[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 22 : MIDNIGHT 14 --200%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 ธ.ค. 59

 










  MIDNIGHT 14  
200%









"ทำไมไม่มาเยี่ยมกูมั้งวะ"


นี่คือประโยคแรกที่ยอมออกจากปากจอห์นนี่หลังจากที่มันจัดของลงชั้นวางจนแทบหมดร้านด้วยอารมณ์บูดบึ้งเหมือนเด็กอนุบาลขี้งอน ตั้งแต่เช้าเกือบแปดโมงผมถูกคุณยาม่าโทรตามให้ไปรับไอ้จอห์นที่โรงพยาบาลพร้อมกัน ซึ่งถ้าผมไปรับไอ้คุณจอห์นเมื่อเช้า ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาคงไม่ต้องเห็นมันทำตัวเย็นชาเป็นพ่อเจ้าหญิงเอลซ่าแบบนี้



"กูขอโทษ มีเหตุจำเป็นจริงๆเว้ย"


พูดจบผมก็เอาหัวถูไหล่เพื่อนจอห์นอย่างสดใสน่ารัก แบมแบมก็แบมแบมเหอะวะเจอเตนล์เตนล์เข้าไปมีหนาวเหมือนกันเว้ย




นั่น!


ยังไม่ทันขาดคำ จู่ๆจอห์นนี่ผู้มากับน้ำแข็งไสในวันพุธก็หายขรึมอย่างรวดเร็วประหนึ่งความน่ารักของผมได้หลอมละลายหัวใจที่ด้านชาของมัน... 




"เลี้ยงข้าวกูด้วย เป็นค่าทำขวัญเข้าใจมั้ย"


คนเก็กขรึมในตอนแรกหันหน้ามาแสยะยิ้มก่อนจะส่งมือมาขยี้หัวผมอย่างเมามันส์เหมือนอดกลั้นคันไม้คันมือมานาน จากนั้นจอห์นนี่ที่ควรพักอยู่บ้านอีกหนึ่งวันก็เดินไปหยิบไม้ม็อบมาถูพื้นต่อ..



ซะอย่างนั้น..

เห็นคุณยาม่าบอกว่าหมอสั่งให้ไอ้จอห์นใช้แรงน้อยๆ ถึงแผลจากรอยกระสุนจะสมานแล้วแต่ก็ไม่ควรออกแรงเยอะ 
....แร้วงัยครัยแคร์ตั้งแต่ที่มันเข้าร้านมาได้แม่งก็เล่นแบกลังแบกของไม่หยุดไม่หย่อน แถมตอนนี้ยังมีหน้ามาถูพื้นประหนึ่งเกิดมาเป็นคนขยัน พี่ทำงานหนักเพราะอยากเห็นแม่พักผ่อน 


พระเอกเอมวีหยาดเหงื่อเพื่อแม่ไปอีก




"มา เดี๋ยวกูทำเอง"


จะมาให้คนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลทำงานหนักมันก็ไม่ใช่ถูกมั้ย..ผมไม่ได้เห็นใจไอ้จอห์นขนาดนั้นครับคุณ...แค่เกิดมาในสังคมที่ปลูกฝังให้โตมาเป็น..คน..ดี...........


......ก็ด้ายย

จริงๆแค่อยากทำดีกับมันบ้างก็แค่นั้น ถึงเป็นคนชอบเนรคุณแต่ก็มีมุมอ่อนโยนเหมือนกันนะครับ




"ทำตัวแบบนี้เหมือนไม่ใช่มึงเลยวะ"


เลิกแซะ จะตายใช่ป่ะ..



"งั้นกูไม่ทำล่ะ"




"เห้ยย ไม่เอา กูปวดไหล่พอดี มึงนั้นแหละถูไป เดี๋ยวตอนเที่ยงคุณยาม่ามานะเว้ย"



พูดจบก็ทิ้งไม้ม็อบแล้วจากนั้นเสด็จจอห์นก็นอนแผ่กับเคาน์เตอร์พร้อมหลับตาพริ้ม...ผมถอนหายใจออกมา ไม่ปลง ไม่อะไร แค่หมั่นไส้มันเฉยๆก่อนจะหยิบไม้ม็อบมาถูไปทางกระจกหน้าประตู ในขณะที่สายตาหลือบไปเห็นตู้สีขาวสองตู้ที่สะดุดตาอยู่ข้างหน้า...



ร้านใหม่ที่เปิดใหม่มาพร้อมกับภาระอันใหม่ที่หนักอึ้ง ผมเพิ่งรู้ว่าคุณยาม่าซื้อตู้กดไอศครีมอัตโนมัติมาแล้วสองเครื่องติดตั้งหน้าร้านพร้อม เท่านั้นยังไม่พอนะครับ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกเรื่องก็คือการที่มินิมาร์ทนี้มียูนิฟอร์มเป็นของตัวเองแล้ว!!



อ่านไม่พลาด!ฟังไม่ผิด!


ชุดสีฟ้าอมเขียวลายตัดขาวพร้อมหมวกหนึ่งใบแถมยังมีป้ายชื่อ 'TEN' แนบที่หน้าอกแบบนี้ ถ้าหากถามว่าที่นี่คือชิบูย่าใช่หรือไม่คงต้องลังเลที่จะตอบว่าไม่ เพราะชนบทอย่างทาคายาม่าไม่เคยมีอะไรแบบนี้ไง ถามคนแถวนี้เลยก็ได้ครับตั้งแต่ช่วงสายๆคนที่เดินผ่านไปมาฮือฮากันไม่ใช่น้อย ถ้าไม่ปิดร้านแล้วพลิกป้าย 'CLOSE' ไว้ คนคงเต็มร้านแน่ๆ!



ทุกสิ่งอย่างที่เปลี่ยนไปจากฝ่าเท้าเป็นฝ่ามือ ทั้งบรรยากาศร้าน เสื้อผ้า เครื่องแคชเชียร์ที่ไฮเทคขึ้น ซึ่งกูต้องคีย์ปุ่มให้ถูกมีเครื่องยิงบาร์คงบาร์โค้ดและของอีกมากมาย...ทั้งหมดนั่นยังไม่เท่าเจ้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้..




ชามราเมนแบบแพ็คสำเร็จประมาณสามสิบกว่าชามกำลังถูกไอ้จอห์นเรียงลงตู้แช่แข็งอาหารสด..



'คุณยาม่าครับ นี่อะไรอ่ะครับ ?'


'เป็นโปรโมชันสำหรับเปิดร้านใหม่ยังไงล่ะ ลูกค้าจะได้นึกถึงร้านเราเป็นที่แรกมีทั้งราเมน ไอศครีมแบบในเมือง ครบสูตรแถมยังถูกอีก'



'แล้วผมต้องทำยังไงบ้างอ่ะครับ'



'ไม่ต้องกังวลไปหรอกเตนล์ เดี๋ยวแบมแบมจะมาช่วยกะดึกกับเธอคืนนี้'




นั้นแหละครับคือสิ่งที่กูกังวลที่สุด..

แล้วไอ้ความอัปเกรดมินิมาร์ทแบบข้ามเลเวลก็ถูกประเคนมาถมที่กูนี่ แทบจะต้องขายของแบบหาเงินสุดฤทธิอ่ะ ทั้งดูในร้านแล้วตอนเย็นก็ต้องเปิดหน้าร้านแบบราเมนข้างทางชายสี่หมี่เกี๊ยวไปอีก มีใครให้มากกว่านี้มั้ย คุณต็อบ วัยรุ่นพันล้านก็ต้องหลบเพราะตอนนี้คุณยาม่าคือเจ้าของธุรกิจมินิมาร์ทที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในทาคายาม่าแล้วล่ะครับ






"เห้อออ"


ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แค่นึกภาพตัวเองวิ่งวุ่นคิดตังค์ในร้านแล้วต้องออกมาเสิร์ฟราเมนนอกร้านก็ล้าไหล่จะแย่คงเป็นภาพที่ทรหดสิ้นดี..พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูมาเรียนการตลาดระหว่างประเทศแบบถึงพริกถึงขิงถึงเครื่องเรียกได้ว่า SME ตีแตกกันเลยทีเดียว 



"เหนื่อยเหรอ มากูทำเอง"


หูฝาดรึเปล่า แปลกใจจนต้องหันไปหามันอย่างจับผิด แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือสายตากรุ้มกริ่มของจอห์นนี่ นี่ยังมีการยักคิ้วกลับมาเหมือนจะแซะจะแซวยังไงแปลกๆ ผมรู้สึกได้..ทำไมวะ กูใส่กางเกงกลับตะเข็บอ่อ ก็ไม่ป่ะ


"ยิ้มเหี้ยไรของมึงครับ"


"เปล๊าา" 


"อย่ามาเปล่าหน้ามึงแม่งโคตรออก มีอะไรบอกกูมา"





"ให้กูพูดจริงอ่อ"



อ้าว ไอ้เชี่ยนี่ ทำหน้ากวนตีนมีเลศนัยไปอีก แล้วการที่แสดงท่าทีแบบนี้ออกมาโต่งๆใครเห็นก็ถูพื้นต่อไม่ได้หรอกครับ ผมวางไม้ม็อบทันทีแล้วจากนั้นจึงเดินดิ่งเข้าไปหาไอ้จอห์น





"เมื่อกี้ตอนเปลี่ยนชุดกูเห็นคอมึงมีรอยจ้ำแดงเถือกเลย.."


"..!!"


ฟังจบผมก็แค่ตาโต ไม่ได้แสดงพิรุธร้อนตัวอะไรออกไปเล๊ย



"ที่สำคัญตอนลงของอ่ะ กล่องถุงยางหายไปแถบหนึ่งด้วยไงถามจริงเหอะเมื่อคืนมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นเหรอครับเพื่อน..."


หยุดรอยยิ้มของมึงครับจอห์นและหยุดอาการเลิ่กลั่กของกูด้วยครับเตนล์...อย่ามาใช้สายตากดดันให้กูยอมรับในสิ่งที่กูไม่ได้ทำ โคนันก็จบไปแล้วทำไมโมริโคโกโร่ยังอยู่ตรงนี้!


"ตลก ลูกค้าซื้อ"


"โอเค อันนี้เก็ท"



"เออ เก็ทก็เลิกยิ้มด้วยครับไอ้เวร"



"แล้วที่คออ่ะ รอยไรอ่อ ยุงกัดแล้วก็เลยคันป่ะ"



พอถูกมันทักไอ้ผมก็ยกมือขึ้นมาปิดคอทั้งๆที่ปกเสื้อมันก็บังแทบจะมิดอยู่แล้ว...พิรุธไม่มีจริงๆ ไม่ร้อนตัวเลยสักนิด



"เรื่องส่วนตัวเว้ย!"


