[fic taeten] MINIMART MIDNIGHT

ตอนที่ 20 : MIDDAY 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    12 ก.ค. 59

 



















MIDDAY 1





ฤดูหนาวเมื่อสี่ปีก่อนคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายทุกอย่าง...






"เราต้องหนีเดี๋ยวนี้พวกมันกำลังจะมาแล้ว!!"



เสียงตะคอกที่ดังขึ้นและแรงกระชากที่ข้อมือทำให้เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังกอดเข่าร้องไห้จำต้องพยุงตัวเองให้ยืนขึ้นทั้งน้ำตา



"แบมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าแม่ไม่ไปด้วย!"



คนตัวเล็กพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย  ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่มูลนิธิซาโต้ที่ที่เปรียบเสมือนบ้านแห่งเดียวของเค้าถูกประมูลตกไปอยู่ในความดูแลของไดกิโคฮาคุแก๊งยากูซ่าที่มีอิทธิพลและเครือข่ายมากที่สุดในภาคกลาง...ตั้งแต่วันนั้นแบมแบมรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนถูกลอยแพอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่..





ไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว...


 



"เลิกโง่สักที! แม่ขายพวกเราให้ไดกิโคฮาคุแล้วและตอนนี้นายก็กำลังจะถูกพวกมันเอาตัวไปขายให้เป็นโออิรันอีกที!"



ดวงตาแดงก่ำเบิกกว้างเมื่อหูได้ยินคำว่า 'โออิรัน' จากปากต้วนอี้เอินผู้ซึ่งเป็นพี่ชายคนละสายเลือด แบมแบมสะอื้นหนักกว่าเดิมเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกขายให้เป็นโสเภณีของพวกยากูซ่า...เพียงแค่คิดร่างบางก็สั่นเทาก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ




"พี่ขอโทษ.."

คนเป็นพี่ชายทรุดตัวตามลงไปนั่งข้างๆแบมแบม ทั้งๆที่พยายามจะกันน้องชายตัวเล็กออกจากเรื่องราวโสมมแต่ตัวเค้ากลับเป็นคนพูดถึงเรื่องน่าขยะแขยงพวกนั้นซะเอง




"ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว...หนีกันเถอะนะพี่จะปกป้องแบมเอง เราจะลงใต้ไปที่โอกินาวะ ไปอยู่ในที่ที่พวกมันไม่มีทางตามหาเราเจอ.."



อี้เอินพยายามใช้คำพูดอ่อนโยนและพยายามซ่อนน้ำเสียงหรือแม้แต่สีหน้าที่แสดงความกังวลเอาไว้เพราะในตอนนี้น้องชายตัวเล็กต้องการคำพูดปลอบโยนมากที่สุดเพียงแต่สถานการณ์และเวลาที่เหลืออยู่ไม่เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้น



"แบมไม่อยากเป็นโออิรัน"



"พี่ก็ไม่มีวันยอมให้แบมเป็น"



คนเป็นพี่ชายสบสายตาสั่นระริกก่อนจะชันตัวขึ้นและดึงแขนพาแบมแบมออกไปทางหลังบ้านเช่าเล็กๆ แสงจากหลอดไฟเก่าๆในชนบทยามค่ำคืนแทบจะไม่ช่วยให้มองเห็นทางข้างหน้าได้เท่าไหร่นัก  อี้เอินพยายามเดินลัดเข้าไปในตรอกที่มีหลังคาจากบ้านเรือนยื่นออกมา หิมะที่กำลังตกเป็นอุปสรรคในการหลบหนีรวมถึงอากาศหนาวเหน็บเย็นจนทำให้คนทั้งสองก้าวขาแทบไม่ออก




"ฟู่ววว แบมหนาว...มะ..ไม่ไหวแล้ว"



"อดทนก่อนนะ เราต้องไปให้ถึงท่าเรือก่อนเช้า.."



อี้เอินกระชับฝ่ามือของน้องชายที่กำลังกุมอยู่ให้แนบแน่นขึ้น คนเป็นพี่ชายแอบวิตกเมื่อเหลือบไปเห็นสีปากซีดของแบมแบม แต่ถึงกระนั้นเค้าก็ไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้หยุดพัก หากจะต้องหนีก็ต้องหนีให้รอด อี้เอินต้องอดทนและแบมแบมก็ต้องอดทนเช่นเดียวกัน 




"แฮ่ก แฮ่ก"


ทว่าเสียงหอบที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆของคนตัวเล็กกลับทำให้คนเป็นพี่ชายเปลี่ยนใจยอมให้แบมแบมหยุดพักตรงตรอกแคบๆก่อน  อี้เอินลอบมองทางซ้ายขวากลัวเหลือเกินว่าจะมีคนของไดกิโคฮาคุแอบสะกดรอยตามมา



"ดีขึ้นรึยังแบม"




"...ครับ"



เสียงตอบรับแหบพร่าของน้องชายที่กำลังฝืนตัวเองไม่ได้ทำให้อี้เอินพอใจในคำตอบเท่าไหร่นัก ร่างสูงไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้จึงตัดสินใจย่อตัวให้แบมแบมขี่หลัง แต่คนตัวเล็กกลับไม่ยอมกระโดดขึ้นหลังมาง่ายๆ เอาแต่อิดออดบอกว่าตัวเองเดินต่อไหว



"อย่าดื้อกับพี่สิ"



"แต่ตอนนี้แบมไหวแล้ว"



นอกจากคนพูดที่ว่าดื้อคนฟังที่เป็นพี่ชายก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ  อี้เอินฉวยโอกาสตอนที่น้องชายทำท่าจะเดินนำไปข้างหน้าคว้ามือคนตัวเล็กให้หยุดชะงักก่อนจะอุ้มแบมแบมขึ้นมาแนบอก



"..."



คนเป็นน้องชายไม่ได้พูดตอบโต้อะไร ที่บอกว่าเดินต่อไหวเพราะไม่อยากทำตัวเป็นภาระ หลายครั้งที่เคยพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองแต่สุดท้ายอี้เอินก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ...แล้วครั้งนี้ก็เช่นกัน




เพราะแบบนี้แบมแบมถึงชอบคิดว่าตัวเองอ่อนแอ..








