TAETEN : BLACK ink PAINTER-

ตอนที่ 2 : BLACK 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 ก.พ. 60








BLACK 02

you don't know me ? I don't know you ?
and now you wanna know me
but I still don't want to know you 

T--



     ฤดูหนาวในค่ำคืนนี้ช่างรุนแรงและทารุณกว่าคืนที่ผ่านมาเป็นไหนๆเนื่องจากหน้าต่างบานที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านข้างๆไม่สามารถเลื่อนลงได้สาเหตุมาจากความฝืดของเนื้อไม้ที่เก่าคร่ำครึ แทยงพยายามกดหน้าต่างบานนั้นลงเพียงแต่ยิ่งออกแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าบานหน้าต่างนั่นฝืดมากขึ้นเท่านั้น นั่นจึงทำให้อากาศหนาวๆพัดเข้ามาในตัวบ้านรอบแล้วรอบเล่าจนคนเป็นนักเขียนไม่สามารถแต่งหนังสือได้เพราะเอาแต่ตัวสั่นเสียสมาธิไปให้กับสายลมหนาวนับครั้งไม่ถ้วน

     "ให้ตายเถอะ.."

     หลังจากบ่นได้เพียงเบาๆแทยงก็ต้องหาผ้าห่มมาคลุมตัวไปพลางเติม หมึกสีดำ ใส่แท่งปากกาหมึกจีนอย่างระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าอากาศหนาวจะทำให้มือสั่นจนเผลอทำหมึกหกเลอะงานชิ้นสำคัญเข้า



     "กรี๊ดดดดดดดดดด"

     "เฮ้ย!"

     ยังคิดไม่ทันขาดคำ ในที่สุดคนเป็นนักเขียนก็ตกใจเสียงกรี๊ดปริศนาที่ดังขึ้นจนเผลอปัดมือไปโดนขวดหมึกพอดิบพอดีทำให้ผลงานที่อุสาหะเร่งทำเปรอะหมึกสีดำเลอะไปทั้งหน้ากระดาษ เหตุนั้นเองจึงทำให้แทยงหัวเสียจนต้องร้องออกมาเสียงดัง เจ้าตัวรีบเอากระดาษทิชชู่เช็ดคราบหมึกจากหน้ากระดาษแต่ปรากฏว่ายิ่งพยายามเช็ดเท่าไหร่ก็เช็ดไม่ออก....


     เพราะกระดาษสีขาวเมื่อถูกหมึกสีดำทำให้แปดเปื้อนไปแล้วมันยากที่จะลบร่องรอยทั้งหมดให้หายไป...



     "..!!"

     ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อนักเขียนหนุ่มเพิ่งตระหนักได้ว่ามีเสียงกรีดร้องปริศนาดังขึ้นจากบ้านข้างๆ แทยงจึงรีบกระโจนไปยังหน้าต่างบานดังกล่าวทันทีเมื่อนึกออกว่าอาจจะมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น คนเป็นนักเขียนชะโงกหัวออกจากบานหน้าต่างก่อนจะมองเสาะหาที่มาของเสียงร้องแหลมๆ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบเข้าไปพบกับหญิงชราคนหนึ่งที่ตัวคร่อมแคระจนน่าขนลุก เธอคนนั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำพร้อมมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้ามิดชิด เท่าที่เห็นเหมือนกำลังยืนรอเจ้าของบ้านเปิดประตูต้อนรับอยู่

     "อาจจะเป็นญาติเค้าล่ะมั้ง.." 

     เมื่อนักเขียนหนุ่มคิดได้อย่างนั้นก็ค่อยๆถอยออกจากบานหน้าต่างเพราะคิดได้ว่าไม่ควรสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องของเจ้าของบ้านน่าขนลุกคนนั้นยิ่งไม่ควรยุ่ง...


     ใช่--ไม่ควรยุ่ง แต่เค้าก็ยังไม่ได้คำตอบเสียด้วยว่าเสียงกรีดร้องนั่นเป็นเสียงของใคร ? ดังนั้นนักเขียนหนุ่มจึงตัดสินใจเดินหน้ากลับมาตั้งหลักสอดแหนมอีกครั้ง วินาทีที่ส่ายสายตาไปรอบๆพื้นที่บ้านรวมทั้งต้นไม้ใหญ่ที่สูงเกือบบดบังหน้าต่างของบ้านหลังข้างๆ วินาทีนั้นแทยงก็พบเข้ากับเงาของใครบางคนที่รูปร่างสูงโปร่ง แสงไฟภายในตัวบ้านส่องแสงสลัวๆ ที่สำคัญผ้าม่านที่รูดปิดไม่สนิททำให้แทยงเห็นเค้าลางของเจ้าของบ้านหน้าสวยคนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม

     
     ทำตัวเป็นพวกถ้ำมองไปได้น่ะเรา..

