[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 30 : MIDNIGHT 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    13 มี.ค. 61









MIDNIGHT  18
i just want you to stand by my side untill the last Midnight



     เคยมีใครบอกคุณมั้ยว่าหลังจากพายุแห่งความเศร้าจากเราไป วันใหม่ที่กำลังมาถึงจะสดใสกว่าเดิม....


     ผมเปิดประตูหน้าต่างรับแสงแดดเข้ามาในยามเช้าตรู่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรจึงทำให้ดวงอาทิตย์วันนี้ดูอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง ผมเอาหน้าอังไอแดด ปล่อยให้ความอบอุ่นโลมเลีย ร่างกายจึงกลับมากระปี้กระเป่าอีกครั้งเหมือนเกิดใหม่เป็นคนละคน....


     วันนี้คือวันจันทร์ที่สิบแปดของเดือนกันยายน ผมเพิ่งออกมาจากร้านทาโกยากิที่อยู่ตรงข้ามสะพานโนบุยูกิ เดินทอดน่องเปื่อยๆมองใบไม้สีส้มๆเหลืองๆร่วงจากต้นอย่างเพลินตา กองใบไม้ร่วงลงมาทับๆกันจนพูนสูงพอถูกลมพัดก็ปลิวไปตามแรงลม ....

     ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว และฤดูใบไม้ร่วงก็เดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อย ส่วนผมเองตอนนี้ยังคงยืนนิ่งมองกองใบไม้พัดกระจายล้อมรอบตัวเองทั้งอย่างนั้น ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมรีบเดินไปจากตรงนี้เสียที...

(หรือมันอาจจะเป็นเพราะผมยังคงคิดถึงบรรยากาศช่วงหน้าร้อนอยู่ล่ะมั้ง) 


          "ไอ้เตนล์!"

     พอได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ผมก็หันไปพบไอ้จอห์นที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ลงมาจากสะพาน และแน่นอนว่าทันที่ไอ้จอห์นมันเห็นผมหงุดหงิดมันก็ยิ่งกวนประสาทผมหนักเข้าไปอีกโดยการบีบแตรรถรัวๆจนพาลเอาคนแถวนั้นจ้องมาทางผมเป็นจุดเดียว 

          "คนมองกูใหญ่แล้ว เล่นเชี่ยไรของมึงวะไอ้จอห์น..." 
     ว่ามันจบผมก็กอดอกพลางมองค้อนมันจนตาเขียว ฝั่งไอ้เพื่อนเวรพอเห็นท่าทีผมมันก็ไม่วายยักคิ้วกวนประสาทผมอีกที  เกลียดแม่งชิบหายยยย

          "วันนี้อากาศดีนะว้อย อย่าอารมณ์เสียแต่เช้าดิวะ" 


          "ก็ดูมึงดิ"

          "ขอโทษได้ปะล่ะ" 

     ปะล่ะพ่องสิ ผมด่ามันในใจก่อนจะตีบ่าไอ้จอห์นนี่หนึ่งป้าบไม่แรงไม่เบาจนเกินไป พอเห็นมันยิ้มกวนๆก็โกรธแม่งได้ไม่นาน ก็ไอ้เพื่อนกวนประสาทหนึ่งเดียวในชีวิตคนนี้อุส่าห์ลงทุนขี่มอไซค์มารับทั้งๆที่คอนโดมันก็ไม่ได้ใกล้ผมมากขนาดนั้น

          "เออๆ เดี๋ยวสาย รีบไปเร็ว"

          "มึงก็ขึ้นรถสักทีดิ" 

     จอห์นนี่ส่งหมวกกันน็อคมาให้ ผมจึงรีบรับหมวกในมือมันมาสวมโดยไม่คิดต่อล้อต่อเถียงมันอีก พอกระโจนขึ้นคร่อมมอไซค์ของมันเรียบร้อยผมก็ได้ยินเสียงมันถาม

          "ตกลงมึงตัดสินใจได้ยัง"

     จอห์นนี่ที่ยังไม่ยอมออกรถมันเอียงคอหันมาสบตาผม นี่ก็ไม่วายกดดันให้ผมตอบคำถามด้วยการจ้องไม่วางตา

          "อืม" ผมตอบมันเสียงแผ่ว

          "อืมนี่คือ ?" 


          "ก็ทำงานกะดึกต่อไง"

          "ถุย มหาลัยเปิดแล้วนะไอ้ห่า โปรเจคนู่นนี่ก็หนัก มึงจะเรียนไปด้วยทำงานกะดึกไปด้วยได้ไง"

          "กูทำได้ กูเก่ง"

          "น้อยๆหน่อยไอ้เตนล์ "

     
          "แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ ?"

          นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้...


          "เฮ้ออ งั้นก็เอาที่สบายใจนะ" 

     เมื่อเห็นผมทำสีหน้าจริงจังไอ้จอห์นก็น้ำเสียงอ่อนลงทันที ซึ่งไอ้ผมเองก็ไม่วายตอกกลับมันไปด้วยประโยคสั้นๆห้วนๆ "เออ!"  

     พอไอ้จอห์นมันได้ฟังผมว่าดังนั้น มันก็ทำหน้าตาบูดๆเหมือนงอนๆผมตามสไตล์มันแหละครับ  เห็นแล้วอยากตบบ้องหูมันให้ได้ หน้ากวนตีนดีนัก



          

          "อ้าว คุณยาม่า สวัสดีคร้าบบบ"

     ขณะที่รถมอไซค์ไอ้จอห์นขับผ่านมินิมาร์ท ผมก็เห็นคุณยาม่ากวาดใบไม้ที่ร่วงเต็มลานข้างหน้านั่นพอดี ฝ่ายคุณยาม่าพอเห็นผมกับไอ้จอห์นก็โบกไม้โบกมือทักทายด้วยท่าทางใจดี ผมจึงทำมือบ๊ายบายกลับไปให้เจ้าของร้านมินิมาร์ททันที...

     ผมคงยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังมั้ง ที่ว่าไอ้จอห์นมันตัดสินใจหยุดทำงานพาร์ทไทม์ของมันที่มินิมาร์ทเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลังจากช่วงเวลาของหน้าร้อนหมดลง หน้าที่และภาระงานของพวกผมก็มากขึ้น ไหนจะงานที่มหาลัย และโปรเจคนู่นนี่มากมาย มันเป็นเรื่องยากที่จะทำงานไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วย...