"จะถึงท่าเรือแล้วให้แบมลงเดินเองเถอะ"


หิมะที่เกาะกันเป็นแผ่นหนาบนพื้นเป็นอุปสรรคสำหรับการเดินก้าวไปข้างหน้าอีกทั้งการที่อี้เอินอุ้มแบมแบมไปด้วยนั้นยิ่งทำให้ร่างสูงก้าวขาลำบากเข้าไปอีก แบมแบมจึงไม่ลังเลเลยที่จะพูดสวนสายตาดุๆของอีกฝ่าย โชคดีที่ข้ออ้างของคนเป็นน้องชายมีน้ำหนักพอ ต้วนอี้เอินจึงค่อยๆปล่อยคนตัวเล็กให้เดินเองตามคำขอ



เมื่อพี่น้องทั้งสองเดินเท้ามาถึงท่าเรืออิชิจิที่เป็นท่าเรือพาข้ามฝั่งเข้าไปในเมือง ต้วนอี้เอินก็ตั้งตาดูลาดเลาและความปลอดภัยสักพักก่อนจะตัดสินใจพาแบมแบมเดินไปรอที่โป๊ะท่าเรือ




บรรยากาศที่นี่ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ยังมีผู้คนวนเวียนไปมาเสมอ เพียงแต่วันนี้มันแปลกจนน่ากังวล อี้เอินจึงได้แต่เพียงพร่ำบอกตัวเองว่านั่นอาจเป็นเพราะหิมะที่ตก





"แบมว่ามันแปลกๆนะ ทำไมถึงไม่มีคนเลยล่ะ"




ไม่ใช่แค่อี้เอินที่คิดว่าแปลกแต่น้องชายของเค้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ก่อนที่ทั้งสองจะไหวตัวทันปืนสี่กระบอกก็เล็งมาทางสองพี่น้องอย่างรวดเร็ว  ชายในชุดสูทสองคนกรูเข้ามาล็อคตัวอี้เอินและแบมแบมเอาไว้ก่อนที่ทั้งสองคนจะหมดสติไปพร้อมกันเพราะถูกด้ามปืนกระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างแรง





 




"ท่านเคนโด้กำลังมีแขก ให้คุณริวจิจัดการพวกมันแทนแล้วกัน"



"ผมจะไปตามคุณริวจิมาเองครับ"



คนเป็นลูกน้องพูดจบก็โค้งหัวทำความเคารพก่อนจะออกไปจากอาคารโดยไม่ลืมเลื่อนกระจกปิด ที่ที่อี้เอินและแบมแบมถูกพามาเป็นอาคารคล้ายโกดังแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ในขณะที่ลูกน้องของแก๊งไดกิโคฮาคุคนอื่นๆกำลังจัดการราดน้ำเย็นสาดเข้าที่ร่างของสองพี่น้อง ประตูกระจกก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณริวจิที่ทุกคนเรียก




"ตื่นได้แล้วพวกมึง!"



สิ้นเสียงตะคอกอี้เอินก็รู้สึกตัวก่อนจะปรือตาขึ้นมาช้าๆ และเมื่อพบว่าตอนนี้เค้าและน้องชายอยู่ที่ไหน ร่างสูงก็ตาโตนึกเจ็บใจที่เสียท่าให้คนของไดกิโคฮาคุจนได้ทั้งๆที่อุส่าห์ระวังตัวขนาดนั้นแล้วแท้ๆ



"คนไหนคือแบมแบม"



"คนนี้ครับคุณริวจิ"



ลูกน้องหน้าคมอีกคนพูดตอบก่อนจะเดินไปกระชากแบมแบมที่ยังรู้สึกตัวไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นให้ลุกขึ้น คนตัวเล็กรู้สึกหัวหมุนจนเซจะล้มไปอีกข้างแต่ริวจิมือขวาของท่านประมุขเคนโด้มาพยุงไว้ได้ทัน ชายอายุสามสิบต้นๆยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อสายตาสอดสำรวจใบหน้าหวานของเด็กอายุสิบหกจนพอใจ



"ใช้ได้นี่ สวยแบบนี้น่าจะได้ราคาดี"




"ปล่อยมือจากน้องกูเดี๋ยวนี้!"


ก่อนที่มือขวาของแก๊งยากูซ่าจะกดจมูกฝังลงไปที่ต้นคอขาวของเด็กหนุ่มในอ้อมแขน เสียงของต้วนอี้เอินก็ตะโกนลั่นขัดจังหวะจนพวกลูกน้องหางแถวจำต้องพากันไปรุมกระทืบคนถูกมัดมือมัดเท้าไร้ทางสู้อย่างรู้งาน เห็นแบบนั้นแบมแบมจึงพยายามขัดขืนและตะโกนเรียกชื่อพี่ชายแต่ร่างกายแสนบอบบางของเค้าไม่แม้แต่เขยื้อนหรือหลุดออกจากแขนแกร่งของริวจิ


"ปล่อยผม!"



"ทำไมเธอดื้อแบบนี้ล่ะคนสวย รู้มั้ยว่าการเป็นโออิรันจะต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายกับลูกค้าน่ะ"



เพี๊ยะ!




จบประโยคนั้นแบมแบมก็ถูกตบจนหน้าหัน นั่นทำให้คนเป็นพี่ชายอย่างอี้เอินหมดความอดทน เค้าระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยการกัดเข้าที่แข้งของลูกน้องสวะคนหนึ่งที่กำลังเตะขาฟาดลงมา ผู้ชายที่ถูกกัดล้มลงไปกับพื้นร้องออกมาอย่างโหยหวนรู้สึกเหมือนเนื้อจะหลุด  สิ่งที่อี้เอินทำยิ่งสร้างเชื้อให้ไฟ พวกลูกน้องคนอื่นจึงกระหน่ำแรงเตะอัดใส่ต้วนอี้เอินจนสะบักสะบอมหมดสภาพนอนกองไปกับพื้น



ผลั่ก! ตุบ!


