นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ZOMBIE LAND

โลกใบนี้กำลังถูกซอมบี้ยึดครอง... พวกเราสองพี่น้องต่างพอเอากันตัวรอด แต่จู่ๆทำไมฉันถึงมีความรู้สึกที่ไม่ควรมีกับพี่ชายของตัวเอง [100%]

ยอดวิวรวม

284

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


284

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ก.ค. 62 / 22:15 น.
นิยาย ZOMBIE LAND

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ซอมบี้...

ซากศพเดินได้

เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ

ใครก็ตามที่ถูกมันกัด

จะกลายเป็นพวกมัน


....

พวกเราก็แค่สองพี่น้องธรรมดาๆทั่วไป

ที่ต้องมีชีวิตรอดใน...

 zombie land 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ก.ค. 62 / 22:15


ตอนนี้โลกกลายเป็นยุคของซอมบี้มาได้สองเดือนแล้ว

ผู้คนต่างเอาชีวิตรอด

แย่งชิง แบ่งปัน รวมตัว แตกหักและฆ่าฟัน

ดูเหมือนจะดำเนินเร็วไปซักหน่อย แต่มันก็ไม่มีอะไรเพิ่มอยู่แล้วนิ

ก็เหมือนกับการตื่นนอนมาแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วผู้คนก็กินกันเองนั้นแหละ

จากนั้นก็เข้าสู่โหมดเอาตัวรอด วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งเข้าไปซะ

น่าเสียดายที่พ่อและแม่โดนกัดเป็นพวกแรกๆ ทำให้เหลือแค่เราสองพี่น้อง

พวกเราเลือกที่จะไม่เข้าร่วมกลุ่ม หากว่ากลุ่มนั้นเราสองคนประเมินแล้วว่า อยู่ไม่รอดหรือเสี่ยงแตกหักได้ง่ายๆ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีแค่เราสองคนเหมือนเดิม

ส่วนเรื่องรับคนเพิ่มก็ขอบายเหมือนกัน อย่างมากเราก็แค่ช่วยให้คนคนนั้นหรือกลุ่มนั้นไม่ไล่กินเนื้อคนนานขึ้นอีกหน่อยเป็นพอ

และปัญหาที่น่าหนักใจที่สุดคือเรื่องอาวุธและเสบียง พวกเราเลือกของง่ายๆอย่างหอก แค่ไม้ม็อบกับมีดคมๆก็เป็นอันใช้ได้ ปืนน่ะ ไม่มีทางที่เด็กง่อยๆอายุ 16 กับ18 ที่วันๆใช้ชีวิตไปเรื่อยๆจะยิงเข้าหัวทุกนัดหรอกนะ แค่เอามีดมาจิ้มๆหัวพวกผีดิบนี่ได้โดยไม่โดนกัดก็ดีเหลือแหล่เท่าไรแล้ว

ส่วนเรื่องเสบียงเรื่องนี้ออกจะเป็นงานช้างสักหน่อยเพราะฉันและพี่ชายเอาไปได้เต็มที่ก็แค่กระเป๋าเป้ที่พวกเราสะพายกันอยู่ ทำให้ต้องประหยัดกันหน่อย(ดีนะที่ฉันไม่ใช่พวกกินเยอะเท่าไร)

"พี่ ขอพักหน่อยสิ"ฉันทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดสภาพหลังจากที่พวกเราเดินกันในป่านานถึงสี่ชั่วโมง ถึงอากาศจะเย็นสบายแต่การเดินนานๆก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบอยู่ดี

"งั้นก็กางเต็นท์ตรงนี้เลยละกัน ใกล้จะค่ำแล้วด้วย"พี่ชายว่าพลางปลดเต็นท์ขนาดเล็กนอนำได้สองคนแต่ต้องเบียดกันหน่อย ฉันไปฉกมาจากกลุ่มๆหนึ่งที่ตั้งถิ่นในห้าง ออกมากางอย่างช่ำชอง

ดูเหมือนว่าการที่มีซอมบี้บุกโลกก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไร(ในบางมุม) นอกจากพวกเราจะได้ไม่ต้องสับหงกในชั้นเรียน พวกเราก็มีเวลาว่างเหลือในการทำำอะไรก็ได้

