NCT : OFFICE & man #ออฟฟิศพี่ย้ง

ตอนที่ 8 : office 08

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 เม.ย. 60












เทพสถิต คงคาเจริญ


คือพนักงานดีเด่นสามปีซ้อนจากแผนกฝ่ายการผลิต เทพสถิตเป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนๆจากแผนกเดียวกัน ว่าเป็นคนที่มีเจ๊ดันคอยอุปถัมภ์อยู่ไม่ห่าง ทำให้ตลอดสามปีที่ผ่านมาการงานรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จง่ายกว่าใครพวก อาจจะดูเหมือนหนทางเส้นนี้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ...แต่ใครเลยจะรู้ว่ากว่าจะได้มาถึงจุดนี้ตัวเค้าเองก็ต้องไต่หนามแหลมจนได้บาดแผลฉกรรจ์มานับไม่ถ้วน

"ฮัลโหล พี่เงาะครับ ผมรอพี่ที่ลานจอดรถแล้วนะ วันนี้พี่อยากกินอะไรเอ่ย"

(ฮัลโหล น้องเทพ มาหาพี่ที่ห้องทำงานหน่อยสิ)

เสียงหวานแหบชวนขนลุกทำให้เทพสถิตย่นหน้า นี่ถ้าไม่ติดว่าได้คุณเงาะคอยช่วยดันเรื่องโปรเจ็คปลายปีให้ เค้าคงจะตีตัวออกห่างไปตั้งนานแล้ว ทุกวันนี้ที่ต้องมาคอยเทียวไล้เทียวขื่อนางเพราะมีชนักติดหลังล้วนๆ

"ได้ครับๆ พี่เงาะรอผมแปปเดียวน้า"แม้จะทำเสียงหวานออดอ้อนแต่ใบหน้าคนพูดกลับทำท่าจะอ้วกออกมาให้ได้ 

"อ้าว พี่เทพ"และขณะที่ร่างโปร่งกำลังวางสายโทรศัพท์ท่าทางหงุดหงิด น้องโดจากแผนกเดียวกันก็พาใครสักคนเดินตรงมาหา

"ว่าไง เจ้าโด"
"หวัดดีครับ พี่เทพ!"
ส่วนเด็กอีกคนก็ยกมือไหว้สวนขึ้นมาจนทำเอาเทพสถิตยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน จะว่าไม่คุ้นหน้าก็ไม่ใช่แต่เรียกว่าไม่ค่อยได้คุยหรือรู้จักมักจี่น่าจะถูกกว่า

"อ้าว น้องแจมแผนกบุคคล..."
"ถูกต้องนะครับ!"
พอคนถูกทักว่าจบเสียงดังก็แจกยิ้มสดใสและดีดนิ้วดังเปราะจากนั้นจึงเดินเข้ามาหาเทพสถิตใกล้ๆ

"พี่เทพกำลังจะไปหาพี่เงาะที่ห้องเหรอ"

เห้ย ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงรู้เรื่องของเค้ากับพี่เงาะด้วย...

"เอ่อ คือ"
"โอ้ย พี่เทพ ไอ้แจมก็เด็กคุณเงาะเหมือนพี่กับผมนี่แหละ..." พอโดเห็นรุ่นพี่จากแผนกเดียวกันทำท่าทีลำบากใจ เค้าเลยจัดการดันร่างเตี้ยๆของไอ้แจมไปข้างหน้าคนเป็นรุ่นพี่ที่กำลังยืนทำตาปริบๆ


"เด็กพี่เงาะเรอะ"
"ครับผม แจมเนี่ยได้คุณแม่คอยช่วยไว้ตลอดเลยไม่อย่างงั้นคงโดนเด้งออกจากบริษัทไปนานแล้วมั้ง ฮ่ะๆ เห็นว่าวันนี้คุณแม่อยากให้พวกเราไปช่วยอะไรสักอย่าง แจมก็เลยขอพี่โดมาด้วย"

น้องแจมจากแผนกบุคคลพูดจ้อยาวเป็นบรรทัด ทว่าสิ่งที่ทำให้เทพสถิตติดใจกลับไม่ใช่สตอรี่เบื้องลึกแต่เป็นการที่น้องแจมเรียกนังเงาะผีว่าคุณแม่เนี่ยเดะ โอ้ จีซัส...


"คุณแม่ ?"
"เพราะแม่ก็คือแม่.."
"จ้ะ" เทพสถิตยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนจะรีบดึงแขนไอ้โดเข้ามาเพื่อแอบกระซิบกระซาบ

"น้องมันโดนล้างสมองเกลี้ยงเลยนะ"
"ให้ผมฟ้องพี่เงาะดีมั้ย ว่าพี่แแอบนินทา"
"เห้ย ไอบ้าโด เดี๋ยวโดน"
"คุยอะไรกันเหรอครับ!" ยังไม่ทันที่เทพสถิตจะได้ยกมือฟาดรุ่นน้องร่วมแผนกที่ทำหน้าล้อเลียน น้องแจมแผนกบุคคลก็โผล่งเข้ามาทำลายจังหวะจนทั้งเค้าและไอ้โดต่างสะดุ้งตกใจกันออกหน้า


"ไอ้น้องแจม.."

"แงะ" และพอเห็นสีหน้าไม่พอใจของพวกรุ่นพี่ แจมก็ยิ้มฝืดๆก่อนจะยกมือขอโทษขอโพยที่ทำเสียงดังผิดจังหวะแถมยังไม่รู้กาลเทศะพูดแทรกตอนพวกพี่ๆคุยกัน

"แจมขอโทษนะพี่"

"เออ ไม่เป็นไร ไปหาพี่เงาะกันดีกว่านางรอเหงือกแห้งแล้วมั้งตอนนี้"





"ไอ้โซลๆๆ"
เสียงไอ้จอห์นตะโกนจนแหบเมื่อเห็นอีพี่โซลวิ่งสี่คูณร้อยกระเตงลูกวิ่งแบบไม่แคร์เวิลด์ ตามด้วยผม มาร์คและอีนังตี๋ที่วิ่งช้าหยั่งกะม้าแคระ ทุกคนเชื่อมั้ยครับว่าแผนกบัญชีที่แสนจะแค๊บแคบพอต้องมารันฟอร์ไลฟ์ทำไมทางแม่งย๊าวยาวนักก็บ่ฮู้  ฮือออ ฮู้อย่างเดียวคืออีพ่ออีแม่อีหล่าซ่วยข้อยแหน่ บักผีนางฮำมันจะตามมาหักคอข้อยแล้วเด้ออออออออออออ

"กรี๊ดดด พี่ย้ง วิ่งไวๆ วิ่งไวหน่อย"
"กรี๊ด กูวิ่งไวแล้ว อย่าเร่ง"
"กรี๊ดดด พี่ย้ง รอตี๋ด้วย ตี๋กลัวว"

"กรี๊ดดดดดดดดดดดด"

ในขณะที่พวกผมร้องแรกแหกกระเชอเป็นไอ้บ้ากันทั้งก๊ก  จู่ๆก็มีเสียงกรี๊ดของผู้หญิงดังขึ้นสนั่นจนแข็งขาทุกคนอ่อนยวบ พวกผมที่วิ่งรั้งท้ายและอีจ่าจอห์นกะพี่โซลที่นำหน้าก็ต่างต้องหยุดนิ่งไม่วิ่งต่อ

"คะ..ใครกรี๊ดวะะ"
จากนั้นไอ้จอห์นก็หันกลับมาสบตาผมหน้าตาเลิ่กลั่ก


"พ..พวกเราก็มีกันแต่ผู้ชาย.."
ผมตอบกลับตะกุกตะกักก่อนจะหันไปหามาร์ค ตี๋เป็นทอดๆ


"ถ..ถ้าจะมีใครกรี๊ด..ก็..ก็.."

นอกจากนังมาร์คจะตัวสั่น ตาเหลือก เสียงน้องมันยังแหบเพราะผ่านการกรี๊ดมาสิบแปดหลอด กระตุ้นให้บทสนทนาที่พวกผมกำลังจะได้ยินน่ากลัวขึ้นเป็นไหนๆ

"ผี..เนอะ"

"ผี..ผี คุณป้อ.."


ควับ!

และด้วยอำนาจของเสียงใสไร้เดียงสาที่มาจากปากของน้องเจแปนทำให้พวกผมทั้งสี่หันขวับไปหาลูกพี่โซลทันที ภาพที่เห็นคือภาพที่น้องเจแปนชี้นิ้วเล็กๆไปที่ประตูลิฟท์ที่อยู่ห่างจากคุณพ่อโซลประมาณสิบกว่าก้าวโดยที่หน้าลิฟท์และตัวลิฟท์ไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่น้อย


"น้องเจ ถ้าพูดเล่นแบบนี้อีก..คุณพ่อจะโกรธจริงๆนะครับ"
พี่โซลว่าจบก็เดินถอยหลังจากหน้าลิฟท์มาประชิดเจ้จอห์นที่ยืนขาแข็ง ทันใดนั้นเจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ยย เชื่อมั้ยว่าพวกผมเกือบจะร้องกรี๊ดอีกระรอบเมื่อหลอดไฟเหนือหัวกระพริบๆๆรัวๆๆ


"ฮืออ ฮืออออ"

"เสียง..ผะ..ผี..ร้องไห้เหรอ"

"ฮือออ เสียงกูนี่แหละ"

ก่อนที่ตี๋จะช็อคตายไปตรงนั้นอีมาร์คก็สูดขี้มูกเสียงดัง ทำเอาบรรยากาศหนังผีสยองขวัญกลายเป็นบรรยากาศแถวโรงเรียนเด็กอนุบาลไปชั่วขณะ



ติ้ง! 
แล้วไอ้พวกผมก็ยังไม่ทันได้หายใจเข้าออกเต็มปอดดี เสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นก็ทำเอาพวกเรากระโดดมารวมกันเป็นกลุ่ม ตัวสั่นกันยิกๆประหนึ่งพาร์กินสันเป็นโรคติดต่อ ส่วนคนมีสติอย่างพี่โซลก็แบกลูกไปสวดมนต์นำขบวนไป ทำเอาผมนึกขึ้นได้ว่าตอนไปวัดปทุมหลวงพ่อท่านให้หนังสือธรรมะมาเล่มหนึ่ง! กู้ดจ็อบ!


บระ บรู๊ววว บรู๊วววววววววว


"คิก คิก คิกๆๆ"

หนังสือธรรมะก็ช่วยกูไม่ได้แล้วครับในจุดๆนี้! 
ขนแขนขนขาผมลุกชันพรึ่บพับทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออกพร้อมกับการปรากฎตัวของร่างดำมืดผมยาวรุงรังปรกหน้า!!!


กึก  กึก

"..."
เหมือนลิ้นไก่หดหายไปไหนก็ไม่อาจทราบ พวกผมแทบเป็นใบ้ชั่วขณะ วินาทีที่ร่างดำเป็นตอตะโกก้าวเท้าออกมาจากในลิฟท์ หนุ่มออฟฟิศทั้งสี่ก็รวมใจกันถอยกรูดอย่างไว กลัวจนก้าวขาไม่ออกแต่นาทีนี้ต้องก้าวให้ออกแล้วล่ะครับ ไม่อย่างงั้นผมกูร่วงหมดหัวแน่ๆ!


"น้องเจ เอาน้องเจไป"

ยังไม่ทันไร งานเสียสละ งานคุณพ่อดีเด่นต้องมาครับนาทีนี้ ทันทีที่เห็นร่างผีเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ พี่โซลก็ตัดสินใจยกน้องเจแปนให้อีจอห์นอุ้ม โฮ น้ำตาผมแทบไหล ไม่ใช่เพราะซึ้งเพราะอะไรแต่เป็นเพราะไฟทั้งตึกดับพรึ่บลงไปทำเอามืดตั้งแต่ชาตินี้ไปยันชาติหน้า 


"พี่ย้ง!"
"เรียกกูทำไม!"
"กรี๊ดด ใครจับแขนกู กรี๊ดดด"
"น้องเจแปนอยู่ที่ไหน"
"ลูกมึงอยู่กับกู!"
"ว้ากกก เปิดไฟๆๆ ไฟฉายโทรศัพท์ อะไรก็ได้ เร๊ววว"


พรึ่บ!!

โชคดีที่อีตี๋ปัญญาฉับไวมันถึงได้เปิดไฟฉายจากมือถือทันเวลาก่อนที่พวกผมจะขวัญเสียไปมากกว่านั้น และทันทีที่มองเห็นโพซิชั่นที่เปลี่ยนไป ตี๋ก็กรีดร้องออกมาเสียงดังทำเอาพวกพี่ๆขี้แทบราด ไอ้ที่น้องมันกลัวหนักมาก กลัวขั้นรัชดาลัยเป็นเพราะจู่ๆตำแหน่งรั้งท้ายที่ตี๋เคยอยู่กลับเปลี่ยนไปตอนชุลมุนทำให้บัดนี้ตี๋มายืนหายใจรดหน้าผีเป็นที่เรียบร้อย ปรบมือครับทุกคน!!!


"โอ๊ก๊าซั๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง"

นอกจากตี๋จะประชิดผีแล้ว ไอ้ผีร่างดำผมปรกหน้านั่นก็ยังยืนกั้นแบ่งกรุ๊ปหนุ่มออฟฟิศเป็นสองกลุ่ม คือฝั่งผมกับอีมาร์คและพี่โซลกับไอ้จอห์น 

"ตี๋ฟังพี่นะ น้องเจแปนจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้.."