ผมพูดเสียงดัง หน้าแดง แถมยังเดินหนีมันไปอีกทางเพราะไม่อยากสบตา กลัวแม่งดูออกว่าตอนนี้ผมโคตรจะอายขืนจ้องหน้ามันตรงๆก็แพ้สิครับ ซึ่งแน่นอนว่าไอ้จอห์นไม่ยอมปล่อยให้ผมได้หนีหน้าอย่างที่คิดเพราะแม่งวิ่งตามมาโอบกูอย่างเร็วเลยแถมยังเอานิ้วจิ้มแก้มไม่ใช่ด้วยความเอ็นดูแต่เป็นความแซวขั้นสูงสุด


"มีแฟนแล้วดิงี้"


"ไม่ใช่แฟน"


"แล้วเป็นใคร"




คนพูดเหล่ตามอง..เว้นช่องไฟรอคำตอบจากผม... 







"เสือก!"


แต่นอกจากจอห์นจะไม่ได้คำตอบแล้วสระเอือกยังถูกพ่นออกมาเต็มหน้ามันอีกเท่านั้นยังไม่พอครับมันยังมีสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คซึ่งก็คือน้ำลายของกูเอง ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะสะใจดีหรือว่าหวั่นใจดีเพราะไอ้จอห์นที่กำลังหลับตาผ่อนลมหายใจออกช้าๆค่อยๆหันหน้ามาผมแล้วยิ้มยิงฟันแบบคนฝืนหัวเราะ



"ไอ้..เตนล์..."











22.13


แสงจากหลอดไฟประดับหลากสีช่วยสร้างสีสันให้กับมินิมาร์ทยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี  ท่ามกลางความมืดมิดไร้แสงไฟของทาคายาม่าซึ่งเงียบสงบและผู้คนมักจะนอนแต่หัวค่ำไม่ค่อยออกมาเดินเตลิดเตร่ข้างนอกผิดกับวันนี้ที่มีบรรยากาศคึกคัก



"ราเมนที่สั่งได้แล้วคร๊าบบบ"

เสียงของแบมแบมดังเจื้อยแจ้วอยู่ข้างหน้า ส่วนกูเนี่ยเป็นนางก้นครัว เพราะความสามารถรับแขกหน้าร้านติดลบงานนี้ก็เลยต้องยอมแพ้แล้วยกตำแหน่งสายเดินเสิร์ฟให้กับเค้าไปอ่ะครับ


เอาล่ะ...เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อประมาณสองชั่วโมง ก่อนที่ร้านจะมีคนแน่นกว่านี้เรียกได้ว่าแน่นจนเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับที่นี่ ตอนนั้นทั้งผมทั้งจอห์นแทบจะทำอะไรไม่ถูก เงอะงะ จนชาวบ้านชาวช่องยืนเข้าแถวกดดันเร่งแล้วเร่งอีก โชคดีที่ไอ้จอห์นโทรตามแบมแบมให้เข้ากะเร็วกว่าปกติ สถานการณ์ก็เลยกลับมาอยู่ในความควบคุมอีกครั้ง


แต่งานก็ยังยากเหมือนเดิมครับ เพราะหลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างลงตัวผมก็ถูกบังคับให้รับหน้าที่ต้มมิโซะใส่หมอแล้วปรุงราเมนที่ถูกออกแบบมาให้สำเร็จรูปเพียงฉีกซองเครื่องปรุง



แหม คิดว่าง่ายเหรอครับ..โอเคคุณคิดถูก แต่แค่ส่วนเดียวไงลองนึกตามว่าถ้ามีลูกค้าเกือบยี่สิบคนยืนรออย่างใจจดใจจ่อ ผมคนทำก็ต้องเร่งมือถูกมั้ยแล้วที่เร้าหรือกูที่สุดก็อีคนเสิร์ฟเนี่ยแหละแม่งเร่งกูจัง กูไม่ได้มีสิบมือเหมือนทศกัณฐ์ถูกมั้ยครับ!





"เหลืออีกสามคิวน้าา"



ได้ยินแล้วใจเต้นแรงเหมือนตกหลุมรักครั้งแรก



"โอเค"

มันเป็นความดีใจจนกระบวยในมือที่กำลังตักน้ำซุปมิโซะสั่นริกๆ ตั้งแต่ทำงานที่นี่มารวมกันเกือบเดือนยังไม่หนักหนาเท่าวันนี้วันเดียวอ่ะครับคิดดู  ในขณะที่ตักมิโซะใส่ชามที่เต็มไปด้วยราเมนผมก็แบ่งสายตาเหลือบไปมองทางฝั่งของแบมแบมที่กำลังคิดเงินลูกค้า เดินไปทางนู้นทีทางนี้ที ทำงานเก่งเป็นบ้าแถมยังคล่องตัวอีก


ถึงจะอคติที่แบมแบมดูเป็นคนล้นๆน่ารำคาญแต่เอาจริงๆตอนนี้ก็พอรับได้แล้วนะ คงจะเป็นเพื่อนร่วมงานกันได้ถ้าอีกฝ่ายไม่มาวอแวกับผมมากนัก




"ฮ้าาา ลูกค้าหมดสักที"

เพิ่งพูดถึงเจ้าตัวก็มาพอดี แบมแบมถอดหมวกที่สวมวางไว้บนโต๊ะก่อนจะยีผมให้เข้าทรง ผมได้ยินแบบนั้นก็เลยจัดการปิดเตาแก๊สแล้วเก็บเก้าอี้หน้าร้านซ้อนๆกันให้เรียบร้อย ขณะที่แบมแบมเดินเข้าไปในมินิมาร์ท


คือผมเพิ่งชมไปว่าเพื่อนร่วมงานคนนี้ทำงานเก่งดูขยันขันแข็ง นี่ยังไม่ถึงห้านาทีแม่งเดินตัวปลิวหนีไปเฉยทิ้งผมให้เก็บร้านคนเดียวมันใช้ได้เหรอครับ! แต่ยังไม่ทันได้ด่าจิกในใจจนจบ จู่ๆแบมก็เดินออกมาพร้อมกระป๋องเบียร์สองกระป๋อง


"ดื่มป่ะ"

"ไม่อ่ะ ยังไม่หมดกะเลย"

พอผมพูดจบแบมแบมก็ยู่ปากก่อนจะเปิดกระป๋องเบียร์แล้วกระดกเข้าปากอึกๆ ผมมองตามเมื่อเห็นอีกคนเอามือเช็ดปากแล้วส่งกระป๋องเบียร์อีกกระป๋องมาให้



"นี่ไม่รู้เหรอว่าวันนี้มีปาร์ตี้ฉลองเปิดร้านน่ะ คุณยาม่าอุส่าห์จะเลี้ยงเลยน้า"


ก็ไม่รู้น่ะสิ...

ปาร์ตี้เนี่ยนะ? ไหนของตกแต่ง? ไหนคนมาฉลอง?  ไม่มีใครบอกผมสักคำและที่สำคัญผมยังไม่ทันตั้งตัวได้แบมแบมก็ลากผมเข้าไปในมินิมาร์ทก่อนจะลากเอาถุงอะไรสักอย่างออกมาจากห้องเก็บสินค้า


มันเป็นลูกโป่งอัดแก๊สหลายใบที่ตอนนี้ถูกรื้อออกมาเรียบร้อย...เพียงไม่ถึงนาทีมินิมาร์ทก็กลายเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้ที่แบมแบมว่า ผมอยากจะขำแค่มีลูกโป่งมันไม่ได้ช่วยให้ดูรื่นเริงมากนักหรอกนะครับ 





กิ๊ง

แล้วเสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ผมหันไปพบกับไอ้จอห์นและยูตะที่กำลังหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา ไอ้การที่เห็นจอห์นเนี่ยไม่แปลกใจนะ แต่การที่ยูตะมาด้วยคือกูงง


"ยูตะ?"



"ฉันจะมาฉลองด้วยไม่ได้เหรอ..."


คนตอบเลิ่กคิ้วก่อนจะวางของลงบนเคาน์เตอร์ เท่าที่ดูมีถาดพิซซ่าและกล่องอาหารเต็มไปหมด สงสัยคุณยาม่าจะเลี้ยงจริงจังนะเนี่ย เอาจริงๆใครจะมาฉลองบ้างไม่ใช่ปัญหาหรอกครับแต่ประเด็นคือเค้าฉลองเปิดร้านใหม่ให้พนักงานร้าน คุณมึงออกจากงานไปนานแล้วจะมาเอี่ยวด้วยแบบนี้ก็ไม่ถูก


"ก็เปล่า"


"รู้จักกันแล้วก็ดีแหะ จะได้สนุกๆ"


ไอ้จอห์นว่าก่อนจะเดินไปปิดสวิตซ์ไฟในร้านแล้วจัดการเปิดไฟดิสโก้ขนาดพกพา นี่มีออปชั่นเสริมยูเอสบีอีกนะ ธรรมดาที่ไหนดูถูกสายปาร์ตี้อย่างมันไม่ได้จริงๆครับนาทีนี้





What do you mean Oooh
When you nod your head yes


But you wanna say no





 "ว้อทดูยูวมีนน"

จัสตินเป็นพ่อมึงรึเปล่า ทุกครั้งที่ผมเห็นมันฟังเพลงก็จัสตินบีเบอร์ตลอดอย่าหาว่าขี้เม้าท์เลยคุณเคยไปห้องมันครั้งนึงโปสเตอร์จัสตินใหญ่เท่าผ้าม่าน 


"เพราะจริงจริ๊ง"
ผมส่ายหัวระอากับเสียงร้องของจอห์นนี่จากนั้นจึงละสายตาจากมันไปทางยูตะกับแบมแบมที่กำลังคุยคุยกันอย่างถูกคอ


นี่ก็อีก สนิทกันหมดกับทุกคน..


"แบมอ้วนขึ้นเปล่าเนี่ย"



"ยูอย่ามาพูดแบบนี้ดิ เราน้ำหนักขึ้นนิดเดียวเองน้า"


"นิดเดียวอะไรแก้มออกแล้ว"




"จริงเหรอ!"


จริงสิ!

ไอ้เราก็คิดว่าแบมแบมเป็นคนมีแก้มมาตั้งนานที่แท้ก็อ้วนหรอกเหรอ



"เอ้า รินเหล้าดิพวกมึงจะมานั่งคุยกันอีกนานมั้ย"

ก่อนที่ผมจะแอบด่าใครบางคนในใจไปมากกว่านี้ จอห์นนี่ก็ยกถาดพิซซ่าสี่ถาดลงมาวางกลางวง ยูตะเองก็จัดการเอาน้ำแข็งใส่แก้วแล้วรินเหล้าลงไป ส่วนผมก็หยิบพิซซ่าขอบชีสขึ้นมาหนึ่งชิ้นกำลังจะเอาเข้าปากแต่ถูกมือหยาบของไอ้จอห์นยื้อขอบชีสในมือไว้ก่อน





"มึงไปหยิบเป็ปซี่มาขวดนึงดิ"

ไอ้จอห์นออกคำสั่งก่อนจะหรี่ตากดดัน..โอเคครับ กูไปก็ได้ถ้ามัวแต่ต่อล้อต่อเถียงวันนี้ขอบชีสเหลืองทองคงไม่ได้ตกถึงท้องพอดี คิดอย่างนั้นผมเลยชันตัวขึ้นแล้วเดินไปทางตู้แช่น้ำอัดลม


ในขณะที่เปิดประตูตู้แช่เป็นขณะเดียวกันกับที่ไฟดิสโก้ดับทำให้ร้านทั้งร้านมืดลงทันตาที่สำคัญพอผมตะโกนเรียกชื่อไอ้จอห์นกลับไม่มีใครขานรับ!