     ไอ้จอห์นถึงได้ด่าผมไง จริงๆผมก็รู้แหละว่ามันเป็นห่วง กลัวผมไม่ไหว

     แต่จะให้ทำไงได้อะ.
     คุณเองก็รู้ใช่มั้ยล่ะว่าเหตุผลที่ผมไม่สามารถลาออกจากการเป็นพนักงานกะดึกได้ มันเป็นเพราะอะไร ?


     และเอาเข้าจริง...
     มันก็แอบสนุกอยู่นะครับ ถึงแม้เรื่องราวของฤดูร้อนคราวนี้มันจะมีทั้งเรื่องร้ายและดี แต่หนึ่งในนั้นมันก็มีทั้งเรื่องที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย แค่เวลาเดือนกว่าๆทำให้ผมทั้งยิ้ม ร้องไห้ และผมได้รู้จักใครคนหนึ่งที่ตัวตนของเค้าแทบจะไร้ที่มาและน่าอัศจรรย์กว่าการ์ตูนเรื่องปีเตอร์แพนทุกภาคที่คุณเคยดู...

     ใครจะคิดว่าชีวิตนี้ตัวเองต้องมาเจอโจร เจอผี เจอยากูซ่า เจอสิ่งเหนือธรรมชาติที่ยากจะทำความเข้าใจ ถ้าให้เปรียบกับอะไรสักอย่างผมขอยกให้ประสบการณ์พวกนั้นเป็นเหมือนพายุร้ายที่เกิดขึ้นในหน้าร้อน 

     มันเหมือนจะแย่ 


     แต่สุดท้ายฤดูร้อนอันแสนวุ่นวายจบลงด้วยดี...ผมคิดว่างั้นนะ
  



     




          "ทั้งหมด 400 เยนครับ" 

     ขณะนี้เวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว...


     ผมยังไม่ค่อยชินกับการเห็นมนุษย์ลุงๆ ป้าๆ เดินเข้าออกมินิมาร์ทในช่วงเวลานี้เท่าไหร่ ก็แหม ปกติได้ทำงานกะดึกจริงๆจังๆซะที่ไหนล่ะครับ ทุกทีก็มีแต่นั่งฟังวิทยุแล้วก็ตบยุงไปพลางๆเท่านั้น 



          "โอ้โห้ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเหรอจ้ะ"

     และในขณะที่ผมกำลังทอนเงินให้คุณป้าท่าทางใจดีคนที่เป็นลูกค้ารายล่าสุดอยู่นั้น จู่ๆคุณป้าคนนั้นเธอก็ถามคำถามประโยคที่ว่าขึ้นมา 

     เมื่อผมเห็นเธอเหลือบไปมองกองเอกสารประกอบการเรียนของผมที่ตั้งไว้อีกฟากของเคาน์เตอร์ผมก็เข้าใจทันทีว่าเธอรู้ได้ยังไง


          "อ่า ครับ"
     ผมผงกหัวรับก่อนจะยิ้มกว้าง

          "ขยันจริงๆเลยนะ ขอให้คืนนี้มีลูกค้าไม่เยอะ พ่อหนุ่มจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเรียน.." 

     คุณป้าว่าจบก็โบกมือหัวเราะเหมือนเอ็นดูผมไม่มากก็น้อย เมื่อเห็นเธอรับเงินทอนเรียบร้อยผมก็ชิงตอบสำเนียงติดตลก


          "ไม่ดีหรอกครับคุณป้า ลูกค้าน้อย เดี๋ยวมินิมาร์ทก็เจ๊งพอดี" 

          "มีพนักงานหล่อแบบนี้ไม่เจ๊งหรอกหน่า"

     คุณป้าพูดแซวก่อนจะตั้งท่าเดินออกจากร้านไป ซึ่งวินาทีที่ผมกำลังโบกมือลาเธออยู่นั้นจู่ๆสายตาผมก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาไม้หน้าตาน่ารักตัวหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตามากถึงมากที่สุด!

          "ตุ๊กตาตัวนั้น.."

          "หืม..ตัวนี้น่ะเหรอ"

          "คะ..ครับ"
     ผมผงกหัวหงึกๆเมื่อเห็นคุณป้าหยิบตุ๊กตาที่ติดสายกระเป๋าขึ้นมา


          "ชื่อมายูซังน่ะ น่ารักจนสะดุดตาเลยใช่มั้ยล่ะ"

     ฟังคุณป้าว่าจบดังนั้นผมก็เบิกตากว้างโดยอัตโนมัติ ตุ๊กตาที่หน้าตาถอดแบบมาจากมายูซังเป๊ะๆแถมชื่อก็ยังเหมือนกันอีกด้วย!  จริงอยู่ว่ามันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่ยิ่งมองตุ๊กตาตัวนั้นผมก็ยิ่งมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด.. 

          "อยากได้รึเปล่า" ก่อนที่ผมจะทำหน้าตกใจจนปากเหวอไปมากกว่านั้น คุณป้าคนเดิมก็ถามขึ้นมา

          "ครับ ?" ผมขานรับ


          "ถ้าอยากได้ พ่อหนุ่มต้องไปที่ศาลเจ้าคาซึกิเท่านั้นจ้ะ"

     คุณป้าคนนั้นยิ้มเหมือนจะหยอกๆผม เธอเก็บกระเป๋าแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าจะเดินออกไป บางทีเธออาจจะรอผมตอบหรือพูดอะไรสักอย่างมั้ง  

          "ครับ ถ้ามีโอกาสน่ะนะ"

          "เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก เชื่อป้าสิ" น้ำเสียงและแววตาที่มีเลศนัยทำให้ผมกระอักกระอ่วนแปลกๆ อารมณ์เหมือนถูกหมอดูทักอะไรแบบนั้น โชคดีที่พอพูดจบคุณป้าก็เดินออกไปทันทีผมจึงได้พื้นที่ส่วนตัวกลับมาอีกครั้ง



     .......
   
