[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 25 : MIDNIGHT 15.5 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    22 ธ.ค. 59

 











MIDNIGHT 15.5


     





สายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและตกใจของพี่เตนล์ทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้อง...


"พี่เตนล์..."
ผมไม่คิดว่าจะได้เจอกับพี่เค้าในบทบาทของนายน้อยแห่งไดกิโคฮาคุแถมยังมาเจอในสถานการณ์แบบนี้อีก


"นายน้อย ?"


แล้วมันก็น่าอึดอัดกว่าที่คิดไว้มาก..ตั้งแต่ที่ท่านประมุขบอกถึงเรื่องการเลื่อนวันรับตำแหน่งรุ่นที่หกให้เร็วขึ้นนั่นเองที่เป็นเหตุผลทำให้ผมตัดสินใจเร่งรัดทุกอย่างเพื่อให้มาถึงบทสรุปที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ในไม่ช้า

ผมคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานผมคงไม่สามารถเข้าไปวุ่นวายหรือทำตามใจชอบแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปได้อีก เพราะหน้าที่กับสิ่งที่อยากทำมันสวนทางกันแบบไม่มีวันบรรจบ ผมก็เลยคิดหาทางจัดการกับเรื่องของไอ้ผู้ชายสวมฮู้ดที่เข้ามาเพิ่มปมปัญหาให้เรื่องมันซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งผมเข้าไปค้นหาผมกลับพบว่าเรื่องราวของผู้ชายในมินิมาร์ทนั้นมันช่างลึกลับ น่าฉงน และไม่อาจหาคำตอบอธิบายได้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ความลึกลับของมันกลับดึงดูดความสนใจของผมอย่างประหลาด 


แล้วยิ่งได้ไปเห็นพี่เตนล์ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมินิมาร์ทนั่นผมก็ยิ่งอยากรู้เรื่องของเค้าคนนั้นจนนอนไม่หลับไปหลายคืน ความต้องการในใจลึกๆร้องบอกว่าหากไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดผมจะกลายเป็นคนแพ้ ทั้งๆที่ผมไม่รู้วิธีที่จะชนะด้วยซ้ำ





"ไอ้เด็กคนนั้นนี่ ทำไมถึง..."


"บุกบ้านคนอื่นดึกๆเนี่ยไม่กลัวโดนเจ้าของบ้านเค้ายิงเอารึไงพวกพี่น่ะ"

ผมปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มเหมือนทุกอย่างเป็นไปตามปกติก่อนจะเหลือบไปทางพี่เตนล์ที่หน้ายับ คิ้วขมวดเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบแต่ยังคงปิดปากไม่พูดอะไรออกมา 

ดูท่าเจ้าตัวน่าจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว


"ยังจะมาตลก ลักพาตัวคนมาแบบนี้แท้ๆ"

พี่จอห์นนี่ดูเหมือนยังไม่คลายอารมณ์โกรธ ผมเห็นเค้ากอดปลอบแบมแบมด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในขณะที่พี่ยูตะก็แวดระวังคนของผมที่ถือปืนอยู่ไม่ห่าง


"ผมแค่มีเรื่องอยากจะคุยกับแบมแบมเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรรุนแรงหรอก"

ส่วนผมเองก็ปรับอารมณ์ไม่ค่อยถูก แต่ก็ตัดสินใจพูดทีเล่นทีจริงออกไปจนพวกลูกน้องพากันลังเลว่าจะลดปืนดีมั้ยเมื่อเห็นท่าทางของผมในขณะนี้...บางคนถึงกับขมวดคิ้วที่เห็นผมยิ้มออกมาเพราะตลอดเวลาที่อยู่ในบทบาทรุ่นที่หกของไดกิโคฮาคุผมไม่เคยแสดงสีหน้าแบบนี้มาก่อนราวกับว่าใบหน้าของผมเป็นเพียงหน้ากากชิ้นหนึ่งที่ห้ามมีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป


"แต่เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงปืน"



"มันก็ปกติไม่ใช่เหรอ? ในที่แบบนี้ ?"



"..."
และแล้วในที่สุดคนเถียงก็เงียบไปเหมือนกำลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อไปกับสถานการณ์ตอนนี้ดี...ซึ่งไม่ใช่แค่พวกเค้าหรอกที่สับสน...


ผมเองก็สับสนไม่แพ้กัน เพราะไม่ได้เตรียมบทจบของเรื่องเอาไว้เลยไม่รู้ว่าว่าจะต้องทำอะไรต่อไปดี? แต่ที่รู้ๆคือในสายตาพี่เตนล์ตอนนี้คงไม่มีทางมองผมเป็นเหมือนเดิมแน่ๆ แล้วผมจะแก้ตัวยังไงในเมื่อความจริงมันไล่ตามมาเปิดโปงเรื่องทั้งหมดจนกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว...




"นายเป็น...นายน้อยของไดกิโคฮาคุ.."

จู่ๆเสียงของพี่เตนล์ก็ดังขึ้นทำเอาหัวใจผมวูบหวิวอย่างบอกไม่ถูก และก่อนที่ผมจะแสดงอาการแปลกๆออกไปให้ลูกน้องเห็นมากกว่านี้ผมคงต้องสั่งคนให้ลดปืนลงแล้วแยกย้ายกันออกไปจากเรือนเท็นโคคุซะให้หมด น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด


"ก็อย่างที่พี่เห็น..."



ตุบ!

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้สั่งให้ลูกน้องทำอย่างที่คิด จู่ๆพี่เตนล์ก็นั่งคุกเข่าลงไปกับพื้นไม่ใช่แค่นั้น พี่จอห์นนี่ แบมแบมและพี่ยูตะเองก็นั่งตามลงไป


"ฉันไม่รู้ว่านายจับแบมแบมมาทำไม รวมถึงเรื่องที่ซื้อร้านมินิมาร์ทของคุณยาม่านั่นก็อีก.."


"..."
ผมหน้าชาในขณะที่ฟังพี่เตนล์พูดประโยคนั่น แถมคนพูดยังหลุบตามองพื้นอย่างกล้าๆกลัวๆเห็นแบบนั้นแล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะกำมือแน่นเพื่อระบายความรู้สึกลึกๆที่เกิดขึ้นในอก ผมไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองเท่ากับตอนนี้เลยให้ตายเถอะ! ทำไมทุกคนต้องมองมาทางผมด้วยสายตาแบบนั้นเหมือนกันหมด 

มันเป็นสายตาของพวกลูกน้องที่เกรงกลัวอำนาจของเจ้านาย!



"ปล่อยพวกเราไปได้มั้ย..."

ผมแค่อยากจะเป็นเด็กมัธยมปลายธรรมดาๆเหมือนที่ผ่านๆมา ไม่ใช่คนที่ใครๆก็พร้อมที่จะก้มหัวให้เพราะเกรงกลัวอำนาจบารมี...



"...ฉันไม่อยากจะรู้สึกไม่ดีกับนายไปมากกว่านี้แล้ว..."


แล้วผมก็แค่อยากจะเข้าไปอยู่ใกล้ๆคนที่ผมแอบชอบมานานเกือบปีก็แค่นั้นเอง...




"...เลิกเข้ามาวุ่นวายกับมินิมาร์ทได้มั้ย มาร์คลี"

แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถกลับไปเป็นเด็กเมื่อวานซืนในสายตาพี่เตนล์ได้อีกแล้ว ผมเม้มริมฝีปากอย่างลืมตัวก่อนจะมองไปรอบๆและตระหนักได้ว่าผู้คนมากมายที่มารวมกันตรงกลางลานแห่งนี้กำลังจ้องมองผมอยู่ ซึ่งทุกๆคนก็ล้วนแต่หวั่นเกรงผมและพร้อมจะทำทุกอย่างตามคำสั่งของผม 


เพราะผมคือนายน้อยแห่งไดกิโคฮาคุ....


"ผมคงเลิกวุ่นวายไม่ได้หรอก ในเมื่อผมลงทุนกับมินิมาร์ทนั่นไปซะขนาดนั้น.."