"เล่นอะไรกันวะ!จอห์น!"

ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปทางเดิมที่ทุกคนเคยนั่งล้อมวงกันอยู่ แต่บัดนี้ไม่มีใครสักคน! ไอ้อาการใจเต้นเวลาเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้ไม่เคยละทิ้งผมไปไหน แน่นอนว่าหัวใจผมตอนนี้เต้นโครมครามขวัญอ่อนจนสะดุ้งเมื่อมีเสียงอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจากทางด้านหลัง





"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบอร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์..."



พอหันมาพบกับเค้กครีมที่อยู่ในมือแบมแบมแถมไอ้จอห์นกับยูตะยังช่วยกันร้องประสานเสียงปรบมือตามจังหวะอีกเห็นแล้วผมน้ำตาแทบไหลเลยครับ





"กูไม่ได้เกิดวันนี้"

พูดจบยูตะก็หัวเราะร่าส่วนจอห์นก็เดินมาโอบไหล่แล้วขยี้หัวผมอย่างเอ็นดู เดี๋ยว เอ็นดูเชี่ยไร..กูโตแล้วครับจอห์นไม่ใช่เด็กสามขวบ


"ก็อีกไม่กี่วันเองฉลองพร้อมๆกันไปเลยจะได้ประหยัดๆไง"


"พ่อง"

ถึงจะด่ามันไปแต่ผมก็อมยิ้มลมเต็มแก้ม ประหลาดใจที่ไอ้จอห์นจำวันเกิดผมได้แต่ประหลาดใจยิ่งกว่าที่เห็นยูตะยิ้มแล้วเอามือป้องปากเพื่อพูดแบบไม่มีเสียงว่า 'สุขสันต์วันเกิดนะ' นั้นทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมานิดนึง จะถือว่าตอนนี้เราสนิทกันแล้วก็ได้เจ้าของห้อง 342


"เออคุณยาม่าฝากมาอวยพรด้วย นี่ของขวัญ"


ของในมือจอห์นนี่ทำให้ผมประทับตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่เห็น มันเป็นการ์ดอวยพรใบเล็กๆลายมินิมาร์ทที่ดูจะค่อนไปทางเซเว่นอีเลเว่น ผมหยิบมันจากมือไอ้จอห์นก่อนจะพลิกการ์ดในมือเพื่ออ่านข้อความสั้นๆแต่ได้ใจความ...


คุณยาม่าทำผมน้ำตาคลออีกแล้ว



'สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะเตนล์..
ขอบคุณที่มาเป็นครอบครัวเดียวกัน...'



คำว่าครอบครัวเดียวกัน ถ้าไม่ได้ผูกพันธ์กันมากๆมันก็แค่ข้อความธรรมดาเวลาเจ้านายส่งถึงลูกน้องตามมารยาท เท่านั้นแต่นี่ไม่ใช่แบบนั้นไง เพราะคุณยาม่าเองก็คงรู้สึกได้ว่าผมรักมินิมาร์ทขนาดไหนเค้าคงจะเห็นผมเป็นครอบครัวเดียวกันกับเค้าตามประโยคที่ว่าไว้จริงๆ



"อะแฮ่ม อย่าเพิ่งซึ้งดิวะ นี่ อันนี้ของกู"

ให้ตายเหอะ ผมยิ้มแก้มจะแตกอยู่แล้วยิ่งตอนนี้ไอ้จอห์นส่งกล่องของขวัญมาให้ผมนี่ใจเต้นโคตรเลย ตื่นเต้นว่าของในกล่องจะเป็นอะไรที่สำคัญจะพิศดารแค่ไหนเชียว...



"ไอ้สัด..."

พิศดารไม่เท่าไหร่อะไรคือพวงกุญแจแมวกวักครับกูขอคำอธิบาย


"อย่าบ่นไอ้เตนล์ เนี่ยของดี...มึงจะได้ขายของเก่งๆไงเป็นเครื่องรางนำโชคก็ได้นะเว้ย"


"...เออขอบใจ"

ผมบอกเบาๆ  เก็บพวงกุญแจใส่กระเป๋ากางเกง หน้าบานจนหุบยิ้มไม่ได้ ยอมรับว่าตอนนี้มีความสุขโคตรๆครับ..แบบ...ไม่เคยมีปาร์ตี้วันเกิดเป็นของตัวเองเลยนะตั้งแต่เกิดมาคือตอนอยู่ที่ไทยครอบครัวผมไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรไงเวลาถึงวันเกิดทุกคนก็แค่อวยพรปากเปล่าเท่านั้น แค่นั้นผมก็โอเคแล้วนะ


แต่แบบนี้มันก็ทำให้หัวใจพองโตดีเหมือนกัน





"อ่ะนี่ รู้ว่าอยากได้"


อย่ามาทำเป็นรู้ดีคับ...


คิวถัดมาเป็นของขวัญของยูตะที่ถูกส่งมาให้ตรงหน้า...หนังสือเล่มคุ้นตาทำให้ผมขมวดคิ้วก่อนจะมองหน้ายูตะประมาณว่า 'เอาจริงดิ' 

ไอ้หนังสือเล่มที่ชื่อว่า'โลกต่างมิติ' พาลทำให้ผมนึกถึงฉากเก่าๆตอนที่เถียงกับยูตะตอนนั้น
 


 “ยังงี้นายก็ได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ระดับมนุษยชาติเลยนะ..นาซ่าควรรู้เรื่องนี้ถ้าที่มินิมาร์ทนั้นเป็นหลุมดำของมิติ จะต้องมีการค้นคว้าเพื่อเข้าใจเรื่องราวของจักรวาล!!


เป็นเรื่องเป็นราวเลยกู!!
อยากมีไทม์แมชชีนเหลือเกินจะได้ย้อนเวลากลับไปคุยกับเตนล์คนในอดีตแล้วบอกมันว่า ไอ้เตนล์!มึงอย่าเด๋อนาซ่าก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าเจอมายูซังกับโรคุโรคุบิและขบวนบ้งโอโดริที่มีวิญญาณเป็นร้อย!


นี่ดีนะที่ผมไม่ได้ติดต่อนาซ่ากลับไปจริงๆ




"แบมก็มีของขวัญนะ...แต่ไม่รู้จะถูกใจเตนล์รึเปล่า"
ก่อนที่ผมจะยืนอมยิ้มคนเดียวต่อไปเรื่อยๆทั้งอย่างนั้นแบมแบมก็เดินเข้ามาใกล้ แล้วยื่นถุงกระดาษส่งมาให้ ในขณะที่ผมหยิบของขวัญออกจากถุงสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นหน้ากากแมวลายคุ้นตาที่คาดอยู่บนหัวแบมแบม..


"รีบแกะออกมาสิ"


"..."


หน้ากากแบบนี้...



"มีอะไรรึเปล่าเตนล์"

แบมแบมแตะหลังมือผมเบาๆจนผมเผลอสะดุ้ง ผมหันไปยิ้มให้แบมแบมแวบหนึ่งก่อนจะหยิบหมวกแก็ป ลายกาแล็กซี่ออกมาจากถุง



"เปล่าๆ ขอบคุณนะ หมวกลายสวยดี"



"เห็นเตนล์ชอบแบมก็ดีใจแล้วว"

คนพูดพูดจบก็พุ่งเข้ามากอดผมแล้วยิ้มหวาน ผมเหลือบมองหน้ากากแมวที่อยู่บนหัวแบมแบมอีกครั้ง จริงๆมันก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรขนาดนั้นนะแค่หน้าตามันคล้ายๆหน้ากากที่แทยงใส่ในคืนวันโอบ้งวันนั้น...

ก็แค่นั้นเอง..



"เป่าเค้กเร็วๆเหอะวะ กูอยากกินจะแย่แล้วเนี่ย"

แล้วจู่ๆไอ้จอห์นก็ดันถาดเค้กในมือแบมแบมมาตรงหน้าผม ทุกคนปรบมือเร่งในขณะที่ผมหลับตาลงช้าๆ อธิษฐานขอพรในใจก่อนจะเป่าเทียนจนดับ ซึ่งยูตะเป็นคนแรกที่เดินนำไปนั่งตรงวงเหล้าที่มีถาดพิซซ่าอยู่ตรงกลางจากนั้นจึงตัดเค้กแบ่งให้แต่ละคน  พอทุกคนได้มานั่งรวมกันก็พากันร้องเพลงคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมเพิ่งรู้ว่ายูตะกับจอห์นนี่สนิทกันก็ตอนที่เห็นสองคนนั้นพูดแซะกันไปมาแถมยังหาเรื่องตลกมาตบมุกกันเองอีก เออดียิ่งแบมแบมนี่ยิ่งหัวเราะผสมโรงครื้นเครงกันเข้าไปใหญ่



ส่วนผมก็ได้แต่นั่งฟังพลางอมยิ้มอยู่คนเดียว






จนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไปรู้....
รู้แค่พิซซ่าในถาดเหลือเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นและชิ้นสุดท้ายควรเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของปาร์ตี้วันเกิดถูกมั้ยครับทุกคน


"เดี๋ยวๆๆ "  
ก่อนที่พิซซ่าชิ้นสุดท้ายจะตกมาอยู่ในกำมือของผม ไอ้จอห์นก็ยกถาดพิซซ่าหนี 


"ชิ้นสุดท้ายควรเป็นของกูดิวะ"


"เดี๋ยวก่อน เล่นเกมส์กันก่อน"



"เกมส์ไร..."


พอผมถามจบไอ้จอห์นก็ตั้งขวดแก้วเปล่ามากลางวง ผมหรี่ตามองไอ้จอห์นที่กำลังยิ้มกว้าง จากนั้นยูตะที่นั่งข้างๆจอห์นนี่ก็ค่อยๆชันเข่าขึ้นมาเหมือนให้สนใจกับเกมส์ที่ไอ้จอห์นพูดไม่มากก็น้อย ส่วนแบมแบมนั้น...