"เก่งนักเหรอมึง!"



"อั่ก.."





"พอได้แล้ว..."


ริวจิปล่อยตัวแบมแบมก่อนจะย่างสามขุมไปทางอี้เอินที่นอนหมดสภาพ  มือขวาของไดกิโคฮาคุค่อยๆย่อตัวลงนั่งยองๆก่อนจะจิกผมของต้วนอี้เอินขึ้นมา คนที่ถูกเตะจนเลือดกลบปากขบฟันจนเห็นสันกรามชัดเจน แววตาดุดันของเด็กหนุ่มตรงหน้าตนชั่งน่าสนใจจริงๆ ริวจิไม่เคยเห็นแววตาเกรี้ยวกราดของใครรุนแรงเท่าแววตาของเด็กคนนี้มาก่อน



มันเป็นแววตาของหมาจนตรอกที่พร้อมสู้หลังชนฝาและไม่กลัวตาย...





"หน่วยก้านใช้ได้เหมือนกันนะ..อี้เอินใช่มั้ย"




ถุย!



คำตอบที่ริวจิได้รับกลับมาไม่ใช่คำพูดแต่เป็นก้อนน้ำลายปนเลือดที่กระเซ็นมาเลอะปกเสื้อของเค้า ริวจิปาดคราบสกปรกที่กระเด็นมาโดนข้างแก้มก่อนจะล้วงปืนที่คาดเอวออกมาจากนั้นจึงจ่อไปที่ขมับของต้วนอี้เอิน





"อยากอมลูกตะกั่วนักเหรอมึง!!"


มือขวาพูดขู่จบก็ไม่วายเอาด้ามปืนเคาะกระโหลกหมาจนตรอกอย่างแรงไปสองสามที  ต้วนอี้เอินขบฟันสะกดกลั้นความแค้นและความเจ็บปวด สายตามองลอดไปหาน้องชายที่ถูกพวกมันล็อคเอาไว้ คนเป็นพี่ชายทำได้เพียงบอกข้อความผ่านสายตาประมาณว่าขอโทษ...







'ไม่เป็นไร'

และนั่นคือสิ่งที่แบมแบมบอกกลับมาผ่านแววตาสั่นระริก





"คุณพี่ชายอย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นสิ มาดูเรื่องสนุกกันดีกว่า แกจะได้รู้ว่าน้องชายตัวเองมีเสน่ห์เร้าใจได้ขนาดไหน"




มือขวาของไดกิโคฮาคุพูดจบก็ยกยิ้มอย่างสะใจ เมื่อเห็นปฏิกริยาตอบสนองของอี้เอินหลังจากได้ยินประโยคนั้น  คนเป็นพี่ชายดิ้นอย่างแรงพยายามจะลุกไปหาน้องที่ชื่อแบมแบมแต่ถูกฝ่าเท้าของบรรดาลูกน้องหางแถวกดเหยียบเอาไว้





"มึงจะทำอะไร!!!"



อี้เอินทำได้เพียงตะโกนสุดเสียงด้วยน้ำเสียงเหลืออด ริวจิจึงเดินไปหาแบมแบมและหยิบหลอดฉีดยาจากมือสมุนอีกคนขึ้นมา นั่นทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองยาสีสันสดใสที่อยู่ในหลอดฉีดยาอย่างหวาดหวั่น ไม่ว่ามันจะเป็นยาอะไรก็ตาม...




ไม่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นหรอก





"นี่เป็นยาอีตัวใหม่ที่เพิ่งรับมาจากพวกมาเฟียรัสเซีย เค้าซื้อขายกันในตลาดมืดราคาสูงหลายแสนดอลล่าเลยนะรู้มั้ยแถมน้องนายยังได้รับเกียรติเป็นคนทดลองยาคนแรกเลยด้วย น่าดีใจใช่มั้ยล่ะ ฮะฮ่าๆๆ"



ไอ้พวกชั่ว!!!!!



"ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ ไม่เอา อย่า!"



"แบมแบม!!!"






จึก!


วินาทีนั้นเข็มฉีดยาถูกกดฉีดเข้าไปจมผิวของร่างบาง แบมแบมร้องไห้ออกมาพร้อมสะอื้นเสียงดัง คนตัวเล็กตัวสั่นงันงกเพราะหวาดกลัว เค้าทั้งกลัวสิ่งที่เข้าไปในร่างกายตัวของเอง กลัวสายตาหื่นกระหายของพวกยากูซ่าหางแถว ที่สำคัญแบมแบมกลัวว่าหลังจากนี้พี่ชายจะรังเกียจในตัวเค้า




ครืดด



"ริวจิ"


"นะ..นายน้อย.."



ก่อนที่เรื่องจะดำเนินจบลงอย่างเลวร้ายที่สุดเท่าที่แบมแบมจะนึกออก ร่างของเด็กชายอายุประมาณสิบสามขวบในชุดยูโดสายคาดสีน้ำตาลก็ปรากฏขึ้น


"นายหายไปนานเลยนะ ไหนบอกว่าเสร็จงานดึกแค่ไหนก็จะมาสู้กับฉันไง"




"ผมทำงานอยู่น่ะครับ"



"ทำงานอะไรกัน.."




ดวงตากลมตาของเด็กอายุสิบสามไม่ได้มีประกายสดใสเหมือนที่ควรจะเป็นตามวัย นายน้อยที่มีศักดิ์เป็นรุ่นที่หกของไดกิโคฮาคุเดินย่างสามขุมเข้ามา ทำให้บรรดาพวกลูกสมุนรีบเดินมายืนเข้าแถวเรียงกันจากนั้นทุกคนจึงโค้งหัวพร้อมเพรียงกันไม่เว้นแม้กระทั่งริวจิเอง





"นั่นต้วนอี้เอินกับแบมแบมใช่มั้ย?"



"นายน้อยรู้เหรอครับ!"