ไม่ใช่ไม่อยากจะเชื่อแต่ว่าคิดไม่ถึงมากกว่าที่จู่ๆไอ้เด็กมาร์คลีจะกลายมาเป็นนายน้อยของไดกิโคฮาคุนั่น...ในขณะที่ผมเห็นน้องมันเดินลงมาจากเรือน อาการผมตอนนี้อธิบายได้อย่างเดียวว่ามันช็อคไปหมดเหมือนตัวละครในหนังฉากที่มันมีเรื่องหักมุมเกิดขึ้น




ตึกตัก ตึกตัก 
ส่วนหัวใจเจ้ากรรมมันก็เต้นแรงด้วยฤทธิเดชของอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา ผมตัวเกร็งไปหมดเมื่อเห็นปืนเป็นสิบกระบอกเล็งมาเป็นจุดเดียว แม่งเอ้ย!! วินาทีนี้อยากจะฝึกวิชาขอมดำดินดำหนีไปจากวงล้อมพวกยากูซ่าให้รู้แล้วรู้รอดไป!! 



"ไอ้เด็กนั่นเป็นยากูซ่าจริงๆเหรอวะเนี่ย"

และก่อนที่ผมจะสติหลุดไปมากกว่านั้นผมก็ได้ยินไอ้จอห์นพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆในขณะที่กอดลูบหลังแบมแบมไม่หยุด



"กลับออกไปไม่ได้ง่ายๆแน่งานนี้.."
ส่วนยูตะก็กระซิบเบาๆข้างหูก่อนจะมองมาทางผมเหมือนคาดหวังอะไรบางอย่าง..





"ผมแค่มีเรื่องอยากจะคุยกับแบมแบมเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรรุนแรงหรอก"

แล้วจู่ๆไอ้เด็กมาร์คก็พูดขึ้นมาจนผมต้องละความสนใจจากยูตะไปหาน้องมันแทน ประโยคคำพูดเอาแต่ใจตัวเองของไอ้เด็กนี่ทำเอาผมฉุนกึก! ผมไม่ชอบความมีลับลมคมในและความช่วยเหลือที่ไม่โปร่งใสของน้องมันเป็นทุนเดิมอันนี้ทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้ว แล้วยิ่งได้มาเห็นท่าทางวางอำนาจของมันแบบตอนนี้ ผมยิ่งไม่โอเค มันทำอย่างกับตัวเองสามารถตัดสินชีวิตใครหรือแม้แต่อยากได้อะไรก็ต้องได้แบบนี้ได้ไงว่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแปรนะเว้ย!






"นายเป็น...นายน้อยของไดกิโคฮาคุ.."

ผมไม่รู้จะพูดอะไร เลยลองพูดประโยคที่ว่าขึ้นเพื่อหยั่งเชิงน้องมัน และจากนั้นผมก็อดไม่ได้ที่จะใช้สายตามองไปรอบๆวงล้อมอย่างหวั่นๆเมื่อเห็นพวกลูกสมุนไดกิโคฮาคุถือปืนเตรียมพร้อมรอรับคำสั่ง


"ก็อย่างที่พี่เห็น..."

คำพูดคำจาก็ดูอวดดีเหมือนเดิม ต่างก็ที่ผมไม่อาจมองน้องมันเป็นเด็กเมื่อวานซืนคนที่ผมรู้จักได้อีกแล้ว...

ตอนนี้ผมรู้สึกผิดหวังในตัวน้องมันแปลกๆ มันเหมือนความสัมพันธ์ที่ผ่านมาจริงๆแล้วเป็นแค่เรื่องของผลประโยชน์อะไรบางอย่างที่อาจเกี่ยวโยงกับมินิมาร์ท...

ไม่รู้สิ ตอนแรกผมก็แอบคิดว่าเด็กมาร์คมันเข้ามาวุ่นวายกับมินิมาร์ทเพราะผมแต่ตอนนี้ผมนึกไม่ออกสักนิดว่าคนที่มีทุกอย่างทั้งเงินและอำนาจอย่างน้องมันต้องการอะไรจากคนธรรมดาแบบผมกันแน่? 


หรือจริงๆแล้วที่มันเข้าหาผมทั้งหมดจะเป็นเพราะแบมแบม? ไม่อย่างนั้นมันคงไม่จับตัวแบมแบมมากลางดึกแบบนี้หรอก แต่ช่างมันก่อนแล้วกันไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหนก็ตามในเวลานี้ไม่เหมาะจะมาวิเคราะห์อะไรทั้งนั้น ตอนนี้ผมขอมองข้ามมันไปก่อน ประเด็นสำคัญคือการได้ออกไปจากที่ที่อันตรายๆแบบนี้น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ผมไม่รู้ว่าคนแบบผมจะไปต่อรองอะไรกับนายน้อยของไดกิโคฮาคุได้ สิ่งที่ทำได้และเหมาะสมกับสถานการณ์น่าจะเป็นการนั่งคุกเข่าเหมือนตอนที่ขอร้องคุณยาม่าตอนนั้น



"ฉันไม่รู้ว่านายจับแบมแบมมาทำไม รวมถึงเรื่องที่ซื้อร้านมินิมาร์ทของคุณยาม่านั่นก็อีก.."

ผมรวบรวมความกล้าพูดเกริ่นออกไป ถามว่ากลัวมั้ยบอกเลยว่าตัวสั่น ถ้าไม่ติดว่ามีปืนนับสิบกระบอกเล็งอยู่ คงได้ด่าเด็กมันซึ่งๆหน้าไปละ



"ปล่อยพวกเราไปได้มั้ย..ฉันไม่อยากจะรู้สึกไม่ดีกับนายไปมากกว่านี้แล้ว...เลิกเข้ามาวุ่นวายกับมินิมาร์ทได้มั้ย มาร์คลี"


ทันที่ที่กลั้นใจพูดประโยคแสนอันตรายแต่ละประโยคออกไปจนหมด ผมว่าผมเห็นแววตาวูบไหวของมาร์คลี 


"ผมคงเลิกวุ่นวายไม่ได้หรอก ในเมื่อผมลงทุนกับมินิมาร์ทนั่นไปซะขนาดนั้น.."

รึไม่ผมก็คงตาฝาดเพราะดูถ้าอีกฝ่ายจะไม่คล้อยตามประโยคขอร้องที่ผมพูดออกไปเลยสักนิด...


"แล้วนายต้องการอะไร.."
และในเมื่อผมไม่เห็นประโยชน์ของการยอมคุกเข่าอ่อนข้อกับน้องมัน ผมเลยตัดสินใจยืนขึ้นอีกครั้ง 


"มาสู้กัน ถ้าผมแพ้ผมจะปล่อยพวกพี่ไปแล้วก็จะเลิกยุ่งกับมินิมาร์ทนั่น"


ฟังจบพวกผมก็มองหน้ากัน เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าน้องมันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงพูดแบบนั้นออกมา แล้วถ้าแม่งบ้าจี้เอาแบบนี้ขึ้นมาจริงๆพวกผมก็แย่สิครับแค่จำนวนคนและอาวุธก็แพ้ขาดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม 


"สู้เนี่ยนะ ยังไง"
แล้วไอ้ผมก็ห้ามไอ้จอห์นไม่ทัน เพราะมัวแต่งงกับข้อเสนอ ดังนั้นจอห์นนี่มันเลยไปตอบกลับรับคำไอ้เด็กมาร์คเหมือนเห็นดีเห็นงาม 


"ยูโด.."

ยูโดเหรอ...



"ได้.."