"พี่จอห์น..พี่จอห์น.."

บอกเลยตรงนี้ว่าน้องตี๋พลาดแล้วมึง พอฟังอีจอห์นพูดจบผมกับไอ้มาร์คก็วิ่งหันกลับไปอีกทางโดยไม่ทิ้งเวลาแม้แต่วินาทีเพื่อที่จะบอกลาตี๋ ณ จุดจุดนี้ตัวใครตัวมันว้อยนี่ผีนะไม่ใช่ทุเรียนทอดจะได้วิ่งเข้าหา ย้งบอกตรงนี้เลยนะว่า ไอแฮฟทูรัน!!


"พี่ๆ อย่าทิ้งตี๋สิครับ แว้กกกกกกกก"


   
  


"โห้ พี่เงาะ นี่พวกผมต้องแต่งผีแกล้งพวกแผนกบัญชีเนี่ยนะ"
เทพสถิตหยิบชุดผีแฟนตาซีแต่ละชุดออกมามองอย่างอเนจอนาถใจ ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อเห็นคนเป็นหัวหน้าแผนกบัญชีแต่งหน้าทารองพื้นขาววอกโดยมีเด็กแจมจากแผนกบุคคลช่วยเขียนคิ้วอยู่ไม่ห่าง 

"ใช่จ้ะ หรือเทพไม่อยากช่วยพี่ล่ะ.."
คุณเงาะทำเสียงออดครวญจอมปลอม เห็นดังนั้นเทพสถิตจึงต้องรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธแทบไม่ทัน และหลังจากได้ฟังแผนเพี้ยนๆของหัวหน้านางนี้เค้าก็ถึงกับมึนไปสักพักนึงเลยทีเดียวเพราะไม่เข้าใจถึงเหตุผลของเรื่องราวทั้งหมด รู้แค่ว่ามีท่านประธานเป็นแบ็คให้อีกที ยิ่งฟังยิ่งงงจนหัวแทบหมุน

ไม่รู้ว่าพวกแผนกบัญชี พี่เงาะ และท่านประธานกำลังเล่นเกมส์อะไรกันอยู่ ?


"ไอ้โด แกรู้ใช่มั้ยว่าพวกผู้ใหญ่เค้าเล่นอะไรกัน.."
เมื่อได้โอกาสอยู่ด้วยกันลำพัง เทพสถิตก็อาศัยจังหวะนั้นถามสิ่งที่ตนสงสัยออกไป ซึ่งเจ้าโดเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าวก็คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะยักคิ้วอย่างคนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

"ผมรู้หมดแหละ...ทุกเรื่อง..."



   


หนุ่มออฟฟิศสองนายนั่นได้แก่สดายุหรือโซลและคุณจอห์นวิญญูได้วิ่งกระเจิงมาทางแผนกการผลิตชั้นบนโดยวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟหัวตั้งต้านลมกันมาทั้งคู่ แต่เมื่อวิ่งมาถึงจุดหนึ่งที่แสงไฟจากชานเมืองส่องมาไม่ถึงทำให้มืดจนทั้งสองต่างต้องคลำทางกันเป็นว่าเล่น ฝ่ายคนอาวุโสกว่าเดินตามหลังรุ่นน้องกล้าๆกลัวๆถึงขนาดเกาะชายเสื้ออีกฝ่ายด้วยหัวใจเต้นดังกระหน่ำ

"ไอ้โซล กูว่าเราต้องหาไฟฉายวะ มันมืดไป"
"โทรศัพท์ผมแบตหมด.."
"ดีเนอะ มา กูเอง ฝากอุ้มลูกมึงที กูขอหามือถือก่อน" พูดจบคุณจอห์นก็ส่งร่างกลมๆก้อนๆของน้องเจปนให้สดายุก่อนที่จะล้วงมือหามือถือจากกระเป๋ากางเกงซ้ายขวาแต่ปรากฏว่าไม่พบ

"เชี่ย ไม่มี.."
"มันตกตอนวิ่งหรือเปล่าครับ"
"กูจะรู้เรอะ!" คุณจอห์นทำเป็นเสียงดังเพื่อปกปิดความกลัว ก็แหม่ ตอนเย็นแอ็คอย่างดีว่าไม่กลัวเลยผงผี แต่ตะกี้กรี๊ดเสียงดังพอๆกับไอ้พวกน้องๆเลยโว้ย ที่สำคัญต้องมาหลงอยู่กับไอ้โซล อริตัวฉกาจในคราบเพื่อนสนิทเสียนี่ จะมีอะไรเซอพรายส์กว่านี้มั้ย ตอบ

"ผมถามพี่ดีๆนะเว้ย"
"เออๆ กูไม่ได้ตั้งใจตะคอกมึงหรอก แล้วตอนนี้เอาไงต่อดีวะ โซล" คนอายุอาวุโสกุมขมับพลางชะเง้อคอมองต้นทางที่พอมีแสงไฟสลัวท่าทางกล้าๆกลัวๆ พอหันหน้ากลับมาหาสดายุก็พบคุณพ่อลูกอ่อนกำลังโยกเยกเอ๊ยน้ำท่วมเมฆกระต่ายลอยคอ กล่อมลูกน้อยวนไปทั้งหน้าซิ่วหน้าขวานแบบนี้ 

"สำหรับผม ผมต้องพาน้องเจแปนไปหลบที่ที่ปลอดภัย..กว่านี้"

"แล้วมึงจะไปยังไง แม่งมืดทั้งทางแบบนี้ กูก็ไม่มีไฟฉาย มึงก็ไม่มีไฟฉาย"

"งั้นเราก็ไปหาไฟฉายกัน"สดายุพูดจบก็ร้องเพลงกล่อมหนูเจแปนต่อไป คุณจอห์นจึงตัดสินใจหันกลับมาพึ่งสติปัญญาตัวเอง โดยต่อยอดคำแนะนำจากรุ่นน้องที่ว่าให้ไปหาไฟฉาย


"เชี่ย! กูนึกออกแล้ว"

"นึกออกว่า.."

"ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดไงไอ้โซล!"




ชีวิตบัดซบเพิ่งไปหาหลวงพ่อที่วัดมาตกดึกเจอผีเฉย ที่แย่กว่าคือการสวมชุดปฏิบัติธรรมขาวชนิดที่เดินไปอยู่แถวกุฏิคนต้องยกมือไหว้ แล้วทำไมผีเผอไม่รู้จักหวาดกลัวรังสีแห่งธรรมของผม ทำไม!!


"พี่ย้ง เราจะหนีไปทางไหนดีแวะพี่"

"มึงว่าผีไปไหนได้มั้งอะ" ผมถามแบบขอไปที เพราะจิตใจวอกแวกไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งเดินผ่านโต๊ะทำงานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกหนาวแวบไปทั้งร่าง กลัวเหลือเกินว่าใครจะมาจั๊มสแกร์แบบผีตุ้งแช่ที่เคยดูผ่านหนังผีชวนผวา 


"ไปได้ทุกที่อะดิ"

"เออไง ยกเว้นที่นึง"

"ที่ไหน!"

โอ๊ยย อีมาร์คก็เสียงดัง ทำผมสะดุ้งไปเฮือกนึง แต่ยังดีที่งานสติต้องมาเพราะอายุเราก็เยอะกว่า ไอ้เราก็ต้องเป็นที่พึ่งให้น้องมันสิวะ คิดแล้วก็ดันร่างอีมาร์คให้เดินนำหน้าทันที

"มึงเคยดูหนังผีมั้ยที่หมอผีจะนั่งอยู่ในสายสิญจน์แล้วผีจะไม่กล้าเข้าไปอะ"


ตุบ!

"ตบหัวพี่ทำไม๊"
แล้วความเคาร๊พ มีให้กูบ้างมั๊ยยยย




"แล้วมึงเป็นหมอผีเหรอพี่ อย่าเลอะเทอะ"

"แต่กูมีสายสิญจน์นะ"

"จริงดิ"

"กูขอหลวงพ่อมา นี่ไง"
แต่กูไม่แบ่งมึงหรอกอิเวง มาตบหัวคนหล่อแบบพี่ก็ให้มันรู้ไว้ นังคนอกตัญญู



"พี่ย้ง น้องขอมั้งดิ"
ฮึ นี่ไงน้ำหน้าของคนเพิ่งรู้จักสำนึกบุญคุณ แล้วพอนังมาร์คเค้าพูดจบก็โอบเอวผมตัวสั่นงัก 




"ขอมั้งอะไร ขอขมากูก่อนดีมั้ย"


แอ๊ดดดดดดด

ไอ้ผมก็กะว่าจะต่อล้อต่อคำกับอีมาร์คสักครู่แต่ปรากฏว่าพอได้ยินเสียงประตูแผนกบุคคลเปิดออกช้าๆ ฟีลหนังผีก็มา ชัตเตอร์กดติดวิญญาณอาฆาตมากๆในจุดนี้




"พี่ย้ง..." ที่ข้างหูมีเสียงน้องมาร์คเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงอู้อี้  ขอเหอะถ้าจุดนี้จะมีอะไรหรือใครก็ขอให้เป็นตี๋ที่วิ่งหนีผีตามมา อย่างน้อยสามคนก็ยังดีกว่าสองคนอยู่แล้ว พี่ย้งคนนี้พร้อมเวลคัมตี๋แบ็คคคคทูมายฮักฉ่ำเหมอ


"..."

เงียบกริบ ทันทีที่ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ผมมองไม่ออกเพราะมันมืดมาก แสงไฟจากข้างนอกตึกก็ส่องไปไม่ถึง


"ตี๋เหรอ"

"..."

อ้าว เงียบ แสดงว่าไม่ช็อต แต่ดูรวมๆแล้วมีเสนียดเหลือเกิน รูปร่างไม่สูงมากแต่ตัวโปร่งแบบนี้จะเป็นใครอื่นใดไปได้นอกจากตี๋น้องรัก ที่เงียบอาจเพราะอยากให้ง้อ คุณๆก็รู้ว่าน้องตี๋มันชอบงอนแบบสาวน้อยมากแค่ไหน


"ตี๋ มึงอย่างอนพวกพี่เลย พี่ขอโทษจริงๆ พี่ถูกไอ้จอห์นบังคับให้ทิ้งตี๋ ตี๋ก็รู้ว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย"

"..."
 
ตี๋ไม่ตอบ รึตี๋จะโกรธแบบตัดพี่ตัดน้อง ตัดเยื่อใยกันดื้อๆ ไอ้ผมก็ยอมรับนะครับว่าเห็นแก่ตัวที่ทิ้งน้องมันไว้เมื่อกี้แต่งอนเบอร์นี้กูก็ยังไม่เคยพบเคยเจอ



"เห้ย พี่ย้ง ผมเจอไฟฉาย!"

     
"ไหน"

หลดจากประเด็นตี๋ก็ตอนที่น้องมาร์คมันก้มๆกับพื้นแล้วจู่ๆก็กระโดดโลดเต้นชูไฟฉายไปมา หลังจากที่ลืมมือถือไว้ที่โต๊ะทำงานกันทั้งคู่กว่าจะหนีผีมาถึงนี่ก็ต้องเดินสะเปะสะปะเหมือนคนตาบอดไปอีก โชคดีในโชคร้ายสุดอะ


"แต่มันเปิดไม่ติดอะดิพี่"

พอฟังจบไอ้ผมจึงจัดการแย่งไฟฉายในมือนังมาร์คมาเปิดแต่ก็เป็นอย่างที่น้องมันบอกเลยว่าไฟฉายกะโหลกกะลานั่นเปิดไม่ติด ผมเลยต้องเขย่าๆยิกๆแล้วด้วยความฟลุ๊คจู่ๆไฟฉายก็เปิดติดเฉย! เพียงแต่ในความฟลุ๊คยังมีความฟลุ๊คในฟลุ๊คอีกทีเมื่อผมฉายกระบอกไฟที่เปิดติดทันท่วงทีไปทางที่ตี๋อยู่พอดี...


ผมจึงได้เห็นเต็มสองตาว่าตี๋ที่ผมคิดว่าตี๋ไม่ใช่ตี๋อย่างที่ผมคิด...



"พี่..ฉ่าย.."

"เห้ย พี่ย้ง มาพูดถึงชื่อคนตายทำไมตอนนี้ ผมกลัวนะเว้ย!"


ถ้ามึงกลัวก็อย่าหันไปนะครับมาร์คน้องรัก!! เชื่อพี่!! เชื่อพี่เถ๊อะ!!!!!


"มาร์ค ถ้าพี่นับถึงสามวิ่งเลยนะ.."

"เห้ย นับไร"

"สาม"



โกยจ้า...


