[Diary] 14-19 Aug 2016 - Korea

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 19 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19

    Overall
    19

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
  CR.SQW
 


สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านบันทึกการเดินทางครั้งแรกในเกาหลีของเรานะคะ > < บางคนรู้จักเราแล้ว บางคนอาจจะเพิ่งมาอ่านครั้งแรก ขอแนะนำตัวนิดนึงว่าชื่อ “เอิล” นะคะ ปีนี้ 21 ปีเต็มบริบูรณ์ เพิ่งบริบูรณ์ก่อนไปเกาหลีได้ 12 วันเอง อิอิ

 

ขึ้นชื่อว่าประเทศเกาหลี ใครๆก็คงอยากจะไปใช่ไหมละ? 5555 เอิลจำได้ว่ารู้จักประเทศนี้ตอนที่ได้ดูซีรี่ย์เรื่องแดจังกึมที่เข้าไทยแรกๆเลย รู้สึกแค่ว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมคล้ายๆ จีน กับ ญี่ปุ่น ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร แต่ไปยังไงมายังไงก็ไม่รู้ จากที่ชอบดูซีรี่ย์ไต้หวัน (ตั้งแต่เด็ก 555) ก็มาสนใจซีรี่ย์เกาหลี ประจวบเหมาะกับนักร้องประเทศนี้ก็น่าตาดีเหลือเกิน ก็เลยเริ่มบ้าบอเกาหลีมาตั้งแต่อายุ 12 ได้ (ย้อนไปสิ 9 ปีแล้ว! -0-) และก็ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ จากตอนเด็กๆที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร จู่ๆตอนนั้นก็ชอบภาษาขึ้นมา ตอนนั้นอยู่ ม.5 อายุประมาณ 16-17 ก็อยากเรียนภาษาเกาหลีขึ้นมา ซื้อหนังสือเกี่ยวกับประเทศเกาหลีมาอ่าน อ่านทุกอย่าง ประวัติศาสตร์เกาหลี สงครามเกาหลี สอนภาษาเกาหลี แล้วก็เรียนภาษาเกาหลีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย (เป็นเยอะมากกกก)

จนเริ่มอ่านออกเขียนได้ ก็เริ่มใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวที่นั่น! บอกตรงๆว่ารู้สึกชอบประเทศนี้ ยิ่งศึกษาก็ยิ่งอยากไปเจอของจริง ตอนนั้นคนรู้จักก็ไปเกาหลีกันบ่อยคะ ได้แต่นั่งมองเค้าอัพรูปที่เกาหลีกันหงอยๆ 5555 เพราะคิดว่าอีกนานนนน กว่าเราจะมีปัญญาไปแบบเค้าาา คิดแบบนี้มาตลอดเลย จนเริ่มเข้ามหาลัยก็เลิกคิดไปช่วงนึง เพราะเริ่มเปลี่ยนความชอบเกาหลีจากอยากไปเที่ยวเป็นอยากเปย์ผู้ชายคะ 5555 (ศิลปินก็บินมาโกยเงินที่ไทยโคตรบ่อย เงินก็คงจะไปเหลืออะนะ - -*) เปย์ไปประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ B.A.P, BTS, BEAST, UNIQ และอีกเยอะที่มาไทย ไปดูหมด!

จนเมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นช่วงนี้ไม่มีวงไหนมาคะ 555 เลยพอจะมีทรัพย์เหลือบ้างจากการทำงานพิเศษและอดออม ก็เลยไปทำพาสปอตเอาไว้ และต่อมาประมาณเดือนนึง ก็นึกคึกอยากใช้พาสปอตที่เพิ่งทำมาบวกกับปัจจุบันเทใจไปเปย์วงใหม่คือ SEVENTEEN และมีความคิดว่า..อยากไปเจอเค้า! ถึงแม้ว่าสิงหาคมนี้ วงนี้ก็จะมาไทยก็เถอะ แต่ก็อยากไปต่างประเทศด้วยนี่ เลยปรึกษากับพี่สาวที่สนิท และตัดสินใจ..ไปคะ! จู่ๆก็ไปเกาหลีคะ 555 ทั้งๆที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสไป

 

สุดท้ายแล้วทริปที่วางแผนไว้ก็เป็นจริง ทริปแรกก็ตื่นเต้นเป็นธรรมดาคะ ไม่รู้ว่าถ้าเราไปถึงที่นั่นจริงๆ ที่นั่นจะเหมือนในหนังสือเหมือนที่เราอ่านตอนเด็กๆหรือเปล่า? แล้วถ้าเราลองได้ใช้ภาษาเกาหลีกับคนเกาหลี (แบบงูๆปลาๆ 555) ดูจะเป็นยังไงละ? จะฟังเค้ารู้เรื่องไหม ที่เรียนมาต้องเอามาลื้อฟื้น 5555 ตื่นเต้นไปหมดดดดด

 

     


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 ก.ย. 59 / 04:32

บันทึกเป็น Favorite


1-D in Korea [14 Aug 2016]




                เนื่องจากเครื่องขึ้นประมาณ  ตี 1.40 เลยทำให้คนทั้งบ้านแห่มาส่งลูกสาวที่จะได้เดินทางไปต่างแดนครั้งแรก(?) แต่ก็ต้องเจอกับเรื่องน่าประทับใจเมื่อเครื่องดีเลย์ไปเป็น ตี2.50 แทน - -* เอิลบินของสายการบิน  T’way  air สายการบินของเกาหลี ซึ่งช่วงที่ซื้อเป็นช่วงโปรโมชั่นของสายการบิน ราคาไป-กลับ กรุงเทพ-โซล อยู่ที่ 10400 บาท ได้น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม (ราคาถูกก็อย่างนี้แหละค่ะ 5555) ได้ความประทับใจมาหลายๆอย่าง (ไม่พูดถึงเรื่องเครื่องบินนะ) คือตอนที่เอิลขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิมานี่แบบ..เหมือนเราเหยียบประเทศเกาหลีตั้งแต่ขึ้นเครื่องมาแล้วละคะ -.- ทั้งลำมีแต่เกาหลีหมดเลย 555 ถือว่าทำให้คุ้นเคยก่อนถึงเกาหลีจริงๆไปได้มากกก  พอเครื่องออกจากรันเวย์ก็ประมาณ ตี 3 นิดๆ (ไทย) ไปแล้ว ทำให้ไปถึงที่อินชอนเวลา เที่ยง (เกาหลี) พอดี (10 โมงไทย) นั่งไป 6 ชั่วโมง ประสบการณ์ทุกเม็ดจริงๆคะ ปวดตูด 5555555 


               พอลงจากเครื่อง ตอนนั้นเอิลก็รีบที่จะไปเข้าตม.ก่อน เพราะกลัวว่าเดี๋ยวคนจะเยอะ ก็เลยวิ่งๆตามพี่สาวไปทั้งๆที่ง่วงแสนง่วง (อยู่บ่นเครื่องหลับไม่ได้จริงๆนะ ปวดหลังคะ 555) พอออกมาจากเกทแล้ว พี่สาวก็พาเอิลมาที่บูธ LG ซึ่งเป็นที่ที่เราต้องเช่าแพ็คเกจ wifi ใช้กันระหว่างที่เราอยู่เกาหลีนี้ค่ะ (ราคาค่าบริการอันนี้เอิลไม่มั่นใจว่าคิดยังไง เพราะพี่เค้าทำให้ทุกอย่างแค่จ่ายเงินอย่างเดียวนะค่ะ -0- ) ราคาหาร 2 แล้วตกคนละ 20000 วอนค่ะ (640-650 บาท) หลังจากเสร็จธุระที่จำเป็นที่สนามบินแล้ว ตอนแรกก็มีแพลนว่าถ้าถึงเกาหลีแล้วจะเอากระเป๋าไปเก็บที่หอพัก แล้วก็จะไปเที่ยวเมียงดงเลย! อยากไปมากๆค่ะ แต่พอเอาจริงๆ ใจก็เรียกร้องให้กลับไปนอนที่หอก่อน 5555 เลยตัดสินใจเข้าโซลโดยรถไฟใต้ดิน Airport Railroad (AREX) เพราะมันถูก 555 ราคา 4500 วอน  (145 บาท)  ลงสถานีสุดท้ายคือ Seoul Station แล้วก็ลากกระเป๋าเดินทางลงไปรถไฟสายอื่นๆต่อ คือเอิลมีบัตร T-Money ของพี่สาวอยู่แล้ว เลยไม่ต้องเสียเงินกดบัตรใหม่ ใช้เติมเงินเอาเลย ซึ่งที่สถานีรถไฟใต้ดินที่เกาหลีจะมีตู้เติมเงินบัตรเยอะ สะดวก แต่อาจจะงง นั่นคือปัญหาชีวิตข้อแรกๆที่เอิลเจอ 5555 (คือเกาหลีก็งง อังกฤษบางตู้ไม่มี บางตู้มาจีน ญี่ปุ่นเต็ม - -* ขอไทยบ้างสิ) สุดท้ายก็มัวๆจนเติมได้และ ทีนี้หอพักที่เอิลพักกับพี่อยู่ย่านชินซา (신사동) จากแผนที่รถไฟใต้ดินเกาหลีอันซับซ้อนแล้ว..เราต้องไปต่อรถไฟถึง 2 สายเลยค่ะ - - (แต่ละสายเวลาเราออกมาก็จะมีให้แตะบัตร T-money เพื่อเป็นการจ่ายค่าโดยสารขานั้นๆที่เราไป ราคาไม่แพงนะ เหมือนในไทยเราครั้งละ 1000 วอน – 1500 วอน (32-50 บาท) แต่ต่อหลายๆสายก็หนักอยู่ 555 