     หลังจากพ้นคุณป้าคนนั้น มินิมาร์ทก็กลับมาสงบเงียบไร้วี่แววลูกค้ามาสักพักใหญ่ ผมจึงได้โอกาสอ่านหนังสือเตรียมตัวเรียนในวันต่อไป... 



     ............
     
     ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปเร็วแค่ไหนจนกระทั่งรู้สึกเหมือนถูกจ้อง ถึงได้รู้ว่าตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาสักพักแล้ว


          "แอบมองนานแล้วเหรอ" 

     ผมถามคนในชุดฮู้ดสีดำที่นั่งเท้าคางเงียบๆคนเดียวอยู่นานสองนาน เอาแต่ยิ้มมาทางผมจนตาเป็นรูปสระอิอยู่นั้น เหงือกแห้งแล้วมั้งหรือกรามค้าง ไม่หุบยิ้มสักทีไอ้บ้านี่! 

          "ผมไม่ได้แอบมองสักหน่อย"

          "มาแล้วทำไมไม่เรียกล่ะ"

          "ก็คุณกำลังตั้งใจทำงานอยู่นี่" ได้ยินแทยงว่าจบ ผมก็วางมือจากหนังสือเรียนพวกนั้นแล้วเดินตรงไปหาเค้าทันที


          "คิดถึงคุณจัง" คนตรงหน้าว่าจบก็ดึงผมเอาไปกอดจนจมอก
          
          "แน่นไปแล้ว พอๆ"
      
    
          "ก็คนมันคิดถึง..."

          คิดถึงเหมือนกัน


          "ขี้โม้"

          "ไม่ได้ขี้โม้นะ" ไม่พูดเปล่า ไอ้คนเจ้าเล่ห์มันยังถือวิสาสะโน้มตัวลงมาฉวยโอกาสจุ๊บปากผมอีก และมันยังไม่วายทิ้งท้ายด้วยการยักคิ้วเหมือนพอใจการกระทำตัวเองมากอะไรแบบนั้น เกลียดมันว่ะ...

          "วันนี้เป็นไงบ้าง" 

     และก่อนที่ผมจะเอาคืนแทยง คนถูกคาดโทษก็ฉวยโอกาสเบี่ยงเบนประเด็น ผมจึงได้แต่ด่ามันในใจก่อนจะค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน โดยมีแทยงนั่งข้างๆ หันไปมองหน้าไอ้คนบ้าอีกที ก็เห็นดวงตาของเจ้าของประโยคคำถามเปล่งประกาย ผมจึงตัดสินใจทิ้งศีรษะลงบนหัวไหล่ของคนข้างๆทันที

          "เหนื่อยสุดๆเลย งานเยอะเป็นบ้า นี่แค่วันแรกเองนะ.." 

          "ผมสงสัยจริงๆว่าคุณจะไปเอาเวลาช่วงไหนนอนพักผ่อน"

          "ก็ช่วงนี้ไง" 


     ผมตอบแทยงเบาๆ ที่เห็นกำลังพูดอยู่จริงๆคือหลับตาไปนานแล้วนะครับ


          "งั้นผมคงต้องเป็นหมอนกับผ้าห่มให้คุณแล้วล่ะมั้ง" 

     แล้วอาสาสมัครใจดีดึงตัวผมไปกอดในท่าที่ตัวผมสามารถซบลงบนตัวเค้าได้เต็มตัว ผมจึงได้มีโอกาสหลับตาพักผ่อนจากภาระที่ต้องเจอทั้งวันเสียที....สบายจัง....

     .....
     .......


     
     ....

     ผมว่าผมหลับลงไปจนกระทั่งฝันถึงเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ แต่จู่ๆผมก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจั๊กจี้ๆที่ต้นคอ ผมจึงลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย


          "อย่าลวนลามดิ" พอเห็นแทยงเอาแต่กดจมูกไซร้ไปมาแถวๆต้นคอผมก็เลยเอ็ดเค้าไปหน่อยนึงก่อนจะหลับตาลงไปใหม่ด้วยความเพลีย

          "ก็คุณหอมดี"

          "อืม" ได้ยินเสียงแผ่วๆดังอู้อี้ข้างหูเพราะไอ้บ้ายงมันเอาจมูกคลอเคลียใบหูผมไม่หยุด แต่ผมก็ได้แต่ปล่อยให้มันแกล้งต่อไปเพราะตอนนี้ผมไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาด้วยซ้ำ ผมจึงหลับตาทั้งอย่างนั้น




          "ผมสงสัยนานแล้วคุณใช้น้ำหอมอะไรทำไมหอมจัง"


           และแทยงก็ยังไม่ยอมเลิกวุ่นวายกับผม...


          "สบู่..ธรรมดา"  ผมจึงตอบกลับแบบขอไปที แทยงจึงเงียบลงไปเพราะเค้าคงเห็นผมเพลียมากจริงๆ...








          ซะที่ไหนล่ะครับ!!


          "อืม..แทยงง" เสียงผมเริ่มออกแนวหงุดหงิด
          
          "ครับ"
          
          "ปล่อยมือ"
          
          "ข้างไหน"
          
          "ข้างที่นายลูบพุงฉันอยู่.."
         
          "ก็ได้" 
     คนหน้าด้านทำเสียงงอแงเหมือนเด็กที่โดนขัดใจเวลาไม่ได้ของเล่นที่ชอบ ทว่าขณะที่ผมกำลังจะหลับตาลงไปอีกครั้ง ไอ้บ้ายงก็เริ่มก่อกวนผมอีก!

          
          "มืออีกข้างด้วย ปล่อยเดี๋ยวนี้!" 

      พอถูกผมขึ้นเสียงใส่ แทยงก็รวบเอวผมแนบกับตัวเค้าแน่นเหมือนเค้ากลัวว่าผมจะได้โอกาสหันมาชกเค้า ซึ่งถ้าผมไม่โดนรวบตัวอยู่ผมทำแน่! มีอย่างที่ไหนนอนๆอยู่ต้องมาถูกมันลูบขาวนไปวนมา จั๊กจี้จะตายใครจะนอนหลับลงครับ! 
          

          "คิดทะลึ่งเหรอ" ผมหันไปมองแทยงตาเขียว

          "ไม่คิดก็แปลกแล้ว.."

