขียนหนุ่มหันมาสบตาเพื่อนสนิทด้วยแววตาจริงจัง ทว่าคนมองกลับโบกมือแบบขอไปทีใส่ซะงั้น ด้วยความที่ง่วงจนหาวไปสามสี่รอบ โดยองจึงตัดสินใจจะหนีเพื่อนสนิทขึ้นไปนอนก่อน


          "เออ เอาเถอะ งั้นฉันนอนก่อนนะง่วงแล้ววะ เชิญแกแหกขี้ตาทำอะไรของแกต่อไปแล้วกัน" 
     โดยองบอกก่อนจะก้าวขาขึ้นบันไดไปแต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เดินเข้าไปถึงห้องนอน จู่ๆก็ได้ยินเสียงแทยงตะโกนเรียกเสียงร้อนรน คนถูกเรียกจึงรีบวิ่งแจ้นลงมาจากบันไดหน้าเกือบทิ่ม


          "เป็นอะไรของแก!" 

     คนไม่รู้เรื่องรู้ราววิ่งไปหาเพื่อนตัวดีทันที เมื่อเห็นแทยงกำลังถ่ายวิดีโออัดคลิปบางอย่างโดยองจึงชะเง้อหน้าออกไปมองผ่านหน้าต่างด้วยความสงสัย สายตาของสายหนุ่มเหลือบไปพบกับหญิงสาวผมสีแดงสดในชุดกระโปรงสุ่มเหมือนหลุดมาจากยุคเรเนซองค์ยังไงยังงั้นและที่น่าพิศวงกว่านั้นคือการคุณเพื่อนบ้านเปิดประตูรับเจ้าหล่อนอย่างดีเสียนี่!? 

          "เป็นไงล่ะเพื่อนบ้านของแกน่ะ..." แทยงแค่นหัวเราะ

          "น่าสงสัยจริงๆด้วยว่ะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครวะแต่งตัวหยั่งกับหลุดมาจากเทพนิยาย" พูดจบคนพูดก็แย่งโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทมาเปิดดูวิดีโอซ้ำ ถ่ายติดชัดเชียว! แสดงว่าไม่ใช่วิญญาณหรือตาฝาดไปเอง อย่างน้อยก็นับว่าเป็นข้อมูลที่น่ายินดี! คิดได้ดังนั้นโดยองได้แต่เอามือกุมอกและภาวนาให้สิ่งที่ตัวเองคิดถูกต้อง ขณะที่แทยงยังคงมองสำรวจบ้านข้างๆไม่ละสายตา

          "ฉันเห็นอย่างนี้เกือบทุกคืน ถ้ามีคนเข้าออกปกติ ฉันคงไม่คิดมากขนาดนี้ แต่ทุกคนที่เข้าไปในบ้านหลังนั้นไม่เคยกลับออกมา..." 

     ชายหนุ่มนักเขียนบอกพลางนึกถึงภาพหญิงชราและชายร่างยักษ์ที่ป่านนี้ยังไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็นอีกเลย ราวกับเรื่องที่เพื่อนบ้านคนนั้นบอกเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด ไม่มีคุณยายหรือพี่ชายไม่สมประกอบ ใครจะรู้บางทีเศษชิ้นส่วนมนุษย์ที่เค้าเห็นอาจจะมาจากคนสองคนนั่นก็เป็นได้!

          "บรื้ออ ถ้าจริงอย่างที่แกพูดก็ไม่ไหวนะ แกทนอยู่ไปได้ยังไง ย้ายออกเหอะ"

          "ยังย้ายไม่ได้"

          "ทำไมวะ!?"

          "ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันยังย้ายไม่ได้..." นักเขียนหนุ่มบอกโดยที่นัยย์ตาของเค้าสั่นไหว ,ใช่ จริงๆแล้วสิ่งที่เค้าควรทำคือการย้ายออกไปให้ห่างจากเรื่องราวแปลกประหลาดเกี่ยวกับเพื่อนบ้านคนนั้น ทว่าตัวเค้าตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากกระดาษขาวที่เปรอะเต็มไปด้วยคราบของหมึกสีดำ เพราะไม่เพียงหมึกสกปรกนั้นจะทำให้เค้าเจ็บใจที่ตัวเองต้องมีมลทิน มันยังบดบังความยั้งคิดและสติของเค้าให้เบาบาง แทยงเวลาเต็มไปด้วยความโกรธ เค้าไม่ลืมความรู้สึกหวาดกลัวที่เคยได้รับทว่ารอยยิ้มของชายคนนั้นกลับเป็นภาพที่ชัดเจนกว่าสิ่งใดในความคิด


          "ฉันจะต้องหาหลักฐานมาจับไอ้ฆาตกรนั่นให้ได้" นักเขียนหนุ่มประกาศกร้าวเสียงแข็งก่อนจะเดินผ่านหน้าโดยองแล้วขึ้นบันไดไปทิ้งให้เพื่อนสนิทยืนขนลุกตั้งอยู่หน้าบานหน้าต่างทั้งอย่างนั้น กว่าโดยองจะรู้สึกตัวเพื่อนของตนก็หายลับขึ้นไปข้างบนเสียแล้ว คนที่ยืนอยู่คนเดียวจึงรีบดึงม่านแล้ววิ่งตามขึ้นไปทันทีโดยองเม้มปากแน่นไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดจะกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้... 

     ถ้าเค้าบอกความจริงทุกอย่างให้แทยงฟังตั้งแต่แรกเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้....







     ก่อนตะวันจะขึ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง ฟ้ายังคงมืดและเป็นเวลาที่ผู้คนยังคงหลับไหลยกเว้นเพียงชายคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดสีดำทะมึน เค้าเดินหิ้วถังสกปรกเข้าไปในป่าสนอย่างที่ทำเป็นประจำตั้งแต่ก่อนที่จะมีเพื่อนบ้านช่างสอดย้ายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ น่าหงุดหงิดจริงๆพอหมอนั่นย้ายเข้ามางานของเค้าก็ไม่ราบรื่นอีกต่อไปเพราะต้องคอยหลบๆซ่อนๆจากแววตาคู่นั้น....แววตาที่กระหายอยากจะรู้ ความลับ ของเค้าเสียให้ได้....

