NCT : OFFICE & man #ออฟฟิศพี่ย้ง

ตอนที่ 9 : office 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ต.ค. 60





OFFICE 09





#ออฟฟิศมาร์คลี


     ว้อทซัพพีเพิ้ล แปลกใจกันอะเด้ 

     วันนี้ผมขอยึดพื้นที่พี่ย้งหนึ่งวันแล้วกันนะครับ อิอิ แนะนำตัวแบบสั้นๆคือผมมาร์คเอง แนะนำตัวแบบยาวๆคือผมมีชื่อเสียงเรียงนามว่า มาร์ค  ลี ทำงานแผนกบัญชี เกิดที่ตำบลบางพลี ที่บ้านมีพี่น้องสองคน ผมเป็นลูกคนกลาง แต่เล็กจนโตชอบเล่นดนตรีมากกกกกก ช่วงปอสี่ก็มีหัดเล่นกีต้าร์จนมาฟอร์มวงกับเพื่อนๆตอนมอต้น เคยประกวดงานดนตรีหลายงานแต่ก็ร่วงเกือบทุกงาน จนสุดท้ายก็ห่างหายกับเรื่องดนตรีไปพอสมควร เอาล่ะ หลายคนคงอยากให้ผมเลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว แต่ผมขอพูดต่ออีกหน่อยแล้วกัน อิอิ อาหารที่ผมชอบคือแกงส้ม ผัดไท น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู หรือจับใจความง่ายๆคือกินได้เกือบทุกอย่างที่อร่อย ฉะนั้นใครอยากเป็นแฟนผมไม่ยากเลยครับ แค่ทำอาหารเก่งๆมาร์คลีคนนี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้ว <3


          "ไอ้มาร์ค!!" 

ก่อนที่ผมจะเพ้อกลางที่ประชุมไปมากกว่านั้น พี่ย้งแกก็โบกมือเข้าบ้องหูผมเต็มๆหนึ่งที


          "เจ็บนะพี่ ตีน้องอีกแล้ว!"

           "ก็มึงจะเหม่อทำหอกอะไรวะ เดี๋ยวตัวแทนสาขาต่างประเทศก็ใกล้จะมาถึงแล้ว มึงจำดีเทลโปรเจคทั้งหมดได้แล้วไง๊" 

     แหม ไม่อยากจะโม้ เดี๋ยวน้องไป flow ให้ดูครับเพ่



          "สบ๊าย ผมจำได้หมดแระ"

          "เฮ้ย จริงรึ ?!"  พี่ย้ง แกทำตาโตอย่างเว่อร์พอฟังผมพูดจบ

          "จริงซิ"

          "ไอ้เชี่ย ทำไมพวกมึงโหดกันจังวะ เนี่ย ไอ้จอห์นมันจะนำเสนอพวกตัวแทนเป็นภาษาอังกฤษเว้ย อีตี๋ภาษาญี่ปุ่น พี่โซลแกก็มาเหนือเลย กูเพิ่งรู้ว่าเฮียแกรู้ภาษาเกาหลีด้วย"

          "แหม ก็ชื่อพี่แกก็โซลแล้วมั้ย"

          "ทีมึงสกุลลีมึงยังพูดเกาหลีไม่ได้เลย"

          "ใครว่าพูดไม่ได้ นี่ไง อันนยองฮาเซโย ซารังเฮโย..."

          "เดี๋ยวพวกมึงได้ไปโรงบาลเมโยก่อนไอ้สัด ถ้ายังไม่เลิกเล่นกัน" 

     ตึ้งโป๊ะ! จู่ๆพี่จอห์นก็เลี้ยวเข้ามาตบมุกด้วยใบหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกที ตอนแรกผมกับพี่ย้งก็พากันหัวเราะคิกคักไม่เลิก แต่พอเหลือบไปทางขวาของห้องเห็นพวกพี่โซลไอ้ตี๋กำลังจัดระเบียบกองเอกสารและเตรียมโปรเจคเตอร์กันอย่างจดจ่อ ในจุดนี้ผมกับอีพี่ตัวดีจึงพากันสงบปากแล้วรีบกระโจนเข้าไปช่วยงานเร็วรี่ จะว่าไปเมื่อคืนผมได้นอนไปแค่สามชั่วโมงเองครับ แต่เมื่อเทียบกับพี่ย้งและไอ้ตี๋ที่ไม่ได้หลับได้นอนกันสักชั่วโมงผมก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา คุณอาจจะมีคำถามว่าอย่างไอ้ย้งนะเหรอจะอดหลับอดนอนใฝ่งานเบอร์นี้ ? 

     เพื่อสนองต่อคำถามของทุกท่าน ผมจะขอสาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อจากนี้เป็นความจริงและไม่มีการอวยพี่อวยเพื่อนจนเกินงามแม้แต่คำเดียว เพราะถึงพี่ย้งภายนอกแกจะดูโง่เง่า เด๋อ เซ่อ เสี่ยว ชอบใช้กำลังประหนึ่งเป็นตัวแทนของพวกมนุษย์ถ้ำป่าเถื่อน แต่ถ้าเป็นเรื่องงานแล้วใครๆก็ต้องซูฮกให้พี่ผมคนนี้ แม้ปากแกจะชอบบอกว่าตัวเองกากก็ตามทีแต่งานออกมากี่ครั้งก็เนี้ยบดูดีสูสีไอ้ตี๋และดีกว่าพี่โซลด้วยซ้ำ (เม้าท์)


          "ทุกคน ตัวแทนมาแล้วครับ..." บอกเลยนะฮะว่าคอหน่องมาร์คคนนี้หันกึกไปหน้าประตูทันทีที่ฟังพี่โซลว่าจบ โอ้ มายบุชดาเบส ตัวแทนกี่ประเทศวะนั่นเกือบสิบคน มีล่ามและกรรมการอีกหลายคนเดินมาดน่าเกรงขามตามเข้ามาไม่หยุด จนห้องประชุมชั้นดาดฟ้าสุดกว้างขวางในทีแรกเล็กลงถนัดตา  โอ้ย พอมาเห็นอย่างนี้จู่ๆก็เริ่มตื่นเต้นแล้ววะ ถือแฟ้มมือสั่นงักเลยนะฮะในจุดนี้

          "เชี่ย!" 


     ตุ้บ!

     และคนฝวันอ่อนอย่างมาร์คลีก็ทำแฟ้มในมือร่วงลงไปกองกับพื้นทันทีเพราะตกใจที่จู่ๆตาพี่ย้งแกกล้าสบถคำหยาบออกมากลางที่ประชุม ทำเอาเหล่าหนุ่มออฟฟิศถึงกลับพาพี่ผมไปสุมหัวถามว่าอาการเป็นไงไหนบอกหมอซิ...

          "เป็นไรของมึง ตั้งสติเดี๋ยวนี้" พี่จอห์นหันหน้ามากระซิบเสียงแหบ

          "ทำไมเตนล์ถึงได้เข้ามาดูพวกเรารายงานด้วยวะ"

          "ห้ะ" ฟังพี่ย้งว่าจบกองกำลังหนุ่มเหงาที่สุมหัวกันก็หันไปทางหลังห้องพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย น่าจะเข้าชิงสาขาภาพทุเรศแห่งปีได้แน่ๆงานนี้ โว้ยยยย พวกกรรมการมองค้อนใหญ่แล้วพวกพี่มึงงง

          "เอ่อ คง...มาให้กำลังใจมึงมั้ง"

          "จริงเหยอ" T///T

          "ไม่ใช่หรอกครับ ตี๋ได้ยินว่าแผนกบุคคลจับตาดูการรายงานของพวกเราครั้งนี้มากเป็นพิเศษเพื่อที่จะส่งชื่อคนที่เหมาะสมให้เป็นพนักงานดีเด่นแห่งปี" 

     ฟังตี๋ว่าจบความโรแมนติกในหัวใจอีพี่ย้งก็สลายหายไปในอากาศทันที สังเกตได้จากใบหน้าของพี่มันตอนนี้ที่ดูเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เอ้ หรือว่าภาพนี้ควรจะชนะเลิศสาขาภาพทุเรศแห่งปีแทนอะครับทุกคน


          "โอะฮะโยะโกะไซมัสซึ..." ก่อนที่จะปล่อยให้ที่ประชุมเดดแอร์ไปมากกว่านั้น ไอ้พี่ตี๋ก็เริ่มการประชุมด้วยใบหน้าพิมพ์ยิ้มแจ่มใส ได้ยินมันพูดเปิดเป็นภาษาญี่ปุ่นยาวมาก ซึ่งเด็กบางพลีแปลไม่ออกครับขอวุ้นแปลภาษาหนึ่งที่....