     คิดได้อย่างนั้นคนเป็นนักเขียนก็ส่ายหน้าก่อนจะก้มตัวหลบต่ำเพราะเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันออกแนวเหมือนพวกโรคจิตวิตถารไม่มากก็น้อย ถึงจะไม่ใกล้เคียงด้วยเจตนาแต่ก็ใกล้เคียงด้วยความรู้สึกเพราะตอนที่เห็นเนื้อเนียนโผล่พ้นขอบเสื้อเพียงเท่านั้น นักเขียนหนุ่มก็มีอาการตื่นเต้นขึ้นมาเสียดื้อๆ

     หรือว่าลึกๆเค้าจะเป็นพวกชอบรสนิยมแบบนี้กันแน่นะ เริ่มไม่มั่นใจตัวเองเข้าแล้ว

     "คิดอะไรบ้าๆวะไอ้แทยง.." 

     บ่นพึมพำจบนักเขียนหนุ่มก็เรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง แล้วเมื่อรอเพียงอึดใจก็เห็นเจ้าของบ้านหน้าสวยเดินออกมารับหญิงชราที่รออยู่หน้าบ้าน แทยงมองตามตาไม่กระพริบเมื่อจู่ๆเห็นคุณเพื่อนบ้านย่อตัวลงไปอุ้มหญิงชราคนนั้นก่อนจะเปิดประตูค้างไว้และพาแขกคนดังกล่าวเข้าบ้านไป ดูๆแล้วอาจเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเพียงแต่หลังจากที่หญิงชราทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่หน้าประตูบ้าน ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีกระเป๋าที่ตั้งอยู่นิ่งๆก็ถูกลากเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ไม่เห็นมือของผู้ลาก ราวกับว่ามีลมหรืออะไรสักอย่างดูดกระเป๋าใบนั้นเข้าไปในตัวบ้าน!

     

     "..!!"

     แทยงขยี้ตาตัวเองทันทีแต่เมื่อลืมตาขึ้นมาไม่พบสิ่งผิดปกติใดจึงคิดในแง่ดีว่าอาจเป็นเพราะเค้าตาฝาดถึงได้มองอะไรเพี้ยนไปหมด หรือนี่เค้าจะเป็นไข้เสียแล้ว ถึงได้ป้ำๆเป๋อๆตั้งแต่เมื่อกี้ แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะตั้งสติได้ สายตาของเค้าก็เลื่อนไปพบกับแขกตัวโตอีกคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังลานหน้าบ้านของบ้านหลังข้างๆ ให้ตายเถอะ ทำไมบ้านนั้นถึงวุ่นวายเสียจริง ตกดึกขนาดนี้แล้วแท้ๆ ที่สำคัญไอ้เจ้าแขกร่างใหญ่สูงเกือบเจ็ดฟุตโดยประมาณยังไม่มีมารยาทเท่าที่ควรเพราะเล่นเคาะประตูบ้านไม่ยั้งจนเมื่อเจ้าของบ้านคนเดิมเปิดประตูออกมาพบ ไอ้แขกผู้ชายคนนั้นถึงยอมหยุดเคาะประตูในที่สุด


  
     
     "คุยอะไรกันน่ะ.."

ก่อนที่แทยงจะได้รับคำตอบ ภาพตรงหน้าก็ทำให้ใบหูและใบหน้าคนสอดแหนมแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศเมื่อพบว่าร่างของคนทั้งสองหน้าประตูกำลังจูบแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม 


     อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือคนรักของคุณเพื่อนบ้าน...


     ยังไม่ทันได้แน่ใจ เพียงไม่ถึงวินาทีแทยงก็เห็นกำปั้นเล็กๆจากคุณเพื่อนบ้านอัดเข้าไปที่สันจมูกแขกร่างใหญ่อย่างแรงจนทำให้คนถูกต่อยทรุดล้มลงไปนอนกองกับพื้น นักเขียนหนุ่มจึงหน้าเหวอเหมือนเป็นตะคริวไปทั้งใบหน้าพอเห็นร่างเล็กของเพื่อนบ้านลากร่างใหญ่ยักษ์น้ำหนักไม่น่าต่ำกว่าร้อยกิโลของชายคนนั้นเข้าบ้านไปแล้วปิดประตูดัง ปึง!

     "อะไรวะนั่น..."


     เสียงอุทานของแทยงกลืนหายไปในลำคอพร้อมความคิดสงสัยมากมายที่ไม่อาจหาคำตอบ ตั้งแต่เสียงกรีดร้องเล็กแหลมที่ดังขึ้นโดยหาที่มาไม่เจอไปจนถึงบรรดาแขกแปลกประลาดที่มาเยือนกลางดึกนั้นก็อีก เมื่อรวมความสงสัยมากมายเข้าด้วยกันทำให้แทยงถึงกลับนอนไม่หลับ ได้แต่พลิกตัวไปมาบนเตียงไม้เก่าที่ดังเอี๊ยดอาดทุกขณะที่ขยับตัว


     เมื่อมาถึงตอนนี้ จู่ๆคุณนักเขียนก็ขอถอนคำพูดกับตัวเองเรื่องที่บอกจะไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของบ้านข้างๆ เพราะนอกจากเค้าจะไม่สามารถทำเป็นนิ่งเฉยเค้ายังอยากค้นหาทุกสิ่งที่เป็นปมลับจนใจจะขาด แม้จะข่มตานอนก็นอนไม่หลับเพราะในหัวยังคงมีภาพใบหน้าใครบางคนวนเวียนอยู่ไม่จางหาย...