"ฉันไม่ได้มาเพราะอยากเล่นยูโดอย่างเดียวสักหน่อย..."



แววตาราบเรียบของผู้เป็นเจ้านายที่อายุน้อยดูไร้เดียงสา ทว่ามีราศีดูน่าเกรงขามและสง่างามสมเป็นรุ่นที่หกทำให้ทุกคนแทบจะลืมไปหมดสิ้นว่านายน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นแค่เด็กอายุสิบสามขวบเท่านั้น...



ทั้งการพูดการจาฉลาดหลักแหลม การวางตัวที่ริวจิเองก็ไม่อาจเทียบ หรือแม้แต่การระงับอารมณ์โดยแสดงแต่สีหน้าเรียบเฉยเพื่อให้ไม่มีใครเดาใจออกนั้นก็อีก







"ในสัญญามีแค่เด็กคนนี้ที่ถูกขายให้เราไม่ใช่เหรอ"



แบมแบมหน้าถอดสีทันทีที่ถูกกล่าวถึง คนตัวเล็กหันหน้าไปสบตากับอี้เอินอย่างไม่เข้าใจ แถมใจยังเต้นระรัวเมื่อถูกตอกย้ำให้รู้ว่าเรื่องที่เค้าถูกขายเป็นเรื่องจริง




"ครับ"



"เราทำสิ่งสกปรกแต่เราไม่ใช้วิธีสกปรกจำได้มั้ย"



"ผม.."








ตุบ!!



ริวจิผู้เป็นมือขวายังไม่ทันเอ่ยปากแก้ตัวก็ถูกเด็กอายุสิบสองต่อยฮุกเข้าที่ท้องอย่างจังจุกจนหน้าแดงไปหมด  จากนั้นนายน้อยของไดกิโคฮาคุก็ขยับชุดขาวให้เข้าที่ก่อนจะโค้งคำนับเหมือนเป็นนักกีฬาที่เคารพคู่ต่อสู้เวลาจบเกมส์



เด็กชายอายุสิบสามละความสนใจจากมือขวาของแก๊งก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แบมแบมที่กำลังนอนขดตัวเหมือนพยายามฝืนความรู้สึกบางอย่างอยู่




"เป็นโออิรันต้องอดทนหน่อยนะ"



"ฮึก ฮึก แต่ผมไม่อยากเป็น..ผมไม่อยาก"




น้ำเสียงแหบพร่าของร่างที่นอนขลุกไปมาอยู่กับพื้นทำให้นายน้อยของไดกิโคฮาคุเลิ่กคิ้ว พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่มตรงหน้า



"แก้เชือกให้พี่ชายเค้าซะ"



"ครับ นายน้อย'




อี้เอินไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรหลังจากที่พาร่างกายสะบักสะบอมมานั่งข้างๆน้องชายของเค้า แบมแบมตัวร้อนจนน่ากังวล นั่นทำให้ต้วนอี้เอินตะคอกเสียงดังกลับไปหาเด็กอายุสิบสามขวบอย่างเหลืออดเหลือทน



"พวกมึงมันชั่ว!"



"ทุกอย่างคือธุรกิจ แม่บุญธรรมพวกนายขายเค้าให้ไดกิโคฮาคุนั่นคือสิ่งที่อยู่ในสัญญา"



"แต่น้องกูไม่ได้รับรู้อะไรทั้งนั้น! เค้าไม่ได้ตกลงสัญญากับพวกมึง!"



"..."



นั่นเป็นครั้งแรกที่อี้เอินเห็นแววตาอ่อนไหวในดวงตาว่าที่รุ่นที่หกของไดกิโคฮาคุ นายน้อยคนนั่นกำลังมีความเห็นอกเห็นใจใช่มั้ย  อี้เอินได้แต่เพียงหวังว่าสัญญาบ้าบอจะเป็นโมฆะไป ทว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความคิดลมๆแล้งๆเมื่อคนเป็นพี่ชายเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนหน้าของเด็กอายุสิบสาม



"ถ้ายังงั้นฉันจะให้คนตามหาคุณนัตสึแม่ของพวกนายแล้วฉีกสัญญาโดยการฆ่าเธอซะ"




"ไม่!!"



คราวนี้เป็นเสียงของแบมแบมที่แผดดังขึ้นมาท่ามกลางบทเจรจา คนตัวเล็กร่างสั่นเทิ้มก่อนจะขยับตัวไปหาพี่ชายของตัวเองแล้วซุกไซ้ร่างบางเสียดสีกับอี้เอินด้วยใบหน้าแดงก่ำ



ร่างสูงผู้เป็นพี่ชายหัวใจเต้นระทึก ไม่รู้ว่าทั้งหมดนั้นเกิดจากเด็กอายุสิบสามที่พูดคำว่าฆ่าด้วยหน้าตาเรียบเฉยหรือเป็นเพราะน้องชายของเค้ากำลังเอามือลูบไล้ไปทั่วเป้ากางเกงของตนกันแน่



"บางทีน้องของนายอาจจะชอบการเป็นโออิรันก็ได้นะ"



"หุบปาก!!"



อี้เอินถลึงตามองนายน้อยของไดกิโคฮาคุอย่างไม่สบอารมณ์ เค้าพยายามอย่างมากที่จะล็อคไม่ให้แบมแบมทำอะไรประเจิดประเจ้อจากฤทธิของยาที่ถูกฉีดเข้าไป



"ถ้าฉันเงียบ นายอาจจะไม่ได้ฟังข้อเสนอของสัญญาฉบับใหม่"



"หมายความว่ายังไง"




สีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามเติมเต็มความต้องการของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี อี้เอินไม่รู้ว่าต้องเจรจากับยากูซ่ายังไงถึงจะไม่ขาดทุนและไม่ต้องตัดชิ้นเนื้อตัวเอง







"ชีวิตของหนึ่งคนแลกกับชีวิตอีกคน"



นั่นคือสิ่งที่ไดกิโคฮาคุเลื่องลือมาโดยตลอด  การทำธุรกิจหน้าเลือดทั้งด้านมืดและสว่างไม่ว่าฉากหน้าหรือฉากหลังสิ่งที่แก๊งนี้ยึดเป็นหัวใจหลักคือ ต้องไม่ขาดทุนเวลาลงทุนและต้องได้กำไรเสมอเวลาทำธุรกิจ




"เอาชีวิตของนายมาแลก ทำได้รึเปล่า"



"..."