ในขณะที่ยงยุทธวิ่งไปอีกทาง มาร์คลีกลับวิ่งไปอีกทางซึ่งตรงข้ามกับไอ้พี่เซ็งกะบวยโดยที่ตัวเองไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร อยากจะด่าพี่มันเหลือเกินเล่นมานับสามแล้วหนึ่งสองมึงไปไหน! คนฟังก็ลนสิไอ้ห่า เลยวิ่งสวนแสงไฟจากกระบอกไฟฉายที่อยู่ในมือไอ้พี่บ้าเฉยเลย งานนี้ถ้าจะด่าใครก็คงต้องเป็นอีพี่ย้งมันเนี่ยแหละ! เล่นบอกให้วิ่งแต่เสือกไม่บอกว่าให้วิ่งไปทิศไหน

งานเคราะห์ งานกรรมเลยตกมาอยู่ที่มาร์คลีคนเดียวเพราะเจ้าตัวก็ทะเลอทะล่าวิ่งไปชนกับร่างที่คิดว่าเป็นไอ้พี่ตี๋เต็มๆ


"โอ๊ย ไอ้ตี๋ มาขวางทางกูทำไมวะ"

"..."

เงียบ...ไม่มีคำพูดใดๆตอบรับกลับมาจากปากของร่างที่ยืนประจันหน้าอยู่ มาร์คลีจึงค่อยๆได้สติเมื่อเห็นว่าส่วนสูงของไอ้พี่ตี๋มันเพิ่มขึ้นเยอะเกินไปมั้ย แต่ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาไปมากกว่านั้นเพราะตอนนี้ร่างตรงหน้าค่อยๆก้มหน้าลงมาโดยที่ตาโบ๋โหลลึกจนทำเอาคนมองทรุดขาอ่อนก่อนจะกรี๊ดร้องออกมาเสียงดังเมื่อพบกับร่างของยามฉ่ายคนเดิมเพิ่มเติมคือเป็นผี!





สดายุไม่อยากจะเชื่อว่าพี่จอห์นจะพาเค้าเดินย้อนกลับมายังแผนกบัญชีอีกครั้ง แถมยังพามารื้อโต๊ะยงยุทธแบบเอาเป็นเอาตายทั้งๆที่เวลานี้ในแผนกบัญชีดูน่าขนพองสยองเกล้าเป็นไหนๆ

"พี่กำลังจะหาอะไรกันแน่"
พอรุ่นน้องถามด้วยน้ำเสียงเลิ่กลัก คุณจอห์นจึงชะงักมือที่กำลังเปิดลิ้นชักโต๊ะของไอ้ย้งแล้วหันกลับมาหารุ่นน้องอีกคน

"ไฟฉายมิยาบิ.."

"หือ ?!" 

สดายุทำหน้าเหวอ ความสยองขวัญอันตรธานหายไปจากหัวใจเหลือเพียงความเอวีเท่าที่เคยนึกออก แต่ขณะที่จิตใจฟุ้งซ่านเมื่อมองหันกลับมาเจอน้องเจแปน คุณพ่อวัยสามสิบต้นๆก็รู้สึกผิด จึงค่อยๆอุ้มร่างเด็กน้อยไปวางบนเก้าอี้ทำงานของโต๊ะน้องตี๋ ส่วนตัวเองก็กลับลำเรือมาหามิยาบิ เอ้ย หาพี่จอห์นทันที


"กูเคยได้ยินไอ้ย้งเล่าให้ฟังว่ามันเคยซื้อแผ่นน้องมิยาบิ ลิขสิทธิ์ของแท้จากญี่ปุ่นแม่งเลยได้ของแถมเป็นไฟฉายมิยาบิมาด้วย กูล่ะโคตรอิจฉา"

คุณจอห์นบ่นอุบดังนั้นก็ทำเอาคนฟังนึกเสียดายตาม

"ทำไมย้งไม่เห็นบอกผมบ้าง"

"ยาก ของรักของหวงมันจะตาย ถึงได้หายากหาเย็นอยู่นี่ไง ไม่รู้แม่งเอาไปซ่อนแถวไหน..."


คนพูดพูดจบเพียงไม่นาน รุ่นน้องที่อยู่ข้างๆก็อาสาช่วยหาทันที เวลานี้สองหนุ่มแผนกบัญชีที่เป็นปรปักษ์กันมาโดยตลอดจึงกำลังร่วมมือร่วมใจกันเพียงเพราะเห็นภาพน้องมิยาบิขาวอวบยอดดวงใจโบกมือไหวๆอยู่ในจินตนาการ


แกร๊กกก


"เจอแล้วครับ!"

สิ้นเสียงของสดายุ คุณวิญญูก็ร้องเยสออกมา รุ่นน้องที่ถือไฟฉายที่ถูกซ่อนอยู่ในสุดของลิ้นชักจึงรีบลูบๆคลำๆไฟฉายในมือก่อนจะกดเปิดสวิตซ์ไฟแต่ปรากฏว่าเปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ติด คุณจอห์นที่มองอยู่นานจึงเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัย


"ทำไมวะ"

พอได้ยินรุ่นพี่ว่าจบ สดายุก็ยื่นไฟฉายมิยาบิออกไปไว้ตรงหน้าคนถามทันที


"ไหนพี่บอกว่าน้องย้งเป็นคนไม่เอาถ่านไงครับ"

"..."

"เนี่ย ย้งเค้าเอาถ่านไปด้วย ไฟฉายไม่มีถ่าน เลยเปิดไม่ติด..."


นี่ที่ผ่านมาที่กูด่าไอ้ย้งมันไม่เอาถ่านก็แสดงว่ากูเข้าใจผิดมาโดยตลอดเหรอเนี่ย เพราะเรื่องจริงคือมันเอาถ่านไปด้วย...ได้เหรอ เล่นมุกแบบนี้ก็ได้เหรอไอ้โซล...


"..."

จู่ๆแผนกบัญชีทั้งแผนกก็เงียบฉี่ สดายุที่เห็นพี่จอห์นกระพริบตาปริบๆเป็นแมวกวักจึงรีบหันหลังให้อีกฝ่ายแล้วเดินไปหาเก้าอี้น้องตี๋ที่วางน้องเจแปนให้นอนรอไว้ แต่ปรากฏว่าคนเป็นพ่อต้องเหงื่อแตกพลั่กๆเมื่อพบว่าเก้าอี้ดังกล่าวไม่ปรากฎร่างลูกของตัวเองอยู่อีกต่อไป

"เจแปน!"

สดายุแผ่ดเสียงสั่นๆ ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม เสียงดังจนพี่จอห์นรีบวิ่งเข้ามาหา


"อ้าว น้องเจแปนไปไหนแล้ว"


พอคนเป็นรุ่นพี่ว่าจบก็เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ คุณพ่อวัยสามสิบกว่าจึงวิ่งลนไปทั่วแผนก รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อจู่ๆลูกที่ตนประคบประหงมอย่างดีก็หายตัวไป

"เจแปน น้องเจแปน อยู่ไหนลูก"

สดายุน้ำตาแทบเล็ด แต่ก่อนที่ตนจะรู้สึกหน้ามืดแล้ววูบลงไปสายตาก็เหลือบไปพบกับแสงไฟบางอย่างที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ประตูกระจกของแผนกที่ตนอยู่

"นั่น ไอ้ย้งปะวะ"

"...."

ฝ่ายคุณพ่อไม่ตอบเพราะสติยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และวินาทีต่อมาประตูกระจกของแผนกบัญชีก็ปิดดังปัง พร้อมร่างของยงยุทธที่กระหืดกระหอบวิ่งเข้ามาหาหน้าตาตื่น

"ยามฉ่าย ไอ้จอห์น ยามฉ่าย!"

"มึงเป็นไร ใจเย็นก่อน อย่าลน.."

คุณจอห์นพอเห็นย้งน้องรักแกว่งไฟฉายไปมาเหมือนคนขาดสติ เจ้าตัวเลยพุ่งเข้าไปรวบตัวไอ้ย้งแล้วตบกบาลหนึ่งทีพอให้น้องมันระลึกชาติได้

"ตัวเป็นๆเลยมึง ฮืออ ยามฉ่ายหลอกกูแล้ว กูไม่น่าจะถุยน้ำลายโดนกรอบรูปเค้าเลย.."

"น้องเจแปน อยู่ไหนลูก"

และในขณะเดียวกันที่ย้งน้องรักกำลังพันสายสิญจน์รอบตัวเอง สดายุก็เดินไปอีกฝั่งที่ประตูเปิดทิ้งไว้ เมื่อคุณพ่อเห็นรองเท้าเล็กๆคู่เดียวกับที่เป็นของน้องเจแปน คนเป็นพ่อจึงจ้ำอ้าวออกจากแผนกบัญชีอย่างร้อนลน

"เฮ้ย ไอ้โซล จะไปไหน"

"ว้ากก กูไปด้วยพี่โซล"

"ไอ้เหี้ย พวกมึงใจเย็นๆก่อน!!"


คนอาวุโสระเบิดเสียงตะโกนดังลั่น จะปล่อยให้แก๊งหนุ่มออฟฟิศกระจายตัวไปมากกว่านี้ไม่ได้ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกตรงที่ลูกสาวเพื่อนหายตัวไปอย่างกับถูกผีลักซ่อน เหตุการณ์ชุลมุนมากมายทำเอาตาขวาคุณจอห์นกระตุกรัวๆเป็นลางร้ายเข้าไปใหญ่ ดังนั้นก่อนที่ไอ้ย้งจะสติแตกแยกไปอีกคน คนเป็นผู้นำแก๊งอย่างเค้าคงต้องทำอะไรสักอย่าง!

"ไอ้ย้ง!"

"อะรายย"

"มึงต้องไปตามหามาร์คกับไอ้ตี๋!"

"มึงพูดเรื่องอะราย"

"กูจริงจังนะ มึงต้องไปพาพวกน้องๆมารวมกัน กูจะตามไอ้โซลไปเผื่อช่วยหาลูกมันได้อีกแรง"


"แล้วทำไมต้องเป็นกูไปตามน้องด้วย..อ้าวๆ ไอ้จอห์น ไม่เอา อย่าทิ้งกูไว้ดิ๊ เฮ๊ยยย"


ยังไม่ทันตกปากรับคำอะไร อีคนใจร้ายใจทมิฬก็ยัดเยียดคำสั่งอภิมหาสแกรี่มาให้เต็มๆ ยงยุทธได้แต่กรีดร้องในลำคอเพราะร้องออกเสียงไม่ออก คนไม่เอาถ่าน ไม่ใช่สิ คนเอาถ่านอย่างเค้าจึงต้องเกาะกำแพงเดินเลียบๆเคียงๆไปเรื่อยๆโดยที่ในมือยังมีม้วนสายสิญจน์อยู่ไม่ห่าง ตอนนี้ในหัวยงยุทธคิดหาทางเอาตัวรอดแต่ไม่รอดได้แค่สองทางเลือกเท่านั้น


1.ตามหามาร์คเจอผียามฉ่าย 
2.ตามหาตี๋เจอผีกองกอย!


แง งั้นเลือกข้อหนึ่งทันทีที่นึกถึงผมรุงรังยาวปรกหน้าของผีที่เนื้อตัวดำเป็นตอตะโก เจอพี่ฉ่ายต้องดีกว่าอยู่แล้ว เพราะเคยคบค้าสมาคมมาก่อน ต้องคุยเกลี่ยกล่อมกันได้บ้างในจุดนี้ เอาวะ นาทีนี้ขี้ไม่ราดก็ฉี่ราดชัวร์ ฮือออออ กูไม่มีทางเลือกอื่นเลยนี่ #ย้งอยากต๊ายยย



   



ความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นอาจจะมาถึงตัวเราได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความมืด เสียงสายลมหวิวที่พัดผ่านไป กลิ่นธูปที่ล่องลอยมายังปลายจมูกโดยไม่มีที่มา เสียงเท้าที่เดินตามหลังทั้งๆที่พอหันกลับไปกลับไม่พบใคร

แต่สุดท้ายสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือสิ่งที่เราคิดไปเอง...


"นะโมตัสสะ ภะคะวะโต..."


เสียงสวดมนต์ดังขึ้นเบาๆท่ามกลางความเงียบและความมืด บัดนี้มาร์คลีกำลังตัวสั่นงักอยู่ภายใต้ห้องถ่ายเอกสารที่เป็นกระจก หลังจากที่อีพี่ย้งทิ้งเค้าไปหน้าด้านๆ มาร์คลีก็ต้องพบกับผียามฉ่ายตาโหลที่ยิ้มแยกเขี้ยวเห็นฟันดำน่าสยดสยอง เห็นดังนั้นคนมองจึงกระโดดถีบร่างของพี่ฉ่ายกระเด็นติดตู้เก็บเอกสาร เพราะกลัวสุดกลัวจึงวิ่งเตลิดมาขังตัวเองที่ห้องถ่ายเอกสารแคบๆแห่งแผนกบุคคลจนได้!!

"อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ไปที่ชอบๆเถอะกั๊บพี่"

คนพนมมือเหลียวคอมองสายขวาอย่างหวาดๆแล้วในขณะที่ทุกอย่างเงียบ มาร์คลีก็ได้ยินเสียงคนวิ่งชัดเจนเหมือนมีใครบางคนวิ่งตรงเข้ามาหา ได้ยินดังนั้นคนพนมมือเลยสวดมนต์อีกรอบ ทว่าภาพในหัวกลับไม่มีแสงแห่งธรรมช่วยปัดเป่าความกลัวใดๆ ในหัวมาร์คลีตอนนี้กลับมีภาพหนังผีล่าสุดที่เคยดูเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั่นก็คือหนังเรื่องโปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาตเรื่องที่พั้นซ์ วรกาญจน์นางเอกในดวงใจเล่น แล้วหลังจากดูหนังเรื่องนั้นจบมาร์คลีก็สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ดูหนังผีอีกไม่ว่าหนังเรื่องนั้นคุณพั้นซ์จะร่วมแสดงรึไม่ก็ตาม!!


