[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 29 : MIDDAY 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    20 ต.ค. 60









MIDDAY 2



UNTILL THE DAY WE'VE TRIED
(BAMBAM)


          รู้มั้ยว่าทำไมหิ่งห้อยถึงมีแสง

     เสียงของชายภายใต้เสื้อฮู้ดสีดำทำให้ผมเอียงคอมองอย่างประหลาดใจ ผมจึงละมือจากสินค้าในลังก่อนจะเดินดุ่มๆย่อตัวลงไปนั่งข้างๆชายคนนั้น

 

          เพราะหิ่งห้อยไม่อยากให้พระจันทร์เหงา..

          ฮ่ะๆ ไม่ใช่สักหน่อย” แทยงหันมาหัวเราะใส่ผมก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปยังเพดานมินิมาร์ท ซึ่งผมคิดว่าเค้าน่าจะหมายความถึงท้องฟ้าที่อยู่สูงกว่านั้น

 

          พระจันทร์มีดาวแล้วจะเหงาได้ไง คนพูดพูดจบก็กระดกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นดื่ม...


          “…” แล้วจู่ๆมินิมาร์ทก็เงียบลงไปเพราะระหว่างเราไม่ได้มีบทสนทนาใดๆเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ผมจึงเผลอเท้าคางแอบมองแทยงที่เอาแต่นอนพิงหัวกับตู้แช่เครื่องดื่มทั้งอย่างนั้น....

 

           งั้นหิ่งห้อยก็คงเหงาเพราะว่าแสงของมันสู้ดาวของพระจันทร์ไม่ได้” พูดจบผมก็นอนพิงศีรษะไปที่ไหล่กว้างๆของพระจันทร์...

 

     อบอุ่นจัง

 

     รู้แล้วล่ะว่าทำไมหิ่งห้อยถึงมีแสง...

 

      .....

      ....

      ..

 

          แบม...” เสียงทุ้มของแทยงดังขึ้นทำให้ผมได้สติขึ้นมา หลังจากที่คิดถึงเรื่องราวเก่าๆอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นพระจันทร์ของผมกำลังเอาแต่ชะเง้อมองหาใครบางคน คนที่ผมรู้ดีว่าเป็นใคร...

      

          วันนี้เตนล์ไม่เข้างานหรอกนะ...” พอผมพูดจบก็เห็นพระจันทร์ท่าทางหมองลงไปทันที...

          แต่ผม..มีเรื่องต้องปรับความเข้าใจกับเตนล์

          แล้วแบมล่ะ” ผมทำเสียงตัดพ้อทำเอาคนในชุดฮู้ดสีดำกระพริบตาปริบๆราวกับว่าเค้าไม่เข้าใจความรู้สึกของผมเลยแม้แต่น้อย ทำไมกันล่ะ ทำไมเค้าไม่เคยไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง ?


          “…” 

          แทยงไม่รู้จริงๆเหรอว่าแบมคิดอะไรกับแทยง ?”


     อย่าหลบสายตาแบบนั้นนะ

     หยุดเมินความรู้สึกของคนอื่นสักทีเถอะ! 



          แบมชอบแท..”ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้ผมหลับตาก่อนจะตัดสินใจสารภาพความในใจออกไปแต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบแทยงก็สวมกอดผมแน่นเหมือนเป็นการบังคับให้ผมกลืนคำพูดตัวเองลงลำคอไปตามเดิม

 

          อย่าเลย


     คำพูดสั้นๆทำเอาผมเริ่มตัวสั่นก่อนจะห้ามตัวเองไม่อยู่ จนในที่สุดก็ร้องไห้ออกมาแบบเดิม...น่าตลกจริงๆ ครั้งแรกที่เจอผู้ชายคนนี้ผมก็กำลังร้องไห้ คุยกันกี่คืนต่อกี่คืนก็มีแต่เรื่องเศร้าๆเล่าให้แทยงฟังเท่านั้นและจนถึงตอนนี้ผมก็ยังจะร้องไห้ซบที่อกแทยงเหมือนที่ผ่านๆมาไม่เปลี่ยน

 

     ตรงกันข้ามเลย...

 

     แทยงยังคงยิ้มแล้วกอดปลอบผมเหมือนเคย...

 




     ตลกจัง ตลกจริงๆ

 

 

 

     พอได้แล้วล่ะ..

     ความอบอุ่นของพระจันทร์กำลังทำให้หิ่งห้อยร้องไห้...

 

 

          รู้มั้ยว่าทำไมหิ่งห้อยถึงมีแสง...” พูดจบผมก็ปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังแทยงแล้วยิ้มเหมือนไม่ได้กำลังมีความเศร้าอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อแทยงได้ฟังผมพูดดังนั้น เค้าก็คลายอ้อมกอดก่อนจะสบตาผมหนักแน่น หัวใจผมจึงเต้นกระหน่ำเมื่อเห็นคนตรงหน้ามองมาอย่างให้ความสนใจ

 

          “….” แต่แทยงกลับไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมาเลยแม้สักคำ เค้าคงนึกไม่ออกหรือไม่ก็ลืมไปแล้วว่าเราเคยคุยเรื่องนี้กันนานสองนานก่อนจะหลับไปพร้อมกัน...

 


          เตนล์เป็นดาวของแทยงใช่มั้ย

 

     ตอบมาสิ...

 

          ...

     แทยงเงียบอยู่นานพอสมควรก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าเบาๆแล้วยิ้มให้ผมอย่างเศร้าๆ 

 

          ที่หิ่งห้อยมีแสงเพราะว่ามันกำลังมีความสุขที่ได้ทำให้ตอนกลางคืนสว่างขึ้น ตอนนั้นจะบอกแบบนั้นแหละ แต่ผมเผลอหลับไปซะก่อนจู่ๆแทยงก็หันมาสบตา ผมจึงจ้องนัยย์ตาคมของเค้าไม่กระพริบเพราะตั้งใจฟังในสิ่งที่เค้ากำลังจะพูดต่อ


          ถ้าแบมลืมอดีตพวกนั้นได้ แล้วมีความสุขอย่างที่ควรมี ในสักวันแบมคงเป็นแสงสว่างให้ค่ำคืนมืดๆของใครสักคนแน่ๆ เพราะงั้นอย่าร้องไห้อีกเลยนะ ผมไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้แบมร้องไห้...

 

     ฟังจบน้ำตาผมเผลอไหลแหมะลงมาเปียกแก้มอีกครั้งจนทำให้คนที่เพิ่งพูดจบเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาจากนั้นแทยงก็ลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน...


          "ฮือ ฮึกๆ" ผมร้องไห้อีกแล้วแม้ว่าจะสัญญากับตัวเองว่าจะเข้มแข็งแต่สุดท้ายผมก็ทำไม่ได้ พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าพระจันทร์กำลังยิ้มให้ผม...


     ช่ มันเป็นผมเอง...

     หิ่งห้อยที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นดวงดาวของพระจันทร์

 

 

          ขอบคุณนะ

 

     ที่อบอุ่นกับผมเสมอมา


     พี่ชาย...