              14.00 น. พอดีไม่ขาดไม่เกิน ขึ้นมาถึงสถานีชินซาพอดีค่ะ แล้วฝนก็เทลงมา..ตอนรับกันมาก -0- อากาศก็ใช่ว่าจะหนาวอะไรนะ..มาเกาหลีครั้งแรกเดือนสิงหาคม คือเดินหน้าร้อนของเกาหลีพอดีค่ะ (ประมาณ 33 -35 องศา บางวันถึง 40 เลย โชคดีที่ตอนนั้นเอิลยังไม่ได้ไป ประมาณต้นเดือนสิงหาเลย -0-) ร้อนมากกกก เหมือนบ้านเราเลย แต่บ้านเราส่วนมากจะร้อนเพราะแดด แต่ที่เกาหลี ร้อนที่อากาศจริงๆ ไม่มีแดดเท่าไร แดดไม่แรงเลย แต่อบอ้าวมาก พอออกมาเจอฝนตกก็รีบจ้ำไปที่พักเลยค่ะ เพราะอยู่แถวๆนั้นพอดีไม่ไกลมาก เอิลพักที่ Chloe Guesthouse Gangnam  ราคาคืนละประมาณ 48000 วอน (1500-1600)แต่หาร 2 คน ถือว่าถูกสุดในระแวกนี้ สะอาดด้วย คือชอบมากๆ มีของว่างให้ทุกวัน รามยอนกินฟรี ที่ชอบมากคือมีเครื่องทำกาแฟค่ะ อิอิ


- Chloe Guesthouse Gangnam -

(ห้องพักที่เอิลพัก กับห้องครัวของที่นี่เป็นแบบส่วนรวมนะค่ะ)



                     พอเก็บของเรียบร้อยแล้วก็ออกไปหาอะไรกินกันค่ะ มื้อแรกในเกาหลีกำลังจะเกิดขึ้นโดยเอิลผู้หิวโหย (มาตั้งแต่บนเครื่อง) พี่สาวเลยพามาแถวๆหอคะ มีร้านอาหารมากมายก่ายกอง อยู่แถวๆถนนคาโรซูกิล (가로수길) แหล่งอาหารเหมือนกันค่ะ อาหารตา! 55555 เด็ดๆทั้งนั้น พอกินกันเรียบร้อยพี่สาวก็พามาลองของเลยค่ะ ประมาณ 4-5 โมงเย็น คนเริ่มออกมาเดินช็อปปิ้งกันที่คาโรซูกิล บางคนน่าตาดีจนคิดว่าเป็นไอดอล คือเป็นแหล่งที่มองเพลินแล้วมาทีก็มองเจอด้วย อย่างเอิลก็เจอ ฮยองวอนโอปป้า (monsta x) ที่นี่แหละค่ะ แต่วันกลับ *0*  


- ย่านซินซาดง 신사동 -



(มื้อแรกของเอิลที่เกาหลี คือหมูย่างนี้ค่ะ)




- ถนนคาโรซูกิล 가로수길 -



(แวะซื้อคาเฟ่ลาเต้เย็น กับ คาปูชิโน่เย็นนิดนึงค่ะ แต่ขมมากกกก -0-)


                    พอเดินกันจนร่างพังแล้วก็เลยตัดสินใจกลับหอพักก่อนคะ ว่าจะไปอาบน้ำหน่อยตั้งแต่มาถึงคือเน่ามาก เน่าแล้วอยากนอน แต่ก็นอนไม่ได้เพราะหิว(?) เป็นวงจรอุบาทมาก พอกลับไปห้องก็เปิดแอร์นอนอืดกันอีก ดูทีวีรายการเกาหลีเปิดกี่ช่องๆก็เจอแต่คนที่ใช่(?) 5555 ดูไปดูมา..หลับให้ทีวีดูทั้งพี่ทั้งน้อง เหมือนแบตมันหมดจริงๆ เอิลก็ไม่รู้ว่าหลับไปได้ไง แต่ประมาณทุ่มนึงก็ตื่นค่ะ เนื่องจากคัน 5555555 (โสโครกกกก) เลยอาบน้ำแล้วก็ชวนพี่ออกไปหากิน...ตอนกลางคืนอย่างที่เอิลปราถนาค่ะ อิอิ นั่นคือ....

 



                    แถวๆย่านชองดัมนั่นเอง (청담동) เอิลอยากมาตามรอยติ่งๆเล็กน้อย แล้วก็อยากออกมาเดินเล่นตอนกลางคืน พี่สาวเลยพามาแถวนี้คะ เดินไปเรื่อยๆก็ซื้อขนมชูโรสกิน (Chuross) หวานๆอร่อย  (ราคาประมาณ 1000-1500 วอน 30 กว่าบาท อันนี้แอบลืม TT)





                     เดินไปเรื่อยๆก็ถึง K-Star Road ที่ที่ศิลปินหลายต่อหลายวงเคยมาไซน์เอาไว้ที่หุ่นตุ๊กตาตัวแทนวงของตัวเอง (เอิลชอบBTS เลยถ่ายมาแค่นี้ -0-)




                แล้วคืนนั้นก็ไปสิ้นสุดด้วยการเดินถ่อไปไกลถึงตึก JYP ค่ะ แล้วก็ได้เจอกับขวัญใจของพี่สาวเอิลด้วย คือ อูยอง 2PM กับ Jun.K 2PM ที่ตอนนั้นเค้าคัมแบคพอดี แล้วก็เดินไปเจอช่วงที่เค้าออกจากตึก เลยได้เห็นด้วยตาเปล่าไปเลย โชคดีมากกก TT




(ตอนแรกเอิลจำพี่ด้งไม่ได้ เพราะหน้าตี๋แล้วดูหน้าเด็กมาก นึกว่าเป็นทีมงานในค่าย 5555

ส่วนพี่คิมเดินออกมาจากค่ายใส่เสื้อกล้ามสีดำ กล้ามนี่เป็นมัดๆเบย -..-)




 

2-D in Korea  [15 Aug 2016]

 


(ป.ล.ภาพนี้คือบรรยากาศในรถไฟใต้ดินเวลา 6 โมงเช้าค่ะ =__=)


                วันนี้จะเป็นวันแห่งการไปไฟว์ผู้ชายถึงเกาหลีของแท้ของเอิลเลย ซึ่งเนื้อหาต่อไปนี้อาจจะเกี่ยวกับติ่งโดยเฉพาะ ใครไม่สนใจเรื่องติ่งก็ข้ามไปเลยได้ค่ะ วันนึงเต็มๆถวายชีวิตให้กับ..สนามบินกิมโปทั้งวันค่ะ =__= V เพราะอย่างที่บอกแหละค่ะ เอิลติ่ง BTS และพี่สาวเอิลก็เช่นกัน และวันนั้นก็เป็นวันที่ BTS กลับจากญี่ปุ่นค่ะแล้วอีกวงที่รู้คือ NCT มีเตนล์ให้เอิลชื่นใจคนนึงแหละ 555 แต่เอิลก็รู้แค่นั้นจริงๆ เลยถ่อกันมาสนามบินตั้งแต่ 7 โมงเช้า มาเจอกับเจ้าถิ่นอย่างแม่เกาที่แลดูน่ากลัว ก็ทำเอารู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว เอาวะ! ยังไงก็ต้องได้เจอบังทันบ้างแหละ จนใกล้เที่ยงก็แล้ว ก็ยังไม่มีใครโผล่มาจากประตูสนามบิน แต่จำนวนแฟนคลับที่มารอกลับเยอะขึ้นมากกกกกก เอิลก็มั่นใจแหละว่ามาแน่นอน แต่พอเหลือบไปมองขบวนรถตู้ที่จอดอยู่ข้างหน้าสนามบิน (เอิลยืนอยู่แถวๆประตูสนามบินพอดี) แล้วก็เจอผู้ชายคนนึงที่เห็นตามอินเตอร์เน็ตเวลาเดินประกบศิลปินอยู่บ่อยๆ...นี่มันเมเนเจอร์เก่าชายนี่นี่หว่า? -0- แล้วบังทันเกี่ยวอะไรกับชายนี่?? และสรุปว่าไปๆมาๆเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายบลาๆ (ขอข้ามแต่ละวงไป) วงที่ออกมานั่นก็คือ NCT จริงๆ และก็ตามมาด้วย Shinee,Super Junior, Red Velvet ,Amber เรียกว่ายกขบวน SM Town มาเลย เลยมาเพิ่งรู้ว่า อ๋ออออ SM จัดคอนเสิร์ต SM ที่ญี่ปุ่นค่ะ -..- (โง่ไง 555) สนามบินแทบแตกจริงๆ


                    พอขบวน SM Town ออกไปหมดแล้ว วงต่อไปก็คือ BTS จริงๆ แฟนๆวิ่งไปมุง วิ่งไปพลัก วิ่งไปชนศิลปินกันล้มละเนละนาด ช่างเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่น่าจดจำจริงๆ - -* เพราะโดนดันไปด้วย และก็โดนดันไปอยู่หน้าสุดตอนวีเดินผ่านหน้าไป..โอ้แม่จ้าวววว หล่อ 5 มิติ แล้วผ่านหน้าไปวิญญาณแทบหลุดตามเลยค่ะ คือศิลปินที่เราปลื้มก็เจอมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้มันไกล้สุด 5555 เลยประทับใจมาก แต่ก็ร่างพังมาก เพราะสรุปแล้วเอิลอยู่ที่สนามบินกิมโปวันนั้น 8 ชั่วโมงเต็มๆ คือกลับก็ตอนที่บังทันขึ้นรถตู้แล้ว ไม่คิดจะอยู่สนามบินต่อแล้ว (เห็นคนบอกว่าเดี๋ยววง iKon ก็จะมาอีก คือสนามบินแตกทั้งวันล่ะค่ะ มากันถล่มขนาดนี้ - -*) แต่เอิลไม่สู้แล้ววววว กลับโซลค่า