     และขณะที่เค้าคนนั้นเดินคล้อยหลังไป ใครอีกคนที่แอบซุ่มดูอยู่นานก็ตัดสินใจเดินออกมาจากที่ซ่อน แทยงค่อยๆเดินอ้อมรถซีอาร์วีของโดยองแล้วปีนรั้วไม้ข้ามอาณาเขตไปยังบ้านของคนที่เค้ากล่าวหาสุดหัวใจว่าเป็นฆาตกร! 

     นักเขียนหนุ่มไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเอาแต่คิดหาทางว่าจะหาหลักฐานมาจากที่ใด สุดท้ายเค้าก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิตอย่างเช่นการแอบปีนขึ้นบ้านคนอื่น!! ให้ตาย ตั้งแต่เล็กจนโตคนเป็นนักเขียนไม่เคยนึกอยากลองทำอะไรเลวร้ายเช่นนี้เพราะเค้ายึดถือเรื่องศีลธรรมเป็นที่หนึ่ง แต่วันนี้ตัวเองกลับต้องมายืนตรงทางแยกที่มีป้ายตอกให้เลือกเดินระหว่างคำว่าศีลธรรมกับความจริง ซึ่งตัวเค้าเองก็ตัดสินใจละทิ้งคำว่าศีลธรรมไปตั้งแต่ที่เห็นหน้าต่างชั้นล่างของบ้านหลังข้างๆเปิดโล่ง โอกาสเหมาะเจาะแบบนี้จะมามัวคิดเยอะคิดแยะคงไม่ทันการ เจ้าตัวจึงคิดเข้าข้างตัวเองเสียว่าไหนๆก็เฉียดคุกเฉียดตะรางมาแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องรู้สึกผิดกับตัวเองไปมากกว่านี้... 


     ตุบ!

     นักเขียนหนุ่มพาตัวเองปีนเข้ามาในบ้านไม้สภาพทรุดโทรมอย่างหวาดระวัง สัมผัสแรกที่เค้าพบคือฝุ่นที่จับตัวเป็นแผ่นบนโต๊ะมีแจกันใบเขื่องที่บรรจุกุหลาบเหี่ยวๆปักอยู่  เจ้าตัวค่อยๆลงน้ำหนักเท้าเพราะไม่มั่นใจว่าในบ้านหลังนี้มีสมาชิกอยู่กี่คนกันแน่ แต่เท่าที่ดูเหมือนว่าที่นี่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดมานานแล้วเพราะหยากไย่บนฝ้าหนาจนน่ากลัวจะหล่นมาทับผู้อยู่อาศัย  ประเด็นสำคัญคือแทยงไม่ได้มีเวลานานขนาดนั้นเพราะเค้าจะต้องรีบพาตัวเองออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ทันก่อนที่เจ้าของบ้านจะกลับมาเจอเข้าเสียก่อน นักเขียนหนุ่มจึงตัดสินใจตามสัญชาตญาณของตัวเองไป เค้าจึงย่องไปทางปีกขวาของบ้านที่เริ่มสว่างเพราะแสงจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้ขึ้นจากฟ้า และแม้จะรู้ว่าเวลากำลังจะหมดลงทุกทีๆแต่แทยงก็ไม่ได้ร้อนใจนัก เค้าค่อยๆเดินตรงไปทางมูลี่สีเลือดนกอย่างใจเย็น หัวใจเต้นโครมครามเพราะอะไรบางอย่างบอกเค้าว่าสิ่งที่ตั้งตระหง่านตรงหน้านั้นน่าจะมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนไว้ วินาทีนั้นแทยงจึงแหวกมูลี่ดังกล่าวออกก่อนจะพบกับเตียงผ่าตัดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องโดยข้างๆกันนั้นมีอุปกรณ์ผ่าตัดมากมายที่ดูเป็นเครื่องมือเฉพาะเจาะจงไว้สำหรับ.....

     จู่ๆภาพเศษอวัยวะมนุษย์ก็ผุดขึ้นมาในสมอง แทยงรู้สึกกระอักกระอ่วนตรงช่วงท้องราวกับจะคลื่นไส้ออกมาเสียให้ได้ เค้ากลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผากของตนอย่างยากลำบากเพราะแม้จะเตรียมใจมาดีแค่ไหนเจ้าตัวก็อดกลัวไม่ได้ เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพหลักฐานชิ้นสำคัญจนเรียบร้อยสายตาของแทยงก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของมีดผ่าตัด..ร่างสูงเผลอตัวเดินเข้าไปใกล้เตียงผ่าตัดเตียงเตียงนั้น พอสูดหายใจเข้ากลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนก็ตีเข้าจมูกอย่างรุนแรงจนยกมือปิดจมูกแทบไม่ทัน  ร่างสูงจึงไม่คิดที่จะอยู่ที่นี่ให้นานกว่านี้แม้สักวินาทีเค้าจึงเดินออกจากห้องสยองขวัญแห่งนั้น ทว่าขณะที่แทยงกำลังจะเดินออกไปยังห้องโถงกลางบ้านเสียงประตูบ้านก็ดังขึ้นพอดี!!



          "อ้าว คุณโดยอง สวัสดีครับ..." โชคดีที่ก่อนเพื่อนบ้านนั่นจะหันหน้ามาพบผู้บุกรุกเช่นเค้าเจ้าตัวก็หยุดคุยกับเจ้าโดยองเสียก่อน!!อยากจะขอบคุณเพื่อนสนิทที่ตื่นขึ้นมาช่วงเช้าพอดี มันคงตกใจที่ตื่นมาไม่พบเค้าจึงเดินออกมาตามหาแบบนี้...


          "เอ่อ คุณทีพอจะเห็นไอ้แทยงบ้างมั้ยครับ ออกไปไหนแต่เช้าก็ไม่รู้"  เมื่อเห็นเพื่อนสนิทของเจ้าของบ้านหลังนั่นถามด้วยสีหน้ากังวล คุณทีจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประหลาดใจระคนเป็นห่วง

          "อาจจะเดินเข้าไปในป่าก็ได้มั้งครับ เมื่อวานเค้าก็ทำอย่างนั้น.." 