"น่าสนุกจัง ใช่เกมส์ที่หมุนปากขวดไปชี้ที่ใครคนนั้นต้องพูดความจริงหรือเลือกความกล้าป่ะ"


"ถูกต้องนะคร๊าบ"



"ใครเริ่มอ่ะ"


"ให้เจ้าของงานดิวะ"


ไอ้จอห์นตอบคำถามยูตะก่อนจะส่งขวดเหล้าเปล่ามาให้ผม ผมเลยจัดการหมุนขวดตามกติกา...จากนั้นขวดเหล้าเปล่าก็ค่อยๆหมุนหน่วงลงและสุดท้ายปากขวดก็หยุดและชี้ไปที่แบมแบม


"ความจริงหรือความกล้าอ่ะ..."
พูดจบผมก็ตั้งขวดเปล่ากับพื้นก่อนจะเสตามองไปทางแบมแบม


"เตนล์เลือกเลยว่าอยากให้แบมทำอะไร แบมได้หมด"
แบมแบมตอบเสียงใส ส่วนตัวผมนั้นไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะแกล้งอยากจะอะไรคนตรงหน้ามากนักจึงตัดสินใจถามความจริงธรรมดาทั่วไป


"ความจริงแล้วกัน.."

"อือ"

แบมแบมตอบก่อนจะเท้าแขนกับพื้นรอฟังคำถามจากปากผม ส่วนไอ้จอห์นกับยูตะก็ชนกระป๋องเบียร์กันต่อไปอีกคนละกระป๋อง 



"ทำไมชอบทำตัวร่าเริงตลอดเลยอ่ะเคยมีช่วงดราม่ากับคนอื่นเค้ามั้งป่ะ"


"..."


นอกจากคนฟังจะนิ่ง ชะงักไปจนผิดสังเกตุผมยังเห็นแบมแบมคลี่ริมฝีปากเป็นเส้นตรงอารมณ์เหมือนลำบากใจที่จะตอบคำถาม เอาแล้วไงสิ่งที่กูสงสัยมาโดยตลอดจะมาโป๊ะตรงกลางวงเหล้านี้รึเปล่า...คือผมสงสัยมานานละว่าไอ้คนที่นิสัยร่าเริงจนล้นกว่าปกติเนี่ยถ้าไม่มีปมในใจก็ต้องมีเนื้อแท้เป็นคนแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ


"มึงก็ไปจี้ใจคนอื่น ใครๆก็มีช่วงดราม่าทั้งนั้นเปล่าว่ะ"

ไอ้จอห์นหันมาทำหน้าขมวดคิ้วใส่ผมเมื่อเห็นแบมแบมนิ่งไปจนน่าเป็นห่วง...จอห์นแม่งไม่เคยเข้าข้างผมเลยจริงๆครับนี่ถ้ามีช้อย
ก.เตนล์
ข.แบมแบม

ไอ้จอห์นต้องกาช้อย ข. อย่างแน่นอนหมอลักษณ์ไม่ต้องฟันธง


"กูก็ถามของกูปกติป่ะครับ กูผิดไรอ่ะ"

ผมยังไม่อยากยอมรับว่ากำลังรู้สึกผิดนิดๆที่เห็นเพื่อนร่วมงานตาแป๋วมีท่าทีขรึมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดดังนั้นผมเลยทำเป็นไม่พอใจกลบเกลื่อนพิรุธ



"ถ้าไม่อยากตอบคำถามก็ดื่มกระป๋องนึงแล้วกัน"

ยูตะตัดสินใจพูดทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นเกือบนาที ข้อเสนอของยูตะดูจะทำให้แบมแบมกลับมากระตือรือร้นแบบเดิมอีกครั้งแถมเจ้าตัวยังดันกระป๋องเบียร์ที่ถูกยัดเยียดมาให้ตรงหน้ากลับคืนไปที่เดิมของมัน


"เฮ้ย ใจเย็นยู แบมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย.."

ทั้งผม จอห์น ยูตะต่างมองไปที่แบมแบมเป็นจุดเดียว คนที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นกำลังยิ้มกว้าง บอกตรงๆว่ารอยยิ้มของแบมแบมเหมือนคนฝืนยิ้มยิ่งกว่าอะไรดี ยิ่งไอ้คำพูดที่บอกว่า 'ไม่เป็นไร' เนี่ย ถามว่ามันจะต่างอะไรกับคำโกหกชั้นดีถ้าคนพูดแสดงอาการชัดว่า 'เป็นอะไร' ขนาดนี้



"จะตอบคำถามแล้วน้าา...ช่วงดราม่าที่สุดของแบมก็เป็นตอนที่มินิมาร์ทกำลังจะปิดนั้นแหละ แบมผูกพันธ์กับมินิมาร์ทคุณยาม่ามากๆรักทุกคนที่นี่ยิ่งกว่าอะไร ตอนนั้นแค่คิดว่าที่นี่จะไม่เปิดอีกแบมก็ร้องไห้ไม่หยุดเลย เว่อร์จังเนอะ"



"ไม่เว่อร์ๆ ไอ้เตนล์ยิ่งกว่าแบมอีกจำได้ปะที่มันร้องไห้แทบจะกอดขาคุณยาม่าวันนั้นอ่ะ"


อ้าว ไอ้เชี่ยนี่ !
ผมแทบตาเหลือกเมื่อถูกไอ้จอห์นขุดเรื่องเก่าๆขึ้นมาเม้าท์ เวรของกูครับ นี่ก็อุส่าห์ลืมภาพตัวเองร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรไปนานแล้วนะเห้ย คุณจอห์นเพื่อนกูก็ยังรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกกก


"พอเลยมึง.."

"อะไร..จะว่าไปมึงกับแบมก็คล้ายๆกันอยู่นะ ตอนมินิมาร์ทปิดดูจะดราม่าพอกันทั้งคู่"

ประโยคธรรมดาแต่ชวนเอะใจแปลกๆ ผมกับแบมแบมไม่วายมองหน้ากันวูบนึงก่อนที่แบมแบมจะเบือนหน้าหนีไปอีกฝั่งต่างคนต่างกระดกเบียร์กรอกลงคอดังอึกๆ



"กูแค่อินเว้ยสงสารคุณยาม่าไง"



"ไม่ใช่ว่าติดใจงานกะดึกหรอกเหรอ"

ยูตะเหล่ตามองมาทางผมก่อนจะลากสายตาผ่านตัวผมไปหยุดที่แบมแบมอีกที ตอนนี้ความรู้สึกผมกำลังปั่นป่วน แอบมีลางสังหรณ์แปลกๆเกิดขึ้นในความคิดเพราะคำพูดติดตลกของเจ้าของห้อง 342  




"อะแฮ่ม แบมหมุนล่ะนะ"

แต่ก่อนที่ผมจะได้ทันคิดทบทวนอะไรเสียงใสของแบมแบมก็ดังขึ้น แบมแบมจัดการหมุนขวดเปล่าอีกครั้ง ดูถ้าไอ้เกมส์กร่อยๆนี่จะไม่จบง่ายๆ 




"...จอห์นนี่"
ขวดเปล่าที่ปากขวดชี้ไปทางไอ้จอห์นถูกตั้งขึ้นกับพื้น ผมนั่งกอดเข่ามองหน้าไอ้จอห์นที่ดูลิงโลดกับเกมส์ของมัน ก่อนที่ผมจะเหลือบไปเห็นแบมแบมดึงหน้ากากแมวที่คาดไว้บนหัวลงมาปิดหน้า...


"เอาความกล้าแล้วกันเดี๋ยวเกมส์ไม่หนุก"




"ความกล้าเหรอ...แต่แบมอยากถามความจริงอ่ะ"






"งั้นก็..เอางั้นก็ได้"

เห็นความใจอ่อนในสายตาจอห์นนี่มั้ยครับทุกคน! พอฟังจอห์นพูดจบผมถึงกับจ้องไปทางไอ้จอห์นเขม็ง เคืองจัดมากที่มันทำตัวสองมาตรฐานถ้าจะเอาแบมแบมเป็นศูนย์กลางวงเหล้าแบบนี้ก็กระทืบเค้กที่มึงซื้อมาสุขสันต์วันเกิดกูทิ้งเลยดีกว่าครับ ตอนนี้ผมขอมองค้อนทุกคนรอบวงไม่เว้นแม้แต่ยูตะ...เซ็งถึงขนาดต้องยกเบียร์ขึ้นดื่มย้อมใจ


"ต้องพูดความจริงนะ ห้ามโกหก"



"อืม"

อยากจะเอาขวดปาหัวไอ้จอห์นเหลือเกินเกลียดการที่มันตอบอืมกลับไปไม่พอยังมีการยิ้มให้แบมแบมอย่างเอ็นดูอีก 







"ระหว่างแบมกับเตนล์ใครน่ารักกว่ากัน"


"ห้ะ?"


ไม่ใช่แค่จอห์นที่ตาโต ผมเองก็กระพริบตาปริบๆไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจคำถาม แต่ที่ไม่เข้าใจแน่ๆคือคนถาม ผมไม่เข้าใจว่าแบมแบมถามแบบนี้ทำไมเพราะยังไงไอ้จอห์นก็ไม่เลือกช้อย ก. อย่างผมอยู่แล้ว แบมแบมเองก็น่าจะรู้คำตอบดี





"โห้ คำถามอะไรยากจังเล๊ยยยย"

จอห์นนี่ยังคงพูดสำเนียงกวนๆของมันต่อไป ส่วนยูตะเองก็มองผมยิ้มๆ คงมีผมคนเดียวที่ตลกไม่ออก จริงอยู่ว่ามันเป็นแค่เกมส์ฆ่าเวลาเท่านั้น คำถามที่แบมแบมถามก็แค่ส่วนหนึ่งของเกมส์ ผมไม่ควรรู้สึกอะไรทั้งนั้นถึงแม้จะถูกจับมาเปรียบเทียบแบบนี้ 


ก็รู้ตัวนะแต่ผมก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี





"..ยังไงแบมก็น่ารักกว่าอยู่แล้ว"

จอห์นนี่ตอบก่อนจะลูบหัวยูตะไปมาผลัดกันรับมุกในขณะที่ผมเหลือบไปมองทางแบมแบมแวบหนึ่ง...และผมก็เห็นคนสวมหน้ากากแมวครึ่งหน้าส่งยิ้มกลับมาให้ 


ตอนนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่...
ที่แย่กว่านั้นคือผมไม่รู้ว่าแบมแบมกำลังเล่นเกมส์อะไรอยู่รู้แค่ว่ามันไม่สนุกเอามากๆ 
 


"จอห์นหมุนต่อเลย..."




ผมไม่อยากเล่นเกมส์เฮงซวยนี่ต่อแล้ว...

แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกออกจากวงเหล้าอย่างที่ใจคิด ร่างกายผมก็ถูกตรึงลงไปนั่งกับพื้นอีกครั้ง!





"..!!"




"อย่าหน้าบูดดิ ในสายตาผมคุณน่ารักจะตาย.."




ผีอำ!!

ผมสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงกระซิบข้างๆหู แต่เมื่อมองซ้ายมองขวากลับไม่พบใคร ขนลุกจนต้องลูบขนแขนตัวเอง ตอนนี้ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆอย่างขอความช่วยเหลือ มองหน้าทุกคนที่ต่างนั่งล้อมวงจ้องขวดเปล่าที่กำลังหมุนโดยไม่มีใครมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวผมเลยสักคน...