ส่วนครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมช้ากว่าไอ้จอห์นนี่ ให้ตาย ผมอยากจะตบมือยินดีให้กับความกล้าของมันแต่ดันมานึกออกว่าไอ้จอห์นเพิ่งผ่าตัดยังไม่หายดีมากแล้ววันนี้มันก็ออกแรงบู๊ไปเยอะแล้วด้วย มันไม่น่าจะเหลือแรงขนาดนั้นมั้ย ตอนนี้ผมคิดไม่ตกจริงๆแต่ดูจากสภาพแล้วในหมู่พวกเราก็คงมีแต่จอห์นที่พอจะสู้สายดำชั้นสองอย่างไอ้น้องมาร์คได้



"สู้ก็สู้"



"ใครว่าผมจะสู้กับพี่ ผมจะสู้กับ..คนนู้นต่างหาก"



ผมจะไม่กลืนน้ำลายลงคอเลยถ้า คนนู้นต่างหาก ที่มาร์คลีว่าไม่ได้หมายถึง ผมชิตพล ลี้พรชัยกุลคนนี้



"ไอ้เตนล์เนี่ยนะ?! ไม่เอา อย่ามาตลก!"

ขอบคุณจอห์นที่เป็นห่วงกัน แต่ผมว่าความห่วงใยของมันจะนำพามาซึ่งหายนะซะมากกว่า เพราะการที่ไอ้จอห์นโวยวายเสียงดังนั่นเองที่ทำให้วงล้อมของพวกที่มีอาวุธปืนมีความเคลื่อนไหว




"ผมถือว่าผมให้โอกาสพวกพี่แล้วนะ..."

ผมมองไปรอบๆอย่างหวั่นๆกลัวปืนลั่นซะเหลือเกิน ครั้นพอได้ยินประโยคที่มาร์คลีเพิ่งพูดจบผมก็ชักสีหน้าออกมาแล้วก็กำหมัดแน่น... 


"ถ้าพี่ยังอยากเห็นมินิมาร์ทนั้นอยู่ผมขอแนะนำให้ทำตามข้อเสนอของผม"


นี่มันกำลังขู่พวกผมถูกมั้ย...ผมคงคิดผิดไปเองล่ะที่ทีแรกอยากจะหว่านล้อมน้องมันเพราะคิดว่ามันคงไม่ใจร้ายกับผมมากนัก...ให้ตายเถอะ พอมาได้ยินแบบนี้จู่ๆผมก็พร้อมสู้ขึ้นมาเฉยเลย น้องมันจี้สะกิดจุดได้ดีทีเดียว 


เพราะถ้าเป็นเรื่องของมินิมาร์ทไม่มีทางเลยที่ผมจะหันหลังทำเป็นไม่รับรู้อะไร






"แล้วถ้าฉันแพ้จะเกิดอะไรขึ้น"

ผมรู้แค่ว่าผมต้องปกป้องเจ้าของมินิมาร์ทแล้วก็ใครอีกคนที่อยู่ในมินิมาร์ท... 





"ถ้าพี่แพ้ พี่ต้องมาเป็นคนของไดกิโคฮาคุโดยไม่มีข้อแม้.."


ลึกๆผมรู้ดี ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะชนะ





"ได้ เอาแบบนั้นก็ได้"

แต่ความบ้าบิ่นของผมก็มีมากพอเหมือนกัน ผมถึงตัดสินใจตอบตกลงกับไอ้ข้อเสนอนรกนั่น 

ไม่รู้สิ ถ้าผมแพ้ขึ้นมาแล้วต้องกลายเป็นคนของไดกิโคฮาคุจริงๆอาจจะดีกว่าการที่ผมต้องเห็นมินิมาร์ทปิดลงไปอีกครั้ง...

เพราะครั้งนี้ มันไม่มีโอกาสสำรองเหลืออีกแล้ว




"ไอ้เตนล์ มึงจะบ้ารึไง!"


"เตนล์...อย่าตอบตกลงแบบนี้"

หลังจากที่ไอ้จอห์นโวยวายใส่ผม แบมแบมก็กระชากแขนผมเข้าไปหาอย่างแรง ผมไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายนัก แต่พอเห็นว่าคนที่ผมเพิ่งจะรู้สึกแย่ด้วยมากๆเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คนคนนี้กำลังเป็นห่วงผม 

ผมโกรธเค้าไม่ลงซะแล้ว



"นายคงมั่นใจมากๆว่าฉันจะแพ้แล้วต้องกลายมาเป็นคนของนายใช่มั้ย"


"ใช่" 
มาร์คลีตอบกลับทันทีเหมือนไม่ต้องใช้ความคิด


"ทำไมถึงทำแบบนี้..."
ส่วนผมก็ได้แต่ตัดพ้อออกมาอย่างคนไม่มีทางเลือก




"ก็พี่ถามผมเองไม่ใช่เหรอว่าผมต้องการอะไร"

 




ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสกปรกขนาดนี้มาก่อน...แล้วที่แย่กว่านั้นคือการที่ผมต้องมากลายเป็นคนแบบที่ตัวเองเกลียดอีกครั้ง... 

ผมเกลียดการใช้วิธีสกปรก 


"ก็พี่ถามผมเองไม่ใช่เหรอว่าผมต้องการอะไร"


'ผมต้องการพี่'

นั่นคือประโยคที่ผมอยากจะบอกออกไป แต่ว่ามันน่าสมเพชมากเกินกว่าที่จะพูดออกมาต่อหน้าลูกน้องที่ให้ความเคารพมากมาย


"โอเค.."

พอเห็นพี่เตนล์ตั้งท่าเตรียมพร้อมได้แบบนี้ ผมก็เลยสั่งให้พวกลูกน้องพาตัวพวกพี่จอห์น ยูตะ และแบมแบม ออกไปจากกลางวง แล้วพอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยทั้งผมและพี่เตนล์ก็โค้งหัวให้กันและกันทันทีโดยไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้

ผมอาศัยว่าตัวเองชำนาญมากกว่าเสต็ปเข้าไปใกล้พี่เตนล์ก่อนจะหาจังหวะดึงคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วเตะตัดขาทุ่มพี่เตนล์ลงไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว

"โอ้ยย"


คนที่นอนกับพื้นร้องออกมาไม่เป็นภาษาจนทำเอาผมรู้สึกผิดเต็มกลืน 


"พี่จะยอมแพ้ตอนนี้เลยก็ได้นะ"

"ไม่!"

แล้วก็เป็นไปอย่างที่ผมคาด พอผมพูดแบบนั้นออกไปพี่เตนล์ก็เด้งตัวขึ้นจากพื้นทันทีโดยไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย 

"ก็ดี.."

พูดจบผมก็ตั้งการ์ดขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาการต่อสู้ต้องหยุดชะงักลง ผมหันขวับไปทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าพี่จอห์นนี่ล้มลงไปนอนกองกับพื้น แถมข้างๆตัวมีโทรศัพท์ที่ถูกกระสุนเจาะจนเป็นรูตกอยู่


"มันแอบโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจครับนาย!"

"จอห์นนี่!"


พี่เตนล์เกือบจะวิ่งออกไปแต่แน่นอนว่าผมสามารถวาดแขนเข้าไปล็อคคอคนตัวบางได้ทัน ผมกดพี่เตนล์ลงกับพื้นจนตัวงอแน่นอนว่าใครโดนแบบนี้เข้าไปคงต้องร้องออกมาเสียงดังแต่ปรากฏว่าพี่เตนล์ไม่แม้แต่จะปริปากออกมา 


"ถ้าพี่บอกว่ายอม ผมจะปล่อยพี่ทันที"

"มะ...ไม่..ต้อง"


ถึงผมจะอยากบีบให้พี่เตนล์ยอมแพ้มากแค่ไหนแต่ผมกลับรู้สึกว่าคนที่กำลังแพ้น่าจะเป็นผมมากกว่า และก่อนที่ผมจะใจอ่อนและปล่อยพี่เตนล์ให้เป็นอิสระผมก็ตัดสินใจกระชากร่างพี่เตนล์ให้ยืนขึ้น...พูดได้ว่าถ้าผมไม่เผลอมองหน้าหวานๆของคนตรงหน้าผมคงไม่มีทางโดนกำปั้นเล็กๆนั้นจู่โจมอย่างจังแน่ๆ

ผลั่ก!

"อ่ะ.."