     โดยองฟังดังนั้นก็ถึงกับกุมขมับ ไอ้เจ้าแทยงมันคิดจะทำอะไรของมันอีกกันแน่?  แต่ก่อนจะคิดกังวลไปมากกว่านั้นคุณทีก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้ายากจะคาดเดาความรู้สึก


          "คุณไม่ลองเข้าป่าไปตามหาเค้าดูล่ะครับ ไม่แน่ว่าอาจจะมีอะไรอันตรายเกิดขึ้นกับเค้าก็ได้..." 

     ทันทีที่คุณทีพูดจบก็ไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจให้โดยองคิดเป็นห่วงเจ้าเพื่อนตัวดีขึ้นมา โดยองจึงค้อมหัวขอบคุณคนที่กำลังจะเดินเข้าบ้านไปโดยไม่มีทางได้รู้เลยว่าเบื้องหลังแผ่นหลังของชายคนนั้นบัดนี้กำลังปรากฏรอยยิ้มเย็นยะเยือกซึ่งหากใครได้เห็นเข้ากระดูกสันหลังคงจะต้องชาวาบอย่างไม่ต้องสงสัย ครั้นเมื่อประตูหน้าบ้านปิดลงทีก็เดินตรงไปปิดกระจกหน้าต่างบานที่เปิดอยู่เหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ทว่าสายตาแหลมคมของเจ้าของบ้านก็ปราดไปพบกับรอยนิ้วมือที่ปรากฎเป็นริ้วบนกรอบหน้าต่างเต็มไปด้วยฝุ่น เห็นดังนั้นเจ้าตัวจึงหัวเราะหึหึในลำคอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะดูเหมือนแผนลองใจจะได้ผลดีไม่น้อย เจ้าผู้ชายน่ารำคาญคนนั้นไม่ยอมเลิกเข้ามาวุ่นวายอีกจนได้ และหากเป็นเช่นนั้นก็เห็นทีต้อง จัดการ อย่างที่เค้าเคยบอกเอาไว้....


 

 


     แทยงไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่เลือกผลักประตูเข้าไปในห้องที่อยู่ใกล้มือมากที่สุด เพราะเมื่อเข้าไปได้สิ่งแรกที่เค้าเห็นก็คือห้องโล่งกว้างไม่มีที่ใดให้สามารถหลบซ่อนเลยแม้แต่ที่เดียว ที่น่าขวัญหนีดีฝ่อมากกว่านั้นคือรอบๆห้องนี้เต็มไปด้วยกรอบรูปทหารมากหน้าหลายหน้าที่กำลังยืนท่ามกลางควันไฟและระเบิดดูคร่าวๆราวกับเป็นช่วงสงครามโลกยังไงยังงั้น นักเขียนหนุ่มหน้าซีดกุมอกที่กำลังสั่นไหว ทั้งระทึกทั้งนึกอะไรไม่ออก ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกรอบรูปพวกนั้น และขณะที่กำลังเก็บภาพอยู่นั่นเองจู่ๆเสียงคนเดินก็ดังขึ้นจากข้างนอก แทยงชะงักทุกการกระทำก่อนจะเดินถอยหลังไปซ่อนตัวหลังบานประตู ภาวนาให้เจ้าของบ้านไม่เอะใจอะไร 

     ทว่า...



     แอ๊ด...


     ประตูที่ถูกเปิดออกทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูตัวเกร็งไม่กล้าขยับตัว เค้ากลั้นลมหายใจเพราะกลัวว่าคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของบานประตูจะได้ยินเสียงลมหายใจเข้า วินาทีนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัดรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากมายกำลังบีบคอให้เค้าค่อยๆขาดใจตายช้าๆ โชคดีเหลือเกินที่จังหวะสุดท้ายประตูปิดลงไปเช่นเดิม คนเป็นนักเขียนที่เปลี่ยนบทบาทเป็นนักสืบจึงหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เจ้าตัวคิดว่าตนจะรอดพ้นเงื้อมมือฆาตกรแล้ว แต่ที่ไหนได้ห่างไม่ถึงอึดใจประตูบานเดิมก็เปิดออกอีกครั้งที่สำคัญคนที่ยืนตรงข้ามฝั่งประตูยังดันบานประตูมาให้กดทับร่างของแทยงอย่างแรง คนถูกกระทำจึงไม่มีทางเลือก รวบรวมกำลังทั้งหมดผลักออกไปเต็มกำลัง ทั้งสองคนออกแรงสู้กันนานเกือบนาทีแต่สุดท้ายคนที่มีไหวพริบดีกว่าก็คือผู้ชนะ....




     ปึง!

     ในจังหวะที่แทยงออกแรงผลักทีก็กระโดดหลบเข้ามาในห้องพอดีทำให้เวลานี้ประตูห้องถูกปิดลงไปโดยที่เจ้าของบ้านได้มีโอกาสเห็นหน้าผู้บุกรุกชัดๆเสียที แทยงเบิกตาโพลงเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา เขารีบบิดลูกบิดเตรียมจะวิ่งหนีออกไปเพียงแต่เค้าช้ากว่าเจ้าของบ้านไปหนึ่งก้าวนักเขียนหนุ่มจึงถูกกระชากลงไปกองกับพื้นโดยที่มีร่างของคนที่เค้าปรักปรำว่าเป็นฆาตกรคร่อมทับอยู่ข้างบน!

          "ฉันเคยเตือนนายหลายครั้งว่าไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวาย" 

     เสียงเย็นของเจ้าของบ้านทำให้กระดูกสันหลังแทยงชาวาบ ดวงตาคมดูซ่อนเร้นมองจ้องมาไม่วางตา แทยงหายใจเข้าออกถี่เสียจนอกกระเพื่อมรุนแรง แม้ว่าจะหวาดกลัวเพียงใดหนูติดจั่นอย่างเค้าก็ยังไม่ยอมหยุดดิ้น แทยงออกแรงสู้คนที่คร่อมอยู่ด้านบนจนสุดใจ เค้าตะโกนตอกหน้าเพื่อนบ้านที่กำลังเอามือบีบคอเค้าเสียงดัง! 