"อุทิศตัวเป็นคนของไดกิโคฮาคุและปฏิญาณว่าจะซื่อสัตย์จงรักภักดีไม่หักหลัง ยอมก้มหัวทำงานให้ฉันแต่เพียงผู้เดียวตลอดชีวิต"




อี้เอินไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมือสั่นเมื่อได้ยินประโยคนั้น ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกภาพตัวเองต้องก้มหัวทำงานสกปรกรับใช้พวกเดนสังคม แค่คิดก็ขยะแขยงจนพูดอะไรไม่ออก





"ถ้าทำไม่ได้ก็ทำใจยอมรับซะว่าน้องนายจะต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ของพวกยากูซ่าปลายแถว"



"..."



"เลือกสิ เร็วๆเข้า ฉันมีเวลามากพอแต่ตอนนี้แบมแบมจะไม่ไหวแล้วนะ"



อี้เอินหน้าเคร่งเหงื่อออกเต็มฝ่ามืออย่างวิตก คนเป็นพี่ชายกุมขมับที่เกร็งจนเส้นเลือดปูดโปนออกมาก่อนจะหันไปมองแบมแบมที่ตอนนี้กำลังนอนอมนิ้วตัวเองด้วยท่าทางอดกลั้นทรมาน..ถ้าตอบตกลงแปลว่าต่อจากนี้ชีวิตของเค้าจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป..ถ้าปฏิเสธแบมแบมก็ต้องเจอกับความทุกทรมาณไปตลอดชีวิต





"ตกลง"


คนพูดกำมือแน่น อี้เอินขบฟันจนเห็นสันกรามเกร็งเขม็ง ตัดสินใจเลือกในช้อยที่ตัวเองคิดทบทวนแล้วว่าดีที่สุดสำหรับทั้งเค้าแล้วก็แบมแบมเอง เพราะระหว่างการที่เค้าต้องเป็นยากูซ่ากับการที่แบมแบมต้องเป็นโออิรันสิ่งที่จะทำให้อี้เอินเจ็บปวดใจที่สุดคือช้อยข้อหลัง



 "เลือกได้ดี"



".."



"หลังจากวันนี้นายอาจจะต้องฆ่าคนหรือแม้แต่ทำเรื่องต่ำทรามชั่วช้ามากเท่าที่นายจะนึกออก...แต่ไม่ว่ายังไงถ้าฉันสั่งนายก็ต้องทำ"



"ครับ.."



ต้วนอี้เอินก้มลงเคารพก่อนจะรับจอกเหล้าสาเกที่ถูกริวจิเตรียมไว้ให้ขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมด...นั่นคือพันธะสัญญาที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเค้ากับเด็กอายุสิบสาม





"...นายน้อย"




มันเป็นสัญญาที่มีระยะเวลาครอบคลุมตลอดชีวิตและไม่มีโมฆะ...










"ฉันคือคนให้ชีวิตใหม่กับนายดังนั้น..."




แววตาคมของอี้เอินฉายแววแน่วแน่ เค้าตัดสินใจลงไปแล้วและเมื่อทำสัญญากับยากูซ่าเค้าไม่มีทางยกเลิกสัญญาได้นอกจากตายไปแล้วเท่านั้น






"จำเอาไว้ว่าหลังจากนี้นายชื่อมาร์คต้วน..และนายได้เป็นคนของไดกิโคฮาคุเรียบร้อยแล้ว"



"ครับนายน้อย"



อี้เอินกลั้นหายใจและฝืนพูดคำว่า 'นายน้อย' ออกมาจนได้ รู้สึกเหมือนกำลังกลืนอ้วกตัวเองลงคอ ทุกวินาทีที่เหลือบไปมองเห็นพวกสมุนที่กำลังยืนเรียงแถวกันอยู่นั้นเป็นทุกวินาทีที่ มาร์คต้วน  เผลอคิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดแต่เมื่อเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของคนเป็นน้องความคิดเหล่านั้นก็หายไปจนหมด



มาร์คต้วนคิดว่าชีวิตของเค้าไม่จำเป็นต้องมีความสุขก็ได้...
เพราะความสุขของพี่ชายคนนี้คือแบมแบมมาโดยตลอด






"น้องชายของนายเป็นอิสระจากไดกิโคฮาคุแล้วฉันให้สัญญา"




เจ้านายคนใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มาร์คลียังไม่วายชี้นิ้วสั่งให้ลูกน้องทั้งหมดออกไปข้างนอกอาคารก่อนที่ตัวเค้าจะเดินตามออกไปโดยทิ้งทวนคำพูดไว้เป็นประโยคสุดท้าย







"ฉันจะให้ยืมสถานที่ก็แล้วกัน"







--CUT--

@ไบโอ เลื่อนหาเอา

















ผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เกิดเรื่องราวร้ายๆมากมาย แบมแบมไม่ยอมพูดกับใครทั้งนั้น เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไดกิโคฮาคุ  คุณนัตสึแม่บุญธรรมถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อช่วยประคับประคองสถานการณ์เลวร้ายให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี...แต่ไม่ทั้งหมด 



กลางดึกของคืนวันจันทร์เป็นครั้งสุดท้ายที่อี้เอินได้พบหน้าของน้องชาย...สายตาโหวงไร้ความสดใสจ้องกลับมาที่เค้าเหมือนมองคนไม่รู้จัก วินาทีนั้นเป็นวินาทีเดียวกันกับที่อี้เอินเพิ่งตระหนักได้



ว่า...บัดนี้เราทั้งสองคนกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเรียบร้อยแล้ว