     ภายในห้องนอนเงียบสนิท แบมแบมทิ้งตัวลงนอนโดยที่ไม่อาจข่มตาหลับได้ลง เวลานี้ร่างเล็กจึงเอาแต่นอนพลิกตัวไปมาทั้งอย่างนั้น...

 

     หัวใจได้แผลเป็นเพิ่มมาอีกหนึ่งรอย...


     มันเป็นแผลที่มีขนาดใหญ่มากจนไม่สามารถแบกรับไหวอีกต่อไป หัวใจของเค้าไม่อยากจะทนรับอะไรแบบนี้อีกแล้วหลังจากที่ช่วยแทยงปรับความเข้าใจกับเตนล์เรียบร้อยเค้าก็ตัดสินใจลาออกจากมินิมาร์คุณยาม่าในที่สุด

 

     ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว...

     ไม่เหลือคนที่ไว้ใจได้อีกแล้ว...


     ร่างเล็กคิดพลางนอนกอดตัวเองทั้งอย่างนั้น ความอบอุ่นมากมายที่เคยรับไว้คงจะกลายเป็นเพียงความฝันและแม้ใจจะผูกพันกับมินิมาร์ทแค่ไหน แต่แบมแบมก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะลาออก เค้าจะไปจากทาคายาม่า และจะไปอยู่ในที่ที่ไม่ต้องเจอผู้คนเหล่านั้นอีก.... 


 

     แก็ก แก็ก

 

     จู่ๆเสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นในความมืด ทำให้ร่างบางที่นอนอยู่ถึงกับเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงอย่างหวาดระแวง แบมแบมเปิดไฟที่โคมก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นและคว้ากรรไกรที่อยู่ข้างเตียงติดมือไปด้วย ร่างเล็กเดินสำรวจรอบๆห้องอย่างติดใจสงสัย แต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงหน้าประตูหางตาของแบมแบมก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนทอดยาวเข้ามาในห้องนอนของตน! 


          "ใครน่ะ ออกมานะ!" 


     พูดจบแบมแบมก็ยื่นมือที่ถือกรรไกรออกไปข้างหน้า แม้จะทำใจดีสู้เสือแต่มือกลับสั่น ในหัวร่างเล็กคิดจินตนาการไปมากมายว่าคนที่แอบบุกรุกเข้ามาในห้องของเค้าจะเป็นใครได้บ้าง คนของไดกิโคฮาคุ? โจร? จะเป็นคนพวกไหนกัน?! 


          "อี้เอิน.."

     เพียงไม่กี่อึดใจคำตอบก็ปรากฏสู่สายตา แบมแบมกำกรรไกรในมือแน่นขึ้นเมื่อชายที่แอบอยู่หลังตู้ก้าวเดินออกมาข้างหน้า ต้วน อี้เอิน...ผู้ชายที่เค้าเกลียดที่สุดในชีวิต บัดนี้ชายคนนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเค้าพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์มากมาย 

     นานเกือบสี่ปีแล้วที่แบมแบมไม่ได้มีโอกาสยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ พอได้มองดีๆจึงเผลอย้อนกลับไปเทียบกับภาพความทรงจำครั้งก่อนเมื่อตอนที่พวกเค้าทั้งสองยังคงเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน...ต้วน อี้เอินเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตอนนี้เค้าดูผอมซูบถึงแม้ร่างกายจะดูมีกล้ามเนื้อมากกว่าแต่ก่อนก็ตามที ที่สำคัญแววตาคู่นั้นยังทำให้แบมแบมรู้สึกถึงไม่ปลอดภัย ใช่...ไม่มีอะไรน่าสนิทใจเหมือนเดิมเลยสักอย่าง


          "แบมคงสงสัยว่าพี่มาที่นี่ทำไม.." 

     เมื่อเห็นแบมแบมนิ่งไป อี้เอินจึงค่อยๆก้าวออกมาจากความมืด แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปเกือบจะประชิดตัวร่างเล็ก แสงวาวที่สะท้อนในความมีดก็เผยให้เห็นกรรไกรด้ามโตที่อยู่ในกำมือแบมแบม


          "รีบออกไปก่อนที่ผมจะจ้างตำรวจ..."  


          เสียงแข็งกร้าวกล่าวออกมาเสียงดัง เมื่อต้วน อี้เอินเห็นดวงตาเจ็บปวดของแบมแบม เค้าก็นึกเจ็บในใจขึ้นมา คนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นคนเดียวในโลกที่สามารถเป็นที่พึ่งพาสำหรับคนอีกคนได้ บัดนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป...เมื่อมองเห็นความหวาดกลัวที่ปรากฏชัดออกมาจากแบมแบม ต้วน อี้เอินก็พบว่าเค้าได้กลายเป็นภัยคุกคามที่เลวร้ายสุดในโลกใบนี้เสียแล้ว...


          "พี่กำลังจะไปแล้ว..กำลังจะไปแล้วจริงๆ"


     เสียงสั่นๆของอี้เอินทำให้แบมแบมรู้สึกแปลกใจเพียงชั่ววินาที หากเป็นแบมแบมคนก่อนเค้าคงจะเผลอสงสารคนตรงหน้าไปแล้ว เพราะจู่ๆต้วนอี้เอินก็ร้องไห้ออกมาต่อหน้าต่อหน้า แววตารู้สึกผิดฉายเปี่ยมบนใบหน้า ทว่านั่นกลับไม่มากพอที่จะสามารถทำให้แบมแบมละมือที่ถือกรรไกรลงได้


     นั่นเพราะในใจของร่างเล็กไม่เหลือสิ่งที่เรียกว่า 'ความเชื่อใจ' มาตั้งนานแล้ว 


          "ก็ออกไปสิ ไม่งั้นผมจะเรียกตำรวจแล้วนะ!"


          "ฟังพี่ก่อน สักห้านาที พี่ขอแค่ห้านาที"

          "คุณไม่มีสิทธิมาขอร้องอะไรทั้งนั้น เพราะตอนที่ผมขอร้อง คุณเองก็ไม่เคยให้โอกาสผมเลย!" 

     

     จบประโยคนั้นร่างของคนพูดก็พุ่งเข้ามาหาผู้บุกรุกโดยที่ในมือถือกรรไกรคม โชคดีที่ต้วนอี้เอินเบี่ยงตัวหลบได้ทัน เค้าใช้จังหวะที่ร่างเล็กเสียหลักบิดข้อมือคนในอ้อมแขนก่อนจะเตะกรรไกรทิ้งไปอีกฝั่ง!


          "แบม ใจเย็นๆสิ! พี่แค่ต้องการคุยด้วย แล้วพี่ก็จะไปจากชีวิตแบมตลอดชีวิต!"  