ผมถอยกลับมาตั้งหลักก่อนจะลูบมุมปากที่เพิ่งโดยหมัดจากอีกฝ่าย แต่ผมไม่อยากปล่อยให้พี่เตนล์ได้ใจไปมากกว่านั้นผมจึงจัดการกระชากร่างพี่เตนล์เข้ามาล็อคอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ใจร้ายมากนัก ผมทำแค่ล็อคเพื่อให้พี่เตนล์อยู่นิ่งๆไม่ได้ต้องการให้เค้าเจ็บตัว


"ยังไงพี่ก็ไม่ชนะผมหรอก"

"..."

แม้จะพูดประโยคนั้นแต่ในใจผมกลับร้องแย้งขึ้นมาว่า ไม่จริงหรอก ยังไงคนที่ผมไม่มีทางเอาชนะได้ก็คือพี่...


แล้วเป็นเพราะว่าตัวเองกำลังสับสนและใจอ่อนอย่างตอนนี้ผมถึงรีบตัดใจล็อคคอพี่เตนล์และกดลงพื้นอีกครั้งก่อนที่ตัวเองจะทำร้ายอีกฝ่ายไม่ลง

"อั่ก..."

"พี่พูดว่ายอมสิ"

"ไม่"

"ร่างกายพี่ทนไม่ไหวหรอกพี่เตนล์"


"นายอยากจะทุ่มฉันอีกกี่ครั้งก็เชิญ..."

พอได้ยินเสียงยโสๆของพี่เตนล์ผมก็ขยำคอเสื้ออีกฝ่ายแน่น ก่อนจะเอาแขนกดคอคนตรงหน้าให้นอนราบลงไปกับพื้น


"แต่ฉันจะไม่มีวันยอมเป็นคนของนาย ได้ยินมั้ย"

ฟังประโยคนั้นจบผมก็กัดฟันสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุในอก จู่ๆเสียงฟ้าผ่าก็ดังสนั่นกึกก้องจนทุกคนในลานพากันมองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกันไม่เว้นแม้กระทั่งผมหรือพี่เตนล์

เม็ดฝนเม็ดเล็กที่ตกลงมาได้พาความเย็นมาช่วยชะโลมความรู้สึกร้อนรุ่มในจิตใจของผม ผมค่อยๆก้มหน้าลงไปหาคนที่ถูกล็อคที่นอนอยู่ข้างใต้ร่าง ปรากฎว่าตอนนี้พี่เตนล์กำลังมองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่ได้สนใจผมเลยแม้แต่น้อย ผมเห็นอีกฝ่ายเอามือปาดน้ำฝนที่เปียกปอนออกจากแก้มใสๆก่อนจะพูดชื่อใครออกมา



"..แทยง"



วินาทีนั้นผมได้รู้ทันทีว่าคนที่แพ้ในค่ำคืนนี้...


คือผมเอง









"ทุกคน..ไปได้แล้ว...


ผมชันตัวขึ้นก่อนจะดึงพี่เตนล์ให้ลุกตามขึ้นมา พี่เตนล์มองหน้าผมเหมือนไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมาเปลี่ยนใจเสียดื้อๆ แต่พอพี่เตนล์ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปทางพี่จอห์นนี่ พี่ยูตะ และแบมแบมทันที



"ไอ้เตนล์ มึงไหวมั้ย"

"มึงนั้นแหละจอห์น ไหวมั้ย"

"แบม พยุงเตนล์ไปเดี๋ยวพี่พาไอ้จอห์นไปเอง"

"โอเคยู.."




ทุกคนรีบกระวีกระวาดประคองกันให้ลุกขึ้นและพี่เตนล์เองก็ไม่ลืมที่จะหันมามองผม...นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอพี่แบบนี้ หลังจากนี้ผมคงไม่มีหน้าไปหาพี่อีกแล้ว...





ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!


แต่ก่อนที่เรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่ผมก่อจะจบลง จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นติดต่อกันหลายนัดจนทุกคนต่างตกใจและเมื่อคนของไดกิฮาคุทุกคนในทีนี้เห็นร่างของผู้มาเยือน ลูกสมุนทั้งหมดก็รีบก้มหัวคุกเข่าท่ามกลางสายฝนเย็นเฉียบที่ซัดสาดไม่ขาดสาย



"ท่านประมุข!"

"พ่อ.."


"จะรีบไปไหนกัน ฉันยังไม่เห็นผลแพ้ชนะเลย.."

ทันทีที่ร่างใหญ่ดูน่าเกรงขามในนามของเคนโด้ ประมุขคนปัจจุบันของไดกิโคฮาคุพูดจบ ริวจิก็สั่งให้ลูกน้องอีกส่วนนึงที่เดินตามมาให้เข้าไปล็อคตัวพวกของพี่เตนล์เอาไว้ 



เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อน ผมจึงรีบก้าวเข้าไปหาท่านประมุขที่ยืนองอาจอยู่ตรงหน้าอย่างวิตก


"ปล่อยพวกเค้าไปเถอะครับท่านประมุข.."


"พูดอีกทีสิ"


"ผมบอกให้ปล่อยพวกเค้าไป.."


"ริวจิ.."
เพียงแค่พ่อเอ่ยปาก ริวจิก็ใช้ด้ามปืนตบเข้าไปที่หน้าของพี่ยูตะที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดในทันที



"จัดการพวกมันซะรุ่นที่หก"

"..."

ผมพูดไม่ออก ได้แต่ยืนอมพะนำทั้งอย่างนั้น มองไกลๆก็เห็นทุกคนดูตกใจหน้าซีดมากกว่าเดิม สถานการณ์ตอนนี้แย่ลงไปอีกเพราะผมไม่สามารถฝืนแรงกดดันที่ พ่อ กำลังส่งมาทางสายตาได้เลย



'แกมันอ่อนแอ!'


'แกอยากเป็นรุ่นที่หกจริงรึเปล่า'


ทุกครั้งที่จ้องเข้าไปในตาของพ่อผมมักจะได้ยินแต่ประโยคซ้ำๆดังขึ้นในหัว...



"ได้ยินที่ฉันพูดมั้ยหรือว่าต้องให้ฉันลงมือด้วยตัวเอง"

พ่อ พูดย้ำกับผมอีกครั้งก่อนจะส่งปืนสีดำด้านมาไว้ในมือของผม ผมมองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยหัวใจลุ้นระทึก ร่างกายสั่นสะท้านไม่ได้มาจากความหนาวที่ได้รับจากเม็ดฝนแต่เป็นเพราะผมกำลังกลัว...




'ในวันข้างหน้าถ้าแกเป็นใหญ่ แกจะต้องไร้หัวใจ ถ้ารักใครสักคนแกจะมีจุดอ่อน...'




"ฆ่าพวกมันซะ"

เพียงพ่อพูดประโยคนั่นจบ ร่างของทุกคนก็ถูกผลักเข้ามาข้างหน้าผม แค่ผมเห็นสายตาหวาดกลัวของพี่เตนล์ที่กำลังกอดอกจนตัวสั่นผมก็มือไม้อ่อน


"ผมขอโทษ.."


ปัง!!







เสียงปืนที่ดังขึ้นหลายนัดทำให้ผมตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย...ก่อนที่ผมจะพบว่าฝันร้ายที่แท้จริงคือการที่ได้ตื่นขึ้นมาพบว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมด...เป็นความจริง...


ร่างกายที่สะบักสะบอมจากการถูกรุมซ้อมพอได้หยุดการเคลื่อนไหวมันก็กลับมาดีขึ้น ผมไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหนและนานเพียงใด รู้เพียงเมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าข้างนอกเรือนเท็นโคคุกำลังมีคนต่อสู้กันอยู่



ปัง! 

เสียงปืนที่ดังขึ้นนัดล่าสุดทำให้ผมกุลีกุจอออกมายังลานกว้างที่บัดนี้มีพวกไดกิโคฮาคุนับสิบ ไม่เท่านั้นท่านเคนโด้ ประมุขของไดกิโคฮาคุยังอยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนนี้อีก

และสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วต่อจากนั้นก็คือตอนที่เห็นนายน้อยเบี่ยงตัวหลบพวกลูกน้องที่อยู่ๆก็พากันมารุมทำร้ายนายเหนือหัวที่ถือครองตำแหน่งรุ่นที่หก 


"รีบหนีไปสิ!"