          "แล้วคุณซ่อนอะไรไว้ล่ะ!!" พูดจบนักเขียนหนุ่มก็ได้จังหวะฮึดสู้ รีบผลักร่างที่คร่อมอยู่ให้ล้มไปอีกทางก่อนที่จะพาตัวเองลุกยืนแล้วหนีออกมาจากห้องนั้นได้สำเร็จ เจ้าตัวพยายามสงบอาการหวาดกลัวเมื่อเห็นอิสระภาพอยู่รำไรแววตาคู่เมื่อกี้ที่มองเข้าไปช่างดูโหดร้ายและเชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากเค้าช้ากว่านั้นแม้เพียงวินาทีตัวเองคงได้ตายกลายเป็นผีไปเสียแล้ว!! 


          "หนีไปก็ไม่รอดหรอก.." 

     ภาพเจ้าของบ้านเดินออกมาอย่างใจเย็นทำเอาหัวใจผู้บุกรุกลุ้นระทึกเมื่อพยายามเปิดประตูหน้าบ้านเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก!!

          "ประตูบ้านฉันมันเปิดยากกว่าที่นายคิดเยอะ" ได้ยินดังนั้นแทยงก็ออกแรงถีบประตูที่ปิดเป็นตายสุดกำลังทว่าประตูบานนั้นยังคงนิ่งไม่ยอมขยับ ขณะที่หางตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของคมมีดในมือเจ้าของบ้านพอดี แทยงจึงเปลี่ยนใจวิ่งสวนกลับไปทางทิศที่ฆาตกรยืนก่อนจะผลักโต๊ะตัวเดิมที่ตั้งข้างหน้าต่างให้ขวางทางคนตรงหน้า ชายหนุ่มอาศัยโอกาสรอดสุดท้ายเปิดบานหน้าต่างแล้วกระโดดหนีออกมาในจังหวะที่ใครอีกคนลุกขึ้นพอดี! ผู้บุกรุกจึงสามารถปีนรั้วข้ามกลับมายังเขตบ้านตัวเองก่อนจะวิ่งเข้าไปล็อคประตูได้ทัน แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเพื่อนบ้านน่าพิศวงก็ก้าวขาออกมาจากบ้าน สีหน้าของเค้ากำลังพึงพอใจที่ได้เห็นเหยื่อสู้จนสุดชีวิต.... 



          "แฮ่กๆๆๆๆ"

          เมื่อเข้ามาถึงในบ้านได้นักเขียนหนุ่มก็หมดแรง ทิ้งตัวลงพื้นแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดมากเท่าที่จะทำได้ จู่ๆแทยงก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าแขนของตนนั้นมีเลือดออกเมื่อถกแขนเสื้อขึ้นก็พบรอยถากลากยาวตรงต้นแขน ไม่รู้ว่าโดนคมมีดจังหวะไหน รู้แค่ตอนนั้นคิดอย่างเดียวคือต้องหนีเอาตัวรอดออกมาให้ได้!!!


     ติ้ด ติ้ด ติ้ด

     ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อกดโทรออกกลับโทรไม่ติดเสียถูกจังหวะ! แทยงรู้สึกเหมือนหัวของเค้ากำลังจะระเบิดให้ได้! ป่านนี้ไอ้บ้าโดไปอยู่ที่ไหน! ไม่รู้รึไงว่าตอนนี้ที่บ้านมีการไล่ฆ่ากันเกิดขึ้น!!!!  





          "ก็อก ก็อก ก็อก"
     และก่อนที่แทยงจะมัวหัวเสียอยู่กับเรื่องไร้สาระอยู่อย่างนั้นเสียงที่ดังจากหน้าประตูบ้านก็ทำให้หัวใจคนฟังตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม! แต่ว่าเวลานี้แทยงกลับไม่ได้มีความหวาดกลัวเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วๆมา เค้ากล้าพูดว่าตัวเองมีสติมากพอและจุดจบจะต้องไม่เป็นเหมือนพวกเหยื่อขี้กลัวในหนังฆาตกรรมพวกนั้น!! 

          "ฉันกำลังจะโทรแจ้งตำรวจ!" ชายหนุ่มขู่เสียงดัง

          "ก็โทรไปสิ..." 

     เสียงเรียบที่เอยขึ้นนอกประตูทำให้แทยงรู้สึกจนมุมเพราะเจ้าฆาตกรนั่นไม่มีท่าทีแยแสหรือหวาดกลัวตำรวจเลยแม้แต่นิด! และวินาทีต่อมาใครจะคิดว่าจู่ๆกระจกหน้าต่างชั้นล่างจะแตกออกกระจายต่อหน้าต่อตา! แทยงผงะถอยหลังชิดประตู รู้สึกบีบหัวใจเมื่อเห็นร่างใครบางคนกำลังปีนขึ้นมาประชิดตัว กว่าจะได้สติกลับมาก็ตอนที่สบตาเข้ากับฆาตกรจังๆ!

          "มาเล่นเกมส์กันดีกว่า..." ไม่พูดเพียงเท่านั้นคนที่ถือมีดในมือยังเหวี่ยงของมีคมเฉียดปลายจมูกเหยื่อที่กำลังยืนขาแข็งตรงหน้า แววตาสู้ใช้ได้ แต่จะสู้ไปได้ถึงไหนกันนะ... 


          "ถ้าฉันจับนายไม่ได้ภายในหกสิบวินาที ฉันจะเปลี่ยนใจออกไปตามหาเพื่อนนายที่อยู่ในป่าแทน แต่ถ้าฉันจับนายได้ ฉันจะฆ่านายซะ..." 

     คนฟังถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อยืนประจันหน้ากันแบบนี้สรีระเค้าอาจจะได้เปรียบคนตรงหน้ามากก็จริง... แต่แววตามันผิดกันเลย...ผู้ชายที่ถือมีดดูช่ำชองกว่ามากแววตาเค้าเต็มไปด้วยความมั่นใจไม่มีแม้ความลังเล ขณะที่ตัวแทยงเองเวลานี้แค่ครองสติให้รอดก็ยากแล้ว!!

          "ฉันไม่เล่น!"


     ฟับ!

     เสียงมีดแหวกอากาศเป็นคำขู่ชั้นดี และหากเมื่อกี้แทยงเบี่ยงตัวหลบไม่ทันเค้าคงโดนปาดคอไปแล้ว! 