     แล้วดูมันนะครับ เดี๋ยวนี้กล้าพูดจาฉะฉานพร้อมกับทำสายตาแพรวพราวเหมือนจะกลืนผมเข้าไปทั้งตัว ไอ้คนตรงหน้านี่ไม่ได้มียางอายอีกต่อไปแล้ว!!  

          "ไหนบอกจะให้นอนไง"

     คราวนี้ผมทำเสียงแผ่ว เบือนหน้าหนีพลางพูดเปลี่ยนเรื่องเพราะแพ้สายตาออดอ้อนของแทยง ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่าแววตาแทยงช่วงนี้มันอันตรายจริงๆ แล้วยิ่งผมถูกมันรวบหัวรวบหางเอาไว้แบบนี้ ผมก็ยิ่งไม่กล้าทำอะไรที่อาจมีสิทธิทำให้ตัวเองเพลี่ยงพล้ำ เพราะถ้าโดนขย้ำขึ้นมาด้วยสภาพตอนนี้ แม่งไม่ดีแน่ๆ....
          
          "..."

          "แต่ผมยังอยากคุยกับคุณนี่" ตัดภาพมาปัจจุบันแทยงยังคงวอแวไม่เลิก จนผมชักจะรำคาญมันหน่อยๆ

          "...." 
     ผมจึงเงียบ ตัดสินใจไม่ตอบอะไรแม่ง


          "วันนี้ผมแอบได้ยินวิทยุคุณยาม่าด้วย เห็นว่าทาคายาม่าเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว..." 

          "..."

          "โอเค ผมเงียบก็ได้" 

     ในที่สุดคนพูดมากก็ยอมแพ้จนได้ อันที่จริงผมหายง่วงมาสักพักแล้วล่ะเพราะเมื้อกี้ได้งีบหลับจริงๆจังๆไปช่วงหนึ่ง แน่นอนว่าที่เห็นผมกำลังหลับตาตอนนี้คือผมกำลังแกล้งหลับอยู่นั้นเอง...

     ก็ผมอยากจะรู้ว่าแทยงจะทำอะไรต่อ..

     ....
     ....


     แต่หลังจากนั้นเกือบสิบนาทีแทยงก็เงียบไป ผมเดาว่าเค้าคงจะผล็อยหลับไปเสียแล้ว ผมจึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังโอบกอดผมอยู่ ทว่าวินาทีต่อมาภาพที่ผมเห็นกลับไม่ใช่ภาพแทยงนอนหลับตาหัวพิงกำแพง เพราะเวลานี้อีกฝ่ายกำลังมองผมอยู่..

     เค้ามองผมด้วยสายตาจับจ้อง เหมือนกลัวว่าผมจะหายไปในเสี้ยววินาทีหากกระพริบตา...



          "ไม่ง่วงเหรอ" ผมจึงเอียงคอถาม

          "ไม่ครับ แล้วคุณหายง่วงแล้วเหรอ"

          "นายชวนคุยมากจนฉันนอนไม่หลับแล้ว" ผมทำเป็นบ่นไปงั้น ขณะที่มองเห็นรอยยิ้มแทยงเลื่อนเข้ามาใกล้เสียจนผิดปกติ ผมจึงเผลอเกร็งตัวแล้วจึงดันร่างไอ้ผู้ชายเจ้าเล่ห์ให้ถอยห่างออกไป

          "จะทำอะไร ?" ผมถามเสียงขุ่น 

          "ผมก็ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย" แทยงทำหน้าเลิ่กลักก่อนที่เค้าจะตอบเสียงหงอยๆ 


           "ผม...ผมแค่หิวเอง" 


          หิวเนี่ยนะ?
     พอมองคนในชุดฮู้ดลูบท้องวนไปวนมาผมก็หรี่ตามองไอ้บ้ายงอย่างนึกสงสัย หิวแล้วจะเอาหน้ามาใกล้ทำไม มันเกี่ยวกันเรอะ 

          "หิวแล้วต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ด้วย ?"

          "ก็ผมไม่มั่นใจนี่ ว่าตัวเองหิวข้าวหรือหิวคุณกันแน่..." ไอ้บ้ายงพูดจบก็ทำท่าจะขโมยจูบผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คงเป็นโชคร้ายของมันที่ผมชูกำปั้นขึ้นมาขู่ทันเวลาพอดี คนในชุดฮู้ดสีดำจึงยกมือเหมือนพวกผู้ร้ายที่ยอมจำนนเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจอะไรแบบนั้น


          "ทำไมเดี๋ยวนี้คุณชอบใช้กำลังกับผมนักนะ" แทยงบ่นอุบเบาๆเหมือนจงใจนินทาผมซึ่งๆหน้า เห็นดังนั้นผมจึงโน้มเข้าไปจ้องหน้าไอ้บ้ายงใกล้ๆ

          "ก็นายมันคนเจ้าเล่ห์ ชอบโกหก"  พอผมพูดจบก็เห็นแทยงทำหน้าสำออยก่อนที่มันจะลูบท้องตัวเองอีกครั้ง

          "ผมหิวจริงๆนะ โกหกที่ไหน"

          "..."

          "....อุส่าทำตามคำที่คุณขอ...ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้ขโมยอะไรในมินิมาร์ทกินเลยนะ" 

     แทยงมองตาผมไม่กระพริบเหมือนพยายามจะแสดงให้เห็นว่าเค้าไม่ได้โกหก ซึ่งประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะไม่ว่าแทยงจะขโมยอะไรกินผมก็คงไม่ได้ว่าอะไรเค้ามากนักหรอก (แค่อาจจะให้ทำงานทดแทนเงินอย่างเช่นการให้มันช่วยถูพื้น ลงของในสต็อก เช็ดกระจก และงานมากมายอีกสารพัดจะนึกแค่นั้นเอง)
        






          "งั้นรออยู่นี่ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรมาให้กิน.." 
    
      พูดจบผมก็ลุกขึ้นยืน พอก้มลงไปมองจึงเห็นไอ้คนที่นั่งอยู่กำลังมีรอยยิ้มบางๆ แค่นี้ก็ทำผมรู้สึกจั๊กจี้ในใจพิลึก ซึ่งผมควรจะหมั่นไส้มันสิถึงจะถูก ทำไมถึงคิดว่ารอยยิ้มแบบนั้นน่ารักไปได้วะ  

     .......
     .....
     