(กินกาแฟรอผู้ชายค่ะ ง่วงมาก เลยลองซื้อมอคค่าเย็นร้าน Zoo coffee ดู อร่อยดีค่ะ แต่ราคาไทยราวๆ 150 บาท 555)



(ฝีมือเอิลมีแค่นี้แหละ งืออออ T^T)


                    เลยเดินไปนั่งรถไฟใต้ดินเหมือนตอนขามาค่ะ เอ้อ..มารถไฟสายเดิมจากที่นั่งจากสนามบินอินชอนไปโซลนะ แต่เมื่อเช้านั่งจากโซลมาลงสนามบินกิมโป ซึ่งจะถึงก่อนอินชอน ราคาก็จะถูกลงนิดนึง ขากลับเลยกลับเหมือนเดิม เหมือนตอนเช้าทุกอย่าง แต่พอถึงสถานีโซลแล้วก็เลยแวะเที่ยวนิดนึงค่ะ ตรงนั้นคือห้าง Lotte Mart สาขา Seoul station คือตรงสถานีรถไฟใต้ดินโซลเลยค่ะ เดินขึ้นมาก็จะเป็นห้างล็อตเต้มาร์ท แวะไปเดินเล่นถ่ายรูปนิดหน่อย แล้วก็กลับถิ่นเดิมคือชินซาค่ะ กลับมาพักร่าง




(บริเวณข้างหน้า Seoul Station สวยมากค่ะ เป็นตึกๆแล้วมองไปข้างหลังเป็นภูเขา ชอบมากกก)


                         พอประมาณ4-5ทุ่ม สองพี่น้องนึกคึกอยากกินไก่ทอดกัน ก็เลยออกมาหาร้านไก่ทอดแถวๆหอกัน ซึ่งตอนนั้นเอิลโทรมมากกกกก ขี้เกียจทุกอย่างใส่เสื้อแขนยาวทับมาตัวนึง กางเกงก็ขาสั้นที่ไว้ใส่นอน แว่นตาอันนึงใส่มาเพราะถอดคอนแทคเลนน์แล้วขี้เกียจใส่อีก เลยมาซื้อที่ร้าน Chicken Baengi ซึ่งไก่มันมีหลายสูตรมาก แบบเผ็ด แบบธรรมดา แบบกระเทียม ตอนนั้นหน้ามืดตามัวทั้งพี่ทั้งน้อง เลยจัด 3 แบบเลยค่ะ - -* หมดไป 25000 วอน หรือ 800 บาทไทยเลย -0- (ไก่เกาหลีจะราคาไม่ถูกอย่างงี้ทุกร้านแหละค่ะ แต่อันนี้สั่งเยอะมาก 3 รส 3 กล่อง อารมณ์หิวครอบงำจนโอปป้าเจ้าของร้านมองหน้าเล็กน้อย 5555) ตอนก่อนจะออกมาจากร้าน พี่สาวก็หันไปสบตากับนักแสดงคนนึงแหละ แต่เอิลลืมชื่อเค้า 555 คือบ่งบอกมากว่าแถวที่เอิลอยู่นี่ดาราเกลื่อนจริงๆ แต่ตอนนั้นเอิลก็โอเค เฉยๆ เลยชวนพี่ไปซื้อน้ำอัดลมเล็กๆน้อยๆไว้กินกับไก่ค่ะ ซึ่งไปๆมาๆเอิลก็ซื้อคล้ายๆโซจูผลไม้มาแอลกอฮอลล์ 3 เปอร์เซ็น (เกาหลีเครื่องดื่มหาที่ไม่มีแอลกอฮอลล์ยากมาก เพราะฉะนั้นมาถึงนี้แล้ว..ลองสิค่ะ 555) ราคาถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 1000 วอน หรือไม่เกิน 1500 วอนนี่แหละ เพราะเอิลจำได้ว่าราคาเครื่องดื่มบ้านเค้าน่ะ อยู่ที่อย่างละ 30 บาท+ ทั้งนั้น (ขนาดแป็ปซี่บ้านเรากระป๋องประมาณ 10 – 20 บาท แต่ที่นี่..40บาทค่ะ -0-) 



(ป.ล.ภาพนี้ถ่ายตอนกลับมาถึงหอแล้วนะค่ะ :D)

(และนี่คือแป๊ปซี่ขวดละประมาณ 40 บาท.. ช่วงนี้ ikon เต็มเมืองเลย อิอิ)


                    พอซื้อเสร็จก็ออกมาจากร้าน (เซเว่นที่เกาหลีไม่ค่อยทันสมัยเหมือนบ้านเราค่ะ ประตูเป็นแบบดันทุกร้าน แล้วก็เก่าๆด้วย) ก็เดินมายืนรอสัญญาณไฟแดงกับพี่สาวค่ะ ที่เกาหลีต่อให้ไม่มีรถวิ่งผ่านเลย แต่ถ้าไฟแดงก็คือไฟแดงนะ ระเบียบจัดกว่าไทยมาก ชอบ *-* เยื้องๆหน้าพี่สาวเอิลก็จะมีคู่รักคู่นึงยืนรอข้ามถนนอยู่ เอิลก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งมีผู้ชายคนนึงใส่ชุดดำ กางเกงดำ หมวก(ปีกบาน)ดำ เดินมายืนอยู่ข้างหน้าเยื้องๆที่เอิลยืน แล้วเอิลก็เงยหน้าไปมองเค้าพอดี ตอนนั้นคือเหมือนสมองสแกนใบหน้าเค้าแล้วหยุดชะงักไปเลย! เค้าคนนั้นคือ Rapmonster BTS หรือพี่ม่อนที่เรียกติดปากนั่นเอง!!! พี่ม่อนมองหน้าเอิล เค้าไม่ได้หลบสายตาแต่เค้าเอื้อมมือขยับปีกหมวกเล็กน้อยแล้วเดินผ่านหน้าเอิลไป ไปยืนอยู่ขวามือเอิลซึ่งจะมีต้นไม้ต้นนึงคั่นกลางอยู่ ตอนนั้นเอิลเอามือไปสะกิดพี่สาวข้างๆ แล้วก็สตั้นกันไปช่วงนึง 5555 จนไฟเขียวคนเดินได้ เอิลก็เดินจูงมือพี่สาวข้ามถนนเลย ตรงกับพี่ม่อนออกตัวพอดี ตอนนั้นแบบ..อ๊ากกกกก เค้าจะรู้ไหมว่าเราติ่ง TT พยายามหลบสายตามากคะ กลัวเค้าดุ (จริงๆเพิ่งมารู้ทีหลังว่า มีแฟนต่างชาติเจอแรปม่อนแบบนี้แล้วเข้าไปขอลายเซ็นต์ แล้วแรปม่อนให้ แถมยังถามชื่อด้วย อันนี้คือเอิลโคตรพลาด TT) แล้วพอข้ามมาเสร็จเอิลก็เห็นแรปม่อนเดินจากไปอย่างสงบ โดยที่ไม่มีการหันมามองว่าอิสองคนนี้มันมีพิรุธ มันเป็นแฟนคลับหรือเปล่า? หรือมันไม่ใช่คนเกาหลีหรือเปล่า? ตอนนั้นเอิลมือเย็นไปหมดแล้ว นี่ขนาดไม่ใช่เมนตัวเอง ยังรู้สึกเหมือนอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอกลับพื้น สุดท้ายเราก็กลับมาหอ เพื่อมากินไก่ที่ซื้อมาจนเย็นชืดแล้ว เนื่องจากมัวแต่กรี๊ดผู้ชายค่ะ T^T





              D-3 in Korea  [16 Aug 2016]



(ประสบการณ์นั่งรถบัสเกาหลีครั้งแรกค่ะ ตื่นเต้นนน)


                         วันนี้ตื่นประมาณ10โมงกว่าๆ เนื่องจากเมื่อคืน (ข่มตาให้หลับลำบากมาก 5555 เพราะแรปม่อน) นอนดึกแต่วันนี้ตารางชีวิตของเราทั้งคู่คือจะไปเยี่ยมเยียนสนามบินอินชอนคะ เพราะ Seventeen กลับจากฟิลิปปินส์คะ 5555 นี่คือเจตนาที่แท้จริงของการมาเหยียบแดนโสมของเอิลค่ะ :D ประมาณบ่ายโมงเลยเดินทางมาถึงอินชอนคะ เซบทีนจะมาถึงประมาณ 4 โมงเย็น แต่เราก็ไปรอกันก่อน รู้สึกเหมือนกันว่ามาเกาหลี 3 วันแรกก็ผ่านไปกับการอยู่สนามบินไปหมดแล้ว - -* ช่างเป็นทริปแรกที่พิสดารดีจริงๆ -..- แต่ตอนนั้นเอิลเพิ่งมาสำรวจตัวเองและรู้ว่าเอิลลืมเอาแหวนที่ใส่ติดตัวมาด้วย เอิลมีความเชื่อเกี่ยวกับโชคถ้าสวมแหวนนั้นติดตัวไว้ ตอนนั้นก็เงิบไปเลยที่ลืมเอามาด้วย พี่สาวเลยเอาปากกามาค่ะ แล้วเอามาเขียนให้แทน 55555 นางวาดเป็นรูปแหวนที่นิ้วข้างที่เอิลสวมแหวนแล้วเขียนว่าอูจิอ่า(우지아) เพิ่มกำลังใจให้เอิลค่ะ 5555 