          "หนึ่ง...สอง..." เสียงเย็นเอยขึ้นต่อเนื่องไม่มีการขอความสมัครใจใดๆทั้งนั้น เพื่อนบ้านฆาตกรแค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ เค้าเดินไล่แทยงขึ้นไปบนบันได แทยงจึงไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งสุดชีวิตไปตามทางเท่านั้น เวลานี้เสียงหัวเราะที่ไล่หลังทำให้คนวิ่งหนีหัวใจกระตุกรัว! 



          "...เก้า...สิบ..สิบเอ็ด..." 

     ผู้ล่าโบกมีดในมืออย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอาเล็บขูดวอลเปเปอร์จนเกิดเสียงแสลงหู แทยงเริ่มลนลาน วิ่งย้อนไปย้อนมาอย่างจนตรอก ยิ่งหางตาเหลือบไปเห็นคนข้างหลังเดินตามมาติดๆก็ยิ่งทำให้ความคิดเค้าเตลิดเปิดเปิงไปหมด ความตายรดต้นคอเป็นยังไงเพิ่งเข้าใจก็วันนี้!!





     "ยี่สิบห้า..ยี่สิบหก..ยี่สิบเจ็ด..."

     เวลาที่นับถอยหลังกดดันให้แทยงวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องนอนของตนที่อยู่สุดทางเดิน เมื่อเข้ามาได้เค้าก็ล็อคประตูก่อนจะดันลิ้นชักไปขวางหน้าประตูอีกชั้นเพื่อความแน่นหนา เสียงนับเลขยังคงดังหน้าห้องนอน ดังขึ้นดังขึ้นเรื่อยๆ  แม้ตอนนี้จะรู้สึกปลอดภัยกว่าเดิมแต่แทยงก็ตกอยู่ในสถานการณ์จนมุมอยู่ดี เค้าจึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความบอกโดยองให้แจ้งตำรวจให้เร็วที่สุด!

     ปึง! ปึง! ปึง!

     ส่วนตัวแทยงตอนนี้ต้องรับมือฆาตกรตรงหน้าเสียก่อนในเมื่อเกมส์การล่าไม่ยอมจบลงง่ายๆ และตอนนี้ผู้ล่าก็เอาแต่ทุบประตูเขย่าขวัญทุกขณะ ทว่าในสิบวินาทีสุดท้ายก่อนจะครบหกสิบวินาทีเสียงกระหน่ำทุบประตูก็เงียบลงไปอย่างน่าประหลาด....

     แทยงจึงเดินเข้าไปใกล้หน้าประตูเพื่อเงี่ยหูฟัง ไม่แน่ว่าไอ้หมอนั่นอาจจะเปลี่ยนความสนใจไปหาโดยองอย่างที่บอกไว้ นักเขียนหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็คว้ากุญแจรถซีอาร์วีของโดยองมาถือในมือ...



     กริ้ก 


     เสียงกลอนถูกสะเดาะทำให้เจ้าของห้องนอนเบิกตากว้าง ลิ้นชักที่ขว้างทางถูกประตูกระแทกมากระทบต้นขาของเค้าอย่างแรง! ชายหนุ่มจึงผลักประตูกลับไปโดยสัญชาติญาณ!

          "ครบหกสิบวิแล้ว ปล่อยฉันไปสิ!" แทยงกัดฟันตะโกนใส่ผู้ชายที่พยายามบุกเข้ามา ปล่อยไว้แบบนี้ไม่นานเค้าก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี!

          "ก็นายบอกเองว่านายไม่เล่นเกม" 

      คนพูดว่าจบประตูห้องก็เปิดผ่างออกมาลิ้นชักกระเด็นไปอีกทาง เมื่อบุกเข้ามาได้ผู้ล่าก็ต้องแปลกใจที่แทยงไม่ได้อยู่หน้าประตูห้องอย่างที่คิดเพราะขณะนี้นักเขียนหนุ่มกำลังนั่งอยู่บนกรอบหน้าต่างชั้นสองและที่เหนือสิ่งอื่นใดไม่มีใครคาดคิดว่าชายเจ้าของบ้านจะกล้ากระโดดลงไปจากหน้าต่าง!!



          "อั่ก..."

     แม้จะภาวนาให้ขาไม่หักทว่าคนบ้าบิ่นกลับรู้สึกชาที่เข่าซ้าย โชคดีแค่ไหนที่มีการปลูกไม้เลื้อยรอบตัวบ้านช่วยให้คนที่เพิ่งกระโดดลงมาจากชั้นสองไม่สาหัสอย่างที่ควรเป็น  แทยงจึงอาศัยจังหวะนั้นรีบประคองร่างตัวเองไปยังรถยนต์ของโดยอง เมื่อเจ้าตัวโผล่เข้าไปในรถได้ก็เสียบกุญแจแล้วสตาร์ทรถทันที ไม่ต้องรอลุ้นให้ระทึกเหมือนในหนังสยองขวัญเพราะฉับพลันรถซีอาร์วีก็สตาร์ทติด แทยงจึงเร่งเครื่องแล้วขับเดินหน้าออกไปทว่าตัวรถกลับไม่ยอมแล่นไปไหน เหมือนที่ล้อจะมีปัญหาเสียนี่!! 

          "บ้าเอ้ย!!"

     ร่างสูงสบถก่อนจะตัดสินใจลงมาจากรถ พลันสายตาเหลือบไปเห็นยางล้อรถที่แตกทั้งสี่เส้นราวกับมีคนจงใจ แต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้วเมื่อเค้าถูกของแข็งทุบลงที่ท้ายทอยอย่างแรง....



     แล้วภาพสุดท้ายที่แทยงเห็นก่อนจะสลบไปก็คือภาพรอยยิ้มซ่อนเร้นของเพื่อนบ้านคนนั้น...



          "นายแพ้แล้ว"







     ปวดจัง...ทำไมปวดไปทั้งตัวแบบนี้...

     พยายามลืมเปลือกตาหนักอึ้งก็ยากลำบากเสียเหลือเกิน ที่สำคัญพอขยับตัวแขนขาก็ไม่ยอมเป็นไปดั่งใจ และที่น่าสงสัยไปมากกว่านั้นคือตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหนกันแน่ ? 