          "เออ ให้มึงเน้นญี่ปุ่นไปเลยตี๋ อวยสาขานั้นเยอะๆเว้ย เพราะไอ้คุณวาตานาเบเนี่ยเค้ากำลังจะลงเลือกตั้งด้วยแล้วมีข่าวว่ากำลังจะตัดสินใจร่วมลงทุนสาขาในไทยเพิ่มอีก ถึงได้มีการประชุมครั้งนี้เพื่อดูศักยภาพของตลาดในไทยไง ดังนั้นให้มึงมองเค้าเป็นตัวเมนเลยเว้ย ถ้านึกไม่ออกก็อารมณ์ประมาณเจ้าภาพกองกฐินอะ


     พ่อก็คือพ่อฮะ เรื่องแผนการเค้าคนนี้คือที่หนึ่ง ซึ่งคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่จอห์นวิญญูผู้ที่กำลังโชว์ดาต้าด้วยมาดเคร่งขรึมกว่าใคร พอถึงบทพี่แกนำเสนอ พี่แกก็รัวภาษาปะกิดจนลิ้นพัน มาดดีดูมีการศึกษาไม่น่าเชื่อ


          "nice Mr. John,but what about disadvantage ?" ความหน้าสิ่วหน้าขวานยังไม่คลายลงไปเมื่อตัวแทนสาขาสิงคโปร์จี้พี่จอห์นเสียงดุ ไอ้ผมได้แต่สะอึกเพราะพาร์ทตัวเองก็ยังไม่รู้จะรอดมั้ยจะให้แจ๋นไปช่วยพี่จอห์นก็กระไรอยู่ แต่ไอ้การจะคว่ำกะลาพี่ผมมันก็ไม่หมูหรอกนะฮะ เพราะพี่จอห์นแกก็โต้สาขานั้นกลับไปครบถ้วนทุกรายละเอียด แถมยังไม่วายกระตุกยิ้มแบบวู้ดดี้โคเลียลิง

          "เน อันนยองฮาเซโย ชอนึน...."

     

          "มึง..." ก่อนที่ผมจะได้เตรียมตัวนำเสนองานถัดจากพี่โซล จู่ๆแขนผมก็ถูกพี่ย้งดึงไปทำให้ผมต้องถอยหลังเอนหาอีพี่ตัวดีเพื่อฟังมันกระซิบ

          "เตนล์ชูสองนิ้วให้กูแล้วบอกว่าสู้สู้ๆวะ.." นอกจากมือที่จับแขนผมจะสั่นแล้วเสียงกระซิบของอีพี่ย้งมันยังสั่นเลยครับทุกคน มึงใจเย็นก๊อนนน


          "เห้ย ไอ้โซลจะจบแล้ว" ก่อนที่อีพี่ย้งและผมจะมัวแต่โฟกัสผิดจุดไปมากกว่านั้นพี่จอห์นแกก็เอื้อมมาสะกิดยิกๆเตือน ทันเวลาก่อนพี่โซลจบพอดี

          "ครับๆ" นาทีผมจึงต้องรีบดึงสติกลับมายังปัจจุบันทันที โอ้ย มืออย่าสั่นไปมากกว่านี้เถอะ 


          "โอเคครับ ต่อมาเราจะมาพูดกันถึงกำไรในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จากตัวเลขจะเห็นว่าไตรมาสแรกยอดขายเกือบถึงเป้าที่ฝ่ายเซลล์ตั้งไว้ จนกระทั่งชาร์ตค่อยๆร่วงลงจนถึงไตรมาสที่สองฝ่ายเซลล์จึงมีการปรับนโยบายซื้อขายทำให้ยอดกลับมาคงที่ตามเป้าที่ตั้งไว้..."

          "แล้วถ้าขายเพื่อทำเท่ายอด มันจะได้อะไรล่ะครับ" 

     ขณะที่ผมกำลังท่องตามสคริปอย่างเป็นธรรมชาติ จู่ๆล่ามของคุณวาตานาเบก็ถกขึ้นมากลางที่ประชุม ทำเอาผมหางลู่หูตกไปไม่เป็นทีเดียว ไม่ชอบเลยเวลาโดนกดดัน สมองมันจะไม่แล่น ไม่รู้จะตอบยังไงเลยโว้ยย

          "ท่านครับ ในกระแสของเศรษฐกิจปีนี้ยากมากที่จะทำให้ยอดเกินเป้า ทางสาขาเรายอมรับครับว่าหกเดือนแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่แท้จริง แต่ว่าไตรมาสที่สามฝ่ายเซลล์ของเราก็มีการประสานงานกับทางสาขาสิงคโปร์เพื่อทำสัญญาประกอบชิ้นส่วนให้ทางฝ่ายนั้นด้วยช่างฝีมือดี ที่สำคัญราคาถูกกว่าสาขาอื่นในภูมิภาค ทำให้สาขาไทยได้รับกำไรจากสัญญานี้เป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลล่า และเป็นผลให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้สาขาไทยทำชาร์ตทะลุเพดาน เมื่อรวมกำไรทุกไตรมาสแล้วทำให้สาขาเราเป็นสาขาที่ทำเงินสูงสุดครับท่าน"

     ไม่อยากจะเชื่อ =[]=
     พะ..พี่ย้ง..แม่งโคตรสุดยอดเลย...ที่สำคัญคุณวาตานาเบทำหน้าพอใจมากๆด้วยพอฟังพี่แกสาธยายจนจบ


          "โอเค ผมไม่มีข้อสงสัยแล้ว" ล่ามข้างๆคุณวาตานาเบพูดจบก็ปรบมือให้พวกผม ตามมาด้วยพวกกรรมการคนอื่นๆที่ลุกขึ้นยืนก่อนจะพากันทยอยออกจากที่ประชุมไป ฮือออออ โล่งเว้ยย บทจะจบก็จบง่ายแบบนี้เลยนะ หัวใจเกือบวาย คิดว่าการประชุมใหญ่จะเป็นงานสุดท้ายที่ได้ทำก่อนได้ซองขาวซะแล้ว  


          "ไอ้ย้ง เป็นหน้าเป็นตามาก มึงไปเรียนท่าทางมั่นๆกับคำพูดดูมีมาดและชาติตระกูลแบบนี้มาจากไหน"

          "กูหล่อปะล่ะ"

          "สุดยอดเลยย้ง ดูภูมิฐานหยั่งกับเป็นประธานบริษัทเองแน่ะ"

          "ใช่ครับ เรื่องกลยุทธ์ของฝ่ายเซลล์ผมเองยังนึกไม่ถึงเลย"

          "มันแน่นอนอยู่แล้วทุกคน.." พี่ย้งแกโบกมือปัดไหล่ทำท่าชวนหมั่นไส้เห็นแล้วอยากกระถืบ ติดตรงที่พอมันหันหลังไปหาคนคนหนึ่งเสียงพี่มันก็เปลี่ยนเป็นคนละคนจากที่ฟังดูกวนตีนกลายเป็นฟังดูอ่อนโยนประหนึ่งคนมีฟามฮักสักสิบฟาร์ม

          "ก็เตนล์มองอยู่อะ"










     วันนี้ดวงตกแน่ๆ!