     และแทยงไม่ได้เอะใจเลยว่า หากเค้าถลำลึกลงไปมากกว่านั้นในที่สุดตัวเค้าจะไม่ต่างอะไรกับกระดาษขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลอะของหมึกสีดำ...


     หมึกสีดำที่ยากจะลบล้าง... 
     แปดเปื้อน...


     และสกปรก....


     
     
     
     
     
     
     


     ตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากที่คุณนักเขียนชงกาแฟเรียบร้อย เจ้าตัวก็เดินมาหยุดที่บานหน้าต่างบานเดิมก่อนจะทอดสายตามองไปยังหน้าต่างบ้านหลังข้างๆพลางจิบกาแฟไปด้วย แทยงสอดสายตาสำรวจหาความผิดปกติแถวลานหน้าบ้านโดยไม่ทันสังเกตุเห็นว่าม่านหน้าต่างของบ้านตรงข้ามกำลังค่อยๆเปิดโดยมีร่างของเจ้าของบ้านยืนจ้องกลับมาตาเขม็ง

     "อ่ะ.."

     กว่าจะรู้ตัวก็ช้าไปเสียแล้วเมื่อแทยงถูกจับได้ว่าแอบสอดแหนมทั้งๆที่อีกฝ่ายเตือนไว้ตั้งแต่ตอนเจอหน้ากันว่าอย่ามายุ่มย่าม! นักเขียนหนุ่มเมื่อสบตาแข็งกร้าวจึงหน้าเจื่อนได้แต่ผงกหัวทักทายกลับไป แต่คุณเพื่อนบ้านกลับชูนิ้วกลางใส่แถมยังกระชากม่านปิดอย่างไม่ใยดี



     "หยาบคายที่สุดเลย..."

     แทยงสบถเบาๆก่อนจะซดกาแฟจนหมด อยู่ๆก็อารมณ์เสียตั้งแต่เช้า แต่ก่อนที่จะนักเขียนหนุ่มจะหงุดหงิดไปมากกว่านั้นเสียงโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำให้แทยงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปกดรับสายทันที


     "ว่าไง โดยอง"

     (ฉันมีเรื่องจะบอกแก แทยง)

     เสียงขรึมจากปลายสายทำเอาแทยงคิ้วขมวด ก่อนจะทักโดยองกลับไป...
 
     
     "เสียงเครียดเชียว แกมีอะไรกันแน่..."

     (ฉันตรวจสอบแปลนที่ดินเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่ามีบ้านหลังเดียวจริงๆ ฉันก็เลยยังสงสัยอยู่เนี่ยว่าบ้านหลังข้างๆนั่นมายังไง ไม่รู้ว่าเป็นพวกผู้ร้ายหนีหมายจับอะไรมารึเปล่า แกต้องระวังตัวดีๆนะเว้ย...)


     "แกไม่ได้อำฉันใช่มั้ย"

     (เออ พูดจริง)

     ทันทีที่จับใจความได้ถ้วยกาแฟในมือแทยงก็สั่นคลอนเบาๆ เค้าว่าแล้วว่ามันแปลกๆ แปลกไปหมดทุกเรื่อง นึกได้ดังนั้นแทยงจึงเล่าเรื่องราวลึกลับที่เกิดขึ้นคืนวานก่อนให้เพื่อนสนิทฟังทันที

 

     (แกแน่ใจนะว่าไม่ได้เบลอหรือหูแว่วอะไร)

     พอปลายสายได้ยินเรื่องทั้งหมดก็ทำเสียงดังท่าทางตื่นเต้น ส่วนแทยงก็ได้แต่ขมวดคิ้วที่ต้องนึกถึงเรื่องน่าขนลุกพวกนั้นอีกครั้ง

    


     "เออ ฉันได้ยินเสียงคนกรี๊ดจริงๆนะเว้ย แล้วก็เห็นเต็มสองตาว่ากระเป๋าของคุณยายคนนั้นมันถูกอะไรบางอย่างดึงเข้าบ้านไปโดยที่มองไม่เห็นมือใครเลย..."

     (สตอรี่มันไม่เหมือนหนังผีไปใช่ปะวะ...)

     "หนังผีก็ยังพอรับไหว แต่ที่ฉันเจอเนี่ยหยั่งกับหนังสยองขวัญเลยด้วยซ้ำ.."