     เมื่อเห็นว่าตนเกือบจะเจ็บหนักเพราะจังหวะเมื่อครู่ ต้วนอี้เอินก็สัมผัสได้ถึงความเอาจริงในแววตาอดีตน้องชาย และแน่นอนหากเมื่อครู่เค้าหลบไม่ทันคงได้เลือดตกยางออกอย่างไม่ต้องสงสัย อี้เอินจึงเจ็บในใจลึกๆอีกครั้งที่คนในอ้อมแขนเค้าตอนนี้เกลียดเค้าถึงขนาดอยากจะฆ่าเค้าให้ตายเสียด้วยซ้ำ


          "ปล่อย!"

          "ไม่ ฟังพี่ก่อน แล้วพี่จะปล่อยแบม" อี้เอินกอดร่างเล็กในอ้อมแขนแนบแน่น แบมแบมจึงขืนตัวดิ้นในอ้อมกอดไม่ยอมหยุดทว่าร่างเล็กก็เพิ่งตระหนักได้ว่าสิ่งที่เค้าทำเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์เมื่อต้วนอี้เอินยกตัวเค้าลอยในแขนเดียว


          "จะฟังพี่ได้แล้วใช่มั้ย ?"


     นั่นเป็นคำพูดล่าสุดที่เกิดขึ้นท่ามกลางห้องนอนส่วนตัวที่เงียบสงัด แบมแบมเม้มปากเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่าย และเมื่ออี้เอินเห็นอดีตน้องชายสงบลงเค้าก็ปล่อยแบมแบมให้เป็นอิสระ แบมแบมจึงถอยหลังไปยืนห่างจากอี้เอินไกลเกือบหนึ่งวา


          "ห้านาที...ถ้ามากกว่านั้นผมจะแจ้งตำรวจ" 


          "พี่จะหนีไปจากที่นี่เพื่อไปตั้งตัวใหม่ ตอนนี้พี่กับไดกิโคฮาคุไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว พี่กลับมาแล้ว..เป็นพี่ชายคนเดิมของแบมไง"


     ไม่ใช่...

     แม้ปากจะพูดอย่างนั้นแต่ต้วนอี้เอินรู้ดีว่ามันไม่เคยมีอะไรเหมือนเดิม...

     

     เพราะสภาพของเค้าตอนนี้เป็นเหมือนพวกยากูซ่าชั้นต่ำที่ทั้งเลวและสกปรกมากเสียจนมีครั้งนึงเค้าเคยมองกระจกแล้วนึกรังเกียจเงาตัวเองด้วยซ้ำ 

     

     เค้ายังจำได้ดี สายตาสาปแช่งของผู้คนมากมายที่ไดกิโคฮาคุหมายหัว สายตาของผู้ชายที่เค้าจำเป็นต้องฆ่าเพราะคำสั่งของไดกิโคฮาคุ ทุกแววตาของเหยื่อที่พร่ำอ้อนวอนขอชีวิตยังคงติดตาต้วนอี้เอิน ในทุกคืนที่ต้องนอนก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้เหมือนคนทั่วไป...


     มือของเค้าเปื้อนเลือด เค้าทำงานผิดกฏหมายมากมาย...หรือหากจะพูดให้ถูกจริงๆก็คือ ตัวเค้าในตอนนี้ชั่วช้าเกินกว่าจะเป็นพี่ชายคนเดิมของแบมแบม...


     แต่โลกก็โหดร้ายแบบนี้ เพื่อที่จะปกป้องคนตรงหน้าแล้ว ต้วนอี้เอินยอมทำเรื่องเลวร้ายได้ทุกเรื่อง


          "จบแล้วใช่มั้ย.."


          "ยัง..พี่ยังมีอีกเรื่องนึงที่ยังไม่ได้พูด"


     เมื่อเห็นแบมแบมยังไม่มีท่าทีใจอ่อนต้วนอี้เอินจึงพยายามขุดหาคำพูดทั้งหมดที่อยู่ในใจขึ้นมา...เพราะใครจะรู้นี่อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เค้าจะได้คุยกับแบมแบมก็ได้....


          "แบมจำที่พี่เคยบอกได้มั้ย ที่พี่บอกว่าไม่เคยมองแบมเป็นแค่น้องชายน่ะพี่พูดจริงๆนะ พี่เสียใจที่ห้ามตัวเองให้คิดกับแบมแค่พี่น้องไม่ได้...และถ้าย้อนเวลากลับไปได้พี่คงจะทำทุกทางเพื่อที่จะห้ามตัวเองไม่ให้คิดแบบนั้นกับแบม"


     เพราะการได้รู้ว่าแบมเกลียดพี่มากขนาดนี้ แม่งเจ็บโคตรๆเลย


          "ถ้าพี่คิดกับแบมแค่พี่น้องได้ พี่ก็คงจะแค่เสียใจที่ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของแบม ซึ่งมันก็ดีกว่าที่พี่ต้องเสียแบมไปแบบตอนนี้" 

     พูดจบต้วนอี้เอินก็ก้มหน้า ไม่อาจทนมองหน้าแบมแบมได้อีกต่อไป เค้าจึงไม่มีโอกาสได้เห็นแววตาสั่นไหวของร่างเล็กที่กำลังเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย..มันเหมือนว่า ลึกๆแล้วแบมแบมเองก็เจ็บปวดกับสายสัมพันธ์ที่แสนวกวนนี้ไม่ต่างกันนัก..


          "พี่ขอโทษนะที่พี่ย้อนเวลาไม่ได้...พี่ขอโทษที่กลับไปเป็นพี่ชายคนเดิมให้แบมไม่ได้แล้ว..."  และเสียงทุ้มที่ขาดหายไปในลำคอก็ทำให้แบมแบมเผลอมองสบตากับอี้เอินจนได้ จู่ๆในหัวก็เผลอคิดภาพตาม...

     ว่าถ้าตอนนี้เรายังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันอยู่...มันคงจะดีจริงๆใช่มั้ย...เราคงจะมีความสุขกันมากกว่านี้ใช่มั้ย...


          

         "แต่ต่อให้พี่ย้อนเวลาได้จริง ตอนนั้นพี่ก็จะบอกรักแบมเหมือนเดิม...แต่พี่คงจะทำได้แค่บอกรักแบม ในฐานะพี่ชายแบบที่แบมอยากให้พี่เป็น.."

     ประโยคหลังฟังจับใจความได้ยากเหลือเกินเพราะอี้เอินเลือกที่จะฝืนพูดมันออกมา เสียงของเค้าจึงดังออกมาเพียงแผ่วเบาเท่านั้น  และเมื่อได้ฟังจบแบมแบมก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรได้อีกต่อไป  เพราะหางตารับรู้ได้ถึงน้ำตาที่คลอเต็มหน่วยจนทำให้มองคนตรงหน้าไม่ชัดด้วยซ้ำ 


     ไม่ไหวแล้ว...

     ความรู้สึกในอกเหมือนมันจะปะทุออกมา แต่ต่อให้ตายยังไง แบมแบมก็ไม่อาจยอมรับง่ายๆว่ากำแพงในใจของเค้ากำลังทลายลงไปส่วนนึง


          "หมดเวลาแล้ว...ออกไปซะ"


     คนใจแข็งปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะตะโกนไล่อีกฝ่ายเสียงดัง อี้เอินพอได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจถอยหลังเดินออกไป ถ้าสมมุติว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เค้าจะได้เจอแบมจริงๆ...มันก็ช่างเป็นช่วงเวลาที่สั้นเสียจนน่าใจหาย..