"มีใครอยู่มั้ย เฮ้"

เสียงสั่นๆจากข้างนอกกระจกทำเอามาร์คลีหูผึ่ง


"ไอ้มาร์ค มึงอยู่ข้างในรึเปล่า ?"

เสียงพี่ย้ง! เสียงพี่ย้งจริงๆด้วย ขณะที่มาร์คลีกำลังจะบิดลูกบิดออกไปเจ้าตัวก็ต้องชะงักเมื่อแง้มมองจากฝั่งที่ประตูบังไปทางกระจกแล้วพบร่างใครสักคนที่ยืนเต็มความสูงโดยที่มีเงาของตึกสูงข้างนอกพาดทับมาบนใบหน้าทำให้ดูไม่ออกว่าร่างตรงหน้าประตูเป็นพี่ย้งจริงๆหรือว่า ?


ม่ายยยยยยยยยยยยยย

เมื่อกี้ก็แบบนี้ที่คิดว่ายามฉ่ายเป็นไอ้ตี๋ แล้วคราวนี้ไอ้คนข้างนอกจะใช่อีพี่บ้าจริงรึเปล่า  อย่างไอ้พี่ย้งน่ะเหรอจะกลับมาช่วยน้อง ถ้ารู้จักพี่มันจริงก็แน่อยู่แล้วว่าไอ้ย้งต้องเผ่นแน่บไปแน่นอนไม่มีทางกลับมาช่วยน้องหรอก! แล้วอีกอย่างภาพในหัวตอนที่ผีชบาปลอมตัวเป็นคุณพั้นซ์ไปหลอกพระเอกยังติดตาจนถึงตอนนี้ ไม่เปิด! เอาช้างมาฉุด เอาลุงประยุทธมาสั่งก็ไม่เปิดโว้ย!! 


"อ้าว ไอ้มาร์ค มึงนี่เอง ทำไมไม่ขานรับกูวะ ออกมาเร็ว พวกพี่โซลตามหาน้องเจแปนอยู่เนี่ย วุ่นวายกันใหญ่..."

"ข้าพเจ้า..ข..ขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล..ให้แก่เจ้ากรรม นายเวร..."

"อะไรของมึงบักมาร์ค ออกมาได้แล้ว ลีลา!"

เมื่อยงยุทธเห็นไอ้มาร์คตัวสั่นหันหลังให้กระจก เค้าจึงเคาะประตูรัวๆ นี่อุส่าห์ลากสังขารมาถึงนี่โดยไม่ฉี่ราดก็เป็นบุญของมันแค่ไหนแล้ว อีพี่ก็กลัวนะเว้ย ขาสั่นเป็นพาร์กินสันจั่งซี่บักนี่ยังเอาแต่ย่านหลาย 

แล้วในขณะเดียวกัน มาร์คลีที่กำลังปิดหูทำไม่ได้ยินเสียงกระหน่ำเคาะประตูเมื่อได้ยินคำว่าบักมาร์ค เจ้าตัวก็ตาโต เพราะมนุษย์ออฟฟิศลูกอีสานหนึ่งเดียวก็มีแต่พี่ย้ง เอ้ะ หรือนี่จะเป็นพี่ย้งจริงๆ


"มึงเป็นใคร!"

"พูดจากับกูอย่างนี้อยากโดนตีนเหรอไอ้มาร์ค!"


โอ้โห้ ขนาดต่อปากต่อคำยังเหมือนไอ้ย้งเลย 


"มึงใช่พี่ย้งแน่เหรอ..."


คนมองอยากจะเชื่อสายตา ทั้งเสื้อผ้า ผมกระเซิง คิ้วหนา สันกรามคม ภายนอกน่ะพี่ย้งชัวร์ๆ แต่ใครจะคอนเฟิร์มว่าถ้าเค้าเปิดประตูออกไปจะไม่โดนหลอกเหมือนพี่เต๋อที่โดนผีชบาหลอก!


"กูเป็นผีปลอมตัวมามั้ง!"


นั้นไง!!!!!!


กูว่าแล้ว กูว่าแล้ว กูว่าแล้วๆๆๆๆๆๆๆ


โชคดีแค่ไหนที่ไหวตัวทันไม่งั้นเมื่อกี้คงเผลอเปิดประตูไปถูกมันหลอกแล้วแหง ดังนั้นพอตั้งสติได้มาร์คลีจึงเดินไปยืนหน้ากระจกแล้วประหนมมือขึ้นเหนือหัว แม้จะตัวสั่นแต่ก็พยายามสั่นสู้ เคยได้ยินเค้าว่ากันว่าถ้าผีตัวไหนมาหลอกให้แช่งไปไม่ให้ผุดให้เกิด และในเมื่อเจ้าตัวถูกหลอกหนักหลอกเน้นกันขนาดนี้ มาร์คลีจะสู้กลับบ้าง!!


"ถ้ายังไม่ยอมไปผุดไปเกิด กูจะแช่งมึง!"

เสียงแข็งแต่ขาสั่นพั่บ มาร์คลีไม่คิดเลยว่าตัวเค้าจะมาไกลเกินเดอะช็อคออฟเดอะเยียร์แบบนี้



"ไอ้ห่ามาร์ค กูไม่ใช่ผี กูล้อเล่น! สติสินังเด๋อ!"

นังเด๋อก็มา นาทีนี้มันเนียนมาก ก็อปเกรดเอ แต่กูไม่เชื่อ อมพระมาทั้งโบสถ์กูก็ไม่เชื่อ!!


"ถ้ามึงใช่พี่ย้งจริงๆมึงต้องรู้ว่าเดือนนี้กูใช้ริงโทนเพลงอะไร!"


ฮึ เอาสิ คำถามนี้แม้แต่พี่โซล พี่จอห์น อีตี๋ก็ตอบไม่ได้เพราะพวกมันไม่ได้เป็นสายวงการเคป็อปแบบเค้ากับพี่ย้ง ดังนั้นถ้าตอบถูกหมด ก็ชัดว่าคนตรงหน้าคืออีพี่จริงๆอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าตอบไม่ได้..มาร์คลีจะสวดมนต์แบบคอมโบพร้อมแช่งผีห่าตรงหน้าไปอีกเจ็ดชั่วโคตร!


"มึงเอางี้เลยเหรอ"

"ทำไม! หรือมึงไม่ใช่พี่ย้ง ถ้ามึงเป็นพี่ย้งจริงมึงต้องตอบได้!"

"ต้องให้กูเต้นให้ดูด้วยมั้ยล่ะ!!"


ดูมันประชด ดูมันท้าทาย!

"เออ!"

"มึงแหกตาดูเลยนะ แล้วก็รีบออกมาด้วยถ้ากูเต้นจบ"


พี่ย้งเซินเจิ้นว่าจบก็ออกลวดลายยกมือจีบเหมือนจะผิวปากจากนั้นจึงออกเสียงร้องเพี้ยนแสบแก้วหูจนสงสารเจนนี่คิม

"ฮวีพารัม uh ฮวีพารัม พารัม พารัม can you hear that ฮวีพารา พาราพารา บัม..."

"ผิด!"

นั่นมันริงโทนเมื่อเดือนก่อนโว้ย! เกือบจะหลงเชื่อหมดใจเพราะท่อน can you hear that ที่อีพี่ตรงหน้ามันอุส่าห์ทำเสียงแหบตรงตามต้นฉบับเป๊ะ!


"เฮ้ย ได้ไงก็กูได้ยินเสียงเจนนี่วนในหูตลอด มันไม่ได้มาจากริงโทนมึงเหรอ"

"มึงไม่ใช่พี่ย้ง มึงเป็นผีใช่มั้ย ตอบกูมา!"

"กูขอโอกาสอีกครั้งหนึ่ง"

"ได้" 

มาร์คลียกมือขึ้นสูงก่อนจะวาดลงมาแบบคุณปัญญาในปริศนาฟ้าแลบทันทีที่เห็นอีพี่มันกำลังเดือดปุดพร้อมเล่นเกมส์ตามทุกเมื่อ เพราะถ้ากระตุกหนวดเสือไปแล้ว ก็ยากที่เสือตัวนั้นมันจะกลับมาสงบเสงี่ยม ยงยุทธเมนลิซ่าก็เช่นกัน


"ลิซ่าแบล็คพิ้งค์เปลี่ยนสีผมมาแล้วกี่ครั้ง"

"ก่อนเดบิ้วหรือตั้งแต่เดบิ้ว"

"ตั้งแต่เดบิ้ว"

พอสิ้นเสียงมาร์คลี ยงยุทธก็นับนิ้วขมุบขมิบก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด

"เจ็ดครั้ง!"


"งั้นระหว่างลิซ่ากับไอรีนพี่เลือกใคร"

"ลิซ่าเว้ย!"

"แล้วระหว่างลิซ่ากับฮยอนอา.."



พอมาคำถามนี้ ยงยุทธถึงกับต้องกลืนเสียงลงไปในลำคอ เมื่อนึกถึงภาพริมฝีปากสีแดงของฮยอนอาที่สุดแสนจะเซ็กซี่ขยี้ใจ ไม่มีครั้งไหนที่ยงยุทธจะละสายตาไปจากเอวพริ้วและการ twerk ของฮยอนอาได้

"ลิ..ซ่าสิวะ"

แต่คนมันหนักแน่นในตัวน้องลลิสาจะให้มาตอบฮยอนอาก็กระไรอยู่ พี่บอกแล้วว่าพี่ทุ่มตัวและใจให้ลิซ่าไปหมดแล้ว like a desert island!


"แล้วถ้าระหว่างลิซ่ากับพี่เตนล์ พี่จะเลือกใคร ?"



วินาทีนั้นแฟนพันธุ์แท้ลิซ่าในตัวของยงยุทธได้ตายไปแล้ว ตายแบบไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกต่อให้ปั๊มหัวใจด้วยไฟฟ้ากี่ร้อยโวลต์ 

"ลิซ่านี่ใครวะ กูเลือกเตนล์สิถามได้!"

"พี่ย้ง พี่ย้งจริงๆด้วยยยยยย"


นี่สิตัวจริง ต่อให้เจนนี่มาคลิกแคลกบาดาบิงบาดาบุงตรงหน้า หรือให้ลิซ่ามา make 'em whistle like a missile bomb bomb ยงยุทธตัวจริงก็ไม่มีทางหวั่นไหวถ้าเพียงเอ่ยถึงชื่อพี่เตนล์แผนกบุคคล!!


แอ๊ดดดดดดด

มาร์คลีจึงถลาเปิดประตูออกมาหาคนที่ยืนข้างนอกด้วยความดีใจ




ตุบ!!



"โอ๊ยย ถีบเค้าไมอ่า" 

แต่ทันทีที่มาร์คลีเปิดประตูออกมาก็ถูกขายาวของอีพี่ย้งยันไปเต็มประตู คนยืนหน้าถมึงทึงไม่พูดไม่จา หน้าตาเหมือนอยากยัดมาร์คลีใส่ปากแล้วใช้ฟันบดเคี้ยวก้วมๆให้ร่างแหลกตายไปเลย


"ถามกูว่าไม่ถีบมึงไหวเหรอดีกว่ามั้ย"

"ก็เค้ากลัวตัวเองเป็นผีมาหลอกเค้าอ่า"


"ไอ้ห่านี่!"

ยงยุทธทำท่าจะโบกมาร์คน้องรักอีกที ดีที่ยั้งมือไว้ทัน จากนั้นร่างสูงก็สงบใจพร้อมเอาสายสิญจน์มาพันไม้พันมือน้องมาร์คลีไว้กับข้อมือตัวเอง เผื่อเวลาวิ่งจะได้ไม่หลงไปจากกันอีก ที่สำคัญเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสียเวล่ำเวลาไปมากโขกับไอ้ห่ามาร์คแสนลีลา ตอนนี้ไม่รู้ว่าตี๋น้องรักจะเป็นยังไงบ้าง ฝั่งพี่โซลกับไอ้จอห์นจะเจอลูกรึยัง 



"เราสองคนต้องไปตามหาไอ้ตี๋"

สิ้นเสียงยงยุทธ มาร์คลีก็ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นอีพี่ตรงหน้าถืออะไรบางอย่างมาไว้ในอ้อมอก


"นั่นมัน..."


"พระพุทธชินราชจากแผนกบุคคล กูเห็นเลยยืมมา"

พูดจบยงยุทธก็ยกพระพุทธรูปขนาดตั้งโต๊ะไว้ขึ้นเหนือหัวอย่างเคารพบูชา ไอ้อาการที่ว่ากลัวจนตัวสั่นทำเป็นลืมๆมันไปเถอะ ตอนนี้ขอปลุกใจบางๆของตัวเองให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม... 

มันถึงเวลาหรือยังพี่น้อง ที่เราควรจะเลิกเป็นฝ่ายกลัวเสียที เราปล่อยให้ค่ำคืนนี้มันยืดยาวนานเกินไปแล้ว ดังนั้นเรื่องทุกอย่างมันควรจะจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ่งโดยต้องไม่มีผีมาหลอกหลอนด้วย!