    

     พอนักเขียนหนุ่มระบายความทุกข์ใจออกไปหมดก็ถึงกลับต้องทรุดลงไปนั่งเก้าอี้เพราะหมดเรี่ยวแรง ดูท่าความตั้งใจจะอยู่อย่างสงบๆที่วางไว้แต่ทีแรกคงต้องเหลวไปไม่เป็นท่าไป เพราะเจ้าตัวไม่มีสมาธิหรือจิตใจทำงานเอาเสียเลย ต้นฉบับที่เสียไปก็ยังไม่คิดจัดการใหม่ให้เรียบร้อย คิดแล้วก็เหนื่อยกว่าเก่าและเหตุผลเดียวที่ทำให้แทยงเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ก็เป็นเพราะบ้านข้างๆหลังนั่นนั้นแหละ

 

     “….”

 

 

     (แล้วแกจะเอาไงต่อ จะย้ายออกมั้ย ?)

 

 

     ในขณะที่คุณนักเขียนถอดจิตปลงไปเกือบครึ่งนาที เสียงปลายสายก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ แทยงครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามนั่นยังไงในเมื่อตัวเค้ายังมีเรื่องติดใจเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นอยู่อีกหลายเรื่อง จะว่ากลัวมั้ยมันก็ต้องมีบ้างแหละ แต่ว่าตอนนี้มันยังไม่ถึงขั้นอยากย้ายออกนี่หว่า

 

     ตอนนี้ยัง...

 

     สุดท้ายนักเขียนหนุ่มก็ตัดสินใจตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

     (พูดเป็นลางจังวะ)

 

     คนฟังทางปลายสายจึงทำเสียงกระเซ้าเหมือนติดตลก แต่เอาเข้าจริงบทสนทนาออกแนวตึงเครียดทำเอาขำไม่ออก จนต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กันกระทั่งคนฟังอีกด้านตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

 

     (งั้นเอางี้มั้ย แกลองชวนเค้ามาทานข้าวเย็นที่บ้านดู เดี๋ยวฉันจะไปร่วมด้วย)


     แทยงพอได้ยินดังนั้นก็ตาโต เผลอเหล่ตาไปทางบ้านหลังข้างๆอย่างตื่นเต้น แค่ลองคิดว่าเค้าตัดสินใจชวนอีกฝ่ายมาทานดินเนอร์ก็รู้สึกระทึกใจแทบบ้าแล้ว

 

     พูดจริงดิ ดินเนอร์เนี่ยนะ!? เค้าไม่มีทางมาหรอก

 

     แล้วนอกจากไม่มาแล้วจะเอามีดมาแทงคนชวนรึเปล่าก็ไม่รู้โทษฐานที่เข้าไปยุ่มย่ามสร้างความรำคาญใจ ดวงตาดุๆกับเสียงหัวเราะน่าสะอิดสะเอียนนั่น...ครั้งเดียวก็เกินพอ แทยงบอกตัวเองซ้ำๆว่าไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปใกล้เพื่อนบ้านคนนั้นอีกแล้ว!

 

     (ก็ลองดูก่อน แกไม่อยากทำความรู้จักเพื่อนบ้านรึไง)

 

     ไม่ใช่ไม่อยาก แต่...


     (กลัว ?)

 

     เออ

 

     (กลัว แต่ก็อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเค้าใช่มั้ย ?)

 

     ก็ใช่..

 

     (งั้นทำไมไม่ลองทำใจแข็งหน่อยวะ ฉันเองก็จะไปกับแกด้วย จะได้ช่วยดูท่าทางเพื่อนบ้านคนนั้นว่าอันตรายแค่ไหนแล้วก็เผื่อจะตรวจสอบได้ว่าบ้านหลังนั่นมีที่มายังไงกันแน่...)

 

     “…”

 

     (แกไม่อยากรู้คำตอบเหรอ...)

 

 

     คำถามดังกล่าวกระตุ้นให้สีหน้าของแทยงเปลี่ยนไป แววตาสั่นไหวของนักเขียนหนุ่มดูมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

 

     อยากรู้สิ

 

     แต่กลัวว่าหลังจากได้รู้อะไรบางอย่างเข้าหรือก้าวล้ำเส้นคั่นของเรื่องทั้งหมดแล้ว หลังจากนั้นตัวเค้าจะเป็นยังไงต่อ  ? แค่จินตนาการถึงเรื่องที่เลวร้ายที่สุดแทยงก็ตัวสั่น ทั้งภาพเพื่อนบ้านถือมีดเบลดเปื้อนเลือด เสียงกรี๊ดปริศนา และญาติน่าขนลุกของเพื่อนบ้านคนนั้นนั่นก็อีก....

 


     (อืมดี งั้นเย็นนี้ฉันจะเข้าไปหา แค่นี้แหละ...)

 

 

     อะ อืม

 

 

     แทยงตอบรับเสียงตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่....