ฟอดดด





เดี๋ยว...

ไม่ใช่ผีแล้วล่ะ


สิ่งเหนือธรรมชาติที่อาจหาญหอมแก้มผมเมื่อกี้มีอยู่สิ่งเดียว!




"แท.."




"อย่าเสียงดัง"


ก่อนที่ผมจะเผลอเอ่ยชื่อไอ้บ้ายงออกมา ผมก็ถูกมือหนาของมันรวบปิดปากไว้พอดี ผมเหล่ตาไปซ้ายขวามองสถานการณ์กลางวงเหล้าที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างครื้นเครง 

มีแต่ตัวผมเนี่ยแหละที่ครื้นเครงไม่ออก แม้จะรู้อยู่แล้วว่าแทยงสามารถทำเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ได้ จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เค้าสามารถหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุกแต่นั่นมันก็ยังไม่เท่าครั้งนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับความสามารถน่าพิศวงแบบใกล้ชิดชนิดที่ถูกลมหายใจเป่ารดคอ 


"เป็นไรไอ้เตนล์ นั่งตัวเกร็งเชียว"

"ปะ..เปล่า"

ตอนนี้ผมเสียงสั่นมากบอกเลย แม้ว่าทุกๆคนจะไม่เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่ผมก็อดรู้สึกตื่นเต้นหัวใจเต้นโครมครามไม่ได้เมื่อแทยงโอบแขนกอดผมจากด้านหลังแถมผมยังสัมผัสได้ถึงน้ำหนักคางที่กดลงมาพาดบนไหล่ แทยงซุกจมูกฝังเข้าที่คอจนผมจั๊กจี้ ผมอยากจะบ้า! ใครจะบังคับตัวเองให้ทำตัวปกติได้ในเมื่อถูกมือไล้ไปทั่วตัวแบบนี้!


"เล่นต่อ..ดิ"

แต่ผมจะลองฝืนตัวเองดู...พยายามโฟกัสกับคนอื่นที่นั่งรอบๆมากกว่าไอ้บ้ายงที่กำลังนั่งซ้อนหลังอยู่ ทว่ามือไม้มันยังไต่ไปทั่วลำตัวผมไม่เลิก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแทยงคิดอะไรอยู่ถึงได้พาตัวเองมาเสี่ยงให้ความแตกแบบนี้...



"สนใจอย่างอื่นมากกว่าผมอีกเหรอ"

เสียงกระซิบแหบพร่ามาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บเบาๆที่ใบหูของผม ไอ้บ้ายงมันนึกพิเรนอะไรของมันวะถึงได้ขบหูผมเบาๆแต่ทำเอาสะดุ้งจนยูตะหรี่ตามอง!!


ณ จุดๆนี้ใจกูจะระเบิดแล้วครับ! แต่ใบหน้าต้องปั้นยิ้มตอบยูตะกลับไป!!




"เอาล่ะนะ"

ทีนี่เป็นเสียงของไอ้จอห์นที่เอ่ยบอกก่อนจะเริ่มหมุนขวดเหล้า ขอบคุณที่ยูตะกลับมาสนใจเกมส์ขวดอีกครั้ง ส่วนผมก็อาศัยจังหวะนั้นหันข้างละความสนใจจากเกมส์ตรงหน้าชั่วครู่ 

อยากจะถามไอ้คนที่กำลังเอามือลูบหน้าท้องผมตอนนี้ว่ามึงเป็นเหี้ยอะไรครับ!
แต่สุดท้ายสิ่งที่ผมทำได้ก็มีแค่นั่งนิ่งๆให้แทยงแกล้งจับนู้นจับนี่ไปทั้งอย่างนั้น 




"ไอ้เตนล์มึงอ่ะ"
และก่อนที่ผมจะเป็นบ้าเพราะมือซุกซนของคนที่กอดจากด้านหลัง เสียงของจอห์นนี่ก็ดึงสติผมกลับมา


"กูเอา..ความ.."



"ใครเป็นคนทำรอยที่คอมึง"



ก่อนที่ผมจะพูดจบจอห์นนี่ก็ยิงประเด็นมาแรงและเร็วยิงกว่าเบ็คแฮมปั่นฟรีคิกซ์ ตอนนี้ผมขอเวลาช็อคอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกสภาพอาการกูยิ่งแย่หนักเมื่อเหลือบไปปะทะสายตากวนประสาทของคนถามและอีกหนึ่งคือสายตาประมาณว่าขอเสือกหน่อยน้าของยูตะ


"กูจะเอาความกล้า"



"ตกลงว่าใครครับเพื่อน..."



"กูไม่ตอบกูบอกว่าจะเอาความกล้าไง"

แม่งเป็นเพราะแบมแบมเลยที่ทำเกมส์ไขว่เขว้เละเทะแบบนี้ ผมกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสายตากรุ้มกริ่มของไอ้จอห์นรวมกับยูตะมองตรงมายังผม แม่งโคตรนรกที่สุดที่เคยเห็นมาและนรกยิ่งกว่าเมื่อแบมแบมดึงหน้ากากแมวขึ้นไปบนหัวเหมือนเดิม



เออดีเนอะพวกมึง สามัคคีตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องของคนอื่นดี!



"กูไม่คิดว่าเพื่อนมึงจะเป็นคนแบบนี้นะจอห์น"



อ้าวยูตะ..มึง...

ไอ้ที่มันว่าคนแบบนี้ จริงๆมันตีความได้หลายอย่างนะคุณ แต่ที่ยูตะตั้งใจสื่อความหมายเลยแน่ๆน่าจะเป็นเรื่องรอยที่ต้นคอของผม... 

ดูจากสายตาของมันที่เลื่อนมาหยุดที่คอปกเสื้อ ผมก็พอจะเดาออก...
และพอเดาออกก็หน้าร้อนสิครับ


ผมจึงจำเป็นต้องสูดหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ... ทำไมต้องมีแต่พวกน่าหงุดหงิดล้อมหน้าล้อมหลัง ไม่ว่าจะเป็นไอ้จอห์น ยูตะ แบมแบม หรือแม้แต่แทยงที่จนถึงตอนนี้มันก็ยังคงเอามือลูบหน้าท้องผมต่อไปไม่เลิก..


คือกูต้องสตรองมากจริงๆ


"ดูปากกูดีๆ..กูจะเอา-ความกล้า-ครับ-จอห์น"





"งั้นกล้าจูบกับไอ้ยูตะมั้ยล่ะ..."




"ห้ะ?/เห้ย!"

ผมกับยูตะหันขวับมองหน้ากันและกันโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาของเราสองคนเปล่งประกายเป็นความหมายเดียวกันว่าต่างคนต่างรังเกียจกันไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร
 


"มึงไม่ควรเอากูเข้าไปเกี่ยวดิ"

ยูตะเกาหัวพูดบ่นๆ แต่กลับเจอไอ้จอห์นยักคิ้วให้แบบกวนประสาทนี่ยังไม่วายมีทีมเสริมคือแบมแบมที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีกนะ...อยากถามว่าสนุกมากเหรอ









"ว่าไง จะเอาความกล้าหรือความจริง"

ไอ้จอห์นพูดเร่งก่อนจะชนกระป๋องเบียร์กับแบมแบมดังเคร้ง นี่ถ้ามึงไม่เกรงใจกูก็เกรงใจสัมภเวสีที่กอดกูแน่นอยู่ตรงนี้ก็ได้ 

และในขณะที่คิดไม่ตกอยู่นั้นผมก็เริ่มสัมผัสได้ว่าแทยงกำลังแกล้งเป่าลมหายใจใส่ต้นคอผมอย่างต่อเนื่องแถมยังคลอเคลียกับแก้มผมไม่หยุด




"ทำไมไม่บอกเค้าไปล่ะว่าผมเป็นคนทำรอยพวกนั้น"


ความงี่เง่าคือไอ้คนงี่เง่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งงี่เง่า!

ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงมึงเหรอครับกูถึงบอกใครไม่ได้แล้วดูหน้าตาไอ้พวกนี้มันโง่ๆที่ไหน ไอ้จอห์นน่ะไม่เป็นไรหรอกแต่ยูตะที่รู้เรื่องมินิมาร์ทไปเกือบครึ่งแล้วนี่ยังมีแบมแบมอีก...ซึ่งผมยังไม่ลืมหรอกนะที่แบมแบมรู้จักกับพวกยากูซ่าอ่ะไม่ว่าเผลอพูดอะไรออกไปต้องมีผลกระทบตามมาแน่นอน 

ผมไม่ขอเสี่ยงครับและผมก็ไม่มีวันจูบกับยูตะแน่ๆ!





"เอากระป๋องเบียร์มา กูจะแดก"


"กูไม่ให้ กูจะเอาคำตอบ"







"ไอ้สัส แล้วทำไมทีแบมแบมพวกมึงอ่อนให้วะ"


เดือดดดดดดดดดดดดดด
เดือดชิบหายเลยยยยยยยยยยยยยย
ผมหันขวับไปหาแบมแบมอย่างไม่สบอารมณ์ คุมอาการไม่อยู่แทบจะลุกแล้วเนี่ยติดที่ถูกแทยงกอดหนึบอยู่หรอกนะว้อย!


"ตอบหรือจูบไอ้ยู"


"กูไม่เล่นแล้ว"


"ขี้ป็อดวะ"


"ยุทำเชี่ยไรกูไม่ชอบให้ยุ"


"มึงมันกากไงไอ้เตนล์ ขนาดแบมไม่อยากตอบยังฝืนตอบเลย พวกกูโกงให้ยังไม่โกงไง"


เปรียบเทียบกันเข้าไปมึง! เห็นผมเป็นคนบ้าจี้ใช่มั้ย คิดว่าจะยุแล้วผมจะไหลตามใช่มั้ยเออตอบว่าใช่!




"...ไอ้เด็กมาร์ค"

แต่ใช่ในที่นี้คือ...ใช่ ผมยุง่าย แต่ผมไม่ไหลตามง่ายๆว้อย! แน่นอนว่าไอ้ที่พูดออกไปคือผมโกหกเพราะว่าไอ้เด็กมาร์คนั่นมันได้ทำแค่หอมแก้มผมอย่างเดียวเท่านั้น 



ก็นะ..มันก็แค่เกมส์...

ยังไงก็ไม่มีใครพูดความจริงในเกมส์ร้อยเปอร์เซ็นอยู่แล้ว 



"โห้ นี่พัฒนาความสัมพันธ์กันขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้เด็กนั่นใช้ได้เหมือนกันนี่หว่า"

ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้ครับยูตะ ปากมึงจะพากูซวยเพราะไอ้ผู้ชายสวมฮู้ดที่นั่งซ้อนหลังผมตอนนี้เริ่มแสดงอาการไม่พอใจออกมาโดยการหายใจออกแรงมากจนผมขนลุกซู่ รับมือไม่ถูก




"คุณทำผมหงุดหงิดนะ.."