คิดได้ดังนั้นยงยุทธก็มองพระพุทธชินราชในมือก่อนจะพยักหน้ากับตัวเองอีกครั้ง







"พี่ย้ง เราจะไปตามหาไอ้ตี๋ที่ไหนกันดีอะพี่.."

"ล่าสุดมึงทิ้งมันไว้ตรงไหนล่ะ"

"แหม ใช้คำว่ามึง ก็เราทั้งคู่ปะที่ทิ้งไอ้พี่ตี๋มันอะ"

ว่าจบนังมาร์คก็มองแรงใส่ผม จนผมต้องเบะปากสู้ และขณะที่กำลังเดินไปจนเกือบจะถึงลิฟต์ตู้เดิม(ตู้ที่เพิ่งสร้างประสบการณ์ขวัญผวาให้เมื่อไม่นานมานี้)เสียงคนเดินก็ดังขึ้นทำเอาพวกผมหยุดกึกไม่กล้าขยับตัว ได้แต่หายใจเข้าออกฟืดฟาดจ้องหน้ากันตาถลน

"คิดเอาไว้ว่าใช่..."

"ต้องใช่แน่ๆ..."

มันเป็นอะไรที่พูดยาก ต้องให้เธอแก้ แต่จริงๆไม่ต้องแก้ก็ได้นะ ตอนนี้ยุ่งๆอยู่อะ อยากขอตัวไปทำธุระเดี๋ยวนี้เลย วี้ดดดดดดดด


"ย..ยามฉ่าย!!!!"

ขณะที่ผมกำลังยกพระพุทธชินราชในมืออย่างไร้เรี่ยวแรง ไอ้มาร์คก็ยกนิ้วชี้สั่นระริกของมันไปอีกฝั่งพาเอาสายตาผมปราดขวับไปพบกับชายในชุดเครื่องแบบที่หน้าตามีริ้วรอยแถมช่วงตาโหลจนมองไม่เห็นนัยย์ตาขาวเสียด้วย พระเจ้าจอร์ช ผีก็คือผี ใครจะทำใจไม่กลัวได้ลงถ้าแมร่งต้องมาเจอจังๆแบบนี้สุดท้ายมันก็ต้องกลัวเฟ้ย!

"วิ่งเถอะโยม!"

ผู้ชายที่พกพาความเร็วเยี่ยงเดอะแฟลชอย่างผมนั้นกำลังคว้าแขนน้องชายที่รักก่อนจะออกแรงฉุดให้เลือกทางหนีเป็นรอบที่สามแต่ใครจะคิดว่าไอ้มาร์คจะตัวแข็งทือไม่ยอมขยับไปไหน! 

"คุณยงยุทธ...เห็น...ไฟฉาย..."

"..."


ขณะที่ดึงฉุดผลักถีบไอ้มาร์คอยู่นาน น้องรักก็ยังตัวแข็งไม่ขยับจนกระทั่งพี่ยามคนเดิมเพิ่มเดิมคือน่ากลัวอิ๊บอ๋ายกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆโดยที่แข้งขาสั่นกึกๆไม่วายเพิ่มประจุความหลอนด้วยท่าเดินที่ดูไม่น่าพิศมัยอย่างยิ่งหากมองด้วยมุมมองของมนุษย์แล้ว ประเด็นแรกคือพูดได้คำเดียวว่ากูไม่ควรอยู่ตรงนี้!! ส่วนประเด็นต่อมาคือข้อมือผมกับไอ้มาร์คดันผูกพันติดกันด้วยสายสิญจน์วัดปทุม!!!


แกะไม่ทัน พันอย่างแน่น งงเด้! งงเด้!!!  


"ไอ้มาร์คๆ ไป วิ่ง ไอ้เหี้ยย!!"

"ขา ขา ผมมันแข็งอะพี่ย้ง!!"

"นี่ไง กูบอกแล้วใช่มั้ยให้มึงเล่นฟิตเนส!!"

"เห็น..ไฟฉาย...ผมบ้าง..ไหม.."


วี้ดดดดดดดดดดด ในขณะที่ยงยุทธอัลเลนกำลังสวมบทพระเอกอยู่นั้น ฝ่ายบทผีร้ายก็ดำเนินตามคิวมาติดๆจนขนแขนขนขาลุกตั้งชันเพราะระยะห่างเหลือไม่ถึงสองโต๊ะทำงานตั้งห่างกัน! 



"ไอ้มาร์ค!!!"

"พี่อุ้มผมได้มั้ยอะ!"

"เอางั้นเหรอ!"

"ไฟฉาย..ไฟฉายผม..เอาคืนมา.."



เอาก็เอา อุ้มเป็นอุ้ม! เพียงได้ฟังเสียงแหบชวนขนลุกว่าดังนั้น ท่าเจ้าสาวสวยงามที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้กูต้องมาอุ้มใครคนอื่นนอกจากเตนล์ก็ต้องมา! และขณะที่สองมือยังมีพระพุทธชินราชอยู่นั้น ผมก็ตัดสินใจยกองค์พระให้ไอ้ห่ามาร์คชูข่มผียามฉ่ายซื้อเวลาไปก่อนโดยที่ไม่รู้ว่ามันจะสัมฤทธิผลอะไรบ้างมั้ย แต่อย่างน้อยในความรู้สึกกู คือมันอุ่นใจครับ!!


"ไฟฉาย...คืนมา..ไฟฉายย"


แม้หูจะได้ยินยามฉ่ายบ่นถึงไฟฉายซ้ำไปซ้ำมาแต่ผมหาได้แจ้งใจไม่ สภาพตอนนี้คือฝืนกายาแบกน้องนุ่งหอบพระจากนั้นก็ยกขาโกยจ้ำออกไป กายจิตกูนี่วิ่งไปด้วยความเร็วร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงดั่งเสือชีต้าร์แห่งทุ่งหญ้าสะวันนา! ทว่ากายหยาบกูพังตั้งแต่ก้าวขาก้าวแรก คือข้อเท้ามันพลิกครับทุกคน! เรียกได้ว่าชีต้าร์ล้มคว่ำคางกระแทกพื้น หน้าแหกกันไปทั้งกูทั้งอีมาร์ค!!!! 

ตึกตัก ตึกตัก

อาการเจ็บแล่นมาจากทั้งร่างเล่นงานถึงหัวใจ นาทีที่วิวตรงหน้าเห็นเพียงรองเท้าหนังเข้าคู่กับเครื่องแบบยามเดินใกล้เข้ามานาทีนั้นย้งคิดถึงหน้าอีพ่ออีแม่ขึ้นมาทันใด

ตึก ตึก

และวินาทีที่ยามฉ่ายเดินมาหยุดตรงหน้าผม ผมว่าผมท่องนะโมออกมาเสียงดังมาก แล้วตะโกนเป็นบ้าเป็นหลังถึงบุญคุณที่เคยช่วยเหลือยามตอนยามแอบหลับและไม่ขึ้นมาตรวจตึก ใช่! ขณะที่ผมบ่นไปผมก็หลับตาไปด้วยโดยที่ยามฉ่ายเองก็เงียบกริบ ไม่มีการโผล่มาแฮ่จั๊มพ์สแกร์เหมือนในหนังผีแต่อย่างใด และขณะเดียวกันนั้นมือเย็นชืดของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะหลังคอผมเบาๆ ฮืออออออออ นี่กูกำลังจะโดนหักคองั้นเหรอ ไม่นะ ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย



"พี่ย้ง..."

หื้อ!?

"ไอ้ตี๋!"

เมื่อลืมตาขึ้นมาพบตี๋น้องรักที่หายจากซีนไปนานสองนาน น้ำตาผมแทบไหล ไม่ใช่เป็นห่วงน้องแต่เป็นเพราะยามฉ่ายที่คิดว่าเป็นยามฉ่ายไม่ใช่ยามฉ่ายอย่างที่ผมคิด! โชคดีที่คนตรงหน้าของผมเป็นน้องตี๋!!

"พี่ย้งๆๆๆ ยามฉ่ายไปแล้ว!"

และพอได้ยินนังมาร์คว่าดังนั้นผมก็มองสำรวจไปรอบๆ ข่าวดีคือไม่มีเค้าลางของยามฉ่ายอีกต่อไปส่วนข่าวร้ายคือไฟฉายในมือผมก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ทำให้ณ ขณะนี้บรรยากาศโดยรอบมืดมิดลงไป นี่ลองสันนิษฐานจากรูปคดีพบว่าผมน่าจะกลัวจนเผลอทำไฟฉายหล่นไปแน่ๆเว้ย แงงง

"แล้วพวกพี่โซลกับพี่จอห์นอะพี่ย้ง ?"

"พวกมันไปตามหาหนูเจแปนกันอยู่"

"น้องเจหายไปเหรอพี่!"

"เออดิ เจอมึงก็ดีละไอ้ตี๋ เราจะได้ไปช่วยพวกนั้นตามหาหนูเจแปนกันต่อ"

ผมพูดเสียงเครียดก่อนจะลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวที่มอมแมมจากการคลุกฝุ่นโดยที่แขนยังคงติดอยู่กับอีมาร์คไม่หลุดง่ายๆแม้จะยื้อยุดฉุดกันไปมาขนาดไหน กูควรดีใจดีมั้ยครับ!! 

และเหนือสิ่งอื่นใดแม้จะทำภารกิจที่จ่าจอห์นฝากมาสำเร็จทั้งเจอน้องมาร์คและน้องตี๋ แต่อีกเรื่องที่น่ากังวลใจคือทางฝั่งนู้นจะเจอลูกพี่โซลกันรึยัง แล้วป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ? ไม่ใช่ว่าพวกมันเจอน้องเจแปนแล้วเผ่นกลับบ้านกันไปหมดแล้วใช่มั้ย ?


"..."

อ้าว ก่อนที่ผมจะบ่นกับตัวเองเป็นวรรคเป็นเวรหันกลับมาหาไอ้มาร์คอีกทีก็ต้องชะงักเมื่อเจอใบหน้าเคร่งเครียดคิ้วนี่ขมวดยิ่งกว่าอะไรดี 

"เป็นไรมึง"

"พี่ย้ง...เอาจริงๆนะ"

อะไรวะ กูพลาดอะไรไปงั้นเหรอ ?!
ทำไมจู่ๆก็เจออีมาร์คกับท่าทางหวาดๆเป็นลางไม่ดียังไงบอกไม่ถูก ส่วนน้องตี๋ที่เดินนำไปลิ่วๆก็ไม่ได้หันกลับมาสนใจพวกพี่ๆเลย งงใจเว่อ

"อะไร มีไรก็พูด แล้วกระซิบทำไมมึงเนี่ย" ผมบ่นน้องมันเสียงหงุดหงิด



"ชู่ว..เบาๆพี่..เมื่อกี้ผมแอบลืมตามองแวบๆ ตอนที่ยามฉ่ายเดินมาอะ.."

"แล้ว..."

ผมกระชากตัวน้องมาร์คที่กำลังยืนตาเหลือกนิดๆตามสไตล์คนขี้ขลาดตาขาว พอน้องมันมองหาจังหวะซุบซิบขณะเดินตามหลังตี๋ ผมก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่น้องมาร์คกำลังกระซิบบอกจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับใคร

"จู่ๆพี่ตี๋ก็เดินมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ยามฉ่ายดูเหมือนกลัวๆแต่ทีนี้ผมหลับตาพอดี ลืมตามาอีกที ผียามก็หายไปแล้ว..."

"..."

"พี่ไม่คิดว่ามันแปลกอ่อ..."

"...."

เออ... 
มันก็..ก็แปลกอยู่นะ...

จู่ๆไอ้ตี๋ก็เดินพรวดพราดเข้ามาหาพวกผม ไวกว่าแบรี่อัลเลนอี๊ก แถมยังไม่มีท่าทางกลัวผียามฉ่าย แต่กลับเป็นยามฉ่ายที่กลัวตี๋แทน ซะงั้น....

มัน..มันยังไงๆอยู่
ไม่รู้สิ มัน...มัน...

"พวกพี่จะไปตามพวกที่เหลือแถวไหนดี"

เสียงเย็นๆของตี๋ทำเอาผมและอีมาร์คที่กำลังซุบซิบกันสะดุ้งตัวโยน ไม่รู้ทำไมจู่ๆขนแขนก็ลุกชันขึ้นมาไม่ทราบสาเหตุ

"ก็..ก็..มึงก็นำไปเลยเดี๋ยวพี่เดินตาม..."

พูดจบตี๋ก็ยักไหล่ให้ผมแล้วหันกลับไปเดินนำอีกครั้งอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัวทั้งต่อความมืดและต่อบรรยากาศวังเวงเช่นนี้ ทั้งที่หากเป็นปกติตี๋จะต้องกลัวและมากอดกลมรวมกับพวกพี่ๆแล้ว! นี่มันไม่นอร์มอล ไม่เม้กเซ้น ไม่น่าเชื่อ อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ อย่างไอ้ตี๋นะเหรอจะมาเดินอาดๆไม่กลัวผีห่าหน้าไหนทั้งนั้น อิทอิสอิมพอสสิเบิ้ลว้อย!

"..!!!!!!"

และก่อนที่ผมจะมีความสงสัยให้ตัวตี๋ไปมากกว่านั้น ขณะที่เดินมายังจุดที่แสงจากภายนอกส่องมาถึงสายตาผมก็เหลือบไปพบกับรอยเลือดที่เสื้อของตี๋ตรงช่วงคอเปื้อนลงมาถึงกลางหลัง!!