อี้เอินไม่สามารถพูดคำขอโทษออกไปได้เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เค้าตั้งใจไม่ใช่ทำลงไปเพราะไม่คิด เค้าเพียงดึงร่างเล็กของแบมแบมมากอด สัมผัสที่ได้รับกลับมามีแต่ความเย็นชา




แบมแบมทำเพียงยืนนิ่งๆให้พี่ชายกอดอย่างนั้น...คนตัวเล็กแสดงออกแต่ใบหน้าที่เรียบเฉย  นัตสึพาแบมแบมย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด...นั่นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้เพื่อไถ่บาปที่ได้ทำลงไปกับเด็กๆ ความจำเป็นของคนเห็นแก่ตัวเช่นเธอทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้นรวมถึงความเสียสละของอี้เอินที่นัตสึยกย่องโดยไม่รู้เหตุผลเบื้องลึกนั่น ก็ยิ่งทำให้เธอตอบรับที่จะดูแลแบมแบมอย่างดีที่สุด




เพียงแค่พาแบมแบมไปจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำเลวร้าย...ไปจากที่นี่...แล้วปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของลูกชายตัวเล็ก



ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง..




นัตสึคิดเช่นนั้นและเธอ..คิดผิด







เวลาล่วงเลยไป...ผ่านฤดูหนาวของปีนี้และปีถัดๆไป..แบมแบมดูสดใสขึ้นและร่าเริงเป็นเด็กที่ยิ้มง่ายและเข้ากับคนอื่นได้ดี จนทุกคนเกือบลืมไปหมดแล้วว่าเด็กคนนี้เคยผ่านเรื่องอะไรมามากมาย...



ทว่าไม่มีใครรู้...เบื้องหลังรอยยิ้มที่แสดงออกว่ามีความสุขไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น แบมแบมไม่เคยมีความสุขจากใจจริงเลยสักครั้ง  ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเกิดขึ้นเสมอเมื่อหลับตาลงในเวลาเข้านอน  คนตัวเล็กไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก ขนาดคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่บุญธรรมยังขายตัวเค้าให้กับไดกิโคฮาคุเลย...






ถ้าหากในโลกนี้ไม่เหลือใครที่ไว้ใจได้อีกแล้วอย่างน้อยแบมแบมจะยังมีอี้เอินเสมอ...นั่นคือความคิดก่อนที่ความไว้ใจทั้งหมดของคนตัวเล็กจะถูกทำลายลงไม่เหลือชิ้นดี...





เวลาที่เราถูกความไว้ใจหักหลังและเดินมายังจุดที่รู้สึกว่าโลกทั้งโลกไม่ปลอดภัย...เราจะสร้างกรงขนาดใหญ่ขึ้นมาและกักขังตัวตนของตัวเองเอาไว้ในมุมที่ลึกที่สุด



แบมแบมสร้างตัวตนที่อยู่ขั้วตรงข้ามที่สุดขึ้นมาเป็นภาพภายนอกที่ดูไร้เดียงสาและร่าเริง...ทั้งหมดเพื่อบดบังความเย็นชาและหม่นหมองที่เกิดขึ้นในจิตใจ กลายเป็นคนเย็นชาที่ยิ้มเก่งที่สุด แสดงออกแค่เพียงความรู้สึกส่วนน้อยและเก็บเรื่องที่คิดจริงๆไว้ในใจ แบมแบมสร้างบุคคลิกร่าเริงแจ่มใสดูเข้าถึงง่ายกับทุกคนขึ้นมาแต่จริงๆแล้วไม่มีใครสามารถเข้าถึงโลกส่วนตัวของเค้าได้เลยแม้แต่คนเดียว




เพราะไม่อยากถูกใครทำร้ายอีกจึงปิดกั้นตัวเอง
แบมแบมคิดว่าตัวเค้าจะไม่เชื่อใจใครอีกแล้วจนกระทั่งคืนหนึ่งในมินิมาร์ทที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงอาทิตย์ ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนนำพาให้แบมแบมพบผู้ชายสวมฮู้ดคนหนึ่งที่สามารถทำเรื่องอัศจรรย์เหนือธรรมชาติที่มนุษย์ทั่วไปทำไม่ได้





เค้าเป็นคนเดียวที่รับรู้ว่าเด็กที่ชื่อแบมแบมแท้ที่จริงไม่ใช่คนร่าเริงสดใสอย่างที่ใครๆคิด 




"คุณเป็นคนที่ยิ้มเก่งนะแต่พออยู่คนเดียวกลับดูเศร้าอย่างกับคนละคน"





ชายน่าอัศจรรย์ในชุดฮู้ดดำมาด้วยท่าทีเป็นมิตร แรกเริ่มแบมแบมรู้สึกกลัวกับเรื่องที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้แต่นานวันเข้าเค้ากลับรู้สึกสนิทสนมกับผู้ชายคนนั้น






นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่เคยเปิดใจคุยกับใคร...มันนานจนลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนเค้าเป็นคนยังไง






แต่ก็นั้นแหละ..ต่อให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวมากแค่ไหนเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน





แบมแบมจะลืมเรื่องทุกอย่างชั่ววินาที..
ลืมว่าตัวเองเป็นใครและเคยผ่านอะไรมาบ้าง

















"ถ้ามันเป็นวันเกิดคุณคุณก็ควรจะมีความสุขที่สุดสิ"




วันที่หิมะโปรยเป็นวันที่แบมแบมเกลียดที่สุดแต่วันเกิดของเค้าวันนี้ไม่เดียวดายเหมือนปีก่อนๆ แบมแบมนั่งมองพลุดอกไม้ไฟสีสวยสว่างไสวเป็นประกายไปทั่วมินิมาร์ท มันสวยเสียจนทำให้คนตัวเล็กยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจากใจจริงๆ...