เออ...แต่ที่ทำก็ปกป้องรึเปล่าล่ะ...
เกลียดที่เถียงอะไรมันไม่ได้เลยแถมยังต้องทนฟัง ทนถูกมันกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้



"รอยพวกนั้นเป็นฝีมือผมคนเดียว..เป็นของผมคนเดียว.."

แทยงกระซิบเสียงเบา มันเบากว่าเสียงรอบข้างที่เกิดขึ้นมากแต่ผมกลับได้ยินเสียงของเค้าชัดเจนที่สุด แม้ผมจะได้ยินจอห์นนี่ถามว่าเด็กมาร์คเป็นใครใช่คนเดียวกับคนที่บอกตำรวจวันที่ร้านถูกปล้นรึเปล่า...อยากพยักหน้าว่าใช่แต่ผมกลับเงียบไม่ตอบมันไปเพราะตอนนี้ถูกแทยงป่วนประสาทอย่างหนักหน่วง


ไอ้บ้ายงมันกดจมูกฝังลงมาไซ้ซอกคอผมแผ่วเบา ผมจึงตั้งตัวตรงนั่งเกร็งยิ่งกว่าอะไรดี จังหวะที่ไอ้จอห์นเรียกชื่อผมรัวๆให้กลับเข้ามาในบทสนทนาเป็นจังหวะเดียวกับที่แทยงกดจูบลงมาที่ขมับของผมพอดี ตอนนี้สติผมเตลิดยิ่งกว่าอะไร ผมตัดสินใจฝืนแรงกดแล้วเอาชนะแทยงจนลุกขึ้นจากวงเหล้าได้ในที่สุด!


"กูปวดท้องอ่ะ เล่นกันไปเลยนะ"

ผมบอกโดยไม่สบตาใครในวงล้อมทั้งนั้น รีบปลีกตัวเดินเข้าไปที่ห้องเก็บสินค้าที่มีห้องน้ำอยู่ด้านในทันที ผมได้ยินเสียงบ่นไอ้จอห์นกับยูตะดังจากด้านหลังแต่นาทีนี้กูไม่สู้กับอะไรทั้งนั้นครับ กูยอมแพ้ พอเปิดประตูเข้ามาได้ผมก็ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่





"กลัวทนความร้อนแรงของผมไม่ได้รึไงถึงได้ลุกพรวดออกมา"


ก่อนที่ผมจะวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอย่างที่อยากทำ เสียงของแทยงก็ดังขึ้นจากด้านหลังโดยมีเสียงปิดประตูตามมา ผมหันไปเผชิญหน้ากับไอ้คนขี้แกล้งอย่างหงุดหงิดเต็มทน


"ออกไป ไม่อยากเห็นหน้า"

ผมบอกแทยงเสียงห้วน อารมณ์ตอนนี้คือไม่อยากมองหน้ามันจริงๆ เพราะกลัวจะห้ามใจต่อยแม่งไม่ได้ แล้วไอ้ที่โกรธก็โกรธที่ไอ้บ้านี่ทำตัวเป็นเด็กๆ...

ทำไมผมจะดูไม่ออกว่าแทยงจงใจเรียกร้องความสนใจขนาดไหน




"ผมขอโทษ.."

ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเดินหนีออกไปจากห้องน้ำ แทยงก็รวบตัวผมเข้ามาปะทะแผงอก ดวงตาสีเข้มกำลังสั่นไหวเมื่อพูดคำว่าขอโทษออกมา แทยงล็อคตัวผมไว้แน่นจนผมต้องหยุดดิ้นแล้วยืนนิ่งๆไม่ขัดขืนแม่งละ ไอ้คนขี้แกล้งจึงอาศัยจังหวะนั้นจู่โจมผมอย่างรวดเร็ว



ฟอดดดด



และผมก็ถูกขโมยหอมแก้มอีกครั้ง!



"..."




"คุณไม่สงสารผมบ้างเหรอ นี่มันเป็นเวลาของเรานะ..ผมผิดตรงไหนที่อยากจะอยู่กับคุณ..."




ตึกตัก...ตึกตัก



เออ...

โกรธแม่งไม่ลงแล้วเนี่ย แค่ได้ยินคำพูดที่กระตุ้นให้ใจเต้นแรงยังไม่เพียงพอผมยังถูกแทยงกอดจนจมอก จากนั้นไอ้คนสวมฮู้ดก็กดหัวผมให้แนบลงไปกับอกข้างซ้าย...



แล้วผมก็ได้ยินเสียงหัวใจของเค้าเต้น...



มันเต้นเป็นจังหวะเสียงดัง...ดังพอๆกับเสียงหัวใจของผม





นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย...





"ยังโกรธผมอยู่มั้ย.."


ทำไมผมถึงหายโกรธแทยงง่ายดายนักนะ...



"..."

ผมไม่ได้ตอบคำถามทำเพียงส่ายหัวช้าๆ



"แล้วยังไม่อยากเห็นหน้าผมอยู่รึเปล่า..."

แทยงคลายอ้อมกอดออกหวังให้ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเค้าแต่ผมทำเพียงก้มหน้างุด อายที่จะมองหน้าแทยงตรงๆ สายตาคมของเค้ามีผลกับหัวใจผมเสมอ แทยงจึงช้อนคางผมขึ้นมาช้าๆเมื่อเห็นว่าผมเบือนหน้าหนีเค้าไปอีกทาง... 

คนหน้าคมกดจูบลงมาที่หน้าผากของผมแผ่วเบา ความรู้สึกประหม่ากลับมาอีกครั้งหลังจากที่แทยงค่อยๆคลายอ้อมกอดออก ผมกระพริบตาปริบๆมองหน้าแทยงก่อนจะเกาหู ทำตัวไม่ถูกสุดๆและเชื่อว่าตอนนี้หน้าผมคงแดงยิ่งกว่าอะไร



"ทำไมชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย"



"ก็คุณชอบไม่ใช่เหรอ...."


!!!!!


ตอบมาได้เต็มปาก! 



ไอ้..................

กูจะด่ามันว่ายังไงดี แต่ที่แน่ๆคือดีใจที่วิญญาณนายชิตพล ลี้พรชัยกุลกลับมาเข้าร่างอีกครั้ง ดังนั้นผมจึงระดมต่อยเข้าไปที่อกไอ้บ้ายงหลายหมัดแต่ทำได้เพียงไม่กี่วิก็ถูกรวบมือไพล่หลังตกเป็นเชลยมันในที่สุด



"ชอบบ้าอะไร"


"ชอบผมไง"


โอ้โห้  เชื่อเค้าเลย! 
กูไม่เคยพูดสักคำป่ะวะ แค่แสดงออกนิดๆหน่อยๆก็ทำได้ใจแล้วเหรอ



"ตลก ไม่ชอบเว้ย ไม่ชอบขี้หน้าได้ยินมั้ย"

ผมขมวดคิ้วก่อนจะจ้องตาแทยงกลับไป แทยงอมยิ้มบางๆก่อนจะอุ้มผมขึ้นไปนั่งบนอ่างล้างหน้า ไอ้ชิบหาย เดี๋ยวพังขึ้นมากูไม่มีตังค์นะว้อย


"แต่ผมชอบหน้าคุณนะ นี่..ชอบเวลาคุณโวยวายแบบนี้ด้วยน่ารำคาญดี.."


กูควรเขินถูกมั้ยทำไมฟังแล้วมีอารมณ์โกรธชอบกล





"...แต่น่ารักมากกว่าไง"




อืม...


หายโกรธสิครับมันชมผมว่าน่ารำคาญแต่น่ารัก ทุกคนได้ยินใช่มั้ย ตอนนี้ผมกำลังเม้มปากเก็บอาการเก็บความรู้สึกไว้ในใจไม่อยากให้ตัวเองแสดงออกล้นจนเกินไปว่าเขินขนาดไหนที่ได้ยิน ผมสะดุ้งเบาๆเมื่อจู่ๆแทยงก็ย่อตัวลงมาแล้วซุกใบหน้าเข้าที่หน้าท้องของผมก่อนจะเอาหัวถูไล้ไปมาอยู่อย่างนั้นอย่างกับลูกแมวขี้อ้อนก็ไม่ผิด




"ผมชอบคุณจนจะเป็นบ้าแบบนี้แล้ว ทำไมคุณถึงไม่ชอบผมบ้างล่ะ..."


แทยงพูดเหมือนบ่นใส่หน้าท้องผมเบาๆ ถึงแม้จะรู้สึกจั๊กจี้แต่ก็รู้สึกดีที่ได้เห็นท่าทีแบบนี้ของมันผมเลยไม่ได้ผลักแทยงออกแต่กลับแอบอมยิ้มให้กับท่าทางขี้อ้อนของอีกฝ่าย 

ยิ่งทบทวนคำพูดที่ฟังดูเหมือนตัดพ้อของเค้าผมยิ่งจะบ้าตาย ตอนนี้ยิ้มกว้างจนต้องแอบตบหน้าตัวเองเบาๆ



ทำไมคุณถึงไม่ชอบผมบ้างล่ะ..



นี่ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่วะ ถึงได้ดูไม่ออกว่าผมเองก็ชอบเค้าจนแทบบ้าแล้วเหมือนกัน




ผมยีหัวคนขี้แกล้งที่เปลี่ยนตัวเองมาเป็นสายอ้อนอย่างเอ็นดู เห็นแทยงทำตัวแบบนี้เหมือนได้ลูกแมวมาเลี้ยงเลยอ่ะ แทยงยังคงกอดหน้าท้องผมฝังหน้าจมลงไปไม่ปล่อย ผมเลยลูบกลุ่มผมหนานุ่มอย่างเบามือก่อนจะระบายยิ้มออกมา จ้องมองผมสีขาวอย่างหลงไหล พอมองใกล้ๆถึงได้รู้ว่าผมสีแบบนี้มันดูเหมือนสีธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการย้อมหรือตกแต่งอะไร


ในขณะที่กำลังจะโน้มลงไปกดจูบที่กระหม่อมของคนอีกคนเสียงประตูเปิดก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแบมแบม


"เตนล์ทำไมช้าจัง..."


ผมรีบกระโจนลงจากอ่างล้างหน้าที่สำคัญคือแทยงที่ควรวาร์ปหายตัวไปกลับยืนอยู่ข้างๆผมในขณะที่แบมแบมเดินเข้ามา ผมรีบเอาตัวเข้าบังแทยงหวังว่าเค้าจะใช้จังหวะนั้นทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองหายไปแต่ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่ผมคิด





"แทยง.."


ผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินเสียงแบมแบมเรียกชื่อแทยง...ผมได้แต่อ้าปากค้างทั้งอย่างนั้นก่อนที่จะได้ยินแทยงเรียกชื่อแบมแบมออกมา




"..ไปหาคุณนัตสึเป็นไงบ้าง"



ทั้งสองคนนี้รู้จักกัน...



ผมพลาดอะไรไปอย่างนั้นเหรอ ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อเมื่อเห็นแบมแบมเดินเข้ามายืนขนาบข้างแทยง


"เตนล์กับแทยงก็รู้จักกันจริงๆด้วย.."