แต่คิดไปคิดมา ถ้าแลกกับที่ต้องเอาชีวิตรอดทุกวินาที ขอบายดีกว่า

ฉันเองก็ปลดกระเป๋าที่หนักอึ้งลง แล้วลุกขึ้นไปช่วยพี่กางเต็นท์ดีๆ

อย่างพี่ชายงี้เมื่อก่อนยังเป็นไม้จิ้มฟันเดินได้อยู่เลยอยู่เลย แต่ตอนนี้ที่ท้องถึงกลับมีเค้าลางของเจ้าซิกแพ็คซะอย่างนั้น

กลับมาที่ฉันที่ไม่มีแม้แต่วีเชฟ

ฉะนั้น พี่จงหิ้วเต็นท์กับของหนักๆไปซะ

พอกางเต็นท์เสร็จก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินพอดี พวกเราก่อกองไฟเล็กๆขึ้นเพื่อเพิ่มความอบอุ่น อุ่นอาหารกระเป๋าและต้มกาแฟ

"โอ้...อร่อย"อาหารเย็นวันนี้แม้จะไม่มีอะไรพิเศษ แต่เพราะเรายังมีเรากันอยู่สองคน ไม่มีการสูญเสียก็พอที่จะทำให้อาหารกระป๋องธรรมดาอร่อยขึ้นมาได้บ้าง

"อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย"แหนะ เห็นนะว่าแอบอมยิ้มอยู่ เจ้าพี่ขี้เก๊กเอ๊ย

"ทุกวันเป็นแบบนี้ก็ดีสิ"ของคาวหมดก็ตามด้วยของล้างคออย่างกาแฟ

"อืม"ฉันนั่งตรงที่ประจำของฉัน นั้นคือตักของพี่ชาย เหมือนทุกคืน ยังอุ่นและสบายเหมือนเดิม นี่ เอาคางมาบนหัวมันหนักนะ

"หัวเหม็น"ยังวิจารณ์อีก ลองไม่อาบน้ำนานๆสิ หัวใครจะหอมล่ะ

"เดี๋ยวเถอะ!"ฉันอมลมในปาก"ไม่มีหนูแล้วจะรู้สึก!"

ใช่! เห็นแบบนี้ ฉันก็เป็นคนฉกของในห้างกับคนอ่านแผนที่นะเฟ้ย

"ฮะๆ"ในที่สุดพี่ชายก็หัวเราะออกมา"ล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น"

หึ ยิ้มแล้วดูดีกว่าเป็นไหนๆ แต่กลับชอบทำหน้าเคร่งเครียดซะอย่งนั้น

"นอนซะ"พี่ชายกดหัวฉันให้พิงไหล่เขา "คืนนี้พี่จะเฝ้ายามเอง"

เฮ้อ เอาเถอะ

เดินอีกแค่อาทิตย์เดียว ฉันควักสมุดเล่มเล็กออกมา ปฏิทินที่เขียนเอง กาวันที่ของวันนี้ลง แค่ผ่านจะป่านี้ไปก็จะถึงที่นั่นแล้ว

ฉันเขียนไดอารี่อย่างที่ทำเป็นประจำ แม้เรื่องราวในวันนี้จะไม่มีอะไรมากแต่ก็คุ้มค่า

เขียนเสร็จก็เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋า แล้วซุกเขืาหาพี่อีกนิด "พี่ หนูรักพี่น้า"แม้จะไม่ใช่พี่น้องก็ตาม ฉันเติมประโยคในใจด้วยหัวใจที่ปวดร้าว

ฉันรู้ว่ามันผิด แต่รู้อะไรรึเปล่า ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่อยู่ด้วยกัน ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น เห็นมุมมองต่างๆที่เรายังไม่เคยเห็น พวกเราดูแลกัน พึ่งพากัน ก็ไม่รู้หรอกนะว่าพี่จะรู้สึกแบบเดียวกับฉันรึเปล่า แต่ว่า

ไม่เป็นไรหรอก

สัมผัสแผ่วเบาแต่หนักแน่นบริเวณศีรษะ พี่ลูบหัวฉันเบาๆ "พี่เองก็รักเธอเหมือนกัน"

อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปจริงๆ

ฉันหลับตาลงแล้วอ้อนวอนแล้วความหวังชั่งริบหรี่เหลือเกิน

30%

หลายวันต่อมา

พวกเราทั้งสองคนโดนล้อมโดยพวกผีดิบสองกลุ่ม

การแยกกันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

เรื่องมันก็เกิดง่ายๆเช่นทุกครั้ง ำในขณะที่พวกเรากำลังเดินตัดผ่านชายป่าไปกันอย่างเงียบๆ ก็มีฝูงซอมบี้กำลังเดินตรงมาทางพวกเรา แน่นอนว่าการหลีกเลี่ยงการปะทะเป็นแผนที่ฉลาดที่สุดแต่ว่ามันก็ไม่ง่ายแบบนั้นเมื่อมีฝูงอีกฝูงหนึ่งกำลังตรงมาเช่นกัน