เค้าอาจจะเชื่อใจใครบนโลกนี้ไม่ได้อีกแล้วยกเว้นผู้ชายสวมฮู้ดดำคนนี้ 









วินาทีที่มองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของผู้ชายตรงหน้าเป็นวินาทีเดียวกันกับที่หัวใจเต้นแรง แบมแบมกำลังคิดว่าตัวเค้าชอบแทยงเข้าซะแล้ว




----------------------------------------------------------------

เป็นบทที่ทั้งรักทั้งเกลียด 55555555
อุณหภูมิของมิดเดย์สูงมากกกก
จนอาจส่งผลให้ความเย็นของมิดไนท์เปลี่ยนไปนิดหน่อย



*0*


#ฟิคมินิมาร์ท



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,460 ความคิดเห็น

  1. #2391 IsIsara (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:46
    อมกกกกก พีคคคคคคคค ม่ายแบมม่าย เจอเรื่องหนักๆมาแล้ว ต่อไปโลกจะพังอีกมั้ยถ้ารู้ว่าเค้าชอบใครเนี่ย
    #2,391
    0
  2. #2323 bibubbiiboo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 17:15
    อือหือ พีคไปสุดนะ ตอนจบคือ อือหือ พักก่อนใจพี่
    #2,323
    0
  3. #2267 08207 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 03:44
    กะดึกทุกคนจะรู้จักแทยงงี้หรอ55555
    #2,267
    0
  4. #2058 immadarkworld (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:57
    ไม่นะน้องแบมแบม ถ้าน้องยังชอบแทยงน้องจะเจ็บนะ แล้วแทยงคิดไงกะแบมอ่ะ
    #2,058
    0
  5. #2026 amanaplanetes (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 13:36
    สงสารแบมนะ แต่นี่ฟิคแทเตนล์ง่ะ ไงก็เชียร์แทเตนล์ แงงงงง แอบเห็นด้วยกับความเห็นที่บอกว่าแทยงเป็นมิตรกับกะดึกทุกคน555555
    #2,026
    0
  6. #1972 pink-berryberry (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:58
    อะไรคือ แบมชอบแทยง แล้วแทยงล่ะกับแบมๆยังไง
    #1,972
    0
  7. #1905 exoticlover (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:32
    แทยงนี่เป็นมิตรกับกะดึกทุกคนเลยไหม
    #1,905
    1
    • #1905-1 matoomcandy(จากตอนที่ 20)
      21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:29
      555555 ถูกใจ~
      #1905-1
  8. #1887 thelastfl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 08:42
    อ้าวววอีแทยงนี่โผล่มาตอนเคะทุกคนทุกข์เลยสินะ55556
    #1,887
    0
  9. #1711 chlex_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:21
    มาร์คลีน่ากลัวมากเห็นกวนๆแบบนั้นนึกว่าจะเป็นนายใหญ่ที่แค่กวนธรรมดาๆทั่วไปแต่ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ สงสารแบมแบมแต่ได้โปรดอย่าทำให้ความหวานและก็น่ารักของคู่มิดไนท์หายไปเลยนะ T_T
    #1,711
    0
  10. #1699 aume (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:26
    คือมาร์คลีเเมร่งงงอะไรอ่ะน่ากลัววว เเล้วแบมลูกชอบแทยงไม่ได้เราไม่ให้ เราจะเก็บไว้ให้เตนล์ แล้วแทยงคุณจะหว่านเสน่ห์ไปทั่วไม่ได้
    #1,699
    0
  11. #1688 peam-ff (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 10:21
    หน่องมาร์คลูกกกกกก หนูร้ายอ่ะ55555544
    แต่เรื่องแบมคือออ.........แทยงคงไม่ได้ชอบแบมใช่ไหม แทยง นายไม่ควรม่อไปทั่วนะจ้ะ
    #1,688
    0
  12. #1556 pamlovely (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:33
    มาร์คคคคหนูร้ายไม่ได้นะ 
    #1,556
    0
  13. #1476 SWEETYZ_HHCB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 10:04
    อ้าวมาร์คลีร้ายเฉย ตะยงคงไม่ได้ชอบแบมหรอกใช่มั้ยขอเถอะ
    #1,476
    0
  14. #1462 jesploy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 09:40
    อ่าว มาร์คลี ทำไมหนูกลาย
    เป็นตัวร้ายละลูก 55555555 *หัวเราะทั้งน้ำตา*
    #1,462
    0
  15. #1431 praeloveohse (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 21:56
    มันหน่วงอ่ะอ่านไปก็รู้สึกว่าคิ้วนี่ขมวดกันเเน่นมากสงสารทั้งมาร์คทั้งเเบมความสัมพันธ์ในความรู้สึกของเเบมคือพี่น้องด้วยเพราะถูกจำกัดความไว้เเค่นี้ตั้งเเต่เเรก เเต่สำหรับมาร์คมันไม่ใช่มาร์ครู้สึกมากกว่านั้นเเต่ก็ยอมเป็นเเค่พี่ชายที่เเสนดีจนเมื่อมาถึงตอนนี้มาร์คไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นพี่ชายอีกเเล้วเค้าจึงเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป เเล้วความสัมพันธ์ของมาร์คเเบมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สงสารเเบมนะที่ต้องเเสดงออกว่าร่าเริงสดใสทั้งที่จริงเเล้วมันไม่ใช่เเต่นั่นคือสิ่งที่เเบมสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองรึเปล่า เเทยงเจอเเบมก่อนเตนล์นานเเค่ไหนเเล้วตอนที่เเทยงเจอเเบมเหมือนตอนที่เจอเตนล์มั้ย นี่ใช่มั้ยคือเหตุผลว่าทำไมเเทยงถึงเป็นห่วงเเบมนักเพราะเเทยงรู้เรื่องของเเบมทุกอย่าง เเต่ก็รำเเบมอยู่ดีฮอลเธอทำเเบบนี้ไม่ได้เเบมนี่มันเเทเตนล์ ให้โอกาสพี่มาร์คละกลับไปปรับความเข้าใจกันเถอะทำให้มันเป็นมาร์คเเบม;-;
    #1,431
    0
  16. #1413 lazylochness (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 11:54
    เพิ่งได้อ่านครึ่งหลังยอมรับว่าไม่สังเกตุจริงๆว่าอัพเพิ่มค่ะ yy
    ทำไมเที่ยงคืนดันอบอุ่นแล้วเที่ยงวันกลับหนาวซะงั้น....
    อี้เอินนิสัยไม่ดีเลย :( แต่ดูอายุแล้วพวกเค้าก็เด็กกันทั้งคู่
    ถึงจะทำอะไรได้เหมือนผู้ใหญ่แต่ก็ยังไร้เดียงสา
    ยิ่งช่วงที่สองคนนึกถึงตอนที่พวกเขายังเด็กกว่านั้นเราขนลุกเลยค่ะ
    มันเป็นความมืดหม่นที่บริสุทธิ์จริงๆ จะพูดยังไงดี ;_;
    รู้สึกเข้าใจจุดที่แบมยืนอยู่มาก ไม่ผิดเลยที่จะยึดติดกับแทยงแบบนั้น....
    แต่ฟิคเรื่องนี้คู่แทเตนล์นะยัยหนู เอ็นดูเธอแค่ไหนก็ไม่เชียร์ 5555555555
    ให้พี่มาร์คที่โตขึ้นแล้วได้แก้ตัวเถอะนะ ถึงเราจะไม่แน่ใจว่าตอนนั้นแบมรู้สึกยังไง
    เดาต่อจากนี้ไม่ถูกจริงๆค่ะ มันจะกลับมามาร์คแบมได้ไงเนี่ย 
    แล้วเป็นแค่คู่รองจะมาซับซ้อนกว่าคู่หลักขนาดนี้ทำไมคะ เราเหนื่อย 5555555