อึก

ผมเบิกตากว้าง กลืนน้ำลายลงคออึกอึกอึกก่อนขยำมือไอ้มาร์คแน่น! อีคนที่เพิ่งสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติจึงเกือบจะกรี๊ดออกมาโชคดีที่ผมเอามืออุดปากมันทัน! และโชคหล่นทับครั้งที่สามแม่งคือตอนที่ตี๋เห็นขวับมาหาพวกผมพอดี ตาสบตา แต่ดวงตาของน้องตี๋ดูขุ่นเคืองยังไงพิกล!

"พวกพี่เป็นอะไรกัน"

"ปะ..เปล่า"

"อี่อ้ง อืออ ไอ้อี๋อายแอ้วว ไอ้อี๋อายอัววววว"

แม้กูจะตั้งสติสุดชีวิตแต่อีมาร์คหาได้แจ้งใจไม่! ถึงขนาดตาเหลือกดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของผมจนเกือบปล่อยไก่ออกมา โชคดีที่ผมปิดปากมันแน่นมันถึงได้พูดไม่เป็นภาษาจนทำเอาตี๋ทำหน้ามึนงง

"...."

"ย้งไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ถ้าพี่โกรธอะไรให้ไปหักคอไอ้ตี๋โน่นนะ"


"..!!!"

ขณะที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตายากคาดเดาอารมณ์ของน้องตี๋ คำพูดนึงที่ผมเคยพูดไว้ต่อหน้ารูปยามฉ่ายก็แวบเข้ามาในหัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย!! 


"5555555555 จริงพี่ นี่เมื่อตอนเย็นก็เกือบถูกรถชนกลางแยกเหม่งจ๋ายเลยนะ"


"เห้ย ไม่เห็นรู้เรื่องเลย"


"ก็ผมกำลังจะเล่าให้ฟังนี่ไง...ตอนนั้นผมกับพี่โซลนี่ใจหายแว้บบบบบ นึกว่าไอ้ตี๋จะโดนชนตายห่าซะแล้ว หวุดหวิดไปเหมือนกันพี่ จริงๆก็ไม่ตลกหรอกนะ แต่ที่ฮานี่คือฮาในความมึนของมันไง เดินไม่ดูรถเลย ดีไม่เป็นอะไร..."


ดีที่ไม่เป็นอะไร
ดีที่ไม่เป็นอะไร
ดีที่ไม่เป็นอะไรเหรอ ?

แล้ว..ถ้าเกิดว่า...
ถ้าเกิดว่าตี๋มันเป็นอะไรขึ้นมาแต่ว่ามันไม่รู้ตัวล่ะ ?

ก่อนที่ผมจะประมวลข้อเท็จจริงใดๆได้อย่างถี่ถ้วน ตี๋ก็หันมาหาผมขวับ ก่อนจะโน้มตัวมาหาด้วยใบหน้าเคร่งเขม็ง ที่น่าขนพองสยองเกล้ากว่านั้นคือหน้าของตี๋ถูกเงาของตึกพาดทับพอดีทำให้ผมไม่อาจมองเห็นหน้าตี๋ชัดๆเพียงแต่ว่าเมื่อตี๋เดินก้าวมาอีกก้าวพ้นเงาตึกแล้วนั้น แสงที่สาดมาจากข้างนอกก็ทำให้ผมและมาร์คตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเมื่อเลือดสีแดงข้นไหลย้อยลงมาจากปากของตี๋!

  
"ไอ้มาร์คส่งพระมา!!"
สิ้นเสียงตะโกนของผมไอ้น้องมาร์คก็โยนองค์พระพุทธชินราชออกจากมือ ดั่งมีภาพสโลโมชั่นลางๆในสายตาเมื่อองค์พระที่ผมกำลังจะคว้าไว้กลับพลาดมือไปเพียงหนึ่งคืบ แต่ในความล้มเหลวกลับมีความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อองค์พระเลยไปทางตี๋พอดิบพอดีและแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อตี๋หวีดร้องออกมาสำเนียงเหมือนพวกสัมเวสีที่กำลังทรมานจากพุทธคุณของสิ่งศักดิ์สิทธิ นั่นจึงทำให้พวกผมได้โอกาสรีบวิ่งหนีสวนไปอีกทางเป็นฝั่งที่ลิฟต์ตัวเดิมเปิดออกแบบต่อหน้าต่อตาโดยที่ผู้โดยสารคนใหม่ที่อยู่ในลิฟท์ค่อยๆก้าวออกมาช้าๆ!!


กระชั้นชิด กระทันหัน เธอมาได้ทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ!!

"ไอ้ย้ง ไอ้มาร์ค"

"ฮือออออ"

ผมโถมตัวใส่จ่าจอห์นทันทีด้วยความหวาดผวาสุดชีวิต จะว่ากลัวก็กลัวแต่ตั้งตัวไม่ทันมากกว่านี่ไม่คิดไม่ฝันว่าน้องตี๋ที่เคยเห็นกันอยู่หลัดๆจะมากลายเป็นผีแบบไม่ทันให้ได้ทำใจ น้ำตามันจึงไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่แม้แต่ไอ้มาร์คก็สะอื้นตามกันไป กอดคอกันร้องเป็นวรรคเป็นเวรจนพี่โซลต้องรีบเข้ามาปลอบ..

"พวกมึง เป็นห่าอะไรกัน!"

"ไอ้ตี๋มัน...ไอ้ตี๋.."

"ตี๋ทำไมเหรอครับพี่ย้ง.."


เสียงที่แหบฟังไม่เป็นภาษาของผมถึงกลับหายลงลำคอไปเลยเมื่อเจอตี๋ที่ยินห่างจากตู้ลิฟท์เพียงศอก ผมพูดไม่ออกบอกไม่ถูก รู้แค่รีบดันอีพี่โซลไปข้างหน้าก่อนจะกอดกับมาร์คตัวกลม!

"อ้าว ไอ้ตี๋ อยู่นี่เอง"

"พี่จอห์นเข้ามาๆๆ อย่าออกไป"

"อะไรของพวกมึงวะ"

"อย่าเพิ่งทะเลาะกันได้มั้ยครับ ผมยังไม่เจอน้องเจแปนเลย"

"ช่างลูกมึงก่อนได้มั้ยพี่โซล"

"..."
พอผมพูดจบพี่โซลก็หันมาทำตาขวาง ฮืออ น่ากลัวกว่าผีก็สดายุพ่อลูกอ่อนเนี่ยแหละครับ



"มุกครับพี่มุกๆ จะมาช่างลูกพี่ได้ไงเนอะ แต่..แต่พี่ต้องฟังย้งก่อนนะ ก่อนจะไปตามหาน้องเจแปน.."

พอผมพูดจบพี่โซลก็กอดอกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ตามมาด้วยไอ้จอห์นที่ยืนอยู่ติดไอ้ตี๋ที่สุดจนน่าเป็นห่วง ผมกับมาร์คเองก็ไม่มีทางเลือกเราจึงมองหน้ากันก่อนจะตะโกนออกมาพร้อมกันเสียงดังฟังชัด!


"ไอ้ตี๋มันตายไปแล้ว!!!!!"

พูดจบพี่โซลกะจ่าจอห์นก็หันขวับไปหาตี๋ทันที

"ผมเนี่ยนะ ตายแล้ว?!"

ในขณะที่พี่โซลกะอีจอห์นยังมึนๆงงๆกันอยู่นั้น อีตี๋ก็ขมวดคิ้วดูรวมๆแล้วดูมีความเคืองขุ่น ดูไม่พอใจ แต่ถ้ามันจะหักคอผมเพราะผมพูดความจริง ผมก็ยอมเสี่ยง ดีกว่าปล่อยให้มันคิดว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ล่ะวะ!

"ใช่ มึงตายไปแล้วไอ้ตี๋ แต่มึงไม่รู้ตั..."

"ว้ากกกกกกก"

"ไอ้โซลเป็นไรอีก!?"

เสียงหลงของพี่โซลทำเอาประเด็นของของตี๋ถูกพับเก็บไปในอากาศทันที เมื่อพวกเรามองไปทางที่พี่โซลมองก็พบกับบรรดาวิญญาณอาฆาตที่ยืนเรียงกันเป็นตับ ทั้งกองกอย ผีนางรำ ผียามฉ่าย และที่ไฉไลเก๋ไก๋สไลเดอร์กว่านั้นก็คือผีตัวใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์เสตจเมื่อกี้นี้!

ผีแม่ชี!!!!





"กรี๊ดดดดดดดดดด"

ใครก็ได้ตามวอร์เรนที กูไม่อยู่แล้วโว้ยยยยย!!

"เข้าลิฟท์ๆๆ"

ท่ามกลางความวุ่นวายจ่าจอห์นผู้พกพาสติหนีบไว้กับตัวเป็นเลิศก็ตัดสินใจผลักทุกคนเข้ามายำรวมกันในลิฟท์อย่างรวดเร็ว ทว่ามึงจะเอาใครเข้าลิฟท์หนีไปกับพวกเราก็ได้แต่มึงจะเอาไอ้ตี๋เข้ามาด้วยไม่ได้!!

"เอาไอ้ตี๋ออกไป!"

"พี่ย้ง อย่าดันตี๋ดิครับ อย่าดันนนนนน"

"ไอ้มาร์คช่วยกันไอ้ตี๋สิโว้ยย"

"ไอ้ย้ง อย่าประสาท ปล่อยไอ้ตี๋เดี๋ยวนี้!"


โครม!!!!



กฎข้อที่สองของนิวตันกล่าวว่า F = ma ใช่มั้ยครับ ดังนั้นผมจึงต้องยอมรับก่อนว่าแรงลัพธ์ที่มาจากการผลักและดึงของฝ่ายผมและอีจอห์นเมื่อหักล้างกันแล้วปรากฏว่าแรงผลักชนะ นั่นจึงเป็นเหตุให้คาราวานหนุ่มออฟฟิศทั้งห้าพุ่งหน้าทิ่มลงไปกองกันนอกลิฟท์แบบเทกระจาด ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที พวกผมก็ตกอยู่ในวงล้อมบรรดาภูตผีเสียแล้ว แม่เจ้าโว้ยยยยยย!!!


"ฮิฮิฮิ"



เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกทำเอาขนทั้งตัวผมลุกตั้ง รีบหลับตาพนมมือหน้าด้านๆทั้งที่ผีแม่ชีเป็นผีในศาสนาคริสต์ไงแต่กูคนพุทธครับ ฮืออออออ ขณะที่หลับหูหลับตาไม่สนผีสนอะไรอยู่นั้นหูก็ได้ยินเสียงพวกน้องๆพี่ๆสวดมนต์กันระงมแต่ที่งงกว่าคืออีตี๋เนี่ยมึงจะกลัวทำไมมึงก็เป็นผีเหมือนพวกนั้นนั่นแหละ กูเลือกกลัวไม่ถูกเลยไอสัด น้ำหูน้ำตาไหลมากองที่คางหมดแล้วว้อย ฮืออออ

"คิก คิก คิก"
ยังอีก ยังไม่ไปผุดไปเกิดอี๊กก หัวเราะกันใหญ่เลยนะพวกมึง ทั้งกองกอย ยามฉ่าย นางรำ แม่ชี พวกมึงมาทำอะไรที่ออฟฟิศนี้ครับ แล้วทำไมพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆอย่างกูต้องมาประสบพบเจอพวกมึงอย่างกะเป็นผู้โชคดีโออิชิไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งด้วยล่ะครับ!!


"ปะป๋า..."

ป๋า...ป๋าใคร ?!!
จู่ๆเสียงเด็กเล็กก็ดังขึ้นอย่างไร้ที่มา ผมจึงแอบลืมตาขึ้นมาแบบกล้าๆกลัวๆ เหลือบไปเห็นอะไรไหวๆที่หางตา พอหันไปมองก็พบพี่โซลที่ลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นหน้าตาเป็นเดือดเป็นร้อนกว่าใครพวก

"น้องเจ...เสียงน้องเจ.."

สิ้นเสียงคุณพ่อ พวกผีก็มองหน้ากันแบบงงๆ  และก่อนที่เรื่องราวสยองขวัญจะดำเนินต่อไปมากกว่านี้ เสียงแหบแก่ๆของผู้หญิงที่พวกผมคุ้นเคยก็ดังขึ้นสิบแปดหลอด

"กรี๊ดดด อีเด็กบ้า ปล่อยฉันนะยะ มามุดอะไร ออกไป๊!!"

เสียงนี้มัน...


"อีคุณเงาะ!!"

"ว้าย"

ว้ายเหรอมึง ?
ผีแม่ชีที่หน้าขาวขอบตาดำปากแดงเหมือนเปื้อนเลือด ส่วนผีกองกอยที่ผมปรกหน้าตัวดำเกรียม ยิ่งกว่านั้นคือผีนางรำที่บิดตัวกร๊อบแกร๊บน่าขนหัวลุก และท้ายที่สุดผียามฉ่ายที่มีกรอบรูปและพวงมาลัยอยู่ที่โต๊ะทำงานพร๊อพระดับมาสเตอร์ จึงอยากเรียนถามว่าฮอลลีวู๊ดเบอร์นี้แล้วจะให้กูไม่กลัวขี้หดตดหายยังไงไหว!!!