     ร่างบางที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำหน้าที่ประเมินศักยภาพพนักงานในการประชุมใหญ่กำลังเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยหัวใจห่อเหี่ยวและที่เค้าไม่อยากรับหน้าที่นี้เหตุผลเดียวก็เพราะต้องประเมินผลงานไอ้แฟนเก่าด้วยตัวเองเนี่ยสิ! บ้าบอ! แค่เห็นหน้าก็อยากจะหักลบหนึ่งไปให้หมด เสื้อก็เหลืองๆเก่าๆ หน้าตาก็กวนประสาท ผมก็ยุ่งๆ ยืนก็ไม่ตรงเหมือนพวกน้ำในหูไม่เท่ากัน แล้วที่แย่ที่สุดคือไม่มีความมั่นคงเอาแน่เอานอนไม่ได้ กี่วันก็ไม่รู้ที่เงียบหายไป ปากก็ทำมาเป็นพูดดีว่าจะตามจีบตามง้อ สุดท้ายก็เหมือนเดิม 

     ไม่เอาไหน!! 


     ...

     .....




     เอ่อ.......................



     นี่ไง!

     เพราะแบบนี้ถึงไม่อยากประเมินไอ้บ้าย้งด้วยตัวเอง นี่ขนาดยังไม่เข้าไปเจอกลางห้องประชุมเค้ายังหงุดหงิดไอ้มนุษย์แฟนเก่าจะแย่ แล้วถ้าได้เข้าไปเห็นหน้าตาบื่อๆของมันกำลังพูดรายงานเด๋อๆด๋าๆ เค้าไม่ฉีกใบประเมินทิ้งเลยรึไง! 


          "เห้อ"

     เวลานี้เตนล์กำลังพยายามตั้งสติหน้ากระจก บอกตัวเองไม่ให้เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน แต่มันก็ทำยากเหลือเกิน เพราะรู้ว่าลึกๆเรื่องที่หงุดหงิดที่สุดก็คือเรื่องที่แทยงเงียบหายไป

     เค้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่คิดถึงไอ้มนุษย์ย้งหน้าง่าวนั่น...


          "ย้ง รายงานเสร็จไปแดกเหล้ากันปะ"

     เสียงที่ดังมาจากทางหน้าห้องน้ำทำให้เตนล์รีบวิ่งเข้าไปปิดประตูทันที แน่นอนล่ะ ดวงตกจริงๆ! บุคคลที่สองที่สามที่เข้ามาเป็นยงยุทธและเพื่อนของมันชัวร์ๆ

          "ไม่วะ กูมีธุระ"

          "ธุระ ? หน้าอย่างมึงอะนะมีธุระกับเค้าเป็นด้วย"   เสียงที่น่าจะเป็นเสียงของคุณจอห์นพูดขึ้นก่อนจะมีเสียงปัสสาวะของเค้าเป็นแบ็คกราวด์ตามมา 

          "เออ หน้าอย่างกูเนี่ยแหละ"

          "ไปทำไร"

          "ความลับว้อย"
 
     ฟังมาถึงตรงนี้เตนล์ก็หูผึ่ง คนอย่างยงยุทธน่ะเหรอมีความลับ ? แล้วจะไปทำอะไร? ที่ไหน? กับใคร?!  คิดแล้วก็กำหมัดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง จะไปสนใจไอ้หน้าลิงนั่นทำไมเนี่ย! 


          "แน่ะ ไปหาอ่างที่ไหนลงอะดิ กูไปด้วย"

          "อ่างพ่อมึงเถอะ กูเก็บตังอยู่"

          "เหรอ เก็บตังไปทำไร"

     เออ บอกสักทีสิจะไปทำอะไรที่ไหน อยากรู้จะแย่แล้ว



          "เสือก"


     สะดุ้ง..
     สะดุ้งกันทั้งพิภพ ตอนนี้ทั้งจอห์นนี่และเตนล์ต่างกระพริบตาปริบๆ

          "โอเค๊ กูไม่เซ้าซี้ก็ได้..."

     แล้วหลังจากนั่นเสียงข้างนอกก็เงียบลงไป เตนล์ยังคงขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไอ้หน้าลิงมีความลับอะไรกันแน่ แต่ก่อนที่ร่างบางจะคิดมากมายไปมากกว่านั้นเตนล์ก็ต้องรีบตามออกไปด้วยเช่นกันเพราะเมื่อหันมองนาฬิกาก็พบว่าใกล้เวลาเริ่มการประชุมเสียแล้ว

     ....

     ......

     ขณะที่พวกกรรมการและตัวแทนสาขากำลังทยอยกันเข้าไปที่ประชุม เตนล์ที่เดินมานั่งแถวท้ายสุดก็เหลือบไปเห็นยงยุทธที่กำลังหายใจเข้าออกอาการเหมือนตื่นเต้น เห้อ จะรอดมั้ยนะไอ้มนุษย์แฟนเก่า คิดแล้วก็ตื่นเต้นแทนมันขึ้นมา เตนล์เลยแอบเปิดกูเกิ้ลเช็กดวงราศีกรกฏมันเสียเลย 

     ราศีกรกฎช่วงนี้ความรักมีแววโรยรา ควรหมั่นสร้างความหวานในทุกๆวัน คนโสดอาจจะเก้อสักพักแต่ไม่นานเกินรอคนที่ใช่จะมาหาในเวลาเหมาะสม ด้านการงาน เรื่องกังวลใจอาจทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่คาด อยู่ในช่วงขาดกำลังใจ แต่มิตรสหายจะช่วยนำพาการงานไปในทางที่ดี......  


     อ่านคร่าวๆเตนล์ก็คิ้วกระตุก เหลือบไปมองยงยุทธที่ห่อไหล่ไร้ราศีก็กุมขมับ ไม่ต้องเช็กดวงให้เสียเวลา ไม่รอดแน่ๆงานนี้ และหลังจากนั้นไม่ถึงอึดใจการประชุมก็เริ่มต้นขึ้นนำด้วยนากาโมโตะยูตะที่พูดภาษาญี่ปุ่นไฟแล่บ เตนล์เห็นดังนั้นก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ดีขึ้น ฟังเสียงซุบซิบของพวกกรรมการแล้วก็ได้ยินคำชม ถัดมาก็เป็นคุณจอห์นที่นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงคล่องแคล่ว ทำเค้าเซอร์ไพร์สอีกแล้ว เห็นภายนอกไม่คิดว่าพวกเพื่อนของยงยุทธจะเก่งและดูมืออาชีพได้ขนาดนี้ แล้วนี่ไอ้แฟนเก่าของเค้าจะได้เรื่องมั้ยนะ

     ด้านการงาน เรื่องกังวลใจอาจทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่คาด อยู่ในช่วงขาดกำลังใจ แต่มิตรสหายจะช่วยนำพาการงานไปในทางที่ดี......
  

     จู่ๆคำพยากรณ์ดวงราศีกรกฎที่เพิ่งอ่านจบไปก็เด้งขึ้นมาในสมองเตนล์อีกครั้ง ร่างบางทำเป็นเมินความคิดตัวเอง จึงหันกลับมาสนใจการรายงานของคุณสดายุต่อ ทว่าสายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นร่างยงยุทธที่ดูเกร็งๆ คงจะใกล้ถึงตาตัวเองรายงานแล้วล่ะมั้งถึงได้หน้าตาเหลอหลาแบบนั้น.... 


          "สู้สู้นะ.."

     กว่าจะรู้ว่าตัวเองทำมันลงไปก็ตอนที่เห็นแทยงกระพริบตาปริบๆ เตนล์รีบหลบสายตากรุ้มกริ่มของไอ้แฟนเก่าที่โปรยมาหาระยิบระยับ รู้สึกเสียฟอร์มนิดๆแต่เอาไว้ก่อนแล้วกัน ทำขนาดนี้แล้วขอให้การรายงานผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถอะ!