                         พอใกล้เวลาเครื่องแลนดิ้ง ตอนนั้นงานตื่นเต้นก็มาอีกครั้งคะ แฟนๆมารอกันก็จำนวนนึง เอิลจะตื่นเต้นมากๆเพราะเป็นวงที่อยากเจอที่สุด แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ได้มาเจอด้วย สะกดอารมณ์ให้มีสติกดชัตเตอร์กล้องตอนศิลปินออกมาให้ได้ พอสักพักเริ่มเห็นกลุ่มคนมายืนรอตรงปากประตูแล้ว เอิลจำรองเท้าของอูจิได้ ก็เตรียมเล็งกล้องไปเลย ช่วงเวลานั้นไวมากตอนที่ศิลปินออกมาและเดินฉับๆๆๆจะไปขึ้นรถ และเอิลเองก็ไม่รู้ตัวด้วย 5555 ตอนนั้นร่างกายเรามันวิ่งไปเองโดยไม่รู้ว่าทำไปได้ไง มารู้ตัวอีกทีคือ..เดินอยู่ข้างๆอูจิจริงๆค่ะ T//////T คือเอิลบอกเลยว่าเอิลเป็นคนเตี้ย และอย่างที่รู้ๆว่าเมนเอิลก็ไม่สูงเช่นกัน แต่เอิลมั่นใจว่ายังไงก็ต้องสูงกว่าเอิลอยู่ระดับนึง ตอนที่วิ่งเอิลพยายามปาดสายตาตามหาคนใส่เสื้อดำหมวกขาว หาเท่าไรก็หาไม่เจอค่ะ จนมารู้ตัวอีกทีหันมามองข้างตัวเอง...เวรกำ อยู่นี่ 55555 ตอนนั้นเอิลอยู่ใกล้เมนตัวเองมากๆ จนไม่คิดว่าจะมีโมเม้นแบบนี้ แต่นางเอาหมวกปิดตาเอามาร์คปิดปากแบบแทบไม่เห็นทางอะไรเลย ไม่มีใครเรียก ไม่มีใครกรี๊ดกร๊าด แฟนๆเดินตามนิ่งๆและรัวชัตเตอร์ ตอนนั้นสติหายไปแล้วค่า มารู้ตัวอีกทีคือถึงรถตู้แล้ว ศิลปินถยอยขึ้นรถไป ตอนนั้นเอิลก็แยกกับพี่สาวไปแล้ว พอคนเริ่มซาพี่สาวก็เดินมาตามหาเอิล พอเอิลเจอว่าพี่อยู่ไหนก็วิ่งไปเลยค่ะ แล้ว..ร้องไห้ 555555 ร้องจนพี่หัวเราะ ตอนนั้นมันดีใจจนจะบ้าคะ คนเราพอคาดหวังอะไรไว้แล้วพอมันดันได้อย่างที่คาด สติมันหลุดไปเลยนะ 5555 กลับมาล้างหน้าล้างตาเช็ดน้ำตาที่สนามบินอีกรอบ ตั้งสติไปเกือบชั่วโมงค่ะ แล้วกลับโซล 5555



(นี่ถ่ายจากกล้องโปร ตอนที่น้องเดินออกมาจากประตูค่ะ -//////-)



(แต่ที่พีคจนร้องไห้คือช่วงนี้เลย จำได้ว่าระดับสายตาเอิลอยู่ประมาณหูนาง //หูแดงด้วย 555))



(อันนี้กินข้าวมื้อแรกของวันค่ะ หลังจากมือไม้สั่นหลังเจออูจิแล้ว พี่สาวก็ยัดเยียดให้กินข้าวก่อนเดี๋ยวเป็นลม 555 

//เป็นร้านอาหารจานด่วนในสนามบินอินชอนค่ะ)



                         สรุปว่าเราก็นั่งรถไฟไปลงที่อีแดค่ะ(이대)  หรือที่เรียกว่า อีฮวาแดฮักกโย (이화대학교) มหาวิทยาลัยอีฮวา (จริงๆที่นี่อยากไปมาก อยากไปมหาลัยด้วย เพราะสวยมากแต่มาตอนดึกแล้วเลยอดเลยค่ะ TT) พอหมดภารกิจติ่งทั้งหลายแล้ว เราจะเริ่มเที่ยวแล้วค่ะ 555 ตอนนั้นไปถึงอีแดก็ทุ่มกว่าๆไปแล้ว แต่ก็ยังพอมีคนเดินกันจำนวนนึง เอิลก็เริ่มช็อปแหลกเริ่มจากเข้าร้านถุงเท้าค่ะ ถุงเท้าก็เหมือนที่ไทยแหละ แต่ความน่ารักมีมากกว่าค่ะ 5555 ลายน่ารักๆเยอะมากกกก มีแบบข้อยาวข้อสั้น  คู่ละ 1000 วอน (30 บาท) ราคาไม่ถูกไม่แพง แต่มาถึงนี้แล้วก็เลยซื้อค่ะ มาต่อด้วยร้านเสื้อ เอิลตั้งใจจะมาหาเสื้ออีแดที่ตัวละ 5000 วอน อย่างที่เคยมีคนรีวิวค่ะ แต่พอดีตอนนั้นมาดึกไปแล้ว เลยเจอแต่ร้านตัวละ 10000 วอน (300 บาท) ก็เลยโอเค เอาก็เอา 5555 สอยมา 2 ตัวค่ะ เก็บเป็นที่ระลึก TT 




                         หลังจากเดินได้แค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็คิดว่ากลับกันจะดีกว่า ตอนนั้นก็เลยอย่างลองกลับรถบัสดูค่ะ ตั้งแต่มาเราก็นั่งซับเวย์มาตลอดเลย อยากลองๆ 5555 เลยนั่งอ่านข้างรถบัสที่ผ่านมาตรงป้ายรถเมล์ว่าไปไหนบ้าง จนเจออยู่สายนึง มันมีคำว่า ชินซา ซึ่งเป็นย่านที่เอิลพัก ก็พร้อมใจกันโดดขึ้นรถบัสเลยค่ะ 



                         แต่พอนั่งไปๆมาๆ..เห้ย ไปไหนอะ? ทำไมมันไม่เหมือนย่านที่เราอยู่เลยอะ? ที่รถบัสเกาหลีจะมีป้ายตัววิ่งว่าป้ายหน้าคือป้ายอะไร ถ้าเป็นที่ไทยคือกระเป๋ารถเมล์ต้องแหกปากบอกใช่ไหมละ ที่นี่ไฮโซค่ะ เอิลก็นั่งอ่านอยู่คนเดียวอะ เพราะพี่สาวอ่านเกาหลีไม่ออก ก็เจอคำว่าชินซาที่เอิลเห็นว่ามันผ่าน ที่สถานที่ตรงนั้น..มันไม่ใช่ย่านที่เอิลอยู่ TT รับรู้ได้ถึงคำว่า..หลงทางค่ะ 555555 ชวนพี่ลงเลยค่ะ เปิดแผนที่ดูแล้ว เห็นจุดที่เราอยู่ค่อยๆไกลที่พักไปเรื่อยๆๆ เริ่มใจไม่ดีแล้ว เลยลงตรงนั้นแล้วตามหารถไฟใต้ดินอย่างเดิมดีกว่า TT แต่เชื่อไหมค่ะ? มันมีแต่ป้ายบอกค่ะว่าสถานีไปทางนู่นนี่นั่น แต่หาไม่เจอ! บวกกับสภาพภูมิประเทศตรงนั้น..เป็นภูเขาทั้งหมด! ภูเขาแบบภูเขาจริงๆเลย คือเดินขึ้นเขาลงเขาเลยค่ะ (จู่ๆก็มาปีนเขาเล่น? 5555) เหนื่อยมากกกกกก ตอนนั้นเจ็บเท้าไปหมดเลย เห็นอิป้ายบอกตรงไปนะ แต่พอมองทางแล้วจะร้องไห้ ชันอย่างกับปีนกำแพงค่ะ สุดท้ายยอมแพ้ หาแท็กซี่ค่ะ โบกกลับพอเลย ซึ่งตอนเรียกแท็กซี่มา เอิลพอจะสื่อสารได้มากสุดก็เลยนั่งหน้าแล้วก็เอานามบัตรหอพักให้ลุงคนขับ เค้าพูดมาคำนึงทำเอาใจเอิลแป้วว่า..อะไรเนี่ย? -0- แล้วขมวดคิ้ว ชิบแล้ววววว เหมือนเค้าจะไม่รู้จักค่ะ เอิลเลยแบบพูดงูๆปลาๆไปถึงโลเคชั่นแถวๆนั้น แบบคังนัมๆ ชินซาๆ เลยตัดสินใจบอกเค้าว่าไปส่งที่สถานีชินซาก็ได้ - -* (หอเอิลอยู่ตรงทางขึ้นลงสถานีรถไฟชินซาพอดี) เค้าก็เลยตกลงค่ะ พอนั่งมาเท่านั้นแหละแบบ...โห นี่ตูอ้อมโลกมากกกกกกกก ขนาดนั่งแท็กซี่นะค่ะ จราจรเกาหลีไม่ติดแบบไทยด้วย ยังนั่งไปเกือบครึ่งชั่วโมงอะ (แล้วตอนแรกจะเดินกลับ บ้าไปแล้วววววววววว -0-) สรุปมานั่งทำความเข้าใจใหม่อีกรอบค่ะ ชินซาที่เอิลอยู่คือชื่อย่านเล็กๆในเขตคังนัม (โอปป้าคังนัมสไตล์ อันนั้นเลย) แต่ที่เอิลไปหลงมา มันคือเขตชินซาที่อยู่อีกฝั่งนึงของที่เอิลอยู่ (ข้ามแม่น้ำฮันไปไกลม๊ากกกก) มันเป็นชนบทค่ะ - -* ชนบทของแท้ บ้านคนล้วนๆ ไปเดินเล่นมาทำไม - -