    ขอบคุณฟิคนะคะ สู้ๆน้า
    #1,413
    1
  17. #1386 leepatelf (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 22:54
    แบบนี้นี่เอง;-;
    #1,386
    0
  18. #1382 anticsyndrome (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 09:08
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ ไม่ดิ เป็นแบบนี้เหรอ  เอาจริงๆอ่ะ ว่าเเล้วต้องเคยเจอกัน ตอนนี้รู้สึกสับสนว่าจะทำยังไงต่อ แบมกลับมากะดึกเหมือนเดิมรึเปล่า เเล้วเตนล์อ่ะ ความรู้สึกของแทยงที่มีต่อแบมตอนนั้นคล้ายกับเตนล์มั้ย //ตอนนี้ชัดเจนว่าเตนล์แต่เมื่อก่อนล่ะ แล้วถ้ารถไฟชนกันจะเกิดไรขึ้น ตะยงมันร้ายยยยย ฮรือออออ สรุปคือมีผลจริมๆสินะ ผลที่เหมือนจะร้ายแหล่ไม่ร้ายแหล่ คือยังไม่รู้ว่าเรื่องเตนล์กับยงจะจบยังไง แล้วยังมีเรื่องเเบมเข้ามาเพิ่ม ทรุดกับการผูกเรื่อง ยอมมมม 
    #1,382
    0
  19. #1379 xxmaanoi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:31
    ตายแล้ว คือแบมชอบแทยงแล้วก็รู้เรื่องราวหลังเที่ยงคืนเหมือนเตนล์...
    #1,379
    0
  20. #1378 yorun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:22
    หือออออิ!!!!!!!!!! แบมชอบแทยงใช่ไหมมมมมมม โอ้ววววววววววววววววววววมายยก้อดดดดดดดด คือแบมก็รู้เรื่องราวหลังเที่ยงคืนเหมือนกัน เอาแล้ววว
    #1,378
    0
  21. #1377 fahfahpachara (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 00:17
    ว่าแล้ววววส ว่าแบมแบมต้องเคยเจอแทยง ชอบแทยงด้วย ฮือออ น้องเตนล์ของพี่สู้เขานะลูกกกกกกกกกกกกก ส่วนนายน้อยนี้ย้ากกกกกกกกก
    #1,377
    0
  22. #1357 tangfakkwa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 12:42
    แอร่กกก มาร์คแบมมาแล้วว หลังจากที่ฟินแทเตนล์กันอยู่ซักพัก สัมผัสได้ถความน่ากลัวของมิดเดย์เลยค่ะ แต่ที่ตกใจกว่าคือมาร์คลีคือนายน้อยยากุซ่า โอ้โหหห แบบนี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วซี่

    รอติดตามต่ออยู่นะคะ รีบมาอัพน้าาา ?
    #1,357
    0
  23. #1348 lazylochness (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 11:53
    จักรวาลมาร์เวลจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป 5555555555
    เห็นวิธีการตกลงของนายน้อยแล้วใจหายวาบ
    ไม่รู้ข้อตกลงกับคุณซาโต้จะเป็นแบบไหน แล้วความสนใจของนายน้อยจริงๆคืออะไร ;_;
    กลัวคัทที่เหลือด้วย ฮืออออออออออ
    ปิดไฟแล้วตัดฉากไปตอนกลางคืนเลยได้มั้ยคะ
    คิดถึงแทเตนล์แล้ว มัคแบมน่ากลัว...
    #ก็ไม่คิดว่าแทเตนล์จะรอดหรอกนะจ๊ะ

    ขอบคุณฟิคมากค่ะ!
    แอพมันไม่แจ้งเตือนง่ะ มาอ่านช้าเลย ,_,

    ปล.แอบเห็นอายุน้องมาร์คเป็นสิบสองอยู่ซักที่นึง 55555555
    #1,348
    1
    • #1348-1 uranun(จากตอนที่ 20)
      19 มิถุนายน 2559 / 00:05
      55555555 ขื่นขมคู่นี้แค่บทเดียวค่ะ ดราม่าวนไป และดราม่าจะซับซ้อนขึ้นอีกเพราะมีมาร์คแบม
      #1348-1
  24. #1330 kamuisadist (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 17:29
    มาร์ค มาร์ค โอ้ยยยยย
    สายโหดvsสายแมน
    #1,330
    0
  25. #1327 parkbyunnn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 17:18
    นายน้อยมาร์คลี ฮรืออออออ ชอบบบบบบบบบ
    #1,327
    0