          "ได้สติแล้วเหรอ ?" น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาททำเอาคนฟังเบิกตาโพลง เมื่อลืมตาขึ้นมาเจอหน้าฆาตกรแทยงก็ร้องตะโกนเสียงดัง!


          "อื้อ อื้อ"  ทว่าเสียงของเค้ากลับอู้อี้อยู่ในลำคอเพียงเท่านั้น ซ้ำร้ายแทยงเพิ่งสังเกตเห็นว่าร่างของตัวเองบัดนี้ถูกตรึงติดกับเตียงผ่าตัด แขนและขาถูกมัดลอยติดกับเสาที่ล้อมทั้งสี่ด้าน ไม่เพียงเท่านั้นเข็มขัดหนังสีน้ำตาลยังปิดปากของเค้าแนบสนิทจนทำให้เจ้าตัวไม่สามารถร้องตะโกนออกมาได้อย่างที่ใจคิด!!

          "ชู่ว" คนที่กำลังนั่งเท้าคางมองเหยื่อแสนซนของตนอยู่นานก่อนที่จะเริ่มลุกขึ้นยืน ต่อมาทีก็ค่อยๆสวมถุงมือยางอย่างใจเย็น เสียงถุงมือที่ถูกดีดจนเกิดเสียงเปรี้ยะๆดูจะข่มขวัญคนที่ถูกพันธนาการไว้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งเห็นคนที่นอนดิ้นบนเตียงดีดตัวไปมาจนเสาทั้งสี่สั่นเค้ายิ่งชอบใจ ทีเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าชายคนนั้นออกอย่างเบามือ ซึ่งดูเหมือนวิธีนั้นสามารถกระตุ้นความหวาดกลัวให้เหยื่อได้มากกว่าที่คาดไว้เพราะบัดนี้แทยงกำลังหลับตาปี๋พลิกตัวหนีดื้นเร้าๆ

          "อื้อ อื้อ อื้ออ" 

     นักเขียนหนุ่มตัวสั่นงก ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเค้าต่อจากนี้ ร่างสูงหลับตาไม่อยากยอมรับชะตากรรม ขณะที่หน้าท้องรู้สึกถึงความเย็นวาบของปากกรรไกรเหล็กที่รูดผ่านเพื่อตัดฉับเข้าที่เสื้อฮีคเทคของเค้า แทยงหายใจเข้าออกอย่างตื่นกลัว กำมือแน่นแล้วบิดเกร็งข้อเท้าเมื่อถูกปลายนิ้วมือร้อนลูบวนอยู่ตรงช่วงท้อง ขณะที่สมองกำลังพร่าเบลอ สติสัมปชัญญะค่อยๆเลือนลางยิ่งกว่าอะไรจู่ๆแทยงก็เห็นภาพๆหนึ่งโลดแล่นในความคิด มันเป็นภาพของเศษชิ้นส่วนมนุษย์ที่อยู่กลางป่าสนคราวที่แล้ว น่าหัวเราะจริงๆ สุดท้ายบทสรุปของเค้าก็กำลังจะจบลงไม่ต่างจากเหยื่อโชคร้ายพวกนั้น...เวลานี้แทยงจึงรู้สึกถึงมวลของเหลวที่พุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ เค้าอยากจะอาเจียนออกมาเสียเหลือเกินหากทำได้....


          "นายจะเอาขาข้างไหนไว้ ฉันให้โอกาสเลือก เห็นกับที่นายทำให้เกมมันน่าสนใจอยู่ช่วงนึง.." 

     เสียงที่กระซิบข้างหูทำเอาแทยงขนลุกซู่และเค้าก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอหลังจากนั้น นักเขียนหนุ่มดิ้นเร้าอีกครังจนเสาทั้งสี่ทิศสั่นจนน่ากลัว

          "อื้อ อื้อ"

          "อ่อ อยากจะพูดใช่มั้ย" 
     
     เมื่อเห็นแทยงกัดเข็มขัดหนังจนน้ำลายไหลย้อยเต็มคาง ทีจึงจัดการปลดเจ้าสิ่งนั้นออก ทว่าเมื่อได้โอกาสพูดคนเป็นนักเขียนก็ตะโกนเสียงดังสุดชีวิต!


          "ปล่อยผมเดี๋ยวนี้! ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!!!!!!!" 

          "เฮ้ แหกปากอีก ฉันจะตัดลิ้นนายเดี๋ยวนี้!" 
     
     ไม่พูดเปล่าผู้พูดยังกดร่างที่พยายามลุกนั่งให้นอนลงไปกับเตียงผ่าตัด ทีเอามือปิดปากแทยงแน่นจนแทยงหายใจแทบไม่ออก ตัดสินใจกัดมือฆาตกรสุดแรงเกิดจนเลือดผู้ชายคนนั้นออกซิบๆไม่เท่านั้นเลือดนั่นยังไหลไปเข้าปากเค้าอีกเสียด้วย! ฝ่ายทีที่โดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัวก็โมโหตัวเองที่ประมาทผู้ชายตรงหน้ามากเกินไป เจ้าตัวใช้หลังมือตบเข้าไปที่ใบหน้าแทยงฉาดใหญ่! วินาทีต่อมาแทยงพ่นน้ำลายผสมเลือดของฆาตกรลงข้างเตียงแววตากลับมาแข็งกร้าวอีกครั้งแม้จะหวาดกลัวจนตัวสั่น ทีเห็นดังนั้นก็หัวเราะสะใจ เค้าไม่คิดเลยว่าเหยื่อที่สิ้นไร้ไม้ตอกจะยังสามารถใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ได้อยู่


          "ฆ่าผมสิ! เอาเลย!" 

     คนเป็นนักเขียนท้าทาย เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัดนั่นเพราะเค้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว! ไม่มีผู้ใดบนใบโลกนี้ปรารถนาความตายยกเว้นผู้ที่สิ้นหวังกับการมีชีวิต ประโยคๆนั้นเคยเป็นประโยคที่แทยงใช้เกริ่นนำในหนังสือของเค้า ทว่าตนเองเพิ่งจะมาเข้าใจถึงความคมคายของมันก็เมื่อไม่กี่วินาทีนี้เอง! จริงแท้แน่นอน! เค้ายังไม่อยากตายแต่หากจะต้องถูกทรมานแยกชิ้นส่วนบนเตียงผ่าตัดแสนพิศวงนี่! ตายไปเลยเสียยังจะดีกว่า!! 


