เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 ชมดอกไม้งามท่ามกลางแสงจันทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    28 พ.ค. 59

เพราะไม่ทันคิดว่าจะโดนเตะเข้าเต็มแรงโดยหญิงสาวเบื้องล่าง ทำเอาฮ่องเต้หลบไม่ทันจนต้องไปนอนกุมท้องอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง ก่อนจะหันหน้าขึ้นมาพูดด้วยท่าทางเจ็บปวดไม่น้อยว่า “สนมรักช่างแรงเยอะยิ่งนัก”

หวิ๋นเสียนที่เห็นดังนั้นถึงกับไม่รู้จะพูดอะไรดี “อา อา...”

หวิ๋นเสียนตอนนี้เหมือนจะกลัวจนสติหลุดไปแล้วยิ่งนางรู้ว่าพึ่งจะเผลอเตฮ่องเต้เข้าไปอีกยิ่งทำให้หวิ๋นเสียนเสียสติแทบจะดูราวกับเป็นคนบ้า

นางเตะฮ่องเต้เข้าไปจะทำอย่างไรดีเล่า! นี่นางจะโดนโทษตายหรือไม่ หรือควรจะรีบหนีดีกว่า หรือจะแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดี แต่เขากุมท้องขนาดนั้นจะต้องเจ็บมากแน่ๆ เผลอๆอาจจะมีแผล แล้วถ้าแผลนั่นกลายเป็นแผลเป็นเล่า ต่อให้นางตายเป็นหมื่นครั้งก็คงไม่พอ!

สมองของหวิ๋นเสียนคิดวุ่นวายไปหมด และเพราะอย่างนั้นเองด้วยความทรงจำอันขมขื่นที่นางต้องเผชิญมา จู่ๆหวิ๋นเสียนก็ราวกับจะเข้าสู่ด้านมืดนางมองไปทางคนตรงหน้าด้วยแววตาราวกับพึ่งได้ตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างลงไป

เมื่อเห็นหวิ๋นเสียนเป็นเช่นนั้นก็เล่นเอาฮ่องเต้อดคิดไม่ได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าท่าจะสติหลุดจนคิดเรื่องไม่ดีแล้วเป็นแน่ เขาจึงพยายามเอ่ยเจรจากับนางขึ้นมาอย่างใจเย็นว่า “สะ สนมรักใจเย็นก่อน อย่าพึ่งปล่อยให้ความมืดมิดในใจเจ้าครอบงำไป”

หวิ๋นเสียนในตอนนี้นั้นไม่คิดจะฟังคำพูดใครทั้งนั้นความหวาดกลัวที่มากเกินไปทำให้นางคิดจะพุ่งเข้าไปบีบคอคนตรงหน้าเสียให้ตายคามือทำแบบนี้ถึงนางจะได้ตายไปก็ยังตายตาหลับเพราะได้ลากเขาให้ตายไปด้วยได้ แต่มีหรือที่แรงของนางจะไปทำอะไรชายตรงหน้าได้สุดท้ายฮ่องเต้ก็รีบจับหวิ๋นเสียนเอาไว้ก่อนจะสับลงไปที่หลังคอนางให้สลบลงไปทันที

เมื่อเห็นร่างบางในอ้อมแขนหลับลงไปแล้ว ฮ่องเต้ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาน้อยๆแล้วพลันคิดว่า คราวหลังเขาคงต้องแกล้งนางให้น้อยลงเสียล่ะมั้ง

หลังจากจัดแจงวางหวิ๋นเสียนให้นอนอยู่บนเตียงดีๆเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้ก็นั่งจ้องหน้านางอยู่สักพัก ใบหน้าของหญิงสาวที่ดูใสซื่อและกำลังหลับอย่างมีความสุขนั้นชวนให้เขารู้สึกผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย เมื่อคิดดีๆแล้วหากเมื่อกี้หญิงสาวไม่เตะตนซะก่อนเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองจะทำอะไรต่อไป พอคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ถึงกับต้องหัวเราะให้ตัวเองออกมา แต่พอหัวเราะออกมาแบบนั้นก็ทำให้เขาเจ็บท้องจากที่โดนเตะอยู่ไม่น้อย สุดท้ายฮ่องเต้ก็ต้องสั่งให้มู่กงกงไปเอายามาให้ทา ก่อนจะลงนอนข้างกายหญิงสาวเจ้าปัญหาที่ยังคงหลับแบบไม่รู้ตัว