                        สรุปก็เสียค่าโง่โดยการนั่งแท็กซี่มาค่ะ โดนไป 16600 วอน (530 กว่าบาท...) โหดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว คิดถึงมิตเตอร์แท็กซี่ที่ไทยมาก TT (ที่เกาหลีสตาร์ทที่ประมาณ 3000 วอน หรือ 100บาท ที่ไทยเริ่มที่ 35 ยังรู้สึกว่าแพงงงง เจอที่นี้ไปกรอบเลยค่ะ 5555) กลับมาซับน้ำตาที่หอสักพักก็อยากหาอะไรกินอีกแล้ว เลยออกไปเดินเล่น7-11แถวนั้น แล้วลองซื้อน้ำผลไม้ของ Line มากินดูค่ะ น่ารักดี รสชาติก็หวานๆเหมือนน้ำผสมกลิ่นผลไม้ทั่วไป มีหลายรสนะค่ะ เอิลซื้อรสมะม่วงกับรสพีชมาค่ะ

(น้ำถุงละ 1000 วอน น้ำแข็ง 500 วอน)




                    D-4 in Korea [17 Aug 2016]




                วันนี้วันเที่ยวค่า!!! เที่ยวจริงๆแล้ว 55555 เริ่มจากตื่นมาก็บ่ายกว่า -0- สถานที่ที่จะไปเยือนคือเมียงดงจ้า เนื่องจากเอิลจะไปซื้อบั้มเซบทีนด้วย อยากมีโมเม้นซื้อบั้มที่เกาหลีเอง แล้วก็เปิดเอง อยากรู้ว่าจะได้การ์ดใคร บลาๆ *0* ก็เลยนั่งรถไฟไปต่อ 2 สายเพื่อมายังสถานีมยองดง หรือ เมียงดงเลย (명동) คนเยอะมากกกก มีแต่นักช็อป ส่วนมากมองไปก็จะเจอคนเกาหลีส่วนใหญ่ ต่างชาติก็มีแต่ที่เอิลมองๆดู เหมือนจะน้อยกว่าคนเกาหลี ที่นี่คือตอบโจทย์ทุกอย่างของขาช็อปค่ะ สินค้าราคาน่าซื้อ (กว่าที่เอามาขายในไทยเป็นกองงงง) ขนาดรองเท้าที่เอิลเล็งมานานยังถูก แต่ไม่สามารถซื้อได้เนื่องจากงบ และน้ำหนักกระเป๋าตอนขากลับค่ะ TT 


- ตลาดมยองดง 명동 -





                        ข้ามไปที่ตอนเดินเล่นในเมียงดงเสร็จแล้วนะค่ะ เอิลก็ลงมาที่ใต้ดินของเมียงดง จะมีร้านขายซีดีที่ใครๆก็ต้องมาหิ้วจากที่นี่ไปกันทั้งนั้น เอิลก็จัดอัลบั้มเซบทีนสเปเชี่ยลหนัก 1 กิโลกว่าไป 1 อันค่ะ และพี่สาวเอิลก็หอบซื้ออัลบั้มที่มีคนฝากซื้อมาด้วย เอาเลยได้ภาระเป็นถุงซีดีใบใหญ่และหนักกลับมา 1 ถุง -0- เสร็จแล้วเลยไปกินต็อกบกกี้ที่มีแต่คนมากินกัน โดยเฉพาะคนต่างชาติอย่างเราๆจะชอบมาที่นี่มา เนื่องจากราคาถูกและอร่อยค่ะ (คนที่เคยไปเมียงดงแล้ว เกือบร้อยทั้งร้อยต้องกินร้านนี้แหละ 555) ชื่อร้าน 명동맛나 ทุกเมนู 1000 วอน (30บาท มุ้งมิ้ง) เวลาสั่งอะไรกินคุณลุงเจ้าของร้านจะเสิร์ฟน้ำซุปที่ต้มโอเด้งไม้ๆมาใส่แก้วให้เราซดดื่มต่างหากด้วย เอิลเลยสั่ง ต็อกบกกี้  (떡볶이) ทวีกิม (튀김) ไปอย่างละจานค่ะ (จริงๆแค่นี้ก็อิ่มอยู่นะ) แล้วเอิลก็เหลือบไปเห็นเครื่องดื่มในตู้เย็นของร้าน มันก็มีพวกน้ำอัดลมทั่วไป แต่เอิลเห็นน้ำข้าวที่เคยลองกินที่ไทยมาแล้ว เลยเลือกอันนั้นมากิน ราคา 750 วอน (ประมาณ 24-25 บาท ถือว่าถูกสุดด้วย555) มันเป็นน้ำหวานๆที่จะมีเม็ดข้าวเละๆปนมา ตอนแรกที่เห็นที่ไทยก็ไม่กล้ากินอะค่ะ มันเหมือนอ้วก -0- แต่พอชิม..เห้ยย อร่อยยย *0*


- ร้าน 명동맛나 -




                         เสร็จก็ไปต่อด้วยที่ที่เอิลอยากไปม๊ากกกกกกกกมากกกกกกกก อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นข้างบนบทความ เอิลได้แต่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับเกาหลีมาอ่านตั้งแต่เด็ก แล้วก็มีพวกหนังสือพาเที่ยวบลาๆ เอิลชอบที่ที่นึงมาก นั่นคือ คลองช็องกเยชอน (청계천) บางคนคงรู้ที่มาแล้ว ว่าที่นี่เป็นคลองที่เคยเน่ามาก่อนของประเทศเกาหลี (แสนแสบบ้านเราดีๆ) แต่รัฐมีการปรับเปลี่ยนให้มันสะอาดขึ้นและทำให้สามารถนั่งเล่นได้อย่างที่เคยเห็นๆในรูป และเอิลก็ชอบมันนะ อยากมาถ่ายรูปที่นี่มากๆ จนขนาดตอนเรียนอยู่ ม.5 วิชาภาษาอังกฤษให้แต่งประโยคเป็นเวิร์บสั้นๆ เอิลก็วาดคลองนี้ไปแล้วก็แถว่า อยากมาที่นี่ 55555 



(2012 - 2016)


- คลองช็องกเยชอน 청계천 -


                         และแล้ววันนั้นเอิลก็ได้ไปค่ะ > < ดีใจมาก ดี๊ด๊าเหมือนตอนเจอศิลปิน 5555 ไปนั่งเอาขาจุ่มน้ำอยู่เกือบชั่วโมง ถ่ายรูปเล่นจนแบตเกือบหมด 555 ตอนนั้นประมาณ 5 โมงกว่าๆค่ะ คนเกาหลีมานั่งเล่นแบบนี้กันเต็ม บางคนก็เลิกงานมาแล้วก็มานั่งเอาขาจุ่มน้ำ บางคนมาเป็นคู่ บางคนมาคนเดียว (หล่อด้วย -..-) พอถ่ายรูปจนอิ่มใจก็ชวนพี่สาวเดินไปต่อที่กวังฮวามุนค่ะ (광화문) ไปถ่ายรูปกับรูปปั้นพระเจ้าเซจงมหาราช แล้วก็เดินต่อไปถ่ายรูปตรงประตูกวังฮวามุนเลย 



( ตอนนั้นเวลาทุ่มกว่าๆแล้วนะ แต่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลย)


                         เอิลคิดว่าตรงนี้น่าจะคล้ายๆกับสนามหลวงของบ้านเรา คือเป็นลานกว้างๆ แล้วก็มีวังคยองบกอยู่ข้างหลัง ก็เหมือนลานสนามหลวงแล้วมีวัดพระแก้ว อันนี้คิดเองนะค่ะ 5555 พอถ่ายรูปเซลฟี่เก็บเป็นที่ระลึกเสร็จแล้ว ก็กะว่าจะไปหาข้าวเย็นกินต่อค่ะ เพราะทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากรามยอนฟรีของหอพักก่อนออกมา -.- พี่สาวเลยวางแผนจะพาเอิลไปทัวร์ร้านที่พี่เค้าเคยมาลองแล้วคิดว่าอร่อยจนต้องบอกต่อ(?) นั่นคือร้านไก่ข้างค่าย JYP (ลืมชื่อร้านค่ะ เรียกว่าร้านไก่เจวายพีมาตลอด - -*) เอิลก็จัดค่า นั่งรถไฟใต้ดินยิงยาว 2 ต่อจากกวังฮวามุนไปช็องดัม และนี่คือโฉมหน้าเมนูที่พี่สาวเอิลสั่งมาให้เอิลลองและไม่เคยผิดหวังเลยค่ะ อร่อยจริงๆ TT



(เบียร์มะม่วง Mango Lingo อันนี้อร่อยมากก หอมหวาน จุงกิเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย)