          "แล้วถ้าขายเพื่อทำเท่ายอด มันจะได้อะไรล่ะครับ" 

     เสียงล่ามพูดจบ พวกแก๊งหนุ่มออฟฟิศเพื่อนยงยุทธก็มองหน้ากันอย่างคิดไม่ตก เตนล์จึงเหลือบไปมองทางคุณวาตานาเบเพื่อดูท่าทีคร่าวๆ แต่ก่อนที่จะลุ้นให้มีใครคนใดคนหนึ่งตอบคำถามนั้น จู่ๆเสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น


          "ท่านครับ ในกระแสของเศรษฐกิจปีนี้ยากมากที่จะทำให้ยอดเกินเป้า ทางสาขาเรายอมรับครับว่าหกเดือนแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่แท้จริง แต่ว่าไตรมาสที่สามฝ่ายเซลล์ของเราก็มีการประสานงานกับทางสาขาสิงคโปร์เพื่อทำสัญญาประกอบชิ้นส่วนให้ทางฝ่ายนั้นด้วยช่างฝีมือดี ที่สำคัญราคาถูกกว่าสาขาอื่นในภูมิภาค ทำให้สาขาไทยได้รับกำไรจากสัญญานี้เป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลล่า และเป็นผลให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้สาขาไทยทำชาร์ตทะลุเพดาน เมื่อรวมกำไรทุกไตรมาสแล้วทำให้สาขาเราเป็นสาขาที่ทำเงินสูงสุดครับท่าน.."


     ฟังจบร่างบางก็อดปรบมือให้ยงยุทธไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าคนไม่เอาอ่าวอย่างยงยุทธจะสามารถแก้สถานการณ์ได้ดี แถมยังตอบให้เกียรติทุกฝ่าย เรียกได้ว่าฉลาดตอบนั่นเอง

          "อืม คนนี้ใครกันท่าทางใช้ได้เลยนะคุณชิตพล"

     ก่อนที่เตนล์จะยิ้มจนแก้มปริไปมากกว่านั้น คุณนวลกรรมการบอร์ดก็กระซิบเบาๆมาที่ข้างหู เธอทำสายตาหลงไหลได้ปลื้มจนเกินหน้าเกินตา เตนล์เห็นดังนั้นก็กลั้นหัวเราะ ใครๆที่เห็นไอ้มนุษย์แฟนเก่าในตอนนี้ก็คงหลงภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐานนั่นทั้งนั้น

          "ครับ ยงยุทธแผนกบัญชีน่ะครับ"

          "เตรียมตัวมาดีจริงๆ มีพูดให้เครดิตฝ่ายเซลล์ด้วย" คุณนวลยังคงทำสายตาเปล่งประกายไม่เลิกแม้ว่าเหล่ากรรมการคนอื่นจะทยอยออกไปแล้ว


          "ครับ ถ้าตั้งใจเค้าก็ทำมันออกมาได้ดีทุกครั้งน่ะแหละ..."

          "อะไรนะคะ ?"

     ขณะที่ร่างบางเก็บเอกสารที่ประเมินใส่แฟ้ม คุณนวลก็ถามเสียงสูงจนเตนล์ที่เพิ่งกรอกใบประเมินเสร็จเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เค้าหลุดพูดชมไอ้บ้าย้งออกไปหลายคำทีเดียว

          "อ่อ เปล่าครับ ผมขอตัวก่อนนะครับคุณนวล.."

     เตนล์พูดจบก็ยกมือสวัสดี เมื่อกี้เค้ามัวแต่ประเมินจนลืมเก็บอาการ ดีที่คุณนวลเป็นคนนอก ไม่งั้นตอนพูดจบเตนล์คงจะเขินจนหน้าแดงไปแล้วแน่ๆที่พูดชมไอ้คนง่าวนั่นออกไปเต็มปากเต็มคำ..



          "เห้อ ไม่น่าเลย" 

     คนปากแข็งถอนหายใจออกมาเมื่อนึกภาพตัวเองชูสองนิ้วให้ไอ้มนุษย์แฟนเก่าหน้าลิง....มาถึงตอนนี้คงถึงเวลาที่ตัวเค้าเองต้องยอมรับสักทีว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเค้าเหลือแต่ฟอร์มเท่านั้น ทั้งฟอร์มจัด ทั้งปากแข็ง กำแพงขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่ายงยุทธจะสามารถข้ามกลับไปได้รึไม่ แต่ตรงนี้แหละคือสิ่งที่สำคัญ ยงยุทธต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่ยงยุทธคนก่อนที่เละเทะ ไม่เอาการเอางานอะไรทั้งนั้น...


     ใช่....

     ลึกๆแล้วเตนล์ไม่เคยปิดกั้นโอกาสสำหรับการกลับไปคบกับยงยุทธ แต่เค้าแค่ยังไม่มั่นใจในตัวไอ้มนุษย์แฟนเก่า ไม่อยากให้โอกาสง่ายๆ กลัวว่าสุดท้ายจะต้องเจ็บแบบเดิมๆ เพราะงั้น....  


     ขอประเมินความประพฤติสักพักแล้วกัน....







     หลังจากการประชุมใหญ่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เย็นวันนั้นแผนกบัญชีก็เฮฮากันเสียงดังพาลเอาคุณแหม่มที่เดินผ่านมาได้จังหวะถึงกับหยุดชะงัก หัวหน้าแผนกบุคคลย่นคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ และทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไปพนักงานนับสิบก็ต่างพร้อมใจกันกลับเข้าที่ตัวเองทันทีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

          "นี่ยังเป็นเวลางานอยู่นะ" เธอบอกเสียงดุก่อนจะมองหาแก๊งหนุ่มออฟฟิศที่ป่านนี้ไม่รู้แอบไปอู้งานที่ไหนกัน แต่ไม่ถึงอึดใจคุณแหม่มก็ได้รับคำถาม เมื่อได้ยินเสียงเซ็งแซ่ที่ดังขึ้นด้านหลัง

          "พี่แจ้ วันนี้ไปแดกเหล้ากับพวก...เชี่ย คุณแหม่ม!"

          "สวัสดีครับ!" 

     วิญญูที่เดินคู่มากับนากาโมโตะยูตะยกมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะพูดสวัสดีเสียงดัง ไม่วายทำหน้าทำตาเหมือนเจอผีกลางวันแสกๆอะไรแบบนั้น 

          "คนอื่นไปไหนกัน"

          "ห้องน้ำครับ" ยูตะตอบกลับด้วยความเร็วแสง

          "ยินดีด้วย"

          "ครับ ?"

          "การรายงานของพวกคุณดีกว่าที่ฉันคิด พวกผู้ใหญ่ชมกันออกปากให้ได้ยินเลย" ทันทีที่คุณแหม่มพูดจบ วิญญูและนากาโมโตะก็มองหน้ากัน ทั้งคู่ทำตาโตเหมือนไม่อยากจะเชื่อหูว่าจะได้ยินคำชมจากปากคุณแหม่ม 


     
          "รักษาคุณภาพด้วย ปลายปีได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นไม่รู้ตัว" 
     
     ฝ่ายคุณแหม่มเองพอเห็นท่าทางของวิญญูและนากาโมโตะยูตะ เธอก็ทำตัวไม่ถูก คุณแหม่มจึงรีบพูดตัดบทก่อนจะเดินกลับไปยังแผนกของตนทันที แน่นอนว่าลับหลังที่คุณแหม่มเดินจากไปทั้งพี่จอห์นและน้องตี๋ต่างยกมือชูเหนือหัวแล้วตะโกนเฮออกมาเสียงดัง!

  
          "นี่ๆๆ จอห์น มึงรู้ปะก่อนหน้าที่คุณแหม่มเข้ามาพวกกูคุยกันเรื่องตำแหน่งพนักงานดีเด่นพอดีเว้ย" แต่ก่อนที่สองหนุ่มแก๊งออฟฟิศจิตป่วนจะดีใจจนหน้าบานไปมากกว่านั้น พี่แจ้ตัวพ่อแห่งแผนกบัญชีก็เดินอาดๆเข้ามาหา

          "แล้วไงต่อพี่" วิญญูทำตาโต

          "ก็แสดงว่าข่าววงในที่กูไปได้ยินมามันเป็นเรื่องจริงอะดิวะ" พี่แจ้แกเห็นดังนั้นจึงแสยะยิ้มยกมือป้องปากทำเหมือนเรื่องซุบซิบที่จะพูดต่อจากนี้เป็นความลับสุดยอดยิ่งกว่าเรื่องที่เจ้ดรีมมีชู้ 

          "หนึ่งในแก๊งมึง มีคนได้เป็นพนักงานดีเด่นประจำปี 2017 แน่ๆหนึ่งคน!"