 

     คุณนักเขียนเดินไปเดินมาไม่หยุดตั้งแต่ที่เพื่อนสนิทบอกแผนคร่าวๆ เอายังไงดี ? จะเข้าไปทักทายหน้าด้านๆทั้งที่อีกฝ่ายพูดหยาบคายใส่ประมาณว่าอย่าไปจุ้น หรือจะตีเนียนทำเป็นเอาขนมนมเนยไปฝากดี

 

     เห้อ

      สุดท้ายคนที่กำลังเดินไปเดินมาก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อาหารสำหรับดินเนอร์คืออะไรยังนึกไม่ออกทั้งนั้น เอาตอนเปิดงานให้รอดก่อน จะเข้าไปชวนยังไง คุณครับหากไม่เป็นการรังเกียจก็มารับประทานมื้อดึกที่บ้านผมได้นะครับงี้เหรอ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ เออ มันไม่แปลกเลยถ้าชวนเพื่อนบ้านปกติทั่วไป แต่แปลกแน่ๆถ้าไปพูดชวนเพื่อนบ้านคนนั้นด้วยประโยคเมื่อกี้

 

     เห้อ


     แทยงจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง....และเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนที่บอกเวลาเกือบสี่โมงเย็นเจ้าตัวจึงร้องสบถด้วยความตกใจ ให้ตาย ถ้าคิดจะทำอะไรก็คงต้องเลือกทำสักอย่างไม่เช่นนั้นอะไรๆคงจะไม่ทันการแน่ๆ


     "เอาวะ แทยง..."

     คราวนี้นักเขียนหนุ่มจึงหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกแรงใจสุดท้ายออกมา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูตู้เย็นแล้วยกตะกร้าแอปเปิ้ลลูกสีแดงสดออกมาถือไว้ จากนั้นจึงเดินออกไปนอกประตูบ้านในที่สุด...





     แทยงเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่มองภายนอกดูคับคล้ายคับคลากับบ้านหลังที่เค้าอาศัยอยู่เพียงแต่บรรยากาศลานข้างหน้าที่มีหญ้าขึ้นรกรุงรังและกลิ่นเหม็นเหมือนซากหนูตายทำให้ที่นี่ดูไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย อีกอย่างแทยงรู้สึกว่าตัวเองกำลังตัดสินใจผิดมหันต์ที่เคาะประตูไม้สภาพเก่ากึกแถมยังมีรอยร้าวเกิดเป็นรูขนาดไม่ใหญ่มากตรงบริเวณเกือบกลางประตู...

     เมื่อสังเกตดูรูไม้นั้นดีๆก็พบว่ามีแสงบางอย่างจากภายในบ้านลอดออกมา คนเป็นนักเขียนจึงเผลอก้มตัวลงไปเอาดวงตาไปส่องลอดรูดังกล่าวโดยไม่ทันได้นึกว่ารูไม้ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดจากสภาพตามธรรมชาติของเนื้อไม้...


     แต่เป็นเพราะเจ้าของบ้านตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น...


     "เฮ้ย!!"


     ดังนั้นแทยงจึงตกใจจนร้องออกมาเสียงดังเมื่อพบดวงตาอีกคู่มองลอดกลับมาอย่างถูกจังหวะทำเอาหัวใจแทบวายเกือบทรุดไปเสียตรงนั้น ที่สำคัญวินาทีที่ประตูไม้ค่อยๆเปิดออกจนเสียงไม้ดังเอี๊ยดมาพร้อมซึ่งร่างในชุดดำทึบของเจ้าของบ้าน แทยงจึงผงะทำได้เพียงก้าวเท้าถอยหลังแล้วบังคับให้ตัวเองยืนตรงโดยไม่เผลอเซล้มไปเสียก่อน


     "..."


     "สวัสดีครับ.."


     แม้จะพยายามทำหน้าตาให้ดูยิ้มแย้มแต่ใจกลับไม่ไปด้วยกัน รอยยิ้มที่ออกมาจากใบหน้าของแทยงจึงเป็นรอยยิ้มเฝื่อนๆไม่น่าดู ยิ่งเห็นหน้าตาถมึงทึงของเจ้าของบ้านแถมคิ้วขมวดตอกกลับมายิ่งทำให้แทยงเผลอกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก ไม่เคยอยู่ใกล้ใครแล้วรู้สึกกดดันขนาดนี้มาก่อน รู้สึกอยากจะมุดหัวข้ามรั้วกลับบ้านของตนเสียดื้อๆ  ให้ตาย มันกดดันไปหมดกับสายตาคมกริบที่จ้องมองมาแทบแทงทะลุไปทั้งร่าง ตอนนี้แทยงกำลังเหงื่อแตกพลั่ก แอปเปิ้ลและตะกร้าในมือสั่นอย่างปิดไม่มิด


     "แม่มดปลอมตัวเป็นหญิงชราแล้วจึงนำแอปเปิ้ลอาบยาพิษมาให้สโนไวท์..."