                         อย่างที่รู้ๆ ร้านนี้ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มีแต่ลายเซ็นต์ศิลปินเจวายพีเต็มไปหมด และมันเป็นแหล่งที่เหมาะกับติ่งผู้หิวโหย(?) อย่างเอิลอยู่แล้ว เอิลก็คิดว่าอาจจะได้เจออะไรดีๆอีก วันแรกก็เจออูยอง กับ จุนเค บ่ายสองไปแล้ว *0* แต่ไปๆมาๆก็มีผู้ชายคนนึงเข้ามาในร้านค่ะ รังสีออร่าเค้าไม่เหมือนคนปกติ (สามารถสัมผัสได้ว่าเป็นดารา 555) เค้าใส่หมวกแก๊ปมาแล้วไปนั่งกับโต๊ะนึงที่มานั่งก่อนหน้านี้แล้ว พี่สาวเอิลก็สะกิดยิกๆว่าคนนี้ต้องใช่ดาราแน่ๆ เอิลก็ไม่กล้าหันไปมองตรงๆ พอดีเป็นจังหวะที่เค้ามาเข้าห้องน้ำพอดี และเอิลก็หันไปเจ้อะ เห้ยยยยยย นี่มันนัมจูฮยอกนี่!!! (ความรู้สึกตอนนั้น 5555) เลยบอกพี่สาวไปว่าใช่ๆ ดารา น่าจะนัมจูฮยอน เพราะผมสั้นๆใส่หมวกแก๊ปมา และพอเค้ากลับไปนั่งที่อีกรอบ คือเอิลพอจะแอบฟังมาได้ว่าเค้าทักทายกันและถามไถ่ว่าเป็นไงมั่ง สบายดีไหม บลาๆ น่าจะมาคุยงานกันมากกว่า ซึ่งตอนนั้นก็นึกได้ว่าเค้าจะมาไทยเหมือนกันนี่? เลยกรี๊ดกร๊าดกับพี่สาวไปสักพักค่ะ พอสุดท้ายเรากินกันอิ่มแล้วเลยเก็บตัง อยากจะนั่งฟังเค้าต่อนะ แต่ก็เกร็งว่าจะนานไป 555 พอออกมาจากร้าน พอดีพี่สาวเอิลนึกอยากขอลายเซ็นต์เค้าขึ้นมา! ซวยสิ ออกมาแล้วอะ 555 ตอนนั้นก็กริ่มๆค่ะ กินเบียร์มะม่วงอย่างในรูปไป ก็เกิดอาการยุแยงตะแคงรั่วพี่ไปค่ะ 55555 (ถามว่าให้ตัวเองไปขอกล้าไหม? บอกเลยว่าไม่กล้า แต่อินี่ยุพี่ไปค่ะ 555) และพี่สาวเอิลก็บ้ายุค่ะ นางก็เอากระดาษไปให้เซ็นต์ ซึ่งเอิลก็ยืนดูอยู่นอกร้าน เค้าน่ารักมาก พอเห็นว่ามีคนขอลายเซ็นต์ก็เซ็นต์ให้เลยแบบไม่ว่าอะไร (พร้อมเคี้ยวไก่ไปอย่างได้อารมณ์ 555555) แล้วเอิลก็เห็นเค้าถามพี่สาวเอิล ซึ่งน่าจะถามชื่อว่าชื่ออะไรจะได้เขียน และพี่เอิลก็บอกไปเค้าก็เซ็นต์ให้แล้วก็โค้งหัวให้ (มารยาทงามมาก) พี่เอิลได้สติกลับมาก็ออกมากรีดร้องหน้าร้านสักพัก แต่สรุปแล้วนะค่ะ...ผู้ชายคนนั้นหาได้ใช่นัมจูฮยอกไม่ค่ะ 5555555555 เค้าคือจงชิน CN.Blue - -* (คือบอกก่อนว่า นัมจูฮยอนกับจงชิน หน้าตาเหมือนกันอย่างกับฝาแฝด และตอนนั้นเอิลมองเห็นแว้บแรกคือคิดว่านัมจูฮยอกชัวร์ๆ!! สรุปคือผิดค่ะ 555) ที่รู้ว่าเป็นจงชิน เพราะพี่สาวเอิลเอาลายเซ็นต์ไปดูในอากู๋ค่ะ...สุดย๊อดดดด น่ารักมาก ไม่ถือตัว เป็นกันเอง ซึ่งเอิลไม่เคยติ่งวงนี้เลย เลยไม่รู้ว่าเค้าจะน่ารักขนาดนี้อะ T////T



(จงชิน CN.Blue คือคนใส่ชุดดำนะค่ะ -///////-)


                         กรี๊ดกร๊าดเรียบร้อยก็เดินกันไปสถานที่ที่เอิลต้องการจะไปสร้างแลนด์มาร์คที่สุด (วันนี้ได้ไปแต่ที่ที่อยากไป 555 ได้ไปที่ชอบที่ชอบ XD) นั่นคือออออ Pledis Ent. งานนี้เพราะเซบทีนล้วนๆ แต่ก่อนเอิลก็เคยติ่ง Nu’est นะค่ะ แต่ก็โดน B.A.P ขโมยใจไป -..- พอรู้ว่า Seventeen ก็ค่ายเดียวกับ Nu’est นี่กลับมาติ่งแทบไม่ทัน - -* ก็เลยเดินเท้ากันไปจาก JYP ไป Pledis ค่ะ ไม่บ้าทำไม่ได้หรอกค่ะ 4-5 ทุ่ม ไปเดินเล่นแถวๆนั้น แต่สุดท้ายได้ถ่ายรูปมาก็พอใจแล้ว >////<



(ห้าทุ่มกว่ากับการมาเยือนเพลดิส โรแมนติกจริงๆ(?) - -*)




                 D-5 in Korea [18 Aug 2016]



(นี่คือสภาพค่ะ เท้าเป็นแผลทุกนิ้ว 5555)


                    วันนี้ร่างพังมากๆค่ะ TT เนื่องจากเมื่อคืนกลับมา ตี2 กว่าๆ แล้วก็เท้าบวมพองทุกๆนิ้วเลย จริงๆรองเท้าที่ใส่ไปมันไม่ได้ทำพิษอะไรนะค่ะ แต่ใส่นานๆเดินนานๆขึ้นเนินปีนเขา(?) หลายชั่วโมงไม่พักเลย หลายๆวันมันเลยสำแดงผลออกมาแบบนี้ เอิลไม่อยากจะตื่นเลยค่ะ TT รู้สึกว่าอยากนอนอยู่หอสักวันนึงมากๆ 55555 แต่สุดท้ายช่วงเย็นๆเราก็หาเรื่องออกไปเที่ยว Coex mall ค่ะ -..- (อย่างที่หลายคนรู้ Coex mall  มีโซนของติ่ง SM Town เยอะแยะมาก ถ้าเอิลติ่งค่ายนี้ด้วยคงหมดตัวเช่นกัน -.-) ด้วยความที่เท้าบวมแบบใส่รองเท้ายังร้องโอย เอิลกับพี่เลยคิดว่าเราจะงดเดินไกลๆ เลยเลือกที่จะนั่งรถบัสจากแถวๆหอไปลงที่หน้าห้างเลยทีเดียว (รูปที่นั่นไม่ค่อยได้ถ่ายนะค่ะ เนื่องจากเจ็บเท้าไม่มีอารมณ์ถ่ายเลย 5555) 



(นั่งรถบัสไปลงที่ Coex mall ทอดเดียวถึงเลย แต่จำเลขสายไม่ได้แล้ว TT)


               ที่นั่นร้านอาหารมีทุกชาติทุกรูปแบบค่ะ แต่เอิลอยากจะกินอาหารเกาหลีแบบเกาหลี๊เกาหลี ปิ้งๆย่างๆเนี้ยว๊อนมาก พี่ๆ (นัดเจอกับพี่คนไทยอีกคนนึงที่อยู่เกาหลีมาด้วยอีกคน) เลยพาเอิลไปกินร้านอาหารเกาหลีร้านนึงตรงทางเชื่อมไปไหนสักที่นึงในบริเวณห้างโคเอ็กซ์นี่แหละค่ะ -0- เป็นร้านแบบในซีรี่ย์ที่เราเห็นๆเลยมีเตาย่างตรงกลางพร้อมปล่องดูดควัน ตอนนั้นเอิลอยากกินซัมกยอบซัลที่สุด (หมูสามชั้น) พี่สาวที่อยู่เกาหลีอยู่แล้วเลยจัดหมูสามชั้นอาจุมม่ามาเลยทีเดียว 2 กิโลค่ะ *0* แล้วอาจุมม่าก็จะปิ้งให้ด้วย พวกเครื่องเคียงเยอะมาก และแทบจะไม่ต้องสั่งอะไรมากเลย เอิลจำได้ว่าแค่สั่งหมูสามชั้นแค่นั้นแหละค่ะ นอกนั้นเครื่องเคียงเค้ามีให้อยู่แล้ว ซุปสาหร่าย กิมจิ ปลาแห้ง ผัดถั่วงอก แล้วก็อีกหลายอย่างเลยไม่รู้จักชื่อก็มีค่ะ 5555


(มื้อนี้เอิลเสียไป 14000 วอน หรือประมาณ 450 บาทไทย ราคาก็ประมาณนี้นะถ้ากินปิ้งย่างที่นี่ *-*)


                    พอกินเสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นโฉบๆในห้างอีกสักหน่อยค่ะ พี่ๆพาไปที่ร้าน Kakao Friend เหลืองอร่ามทั้งร้าน *0* มีแต่ของน่ารักๆค่ะ เอิลสอยสมุดจะเล็คเชอร์มาเล่มนึง 2500 วอน (80 บาท) เอาไว้เป้นที่ระลึกพอกลับไทยเล็กๆน้อยๆ แต่จริงๆของที่อยากได้มีเยอะมาก TT นอกจากสมุดตุ๊กตาแล้วก็มีพวกแก้วน้ำ หมอนรองคอ กระเป๋า ปากกา คือน่ารักทุกอย่าง มีพวงกุญแจตุ๊กตาหมี ไรอัน ที่ตอนนี้ที่เกาหลีฮิตมากด้วยแต่เอิลก็ไม่ได้ซื้อมาค่ะ กลัวงบหมด TT 



                              จบจากร้าน Kakao Friend แล้วก็ไปต่อที่สุดท้าย (เพราะมาถึงก็เย็นแล้ว เลยเหลือเวลาเดินที่ห้างแปปเดียวค่ะ TT) คือ SM Town โซน Sum เป็นโซนที่มีแต่ของศิลปินเอสเอ็มนั้นแหละค่า