          "ใคร?!" เสียงสั่นเครือเจือตื่นเต้นเสียงนี้เป็นของน้องตี๋ ลั่นทีทำเอาพวกพี่ๆตกใจหันมองน้องมันพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย 

          "ไม่รู้ วงในเค้าบอกกันมาแค่นี้" พี่แจ้พูดจบก็โบกมือปัดเตรียมตัวจะเดินหนี ยิ่งพอเห็นตี๋ทำหน้าเหมือนคาดคั้นพี่มันเลยเดินฉับๆกลับโต๊ะอย่างไวเลย แต่อย่างว่าถ้าคนอย่างไอ้วิญญูยังไม่ได้รู้ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะรู้ มีหรือที่เค้าจะยอมหยุดตื้อ 

          "วงในนี่วงไหน มึงเต้าข่าวปะเนี่ยพี่"

          "เต้าพ่อเต้าแม่มึงสิ น้องฝ้ายแผนกบุคคลเค้าเม้ามาแบบ..อุ้ป" รู้ตัวอีกทีพี่แจ้ก็ตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน เผลอหลุดปากออกไปตั้งหลายคำ พี่ขอโทษจริงๆจ้ะน้องฝ้าย พี่หลงกลไอ้บ้าจอห์นจนได้!

          "ผมจะทำเป็นไม่ได้ยินก็ได้นะพี่แจ้ ถ้าพี่ใบ้ให้ผมฟังว่าใครในกลุ่มผมมีโอกาสจะได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่น"

          "มึงมันร้าย ไอ้จอห์น"

          "เสือมันก็ร้ายทุกตัวแหละพี่"  ตอบอย่างภูมิใจ ก่อนจะทำหน้าทำตากวนบาทาไม่เลิก จนในที่สุดพี่แจ้ก็ยอมแพ้ดึงร่างไอ้น้องร่วมแผนกมาใกล้ๆ 

          "ใครผลงานดีๆในที่ประชุมมึงก็นึกเอาดิ" 
          
          "งั้นก็ไอ้ย้ง.."

          "อาจจะเป็นตี๋ก็ได้นะครับพี่จอห์น" ระหว่างที่สองคนกำลังสนทนากันอยู่นั่น จู่ๆน้องตี๋ก็กระเถิบเข้ามาประชิด

          "อะไร มึงอะนะตี๋"

          "ตี๋ก็นำเสนอดีนะครับ ตี๋ไม่มีสิทธิตรงไหน..."

          "เถียงอะไรกันอยู่ครับเนี่ย" ขณะที่วิญญูและนากาโมโตะกำลังเถียงกันอยู่นั้น สดายุที่เพิ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินเข้ามาหา หัวหน้าทีมพระเอกยิ้มโชว์ฟันเรียงซี่สวย ไม่วายแตะไหล่น้องตี๋อย่างนุ่มนวลอีก หล่อวนไป 

          "แล้วไอ้มาร์คไปไหน" 
     วิญญูถามสดายุอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะตอนนี้ทีมพระเอกมันมีกันอยู่ถึงสองตัว ซึ่งเค้าไม่ชอบเอาเสียเลย รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีพวกทั้งๆที่ทุกคนในที่นี้ก็เพื่อนกันหมด แต่ในความรู้สึกมันไม่ใช่ไง สำหรับจอห์นวิญญู ไอ้โซลสดายุคือเพื่อนที่น่าหมั่นไส้ที่สุด โดยเฉพาะไอ้ท่าทางที่เหมือนหลุดออกมาจากละครตลอดเวลานั่นก็อีก ยืนคู่กับมึงในซีนทีไรกูดูหล่อน้อยลงไปยังไงบอกไม่ถูก หมั่นไส้โว้ยยย (เสียงความคิดของจอห์นวิญญู)

          "เห็นบอกจะลงไปซื้อกาแฟมั้ง" สดายุตอบเรียบๆ 

          "แล้วไอ้ย้งอะ"

          "ผมก็นึกว่าอยู่กับพวกพี่" สดายุเลิ่กคิ้วทันทีพอเห็นจอห์นทำหน้าสงสัย

          "กูเห็นมันแอบออกไปจากออฟฟิศตั้งแต่บ่ายๆแล้วนะ" โชคดีที่พี่แจ้ช่วยไขปริศนาการหายตัวไปของนายยงยุทธหรือไอ้น้องย้งทันท่วงที ไม่อย่างนั้นวิญญูกับสดายุและนากาโมโตะคงจะทำหน้าสงสัยกันจนคิ้วยุ่งไปมากกว่านั้น

          "ไอ้ย้งเนี่ยนะจะไปไหนไม่บอกกู ?" พอนึกๆดูแล้วก็มีไม่กี่เรื่องที่ไอ้ย้งน้องรักจะไม่คิดปรึกษาเค้าเลย หนึ่งคือเรื่องเงิน สองคือเรื่องเงิน ส่วนสามก็คือเรื่องเงิน เอ้ะ นึกแล้วก็สะกิดใจขึ้นมา หรือว่ามันจะถูกหวยสิบล้านแล้วเก็บเงียบไม่บอกเพื่อนๆ


          "พี่ย้งอัพสตอรี่ไอจีเมื่อชั่วโมงที่แล้วครับ" ก่อนที่จอห์นวิญญูจะนึกไปสารพัดเหตุผล น้องตี๋ก็ยื่นโทรศัพท์ของน้องมันมาให้จอห์นดู หน้าจอโชว์สตอรี่ไอจียงยุทธเด่นหรา ดูจากวิดีโอสั้นๆรู้สึกว่ามันจะเดินอยู่ในห้างหรูสักห้างใจกลางกรุงเทพมหานคร! ไอ้ย้งผู้ทำโอทีดึกดื่น เลิกงานช้ากว่าชาวบ้านสี่ชั่วโมง คนที่ร้อยวันพันปีไม่เห็นเล่นไอจีและไม่ค่อยเที่ยวห้างจู่ๆก็ออกออฟฟิศก่อนเวลาเพื่อไปอัพสตอรี่เดินห้างเนี่ยนะ  ไม่ใช่แค่จอห์นที่งง ทีมเผือกเฉพาะกิจที่ประกอบด้วย พี่แจ้ น้องตี๋ และโซลสดายุ ล้วนงงไม่แพ้กัน

          "อดทนมานานแล้ว เกินจะทนแล้ว" ยิ่งพอวิญญูอ่านแคปชั่นที่อยู่ในสตอรี่เสียงดัง ทีมเผือกที่รวมตัวสมาชิกอย่างกระทันหันก็สุมหัวกันล้อมโทรศัพท์ในมือวิญญูทันที

          "บอกพี่หน่อยว่าย้งไม่ได้เอาเนื้อเพลงบัวช้ำน้ำขุ่นมาเป็นแคปชั่น" พี่แจ้ขมวดคิ้วทำหน้าเหยเก ก่อนที่ไอ้เจ้าตี๋จะแสล๋นหน้าไปหาพี่แจ้แล้วตอบคำถามลอยๆ(ที่ไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้)ด้วยสีหน้ามึนๆ 

          "ไม่รู้ครับ ตี๋ไม่เคยฟัง"
          "ใช่ประเด็นเหรอไอ้ตี๋" พอวิญญูพูดจบก็ได้แต่ทำหน้าปลงๆ แต่ก่อนจะมัวผิดประเด็นไปมากกว่านั้น เจ้าโซลก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน
     

          "สตอรี่อันต่อมา เหมือนย้งจะอยู่ในร้านนาฬิกานะครับ..." ฟังสดายุพูดจบทุกคนในวงล้อมก็เบิกตาโตอะเกนนึ ไอ้ผู้ชายที่ร้อยวันพันปีก็ใส่นาฬิกาตลาดนัดอย่างไอ้ย้งเนี่ยนะ จะไปเข้าร้านนาฬิกาแบรนด์ดังในห้างหรู อมโบสถ์มาพูดก็ไม่อยากจะเชื่อ! แต่ว่าตอนนี้คงต้องฝืนใจเชื่อเพราะภาพยงยุทธในร้านนาฬิกาดันโชว์หราเต็มจอเสียนี่!