     จู่ๆสำเนียงภาษาเยอรมันที่เปล่งออกมาอย่างชัดเจนก็ทำให้แทยงต้องเบิกตากว้าง เพราะตั้งแต่เคยฟังเพื่อนบ้านเอ่ยคำพูดออกมามักจะเป็นสำเนียงภาษาอังกฤษแบบโบราณๆชวนขนลุก...


     "หือ !?"

     นักเขียนหนุ่มจึงเผลอทำหน้าสงสัยออกมาเมื่อเห็นคุณเพื่อนบ้านมีท่าทีที่เปลี่ยนไปจากรอบๆตัวที่มีรังสีน่าขนลุกขนพองไม่น่าเข้าใกล้ ตอนนี้คนตรงหน้ากลับเอาแต่แสยะยิ้มบางๆเหมือนพยายามจะญาติดีด้วย ซึ่งแทยงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา


     "แอปเปิ้ลอาบยาพิษรึเปล่า ?"


     คนหน้าสวยทำเสียงดุๆ ดวงตาที่ยิ่งจ้องลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในหลุมอะไรสักอย่างทำให้แทยงเผลอกลั้นหายใจแล้วจึงรีบสะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองก่อนจะตอบกลับคำถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

     

     "ไม่ใช่ครับ ไม่มีทาง"

     เมื่อคนเป็นนักเขียนว่าดังนั้น แอปเปิ้ลที่ถูกคุณเพื่อนบ้านหยิบไว้ในอุ้งมือก็ถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ดี แทยงจึงถอยกรูดออกห่างเพื่อนบ้านที่กำลังหัวเราะสาแก่ใจทันทีที่ทำได้


     "ฉันไม่ชอบแอปเปิ้ลปกติหรอกนะ"


     ฟังเพื่อนบ้านนิสัยประหลาดว่าจบ แทยงก็ตัวแข็ง รู้สึกแย่จนไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้ให้นานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว!


     "ผมแค่อยากจะชวนคุณไปรับประทานดินเนอร์ที่บ้านเท่านั้น เผื่อว่าเรา.."


     "..."

     แทยงหยุดพูดแวบหนึ่งเพื่อมองหน้าคุณเพื่อนบ้านที่นิ่งเงียบโดยที่ปากยังติดแสยะยิ้มไม่เลิก นั่นทำให้คนเป็นนักเขียนหงุดหงิดที่เห็นใครบางคนทำตัวหยาบคายซ้ำแล้วซ้ำอีก 


     "จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้!"


     พูดจบคนเป็นนักเขียนก็ทิ้งตะกร้าแอปเปิ้ลสีแดงสดไว้ที่พื้นตรงหน้าคุณเพื่อนบ้านสุดพิศวงแถมยังพฤติกรรมหยาบคาบแฝงกวนประสาท! แทยงจ้ำอ้าวออกจากบริเวณบ้านหลังโทรมนั่นทันทีโดยไม่คิดหันกลับไปมองเจ้าของบ้านหลังนั้นอีก


     "..."

     ในขณะเดียวกัน ในสายตาของคุณเพื่อนบ้านก็แฝงความหงุดหงิดที่เห็นใครบางคนยังเอาตัวเข้ามาจุ้นไม่เลิก วินาทีที่ดวงตาคมมองตามร่างสูงโปร่งที่ปิดประตูเข้าบ้านตรงข้ามไป มันเป็นวินาทีที่มองดูคล้ายคนคนหนึ่งกำลังมองแมลงวันที่น่ารำคาญตัวหนึ่ง

      

     "น่ารำคาญจริงๆ..."

     ว่าจบจู่ๆร่างในชุดสีดำสนิทก็ก้มลงไปเก็บตะกร้าแอปเปิ้ลที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา อีกทั้งยังนำลูกแอปเปิ้ลสภาพช้ำๆที่ตัวเองเพิ่งโยนลงพื้นขึ้นมากัดก่อนจะเคี้ยวกร้วมๆอย่างพึงพอใจ






     เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นกว่าแทยงจะได้ยินเสียงรถยนต์ขับมาจอดหน้าลานบ้าน เมื่อพบว่าโดยองอุส่าห์ขับรถมาจากในตัวเมืองของเบอร์ลิน เค้าก็รู้สึกโล่งใจที่ตัวเองตัดสินใจทำอาหารค่ำแม้จะอารมณ์เสียมากแค่ไหน


     "ว่าไง แทยง ตกลงว่าทุกอย่างเรียบร้อยมั้ย"


     คำถามที่มาจากเพื่อนสนิททำเอาแทยงตอบกลับด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ และเมื่อเห็นโดยองมองสำรวจไปทางฝั่งบ้านหลังข้างๆ แทยงจึงรีบดันร่างโดยองให้เข้าไปภายในบ้านเร็วที่สุด!