     ไม่ถึงห้านาที เสียงไมโครเวฟก็ดังขึ้น ผมที่ยืนอ่านเลคเชอร์เพลินๆจึงละมือจากเลคเชอร์ที่กำลังอ่าน ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงลิ่วไปนำชิราโกะที่ปรุงรสสำเร็จรูปออกมาพักไว้ข้างนอก ทว่าเมื่อชะเง้อมองแทยงอีกทีกลับไม่เห็นมันอยู่ที่เดิมอย่างที่ควรจะเป็น คนที่เพิ่งบ่นหิวหายไปไหนแล้ว ?



          "อร่อยจัง ไอ้เนี่ย เค้าเรียกว่าอะไรเหรอคุณ"

     รู้ตัวอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงแทยงดังขึ้นข้างหลังพร้อมเสียงเคี้ยวหนึบหนับ เชื่อเค้าเลย!! นอกจากแทยงจะเอาแต่กินโดยไม่สนใจผมแล้ว มันยังมีการเปิดกระป๋องโค้กกระดกตามไปอย่างเอร็ดอร่อย 

     นี่น่ะเหรอโฉมหน้าของคุณที่เพิ่งบอกว่าจะทำตามคำขอของผม หรือก็คือจะไม่ขโมยอะไรในมินิมาร์ทกินอีก แล้วที่ผมเห็นนี่เค้าเรียกว่าอะไร!?


          "ชิราโกะ..." 

     ผมตอบห้วนๆ ทีแรกนึกอยากโกรธแทยง แต่พอเห็นคนตรงหน้าตั้งหน้าตั้งตากินอย่างมีความสุขผมก็โกรธเค้าไม่ลง...


          "...."


     จริงอยู่ว่ามันคงจะแย่หน่อยถ้าเงินเดือนผมต้องถูกหักลงไปทีละนิดๆจนสุดท้ายอาจจะกลายเป็นว่าผมทำงานฟรีโดยที่ไม่ได้เงินเลยสักเยนเดียว...

     แต่ก็นั้นแหละ..
     
     ผมกลับไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเลยนะ เพราะการได้เห็นคนอีกคนกินอิ่มยิ้มได้แค่นี้ก็รู้สึกว่ามูลค่าของราคาที่ผมต้องจ่ายไม่ได้แพงอะไรเลย 



          "อร่อยมั้ย"

          "อร่อยมากจนน่าสงสัย.." 

               "..."
               
               "ชิราโกะอะไรเนี่ยมันคืออะไรเหรอคุณ ?"

     พอเห็นแทยงทำหน้าเหมือนระแวงๆผมก็อดขำไม่ได้ที่เซ้นแม่งดีจริงๆ

      และหากคุณกำลังซึ้งในประโยคที่ผมเพิ่งพูดไปก่อนหน้านั้น คุณคิดผิดแล้วล่ะครับ อิอิ เพราะถ้าเป็นหนัง ซีนต่อไปเค้าเรียกว่าจุดหักมุมครับ...




          "ท่อเก็บอสุจิปลาไง" 

          "แค่กๆๆๆ ท่อเก็บอสุจิ!?" ทันทีที่แทยงจับใจความได้ หมอนั่นก็ทำหน้าเหยเก 


     ผมจึงขำจนหน้าท้องสั่นเป็นคลื่น อุวะฮะฮ่า อยากตะกละดีนักก็ต้องโดนแบบนี้แหละมึงอะ

          "คุณแกล้งผมนี่" 

     แต่ขำไปได้แปปๆผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินแทยงบอกเสียงขุ่นๆ หน้าตาแม่งเหมือนหมีกริซซีที่กำลังหงุดหงิดเพราะเผลอไปกินรังแตนแทนรังผึ้งยังไงยังงั้น

     

          "โกรธเหรอ" ผมจึงลองถามหยั่งเชิงแทยงออกไป

          "ใครจะโกรธคุณลงล่ะ"


          "พูดซะฉันรู้สึกผิดเลยอะ"


          ผมแกล้งแทยงแรงไปเหรอวะ แม่งทำหน้าบูดเป็นตูดลิงเลย... 
     


          "รู้สึกผิดก็รับผิดชอบผมสิ"


          "ไม่" 

     ปฏิเสธทันควัน ก่อนจะมองคนพูดตาเขียว เมื่อกี้เกือบจะหลงสงสารแม่งแล้วเชียว แต่พอวินาทีต่อมาเจอแม่งยื่นหน้ามาใกล้ผมเลยตัดสินใจดันอกแม่งออกห่างทันที


     ไอ้คนเจ้าเล่ห์เอ๊ย!



          "..."


          "ขี้โกง"


          ".."


          "ใจร้าย"


          เออ ใจร้ายมากด้วย



               "..."

     จู่ๆแทยงก็เงียบไป เค้ามองหน้าผมเหมือนงอนๆ ส่วนผมก็ทำเป็นไม่สนใจแทยง ทั้งที่ความจริงคือกูอยากจะง้อมันจะแย่ แต่จะง้อยังไงดีวะเรา 




  

     ขณะที่นึกหาทางง้อแทยงอยู่นั้น ผมก็เหลือบไปเห็นชิราโกะที่ไม่พร่องลงไปเท่าไหร่นัก 

          "ยัง..หิวอยู่มั้ย?"

     พอผมถามจบ แทยงที่ดูเงียบๆไปก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ถ้าเป็นหมาคงจะหางกระดิกงั่กๆ 

          "ไม่ค่อยแล้วล่ะ"

          "ถามจริง ?"

          "ก็..หิวอยู่นิดหน่อย" 



      พูดจบแทยงก็ยิ้มจนตาหยีทำเอาใจผมเต้นตึกตักขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย 

     
     
          "..."

     ดูมันดิครับ ยิ้มแบบเด็กสามขวบไม่พอยังจะลูบท้องป้อยๆอีก ใครมันจะกลั้นยิ้มไม่ให้ยิ้มตามมันได้ล่ะครับ...


          "...."

     อ่า..ยอมแพ้ดีกว่า
     


          "ให้สามอย่าง" 

          "สามอย่าง ?"