เมื่อหวิ๋นเสียนลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเป็นยามเช้าแล้วซ้ำนางปวดหัวยิ่งนัก เมื่อคืนนี้หวิ๋นเสียนยังจำได้ว่านางยังฝันร้ายอีกว่าตนเตะฮ่องเต้เข้าไปเสียเต็มแรงแต่จะเรียกว่าฝันร้ายก็คงไม่ถูกเพราะตอนที่เตะไปพอกลับมานึกย้อนดูก็ชวนให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย แต่เป็นเพราะไม่เห็นฮ่องเต้อยู่ข้างกายหวิ๋นเสียนจึงคิดว่าเรื่องเมื่อคืนนั้นเป็นความฝันไปจริงๆ และบางทีตอนนี้ฮ่องเต้คงจะคืนดีกับลี่เฟยไปแล้วก็ได้

สักพักปิ่นเล่อก็เดินถือถาดที่มีถ้วยยาเข้ามาด้วยท่าทางอารมณ์ดีแล้วถามขึ้นว่า “พระสนมหายปวดเมื่อยแล้วหรือเพคะ”

คำถามนั้นถึงกับทำให้หวิ๋นเสียนต้องจ้องมองกลับไปด้วยความแปลกใจ นางจะปวดเมื่อยไปได้อย่างไรกัน!

เมื่อเห็นใบหน้างงงวยของหวิ๋นเสียนปิ่นเล่อจึงพูดเชิงหยอกเย้าขึ้นว่า “เมื่อคืนนี้ฮ่องเต้ทรงสั่งให้มู่กงกงนำยาแก้ปวดกับยาทาลดรอยช้ำเข้ามาในห้องพระสนมไม่รู้หรือเพคะ หรือว่าฮ่องเต้จะเป็นคนป้อนและทายาให้พระสนมยามหลับไปแล้วกัน”

ประโยคนี้นั้นเป็นดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจของหวิ๋นเสียนทันที ยาแก้ปวดกับยาทาลดรอยช้ำงั้นเหรอ คงไม่ใช่ว่า.. หวิ๋นเสียนแทบไม่อยากจะคิดต่อเพราะนางรู้ดีว่าผลลัพธ์ของการทำแบบนั้นจะเป็นเช่นไร

ปิ่นเล่อที่เห็นหน้าหวิ๋นเสียนเปลี่ยนไปมาก็นึกว่าเป็นเพราะความเขินอายแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ หวิ๋นเสียนก็รีบวิ่งมาเกาะขาร้องไห้ให้ปิ่นเล่อฟังว่า “ปิ่นเอ๋อข้ากำลังจะตาย คราวนี้ข้าต้องตายแน่ๆ”

ปิ่นเล่อที่ตามสถานการณ์ไม่ทันไม่รู้จะพูดอย่างไรดี “พระสนมหมายความว่าอย่างไรกันเพคะ ฮ่องเต้ทรงห่วงใยพระสนมถึงปานนั้นแถมยังสั่งให้นำยาบำรุงและยาแก้ปวดมาให้พระสนมตอนเช้าอีกแล้วท่านจะตายได้อย่างไรกันเพคะ”

หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นก็พลันหยุดร้องให้ นางหันไปถามปิ่นเล่อด้วยความแปลกใจ “ยาบำรุงกับยาแก้ปวด”

“ใช่แล้วเพคะ” ปิ่นเล่อตอบพลางยื่นถาดในมือให้ดู ตอนนี้เองที่หวิ๋นเสียนพึ่งจะสังเกตเห็นว่าบนถาดนั้นมีถ้วยยาสองถ้วยวางอยู่ หวิ๋นเสียนจึงค่อยๆเรียบเรียงความคิดตัวเองใหม่อีกครั้ง