มันเป็นการปะทะที่เลี่ยงไม่ได้

พี่ขอจัดการกลุ่มหน้าเพราะพวกมันมีเยอะกว่า ส่วนฉันก็ด้านหลัง

ฉันแทบจะกระชากกระเป๋าอันเป็นภาระออกจากหลัง กะชับหอกในมือแน่น แม้จะไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเองนัก

แทง ฟัน กระแทกด้วยด้ามจับ ฉันทำทุกอย่างด้วยความเร็ว เพราะถึงเจ้าพวกแดกเนื้อคนจะช้าแต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ฟังดูแปลกแต่ฉันกลับห่วงชีวิตของตัวเองมากกว่าพี่ซะอีก แหงล่ะพี่ของฉันเก่งจะตาย

"แฮ่"

"!"

จึก!

"ระวังด้วย!"

"ขอบคุณ!"ฉันตะโกนกลับไปแบบเร็วๆ แอบเหงื่อตกนิดๆ

เกือบไป...

ฉันเหลือบตามองเจ้าผีดิบตัวหนึ่งที่เกือบจะได้แดรกฉันเข้สจริงๆแต่ยังดีที่พี่ขว้างมืดมาเฉาะหัวมันไว้ซะก่อน

ก็บอกแล้วว่าไอ้พวกนี้ประมาทไม่ได้

ในใจเหมือนผ่านมาเป็นชาติแต่เหตุการณ์จริงคือสองนาทีกว่าๆเท่านั้น

ขยะแขยงชะมัด ใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดสกปรกออกจากใบหน้า เชื่อเถอะต่อให้ไม่ใช่คนที่ไม่ได้รักสะอาดมากเท่าไรแต่มาเจอแบบนี้ก็ต้องมีแหยงกันบ้างแหละน่า

เดินไปหยิบกระเป๋าที่ขว้างทิ้งไว้ตอนแรก แต่ว่า

!!!!

ฉึก

"..."ฉันเบิกตากว้าง จังหวะนั้นหอกในมือก็พุ่งลงไปที่พื้นดินและแทงซอมบี้ตัวจริงที่มีแต่หัวเข้าอย่างจัง ไอ้ผีดิบประเภทนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าำร อย่างที่รู้ซอมบี้จะตายก็ต่อเมื่อแทงหรือทำสมองอย่างรุนแรง แต่บางคนก็สะเพร่าที่ตัดแค่ลำตัวออก เหลือแค่ส่วนหัวเอาไว้ตามทาง

แต่ก่อนที่จะทำอะไรลงไป พี่ที่ดูสะอาดกว่าฉันมากก็พึ่งเข้ามา จับหัวไหล่ฉันทั้งสองด้าน "เธอ!ไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

ส่ายหน้าแทนคำตอบ พี่เองก็โล่งอกเมื่อไม่พบร่องรอยกัด

ไม่หรอก....ไม่

พี่ก็ยังเป็นพี่ แม้ความผิดปกติจะเล็กน้อยสักแค่ไหนเขาก็สังเกตเห็น "เป็นอะไรรึเปล่า? หน้าซีดนะ"

ส่ายหน้าอีกครั้ง ฉันแสร้งทำเป็นก้มเก็บกระเป๋า "ไปเหอะพี่"

"..........."

พี่ตอบมาเพียงแค่ "อืม" ก่อนที่จะเดินไปเก็บกระเป๋าอีกฝาก

........

........ไม่เนียน.......

ใช้หางตามองว่าพี่เดินออกไปห่งแล้วจริงๆ ฉันคือนั่งชันเข่า ค่อยๆใช้มือสั่นๆของตัวเองถลกขากางเกงขึ้น

ไม่.....ฉันเอามือปิดปาก รู้สึกหน้ามือคล้ายจะเป็นลม

คำว่า "ตลอดไป" คล้ายจะเป็นคำต้องสาป 

ที่ข้อเท้าขาวเนียน

หากใครเอ่ยมันขึ้นมา

กลับปรากฏรอยกัดเล็กๆขึ้น

ต้องเจอความผิดหวังกับความจริงที่แสนโหดร้าย

60%

อย่างแรก พี่ต้องรู้เรื่องนี้ เพราะฉันไม่คิดที่จะทำแบบตัวละครในซีรี่ย์หลังข่าวที่แม่ชอบดูแน่ๆ นอกจากฉันจะกลายเป็นพวกกินเนื้อคน ฉันอาจจะลากพี่ลงนรกไปด้วย ซึ่งมันไม่ดีแน่ๆ