     แบมแบมยังไม่แม้แต่จะพูดว่ายกโทษให้เค้าด้วยซ้ำ...



     "ถ้าแบมเปลี่ยนใจ พรุ่งนี้ตอนห้าโมงที่ท่าเรืออิจิชิ พี่จะรอนะ"


     สิ้นเสียงนั้นประตูก็ปิดลงไป และต้วนอี้เอินไม่มีทางได้รู้เลยว่าแบมแบมกำลังปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ร่างเล็กเสียใจที่ความตั้งใจทั้งหมดของเค้าต้องพังลงไปไม่มีชิ้นดี ที่ตั้งใจว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางให้อภัยผู้ชายคนนั้นอีก...ทำไม่ได้เสียแล้ว...รอยแผลเป็นในใจของแบมแบมกำลังถูกเยียวยาด้วยความรู้สึกผิดของอีกฝ่ายที่เค้าเพิ่งได้เห็นกับตาตัวเอง


     ลึกๆเค้าเองก็สงสารอี้เอิน...

     เพราะจากที่เห็นอี้เอินเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกับเค้าเลย...


     สภาพของต้วนอี้เอินทำให้แบมแบมร้องไห้ไม่หยุด และทุกคำพูดยังคงดังก้องในหูแบมแบมอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทำให้กำแพงของแบมแบมทลายลงไปอาจจะเป็นแววตาเจ็บปวดคู่นั้น...ไม่อยากยอมรับนักแต่ความจริงก็คือความจริง

     คนที่ทำลายชีวิตของพี่ชายคือเค้าเอง...คนที่ทำให้อี้เอินต้องกลายเป็นพวกของไดกิโคฮาคุคือเค้า..เป็นเค้ามาโดยตลอด...ที่ผ่านมาแบมแบมคิดว่าตัวเองต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอยู่เพียงคนเดียวในโลก เค้าเลยไม่เคยคิดถึงข้อนี้


     จนกระทั่งตัวเองได้มาเห็นแผลเป็นของอี้เอิน...

     แบมแบมถึงเพิ่งจะได้เข้าใจว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายที่เจ็บปวดไม่ต่างจากเค้าอยู่อีกคนนึง.... 







     เช้าของอีกวันดำเนินมาถึงโดยที่แบมแบมไม่ได้นอนทั้งคืน  เจ้าตัวยังคงนั่งจ้องตู้เสื้อผ้าและข้าวของที่อยู่ในห้องอย่างคิดไม่ตก นึกไม่ออกว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี ?


     "ถ้าแบมเปลี่ยนใจ พรุ่งนี้ตอนห้าโมงที่ท่าเรืออิจิชิ พี่จะรอนะ"


     คำพูดนั้นยังคงดังอยู่ในหัวซ้ำๆ ไม่ว่าแบมแบมจะสลัดภาพนั้นเท่าไหร่ทุกสิ่งมันก็ยังคงติดตาไม่หาย เค้าจะทำยังไงดี แน่นอนว่าแบมแบมตัดสินใจจะไปจากทาคายาม่าอยู่แล้วแต่เค้าจะไปเพียงลำพัง...ทว่าเมื่อคิดถึงคำพูดที่อี้เอินพูดไว้เมื่อคืนเค้ากลับมีความลังเลขึ้นมาในจิตใจเสียอย่างนั้น...


     แบมแบมไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ แต่เค้าก็รู้แน่แก่ใจว่าเค้าไม่ต้องการที่จะเกี่ยวข้องกับอี้เอินหรือใครอีก...ใช่ บาดแผลในใจของแบมแบมเยอะเกินกว่าจะทำเป็นลืมๆไปว่าครั้งนึงเค้าเคยเจ็บปวดมากขนาดไหน....


     สุดท้ายแล้ว..แบมแบมก็ไม่อาจปล่อยวางอดีตได้...นั่นเพราะเค้าหวาดกลัวและขี้ขลาดเกินกว่าจะให้อภัยใคร

 .....


.....

...

.

     และขณะนี้เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้วแต่แบมแบมก็ยังคงนั่งจมอยู่บนเตียงนอนของตนทั้งอย่างนั้น แม้ว่าจะตัดสินใจไม่หนีไปกับอี้เอินแต่ในใจลึกๆกลับร้องให้เค้าไปเจอหน้าอดีตพี่ชายครั้งสุดท้ายก็ยังดี ถูกแล้ว....หลังจากนี้เราจะได้จากกันไปตลอดกาล แบมแบมคิดได้อย่างนั้นก็เอามือกุมหน้า ภาพความหลังหวนกลับมาราวกับไม่เคยเลือนหายไปจากใจ...มันเป็นภาพเด็กชายสองคนที่เติบโตมาด้วยความรักและความผูกพัน ภาพที่เราทั้งสองหัวเราะ ร้องไห้ และมีความสุขด้วยกัน...


           " พี่ขอโทษนะที่พี่ย้อนเวลาไม่ได้...พี่ขอโทษที่กลับไปเป็นพี่ชายคนเดิมให้แบมไม่ได้แล้ว..."


          "ฮึก..."

     ทันที่ที่คำพูดนั้นดังก้องขึ้นมาในหัว แบมแบมก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะจู่ๆเค้าก็เห็นภาพอี้เอินตอนยังเป็นเด็กมายืนอยู่ตรงหน้า อี้เอินที่คอยดูแลและปกป้องเค้าไม่ให้ใครมาทำร้าย อี้เอินที่รักเค้ามากกว่าใครบนโลกใบนี้....ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ต่อในเป็นอี้เอินเมื่อตอนอดีตหรือปัจจุบันก็ยังรักแบมแบมเหมือนเดิมนั่นคือข้อเท็จจริงประการเดียวที่ไม่จำเป็นต้องหาหลักฐานใดมาพิสูจน์..


     เมื่อคิดได้อย่างนั้น ร่างบางจึงตัดสินใจก้าวออกไปจากห้องพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว และสุดท้ายต่อให้ใจต้องเจ็บปวดอีกครั้งก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งเดียวที่แบมแบมต้องการคือการได้บอกคำนั้นออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะสาย! 






     ท่าเรืออิจิชิ 


     สถานที่หนึ่งในความทรงจำ...

     ภาพของสี่ปีที่แล้วยังคงติดตาเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ด้วยซ้ำ แบมแบมจึงเกลียดที่แห่งนี้เพราะมันเป็นสถานที่สุดท้ายที่เค้าเกือบจะหนีจากไปได้ ทว่าอิสระภาพที่อยู่ปลายมือก็ถูกลิดรอนไปเมื่อพวกไดกิโคฮาคุตามมาได้ทัน แล้วหลังจากนั้นภาพฝันร้ายก็กระจ่างชัดในหัวแบมแบมจนทำเอาคนตัวเล็กเกือบจะวูบล้มลงไปโชคดีที่มีใครคนหนึ่งประคองไว้ได้ทัน...