  การที่เขาเอายาแก้ปวดมาให้นางกินแบบนี้เพื่อกลบเกลื่อนว่านางไม่ได้เตะเขาใช่หรือไม่ เมื่อคิดได้ดังนั้นหวิ๋นเสียนก็รีบยกยาทั้งสองถ้วยนั้นดื่มรวดเดียวหมดทันที เพราะถึงยาจะขมหรือยานี่จะทำให้มีคนเข้าใจว่าเขารักและเอ็นดูนางแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่นางไม่ต้องโดนโทษประหารจากการเตะฮ่องเต้ลงไป!

         ปิ่นเล่อที่เห็นหวิ๋นเสียนดื่มยารวดเดียวหมดถึงกับยืนค้าง หวิ๋นเสียนเมื่อเห็นดังนั้นก็หันมายิ้มหวานให้เพื่อนรักพร้อมกับพูดเพียงแค่ว่า “เมื่อกี้ข้าเพียงแต่แกล้งเจ้าเล่นเท่านั้นเอง”

                พอเวลาล่วงเลยไปอีกไม่กี่ชั่วยามก็มีขันทีมาประกาศว่าฮ่องเต้สั่งให้ฮองเฮาจัดงานชมดอกไม้งามและต้องการให้สนมทุกพระองค์ไปเข้าร่วมงานในค่ำคืนนี้

                เนื่องจากงานในครั้งนี้จัดขึ้นแบบกระทันหันทั้งยังมีแขกผู้สูงศักดิ์มากมายทำให้หวิ๋นเสียนต้องปวดหัวอยู่ไม่น้อย นางได้แต่นั่งบ่นไปมาอยู่หน้ากระจกว่า “ทำไมจึงได้ยุ่งยากแบบนี้นะ” พอดีกับที่ปิ่นเล่อเดินเข้ามาพร้อมกับชุดมากมายให้หวิ๋นเสียนเลือกใส่ แต่เมื่อเห็นหวิ๋นเสียนทำท่าเก้ๆกังๆอยู่หน้ากระจกก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “พระสนมทรงทำสิ่งใดกันอยู่เพคะ”

“แต่งหน้าไงเล่าแต่งหน้า” หวิ๋นสียนตอบด้วยหน้ามุ่ยๆในขณะที่พยายามแต่งหน้าของตนเองอยู่อย่างเต็มที่ “งานในค่ำคืนนี้มีแขกมากมายข้าก็ควรต้องแต่งตัวให้ดีเสียหน่อย”

“พระสนม..” ปิ่นเล่อที่ได้ยินดังนั้นแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ เมื่อเห็นเพื่อนรักของตนที่ไม่เคยแต่งหน้าหรือสนใจรูปลักษณ์ตัวเองเท่าใดมาก่อนกำลังพยายามอย่างเต็มที่ แม้ว่าผลของความพยายามนั้นจะเป็นหน้าที่ดูเละๆก็ตามที

“จะทำหน้าแบบนั้นไปทำไมกัน” หวิ๋นเสียนที่พยายามแต่งหน้ามานานแต่ก็ไม่สำเร็จเสียทีหันมาพูดกับปิ่นเล่อด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะรีบเร่งคนตรงหน้าให้มาช่วยนางเร็วๆว่า “รีบมาช่วยข้าแต่งตัวก่อนเถิดเร็ว” จากนั้นปิ่นเล่อก็ต้องวุ่นวายอยู่นานกว่าจะแก้หน้าเละๆของเพื่อนรักให้กลับมาดูเป็นผู้เป็นคน

 