     "ไปคุยกันข้างในเหอะ"


     "เออๆ ตกลงว่าคุณคนนั้นเค้าไม่ยอมมาเหรอ"


     ฟังเพื่อนสนิทว่าดังกล่าว แทยงก็พยักหน้าตอบกลับไปท่าทางไม่สบอารมณ์ แค่นึกถึงฉากที่โดนปาแอปเปิ้ลลงพื้นต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดี แทยงเป็นแบบนี้เสมอ เค้าไม่เคยสงบใจได้เวลาเห็นใครทำตัวหยาบคายขนาดหลานชายสุดที่รักของคุณอาพูดคำหยาบต่อหน้าเค้า เค้ายังอบรมไม่เลิกจนพวกแม่นมต้องมาพาเด็กนั่นออกให้ห่างจากเค้าเร็วที่สุดเลย


     แทยงจึงไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายที่กล้าโผล่งออกไปแบบนั้นด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ตนเคยชิน และเพราะไม่รู้ว่าเล่นถูกคนรึเปล่าคนเป็นนักเขียนถึงได้เลิ่กลักไม่กล้าอยู่นอกบ้านนาน 


     "ไม่เป็นไร ว่าแต่เย็นนี้มีไรกินบ้างล่ะ ฉันหิวจะแย่"

     หลังจากที่เห็นหน้าตาเครียดของแทยง โดยองก็เลยเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีเพราะเห็นทีว่าแผนการที่ตนวางไว้คงเหลวไม่เป็นท่า นอกจากนั้นเวลานี้แทยงยังดูไม่พร้อมรับมือกับอะไรทั้งสิ้นแค่ชวนคุยถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนคนนี้ยังไม่มี คงจะจมอยู่ในโลกสีเทาของตัวเองจนยากจะฉุดขึ้นมาเสียแล้ว


     "มีซุปมันฝรั่ง คาโบนาร่าแล้วก็สตูเนื้อ" ว่าจบ คนฟังที่มาในฐานะแขกก็ยกมือสุดแขนพร้อมทำเสียงดีใจ

     

     "ไม่ได้กินฝีมือแกนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้เนอะ"

     

     "อย่ามาเว่อร์หน่าไอ้โด"

     

     "ไม่เว่อร์เหอะ ว่าแต่งานแกไปถึงไหนแล้ว"


ประโยคดังกล่าวทำเอาแทยงชะงักมือที่ตักสตูเนื้อใส่ถ้วยไปแวบนึง พูดถึงงานก็ทำให้นักเขียนหนุ่มเครียดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด คนชวนคุยถึงประเด็นนี้จึงยกมือขึ้นมาปิดปากเพราะชวนคุยผิดเรื่องผิดจังหวะทำเอาเพื่อนสนิทหน้าขรึมมากกว่าเดิมเสียอีก


     "ไม่ค่อยดีวะ มีส่วนนึงที่ต้องเขียนใหม่หมด.."

พูดจบ แทยงก็ยกถ้วยใส่สตูมาวางจัดไว้ สักพักก็นำเอาถามซุปมันฝรั่งและจานคาโบนาร่ามาวางตามลงไป กลิ่นหอมๆจากเหล่าอาหารหน้าตาน่าทานทำให้โดยองรีบผึ่งจากโซฟามานั่งตรงเก้าอี้ไม้แกะสลักเข้าคู่โต๊ะไม้สำหรับนั่งรับประทานอาหารทันที


     "เหรอ..ก็ค่อยๆทำ ไม่ต้องกังวลมาก เดี๋ยวงานออกมาไม่ดีนะว้อย" คนพูดรวบช้อนส้อมมาไว้ในมืออย่างรวดเร็วก่อนจะตักซุปมันฝรั่งขึ้นมาชิมพลางคุยจ้อไปด้วย  

     


     "ตั้งแต่มานี่แกพูดมากจังเนอะ"

     

     "อ้าว ไอ้เราก็นึกว่าเหงาเลยอุส่าห์ชวนคุยเล่นนะเนี่ย"

     

     "ฮ่ะๆ อย่ามาทำหน้างอน ฉันขนลุกจะแย่"

     


     ก็อก ก็อก 


     ในขณะที่สองหนุ่มกำลังเย้าหยอกกันไปมาอยู่นั่น จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทำเอาคนทั้งคู่หันหน้ามามองกันทันทีด้วยความสงสัยอย่างเดียวกัน คือตัวตนของแขกที่อยู่หน้าประตูคือ...ใคร ?


     "แกเคยดูหนังเรื่อง don't knock twice มั้ย"

     เพราะรู้จักภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นอย่างดีแทยงจึงทำหน้าเอ็ดโดยองที่เอาแต่ทำหน้าพิเรนทร์ไม่รู้จักเวล่ำเวลา


     "เงียบไปเลย"

     นักเขียนหนุ่มว่า ก่อนจะค่อยๆลุกจากเก้าอี้นั่งแล้วเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน วินาทีที่กำลูกบิดประตูร่างสูงพยายามนึกถึงหน้าตาบรรดาแขกคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนบ้านหลังข้างๆ...