          "พี่นึกว่าแบมจะไม่มาซะแล้ว.." 


     น้ำเสียงดีใจของอี้เอินทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่เค้าจะพบรอยยิ้มที่แสดงความดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิดของคนตรงหน้า แบมแบมเห็นดังนั้นจึงรีบผละตัวออกจากอกแกร่ง แสร้งทำเหมือนไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น


          "ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณว่า.."


          "..."


          "ลาก่อน"


     น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าทำเอาใจคนฟังกระตุกวูบ เมื่อได้ยินอย่างนั้นอี้เอินก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าแบมแบมเลือกที่จะไม่หนีไปกับเค้า...ก็นั่นแหละ เค้านึกไว้อยู่แล้วว่าสุดท้ายเรื่องทั้งหมดควรจะลงเอยเช่นไร...


          "พี่ก็รู้เองลึกๆว่ายังไงซะแบมก็ไม่มีวันให้อภัยพี่" น้ำเสียงนั้นตอบออกมาอย่างตัดพ้อ วินาทีต่อมาแบมแบมจึงกลืนน้ำลายตัวเอง เค้าไม่เคยอยากให้อี้เอินต้องเจ็บปวด อย่างน้อยก็ไม่อยากให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้


     เพราะเราทั้งคู่เจ็บกันมามากพอแล้ว...


          "ผมให้อภัยพี่แล้ว ผมถึงมาที่นี่.." น้ำเสียงเล็กๆนั่นจึงตอบออกไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก ยิ่งคำสรรพนามที่คุ้นเคยยิ่งทำให้อี้เอินเบิกตากว้างอย่างไม่นึกเชื่อ...เมื่อกี้นี้ เมื่อกี้แบมแบมเรียกเค้าว่าพี่อย่างนั้นเหรอ ?


          "งั้นก็แปลว่าแบมจะหนีไปกับพี่ใช่มั้ย ?" น้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจดังขึ้นทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มจางๆจากใบหน้าของน้องชายตรงหน้า ทว่าขณะที่กำลังดีใจคำพูดเชิงปฏิเสธของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น

          

          "ไม่ใช่ครับ..."

          

          "..." จู่ๆเสียงเล็กๆนั่นก็หายไปในลำคอ อี้เอินจึงขมวดคิ้วตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ 


          "ผมมาเพื่อบอกพี่ว่าผมให้อภัยพี่แล้วสำหรับทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้น แต่ผมเองก็ยังลืมมันไม่ได้ ผมถึงได้ไปกับพี่ไม่ได้..." 

     

     คนตรงหน้าพูดจบก็มีแววตาเจ็บปวดฉายลึกในดวงตา อี้เอินจึงปล่อยมือจากบ่าของแบมแบมอย่างไม่คิดจะคาดคั้นสิ่งใดอีก...เค้าช่างโลภมากเสียเหลือเกินที่หวังว่าคนตรงหน้าจะทั้งให้อภัยเค้าและพร้อมจะไปเริ่มต้นใหม่กับเค้า...ทั้งๆที่ก็รู้ดีว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ 


          "ไม่เป็นไรๆ แค่นี้พี่ก็ดีใจจะตายอยู่แล้ว" 

     

     อี้เอินยิ้มทั้งน้ำตาแล้วดึงร่างน้องชายมากอดปลอบก่อนจะตระหนักได้ว่ากอดสุดท้ายนี้มันมีความหมายกับเค้ามากเพียงใด อี้เอินถึงได้กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเหมือนไม่อยากปล่อยแบมแบมไปไหนอีกแล้ว...แต่ในที่สุดร่างสูงก็ต้องปล่อยมือ...


          "แบมโตแล้วดูแลตัวเองได้ขนาดนี้ พี่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะ.."

          "..."

          "..."

     หลังจากคำพูดประโยคนั้นความเงียบก็เข้ามาแทนที่บทสนทนา เพราะคนสองคนต่างมองหน้ากันอย่างค้นหาคำตอบ ทุกอย่างจะจบลงแบบนี้จริงๆน่ะหรือ ? เป็นต้วนอี้เอินที่ยังคงไม่อยากยอมรับความจริง





     ปัง!!

     ทว่าจู่ๆเสียงปืนหนึ่งนัดก็ดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของสมุนไดกิโคฮาคุที่ไม่มีใครคาดคิด ราวกับเทปม้วนเดิมถูกนำมาฉายอีกครั้ง!!


          "มึงจะไปไหนไอ้มาร์ค!" 

     แจ็คสันตะโกนเสียงดังลั่น ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นไปกันคนละทิศ โดยเฉพาะต้วนอี้เอินที่นึกไม่ถึงกับการปรากฏตัวของแจ็คสัน หวัง! 


     ทำยังไงดี?!! เวลานี้ในหัวร่างสูงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย สิ่งเดียวที่ตระหนักได้คือครั้งนี้เค้ากับแบมแบมจะต้องหนีไปให้ได้ ทุกอย่างต้องไม่จบลงเลวร้ายเหมือนอย่างเมื่อสี่ปีที่แล้ว! วินาทีนั้นอี้เอินจึงผลักร่างของน้องชายลงไปในเรือสปีทโบ๊ทลำข้างๆเรือโดยสาร แต่ทว่าไม่มีอะไรง่ายอย่างที่คิด เพราะเมื่อเสียเวลาตัดเชือกที่คล้องเรืออยู่นั้นแจ็คสันก็โพล่งเข้ามาใกล้ก่อนจะถีบอี้เอินกระเด็นไปอีกทาง ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายแบมแบมที่นั่งลุ้นตัวงออยู่ในเรือถึงกลับพูดไม่ออก หางตาคลอเต็มไปด้วยน้ำตาเพราะสงสารอี้เอินที่ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งถูกต่อยและเตะ


          แต่กลับกัน...ไม่มีใครล่วงรู้

     ว่าแท้ที่จริงแล้วแจ็คสันหวังได้กระซิบบางอย่างกับต้วนอี้เอิน..บางอย่างที่ทำให้อี้เอินหัวใจพองโตเสียยิ่งกว่าอะไรดี


          "หนีไป..กูจะทำเป็นถูกมึงต่อย.." 


     ฟังดังนั้นต้วนอี้เอินจึงตัดสินใจต่อยแจ็คสันไปไม่เต็มแรง ร่างสูงรู้สึกขอบใจเพื่อนคนนี้มากถึงมากที่สุด ก่อนที่แจ็คสันจะเล่นละครทำเป็นเจ็บและจังหวะนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่อี้เอินกระโจนลงเรือพอดี แจ็คสันเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจยิงปืนเฉียดๆแขนของอี้เอินไป ทว่าภาพนั้นทำให้แบมแบมตกใจรีบโผล่เข้าไปช่วยประคองพี่ชายที่ลงเรือมาได้ ขณะที่แจ็คสันทำเป็นจะยิงปืนอีกนัด ต้วนอี้เอินก็ขับเรือออกไปทันเวลา....