เสียงของนายน้อยที่ร้องบอกพวกเพื่อนๆของแบมแบมทำให้ผมพอจะเดาสถานการณ์คร่าวๆได้ ผมจึงวิ่งออกไปก่อนจะกระโดดเตะก้านคอสมุนคนหนึ่งที่กำลังจะเข้ามาขวางทางพวกเพื่อนของแบมแบม


"นายน้อย.."


"..มาร์คต้วน"


วินาทีที่นายน้อยเรียกชื่อผมก่อนที่เราจะสบตากันวินาทีนั้น...มันเป็นวินาทีที่ผมได้รับคำตอบแล้ว ว่าบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปของนายน้อยคืออะไร...


"นายต้องพาพวกเค้าออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย!"





ความรัก...





"ผมจะอยู่ช่วยนายน้อยตรงนี้!"

ปัง! ปัง! ปัง!


โชคดีที่จังหวะที่ผมมัวหันไปตะโกนได้เพื่อนของแบมแบมกระชากเข้ามาให้หลบหลังเสาปูนได้ทันไม่เช่นนั้นผมคงไม่รอด 



"ขอบคุณ" ผมบอกห้วนๆ

"อย่ามากความ ฉันจะพาเพื่อนฉันออกไปเองพวกแกรับผิดชอบเรื่องบ้าๆนี่ตรงนี้เหอะ"




ชายคนนั้นบอกก่อนจะวิ่งฝ่าวงล้อมไปตะลุมบอนกับพวกลูกน้องสามคนที่ยืนบังอยู่ทางประตู

"ยิงคุ้มกันซะ"

"ครับ"



ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง!


พอเคลียร์ทางได้พวกแบมแบมก็วิ่งออกไปจากลานกว้างอย่างรวดเร็ว ผมกับนายน้อยคลายความกังวลได้เปราะหนึ่ง เพราะในที่สุดเสียงสาดกระสุนก็เงียบลงแต่มีเสียงอาวุโสเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทน


"ฉันผิดหวังในตัวแกจริงๆ รุ่นที่หก!!"


จบประโยคที่ท่านประมุขเคนโด้กล่าว นายน้อยก็เดินออกจากที่กำบัง ผมเลยตัดสินใจตามออกไป ภาพที่เห็นคือภาพลูกน้องส่วนใหญ่นอนบาดเจ็บกันเกลื่อน ที่น่ากลัวกว่านั้นคือสีหน้าของท่านเคนโด้ที่เคร่งเครียดและดุดันจนผมไม่กล้าแม้แต่จะสบตา


"ฉันขอโทษ..ริวจิ.."

นายน้อยทิ้งปืนอย่างหมดแรงเมื่อมองเห็นร่างของริวจิที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น เสียงปืนนัดแรกที่ผมได้ยินหลังจากตื่นขึ้นมาเป็นเสียงปืนนัดที่นายน้อยลั่นไกใส่ร่างคนสนิทคนนี้

ผู้ชายที่เป็นส่วนนึงของความทรงจำอันเลวร้ายของผมกับแบมแบม...
เค้า...เค้าได้ตายจากไปแล้ว



"ความอัปยศที่แกก่อวันนี้แกต้องรับผิดชอบมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว มาร์คลี!"

"ผมจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดครับ"


แววตาแข็งกร้าวของนายน้อยฉายความรู้สึกเจ็บปวดออกมา ผมเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี เวลาที่เราได้ทรยศความเชื่อใจของใครสักคนลงไปแล้ว มันไม่มีทางเรียกร้องความสัมพันธ์แบบเดิมให้กลับคืนมาได้..


"..นั่นแกจะทำอะไร มาร์ค"

ท่านเคนโด้ร้องถามขึ้นมาเมื่อเห็นนายน้อยเดินไปหยิบมีดสั้นออกมาจากข้างเข็มขัดของริวจิ ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าอยู่ๆนายน้อยจะลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับท่านประมุขแถมยังถืออาวุธไว้ในมือ

วินาทีนั้นผมหวังเพียงว่าจะไม่มีเรื่องราวเลวร้ายอะไรเกิดขึ้นอีก...


ฉึบ!


แล้วเสื้อสูทของนายน้อยก็ถูกแกะกระดุมออกเผยให้เห็นรอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ประจำไดกิโคฮาคุเด่นหราอยู่บนแผงอก สิ่งที่ไม่คาดฝันคือการบัดนี้ได้เห็นนายน้อยบรรจงลากมีดขีดฆ่ารอยสักนั้นจนเลือดซึมออกมาจากรอยกรีด


"ความรักทำให้ผมอ่อนแออย่างที่พ่อบอกจริงๆ.."


"แก.."

"ผมคงไม่สามารถรับตำแหน่งรุ่นที่หกได้ ผมไม่เหมาะกับมันหรอกครับ.."




หลังจากนายน้อยพูดจบคนทั้งลานกว้างก็อึ้งค้างกับประโยคนั่นเหมือนทุกคนไม่อยากจะเชื่อว่านายน้อยจะกล้าตัดสินใจทิ้งอำนาจและความเป็นใหญ่ทั้งหมดรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างท่านประมุขก็อาจจะสั่นคลอนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แล้วนั่นเองจึงเป็นเหตุให้พวกไดกิโคฮาคุคนอื่นๆเล็งปืนมาทางผมกับนายน้อยอย่างรวดเร็วแม้ไม่ต้องมีใครสั่งทุกคนก็รู้ดีกว่าการสละตำแหน่งของทายาทมีค่าเท่ากับการทรยศตระกูล...


"ไม่ต้อง.."

แต่ที่น่าตกใจกว่ากลับเป็นคำสั่งของท่านประมุขที่สั่งให้ทุกคนลดปืนลง ผมเห็นนายน้อยเม้มริมฝีปากอย่างคนคิดไม่ตกแต่หลังจากนั้นไม่ถึงสองวิ นายน้อยก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วคำนับท่านประมุขราวกับนั่นคือเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย


"ผมขอโทษนะพ่อ.."





คืนนี้ทั้งคืนผมกลายเป็นคนบาปหนาที่ทำร้ายคนไปมากมายเหลือเกิน...แม้ว่าจะเสียใจกับเรื่องราวทั้งหมดแต่ผมไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้อย่างคนทั่วไปแม้ว่าผมอยากจะทำมันซักแค่ไหนก็ตาม


การเกิดมาท่ามกลางแก๊งยากูซ่าและได้รับตำแหน่งรุ่นที่หกตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้จิตใจของผมต้องแกร่งกร้านมากกว่าเด็กทั่วไปๆที่อายุไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่เด็กผมพยายามฝึกวิชาการต่อสู้และฝึกร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับตำแหน่งที่ต้องแบกรับ...


ริวจิเป็นคู่ต่อสู้ให้ผมมาโดยตลอด...เค้าเป็นเหมือนพี่ชาย เป็นเหมือนครอบครัว


ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเค้า ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ




"นายน้อย.."

มาร์คต้วนพยุงร่างผมให้ลุกขึ้นจากพื้น เมื่อผมยืนขึ้นมาได้ร่างกายก็วูบวาบอ่อนไหวเพราะเผลอสบตากับท่านประมุขที่กำลังส่งสายตาผิดหวังมาให้ผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไป


สมองผมขาวโพลนไปหมด 

"ไปจากที่นี่กัน.."