อย่างที่สองเลยก็คือ การหั่นขาฉันออก ซึ่งมันก็เป็นความคิดที่ห่วยแตกสิ้นดี ประการแรกพิกัดของเราคือป่า ที่ๆต้นไม้ ต้นไม้ สัตว์ป่าและก็ซอมบี้ ประการที่สองพวกเราทั้งสอง ไม่มีใครพกยารักษาหรือเครื่องมือเฉพาะทางมาเลย ดังนั้นโอกาสรอดของฉันจึงต่ำมากๆ

และเหตุลสุดท้ายถ้า...ฉันรอด....ฉันก็กลายเป็นตัวภาระของพี่ทันที ขนของก็ไม่ได้ เดินเองก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่มองแผนที่ที่พี่เองก้สามารถทำได้เองอยู่แล้ว

ไร้ประโยชน์สุดๆ นั้นคือสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ถ้ากลายเป็นคนที่แม้แต่เดินก็ยังไม่สามารถทำเองได้แบบนั้นการตายหรือการกลายเป็นพวกซอมบี้ก็ยังดีซะกว่า

ยังดีที่พวกเราพบความโชคดีในความโชคร้าย นั้นคือแหล่งน้ำสะอาดขนาดใหญ่ตอนเย็นๆ ที่สำคัญพวกเราไม่พกพวกซอมบี้แถวนั้นสักตัว

เมื่อโชคหล่นทับพวกเรากางเต้นท์ห่างจากแหล่งน้ำเล็กน้อย ฉันก่อกองไฟเพื่ออุ่นอาหารกระป๋องระหว่างรอพี่อาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อ 

ฉันรู้สึกหวานสั่นทั้งที่เสื้อของฉันแทบกลายเป็นเชื้อเพลิงของกองไฟอยู่รอมร่อ คิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ จุดหมายของเรา อนาคตของฉันเองและอนาคตของพี่...

พี่จะอยู่ยังไง? ใครจะระวังหลังให้? ใครทำจะก่อกองไฟให้? พี่จะเป็นอันตรายรึเปล่า? กังวลไปหมดเลย

นี่ไม่ดีเลยนะตัวฉัน...ฉันพร่ำบอกตัวเอง ร่างกายของฉันสั่นสะท้านหนักกว่าเดิม มือที่ซีดเกร็งเอื้อมไปหาหอกของตัวเองกระชับไว้แน่เตรียมจะปลิดชีวิตของตัวเอง

ไม่!!!! เสียงบางอย่างในจิตใจกู่ร้องออกมาอย่างละล่ำละลัก ม...มันไม่ถูกต้อง! ฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้

มันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง

"เฮ้"

"!!!!"ฉันกระเด้งตัวออกถอยห่างจากกองไฟและทิ้งหอกลงพื้น พี่นั้นเอง เขากำลังเดินมาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

"พ-พี่!!"ฉันเรียกเขา ฉันคิดว่าฉันควรจะบอกเขาได้แล้วก่อนที่ฉันจะฝืนไม่ไหว

ขอบตาฉันร้อนแผ่ว น้ำตารื้นขึ้นมา"ฉ-ฉัน! ฉันน่ะนะ!"

ไม่พร้อมเลยสักนิด"...ฉัน-"

"ไปอาบน้ำก่อนไหม? น้ำกำลังสบายเลยนะ"

เหมือนตึกความพยายามของฉันพังลงมา ด้วยน้ำเสียงที่ดูสงบและฟังดูผ่อนคลาย

ฉันพยักหน้าคว้านหาเสื้อสำรอง ไม่กล้ามองหน้าพี่ตรงๆหรือแม้แต่สักเสี้ยวก็ไม่อยาก เพราะไม่อย่างนั้น...