     "แม่งไปรับจ็อบนอกขายนาฬิกาเปล่าวะ" วิญญูมองไปสบตาพี่แจ้ แล้วก็ได้รับการตอบกลับเป็นน้ำเสียงเออห้วนๆ 

     "มีอีกครับ แคปชั่นต่อมา...คนกัดก้อนเกลือก็มีเงินเหลือให้เธอนะจ้ะ...เอิ่ม" 


          ไม่เสี่ยวไปใช่มั้ยวะนั้น... 
 
     หลังจากอ่านแคปชั่นนั้นจบ สดายุก็แอบแซะน้องร่วมแก๊งในใจเบาๆ นี่ถ้ามองบนแล้วไม่หลุดหล่อบางทีสดายุคงจะมองบนใส่แคปชั่นนั้นจนตาเหลือกไปแล้ว พูดจริง...


          "ไอ้ห่า ไหนว่าถูกหวยแดกไง " ฝ่ายจอห์นวิญญูพี่คนสนิทของยงยุทธก็บ่นอุบใหญ่ พอเห็นนาฬิกาเรือนทองที่สะท้อนในกระจกจากรูปในสตอรี่นั่น เจ้าตัวก็เบะปากใส่อากาศประหนึ่งไอ้ย้งมายืนอยู่ตรงหน้า

          "Longines La Grande Classique 

          "อะไร คาถาแฮรี่พ็อตเตอร์ ?"

          "รุ่นนาฬิกาน่ะครับ"  นากาโมโตะตอบ ท่าทางขมักเขม้นในการซูมรูปเข้าซูมรูปออก  วิญญูเห็นดังนั้นจึงถาม       "มึงรู้จักด้วยเหรอตี๋"

          "ครับ รุ่นนี้น่าจะอยู่ที่สามหมื่นต้นๆ"

          "...."

     เมื่อได้ฟังดังนั้น วงล้อมนักเผือกเฉพาะกิจก็มีสุ่มเสียงเงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด จริงๆนาฬิการาคาเป็นหมื่นมันก็ไม่ได้น่าว้าวอะไร แต่ที่ว้าวที่สุดคือคนซื้อหรือคนอย่างนายยงยุทธ ชัยวัฒนมงคลนี่แหละ คนอย่างไอ้ย้งน่ะเหรอจะซื้อนาฬิการาคาสูงถึงสามหมื่น! อึ้งกิมกี่ไปเลยกู (เสียงในหัวจอห์นวิญญู)

          "แต่จากที่ดู เหมือนว่าย้งจะซื้อให้คนอื่นมากกว่านะครับ...." ก่อนที่จะมีใครครหายงยุทธไปมากกว่านั้น สดายุก็โพล่งขึ้นมา สดายุมองหน้าวิญญูนิ่งๆก่อนจะชี้ไปที่แคปชั่นเสี่ยวที่อยู่ในสตอรี่

           "มันซื้อให้แม่เหรอ หรือกิ้ก เอ้ะ หรือมันจะซื้อมาเซอร์ไพรซ์กู.."

          "ไม่มีวันครับ ถ้าพี่ย้งจะซื้อของขวัญให้พี่จอห์นจริงๆ ราคาไม่น่าเกินร้อยห้าสิบหรอก..." 

          "เดี๋ยวๆๆๆ พวกมึงเลิกเถียงกันก่อนดิ ตอนนี้ในไลน์กลุ่มใต้เตียงเดือดไปหมดแล้วโว้ย ข่าวด่วน ข่าวร้อน ข่าวช็อค ท็อกออฟเดอะทาวน์เลยแหละพวกมึง!"

     จู่ๆตัวประกอบที่หายไปจากบทสนทนาเกือบสามนาทีอย่างพี่แจ้ก็โผล่ออกมาแย่งซีนตัวเอกเต็มๆ! หนุ่มออฟฟิศจิตป่วนทั้งสามจึงหูผึ่งรีบชะโงกหน้าไปอ่านไลน์ในมือพี่แจ้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย






          "ดีนะที่ไอ้ย้งแม่งไม่อยู่บริษัทตอนนี้ ถ้าอยู่ล่ะก็ กูไม่อยากจะคิด..." วิญญูกลืนน้ำลายในคอดังเอื้อก วินาทีต่อมาไลน์ในโทรศัพท์ก็เด้งเสียงดัง ให้มันได้อย่างนี้ ไอ้ย้งไลน์มา!!! 

     'จอห์น มึงอยู่บริษัทอยู่ปะ'

     ทันทีที่อ่านข้อความจากเพื่อนรักจบ จอห์นวิญญูก็เหงื่อออกซิกๆ "พวกมึง ไอ้ย้งไลน์มาถามว่าอยู่บริษัทกันอยู่มั้ย...ตอบไงดีวะ.."


          "ตอบไปสิพี่ว่ากลับกันหมดแล้ว ไม่อยู่ๆ เผื่อย้งมันวกกลับมา" สิ้นเสียงสดายุ วิญญูก็พิมแชทรัวๆโดยมีพี่แจ้และน้องตี๋เฝ้าระวังสถานการณ์ไม่ห่าง

          "เออ กูตอบมันไปแล้วว่าพวกเราไปกินเลี้ยงกับพวกพี่แจ้"

          "แล้วพี่ย้งตอบยังครับ ?" นากาโมโตะพูดจบก็ชะโงกมองหน้าจอไอโฟนในมือวิญญูทันที และเพียงไม่กี่อึดใจยงยุทธก็ตอบกลับมา



     'อ้าว กูลงบีทีเอสมาแล้วเนี่ย งั้นกูเข้าไปเอาของที่บริษัทแปป เดี๋ยวกูตามไปแดกด้วยนะธุระกูเสร็จพอดี(สติ้กเกอร์รูปหัวใจ)'


          "ฉิบหาย! ถ้ามันเข้ามาในบริษัทตอนนี้ เสียงลือเสียงเล่าอ้างไปถึงหูมันแน่!" ทันทีที่อ่านข้อความยงยุทธ โทรศัพท์ในมือจอห์นวิญญูก็สั่นริกๆเพราะคนถือเกิดอาการลนระดับเจ็ดริกเตอร์ขึ้นมา

          "งั้นเราลงไปดักพี่ย้งหน้าประตูบริษัทกันดีมั้ยครับ!"  โชคดีที่จู่ๆน้องตี๋ก็โผล่เข้ามาในเฟรมแล้วจุดประกายความคิดให้กับคนที่กำลังเบลอสุดฤทธิอย่างจอห์นวิญญูทันเวลา หัวหน้าแก๊งออฟฟิศจิตป่วนจึงวิ่งนำไปที่ลิฟท์ก่อนตอบ..

          "ตามนั้น งั้นเราต้องรีบลงไปภายในสามนาที เร็ว!"




          "อ้าว ไอ้ย้ง พวกกูกำลังจะกลับกันพอดี มึงทำธุระเสร็จแล้วใช่มั้ยถึงมานี่ได้ ปะๆ ไปกินเลี้ยงกับพี่แจ้กัน" ตั้งแต่ก้าวเท้ามาถึงหน้าบริษัทได้ ยงยุทธก็ต้องประหลาดใจเมื่อเจอวิญญูและคนอื่นๆที่เพิ่งบอกกับเค้าแท้ๆว่าอยู่ร้านกับพวกพี่แจ้เรียบร้อยแล้ว แล้วไหงพวกมันมายืนออกันหน้าบริษัทเหมือนจะชุมนุมประท้วงแบบนี้วะ งงเด้ๆ

          "อะไรของมึง ไหนบอกอยู่..."