     เจ้าตูบในสายตาผมทวนคำก่อนจะสั่นหางหงิงๆอีกครั้ง ตอนนี้แทยงกำลังจับไหล่ทั้งสองข้างผมแน่นเหมือนเด็กคาดหวังรางวัลอะไรแบบนั้น


          "เลือกของกินอะไรในมินิมาร์ทก็ได้สามอย่าง เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง.."


          "อะไรก็ได้เหรอ"

          "ใช่"

          "ไม่หลอกผมนะ"

          "ไม่หลอกหรอกหน่า"

     พอผมพูดจบแทยงก็ทำตาเป็นประกายจนผมแอบหวั่นนิดๆ คิดถูกคิดผิดวะเนี่ยกู ว่าแล้วก็ควักกระเป๋าตังค์ออกมานับเงินลับหลังไอ้คนสวมฮู้ดที่เดินนำหน้าไปชั้นวางขนมทันทีเลยครับผม



          "ผมไม่รู้อะ"

     ขณะที่ผมนับเศษตังค์ไปอยู่นั้น จู่ๆแทยงก็หันกลับมาหาหน้าตาเคร่งเครียด
     
          "ไม่รู้อะไร ?"

          "ผมเลือกไม่ได้"

          "ก็หยิบๆมาสักอย่างดิ"

          "...."

     พอแทยงได้ยินผมแนะนำดังนั้น เจ้าคนสวมฮู้ดดำก็พยักหน้าหงึกๆก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินลัดเลาะไปตามชั้นวางขนม...

     ส่วนผมก็ตัดสินใจเดินขนาบไปอีกบล็อคนึง..เดินตามไอ้บ้ายงอยู่ห่างๆ พอเห็นคนสวมฮู้ดหยุดเดิน ผมเลยเขย่งเท้าชะเง้อมองจนพ้นชั้นวางขนม อยากรู้ว่าแทยงจะหยิบอะไรขึ้นมา....


          "..."

     ตอนนี้แทยงกำลังมองสลับไปมาระหว่างเยลลี่องุ่น โมจิไส้ถั่วแดง พุดดิ้งชาเขียว และจาการิโกะ....เดี๋ยวก่อนนะ..


          "ขนมเนี่ยนะ.."

     ผมเผลอหลุดปากพูดออกไปจนแทยงเหลือบมาหา...ไอ้คนสวมฮู้ดยิ้มให้ผมอีกแล้ว..จะขยันยิ้มมากเกินไปมั้ยนะ..


          "ผมเลือกไม่ได้จริงๆ"

          "งั้นเอางี้.."

     พอเห็นแทยงเอาแต่อ้ำๆอึ้งๆผมเลยตัดสินเดินเลาะไปหาอีกฝ่าย พอเดินมาประชิดตัวเค้าได้ แทยงก็ยิ้มให้ผมอีกครั้งแต่ไม่วายเกาหัวแกรกๆ ผมเลยถกเสื้อฮู้ดแทยงขึ้น แน่นอนว่าหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีไอ้คนถูกกระทำก็ทำตาโตใส่ผมแถมหูยังแดงเถือก


     คิดว่าผมจะทำอะไรลามกแบบนั้นเหรอครับ..



     ฝัน!!



          "เลือกไม่ได้ก็กินมันให้หมด.." พูดจบผมก็กวาดขนมบนชั้นใส่เสื้อฮู้ดของแทยงที่ถูกถกขึ้นเพื่อใส่ของนั้นเอง


          "คุณ เดี๋ยวสิ"

     พอเห็นผมกระหน่ำกวาดขนมตุนใส่เสื้อฮู้ดของเค้าอย่างเกรี้ยวกราด แทยงก็คว้าข้อมือผมไว้ คงจะกลัวผมกวาดขนมจนหมดชั้นเสียก่อนล่ะมั้ง



          "ไม่เป็นไรหรอก"

          "..."


          "ขนมจุกจิกมันไม่ได้แพงขนาดนั้น ฉันคิดว่านายจะกินพวกซูชิ อุด้งอะไรแบบนี้ไง"

          "..."


          "กินเยอะกว่านี้ฉันก็เลี้ยงนายได้อยู่แล้ว"



          อ่า..พูดอะไรออกไปวะ



          "..."

     รู้ตัวอีกทีผมก็เขินจนไม่กล้าสบตาแทยง แล้วจู่ๆข้อมือที่รั้งเสื้อฮู้ดแทยงขึ้นก็ถูกฉวยไปทำให้พวกซองขนมทั้งหมดตกลงเกลื่อนพื้น ผมกำลังจะอ้าปากบ่นแทยงแต่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมดเพราะจู่ๆตัวผมก็ถูกผลักเข้าไปจนหลังชิดชั้นวางขนมเสียก่อน...

     แทยงรั้งมือสองข้างของผมเบาๆ 


     ผมเห็นใบหน้าเค้าค่อยๆเคลื่อนมาใกล้..


          "ผมเลือกได้แล้ว"

          "..."

          "จะกินอะไรในมินิมาร์ทก็ได้ใช่มั้ย"


     ไอ้บ้ายงว่าจบก็งับเข้าที่ริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบา ผมตาขวางจะฝืนข้อมือออกจากการเกาะกุมแต่แทยงก็รั้งข้อมือผมเข้าไว้แน่น

          "ผมอยากกินเยลลี่"

          "ก็กินไปสิเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า"

          พอผมพูดจบ แทยงก็เลื่อนใบหน้าของเค้าเข้ามาใกล้ ผมจึงเบือนหน้าหนีก่อนจะหลับตาช้าๆ ทว่าเสียงฉีกขนมที่ข้างๆหูก็ทำให้ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เห็นแทยงโยนเยลลี่ที่อยู่ในซองเข้าปากแล้วทำหน้ายิ้มๆ

          "อะไร? คุณคิดว่าผมจะจูบคุณเหรอ ?" พูดจบแทยงก็หยิบเยลลี่เข้าปากอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมจ้องหน้าเค้าไม่เลิกก็คือหน้าตายียวนของหมอนั่น...

          "ก็นายเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น...ไม่ได้จะจูบรึไง" 

          "เปล่า"

          พอแทยงพูดจบเค้าก็ย่อตัวมัวแต่มองหาขนมจากชั้นวางข้างล่าง แล้วเมื่อเจอของที่ถูกใจลีแทยงก็เงยหน้าขึ้นมาหาผมอีกครั้ง 
          

          "ทำไม คุณเสียดายเหรอ ?" 