"ครับ"



มาร์คต้วนพยุงผมให้เดินออกจากลานกว้างของเรือนเท็นโคคุ ลูกน้องมากมายมองผมด้วยสายตาไม่เข้าใจ ทุกคนต่างหลบทางให้ผมก่อนจะโค้งหัวเล็กน้อย ขณะที่มองไปรอบๆสถานที่ที่ผมเติบโตมา ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่เวียนหายไปตามกาลเวลา 

ถึงผมจะผูกพันธ์กับไดกิโคฮาคุเพราะมันคือสายเลือดและบทบาทหน้าที่ที่แบกรับไว้มาเกือบสิบๆปีแต่ความจริงเมื่อผมกำลังจะทิ้งมันไปผมกลับไม่รู้สึกเสียใจเลยที่เลือกตัดสินใจเช่นนั้น

ผมกลับคิดว่าผมทำถูกแล้ว


และที่ผมเลือกตัดสินใจแบบนี้ต้นเหตุไม่ได้มาจากพี่เตนล์ซะทีเดียว เพียงแต่ความปรารถนาในใจลึกๆของผมมันต่อต้านการรับตำแหน่งมานานแล้ว

 
เพราะไอ้ตำแหน่งรุ่นที่หกบ้าบอนี่ได้พรากแม่ไปจากผม...
ท่ามกลางคนมากมายที่สามารถร้องไห้เสียใจเมื่อเสียคนรักไป ผมกลับอยู่ตรงกลางของความเศร้า ไม่สามารถเดินไปหาใครให้ใครปลอบได้..

ผมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ควรมีความรัก และรักแรกของผมคือแม่...แต่วันที่แม่ป่วยหนักและอาจเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้ไปดูใจท่านวันนั้นกลับเป็นวันที่ผมต้องไปเปิดตัวในฐานะรุ่นที่หก...


ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กคนนึงที่กำลังพยายามยืนอย่างองอาจในใจของเค้ากำลังร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา...และเมื่อได้รู้ว่าหนทางเส้นนี้กำลังจบลง เค้าถึงได้โล่งใจ ที่ไม่ต้องเป็นคนไม่มีหัวใจอีกแล้ว...


"รู้ใช่มั้ยว่าต่อจากนี้ชีวิตของนายจะไม่ปลอดภัย"

"ครับ ผมรู้"


มาร์คต้วนขานรับ เค้าหยุดเดินก่อนจะหันกลับมาหาผม ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังแปลกใจไม่หายที่ผู้ชายคนนี้เลือกมาช่วยผม เพราะเมื่อตัดสินใจยิงกระสุนเข้าใส่ไดกิโคฮาคุแล้วเค้าจะไม่ต่างอะไรกับผมที่กลายเป็นคนทรยศ


"ฉันเข้าใจมาโดยตลอดว่านายเกลียดฉัน..."


"ใช่ ผมเกลียดนายน้อยจริงๆ"




"..."


"แต่คุณก็เป็นผู้มีพระคุณของผม.."

ฟังเค้าว่าดังนั้นผมก็อดไม่ได้ที่จะเลิ่กคิ้วอย่างสงสัย




"ฉันไปทำอะไรให้นาย ที่นึกออกไม่ได้มีเรื่องดีๆเลยสักอย่าง"


"ก็เมื่อสี่ปีก่อนที่คุณยอมให้ผมเป็นคนของไดกิโคฮาคุแลกกับแบมแบมยังไงล่ะครับ"

แบบนั้นไม่ได้เรียกว่าการมีบุญคุณอะไรเลย ยิ่งมาได้ฟังผมก็รู้สึกเกลียดตัวเองเข้าไปใหญ่ ผมเพิ่งตระหนักได้ว่าอำนาจของผมทำลายชีวิตครอบครัวและความสุขของคนคนหนึ่งไปมากแค่ไหน แล้วผมก็ได้เห็นแล้วด้วยตัวเองตอนที่เห็นสายตาที่แบมแบมมองมาที่มาร์คต้วน 



"งั้นฉันก็ยิ่งเข้าใจเลยว่านายจะเกลียดฉันได้มากแค่ไหน"



"ไม่ต้องห่วงหรอกครับความเกลียดของผมไม่ลดน้อยลงแน่ๆแต่ผมก็อยากขอบคุณคนที่ผมเกลียดคนนั้นที่ทำให้น้องชายผมไม่ต้องมาเป็นโออิรัน...เพราะถ้าเค้าไม่ทำแบบนั้นวันนี้ผมคงได้เกลียดตัวเองด้วย..."




ผมเผลอเม้มริมฝีปากอย่างลืมตัวเมื่อได้ฟังประโยคนั้น..


"ผมเคยคิดว่าเค้าเป็นเด็กไร้หัวใจ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เค้าน่าสงสารกว่าผมหลายเท่าที่ต้องทำเหมือนจิตใจแข็งกระด้างและรักใครไม่เป็น.."


"...."

และพอฟังมาถึงตอนนี้ ความรู้สึกกลวงๆก็เกิดขึ้นที่อกข้างซ้ายของผม เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป...



"จริงๆเราสองคนมีอะไรที่เหมือนกันมากกว่าชื่อนะครับ...ผมยอมเสียสละความสุขทั้งชีวิตตัวเองได้เพื่อคุณที่ผมรัก...ส่วนนายน้อยเองก็กำลังเสียสละบทบาทหน้าที่และอำนาจทุกอย่างเพื่อคนที่นายน้อยรักเหมือนกัน..."


เสียสละ ? เพื่อคนที่ผมรัก ?

หรือน้ำหนักของความรักจะเท่ากับมวลที่สูญหายไปจากหัวใจของผม เพราะผมเพิ่งเข้าใจว่าความรู้สึกกลวงๆที่เกิดขึ้นมันมีชื่อเรียกว่า..


"นายน้อยกำลังทำหน้าเหมือนคน อกหัก เลย รู้ตัวมั้ย ?"



อกหัก....

ผมไม่ได้คิดถึงคำๆนี้เลย



"อาจจะจริงอย่างที่นายว่า.."


"แล้วอีกอย่าง นายน้อยคงเป็นคนอกหักที่ใช้ไม่ได้ที่สุดในโลก.."


"..."
ผมเงียบ เมื่อถูกประโยคนั้นกล่าวหา




"นี่ได้ลองบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปรึยังล่ะครับ"


ผมพูดไม่ออก ถึงแม้ว่าผมไม่ได้คิดที่จะตอบคำถามนั่นอยู่แล้วก็ตาม แต่เหมือนว่าตอนนี้ผมกลับมีคำตอบในใจสำหรับคำถามที่ไม่เคยนึกถึง


ที่ผ่านมาผมทำอะไรอยู่...

ผมรู้ตัวว่าผมชอบพี่เตนล์มากๆแต่ผมไม่แน่ใจเลยว่าความรู้สึกแบบนี้ใช่ความรักอย่างที่มาร์คต้วนพูด ก็ผมไม่ได้รักใครมานานแล้ว ถึงอย่างนั้นผมก็แค่..แค่อยากอยู่ใกล้ๆพี่เตนล์ตลอดเวลา ผมยอมรับว่าผมชอบเค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ในงานที่จัดการแข่งขันยูโดเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นผมก็แอบมองพี่เตนล์อยู่ไกลๆ มีหลายครั้งที่แกล้งทำเป็นเดินผ่านเพื่อที่จะได้มองหน้าของเค้า....


และใช่ ผมขอสารภาพว่าในคืนโอบ้งวันนั้น พี่เตนล์ในชุดยูกาตะทำให้ผมไม่อยากทำแค่มองอยู่เฉยๆอีกต่อไป...จนในที่สุดผมก็ฝืนกฎของการเป็นรุ่นที่หกโดยการกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กมัธยมปลายคนนึงที่ชื่อมาร์คลี 



'พี่ติดหนี้ผมครั้งนึงล่ะนะ'


ทุกครั้งที่ผมกวนประสาทพี่เตนล์ หรือไปทำให้เค้ารำคาญใจ นั่นเพราะผมอยากจะเรียกร้องความสนใจเท่านั้น...ที่จริงอาจเป็นเพราะผมไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงหรือเริ่มแบบไหนเวลาเราชอบใครสักคน...




เปรี้ยง!!