                         จบจากการเที่ยวแบบไม่ทั่ว(และแอบเสียดาย 555) ห้างแล้ว เอิลกับพี่สาวก็ไปอีกที่หนึ่งที่เอิลบังคับให้พี่ต้องพาเอิลไปไห้ได้ก่อนกลับ 5555 คือหน้าตึกใหม่ Cute Ent. นั้นเอง อิอิ เมื่อไปถึงเป็นธรรมเนียมถ่ายรูปสร้างแลนด์มาร์คเรียบร้อยก็ลากันกลับไปชุบตัวที่หอพักต่อเลยค่ะ เสร็จก็รีบกลับไปพักผ่อนต่อเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เอิลต้องบินกลับแล้ว อาจจะต้องรีบตื่นมาสอยซื้อของที่ต้องการและแพ็คกระเป๋าเตรียมไปสนามบิน..เพื่อไปดักรอ Seventeen ไปอินโดนีเซียค่ะ 5555555+ (อีกแล้วววววว - -*)



(ชีวิตต้องได้มาบุกค่ายผู้ชายตอนดึกๆถึงจะนอนหลับหรือไงเนอะ(?) - -*)



                    D-6 in Korea [19 Aug 2016]


                    เอิลตื่นประมาณ 10 โมงก็รีบตื่นมากินกาแฟลองท้องไว้ก่อนเพราะเดี๋ยวพี่จะพาเอิลไปกินข้าวร้านในตำนาน(?) 555 อยู่ที่นี่ชอบอยู่อย่างนึงคือมีเครื่องทำกาแฟค่ะ สะดวกสบายกินกันตาแข็ง พอกินและแต่งตัวเสร็จดีแล้ว เอิลกับพี่สาวก็มุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารร้านนึง ซึ่งแต่ก่อนที่พี่สาวเอิลมาครั้งแรกๆมันไม่ค่อยมีคนเยอะเท่าไร แต่พอบังทันเริ่มดัง..ร้านนี้ก็คนเยอะไปเลย มันเป็นร้านอาหารที่บังทันมากินบ่อยๆนั้นเอง อิอิ ราคาอาหารร้านนี้ถ้าจำไม่ผิดก็จานละประมาณ 5000-7000 วอน รู้สึกว่ามื้อนั้นพี่เอิลจะเลี้ยงให้เลยไม่ได้จำราคาค่ะ แฮ่ะๆ -_- (โลเคชั่นแถวนั้นน่าจะเป็นที่ที่พี่ม่อนชอบถ่าย kimdiary บ่อยๆ อินี่เลยไปถ่ายเล่นบ้าง 555



                         พอกินเสร็จคิวที่เราจะต้องทำก่อนจะเช็คเอาท์จากที่นี่คือ..ไปสร้างแลนด์มาร์คที่เอิลปราถนาค่ะ (สร้างเยอะมากอะ 5555) นั่นคือเอิลรบเร้าให้พี่สาวแบกร่างพังๆของตัวเอง (จริงๆทั้งคู่แหละ) ไปสวนฮักดงค่ะ เป็นสวนที่อยู่แถวๆค่ายที่คุณก็รู้ว่าใคร 555 (Bighit Ent.) เป็นสวนที่เคยได้ข่าวว่าบังทันมาเดินออกกำลังกายบ่อย แต่จริงๆเจตนาที่เอิลอยากไปคือ..อยากไปถ่ายรูปค่ะ 555 เนื่องจากปลายปี 2014 หรือว่าช่วงวันเกิดของวี (มายเมนของเอิล) 30 ธันวา 2014 วีได้ทำคลิปโคฟเวอร์เพลงเพลงนึงให้แฟนๆในวันเกิด ซึ่งโลเคชั่นนั้น..เอิลรู้ว่ามันคือที่ไหน 5555 (ขนาดไม่เคยไปเกาหลีมาก่อน คือเอิลชอบนั่งดูแมพในอากู๋ ดูจนรู้ว่าจริงๆแล้ว นังวีไปเดินทำอารมณ์อยู่ข้างๆสวนฮักดงนี่เอง) เอิลเลยอยากไปสร้างแลนด์มาร์คและทำอารมณ์ตามวี(?) บ้าง 5555 


                         แต่ระหว่างทางโชคชะตาก็เล่นตลกค่ะ(?) เอิลกับพี่เดินผิดซอย 55555 รู้ว่ามันจะต้องไปทางไหนนะ จากร้านข้าว แต่ดันเดินผิดไปออกอีกซอยนึง ซึ่งมันจะเป็นทางออกไปถนนใหญ่ ตอนนั้นก็บ่นตัวเองกันแล้วก็จะเดินกลับ แต่จู่ๆพี่สาวก็สะกิดเอิลยิกๆว่า แกๆ นี่ค่ายน้องแกหรือเปล่า? (บอกก่อนว่าเด็กเอิลเยอะ 5555 น้องในความหมายนี้หมายถึง ซึงยอน UNIQ ที่ตอนนั้นที่เอิลไป ซึงยอนมี solo เดี่ยวพอดี แล้วเอิลก็คุยเรื่องนี้กับพี่สาวอยู่บ่อยๆ) พอเอิลเงยหน้าขึ้นไปมองตึกตรงหน้าก็เงิบไปเลย เพราะมันเป็นตึกค่าย Yue Hua Ent. ที่วง UNIQ อยู่ค่ะ -/////- (โลกกลมดี สุดท้ายก็ถ่ายรูปเก็บไว้ 555)






- MV Someone like you 2014-12-30 by V -



(ศึกษามาดี ทำไมเวลาเรียนไม่เป็นแบบนี้ค่ะเอิล? 5555)


- สวนฮักดง 학동공원 - 



                         ซึ่งในสวนจริงๆแล้วมันน่ามาเดินเล่นมากๆค่ะ (ถ้าตัดความติ่งออกไป..) เป็นสวนที่อยู่กลางชุมชน แล้วก็มีพื้นที่อเนกประสงค์ข้างบนเป็นสนามไว้เล่นกีฬาได้ ข้างล่างก็เป็นที่ตั้งของเครื่องออกกำลังกายทั้งหลายแหล่เหมือนที่บ้านเรา จะมีคนสูงอายุมาเดินออกกำลังกาย กับผู้ปกครองส่วนนึงเอาลูกน้อยมาเล่นที่นี่ (ขนาดตอนนั้นเอิลไปประมานเที่ยงๆ ยังมีคนเอาลูกมาเล่นเลย) ก็แวะถ่ายรูปให้หนำใจจนรู้สึกว่า ร้อนวะ 5555 อากาศอบอ้าวมาก เหงื่อแตกอย่างกับอยู่เมืองไทย เอิลเลยชวนพี่สาวกลับสู่ถิ่น แต่ก่อนกลับสู่ถิ่นก็ขอโฉบไปหน้าค่าย Bighit นิดนึงงงงง




                    พอประมาณบ่ายโมง เอิลกับพี่ก็ไปเช็คเอาท์ออกที่หอพักค่ะ ก็ต้องเดินผ่านถนนคาโรซูกิลอีกรอบนึง ตอนนั้นก็เดินธรรมดาๆกับพี่สาว ไม่ได้คิดอะไร ใจมีแต่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากกลับ 5555 จู่ๆสายตาก็ไปป๊ะกับผู้ชายคนนึง สูงขาวหล่อมากกกก ออร่ากระจายเดินสวนมาอีกฝั่งถนนที่เอิลเดิน พอมองหน้าเค้าเท่านั้นแหละ (เค้าไม่ปิดมาร์กไม่สวมหมวกอะไรเลย -0-) ฮยองวอนโอปป้าาาาา (ฮยองวอน Monsta-X) โดดเด่นและเฉิดฉายมากกก ตอนนั้นคนเยอะมากเลยนะค่ะ แต่ไม่มีใครเข้าไปใกล้หรือเดินตามเลย เอิลเลยทำได้แค่..วิ่งข้ามถนนมาเพื่อตามถ่ายรูปเค้า แล้วก็ได้มาแต่ด้านข้างกับข้างหลัง - -* แต่เห็นด้วยตาเปล่าบอกเลยว่าหล่อจริงๆ T/////T 




                    พอชื่นชมกับความฟลุ๊คของตัวเองกันเสร็จแล้ว ก็รีบไปซื้อขนมที่มินิมาร์ทแถวๆหอ และก็ไปเช็คเอาท์หอพักจริงๆแล้ว ตอนนั้นน้ำตาจิไหล T^T รู้สึกว่ายังไม่อยากกลับเลยให้ตายเถิด แต่พอดูเวลา..อัยหยา เดี๋ยวไปสนามบินไม่ทันอูจิ -..- ก็เลยมีแรงจูงใจนิดนึงในการลากกระเป๋าออกมาจากหอเหมือนตกรอบอคาเดมี่ก็ไม่ปาน(?) เอิลกับพี่เลือกที่จะนั่งรถบัสไปสนามบินค่ะ เพราะถ้าให้ลงไปถูลู่ถูกังกับรถไฟฟ้าใต้ดินแบบตอนขามา บอกเลยว่าไม่ไหวแล้วววว ร่างพังกระเป๋าก็หนักต้องหิ้วขึ้นๆลงๆบันไดในสถานีไม่ไหวค่ะ เลยไปรถบัสสนามบินดีกว่า ซึ่งรถบัสสนามบินจะวิ่งประมาณ 4-5 ป้าย จากอินชอนมาโซล แล้วโซลตีกลับไปอินชอน ค่าบริการอยู่ที่ 15000 วอน (480 บาท) แต่สะดวกกว่าไปซับเวย์ก็คุ้มค่ะ 


                    เอิลชอบขึ้นรถบัสสนามบินนะ (มาที่นี่ขึ้นไป 2 รอบค่ะ รอบแรกตอนไปรอ Seventeen กลับจากฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 16 สิงหา รอบที่สองคือวันกลับวันนี้) คือคุณลุงคนขับจะลงมาเปิดที่เก็บกระเป๋าใต้ท้องรถบัสให้เรา แล้วยกกระเป๋าเราไปเก็บให้ แบบบริการดีมาก สุภาพมากๆ แล้วเราก็นั่งชิวๆ คนไม่เยอะ แอร์เย็นๆ เบาะสบายไปจนถึงสนามบินเลย *0* 