          "ความตายมันไม่เท่าไหร่หรอก นายถึงยังตายไม่ได้..." 
     
     เพื่อนบ้านคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา เงาสะท้อนเมื่อต้องแสงไฟของคมมีดทำให้หัวใจคนมองกระตุก ลุ้นระทึกจนสั่นไปทั้งช่วงตัว....



          "ฉันไม่ได้อยากจะฆ่านายตั้งแต่แรก ถึงนายจะน่ารำคาญแต่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย..." 

     คำพูดกับแววตาคมทำให้แทยงเผลอดีใจ บางทีเค้าอาจจะรอดก็ได้ใครจะไปรู้ ชายหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็สบตาคุณเพื่อนบ้านด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ก่อนที่เค้าจะต้องกลั้นหายใจเมื่อจู่ๆริมฝีปากบางก็เคลื่อนเข้ามาประกบ แทยงเบิกตาโพลงอย่างตกใจ วินาที่ที่ใบหน้าถูกประคองชายหนุ่มช็อคยิ่งกว่าตอนหนีฆาตกรเป็นไหนๆ นี่พระเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเค้ากัน!!


          "ฉันจะปล่อยนายไป แต่นายต้องสาบานว่าจะย้ายไปจากที่นี่และเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความลับตลอดชีวิต.." 

     น้ำเสียงจริงจังทำให้แทยงหลงสบตาอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ นี่มันหมายความว่ายังไง ผู้ชายคนนี้คิดจะเล่นแง่อะไรอีก!?

          "ถ้าผมไม่ทำล่ะ" แทยงถามทำนองหยั่งเชิง

          "ฉันก็จะฆ่านายเสียตั้งแต่ตอนนี้..." 

     แววตาไม่มีท่าทีล้อเล่นทำให้คนมองขนลุกชัน ถูกต้องแล้ว ยังไงเสียแทยงก็วางแผนจะย้ายออกไปจากที่นี่ไม่ช้าก็เร็วแต่เรื่องที่เค้าจะย้ายออกต้องเป็นเหลังจากตอนที่ได้เปิดโปงตัวฆาตกรเสียก่อน!

          "โอเค ผมจะย้ายออกและปิดเรื่องนี้เป็นความลับ" เค้าโกหก หากหนีออกไปจากที่นี่ได้เค้าจะนำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ตำรวจทันที  


          "อย่างนั้นก็ตกลง"

     เพื่อนบ้านสุดพิศวงคลี่ยิ้มกว้าง เค้าเดินไปปลดเชือกที่พันธนาการแขนขาของชายนักเขียน ฝ่ายแทยงเมื่อได้รับอิสระภาพเค้าก็เด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รีบพลิกตัวถอยห่างเพื่อนบ้านคนนั้นทันทีที่ทำได้ และก่อนที่จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นอีกเป็นลำดับถัดไปเสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความสิ้นหวังของผู้เคราะห์ร้าย! นักเขียนหนุ่มได้ยินดังนั้นก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาเพราะดีใจแต่ใครจะคิดว่าจู่ๆเค้าจะถูกเข็มฉีดยาปักลงมาที่ต้นคออย่างแรง แทยงตาเหลือกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย ประจวบกับจังหวะนั้นเจ้าตัวเผลอสบเข้ากับนัยย์ตาของอีกฝ่าย เห็นรอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว....นักเขียนหนุ่มได้แต่เจ็บใจก่อนจะทิ้งตัวทรุดลงไปในทันที


     ยาพิษ..






TBC
.........................................................

1.เคยบอกแล้วเด้อว่าดาร์คจนต้องร้องขอชีวิ๊ตตต
ฮือออ กลัวเองทำไมน้องเตนล์ทำแบบนี้กับคุณแทยง
ของเจ๊ 
2.มีแต่คนสงสัยว่าเค้าจะรักกันยังไง คนแต่งก็สงสัยเหมือนกัน (อ้าว)
555555555555 ขอบคุณคอมเม้นมากๆจ้าา 

3.จำทุกคนได้จากฟิคเรื่องก่อนๆ
เจอกันอีกแล้วว รู้สึกผิดนิดๆเรื่องเก่ายังไม่ยอมไปลงให้อ่านต่อ แง๊


4.ตอนนี้ยังฟีลมาอยู่ ไม่รู้จะเขียนต่อเนื่องอย่างนี้ไปได้ถึงไหน
ขอโทษล่วงหน้านะคร้าบ ถ้าจู่ๆหายไป มีเรียนซัมเมอร์งายย

#ฟิคหมึกสีดำ
ไปเม้าในแท็กหรือไขปริศนากันได้น้า /อ้อนๆๆๆๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #123 pcy-km (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 20:31
    ลุ้นน อย่างเเรง จิตแท้โว้ยคุณที!!
    #123
    0
  2. #119 Pearl Of Magic (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 04:24
    โดยองรู้อะไร??
    #119
    0
  3. #118 กุ๊กไก่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 21:46
    ลุ้นไปหมด
    #118
    0
  4. #85 norimaki bunz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 17:27
    ฮื่อออออ ชอบฟิคแนวนี้มากค่ะ ชอบคาแลคเตอร์เตนล์ ดูลึกลับแล้วก็เป็นเคะควีนดี 555555 เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่ 555555 ฮืออ เดาไม่ถูกเลยค่ะ ลุ้นมาก แต่งได้เข้าถึงมากเลย แต่ก็คิดไม่ออกเลยจะรักกันยังไงงงง งงสุดคือ เตนล์ลูก หนูจูบพี่เค้าทำไม 555555 สงสารพระเอกสุด เหมือนจะสู้อ่ะแต่ก็กลัว ???? จะรอนะคะไรเตอร์ แต่งดีมากเลยค่ะ ชอบบบบ
    #85
    0
  5. #84 เอ๋วิ่งดิเอ๋ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:39
    โอย โอ่ย โอ้ย โอ๊ย โอ๋ย. ... ช๊อคพูดไม่ออกบอกไม่ถูก. มิสเตอร์ทีมาแบบโรคจิตจริงๆ สงสารพระเอกชั้นเลย

    เป็นตู ตูก็กลัว จะฆ่าจะแกงกันเลย มีความลับอะไรกันแน่ เดาไม่ถูกจริมๆ เป็นแทยงไม่รู้จะรักยังไง เพราะตอนนี้รักไม่ลง...