และในวันนั้น วันที่ฝนตกกระหน่ำทาคายาม่า จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงห้องตรงข้ามปิดประตูอย่างแรง ผมจึงตามออกไป และผมก็เห็นพี่เตนล์วิ่งฝ่าฝนออกไปทั้งแบบนั้น


พี่เตนล์กำลังเสียใจและที่สำคัญเป็นเพราะมินิมาร์ทนั่นกับไอ้ผู้ชายคนนั้น...





'พี่ไม่ลองไปดูอีกทีล่ะ มินิมาร์ทอาจจะเปิดแล้วก็ได้นะ'


ผมแค่ไม่ชอบเวลาที่พี่เตนล์ร้องไห้และยิ่งไม่ชอบที่เหตุผลทั้งหมดเป็นเพราะใครคนอื่น ตอนนั้นผมเพิ่งเข้าใจว่าผมเองก็มีความรู้สึกหึงหวงเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปเหมือนกัน จู่ๆผมก็ตั้งคำถามกับตัวเอง...

หรือการที่ผมเป็นแค่เด็กมอปลาย มันจะไม่เพียงพอที่จะดึงความสนใจจากพี่เตนล์ ? 







"เวลาผมสนใจอะไรสักอย่างนึงผมจะให้ราคากับมัน"


เมื่อทบทวนมาถึงตรงนี้
ผมว่าผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้ว...


ผมกลัวจะที่แพ้  กลัวการไม่ได้ครอบครอง ผมจึงใช้ความเป็นรุ่นที่หกเป็นทางลัด ใช้อำนาจเพื่อที่จะทำตามใจชอบหรือเพื่อที่จะเป็นต่อไอ้ผู้ชายที่สวมฮู้ดคนนั้น ในขณะเดียวกันผมกลับไม่เคยแสดงความรู้สึกที่ผมมีอย่างมาอย่างจริงใจ ไม่เคยสร้างความสัมพันธ์หรือความทรงจำดีๆกับพี่เตนล์สักครั้ง ที่ผมทำเป็นแค่การเปิดเผยว่าตัวเองให้ความสนใจอย่างตรงไปตรงมา มุทะลุ และเอาแต่ใจตัวเอง


มารู้ตัวตอนนี้ก็ดูเหมือนมันจะสายไป...
หรือถ้ามีโอกาสผมจะกลับไปบอกความในใจกับพี่เตนล์ได้ยังไง ?

เพราะตัวผมทำลายความรู้สึกของทุกคนไปหมดแล้ว ผม..ผมทำทุกอย่างพังหมดตั้งแต่เริ่ม



"ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อดี.."

กับเรื่องทุกอย่าง...


"ผมเองก็ไม่รู้..."


ขณะที่มาร์คต้วนพูดแสงสีเหลืองทองและความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นจากขอบฟ้าก็ทำให้ผมเผลอมองเหม่อ


"..."

เรื่องอื่นผมอาจจะดูเก่งกาจแต่เรื่องนี้ผมไม่เก่งเลย




"ผมคงจะไปจากที่นี่เร็วๆนี้ ทาคายาม่าคงไม่ปลอดภัยสำหรับผมอีกแล้ว..."

มาร์คต้วนถอนหายใจในขณะที่พาผมพยุงเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย



"และก่อนที่ผมจะไป ผมอยากจะสารภาพกับแบมแบมว่าที่ผ่านมาผมรู้สึกยังไง ผมอยากให้น้องให้อภัยผมและมันคงจะดีมากถ้าแบมแบมจะเปิดใจให้ผม...ซึ่งมันคงเป็นไปได้ยาก"

"ยากแค่ไหน.."

"น่าจะยากพอๆกับที่นายน้อยจะสารภาพรักน่ะครับ"


พอฟังจบผมก็หัวเราะออกมาเสียงดังเหมือนเป็นอิสระจากก้อนอะไรบางอย่างที่จุกที่ลำคอ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 


"หลังจากนี้อย่ามาเรียกผมว่านายน้อยอีก"


"..."


"ผมได้คืนชีวิตให้พี่แล้ว อี้เอิน..."






บรรยากาศของไดกิโคฮาคุเวลานี้อึมครึมและมาคุกว่าครั้งไหนๆที่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น  การสูญเสียคนสนิทอย่างริวจิ และลูกชายทำให้ประมุขเคนโด้แค้นใจและกำลังทำหน้าเคร่งขรึมจนไม่มีใครกล้าไปรบกวนใจ


"คนที่ทำให้มาร์คเป็นแบบนี้ก็คือผู้ชายที่ชื่อเตนล์ครับ พวกนั้นเป็นพนักงานในมินิมาร์ทของคุณยาม่า"


"งั้นเหรอ..."
คนอาวุโสกว่าแค่นยิ้มพรางหมุนแหวนทับทิมสีเลือดนกที่เป็นของตกทอดของต้นตระกูลอย่างเนิ่บนาบ ราวกับใจเย็นเหมือนรออะไรบางอย่าง


"รู้อะไรมั้ย แทอิล"

น้ำเสียงเย็นยะเยือกทำให้คนร่างสูงส่ายหัวช้าๆตอบรับ ก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆแล้วหยิบบ้องกัญชาส่งไปให้ประมุขแห่งไดกิโคฮาคุ


"ฉันไม่คิดที่จะปล่อยมาร์คลีไปจริงๆหรอก ยังไงซะมันก็ต้องรับตำแหน่งรุ่นที่หก.."


ว่าจบดังนั้นผู้เป็นนายเหนือหัวก็พ่นควันกัญชาออกมาจนฟุ้งไปทั่วบริเวณ แทอิลโค้งหัวรับคำสั่งทันทีเมื่อได้ยินประโยคต่อมา


"จัดการทำให้พวกมันหายไปจากโลกนี้ซะ โดยเฉพาะเด็กที่ชื่อเตนล์นั่น..."




TO BE CONTINUED...
............................................................................

ชั้นชอบบทนี้!!!! เพราะทุกคนเริ่มสงสารเด็กมาร์คแล้วใช่มั้ยยยย
ฮือออ แต่งมากี่ทีหน่องมาร์คโดนด่าทุกที
จริงๆเคยพูดแล้วว่าตัวละครแต่ละตัวมีเหตุผลของตัวเอง
มีปมกันทุกคู่ และในที่สุดก็จบปมน้องมาร์คลีแล้ว

เออ หลายคนลุ้นว่าแทยงจะมาช่วย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้นะคะ
แทยงออกจากมินิมาร์ทไม่ได้ ทุกครั้งที่เตนล์มีปัญหา
แทยงจะมาทันทุกทีจนทุกคนอาจจะลืมคิดไปว่าแทยงไม่สามารถ
ช่วยเตนล์ได้ทุกครั้ง และครั้งนี้แทยงก็ออกมาไม่ได้ TT
ฮือออออออออ

เอาเป็นว่าปมหลักๆเหลือ 
มาร์คต้วน และคุณแทยงที่ต้องตามรักคืนใจค่ะ


ส่วนเราที่หายนานเพราะเรียนล้วนๆไม่ได้อู้น้า


เอาล่ะ บทนี้พาออกมาจากมินิมาร์ทกันทั้งคืน 
บทหน้าต้องกลับไปรับออเดอร์ที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วล่ะคะ  