     แทยงภาวนาให้สิ่งที่ตัวเองนึกเป็นจริง ทว่าเค้าต้องผิดหวัง...



     "คุณ..ทำไมถึง.."

     แทยงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เมื่อเปิดประตูมาพบร่างของเพื่อนบ้านแสนพิศวงที่อยู่ในชุดไหมพรมสีดำดูดีเหมาะสมกับรูปร่างแถมหน้าตายังดูสะอาดสะอ้านผิดจากปกติ


     "สวัสดีครับ"

     



     TBC

......................................................

หายไปเกือบปี คนบ้าอะไรปั่นฟิคช้ามั่กก

ที่กลับมาเจิมหมึกสีดำ เพราะมินิมาร์ทใกล้จบ

(ควรไปปั่นมินิมาร์ทให้จบก่อนดีมะ)

555555555555555555 รักนะ 

ปั่นแท็กดั้ยนะ 


#ฟิคหมึกสีดำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #66 Tan81142 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 12:29
    โอ้ยยยยยยสงสัยจุงเตนล์เป็นคนยังไงเนี้ยยย ใช่คนรึเปล่า55555555555
    #66
    0
  2. #40 Askhole. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 23:48
    คุณเตนล์เป็นผีเยอรมันเหรอนี่
    #40
    0
  3. #28 Midison (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 12:35
    รอนะคะ ใจจะขาดแล้วอยากรู้ว่าเพื่อนบ้านคนสวยจะรักกับแทยงยังไงหรือจะจับไปทดลองไรงี้แล้วตกหลุมรักกัน 555 คิดถึงไรท์นะคะ แงงง
    #28
    0
  4. #27 Midison (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 22:50
    OMG เตนล์หนูเป็นโรคอะไรหรือเปล่าลูก บทจะร้ายก็ร้าย จะดีก็ดี ทำเอาแทยงอึ้งในความสุภาพกันเลยทีเดียว ประชด ถถถ
    อยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง เนื้อเรื่องจะดำเนินไปทางไหน รอนะคะ น่าสนุกในความไสยไสยของยัยกันเลยทีเดียว
    #27
    0
  5. #26 @SST1247 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:02
    มันหลอนอ่ะยัยเป็นหรือคืออะไรค่ะไม่เข้าใจแรง55555
    คนหรือเปล่าชักไม่แน่ใจ55555 ยัยเป็นแม่มดเหรอ555
    ลึกลับดีค่ะ555
    #26
    0
  6. #25 Dukdik (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:08
    เราชอบแนวนี้มาก จริงๆก็ชอบฟิคที่ไรท์แต่งทุกเรื่องเลยมันตื่นเต้นเหมือนเราอยู่ในเรื่องด้วยเลย สู้ๆนะค่ะรอไรท์มาต่ออยู่เสมอ
    #25
    0
  7. #24 SWTP.JHS!! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:02
    ชอบอ่ะ ชอบทั้งภาษาทั้งตัวเรื่องเลย ไม่ค่อยเห็นคนแต่งแทเตนล์แนวนี้ ติดตามน้า
    #24
    0
  8. #23 XCZAN. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:54
    ชอบมาก รอนะคะ.
    #23
    0
  9. #22 writerKwa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:11
    เย้ๆๆๆไรท์กลับมาเราชอบเรื่องนี้มากรออยู่นานกว่าไรท์จะมาสนุกสุดๆชอบมากกกกกเลยสู้ๆๆๆคร้าา
    #22
    0
  10. #21 KJKAI (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:49
    ชอบแนวนี้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่ไรท์แต่งให้รีดอ่านค่าาา
    #21
    0
  11. #20 TAETEN_10 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:01
    งู้ยยยยยดูหลอนๆปนความน่ารักนิดๆ555เขาจะรักกันแบบไหนนะตื่นเต้นๆ><
    #20
    0
  12. #19 Amane (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:45
    น่ากรัวววววววววว ขนลุกเลยยย ทำไมดูสยองง ดูลึกลับขนาดนั้นนนนนนนนส ฮืออออออ
    #19
    0
  13. #18 LTEN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:24
    ทำไมน้องเตนล์ถึงลึกลับขนาดนี้ น้องรือใครและคืออัลไรรรรรอยากรู้
    #18
    0
  14. #17 ppramme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:02
    รีบมาต่อนะคะ ลึกลับซับซ้อนมาก น่าตื่นเต้นนน
    #17
    0
  15. #15 Tak40p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:51
    อ่านแล้วขนลุกซู่เลย.รอนะค่ะ.
    ชอบความลึกลับน่าค้นหา.ความพิศวงที่ซ้อนอยู่ในบ้านหลังและความจริงที่ซ้อนอยู่ผายใต้ใบหน้าสวยของเพื่อนบ้าน
    #15
    0
  16. #14 fusajii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:36
    ตื่นเต้นมากกกก อยากรู้ไปหมดเลยค่ะ@__@
    #14
    0