    แต่สรุปก็ชอบนะ เป็นฟิคแนวใหม่สำหรับเรา ขออ่านตอนต่อไปเร็วๆ ค้างเติ่งเลยตอนนี้
    #84
    0
  6. #83 Tak40p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 23:50
    พระเอกช้านนนนน
    #83
    0
  7. #82 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 23:23
    เป็นพระเอกอย่ารีบตายนะลูก ท่องไว้ โอ้ย ใจแม่ จะเป็นลม
    #82
    0
  8. #81 bambibiiiz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 15:04
    พระเจ้า..... คิดภาพตอนรักกันไม่ออกเลย... ช่วยด้วย
    #81
    0
  9. #80 LEEtaemew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:48
    จูบทำไม เตนล์จูบแทยงทำไมเนี่ย แอบคิดอะไรกับเค้าป้าวววว ตัดภาพมาที่เตนล์เอาเข็มแทงแทยง จึ้ก ฮือ ใจรั้ย555555555555 เตนล์น่ากลัวอ่ะ แทยงจิเป็นเยี่ยงไรต่อไป พระเอกก็ยังคงเป็นพระเอก คงไม่ตายเร็วๆนี้เนอะ55555 หยักให้เค้ารักกัน รักแบบงงๆเนี่ยแหละฮะ งงดี แฮ่
    #80
    0
  10. #79 tennyTN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 11:04
    เห้อ จะรักกันแบบนี้เนี่ยนะ5555
    #79
    0
  11. #77 Tan81142 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 08:49
    เตนล์จะทำแบบนี้กับสามีในอนาคตของตัวเองไม่ได้นะ5555555555555แล้วจะเสียใจทีหลัง5555
    #77
    0
  12. #76 junaye_2000 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 08:27
    เขาจูบกันแล้วค่ะดีใจแต่รักกันคงยากน่าดู555555
    #76
    0
  13. #75 ลงเรือลงแพ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 08:22
    โธ่ พุธโธ แบบนี้ไม่ไว้ใจปล่อยไปเหมือนครั้งที่แล้วแน่เลยย เห็นฉากตอนมัดขึงเตียงกับเสียงถุงมือดีด...หลอกหลอนมาก ._. จ๊ะ เรื่องที่โดยองเก็บไว้เป็นความลับเป็นคีย์เรื่องหรอออ แงงง อยากรู้ //นั่งกอดลูก
    #75
    0
  14. #74 Amane (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 07:42
    โอ้ยยนนนนนยยยจ แทยงว้อยยยย เกือบรอดนะ แต่ไม่รอดดดด
    #74
    0
  15. #73 ppramme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 07:40
    ไรท์มาทีละนิด แต่ทีละนิดนี้สนุกและลุ้นมากๆเลยค่ะ 5555555 อ่านจบแล้วตกใจ นี่พึ่งจบตอน โห ลุ้นมาทั้งตอนเลยย ชอบค่ะตื่นเต้นดี สู้ๆนะคะ
    #73
    0
  16. #72 ppramme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 07:37
    เตนล์ สรุปหนูปล่อยหรือไม่ปล่อยลูกกกก แทยงเข้มแข็งนะ 55555555
    #72
    0
  17. #71 woncatteen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 02:54
    ยาพิษเหรอเตนล์ เรื่องนี้พระเอกสบักสบอมมากไม่ไหวแล้ววววท
    #71
    0
  18. #70 soofee26 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 02:12
    แง อยากรู้ละเนี่ยเตนล์เป็นอะไร ฮือออออ
    #70
    0
  19. #69 orangeleaf (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 01:37
    ลุ้นมากกกกกกก แต่ถ้าคุณนักเขียนตายแล้วใครจะเป็นพระเอก เอ๊ะ หรือเรื่องนี้ไม่มีพระเอก อาจจะเป็น แทยงแอนด์เวย์ทูเซอไวฟ์ ฮื่อออออ กลัวเตนล์แล้ว
    #69
    0
  20. #68 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 15:20
    ลู๊กกกกกกกกกก ตายแล้ว แทย๊งงงงง คุณทีอย่าทำอะไรลูกฉันเลย =[]=!!
    #68
    0
  21. #65 ppramme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 11:27
    เตนล์ อย่าทำอะไรแทยงน้าาาาาา
    #65
    0
  22. #64 Tak40p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 10:56
    เตนล์แม่งโคตรน่ากลัวววบรื้ยยยย
    #64
    0
  23. #63 Amane (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 07:10
    โอ้ยยยยยยยย อย่าฆ่าแทยงนะ นั้นพระเอกเรา5555555555 มันหลอนมากอ่ะ น่ากลัววววววววว
    #63
    0
  24. #62 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 02:41
    โดยองรู้อะไร ว่าแต่แทยงออกจากบ้านมายัง? ถ้ายังไม่ออกนี่มีเฮเด้อ ไม่มีคนช่วยล่ะงานนี้ บนเตียงผ่าตัดนั่นอะไร? แฟรงเก้นหรอ? ทีเป็นอันเดอร์เทคหรอ? ไม่น่าใช่ล่ะ 55555 โอ่ย แทย๊งงงงงง ทำใจแม่จะวาย แต่ถือว่าทำได้ดีเลย ถ้าไม่ไปลากนิ้วตรวจฝุ่นให้เขาจับได้อ่ะนะ เห้อม ทีอย่าทำอะไรลูกแม่เลยนะ น้องยังเด๋อ /ผิด/
    #62
    0
  25. #61 LEEtaemew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 23:50
    เดี๋ยวคือแทยงก็ยังติดอยู่ในบ้านเตนล์อยู่ช้ะ วรั้ย ตัยแหล่วววววว ขนลุก จะออกมายังไงคะพี่ ฮือออ 555555
    #61
    0