          "ชั่งเหอะ ไปๆ เดี๋ยวรถติดพอดี พี่แจ้รออยู่"

          "ก็นั้นไงพี่แจ้..."


     ฉิบ-หาย.
     เดินลงมาหาพ่อมึงเหรอ ไอ้แจ้!!!

     จอห์นวิญญูแทบอยากจะฟว้าไม้หน้าสามตีหัวย้งน้องรักแล้วลากขึ้นแท็กซี่ไปจากตรงนี้เสียเลยถ้าทำได้ เรื่องจะได้จบๆ ไม่ต้องมาโปะแตกโชว์ฟาร์มแหลไม่เนียนแบบนี้ แล้วอยู่ๆอิพี่แจ้มันเดินลงมาทำไมเนี่ย หงุดหงิดโว้ยยยยย (เสียงในหัวจอห์นวิญญูดังแปดหลอด)

          "มึงเล่นอะไรเนี่ยไอ้จอห์น"

          "ไม่เล่น..กูเล่นไรล่ะ.." เมื่อยงยุทธเห็นวิญญูทำหน้าตาย เค้าจึงเดินไปหาพี่แจ้ที่กำลังจะเดินออกมาพ้นประตูแทน พี่แจ้พอเห็นหน้าย้งก็ตาเหลือกรีบเบนจุดโฟกัสเปลี่ยนไปทางจอห์นวิญญูทันที แน่นอนว่าพอเห็นไอ้จอห์นทำทำตาขยุบขยิบเหมือนส่งซิกอะไรให้ พี่แจ้ก็เข้าใจได้ว่ามันต้องการความช่วยเหลือ

          "พี่แจ้ ตกลงจะไปกินเลี้ยงกันมั้ยเนี่ย ย้งงงไปหมดแล้วเด้อ" 

ไปปะวะ...ขณะที่เจ้าตัวยังมึนคง เค้าก็หันไปเห็นจอห์นและพ้องเพื่อนพยักหน้ารัวๆ

          "ไปๆ ไปพร้อมกันหมดนี่เลยดิ เดี๋ยวพี่ขับรถให้"
          "ดีๆ งั้นเราไปกันเลยดีมั้ยพี่" 
          
          "รอกูแปปดิ ขอไปเอาของบนโต๊ะก่อน" 


     เชี่ย!!

     ความอุสาหะทั้งหมดคงต้องพังลงไปไม่เป็นท่า เมื่อไอ้ย้งเพื่อนรักเปิดประตูบริษัทผ่างเข้าไปเดี๋ยวนั้น จอห์น ตี๋ โซล จึงก้าวฉับๆตามยงยุทธกันแทบไม่ทัน ในใจทั้งสามได้แต่ภาวนาให้ไม่มีใครมานั่งเม้าท์ประเด็นเด็ดเผ็ชร้อนอะไรกันแถวๆนี้!

     ซึ่งในที่สุดเมื่อสามารถเดินผ่านแผนกของฝ่ายเซลล์ที่มีสาวๆนั่งสุมหัวกันไปได้ นั่นก็แปลว่าฟ้ายังเข้าข้างพวกเค้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่ทันไรพอก้าวเข้าไปยืนรอหน้าลิฟท์พวกสาวๆฝ่ายเซลล์อีกกลุ่มกลับเดินมายืนขนาบรอลิฟท์ด้วยซะงั้น ลางสังหรณ์จอห์นวิญญูไม่ดีเลย ณ จุดจุดนี้!



          "เออ แกได้ยินที่เค้าพูดกันปะที่ว่าท่านประธานกับ.."



               เพี้ยะ!!
    

           "โอ๊ยยยย นี่พี่ตบหน้าหนูทำไมคะเนี่ย!?" น้องผู้หญิงขาเม้าท์ถึงกลับหน้าหัน ไม่มีใครคาดคิดว่าจอห์นวิญญูจะทำถึงขนาดนี้ และแม้กระทั่งวิญญูที่มือเร็วใจไวก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเค้าจะกล้าทำถึงขนาดนี้!

           "ยุงลายเกาะหน้าน้องอะครับ พี่ขอโทษจริงๆ เห็นยุงไม่ได้เลย ฮ่ะๆ"  วิญญูยิ้มเจื่อนๆกลับไปให้สาวๆ โดยที่ถูกน้องฝ่ายเซลล์ส่งสายตาค้อนมาให้รัวๆ โชคดีที่ลิฟท์เปิดออกพอดี ทุกคนในที่นี่จึงก้าวเข้าไปในลิฟท์โดยไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นไปตลอดรอดฝั่งมันก็คงจะดี แต่จู่ๆอีน้องผู้หญิงคนเดิมกลับเปิดประเด็นข่าวซุบซิบขึ้นมาอีก จอห์นวิญญูจึงมืดแปดด้านไม่รู้จะหาทางไหนมาแก้สถานการณ์แล้วโว้ย 

          "นี่ เห็นว่าท่านประธานมีคำสั่งให้..."

          "เฮลโล ที่รัก ผมไม่ได้ยินเลย คุณว่าอะไรนะ ไม่ๆ เสียงผู้หญิงที่ไหน ไม่มี๊ๆ เมียน้อยอะไรครับ ผมไม่กล้ามีหรอก ผู้หญิงคนไหนมาวุ่นวายกับผมคงจะโดนคุณตบจนหน้าเขียวหน้าม่วงไปสามวันเจ็ดวัน ไม่มีใครกล้าหรอกครับ..สบายใจแล้วเนอะ" 

     ขณะที่วิญญูกำลังมืดแปดด้านอยู่นั้น จู่ๆสดายุก็เหมือนเป็นอัศวินที่ขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยเหลือตนได้ทันเวลา วิญญูแทบอยากจะมอบออสการ์ให้สดายุสักสิบรางวัล การที่อยู่ๆแม่งก็อิมโพไวส์บทขึ้นมาสดๆ ด้นอินเนอร์ประหนึ่งกำลังคุยกับเมียขี้หึงจริงๆ จริงซะจนเห็นน้องผู้หญิงขาเม้าท์คนเดิมยกมือขึ้นมาแตะแก้มราวกับตัวเองเพิ่งโดนตบมาฉาดใหญ่ จอห์นวิญญูอยากจะมอบกราบไอ้โซลมันซะเลยตอนนี้ เนียนไม่เนียน น้องๆขาเม้าท์ก็เงียบกริบ สงบเสงี่ยมเหมือนเพิ่งเดินจงกลมมาแล้วสิบรอบ พี้กเว่อ!!

 
          ติ้ง!

     ในที่สุดน้องๆฝ่ายเซลล์ก็พากันออกไปก่อนที่ลิฟท์จะเปิดออกที่ชั้นของแผนกบุคคล ยงยุทธเดินออกมางง มองหน้าพวกเพื่อนๆอย่างไม่เข้าใจ ทำไมวันนี้พวกมันดูมีพิรุธแปลกๆวะ (เสียงความคิดยงยุทธ)

          "มึงจะไปเอาของไม่ใช่เหรอย้ง ไปดิ เดี๋ยวพวกกูรออยู่นี่" พอพูดจบ ยงยุทธจึงเดินเบี่ยงไปยังแผนกทันที(แบบงงๆ) ส่วนพวกหนุ่มออฟฟิศทั้งสามในที่สุดก็ได้มีโอกาสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หลังจากต้องแบกความกดดันไว้เต็มบ่า

          "เหี้ย กูนึกว่าจะไม่รอด"
          "ทุกคนทำได้ดีแล้วครับ"
          "แต่ตี๋ยืนสั่นอย่างเดียวเลยนะครับ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แหะๆ"  และขณะที่ตี๋กำลังยิ้มหวานอยู่นั้น ใครบางคนก็เดิน ไม่สิ ต้องเรียกว่าพุ่งเข้ามาหาด้วยท่าทางร้อนรน

          "โห้ อยู่นี่กันนี่เอง ผมหาตั้งนาน ไปไหนไม่บอกกันเลย"

          "อ้าว ไอ้มาร์ค/อ้าว น้องมาร์ค" 

     ใช่แล้ว เป็น มาร์คลีนั้นเองที่เพิ่งเจอกับคนอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ เค้ามัวแต่ไปฟังข่าวซุบซิบจากแผนกบุคคลจนเพลิน จึงไม่ได้รู้เรื่องกับใครเค้าเลยว่าตอนนี้สถานการณ์กำลังระอุเพียงใด และขณะนั้นยงยุทธก็เดินมาจนเกือบจะถึงหน้าลิฟท์พอดี

     โดยที่ไม่มีใครคาดคิด...จังหวะที่จอห์นวิญญูกำลังจะทักยงยุทธดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้มาร์คถามเสียงดังฟังชัด

          "เออพี่ แล้วนี่พวกพี่รู้เรื่องที่คุณเจย์จะย้ายตำแหน่งพี่เตนล์ไปเป็นเลขาส่วนตัวยังอะ"

          "..!!!!"