          "ไม่มีทาง จะเสียดายทำไม ฮะๆ บ้าเปล่า"
 
          ผมตอบก่อนจะหัวเราะเบาๆเพื่อตัดบท จากนั้นจึงเดินหนีแทยงไปเงียบๆ แต่ที่ไม่เงียบคือเสียงหัวใจของตัวผมเองที่กำลังเต้นแรงเอามากๆ และผมก็รู้ดีว่าที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะผม..เออ เพราะผมดันเสียดายจริงๆไง






          "คุณปฏิเสธเสียงดังฟังชัดแบบนี้ ผมชักจะเสียความมั่นใจแล้วนะ.."

     แล้วเสียงแทยงที่ดังตามมาข้างหลังทำให้ผมหันกลับไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง

          "เสียความมั่นใจเรื่อง ?"

          "จูบไง"

          "จูบเนี่ยนะ"

          "ผมจูบห่วยเหรอ"

     นี่มันจะติดใจกับเรื่องแบบนี้จริงๆดิ กูจะบ้า
         

          "ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น.." 
     
     ผมมองหน้าคนที่กำลังทำหน้าสงสัยในตัวเองขนาดหนัก แน่นอนว่าคำตอบของผมมีความจริงครึ่งนึ่ง ส่วนอีกครึ่งขอเก็บไว้ในใจแล้วกัน ถ้าจะให้ผมตอบมันว่ามันจูบเก่งมากก็กระไรอยู่ถูกมั้ยครับ


          "หรือผมมีกลิ่นปาก"

          และไอ้บ้ายงก็ยังคงพูดกับตัวเองอยู่อย่างนั้น..


          "งั้นคืนนี้ผมจะไม่จูบคุณแล้วกัน"

          "ก็ดี.."

          หลังจากแทยงบ่นอุบอิบกับตัวเองตามหลังผมมาเกือบนาทีจู่ๆเค้าก็หยุดเดินแล้วพูดบางอย่างที่ทำให้ผมปั้นสีหน้าแทบไม่ถูกไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยความนิสัยเสียของผม ผมเลยพูดแหย่แทยงเข้าไปอีก แล้วจากนั้นแทยงจะเงียบไปเลย..

          ผม..เผลอทำนิสัยเสียอีกแล้ว


          "ลีแทยง.."
เมื่อนึกได้อย่างนั้นผมจึงเรียกคนที่นิ่งไปอีกครั้ง แทยงเอียงคอเหมือนจะถามว่าผมต้องการอะไร

          "มันมีขนมวิเศษอันหนึ่งในมินิมาร์ทนี้ที่ไม่เคยมีใครได้กินมาก่อน.."

          "ขนมวิเศษเหรอ ?"

          "จริงๆมันชื่อว่าสุบาราชิที่แปลว่าวิเศษน่ะ.."

          "แล้วมันอร่อยมั้ย"

          "ฉันก็ไม่เคยกิน.."

          "อ้าว"

          "นายอยากกินมั้ยล่ะ ?"

     ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายใช้ความคิดไปมากกว่านั้น เพราะวินาทีต่อมาแทยงก็พยักหน้าใส่ผมรัวๆ ดูท่าว่าคืนนี้ผมจะต้องกลับไปทุบกระปุกออมสินตัวเองมานับเหรียญเพื่อจ่ายเงินคืนมินิมาร์ทแล้วล่ะครับ...



TBC
---------------------------------------------------------------------
midnight อีพีนี้ยังไม่จบนะคะ ยาวจนต้องต่อพาร์ทต่อไป
เอาไปหวานเท่านี้ก่อนน้า

ขอโทษที่ทำให้รอนานมากๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ว่าเรากลับมาแล้วจริงๆน้าา


ตอนนี้ไม่ได้มีความคาดหวังกับคนอ่านว่าจะ
ต้องเม้นต้องตามฟิค หรือตามทวิตเราอะไรแบบนี้


เหมือนมันผ่านไปนานมากๆแล้วและที่ผ่านมามินิมาร์ทก็ได้รับ
ความรักจนเกินจุดที่เราคิดไว้มากๆ 

สิ่งเดียวที่เราหวังคือการแต่งเรื่องนี้ให้จบ
เพื่อทุกคนที่รอมันอยู่
เพราะว่ามีภาระหน้าที่เยอะแยะเลย
แบ่งเวลามาแต่งไม่ค่อยได้ 5555

แต่ยังไงก็อยากจะขอบคุณอีกครั้ง
ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลับมา
ที่มินิมาร์ทนี้อีกครั้งนะคะ
ยังรักที่นี่เหมือนเดิมเลย


#ฟิคมินิมาร์ท
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2408 NonneeDekD (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 22:27
    สู้ๆนะครับ
    #2,408
    0
  2. #2399 IsIsara (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:44
    อ่าว แง้ รอต่อนะคะ ชอบมากจริงๆ คุณไรท์อยากกลับมาต่อตอนไหนก็จะรอค่ะ ถ้าไม่กลับมาแล้วก็ไม่เป็นไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สนุกมากๆค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆ ยังอยากรู้ตอนจบนะคะ ;-;
    #2,399
    0
  3. #2377 earnkr (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 01:03
    มาต่อเร็วๆนะะ
    #2,377
    0
  4. #2376 Am26591 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:15
    มาต่อเร็วๆนะคะ แงงงง
    #2,376
    0
  5. #2356 kor_kod1 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 10:54
    แงงง สู้ๆนะคะคุณไรท์
    -ปล. มันดีจนกลัวว่าจะมีอะไรตามมารึเปล่าาแงง
    #2,356
    0
  6. #2334 mintee_pp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:08
    รอนะคะ สนุกมากๆๆๆ
    #2,334
    0
  7. #2333 bibubbiiboo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:24
    ใช่ๆ เรารู้สึกอย่างนึ่งนะ น้องเตนล์มีนิสัยเสียที่ไม่ค่อยชอบพูดอะไรตรงๆ ชอบน่าจะบอกว่าชอบแต่ดันปัดความรู้สึกคนฟังพี่แทยงน่าจะเศร้าอยู่หน่อยๆ แงงง พี่เขาน่าสงสารนะคะ เอาเพนว่า เป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนนะ น้องเตนล์เองก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น! ยอมพี่เขาสะขนาดนี้เนาะๆๆๆ
    #2,333
    0
  8. #2313 niradchapuach (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:54
    พึ่งได้อ่านเรื่องนี้ฮื่อ ทำไมถึงพึ่งได้อ่านนะ