                    พอไปถึงก็บ่าย 2 กว่าๆ ตอนนั้นก็เริ่มมีจำนวนติ่งมาร์กดำมายืนกันเป็นหย่อมๆ เพราะมารอส่งเซบทีนเหมือนๆกับเอิลนี่แหละ เลยมั่นใจได้ว่าศิลปินจะมาทางไหน ดูจากกลุ่มแฟนๆนี่แหละ อิอิ 



                         จนสุดท้าย 5 โมงกว่าเซบทีนก็เสด็จมาค่ะ กว่าจะลงมาได้ก็วนรถกันไปหลายรอบ แล้วรถบัสก็คอยแต่จะบังระหว่างแฟนๆที่ยืนอยู่กับศิลปินที่กำลังลงจากรถตู้ เป็นอะไรที่เร้าใจดี 5555 ทำให้รู้ว่าเราจะไฟว์ยังไงให้ได้รูป งานนี้เอิลตื่นเต้นน้อยกว่าวันแรกที่จะเซบทีนเย้อะ แต่ก็รู้สึกเฟลเหมือนกันที่คนเยอะกว่าวันนั้นแล้วก็เบียดกันเองด้วย แต่ที่เอิลเซ็งตัวเองสุดๆคือ..หาอูจิไม่เจอค่ะ - -* หาไม่เจอจริงๆ พอนางเดินข้ามทางม้าลายมาแล้ว แฟนๆก็ต้องมูฟตัวเองเดินตามขบวนที่จะมีทีมงานค่อยกันทางให้อยู่ แล้วเอิลก็วิ่งไม่ลืมหูลืมตา+โดนดันจนมาติดผู้ชายคนนึง พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบว่าเค้าคือ มินกยู 5555 น้องตัวสูงมากกกกกก แบบเอิลเงยหน้ามองแล้วแหงนมือถือจนแทบตั้งฉาก..แต่แกไม่ใช่เป้าหมายของฉันวะมิงกู - -* เอิลก็ดั้นด้นวิ่งตามหาอูจิต่อไปค่ะ 555 ซึ่งมารู้อีกที อ่าวข้างๆเอิลคือโฮชิ (เมนรองนะสาบาน แต่เอิลไม่ได้รู้สึกฟินเลย - -* ทำไม???) มือก็กดถ่ายรูปไปรัวๆ จนมาเตะตากับสีเสื้อสุดโดดเด่นของอูจิ ปรากฏว่าการว่างแผนครั้งนี้(?) ของเซบทีนคือให้คนสูงๆอยู่รอบๆหมดเลย แล้วนางก็ให้อูจิอยู่ข้างในวงค่ะ สรุปคืออูจิเดินอยู่ข้างใน เพื่อนๆเดินล้อมๆ แล้วเอิลก็หาไม่เจอเนื่องจากความสูงที่ไม่ต่างกันเท่าไร - -* 



(ตัวสูงมากกกกก มินกยูตัวจริง -0-*)


                         พอส่งน้องเข้าตม.เสร็จแล้ว เอิลก็รู้สึกเหมือนร่างพังบวกงงๆ มันผ่านไปเร็วมากจนรู้สึกงงๆ แบบไปๆมาๆ เรามาที่นี่ไม่กี่วัน วันนี้กลับแล้ว? เอิลต้องบินประมาณทุ่มนึงของที่นี่ เพราะฉะนั้นเลยมีเวลาส่งเซบทีนไปอินโดได้แปปนึงก็ต้องเอากระเป๋าตัวเองไปโหลดเข้าเครื่องบ้างเหมือนกัน วันนี้เลยค่อนข้างเหนื่อยและงงไปหมด พอโหลดกระเป๋าเสร็จก่อนจะเข้าตม.เอิลกับพี่สาวก็ไปหาข้าวมื้อแรกกิน ..ฟังไม่ผิดหรอกค่ะมื้อแรกของวันเลย - -* กินได้แค่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ต้องรีบไปผ่านตม.บ้าง แล้วก็ต้องรีบไปที่เกทเพื่อรอขึ้นเครื่อง จำได้ว่าช่วงเวลาหลังจากเจอเซบทีนไปแล้วเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างทำใจลำบากมาก 55555 เพราะมันต้องกลับแล้ว ทำไมมันไวแบบนี้ เพิ่งจะเข้าใจหัวอกของคนที่ไปเกาหลีกลับมาแล้วบอกว่าไม่อยากกลับเลยก็วันนี้เลยค่ะ เศร้ามาก บรรยายไม่ถูก 5555



(ข้าวมื้อสุดท้ายก่อนจะรีบจ้ำไปขึ้นเครื่อง มีเวลาน้อยเพราะมัวแต่ไปถ่ายรูป Seventeen แหละค่ะ -.-)


(ภาพสุดท้ายที่อินชอนแล้ว T^T) 


( 6 ช.ม.ต่อมา ถึงสุวรรณภูมิแล้ว เวลาเที่ยงคืนไทย ตี2 เกาหลี เมื่อยตูดสุดๆไปเลยยย)



สรุปแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เอิลไปทริปนี้มีประมาณนี้นะค่ะ ใครเอาไปดูเพื่อศึกษาข้อมูลได้เลยยยย

 

ค่าตั๋วเครื่องบิน สายการบิน T’way air                                                                       10,400 ฿

ค่าที่พัก Chloe Guesthouse Gangnam  6 วัน 5 คืน  (ต่อคน)                                                  4,600 ฿

ค่า Poket Wifi LG U+ (ต่อคน)                                                                                             640 ฿

ค่าเติมเงินบัตร T-Money 6 วัน (สำหรับเดินทาง – ใช้ไม่หมดด้วยนะ)                                        480 ฿

ค่ารถไฟ AREX (วันแรก)                                                                                                         145 ฿

ค่ากินหมูย่าง (มื้อแรก)                                                                                                           368 ฿

ค่ากาแฟลาเต้ 언제나 커피 (วันแรก)                                                                                     96 ฿

ค่ากาแฟมอคค่า Zoo coffee (วันที่ 2 ที่สนามบินกิมโป)                                                           150 ฿

ค่าของไส้กรอกกับน้ำใน 7-11 (สนามบินกิมโป)                                                                        109 ฿

ค่าไก่ร้าน Chicken Baengi  (ต่อคน)                                                                                        400 ฿

ค่ารถบัสสนามบินอินชอน (วันที่ 3)                                                                                          480 ฿

ค่าถุงเท้า 2 คู่ (อีแด)                                                                                                               60 ฿

ค่าเสื้อ 2 ตัว (อีแด)                                                                                                                 600 ฿

ค่ากาแฟมอคค่า Starbuck (ที่สนบ.อินชอน)                                                                             195 ฿

ค่าอาหาร (ที่สนบ.อินชอน /ต่อคน)                                                                                              97 ฿       

ค่าแท็กซี่ (ที่หลงทาง TT /ต่อคน)                                                                                                 265 ฿                    

ค่าอาหาร หมูสามชั้นย่าง (ที่โคเอกซ์มอลล์)                                                                                 450 ฿

ค่าสมุด Kakao Friend size M                                                                                      80 ฿

ค่ากระเป๋า Spao                                                                                                      300 ฿

ค่ารถบัสสนามบินอินชอน (วันกลับ)                                                                                            480 ฿

 

**นอกเหนือจากนี้ก็อาจจะมีเล็กน้อยๆ แต่โดยรวมเล็กกลมๆ ประมาณนี้ค่ะ                                     20,395 ฿



                    หากใครอยากถามอะไรก็ถามได้นะค่ะ อันนี้ไม่จำเป็นต้องยึดเป็นหลักมากหรอก เพราะว่าราคาเลทที่เราแลกเงินมาก็อาจจะต่างกัน และราคาของบางอย่างก็อาจจะมีขึ้นมีลง ดูโดยรวมๆแล้ว 6 วัน 5 คืน ที่เอิลไปมาครั้งนี้ งบประมาณ 2 หมื่นบาทประมาณนี้ค่ะ แต่บอกเลยว่าถ้าอยากไปแบบชิวๆกว่านี้ สายช็อปกว่านี้ เอิลแนะนำให้ 3 หมื่นขึ้น 55555 ชีวิตจะไม่ต้องยึดติดกับคำว่า กลัวเงินหมด เลยแน่นอน TT^TT



                    สุดท้ายขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านบันทึกบ้าบอแบบนี้ของเอิลนะค่ะ 5555


                    ส่วนมากเรื่องติ่งจะมาเยอะกว่าสาระ ( - -*  ) แต่นี้เป็นครั้งแรกที่เอิลได้ลองผิดลองถูก ได้ลองใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมือง อาจจะมีอะไรที่รู้สึกว่ามันน่าจะดีกว่านี้ถ้า..บลาๆ ใครที่เคยไปมาแล้วอาจจะรู้ว่ารอบแรกมันก็ไม่ได้ราบรื่นกิ๊บเก๋ยูเรก้าเสมอไป แต่รอบต่อๆไป เชื่อว่าทุกคนก็จะใช้ชีวิตได้ดีขึ้นเรื่อยๆจริงๆ ^^

 


                    บันทึกนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะคำขอของคนที่เอิลรู้จักหลายๆคนที่เห็นว่ากบในกะลาอย่างเอิลได้ออกมาสู่โลกภายนอกแล้ว (5555555 ) ก็เลยอยากรู้รายจ่ายในการใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลี 6 วัน จึงทำเป็นบันทึกประสบการณ์ครั้งนี้ขึ้นมา ดีไม่ดีถูกใจหรือไม่ถูกใจ ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ ^_^





 




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ YaninN จากทั้งหมด 29 บทความ

บทวิจารณ์

เขียนบทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

เขียนคำนิยม

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

พิมพ์เลขที่เห็น