เสียงสะอื้นได้หลุดออกมาแน่ๆ

เมื่อถึงแอ่งน้ำ ขาของฉันก็ไม่สามารถค้ำตัวฉันได้อีกต่อไป ฉันกอดปลอบตัวเองไม่นึกโทษพี่ที่พูดขัดจังหวะเอาดื้อๆ ที่เขาทำแบบนั้นเพราะว่าเขารู้

รู้ว่าฉันไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องที่เขาควรรู้

สิ่งที่เขาหยิยยื่นให้ก็คือ เวลา

เวลาที่ฉันพร้อม

รู้ดี...ฉันสะอื้นกระชับกอดแน่น รู้ดีเกินไปแล้วนะพี่...

แล้วแบบนี้

หนูจะปล่อยมือจากพี่ได้ยังไง

++++

ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว เปลี่ยนเสื้อแล้วด้วยแต่ยังไม่กล้าเดินไปหาพี่

แม้ฉันคิดว่าฉันโอเคและพร้อมแล้วก็ตาม

แต่ว่าขออีกหน่อย ฉันมองหน้าพี่ที่นั่งเขี่ยไฟอยู่ แสงไฟจากกองเพลิงส่องใบหน้าเขาให้ดูน่าหลงใหลมากกว่าเดิม ขอเวลามากกว่านี้อีก

ฉันพิจารณาเค้าโครงของพี่ซ้ำ และสลักมันลงไปในความทรงจำของฉัน ก่อนที่ฉันจะลืมมันไป...

"แบบนั้นหนาวนะ อยู่ใกล้กองไฟดีกว่าไหม?"ฉันสะดุ้งเมื่อสบกับดวงตาของพี่

แต่ว่าไม่มีแล้วความเศร้าในดวงตาของฉัน ฉันยิ้มและพยักหน้าเดินเข้าไปใกล้

เอาล่ะได้เวลาบอกสักที....

ฉันนั่งบนขอนไม้ด้วยกับพี่ เล่าหมดเรื่องที่ฉันโดนกัดและอาการของฉันตอนนี้ด้วย

เตรียมใจไว้แล้วสำหรับสายตารังเกียจและหวาดกลัว แต่สิ่งที่พี่ทำห่างจากความคิดของฉันไปไกล

พี่เพียงช้อนตัวฉันมาวางระหว่างขาเหมือนที่ทำเป็นประจำ ลูบหัวฉันและเอ่ยถาม

"ซอมบี้ตัวนั้น...ฆ่ามันรึยัง?"

ฉันสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่แปลกไปแต่ไม่ใช่ในทางที่เลวร้าย ฉันถึงตอบกลับไปว่าได้ฆ่ามันไปแล้ว

"งั้นหรอ"พี่ตอบมาเพียงแค่นั้น

นานนาทีกว่าๆ พี่จึงเอ่ยมาอีก "ไม่ต้องห่วงนะ พี่อยู่ได้อยู่แล้ว"ก่อนที่จะเอ่ยขำๆ "ถ้าพี่โดนกัดสิ เธออยู่คนเดียวจะไหวรึไง?"

ฉันฉุนกึกทั้งสบายใจและโกรธที่ได้ยินคำสบประมาท "โธ่พี่! ถึงไม่มีพี่ ก็อยู่ได้หรอกน่า!"

"จะจริงเรอะ~?"

"แน่นอน!"

"ฮะๆ โอเคๆ"

"..."

"...."

"...นี่พี่"เขาขานรับเบาๆ ฉันคิดว่าฉันก็ควรบอกเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย "ถ้าหนูหลับลงไป..."

"พี่ได้โปรดฆ่าหนูทีนะคะ"

"..."เพราะไม่เห็นหน้า ฉันถึงบอกไม่ได้มาคิดอะไรอยู่ แต่มันเป็นเวลาที่นานมากๆ จนเขาตอบมาเพียง "ได้"

แผ่วเบาเหลือเกิน...

และสุดท้าย"....หนูชอบ ไม่สิ รักพี่นะ"

"นี่เธอก็---"

ฉันพูดแทรกด้วยเสียงหนักแน่น "แบบคนรักค่ะ"

"นี่เธอ?"ฉันกระชับแขนแข็งแรงของพี่ให้แน่น

"รู้น่า...ก็รักไปแล้วนี่น่า รักๆๆๆที่สุดด้วยแต่....น่าเสียดายนะ"ฉันเงยหน้ามองพี่ หยดน้ำตาไหลออกมา "อ-อยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วนะ:)"

"อืม"

"ร้องเพลงได้ไหม?"ฉันขอร้อง จำได้ว่าในวันที่แสนธรรมดา ฉันยังคงจำได้ถึงน้ำเสียงที่แสนอบอุ่นของเขา

"Would you know my name 

If I saw you in heaven? 