          ปัง!! ปัง! ปัง!

     เสียงปืนที่ดังไล่หลังเป็นการยิงลงน้ำด้วยความตั้งใจ เพราะเพียงเท่านี้ก็น่าเพียงพอให้คนที่นั่งรอบนรถเบนซ์สีดำพึงพอใจได้ไม่มากก็น้อย  คุณแทอิลหรือที่ไดกิโคฮาคุรู้จักกันดีในฐานะมือขวาคนสนิทของท่านประมุข ผู้ชายคนนั้นเป็นคนสั่งให้แจ็คสันหวัง จัดการอดีตสมุนของไดกิโคฮาคุอย่างมาร์คต้วนให้สิ้นซาก...ซึ่งแน่นอนว่าแจ็คสันคงจะตัดสินใจกำจัดมาร์คต้วนอย่างไม่ลำบากใจอะไรมากนัก เพียงแต่จู่ๆคำสั่งนั้นก็เปลี่ยนไป...เพราะเมื่อครู่คุณแทอิลเพิ่งบอกให้เค้า 'แสร้ง' ทำเป็นตามล่ามาร์คต้วนแทน เหตุผลเดียวที่คำสั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปกระทันหันน่าจะเป็นเพราะบุคคลที่นั่งอยู่เบาะหลังสุดผู้ที่ถือครองตำแหน่งรุ่นที่หก...


          "พวกเค้าหนีไปได้ อย่างนี้ท่านประมุขต้องโกรธแน่" พูดจบคนผู้นั้นก็เหยียดยิ้มกว้างใส่กระจกหน้ารถที่สะท้อนภาพรุ่นที่หกที่กำลังนั่งกอดอกอยู่เบาะหลังด้วยใบหน้าเย็นชาเหมือนคนไร้หัวใจ


          "ก็แค่พวกไร้น้ำยาจะไปสนใจทำไม.." 

     ร่างนั้นตอบเสียงเรียบ สายตาแอบเหลือบไปยังท่าเรือที่ไร้ซึ่งเรือสปีทโบ๊ตลำนั้น ชั่วครูหนึ่งแววตาของมาร์คลีฉายแววดีใจแต่หลังจากนั้นไม่ถึงวินาทีเค้าก็สั่งให้คนขับรถออกรถไป...






          เรือสปีทโบ๊ตขับแล่นไปบนผืนน้ำเกือบสองชั่วโมงจนกระทั่งต้วนอี้เอินเห็นแสงไฟจากท่าเรือของจังหวัดอิชิคาว่าอยู่ไม่ไกล แสงสุดท้ายของวันลาลับไปนานแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่กับคืนเดือนมืดของค่ำคืนนี้ที่ทำให้การขับเรือเป็นไปได้อย่างยากลำบากเพราะปราศจากแสงของพระจันทร์ช่วยนำทาง แต่ยังไงเสียอี้เอินก็นับว่านี่ถือเป็นความโชคดีแล้ว...


     เพราะในที่สุดครั้งนี้เราได้หนีไปจากท่าเรือสำเร็จ...


     มันจบแล้ว...


     เรื่องราวเลวร้าย

     ความเจ็บปวด

     ความเสียใจ...


     และถึงแม้ว่ารอยแผลของคนทั้งคู่จะต้องกลายเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันรักษาหายก็เป็นไร เพราะอย่างน้อยพวกเค้าก็ได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมา..ชีวิตที่ยังมีพื้นที่เหลือให้รอยแผลอื่นๆอีกมากมาย...


     เวลานี้แบมแบมยังคงจ้องมองเศษเสื้อของตนที่ใช้ห้ามเลือดให้อี้เอินไปชั่วคราว เฝ้านึกโทษตัวเองที่ไม่เคยช่วยอี้เอินจากเรื่องพวกนี้ได้เลยสักครั้ง


          "ยังเจ็บอยู่มั้ยครับ"  เสียงเล็กๆถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เพียงเท่านั้นก็ทำให้อี้เอินยิ้มออกมา

          "ไม่เจ็บสักนิด" 

     ร่างสูงว่าก่อนจะหันมาหาแบมแบม สายตาคมเต็มไปความรู้สึกหลากหลาย


           "พี่ดีใจ ที่ในที่สุดเราก็หนีมาได้..." 


     คำพูดนั้นนอกจากจะจริงใจยังแฝงไปด้วยความนัยมากมายเสียจนทำให้แบมแบมต้องเบือนหน้าหนีก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง

           "แล้วเราจะไปไหนต่อครับ"

          "ไม่รู้สิ..." อี้เอินตอบเสียงแผ่ว จริงๆตัวเค้าเองก็ยังไม่ได้คิดไว้ว่าจะไปไหนต่อ รู้แค่ว่าต้องไปให้ไกล

     


          "แบมอยากจะให้พี่ไปส่งที่ไหนเป็นพิเศษรึเปล่าล่ะ" อี้เอินลองถามหยั่งเชิงอีกฝ่ายดู เพราะท่าทางแบมแบมดูเหมือนจะมีความตั้งใจแต่แรกอยู่แล้วว่าจะแยกทางกับเค้าให้ได้ 


          "ผมไม่อยากไปไหนแล้วล่ะ" 

     พูดจบคนพูดก็จ้องมองบาดแผลสดที่ต้นแขนของต้วนอี้เอินด้วยแววตาแน่วแน่ หลังจากวันนี้ไปแบมแบมตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่รักษาแผลของอี้เอิน...จะอยู่รักษาจนกว่าแผลทางใจและแผลทางกายของพี่ชายจะหายสนิท แน่นอนว่ากว่าที่แผลในใจของคนทั้งคู่จะสมานคงต้องใช้เวลามากพอสมควร แบมแบมไม่รู้เลยว่าเค้าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยกี่ปีถึงจะมองหน้าอี้เอินได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิม สิ่งเดียวที่เค้ารู้ในตอนนี้คือเค้าเลือกที่จะปล่อยวางอดีตอันเลวร้ายลงแล้ว... 


          "...."


          "..."


     เวลานี้มีเพียงเสียงเรือที่ดังขึ้นกลบความเงียบงัน ทั้งอี้เอินและแบมแบมต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตน ก่อนที่แบมแบมจะหันมาสนใจแผ่นหลังของอี้เอินที่เห็นได้ลางๆเพราะคืนนี้เป็นคืนเดือนมืดที่ไร้แสงของพระจันทร์และดวงดาว มองไปทางไหนก็แทบจะมืดสนิท เห็นแล้วก็พาลทำให้แบมแบมนึกถึงคำพูดๆหนึ่งขึ้นมา... 