    แง เราชอบมากๆ มากๆแบบมากๆ เราตกหลุมรักเรื่องนี้แบบเต็มๆ เรื่องนี้ทำให้เรารส.ชอบประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาไม่รู้ทำไม5555

    รอมาต่อนะคะ
    #2,313
    0
  9. #2311 Lalinnyyy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:52
    เราอ่านรวดเดียวเลย ดีมากๆ มันเเบบ ทอปฟอร์มเลย มีหลายประโยคที่มันทัชเรามากๆ มีทั้งขำ เศร้า คิดถึงน้องม้ากด้วย;_; รักไรท์ สู้ๆนะคั้บ
    #2,311
    0
  10. #2310 2707py (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:25
    ยังไงก็ต้องกลับมานะ รออยู่ ‪ㅠㅠ‬
    #2,310
    0
  11. #2307 xptinx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:25
    ฮือออออ คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ ;-;
    #2,307
    0
  12. #2305 MASCOT679397 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:40
    รอนะคะ รอจริงๆค่ะ
    #2,305
    0
  13. #2298 intira_2544 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 20:16
    เป็น กลจ ให้นะคะ
    #2,298
    0
  14. #2297 Dekd2108 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 23:46
    ได้สามีแถมลูกมาด้วยหรอ?5555
    #2,297
    0
  15. #2286 08207 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 03:17
    น้องเตนลสายเปย์มากกกกก รอนะคะ
    #2,286
    0
  16. #2280 JellyBeru (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 02:18
    เหมือนเลี้ยงเด็ก
    #2,280
    0
  17. #2248 Mini_sskty (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 01:54
    รอนะคะ ,_,
    #2,248
    0
  18. #2247 BJM_JeyB (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 20:41
    อยากเล่าอะไรให้ฟัง อยากให้ไรท์อ่านเม้นนี้มากๆๆๆๆๆ อยากเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ก่อนที่เราจะมาอ่านนะ เราเพิ่งจะเห็นฟิคของไรท์ ไม่เชิงเพิ่งจะเห็นค่ะ เห็นแต่ว่าไม่เคยกดเข้ามาอ่าน(เนื่องจากค้างนิยายไว้หลายเรื่องมากๆ ทั้งจอยแล้วก็เด็กดี) มีช่วงนึงที่ติดจอยมากๆ มากจนเข้ามาอ่านเด็กดีน้อยลง จนกระทั่งเราไปเห็นคนแนะนำฟิคแทนเตนล์ในยูทูป เลยลองเข้ามาอ่าน เนื้อเรื่องดูน่าสนใจ แต่ผิดคาดมากๆ เพราะมันไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องที่ดูน่าสนใจ แต่มันดีมากๆ ชอบการอธิบายฉากต่างๆจนเห็นภาพ เข้าใจความรู้สึกของตัวละครจริงๆ ติดมากๆ ช่วงนั้นเลยไม่ได้เข้าจอยเลยค่ะ55555(เพราะตอนเข้ามาอ่าน มันมีจำนวนตอนเกือบจะ 30 ตอนอยู่แล้ว หมกตัวอ่านทั้งวัน)

    แล้วอีกอย่างหนึ่งตอนที่นึกถึงนิยายเรื่องนี้ตอนเรียนหนังสือ ล้างจาน ทำอาหาร ทำงานบ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่ มันจะมีฟีลลิ่งที่แบบ อธิบายไม่ถูก อยากรู้ว่ามันจะจบยังไง มันเกิดอะไรขึ้น จะจบดีไหม(กลัวๆนิดหน่อย) หรือจะอะไรยังไง มันอินไปกับนิยายเรื่องนี้ ใจไปอยู่ที่มินิมาร์ทในญี่ปุ่น ที่อยู่ในแถบชนบท นึกถึงเตนล์ แทยง จอห์นนี่ มาร์ค แจฮยอน อะไรแบบนี้ แต่ที่นึกถึงที่สุดก็คงเป็นภาพแทยงที่อยู่ในมินิมาร์ท เห็นภาพออกเลยอ่ะ ไม่เคยหลงอะไรที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย เรื่องแรกเลยค่ะ ขอบคุณไรท์เตอร์จริงๆ

    ปล. รออยู่นะคะ
    #2,247
    0
  19. #2238 BamThanchanok (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:59
    ชอบเรื่องนี้มากเลย;__;อินมากกกก เราจะรอไรท์เสมอนะคะ สู้ๆนะคะไรท์
    #2,238
    0
  20. #2217 oilwn3 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 00:09
    ชอบมากเลยย งือออ รอนะคะ
    #2,217
    0
  21. #2201 khuneins (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:00
    เราชอบเรื่องนี้มากเลยยย ;___;
    #2,201
    0
  22. #2198 xptinx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 03:53
    แม่คะ ไรท์กลับมาค่ะ ฮือออออออ ดีใจดีใจดีใจจจจ ;-;
    #2,198
    0
  23. #2190 bemym2on (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 23:33
    แง คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ! ขอบคุณไรท์นะคะที่ยังกลับมาแต ดีใจมากๆเลยค่ะ รอมาตลอดเลยนะคะยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอน้า กลับมาหามินิมาร์ทนี้บ่อยๆนะคะ :-)
    #2,190
    0
  24. #2189 Spaceeeeeeee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 15:29
    ขอบคุณนะคะที่ไรท์ยังแต่งอยู่ไม่ทิ้งมินิมาร์ทไปไหน เป็นเรื่องที่อ่านแล่วชอบมากๆเลย เนื้อหาที่บรรยายเป็นอะไรที่เราชอบมากสู้ๆต่อไปนะคะ💕💕💕
    #2,189
    0
  25. #2187 Nunnnii (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 03:28
    รอค่าา ดีใจมากๆที่ไรท์กลับมา ^^
    #2,187
    0