#ฟิคมินิมาร์ท
โพ ไม่ใช่เทเลทับบี้ ไม่ใช่โพนี่ ฮือออออออ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2394 IsIsara (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 01:16
    ไม่เคยด่าน้องมาร์คเลย มีแต่ขำกับความอยากรู้55555 น้องมาร์คบอกพ่อว่าอย่ามายุ่งกับพี่เตนล์นะ!!!!
    #2,394
    0
  2. #2353 kor_kod1 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:01
    -โพ คือนี่คิดว่าเป็นโพนี่ตลอดเลาขอโทดไรท์ๆๆๆ
    -เชียร์มาร์คลีได้มั้ยง่ะะะ
    #2,353
    0
  3. #2338 M_MARK (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 01:54
    บอกเลยพาร์ทนี้มาร์คลีคือพระเอกสำหรับเรา 3pเลยได้มั้ย 555555
    #2,338
    0
  4. #2327 bibubbiiboo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 19:42
    เอ้ย เราไม่เคยเกลียดน้องใาร์คเลยนะ รู้สึกดีตั้งแต่น้องสร้างมินิมาร์ทคืนให้เตนล์อ่ะ ดูก็รู้แหละ ว่าน้องรักเตนล์อ่ะ อยู่กันแบบสามคนได้มะ แบบพ่อแม่ลูกอ่ะ แทเตนล์มาร์ค 555555555
    #2,327
    0
  5. #2282 08207 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 01:46
    สนุกสุดๆ ไรท์แต่งดีมากเลย ฮือออแ
    #2,282
    0
  6. #2219 vampiregun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 10:50
    โกรธแทยงมากนะ เราว่าถ้าแทยงไม่ให้เตนล์ออกไปช่วย เรื่องทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้ ยังไงมาร์คก็ไม่ฆ่าจอห์นี่กับยูตะอยู่แล้ว
    #2,219
    0
  7. #2143 seethenq (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 04:23
    เกร้ด ทำไมเนื้อเรื่องเจ้มจ้นขนาดนี้ แงงงงสงสารมาร์ครักพี่เตนล์มากไหมลูกกTT
    #2,143
    0
  8. #2062 immadarkworld (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 01:05
    อ้าวกำลังจะดีคุณพ่อค่ะ อย่าทำแบบเน้
    #2,062
    0
  9. #2027 amanaplanetes (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 14:13
    มาร์คเตนล์ของพรี่ ม่ายยยยยยย เฮ้อ รู้สึกหลายใจเวลาอ่านเรื่องนี้ คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ดี น้องมาร์คน่ารักจังเลย พี่ไม่คิดว่าเราเป็นคนไม่ดีอยู่แล้ว ถึงไม่แสดงสีหน้า แต่หนูอ่อนโยนกว่าที่เห็นนะ
    #2,027
    0
  10. #2007 SunnyWo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 19:20
    สงสารมาร์คอ่ะ;-;ทั้งมาร์คลีแล้วก็มาร์คต้วนเลย;-;
    #2,007
    0
  11. #1977 Jubjib_XmBmMk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 09:08
    รักน้องมาร์ครัวๆเลย รักพี่มาร์คด้วย สงสารมาร์คลีสุดๆอ่ะ รักนะ เอ้าไม่ใช่555555 น้องมาร์คทำเราร้องไห้ แงงงงงง
    #1,977
    0
  12. #1943 matoomcandy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:18
    ม่ายยนะตาลุง...เตนล์ไม่ผิดสักหน่อย มะลิยูมาจัดการพ่อยูเลยนะ5555
    #1,943
    0
  13. #1906 exoticlover (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:19
    สงสารนุ้งมะลีของพรี่จริงๆ
    #1,906
    0
  14. #1877 himelinn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 12:34
    อ่าว ขุ่นพ่อทำแบบนี้ไม่ได้นะ! สูบกัญชาอี๊กกกก สงสารนุ้งมาร์ค ฮรืออออ
    #1,877
    0
  15. #1859 minminwoo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 23:33
    เอ้า เอ้า เอ้าาาาา
    #1,859
    0
  16. #1828 SWEETYZ_HHCB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 06:58
    เมาคลีลูกแม่!!!!!! โอ้ยเกลียดพ่อมาร์คอะTT
    #1,828
    0
  17. #1797 kedpark (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 02:20
    จัลล้องงงง ตอนแรกหมั่นไส้น้องมาร์คลีมากกกกกกก
    ตอนนี้สงสารมากเลยค่ะ เด็กมัธยมที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆอย่าง น่าสงสารมาก
    พ่อของน้องใจร้ายมากเลย หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยนะคะ
    #1,797
    0
  18. #1782 kyaryshizuka (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:35
    น้ำตาจะไหลทำไมนุ้งมาร์คลีน่าสงสารเพียงนี้ ขอบคุณพี่มาร์คที่ยังมาช่วยน้องนะ ไปเคลียกับแบมให้ดีนะ ส่วนเตนล์ระวังตัวนะลูก
    #1,782
    0
  19. #1723 yoyafah (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 16:28
    มั่ยนะ เราไม่เคยว่ามาร์คเราชอบมาร์คมากบทนี้ยิ่งกรี้ด หล่อขยี้ใจพรี่เหลือเกินน้องเอ้ยยยยย ฮรุกกก ชอบบบบ ทีมมาร์คลีเต็มตัวเลยค่ะปัจจุบัน ชอบน้องเค้ามาก แงงง
    #1,723
    0
  20. #1716 rukjung101 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 11:20
    มาร์คลี ฮือออออออออ สงสารจัง แค่อยากมีความรัก อยากใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนเด็กม.ปลายทั่วไปเท่านั้น แต่มันผิดที่เกิดมาเป็นลูกมาเฟียนี่แหละ แงงงง
    #1,716
    0
  21. #1714 yourdadx (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 00:39
    เหมือนเป็นตอนจบเลยค่ะทั้งๆที่จริงๆคือจบแค่ปมเรื่องของมาร์คลี ไหนๆก็ใช้เวลาอ่านมาจนถึงตอนล่าสุดอย่างขมักขเม้นเพราะติดหนักมากและชอบมากด้วย เราชอบทุกอย่างของเรื่องนี้เลยค่ะ ทั้งการบรรยาย ภาษาที่ไม่ต้องดูดีมากแต่ให้ความเข้าใจ เนื้อเรื่องที่ชวนติดตามและปมปัญหาของตัวละครแต่ละตัว เพราะในเรื่องนี้ทุกตัวละครมีบทบาทมีเหตุผลหมดทำให้เราต้องสนใจและคอยคลี่ตามปัญหาของแต่ละตัวละครไปซึ่งมันทำให้ฟิคเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อ อยากบอกไรท์อีกครั้งว่าถ้ารวมเล่มไรท์จะเห็นเราซื้อแน่นอนค่ะ จะรอติดตามยันจบเรื่องเลย T_T
    #1,714
    0
  22. #1691 peam-ff (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 11:20
    โอ้ยยยย ท่านประมุขขขขขขขอย่าทำอะไรเตนล์เลยยยยย อย่าทำอะไรมินิมาร์ทด้วย พลีสสสสสส แอบสงสารน้องมาร์คแล้วก็พี่มาร์คด้วยยยยยยย แล้วน้องจะหนีออกจากเมืองไหม หรือยังไง? โอ้ยยยยยยยย ลุ้นอ่ะ ลุ้นมากกกกกกกกก แทยงต้องช่วยเตนล์นะ โพด้วย แหกกฏให้แทยงเขาหน่อยสิโพ โพ!!!!!!!!!! คือลุ้นอ่ะ ลุ้นทาก ตอนนี้แบบบีบหัวจรัยหนุมั่กคร๊ TT เศร้าซึมไปเลยทีเดียว
    #1,691
    0
  23. #1655 LEEtaemew (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 23:46
    กรี้ดดดดด แทยงต้องช่วยเตนล์ เตนล์ห้ามเป็นอะไรนะ สงสารมัคลี;--; อยากให้มัคลีได้สารภาพกับพี่เตนล์ เคลียร์กับพ่อด้วย ปกป้องพี่เตนล์ด้วยนะ ;--;
    #1,655
    0
  24. #1654 beeexo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 17:29
    อ่าวซะงั้น คือพ่อไม่ยอมปล่อยจริงๆใช่ไหมเนี่ย อะไรนักหนาไม่เข้าใจความสุขของลูกไง๊ โอ้ย เตนล์ หนูต้องรักษาเนื้อรักษาตัวนะ ให้พี่แทยงคอยดูแล
    #1,654
    0
  25. #1653 parkbyunnn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 03:36
    ก็แอบเชียร์มาร์คลีตลอดนะ แต่สุดท้ายก็ต้องคู่กับแทยงอยู่ดีใช่ไหมละ-0-
    #1,653
    0