Would it be the same 

If I saw you in heaven ?

I must be strong and carry on 

Because I know I don't belong here in heaven 

ฉันเอามือปิดปากกลั้นสะอื้นน้ำตาที่คิดว่าแห้งไปแล้วกับล้นขึ้นมาอีกครั้ง

เพลงๆนี้มันไม่ได้เป็นเพลงโปรดของใครในครอบครัว แต่ที่ฉันร้องก็คงเป็นเพราะความหมายของมัน

Would you hold my hand 

If I saw you in heaven? 

Would you help me stand 

If I saw you in heaven?

เพลงนี้กล่าวถึงคุณพ่อที่บอกกับลูกชายตัวเองที่อยู่บนสวรรค์ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปและมีความสุขแทนลูกชายของเขา

I'll find my way through night and day 

Because I know I just can't stay here in heaven 

พี่มือเอื้อมมาจับมือที่ปิดปากฉันไว้และเลื่อนมือฉันลง

"ฮึก"มือของเราประสานกันแน่น ด้วยเสียงของพี่ ความอบอุ่นที่พี่มอบมันแก่ฉัน

ไม่เป็นไรแล้ว แม้ร่างกายจะหนาวสั่น

Time can bring you down, time can bend your knees 

Time can break your heart, have you begging please, begging please 

Beyond the door there's peace l'm sure 

And I know there'll be no more tears in heaven 

แล้วก็มาถึงท่อนสุดท้าย...

ก่อนที่ฉันจะหลับไปแล้วไม่ตื่นอีกครั้ง ด้วยสติที่เลือนลางขึ้นสุดที เสียงของพี่ก็แว่วมาในโสตประสาท

"พี่ก็รักเธอในแบบคนรักเช่นกัน"

อ่า....หนาวจัง

อย่าหลับนะ...ได้โปรด....

+++++

ผมเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงใบหน้าของน้องสาวอย่างเบา ลูบกระบนแก้มและจมูกอย่างทะนุถนอม จบด้วยการจุมพิตบนเปลือกตาของเธอ

ขอยอมรับว่าช็อคตอนที่เธอบอกเธอโดนกัด แม้จะเป็นแค่รอยเล็กๆก็ตาม แตที่ช็อคยิ่งกว่าคือเธอบอกว่ารักผม

ตอนแรกผมดีใจมากที่ความรู้สึกตรงกันแต่กระนั้นเธอก็อยู่ในสภาพปกติได้ไม่นานแล้ว

ถามว่าผมชอบเธอตอนไหน ก็ขอบอกว่านานจนผมยังแปลกใจกับตัวเอง

ผมไม่เคยมองผู้หญิงคนอื่น พวกหล่อนล้วนน่ารำคาญในสายตาของผม

ยกเว้นน้องสาวของผม

เธอน่ารัก ร่าเริง และเป็นแสงสว่างน้อนของผม

รู้สึกตัวอีกครั้ง ผมก็เผลอ'แตก'ใส่'รูปภาพของเธอ'ไปแล้ว

และมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีซอมบี้ถือกำเนิดขึ้น

พวกเราต้องนอนในเต็นทเดียวกัน

อ่า...กลิ่นของเธอ ผิวของเธอ เส้นผมของเธอ ทุกอย่างที่เป็นเธอทำให้ผมคลั่ง

ใครจะด่าว่าผมเลวก็ช่าง ขอเพียงคำนั้นไม่หลุดออกมาจากน้องสาวที่น่ารักของผม ผมก็ไม่สนใจ

แต่ไม่เป็นไร เพราะจากนี้เราจะได้อยู่ด้วยกัน

ผมลูบหัวเธอที่กำลังหลับสนิท มืออีกข้างก็ควานหาผ้าและเชือกที่ใส่ไว้ในกระเป๋า แล้วฮัมเพลงท่อนสุดท้ายออกมา

"Would you know my name 

If I saw you in heaven? 

Would it be the same 

If I saw you in heaven ?

I must be strong and carry on 

Because I know I don't belong here in heaven"*

และเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

ตามสัญญาของเรา

*เพลง tears in heaven ของ Eric Clapton 

Talk

อ้าว? พี่สัญญาไว้ไม่ใช่รึไง?=)

ปล.เพลงเพราะนะคะไปหาฟังกันดู

ปล2.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
 และฮัมเพลงท่อนสุดท้ายออกมา

ผลงานอื่นๆ ของ Calla_Lilyyy​

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 08:29

    รออออออ
    #1
    0