          ที่หิ่งห้อยมีแสงเพราะว่ามันกำลังมีความสุขที่ได้ทำให้ตอนกลางคืนสว่างขึ้น....ถ้าแบมลืมอดีตพวกนั้นได้ แล้วมีความสุขอย่างที่ควรมี ในสักวันแบมคงเป็นแสงสว่างให้ค่ำคืนมืดๆของใครสักคนแน่ๆ"


     เสียงของผู้ชายคนนั้นยังคงดังกระจ่างชัดในห้วงความคิด...ยิ่งนึกถึงเค้า แบมแบมก็ยิ่งคิดถึงความมหัศจรรย์ต่างๆของมินิมาร์ทที่ช่วยเยียวยาความเหงา เศร้า และเจ็บปวดของเค้าได้ช่วงเวลาหนึ่ง...


     และแบมแบมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าแทยงยังคงเป็นพระจันทร์ของเค้าเสมอ...พระจันทร์ที่สุกสว่าง พระจันทร์ที่จะคอยนำทางให้กลางคืนของหิ่งห้อยไม่มืดมิด....

     ทว่าคืนนี้ไม่มีพระจันทร์เหมือนอย่างเคย...



     เจ้าหิ่งห้อยจึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วแสงของตัวมันเองก็สวยไม่แพ้ใคร



          "ถ้าเกิดเราไปถึงโอกินาวะ แบมว่ามันจะโอเคมั้ย" จู่ๆเสียงของอี้เอินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

          "โอกินาวะเหรอ.."

          "อืม"

          สถานที่ที่เราเคยสัญญากันไว้ว่าจะหนีไปให้ถึง แต่ก็ไม่เคยได้ไปสักครั้ง....



          "จะว่าไป ตอนเด็กๆหลังจากแบมจมน้ำวันนั้นแม่ก็ไม่ยอมให้เราไปเที่ยวทะเลอีกเลยจำได้มั้ย แล้วดูสิตอนนี้เรากลับจะไปไกลถึงโอกินาวะแน่ะ..." 

     ต้วนอี้เอินหาเรื่องพูดเมื่อเห็นแบมแบมขยับเข้ามาดูแผลที่แขนใกล้ๆ ซึ่งแบมแบมเองก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆก่อนจะเงียบไป...ซึ่งรอยยิ้มอ่อนหวานนั้นทำให้อี้เอินเห็นภาพสะท้อนของเด็กชายคนหนึ่งที่เค้ารักมากที่สุดในโลกใบนี้ เด็กชายที่เค้าต้องการจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อปกป้องและดูแล เด็กชายที่เป็นเหตุผลของทุกสิ่ง...

     ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนที่เค้ายังใช้ชื่อมาร์คต้วนคนที่เป็นสมุนผู้หนึ่งของไดกิโคฮาคุ เค้าเองก็เคยเกือบสูญเสียตัวตนของตัวเองไป ความดำมืดของสังคมยากูซ่าทำให้อี้เอินในตอนนั้นไม่ต่างอะไรจากพวกเศษเดนตามท้องถนน...โลกของอี้เอินจึงถือเป็นสีดำมืดหม่น 

     แต่เพราะว่าบนโลกใบนั้นยังมีแบมแบมอยู่..
     อี้เอินถึงได้เชื่อว่าในสักวันหนึ่งตัวเค้าจะยอมทำทุกอย่างจนกว่าจะได้มายืนอยู่ตรงนี้


     
     แล้ววันนั้นมันก็มาถึงจริงๆ...
  
     อี้เอินจึงแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว...
     เค้าอยากให้โอกินาวะอยู่ไกลแค่สุดปลายแขน
     เพราะว่าเค้ากับแบมแบมจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองจริงๆเสียที

     อี้เอินมองเห็นท้องทะเลสีฟ้าใสกลมกลืนกับท้องฟ้าสีครามในมโนภาพ บางทีเมื่อไปถึงที่นั่นเค้าอาจจะเลือกทำอาชีพประมงก็เป็นได้ แน่นอนว่าชาวประมงของโอกินาวะได้รายได้ไม่น้อยเลย 


     แค่นึกภาพอี้เอินก็มีรอยยิ้มขึ้นมา....
     เพราะวินาทีนั้นเค้าก็รู้ได้เลยว่าโลกอันแสนมืดหม่นของตนสว่างขึ้นมาบ้างแล้ว...

     ......
     ....

     ค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงของพระจันทร์และแสงของดวงดาว...
     หิ่งห้อยตัวน้อยกำลังทอดมองแผ่นหลังของชายผู้หนึ่งที่ออกเดินเรือด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม 
     

     แน่นอนว่าแสงริบหรี่ของเจ้าหิ่งห้อยไม่ได้ช่วยทำให้ค่ำคืนนี้สว่างขึ้น...
     แต่ในขณะเดียวกัน...

     แสงน้อยนิดนั่นก็ทำให้เห็นว่าแท้ที่จริง ค่ำคืนนี้ก็ไม่ได้มืดจนเกินไปนัก...   





TBC
........................................................
1.ตอนนี้เป็นตอนที่แต่งไม่ง่าย ไม่ยาก แต่กว่าจะ
หาจุดจับได้เป๊ะๆก็ไม่ง่ายเท่าไหร่ แหะๆ
มันแปล่งๆไปหรือเกินๆไปก็ต้องขอโทษด้วยจ้า
ห่างมือนาน อิอิ

2.อาจจะมีคนสงสัยว่าจะม่าไปถึงเมื่อไหร่ ถ้าไรท์ตอบว่าม่า
ยันจบจะมีคนตบไรท์มั้ย TT
ฮือออออ ขอบคุณที่ยังเดินทางด้วยกันมาจนเกือบจะจบนะคะ
ขอบคุณที่ไม่ทิ้งไปได้แม้เราจะไม่อัพนานมาก(เกินครึ่งปีเอง แหะๆ) 

3.รู้สึกขอโทษจากใจจริงๆ T-T
แต่ด้วยความจำเป็นหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเรียน
และอาจจะมีแรงชงตกลงบ้างแต่ก็ยังคอยตามน้องเรื่อยๆ
คิดถึงน้องเตนล์ อยากให้น้องได้คัมกับพวกเพื่อนๆ แงงง
และนี่ก็รู้สึกผิดกับน้องนิดๆที่แอบไปติ่งนู้นนี่เพราะใจบางเว่อวัง 
น้องเตนล์สู้เข้านะรูกกก อยากเห็นน้องในยูนิตใหม่แล้วว

4. จริงๆแล้วเลาอาจจะอู้นานกว่านี้แต่โชคดี
ที่ได้ @TentasticBoy หรือคุณ katamari มาคอย
ช่วยทวง เอ้ย ผลักดัน และให้กำลังใจ 55555555
นานมาแล้วเคยขอเอาแฟนอาร์ตคุณ katamari มาลง