"..."


ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าสายตาที่แบมแบมมองมามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ...ผม..ผมไม่ได้คิดไปเอง...ในขณะที่ผมเหลือบไปมองแทยงเป็นขณะเดียวกับที่แบมแบมเดินเข้าไปสวมกอดคนสวมฮู้ด ผมขยับตัวถอยหลังทันทีเพราะถ้าถอยช้ากว่านี้คงโดนเบียดไปอีกทางพอดี



"แบมดีใจที่เตนล์กับแทยงเป็นเพื่อนกันนะ"







เป็น..เพื่อนเหรอ..


น้ำเสียงซื่อของแบมแบมทำให้ผมอึดอัด ผมไม่เข้าใจ..ทำไมคนคนนี้ถึงยังเข้าใจแบบนั้นได้อีกวะทั้งๆที่เห็นผมกับแทยงกอดกันอยู่เมื่อกี้แถมตอนนี้แทยงก็ยังจับมือผมไว้...


ไม่ใช่...

ผมก้มลงไปมองฝ่ามือร้อนทันทีที่สัมผัสได้ว่ามือที่กุมอยู่ค่อยๆหลวมและคลายออกจากมือของผม 



ตอนนี้แทยงปล่อยมือผมแล้ว..




"เตนล์.."


สีหน้าลำบากใจของคนพูดทำให้ผมอยากจะเดินออกไปจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนี้ แต่ที่ผมยังทำแบบนั้นไม่ได้เพราะผมอยากจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าให้ชัดเจนกว่านี้อีกนิด






"เสียดายที่โอบ้งปีนี้แบมไม่ได้อยู่ด้วย อดรำบงโอโดริกับทุกคนเลย"





"จะคุยกันอีกนานเลยใช่มั้ย"


ความหงุดหงิดของผมไม่ใช่เรื่องตลกครับ...ผมไม่คิดว่าตัวเองจะปากไวขนาดนี้จนเมื่อเผลอพูดประโยคที่แล้วออกไป...แบมแบมหันขวับมามองผม เลิกเกาะแกะแทยงชั่วครูจากนั้นจึงเอามือแตะแก้มตัวเอง ทำตาโตเหมือนลืมไปว่าผมยังยืนอยู่ตรงนี้



"จริงๆจอห์นนี่ให้แบมมาตามเตนล์น่ะ เห็นว่าเข้าห้องน้ำนาน.."




"เหรอ"



"เตนล์ไปก่อนเลยก็ได้นะ เดี๋ยวแบมตามไป"


แล้วทำไมกูต้องออกไปด้วยครับ คนที่ต้องออกไปคือมึงรึเปล่า..


น่าเสียดายที่ปากผมไม่เก่งเท่าความคิด ผมจึงได้แต่ยืนนิ่งๆอยู่ตรงนั้น ผมสบตาแทยงวูบหนึ่ง สัมผัสได้ว่าเค้ากำลังอึดอัดใจไม่มากก็น้อย ผมยอมรับว่าไม่ชอบใจเอามากๆที่เห็นแบมแบมสนิทสนมกับแทยงแบบนี้แล้วก็ใช่..


ผมยอมรับว่าผมกำลังหึงแทยง..




"..!!!"

"!!!!!!"



ทั้งแทยงและแบมแบมต่างตกใจพอๆกัน...


ผมไม่รู้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้เรื่องทั้งหมดวุ่นวายมากกว่าเดิมรึเปล่า..ผมรู้แต่ว่าผมมีสิทธิที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจน ขืนอดทนยืนอมพะนำไม่แสดงอะไรออกไปบ้างผมต้องเป็นบ้าตายแน่ๆแค่นี้ผมก็อึดอัดจะแย่แล้วที่ต้องถูกมองข้าม ไม่ใช่แค่แทยงคนเดียวด้วย แบมแบมทำให้จอห์นนี่ หรือแม้แต่ยูตะมองข้ามหัวผม


เวลานี้ปรอทความอดทนของผมคงถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ

ผมกดจูบลงไปที่ริมฝีปากหยักของแทยงอย่างหนักหน่วง คนถูกจูบกระพริบตาอย่างงุนงงแต่ก็ยอมโน้มตัวลงมาตามแรงเกี่ยว ผมหลับตาลงปล่อยความคิด..ปล่อยตัวเองให้ทำตามใจ...ถ้าเรื่องมันเลยเถิดจนมองหน้าเพื่อนร่วมงานคนนี้ไม่ติดหรือทำงานร่วมกันไม่ได้อีกแล้วก็ไม่เป็นไร



ถือว่าหายกัน..



ปัง!!

เป็นไปตามคาด ไม่ถึงสามวิเสียงปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น ผมถอนริมฝีปากทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้แบมแบมวิ่งออกไปแล้ว ก่อนที่ผมจะเดินตามออกไปแทยงก็รั้งข้อมือผมเอาไว้ก่อน


"ไหนคุณบอกว่าไม่ชอบให้จูบไง.."


"..."


ผมเงียบไม่ได้ตอบคำถาม...กำลังสงสัยว่าทำไมแทยงถึงยังเอาแต่มองหน้าผม มันน่าแปลกที่เค้าไม่ได้ให้ความสนใจแบมแบมที่เพิ่งวิ่งออกไปเลยสักนิด 




"ไม่ตามแบมแบมไปเหรอ"


"คุณกำลังหึงผมอยู่รู้ตัวใช่มั้ย"


"..."


"ถ้าไม่ชอบผมจะหึงทำไมกันนะ"


ผมถูกคนพูดเอานิ้วชี้แตะปลายจมูกเบาๆส่วนหนึ่งเหมือนจะคาดคั้นคำตอบแต่อีกส่วนนึงเหมือนกำลังต้อนผมให้จนมุม



"แล้วนายอ่ะชอบใครกันแน่...ฉันหรือว่าแบมแบม?"



ผมจ้องตาแทยงเหมือนคนหาเรื่อง ใจนักเลงมากจังหวะนี้ คือถ้ามันไม่ตอบผมจะต่อยมันแล้วนะเอาจริงๆ...เกลียดความคลุมเครือยิ่งแทยงเอาแต่ยิ้มเหมือนพอใจมากที่เห็นท่าทางขี้โมโหของผมผมยิ่งหงุดหงิดอยากรู้คำตอบ แต่จู่ๆคนที่กำลังยิ้มก็ถอดสีหน้าแล้วพลิกตัวหันหลังให้กับผม!





"มีคนมาที่นี่!!"

พูดจบแทยงก็บุ่มบ่ามวิ่งออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ผมตกใจจนเผลอตะโกนคำหยาบออกมา ทั้งงงทั้งเป็นห่วงเพราะแทยงไม่ควรวิ่งออกไปข้างนอกทั้งอย่างนั้น!


"แทยง!"






"ไอ้เตนล์..."

ผมวิ่งมาเจอจอห์นนี่ที่นอนกองกับพื้น รอยช้ำที่แก้มของมันทำให้ผมใจหล่นลงไปที่ตาตุ่ม ผมมองไปยังหน้าประตูร้านที่มีเสียงดังเอะอะเห็นแทยงกระหน่ำเคาะอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนกระจกทั้งๆที่ตรงนั้นว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยมีแค่อากาศเท่านั้น 





"นี่ใครอ่ะ!?"

ยูตะที่เพิ่งวิ่งเข้ามาในร้านร้องเสียงดังในขณะที่ผมพยุงไอ้จอห์นขึ้น ทุกอย่างตอนนี้ดูวุ่นวายไปหมดทั้งข้าวของที่กระจัดกระจายหน้าร้านหรือแม้แต่หน้าตาเละเทะเหมือนเพิ่งไปฟัดกับหมามาของยูตะ


"อย่าเพิ่งถามมาก ตอบมาก่อนว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น!!?"


"มีคนจับตัวแบมแบมไป"



ผมตาโตทันทีที่ฟังจบและประหลาดใจมากกว่าเดิมเพราะคนที่ตอบคำถามผมคือแทยง ในเวลานี้จอห์นนี่ดูมีสติมากที่สุดผมเห็นมันเดินไปดึงแขนยูตะกันให้ออกไปจากร้าน...



"รีบไปช่วยแบมเถอะ ผมออกจากมินิมาร์ทไม่ได้!"


แทยงหันมาตะโกนบอกผมด้วยสีหน้ากังวล ผมนึกแปลกใจตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องน้ำแล้วว่าอะไรกันที่ทำให้แทยงยอมบุ่มบ่ามปรากฏตัวออกมาอย่างมุทะลุแบบนี้


พอรู้ว่าเหตุผลนั้นคือแบมแบมผมก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้




"ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะไปช่วยคนสำคัญของนายเอง.."



ผมบอกแทยงเพียงเท่านั้นก่อนจะวิ่งออกมาจากมินิมาร์ทโดยไม่หันหลังไปมองเค้าอีก...ทำไมไอ้อาการย้อนแย้งของตัวเองมันถึงกลับมาอีกแล้วและที่สำคัญมันมาพร้อมกับอาการปวดแปลบที่หัวใจข้างซ้าย 


การประชดใครอีกคนทำไมคนที่ประชดถึงเจ็บกว่าเสมอเลยวะ



"ไอ้เตนล์เดี๋ยวมึงซ้อนมอไซค์ไอ้ยูตะไปนะ"


ไอ้จอห์นตะโกนบอกในขณะที่ยูตะส่งหมวกกันน็อคมาให้ผม ผมรับหมวกในมือยูตะมาสวมก่อนจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ที่ติดเครื่องยนต์เรียบร้อย 


"พวกนั้นมันเป็นใคร"


ผมถามยูตะเบาๆไม่ได้ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะตอบ แต่ปรากฏว่ายูตะหันข้างมาหาแล้วจับข้อมือผมทั้งสองของผมให้อ้อมไปกอดเอวเค้า




"ฉันเห็นรอยสักที่หลังพวกมันเป็นพวกของไดกิโคฮาคุไม่ผิดแน่.."











to be continued..
...........................................................................