ว้ายยย
ทั้งหมดเป็นแผนของอีคุณเงาะและกูถูกหลอกมาเกือบค่อนคืน!!!!


"นี่มันหมายความว่ายังไงครับ.."


ถ้าความสยองขวัญที่ผ่านมาเป็นของปลอม หลังจากนี้จะเป็นของจริงแน่นอนครับทุกคน! เพราะเมื่อพี่โซลเห็นนังคุณเงาะสะบัดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนล้มกลิ้งไปกับพื้น คุณพ่อลูกอ่อนก็กำหมัดแน่น วินาทีต่อมาก่อนที่วงล้อมผีสิบแปดมงกุฎจะแตกรอบทิศ พี่โซลแกก็กระชากผ้าคลุมหัวของแม่ชีปลอมๆออกปรากฏให้เห็นหน้าตาซีดเผือดของคุณเงาะ ซ้ำร้ายคุณพ่อที่กำลังมีอารมณ์โกรธคุกรุ่นยังล็อคตัวหัวหน้าแก๊งผีเถื่อนเอาไว้ไม่ปล่อยให้หนี นั่นจึงเป็นเหตุให้พวกผีกองกอย ผีนางรำ และยามฉ่ายทลายแก๊งวิ่งแจ้นออกไปทันที ไอ้ผมกับมาร์คก็ว่าจะไล่ตามแต่ถูกจ่าจอห์นร้องห้ามเสียก่อน!

"ไม่ต้องไล่มึง ได้ตัวอีคนต้นคิดมาก็พอแล้ว..."

พูดจบพวกผมก็ร่วมใจส่งสายตาอาฆาตไปหาคุณเงาะที่ถูกล็อคตัวเอาไว้ ฝ่ายผีแม่ชีปลอมเมื่อเห็นพวกผมเป็นฝ่ายคุกคามนางบ้าง นางก็ดิ้นเร้าไม่ยอมหยุด ตะโกนแหกปากเสียงดัง

"พวกเธอจะทำอะไรพี่ อย่านะ อย่าคิดจะมาแตะเนื้อต้องตัวพี่นะ พวกกักขฬะ!"


"พวกผมต้องถามพี่เงาะมากกว่ามั้ยครับ ว่าพี่เล่นพิเรนทร์อะไรกันแน่!"

"..."

"แกล้งปลอมเป็นผีหลอกพวกผมในคืนวันที่พวกผมได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจคสำคัญแบบนี้ มันไม่เหมาะเจาะไปใช่มั้ยครับ"

เมื่อโดนจอห์นเพื่อนรักเล่นบทตำรวจสืบสวนคนร้ายอย่างหนักหน่วง คุณเงาะก็หน้าเสีย จะว่าไปผมขอบวกหนึ่งไอ้จอห์นครับ เพราะจากที่ฟังมาก็เกิดสะดุดใจ ต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้แน่ๆเรื่องราวปั่นประสาททั้งหมดถึงได้เกิดขึ้น!

"เอาไงต่อดีวะ"

ผมถามไอ้จอห์นเสียงเข้ม อยากให้บรรยากาศมันกดดันที่สุด นังคนที่กำลังจนมุมจะได้รู้สึกเสียบ้าง ว่าคนที่ต้องมากลัวอะไรมากๆมันอาการเป็นยังไง!

"เอาเชลยไปจำตรุ.."

"..."


"เพลิงพระนางไงหัดดูซะมั้งสิ.."

พูดจบอีจอห์นก็รวบตัวคุณเงาะมาจากพี่โซล ทำให้ฝ่ายคุณพ่อรีบเร่งเข้าไปกอดปลอบลูกน้อยในทันที ทิ้งให้ผม มาร์คยืนมึนงงวนไป แต่ยังไม่ทันไรคุณเงาะหัวหน้าแผนกของพวกเราก็ถูกผลักเข้าไปยังห้องถ่ายเอกสารที่มีกระจกใสล้อมรอบ

ความแฟนตาซีมีอยู่จริง กรรมเวรก็มีอยู่จริง แต่น่าเสียดายที่ผีแม่ชีไม่มีจริงว่ะครับ   

"รอยามฉ่ายมาเปิดให้แล้วกันนะครับพี่เงาะ พวกผมคงต้องขอตัวไปทำโปรเจคก่อน เพราะถ้างานออกมาไม่ดีแล้วคุณแหม่มมารู้ว่าตัวแทนบริษัทอย่างพวกผมถูกกลั่นแกล้งโดยที่มีพี่เป็นคนบงการล่ะก็..."

ย้งอยากจะปรบมือให้แก่จอห์นเพื่อนรักอย่างยิ่ง แบบ..ไอ้ห่าจอห์นจังหวะดีมาก นี่ถ้ามีกล้องอีกนิดก็คล้ายซีนที่ตัวโกงกำลังข่มขู่นางเอกไม่มีผิด.... 


"ปล่อยพี่ออกไปเดี๋ยวนี้! พี่ขอโทษก็ได้น้องจอห์น น้องโซล เดี๋ยว เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป น้องๆ อย่าทิ้งพี่ไว้ กรี๊ดดด..."เสียงเชลยร้องโหยหวนดังลั่น ถามว่าทำไมพวกผมอำมหิตถึงขนาดขังหัวหน้าแผนกตัวเองได้ลงคอ นั่นน่ะสิครับ ผมก็อยากจะถามกลับว่าทำไมกูถึงไม่รู้สึกเสียใจที่ปล่อยคุณเงาะทิ้งไว้เลย //ทำหน้าอาฆาต




"พี่...ขังคุณเงาะไว้จะดีเหรอ" ไอ้มาร์คเขย่าเสื้อจ่าจอห์นยิกๆ จนไอ้จอห์นที่เดินนำเข้าไปในลิฟท์เบะปากเบาๆก่อนจะตอบกลับ

"เดี๋ยวพวกสมุนที่เหลือของนางก็แอบมาช่วยนั้นแหละ เชื่อกู.." พูดจบจอห์นจัดการกดปิดลิฟท์ทันทีไม่ต้องรอพ่อใครมาตัดริบบิ้น

"เดี๋ยวพวกพี่ รอตี๋ด้วย!"

และก่อนที่ผมจะระลึกชาติได้ว่าแก๊งหนุ่มออฟฟิศเรามีกันอยู่ห้านายไม่ใช่สี่ อีตี๋ก็เอามือขวางประตูลิฟท์ที่กำลังจะปิด เล่นเอาผมและไอ้มาร์คดีดตัวติดชิดกับตู้ลิฟท์ทันที ประเด็นโดนผีปลอมหลอกก็เอาไม่อยู่ ตี๋เนี่ยสิไม่มีหักมุมชัวร์ ย้งขอเอาหน้าหล่อๆขอตัวเองเป็นเดิมพัน!!


"ตี๋ไปผุดไปเกิดเถอะ พวกพี่ไม่ติดค้างอะไรตี๋แล้ว นะจ้ะ...ไปที่ชอบที่ชอบไป.."

"ตี๋ชอบตรงนี้ไงพี่ย้ง"

วี้ดดดดดดดดดด พอตี๋พูดจบขนหัวผมก็ลุกชันอีกครั้ง ภาพในหัวเห็นละครม้วนเดิมฉายซ้ำไม่เลิกเมื่อตี๋เดินเข้ามาในลิฟท์และกดปิดลิฟท์โดยที่เอาแต่กอดอกจ้องมองมาทางผม ฝั่งไอ้จอห์นกับพี่โซลที่ยืนตรงกลางไม่รู้ภาษาเริ่มไม่โอเคกับท่าทางของพวกผม ไอ้จอห์นเลยเปิดฉากซัดพวกผมใหญ่

"ที่มึงว่าไอ้ตี๋ตายไปแล้วอะ เข้าใจอะไรยังไงมา เอาให้เคลียร์"

"ไปเคลียร์วันอื่นได้มั้ยอะ วันนี้กูไม่พร้อม.."

"ไอ้ย้ง!"

"ก็..ก็ตอนยามฉ่ายมาหลอกพวกกูไอ้ตี๋มันไม่มีท่าทางกลัวผีเลยแถมยามฉ่ายกลับเป็นฝ่ายกลัวมันอะ แล้วที่หลังไอ้ตี๋มันก็มีเลือดเต็มเลย สักพักเลือดก็ไหลเต็มปากอีก ไอ้ตี๋มันถูกรถชนตายที่แยกเหม่งจ๋าย มันตายโดยไม่รู้ตัวเว้ย!"

"แค่ก..แค่ก"

เล่าจบปุ๊บตี๋ก็เอามือป้องปากไอไม่หยุดจนพวกจอห์นและพี่โซลเริ่มถอยหลังมาอยู่ฝั่งผม และในขณะที่ลิฟท์เคลื่อนลงมาถึงชั้นล่างสุดของบริษัท ไม่มีใครคาดคิดว่าตี๋จะเอามือล้วงเข้าไปในปากก่อนจะควักบิดอะไรบางอย่างออกมาโดยที่เลือดสีแดงข้นไหลย้อยไปตามข้อมือ อือหื้อออ ทีนี้มึงเชื่อแล้วใช่มั้ยครับไอ้พวกตัวประกอบ! หัดฟังพระเอกเค้าพูดบ้างโว้ยยย

"กู..กูกลัวแล้ว..ไอ้ตี๋...เดี๋ยว..เดี๋ยวพวกกูจะทำบุญไปให้.." >จอห์น

"ไม่จริง ตี๋ยังไม่ตาย ทุกคน...ตี๋นะเหรอจะตายไปแล้ว ผมไม่เชื่อหรอก" >พี่โซล

"นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต..." >ผมและไอ้มาร์ค


ตอนนี้บรรยากาศในลิฟท์เต็มไปด้วยความอึดอัดและชวนสยองขวัญน่ากลัวปนเศร้าเคล้าน้ำตา ขณะที่เสียงสวดมนต์ดังระงมพวกผมก็ต้องสะอึกเป็นใบ้กันไปชั่วขณะเมื่อเห็นสิ่งที่ตี๋ล้วงออกมาจากปาก!!

ฟัน!!

"แค่ก..แค่ก.."

"ว้ากกกกกกกกกกกก"

ในจุดนี้พี่น้องไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ลิฟท์เปิดออกพอดีและไอ้ยงยุทธอัลเลนคนนี้ต้องได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนจะถูกหักคอตายในลิฟท์ไปพร้อมพ้องเพื่อนที่เหลืออีกสามคนถ้วน จะว่าไปชีวิตนี้ก็ทำร้ายไอ้ตี๋มาเยอะ ขอเล่าสู่กันฟังว่าในหมู่พวกเราตี๋มักเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ ดังนั้นไม่แปลกเลยว่าถ้าเกิดตี๋ตายไป คนที่ตี๋จะหมายหัวอันดับสูสีกันไม่เป็นผมก็อีจอห์นเนี่ยแหละครับท่านผู้ช๊มมม!


"กูไม่ให้พวกมึงไปไหนทั้งนั้นครับ!!"

เสียงตวาดที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นทำให้ผมเด้งตัวกลับเข้าไปรวมกับบรรดาพ้องเพื่อนที่เหลือ ตอนนี้ตี๋ยืนกางแขนบังประตูหน้าลิฟท์ไม่ยอมให้ผู้ใดได้มีเงาหัวออกไป ฮืออ เลือดที่หยดย้อยเต็มปากเต็มคางของตี๋ทำให้พวกผมพร้อมใจพนมมือสวดมนต์ต่ออีกยก

"ตี๋ยังไม่ตาย เลิกเพ้อเจ้อสักทีเถอะครับ!"

"มึงตายไปแล้ว ผีก็อยู่ส่วนผีสิวะ!"

"เอ๊ะ ก็กูบอกว่ากูยังไม่ตายไงครับ!!!!"

"...."

"หนึ่ง...ตี๋ไม่ได้ถูกรถชนตาย..ตอนตี๋ถูกพวกพี่ทิ้งให้โดนผีหลอกคนเดียว ตี๋วิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟครับแต่มันมืดมากตี๋ก็เลย.."

"ตกบันไดคอหักตาย!"

"ไอ้สัดพี่ย้ง กูบอกว่ากูยังไม่ตายไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ!"

"..."


"ต่อนะ...คือไฟมันมืดมากตี๋ก็เลยสะดุดล้มเหยียบแว่นตัวเองที่ตกบนพื้นแตก ตี๋สายตาสั้นพี่นึกออกปะ เห็นใครไม่รู้วิ่งไปที่ห้องถ่ายเอกสารตี๋ก็แบบไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ตี๋ก็ตัดสินใจเดินตามไปดู ปรากฏว่าตี๋ลื่นล้มคางกระแทกพื้นพอพลิกตัวก็เลอะหมึกสีของเครื่องถ่ายเอกสารที่ใครคนนั้นชนจนหกเลอะเต็มพื้น..."

"เอ่อ..เออ เหมือนว่าคนที่วิ่งไปชนหมึกหกจะเป็นมาร์คเองครับทุกคน" ไอ้มาร์คบอกเสียงใส คำเฉลยปมของไอ้ตี๋ทำให้ผู้โดยสารอีกสามคนในลิฟท์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่สำหรับผมกลับรู้สึกว่ามันยังมีอีกหลายประเด็นที่ตี๋ต้องทำให้กระจ่างมากกว่านี้..