>>แปะเยย นี่แน่ะ<<




สวยมากๆ ชอบมากเลยค่ะ ><
ยังไงก็ขอบคุณที่รักมินิมาร์ทมากขนาดนี้นะคะ

ปล. ดีใจจังที่ได้กลับมาเขียน
รักมินิมาร์ทมากแต่รักคนอ่านมากกว่า <3

คอมเม้นหน่อยน้าาาาาาา
#ฟิคมินิมาร์ท
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2398 IsIsara (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:15
    คู่นี้จะหายม่ามั้ย ;-; สงสารทั้งสองคนเลย ต่างคนต่างมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง
    #2,398
    0
  2. #2332 bibubbiiboo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 22:02
    รักแบมรักต้วนแล้ว สู้ๆนะ น้องแบมเก่งมากแค่นี้ก็ถือว่าเริ่มต้นแล้ว พี่ต้วนคงดีใจมาก โถๆๆคนดีของน้อง สู้ๆนะ
    #2,332
    0
  3. #2127 prang_kanlayanee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 16:46
    เราชอบเรื่องนี้มากเลยน้าา เรารอเสมอออ
    #2,127
    0
  4. #2126 JNjoi2998 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 01:18
    นึกว่าจะไม่กลับมาต่อซะแล้ว ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่ไม่ทิ้งเรื่องนี้ ฮือออ คิดถึงมินิมาร์ท พี่แทยง น้องเตนล์ มากๆเลยค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ สู้ๆค่าาา
    #2,126
    0
  5. #2125 FahMairsa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 11:56
    ฮื่ออออนึกว่าจะไม่มาต่อแล้วววว
    คือแบบเห็นแล้วตกใจมาก
    นั่งจ้องวันที่อัพตาไม่กระพริบเลย
    โอ้ยยยยย!!!!นึกว่าดูผิด สู้ๆนะ
    #2,125
    0
  6. #2124 ploy-10 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 01:21
    ฮืออออ แอบน้ำตาคลอตอนฉากพี่มาลาน้อง นี่คิดถึงมินิมาร์ทมากๆเลยแงงง ดีใจที่ไรต์กลับมา แจ้งเตือนเราจมลึกมาก พอได้มานั่งไล่ดูคือแบบ ตอนเห็นแจ้งเตือนตกใจมากอะ55555555 ยังรออยู่น้าาา เรื่องเรียนก็สู้ๆเด้อ
    #2,124
    0
  7. #2103 Pantitaputtan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:18
    เย้ๆกลับมาแล้วววรออยู้นะคะ
    #2,103
    0
  8. #2102 tangmayor (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 12:58
    หายไปนานมากกกกก รอจนเ-่ยวแล้ว 5555555 แต่ดีใจที่กลับมาอัพเรื่องนี้ต่อ รอเสมอค่ะ
    #2,102
    0
  9. #2100 anajulianovela (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 01:42
    โอย นี่นึกว่าตาฝาดค่ะ 5555555555
    ลืมเนื้อเรื่องก่อนหน้าไปแล้วด้วย
    ยังไงก็สู้ๆนะคะ ดีแล้วค่ะที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนก่อน
    ไว้พอมีเวลาค่อยมาต่อก็ไม่สาย ^^
    #2,100
    0
  10. #2098 LEEtaemew (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 00:15
    คิดถึงมินิมาร์ทหลังนี้มากๆเลยค่ะ ดีใจที่ไรท์ยังไม่ทิ้งกันเนอะ งื้ออออ รอเสมอนะคะ เลิ้บบบบ
    #2,098
    0
  11. #2097 Katamari (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 00:13
    ฮือออออ ข่ลบ้าาา เค้าเขินนะ ไปขุด แฟนอาร์ตเก่ามาด้วย แง๊ ToT แงรรรรร ในที่สุดก็มาอัพพพ แงรรรรรร แงรรรรรรรร แงรรรรรรรรร ขอบคุณที่ยังมาเขียนต่อให้อ่านน๊า แง๊ๆๆๆๆๆ แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ ฮืออออออ ไม่รู้จะเม้นยังไง ฮืออออ ล้องห้ายยยยย แงรรรร ขอบคุณที้ไม่ปิดแอคหนีเรา 555 และ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งมินิมาร์ท แง๊ ดีจัยยย ร๊ากน๊า ไหนมาจุ๊บหน่อย ม๊วฟๆ xoxo อิอิ
    #2,097
    0
  12. #2096 aoko (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 23:49
    ฮื่ออออ คิดถึงเรื่องนี้มากๆค่า เห็นอัพเดทแล้วดีใจมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ <3
    แบมกับอี้เอินต่อไปนี้คงมีความสุขในทางของตัวเองสักที สู้ๆนะทั้งสองคน ;-;
    #2,096
    0
  13. #2095 TenPony (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:00
    กลับมาแล้วววว รอตอนต่อไปนะคะ
    #2,095
    0
  14. #2094 yorun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 21:36
    ดีใจมากที่ไรท์กลับมาาาน้ำตาจะไหลลลลล. คิดถึงนะคะ
    #2,094
    0
  15. #2091 aewaew48 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 13:18
    กลับมาแล้ววว เย้ เกือบลืมเนื้อเรื่องแล้ว โอยพี่มาร์คคคค
    #2,091
    0
  16. #2090 khaw123456 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 12:44
    ดีใจที่ไม่ได้อันเซบ
    #2,090
    0
  17. #2089 dxxdrm91 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 11:02
    ฮือคิดถึงเรื่องนี้มากๆ นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว แง้
    #2,089
    0
  18. #2088 benzLuNg (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 09:04
    ไรท์กลับมาแล้วววว
    #2,088
    0
  19. #2087 uhekys (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 08:40
    ขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะ ดีใจมากเคยค่ะเรารออ่านตลอด สู้ๆนะคะ
    #2,087
    0
  20. #2086 parkbyunnn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 02:30
    โอ๊ยยยยยยยดีใจจจจจจ
    #2,086
    0
  21. #2085 p_ikon (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:59
    ตอนเห็นแจ้งเตือนน้ำตาแทบไหล
    #2,085
    0
  22. #2084 jannie2505 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:57
    ฮือออออ นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว
    #2,084
    0
  23. #2082 Mindladapa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:43
    อมกกกก. วันนี้ก็มาถึงตอนเห็นแจ้งเตือนแอบงงว่านี้เรื่องไรว่ะ?(เนื้องจากสาปสูญจากวงการไปนานพอควร????)พอกดเข้ามาเท่านั้นหล่ะะะะ น้ำตาจาไหล แม่-เอ้ยยยยย ปลื้มเหลือเกิ๊นนนน????
    #2,082
    0
  24. #2081 minminwoo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:43
    จะบอกว่าคิดถึงมาร์ทมากๆๆ เห็นแจ้งเตือนละเราตกใจเลย แงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของแบมแบม ไรท์ยังแต่งดีเหมือนเดิมเลย อ่านละจะร้องง
    #2,081
    0
  25. #2080 aoomhuang (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:35
    สารภาพตามตรงว่าตกใจมากๆ ตอนเห็นแจ้งเตือนเรื่องนี้ค่ะ น่ำตาจะไหล ?? ขอบคุณที่กลับมาต่อนะคะ ฮืออออออออ พาร์ทนี้เล่าเรื่องผ่านทางแบมหมดเลย สงสารน้องตอนซบไหล่พี่แทยงมาก แต่ต่อจากนี้คงจะมีความสุขแล้วนะเจ้าแบม
    #2,080
    0