ขอคุยยาวหน่อย บ่นหลายเรื่อง 
1. ถามว่าบทนี้เยอะมั้ยก็แค่มีความยาวเกือบเท่าสองบทเองค่ะ 55555555 สองร้อยเปอเต็มๆเหมือนได้อ่านสองบทอ่ะบอกเลย ก็เป็นตอนที่เราเหนื่อยมากนะแบบมีหลายตัวละคร แต่ละตัวก็มีเหตุผลของตัวเอง ตัวแบมแบมเนี่ยจะซับซ้อนมาก ส่วนมาร์คลียังไม่ถึงเวลาเฉลยปม ทั้งสองคนเราว่าน่าสงสารอ่ะ หลังจากอีเว้นนี้บทหน้าจะมีเรื่องราวเยอะ มีคนร่วมเยอะ มีฟีลลิ่งเยอะ ก็ยากอีกเหมือนเดิม และน่าจะเป็นบทสรุปสุดท้ายของทั้งสี่คน

***ที่สำคัญอย่าคิดว่าไม่อ่านมิดเดย์ไม่เป็นไรค่ะ ยิ่งฉากคัทไม่อ่านก็ไม่ได้จะบอกว่าพลาดหรอกนะคะเพราะมันไม่ใช่ฉากคัทเรียกเลือดมันเป็นฉากคัทเรียกอินเนอร์เพราะมันกระอักกระอ่วนจริงๆจะมาอ่านข้ามก็ได้แล้วแต่นะ แต่คนที่อ่านมิดเดย์มาเต็มทั้งร้อยเปอจะมีปริมาณอินเนอร์พุ่งทะยานกว่าแน่นอล
*****ดังนั้นกลับไปอ่านฉากมิดเดย์เดี๋ยวนี้ก่อนจะอ่านบทหน้า!!อ่านคัทด้วยค่าอยู่ที่ไบโอ


2.หายไปนานจริงๆ เกือบเดือน555555555555555ลืมฟิคกันหมดละม้างงจริงๆเร่งแต่งอยู่แหละคือถึงจะแต่งจบทั้งเรื่องเร็วแค่ไหน
ก็จะทะยอยลงอยู่ดี อาจจะอัพช้าลงมากๆ เพราะแต่งไว้หลายเรื่องมีไอเดียใหม่ตลอดส่วนการเปิดพรีออเดอร์นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมากเลยในตอนนี้เพราะใกล้เปิดเทอมเต็มทน ต้องเตรียมตัวอีกหลายอย่าง เดือนนี้มีเวลาว่างแค่วันที่ 13-20 อ่ะถ้าอะไรหลายๆอย่างลงตัว ถ้าเรียนไม่หนักหนาถึงขั้นต้องอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืนเราอาจจะรวบรวมแรงพรูฟทั้งเล่มแล้วจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยอาจจะเปิดพรีก่อนจบเรื่อง(ก็คือกว่าจะจบมินิมาร์ทใช้เวลาอีกนานมากไม่ต้องตั้งตารอใจจดใจจ่อกันแล้วเพราะแต่ละตอนน่าจะใช้เวลาเยอะมากแค่ฟิคอัพตามมาช่วยกันเม้นที่นี่ช่วยกันสกรีมที่แท็กเราก็ปริ่มแล้วค่ะ)ที่จริงยังมีความคิดที่จะเปิดพรีนะแต่ขอให้มันคงตัวกว่านี้ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะ/เวลาว่าง/ความเรียบร้อยทั้งหมดตอนนี้แทบจะเร่งเครื่องไม่ติดแค่ปั่นก็ยังไม่จบไอ้ที่บอกจบเล่มเดือนที่แล้วนี่โกหกคำโตมาก พอมาแต่งคือแต่งไปลบไป จนแต่งไม่ออกต้องหายตัวไปเรียกแรงบันดาลใจกลับมา แต่งยากมากทำไมถึงแต่งยากขึ้นเรื่อยๆก็ไม่รู้อาจเพราะมีแรงกดดันว่าเราต้องทำงานออกมาให้ดีขึ้นกว่ามาตรฐานเดิมที่ต่ำเตี้ย 555555555 เราจะพยายามนะ ก็ขอให้ใจเย็นๆเราไม่ทิ้งมินิมาร์ทแน่นอนสร้างมากับมือจะไม่รักได้ไง ทุกตัวละครมีความหมายกับเรามากกำลังใจของพวกคุณก็เช่นกัน




ก่อนสุดท้าย ขอโทษที่มาช้า//คุกเข่า


และสุดท้าย
คิดถึงทุกคนมากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
คิดถึงความมินิมาร์ทด้วยกลับจากมิดเดย์ปรับอารมณ์ยากสุด
ใครไม่อ่านมิดเดย์ เราไม่มีอะไรจะพูดด้วยค่ะซิส บาย 55555555555 


#ฟิคมินิมาร์ท
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2392 IsIsara (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:06
    อ่านแล้วรู้ปมแบมก็คือสงสารอะ ว่าไม่ลง //ส่วนแทยงคือคิดว่าคิดกับแบมแบบเพื่อนแหละ อยากให้เค้าหายเศร้างี้ //เค้าชอบหนูคนเดียวนั่นแหละเตนล์!!!
    #2,392
    0
  2. #2324 bibubbiiboo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:13
    พลอยไม่ชอบแบมแบมไปเลย คำพูดคำจา การกระทำ กระแหนะกระแหน ไม่น่ารักเลย
    #2,324
    0
  3. #2308 2707py (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:15
    อิหยังว่ะ งง
    #2,308
    0
  4. #2268 08207 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 04:22
    เจ็บปวดเลยตอนนี้ เหมือนถูกเข้าใจว่าเป็นคนพิเศษคนเดียวมาโดยตลอดแต่มันไม่ใช่เลย
    #2,268
    0
  5. #2218 vampiregun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 10:17
    แทยงอธิบายหน่อยเถอะ ส่นแบม...เอาล่ะ กูไม่ชอบ (แต่ชีวิตจริงคืรักน้องมาก ดูดิสซิ)
    #2,218
    0
  6. #2119 pvcrazy00 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:23
    เตนล์เสียใจ พี่ก็เสียใจ เจ็บปวด
    #2,119
    0
  7. #2059 immadarkworld (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 00:23
    การประชดมันไม่ดีนะลูก แค่หนูประชดอิพี่แม่ก็เจ็บปวดแทนจะแย่อยู่แล้ว ส่วนนุ้งแบมกับไปหาพี่มาร์คเหอะลูก พี่เขาเป็นของหนูและคู่ควรแก่หนูที่สุดแล้ว ปล่อยแทยงกับเตนล์จีบกันต่อเหอะ
    #2,059
    0
  8. #1940 matoomcandy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:09
    โอ้ยยยยย....เอ็นดูเด็กไทย555
    #1,940
    0
  9. #1864 CYENBMG_270112 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 00:39
    แบมลูกกก หนูมีอิพี่มาร์คอยู่แล้ว ห้ามแยกเต็นล์กับพี่ตะยงนะลูกกก รักลูกทั้ง2คนจริงๆ แต่หนูต้องไม่ปีนข้ามวงนะลูก ???? ลูกต้องอยู่กับคนที่คู่ควรนะ ต้อง #taeten , #markbam เท่านั้นนะลูก! //ความอินในเรื่อง 55555
    #1,864
    0
  10. #1857 minminwoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 22:59
    โอ้ยยยย มันหน่วงหัวใจเลย กะจะดีอยู่แล้วเชียว
    #1,857
    0
  11. #1731 nanavivinsa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 18:20
    โห้ยจุกตามเตนล์เลย ความรู้สึกแบบนี้ คืดว่าเราพิเศษสำหรับเค้า แต่แบบเค้าก็ทำแบบนี้กับคนอื่น
    #1,731
    0
  12. #1718 tidarat1431 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 20:11
    เข้าใจความรู้สึกเตนท์นะคือแบบพอมารู้ทีหลังว่าสิ่งที่แทยงทำเตนท์ไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับ คือโคตรน้อยใจอ่ะ ไรท์เก่งมากสู้ๆนะคะ
    #1,718
    0
  13. #1712 chlex_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 23:41
    อ่านแล้วรู้สึกหน่วงใจตามเตนล์ เข้าใจความรู้สึกนะว่าเป็นห่วงแบมแบมแหละที่โดนจับตัวแต่อีกความรู้สึกก็คือน้อยใจ ระหว่างแทยงกับแบมแบมคงมีไรมากกว่านี้ซึ่งเราก็ต้องอ่านต่อแต่ยอมใจเตนล์ตรงที่จับแทยงจูบเลย555555555555555555555 ไม่ทิ้งฟิคเรื่องนี้แน่คับน้อยครั้งที่เราจะเฟบฟิคไว้ถ้าไม่ชอบจริงๆซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในฟิคที่เราชอบ ถ้าไรท์มีเวลาเราก็อยากให้รวมเล่มนะคะเพราะเราชอบมากจริงๆ T-T
    #1,712
    0
  14. #1689 peam-ff (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 10:48
    ความสัมพันธ์ซับซ้นมากกกก
    #1,689
    0
  15. #1567 Aomnapornz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 15:42
    ฮืออ~~ รอค่ะรอ อย่าทิ้งมินิมาร์ชน้าไรท์
    #1,567
    0
  16. #1566 jannie2505 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 01:02
    ฮือออ คืดถึงเรื่องนี้ 
    กลับมาต่อไวๆน๊าาาา
    #1,566
    0
  17. #1535 jesploy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 01:48
    รอเสมอนะคะไรท์ ??
    #1,535
    1
  18. #1520 tennis_nisnn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:44
    ค้างมากกก
    #1,520
    0
  19. #1511 Superbroccoli. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:51
    มันส์มากกกกกก เป็นฟิคที่คงความพีคได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ หมดเรื่องแจฮยอนมาก็พีคต่อกับแบมแบม ตอนนี้บอกตามตรงว่าหน่วงแทนเตนล์

    ทั้งตอนที่แทยงปล่อยมือเตนล์ มันก็บอกได้หน่อยๆว่าแทยงก็ยังรู้สึกอะไรๆกับแบมอยู่ ไหนจะตอนที่วิ่งพรวดออกไปไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเพราะรู้ว่าแบมโดนจับตัวไปนั่นอีก โหยยยยยยยย มันเจ็บบบ มันหน่วงงงง
    #1,511
    0
  20. #1506 wankrom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 08:31
    กริ้สสส รอตอนหน้านะเตง อิอิ
    #1,506
    0
  21. #1504 mps_mb (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 14:39

    เตลล์ก็เมน เเบมก็เมน ทีมใครไม่รู้ ทีมจอห์นไปก่อนละกันน มาต่ออออ

    #1,504
    0
  22. #1487 onlyesung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 20:44
    ว่าละรู้แบมกับแทยงต้องมีอะไรแน่ๆ รู้สึกแปลกๆตั้งแต่หน้ากากแมวแล้ว แต่คือเรื่องแบมกับแทยงนี่ยังไง แทยงอย่าทำร้ายเตนล์ สงสารเตนล์ ฮือออ แทยงคนบ้า เตนล์สู้ๆ ทีมเตนล์สุดใจ
    #1,487
    0
  23. #1483 Prawputtita (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 14:19
    เป็นฟิคที่อ่านแล้วตื่นเต้นตลอดเวลา ขนาดอ่านซ้ำๆแล้วยังตื่นเต้นอ่ะคิดดู55555555555
    #1,483
    0
  24. #1477 SWEETYZ_HHCB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:24
    นั่นไงว่าละยงกับแบมมันไม่ปกติ ไม่เอาดิยง เด็ดขาดดิ
    #1,477
    0
  25. #1467 crapename (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 15:59
    ไรท์เรารอนายอยุ่นะ5555
    #1,467
    0