"แล้ว..แล้วไมมึงไม่กลัวยามฉ่ายอะ ตอนนั้นท่าทางมึงแปลกๆนะเว้ย"

"ผมสายตาสั้นไง โฟกัสแต่คนที่นอนกองกับพื้นเลยดุ่มๆเข้าไปใกล้ๆถึงได้เห็นว่าเป็นพวกพี่"

"แล้ว เลือดที่ปากมึงอะ"

"ตอนคางกระแทกพื้น ผมกัดลิ้นตัวเอง"

เหยดแม่ 
"แล้ว แล้วฟันมึงซี่ที่มันหลุดเนี่ยอะ ยังไงแน่"

"ก็ใครมันโยนพระมากระแทกปากตี๋ล่ะครับ ใคร!!!"

นาทีนี้กูชี้ไอ้มาร์คเร็วยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีผีอี๊กกกกกกก

"ก็พี่ย้งมึงอะแหละสั่งกู"

"แต่มึงเป็นคนทำ"

"แล้วฟันตี๋ก็หลุดเนี่ย! ไม่ให้โมโหได้ไง! ฟันหลอเลย!"

"ฮิฮิฮิ"
ขณะที่พวกผมกำลังสาละวนกับการโยนความผิดกันไปมา เสียงเล็กใสของน้องเจแปนก็ดังขึ้น ท่าทางอมยิ้มมีความสุขเหมือนได้ขนมที่ถูกใจ แก้มนี่แดงปลั่งเหมือนกำลังอารมณ์ดี เออ จะว่าไปเรื่องวุ่นวายทั้งคืนก็จบลงได้เพราะเด็กอายุไม่ถึงห้าขวบเฉ๊ย 

"น้องเจแปนสนุกเหรอลูก หึ๊"

พอจ่าจอห์นพูดจบหนูเจลูกพี่โซลก็หัวเราะร่าออกมาออกครั้งก่อนจะปรบมือแปะๆ จ้า ลูกว่าสนุกลุงก็สนุกด้วยก็ได้....

"ปะ กลับบ้านกันเถอะครับ พรุ่งนี้เราคงต้องโต้รุ่งของจริง"

สิ้นเสียงพี่โซลเราหนุ่มออฟฟิศสุดฮาฆ่าไม่ตายก็เดินผ่างๆออกมาประหนึ่งผู้เอาชีวิตรอดจากฮังเกอร์เกมส์ ว่าก็ว่าเหอะ คืนนี้วุ่นวายเหลือเกิน...ทั้งผี ทั้งคน ทั้งงานยากสเกลอภิมหึมายากที่พรุ่งนี้ต้องเผชิญ! นี่ถ้าได้เจอหน้าเตนล์สักหน่อย คงมีกำลังใจผ่านอุปสรรคทั้งหมดทั้งมวลบนโลกใบนี้...


คิดถึงจัง.



...


....








ถ้าคุณกำลังคิดว่าคืนนี้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ่งคุณคิด...

ผิดค่ะ!

ขณะที่สดายุขับรถส่งนากาโมโตะ ยูตะกลับบ้านเรียบร้อยเหลือผู้โดยสารคนสุดท้ายที่นั่งข้างๆเบาะคนขับหนึ่งคน... วิญญูเหลือบไปมองเด็กน้อยที่ค่อยๆเข้าสู่นิทราในที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมายหนูน้อยเจแปนยังไม่ยอมหลับง่ายๆ แต่ดูท่าตอนนี้เด็กน้อยคงจะอ่อนแรงเสียแล้ว..

"ไอ้โซลลูกสาวมึงหลับปุ๋ยเลยว่ะ"

"หื้อ?"

"ทำไม หื้อไรของมึง"

"ลูกสาวไรพี่..."

"ก็น้องเจแปนไง"

"..."

"เอาให้เคลียร์ดิ มึงมีไรก็พูด"

"ลูกผมเป็นผู้ชายครับ.."

"..."

"เคลียร์มั้ยอะ..."

"เคลียร์เหี้ยไร เสียงเด็กที่กูได้ยิน แม่งเสียงเด็กผู้หญิงหัวเราะนะเว้ย..."

"ไม่รู้ พี่หูฟาดมั้ง..."

"เออ คง..งั้นมั้ง.."

....

..

.

ค่ำคืนเงียบสงับของกรุงเทพมหานครเป็นอะไรที่คุณเงาะไม่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง เพราะปกติในช่วงเวลารัตติกาลเจ้าหล่อนจะออกไปแสวงหาความสุขแถวรัชดาเสมอ แสงสีเสียงที่กระหึ่มดังในความทรงจำทำให้คุณเงาะได้แต่เวทนาตัวเองที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้...บรรยากาศรอบตัวดูวังเวงทั้งที่อยู่ท่ามกลางเมืองหลวง ไม่มีแม้แต่เสียงรถราวิ่งผ่านไปมาและที่แย่กว่านั้น คุณเงาะถูกทิ้งไว้เพียงลำพังอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีผู้ใดผ่านมาช่วยเหลือ ทั้งลูกน้องหรือลูกสมุน คิดแล้วก็แค้นสุดขีดสุดฤทธิสุดเดช!

อย่าให้ได้ออกไปนะ เงาะจะจัดการพวกแก๊งหนุ่มออฟฟิศนรกนั่นให้สาแก่ใจเลย คอยดูสิ!

"เอ๊ะ นั้นใครน่ะ.."
ก่อนที่หัวหน้าแผนกบัญชีจะสาปแช่งลูกน้องของตนไปมากกว่านั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่เดินเต๊าะแตะผ่านหน้าห้องถ่ายเอกสารที่เธอถูกขังอยู่

"หนูๆ ลูกน้องโซลใช่มั้ย ไปตามพ่อหนูมาเปิดประตูให้ฉันหน่อย.."

"...."
เด็กน้อยหันหน้ามาหาแต่ไม่สนใจคนที่ถูกขังแม้แต่นิด ไม่กี่อึดใจก็เดินผ่านไปอีกฟากนึงฉับฉับฉับ...


อ้าว ไอ้เด็กนี่ เงาะว่ามันต้องได้ยินเสียงเงาะค่ะแต่ทำไมไม่หือไม่อือ เดี๋ยวเรียกใหม่ซิ..


"หนู ไปตามพ่อมา..ว้ายย.."

คราวนี้ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดี หัวหน้าแผนกบัญชีก็ต้องกลืนเสียงตัวเองลงคอเมื่อหนูน้อยคนนั้นเดินทะลุกำแพงหายไปต่อหน้าต่อตา ทะลุกำแพงออกไปยังนอกตึกสูงชั้นยี่สิบสาม!!

แฟนตาซี!!
แต่งตัวมาเป็นผีแต่โดนผีหลอกค่า!!

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"




TBC

.....................................................
บทที่แล้วกับบทนี้ไม่มีแอร์ไทม์ของเตนล์นะคะ
ต้องขอโทษด้วยเพราะเป็นการปูปมละครใหม่ที่
จะมารักหรือมาร้ายกับใคร ก็รอดูกันไป
ใจเย็นๆเนอะ เพราะบทย้งเตนล์หลังจากนี้จะได้เผ็ชขึ้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ ฮุฮิ

**เค้าขอบ้าซักสองอีพีนะ คือคิดไว้แล้วว่าต้องประมาณนี้
อาจจะแปลกๆ แต่ต้องชินและทำใจแล้วล่ะคะ
เพราะเราก็บอกไปแล้วว่าพี่ย้งมันป่วงมาก 
หลังจากนี้บทนี้คุณเจจะออกเยอะขึ้น พี่เทพ น้องโด น้องแจมจะมา
ประกบหนักมากกกก

แต่ก็อัพช้ามากเช่นกันนนนน วี้ดดดดดด เดือนหน้าไฟนอลงายยย
อีกนานกว่าจะกลับมาเด้อ




#ออฟฟิศพี่ย้ง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

311 ความคิดเห็น

  1. #306 p_aww (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 23:02
    ไปสุดมากค่ะกับฟิคเรื่องนี้ อ่านเวลานี้คือจะร้องไห้แน้ว ยังดีนะคะที่เป็นชาวออฟฟิศทั้งขำทั้งกลัว ซิทคอมมาก รอดูว่าละครฉากใหญ่นี้ใครเป็นคนสร้าง
    #306
    0
  2. #296 กุ๊กไก่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 19:17
    ซิทคอมโคตร55555555
    #296
    0
  3. #278 Asaka_1004 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 06:10
    ฉากมาร์คยืนยันตนที่ย้ง ถ้าเราเป็นย้งคงตบไปซักรอบ แล้วรอบว่าเล่นไม่เลิกอีกนะเมิง 55555555555
    #278
    0
  4. #253 mytty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 10:47
    โอยยงานการไม่ได้ทำ สงสาร 555555
    #253
    0
  5. #223 -GuiLlOtiNe- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 20:26
    ตลกมากค่ะ บันเทิงสุดๆ ไรท์เก่งมาก
    #223
    0
  6. #222 black-village (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 18:33
    ขำอ่ะตลกมาก555555 นึกออกได้เป็นฉากๆเหมือยดูหนังผีคอมเมดี้เลยอ่ะ ชอบมากค่ะ ตลกสุด5555555555555555
    #222
    0
  7. #221 เจเจ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 23:00
    ขำมากกกกกก ปรบมือ บรรยายได้เห็นภาพสุดๆ. คอมเมดี้อันดับหนึ่งในดวงใจ
    #221
    0
  8. #219 taeyong_vivi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 21:17
    อ่านไปขำไปจนกรามค้างแล้ว ฮามากอ่าแก๊งนี้ สะใจยัยเจ๊เงาะ เจอของจริงจนได้ 55555
    #219
    0
  9. #218 FromYourLove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:09
    ชอบอ่ะ ทั้งฮาทั้งน่ากลัว อ่านไปก้เหมือนกำลังดูหนังผีอยุในโรงเลย บรรยายได้ดีมากเ้ลยคะ
    #218
    0
  10. #217 Pearl1234 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 10:30
    ตลกมากกก5555 บ้าบอมากทั้งแก๊ง5หนุ่มเนี้ยยยย
    #217
    0
  11. #216 blacknbird (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 09:59
    ตอนอ่านนี่ขำไปกลัวไป โอ๊ย ระแวงมาก กลัวผียามโผล่แบบจริงๆ สุดท้ายดันหักมุมพี่ยามไม่มาแต่ส่งตัวแทนมา กลัวแร้ว แก๊งนี้คือบ้าบอมากเหมือนเอาพวกผีบ้ามารวมตัวกัน 5555555555555555
    #216
    0
  12. #215 Nam T : Double B (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 05:25
    ฮือออ ตลกแต่ขอโกรธที่มีรูปผีได้มั้ยคะ คือเราอ่านในห้องมืดๆ อ่ะ แล้วเลื่อนมาเจอนี่แบบ...
    #215
    0
  13. #212 fahorine. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 18:53
    เหมือนนั่งดูหนังจีทีเอช โอ่ย ขำโว้ย บ้าบออะไรเนี่ย ออฟฟิศอะไรป่วงไปหมด มาร์กับพี่ย้งแม่ม 5556555555555555
    #212
    0
  14. #207 supine.ty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:03
    บ้าบอที่สุด ไม่ไหวแล้ว 555555
    #207
    0
  15. #206 You2016 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:27
    ตลกตอนพูดถึงแบล็คพิ้ง แต่ตอนบอกให้เลือกลิซ่ากับเตนล์เขินมาก ก็ต้องเลือกเตนล์สิโว้ยยยยยยย
    #206
    0
  16. #205 Phia (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:17
    โอ่ยยยยยตลก เหนื่อยแทน5555555
    #205
    0
  17. #204 JrpYam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:00
    มาร์คตล้กกกก โอ้ยยตลกมากมาร์คกับย้ง5555
    #204
    0
  18. #203 Amane (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:54
    อ่านแล้วเหนื่อยมาก หัวเราะเหนื่อยย555555555555555555555555555555โอ้ยยย โคตรวุ่นวายยย555555555555555555555555
    #203
    0
  19. #202 noonnamnoonnam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:07
    ขำมากอ่ะ ไม่ไหวล้าววว
    #202
    0
  20. #201 tntenx01 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:36
    ถึงกับยกพระมาด้วย5555
    #201
    0
  21. #198 eclaire.xox (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:09
    ตลกมาร์คกะพี่ย้ง55555556 เวลาหน้าซิ่วหน้าขวานมาทายแฟนพันธุ์แท้ลิซ่า5555555 บันเทิงไปมั้ย ผีเผอนี่ยังไงลืมไปละ555555555
    #198
    0
  22. #197 fusajii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:03
    รักค่าาา รักไรท์น้าาา
    ชอบอฟฟิศนี้มาก บุคลากรคนคุณภาพ อยากเข้าไปเป็นส่งนหนึ่งจริงๆ555555555
    #197
    0
  23. #196 เทพพิทักษ์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:29
    ขำดังมากกกกกก ตอนตี๋เรียกหา โอกัซซัง อย่างฮาาาา อยากให้ทำเป็นซิทคอมจริงๆเรื่องนี้
    #196
    0
  24. #195 JrpYam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 13:25
    ทั้งตลกทั้งหลอน5555
    #195
    0
  25. #194 black-village (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 12:51
    คลก5555555555
    #194
    0