     พวกกูรู้แล้ว!!!
     แต่ไอ้ย้งยังไม่รู้จนกระทั่งเมื่อกี้เนี่ยแหละ!!!!!





          "มึงพูดให้กูฟังอีกทีดิไอ้มาร์ค..."

       


TBC
.................................................................
เรากลับมาแล้วววววววววว
ฮี่ๆ หลังจากนี้จะเป็นศึกชิงน้องเตนล์หนักหน่วง
ไม่ออกทะเลแล้ว จะจริงจังขึ้น อาจไม่มีความป่วง
ของพวกแก๊งหนุ่มออฟฟิศมาเล่นอะไรเท่าไหร่แล้ว 
(ที่ให้พวกนางเล่นกันเยอะ บทแล้วๆเพราะหลังจากนี้จะโฟกัสแต่
ย้งเตนล์แล้วจ้าาา)
จริงๆก็ยังนึกๆอยู่แหละว่าจะยังไงต่อ 5555555555
คอมเม้นกันด้วยน้าา รักเด้ออ


#ออฟฟิศพี่ย้ง





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

311 ความคิดเห็น

  1. #307 p_aww (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 23:20
    ม่ายยยยยยยยยยยยย น้องมาร์คอย่าทำแบบนี้ ฮื่อออออออออ สงสารพี่ย้งอะคือมันจังหวะพอดีไปมั้ย ขยี้ใจพี่มากแล้วแบบเฟลตรงพี่ย้งน่าจะไปซื้อนาฬิกาให้น้องเตนล์ด้วยป้ะ แต่พี่ย้งคะพี่อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ ไปค่ะไปสู้
    #307
    0
  2. #297 กุ๊กไก่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:49
    น้องมาคผิดจังหวะนะรู้กก
    #297
    0
  3. #261 seethenq (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 20:41
    โอ้ยยยยมาร์คลีว้อยยยยยยย ค้างค้างมากๆๆๆ ไรท์แต่งสนุกง่ะทุกเรื่องเลยTT รีบมาต่อไวๆๆน้าาา เค้ารออยู่ จุ้บ
    #261
    0
  4. #254 mytty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 11:16
    เฮ่ยยยย ไม่ดีเลยนาเเบบนี้ เเต่คิดว่าใจน้องเตนล์ยังอยู่ที่พี่ย้งเเหละ เนอะ
    #254
    0
  5. #251 กรี๊ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:32
    ราวกับฝันไป ไรท์มาต่อแร้ววววว
    #251
    0
  6. #244 Amane (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 23:24
    คิดถึงงงงงพี่ย้งง ละพี่ย้งงงง ทำไงงงงงง โหยยย นี่ทีมพี่ย้งนะเว้ยย สู้!!!
    #244
    0
  7. #243 supine.ty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 10:46
    ตลกความเช็คดวงแฟน แล้วนาฬิกานี่ซื้อมาง้อเมียก็พูดดดด
    #243
    0
  8. #242 FromYourLove (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 00:33
    คิดถึงเรื่องนี้มาก รอเด้ออ
    #242
    0
  9. #241 Celia Mae (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 16:02
    ยังรอไรท์เสมอออ ขำในความพยามของทุกคนต้องพังเพราะมาร์ค 555555555
    #241
    0
  10. #240 Taeyong tass (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:28
    ไรท์กลับมาแล้วกอดๆ
    #240
    0
  11. #238 Dreamder96 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 00:56
    ฮื่อออคิดถึงงงง รออยู่นะคะะ
    #238
    0
  12. #236 K.C.PIM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 00:25
    ฮืออออ พี่ย้งสู้เว้ยยนยย น้องใจอ่อนตลอดแหละ สู้เว้ยพี่ พี่ทำได้เด้อออ
    #236
    0
  13. #235 taeyong_vivi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 22:40
    ความสำเร็จเกิดได้เพราะกลยุทธ์หัวใจนี่เอง โอ้ยย ขอพี่ยงยุทธสักอัตราในบริษัทตอนนี้ได้มั๊ยคะ มาช่วยเดี้ยนอัพยอดเซลส์หน่อยเร็ว 55555
    #235
    0
  14. #234 Baebam1a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 03:59
    โอ้ย น่ารักอะน้องเตง มีกลจดีนี่เอง
    #234
    0
  15. #233 gmxcxhk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 00:11
    ว่าแร้วนุ้งเตนล์ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น เอาใจช่วยยงยุทธเด้อ สู้เขา ใจอ่อนแล้วเนี่ยย
    #233
    0
  16. #232 Amane (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 23:32
    โอ้นยยยย มานุดแฟนเก่าาาา โคตรน่ารักกก พี่ย้งนี่กำลังใจเต็มร้อยเลยไหมคะพี่! กรี้ดดดดดดดดดดดด รอเตนล์เปิดใจนะ
    #232
    0
  17. #231 black-village (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 15:34
    พี่ย้งเท่มากอ่ะ5555555 เพราะแค่เตนล์มองอยู่อ่ะ โว้ย5555555
    #231
    0
  18. #230 K.C.PIM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:57
    ฮื่ออออ พี่ย้งโคตรเท่เลยโว้ยยย พี่จ๋าฮือออ
    #230
    0
  19. #229 มนุษย์เงินเดือน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 00:12
    มาต่อแย้ว. ดีใจจัง. พี่ย้งมันก็มีความเท่ห์ ความเอาถ่านอัลคาไลน์ อยู่นะ. หวั่นไหวสิเตนล์ๆๆ

    ตอนนี้มีสาระและความรู้. มาต่อเร็วๆเด้อ. พรีส อย่างน้อยขอให้มาต่อทุกเดือน รอคอยประหนึ่งเงินเดือนออก
    #229
    0
  20. #228 taeyong_vivi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 21:40
    ไรท์มาอัพแง้ว ดีใจมากค่ะ แหมๆๆ พี่ย้งทำเท่ห์เชียวนะ มีกำลังใจจากน้องเตนล์อะดิ ^^
    #228
    0
  21. #227 for__blue (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 15:24
    ดีใจที่เตนล์กลับมามีบทอีกครั้งนะคะไรท์..55555555 มาต่อครึ่งหลังเร็วๆนะคะ
    #227
    0
  22. #226 Kwan Suratsawadee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 10:59
    คิดว่าไรท์จะไม่กลับมาแล้วววว พี่ย้งเราทำได้ดีเมื่อมีเตนล์
    #226
    0
  23. #225 gmxcxhk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 09:53
    กรี๊ดดด กลับมาแล้ว รออ่านนะคะ อยากเห็นความโปกฮาของแก๊งนี้กับภารกิจพิชิตใจเตนล์ รออ่านเด้อ
    #225
    0
  24. #224 FromYourLove (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 08:02
    เย้!!ไรท์มาแล้วววว ชอบบบได้เห็นพี่ย้งในโหมดจริงจังบ้าง เท่ไปอิกก รีบมาต่อไว้ๆน้าา
    #224
    0