งานชมดอกไม้งามนั้นจัดขึ้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานหลวงซึ่งอยู่ติดกับสระบัว ยิ่งใกล้เวลางานพื้นที่ตรงอุทยานแห่งนี้ก็ยิ่งครึกครื้นมากขึ้น หวิ๋นเสียนที่พึ่งเดินทางมาถึงนั้นได้แต่มองไปรอบๆอย่างสนอกสนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คนที่จับจ้องมาทางนางมากเข้าหวิ๋นเสียนก็เริ่มประหม่าขึ้นมา คนที่จ้องนางอยู่นั้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาแข็งกร้าวผู้หนึ่งที่มีท่าทางหยิ่งทระนงกับหญิงสาวหน้าตางดงามที่ยืนอยู่ด้านข้างซึ่งกำลังส่งรอยยิ้มอ่อนหวานมาให้นาง เมื่อเห็นดังนั้นปิ่นเล่อที่คอยประคองหวิ๋นเสียนอยู่ด้านข้างจึงเอ่ยบอกนางขึ้นมาเบาๆว่า “พระสนมนั่นคือเหลียงอ๋องกับพระชายาเพคะ”

หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นพยักหน้าตอบเล็กน้อย ถ้าหวิ๋นเสียนจำไม่ผิดเหลียงอ๋องนั้นคือพี่ชายของฮ่องเต้ล่ะมั้ง ว่ากันว่าที่เขาไม่ได้เป็นรัชทายาทและขึ้นครองราชย์เป็นเพราะนิสัยที่หยิ่งทระนงและเห็นแก่ตัวจนเกินไป หวิ๋นเสียนยิ้มตอบพระชายาไปตามมารยาทก่อนจะมุ่งตรงไปยังที่นั่งของตน นั่งลงได้ไม่นานสายตาของหวิ๋นเสียนก็ไปสะดุดตาเข้ากับหญิงสาวท่วงท่างดงามในชุดสีม่วงผู้หนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้างานมา ทุกท่วงท่าก้าวเดินของนางแลดูสงบนิ่งและสง่างามนักอีกทั้งใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้นางดูมีสเน่ห์จนไม่อาจถอนสายตา

“คนนั้นใครกัน” หวิ๋นเสียนหันไปถามปิ่นเล่ออย่างแผ่วเบา ก่อนที่ปิ่นเล่อจะตอบกลับมาว่า “นั่นคือเยี่ยเจาหรงเพคะว่ากันว่านางได้รับความโปรนปรานรองลงมาจากลี่เฟย”

เวลาผ่านไปอีกไม่นานเหล่าพระสนมและแขกคนสำคัญในงานก็มากันจวนจะครบ ฮองเฮาในวันนี้นั้นอยู่ในชุดสีแดงแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามแต่ก็ไม่ได้ฉูดฉาดไปเสียจนไม่เข้ากับบรรยากาศซะทีเดียว หรูซิวอี๋ยังคงใส่ชุดสีน้ำเงินที่ช่วยขับเน้นใบหน้าอันงดงามของนางได้มากที่สุด ส่วนลี่เฟยนั้นไม่ได้อยู่ในชุดสีขาวที่ชวนให้รู้สึกถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องดังเช่นวันที่หวิ๋นเสียนได้พบ วันนี้ลี่เฟยเลือกใส่ชุดสีชมพูอ่อนชวนให้นางแลดูอ่อนหวานและงดงามเกินใครซ้ำยังเข้ากับบรรยากาศได้ดียิ่งนัก

หลังจากแขกทุกคนนั่งประจำที่ของตนได้ไม่นานก็มีเสียงประกาศขึ้นว่า “ฮ่องเต้เสด็จ”

จากนั้นชายหนุ่มในชุดสีทองที่ดูทระนงองอาจก็เดินเข้ามาในงาน ผู้ที่อยู่ในงานทุกคนจึงลุกขึ้นและทำความเคารพคนตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ฮ่องเต้หันไปมองโดยรอบเล็กน้อยก่อนที่สายตาของพระองค์จะไปหยุดอยู่ที่ลี่เฟยแล้วจึงยิ้มอย่างพึงพอใจขึ้นมา หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็เดินไปนั่งลงตรงที่นั่งหน้าสุดข้างๆฮองเฮา เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้นั่งลงแล้วทุกคนในงานจึงนั่งลงตามก่อนที่ความครื้นเครงในงานจะกลับมาอีกครั้ง นางรำเริ่มออกมาร่ายรำนางกำนัลเริ่มนำอาหารมาวาง หวิ๋นเสียนได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ

เพราะตำแหน่งของหวิ๋นเสียนไม่สูงนักจึงไม่แปลกที่ที่นั่งของนางจะห่างไกลฮ่องเต้อยู่มากแต่ก็นับว่าดีตรงที่ไม่ทำให้นางเป็นจุดสนใจของผู้คน หวิ๋นเสียนลอบมองฮ่องเต้เล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีปวดเมื่อยหรือเป็นอะไรจากการที่โดนนางเตะแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา

หลังจากงานเลี้ยงผ่านไปได้ไม่นานและต่างคนก็ต่างสนทนากันอย่างสนุกสนานไปได้สักพัก หวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงของฮองเฮาพูดขึ้นว่า “ลี่เฟยในคืนนี้ช่างงดงามยิ่งนัก”

คำพูดประโยคนั้นของฮองเฮาทำให้ผู้คนต่างหันเหความสนใจไปทางลี่เฟยซึ่งนั่งถัดจากฮองเฮาลงมา ฮ่องเต้เองก็หยุดการสนทนากับเหลียงอ๋องก่อนจะหันมาพูดชมลี่เฟยขึ้นว่า “ลี่เฟยช่างเหมาะกับชุดสีอ่อนๆเช่นนี้นักเหตุใดจึงไม่ใส่ให้บ่อยเสียหน่อยเล่า”

แววตาที่ฮ่องเต้มองลี่เฟยนั้นช่างเป็นประกายยิ่งนัก ส่วนลี่เฟยก็เพียงแต่ยิ้มอย่างอ่อนหวานโดยไม่ได้พูดอะไร เมื่อเห็นดังนั้นก็ทำให้ฮ่องเต้สีหน้าเศร้าหมองลงไปเล็กน้อยบรรยากาศโดยรอบในงานเองก็พลันเงียบลง ก่อนที่หรูซิวอี๋จะพูดแทรกขึ้นกลางบรรยากาศอันหนักอึ้งนี้ขึ้นมาว่า “ฮองเฮาเพคะหากจะพูดถึงผู้ที่งดงามในคืนนี้แล้วล่ะก็ยังมีอีกคนนะเพคะ หลางไฉเหรินในคืนนี้เองก็ช่างงดงามยิ่งนัก”

ทันทีที่หวิ๋นเสียนได้ยินดังนั้นนางก็ถึงกับสะดุ้งออกมาและตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะสายตาทุกคู่ในงานตอนนี้นั้นต่างจับจ้องมาที่นางซึ่งนั่งอยู่ค่อนข้างไกล ทำให้หลายๆคนพึ่งจะได้สังเกตเห็นหวิ๋นเสียนชัดๆเป็นครั้งแรก

“หรูซิ๋วอี๋ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว” หวิ๋นเสียนพยายามตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม หรูซิ่วอี๋ที่ได้ยินดังนั้นก็พลันหัวเราะขึ้นเสียงใสพร้อมกับตอบนางกลับมาว่า “ข้าจะล้อน้องหญิงเล่นได้อย่างไรเล่า” ก่อนจะหันไปทางฮ่องเต้ซึ่งกำลังจ้องมองมาที่นางแล้วถามขึ้นว่า “ฝ่าบาทว่าจริงหรือไม่เพคะ”

ฮ่องเต้จ้องมองหวิ๋นเสียนด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยราวกับว่าเขาจำนางไม่ได้ หวิ๋นเสียนในวันนี้นั้นไม่ได้ใส่ชุดเรียบง่ายเกล้ามวยผมธรรมดาๆ แต่นางใส่ชุดสีเหลืองอ่อนปักลายดอกเหมยเกล้าผมขึ้นเป็นทรงสูงพร้อมกับปักไว้ด้วยปิ่นระย้าลายผีเสื้อที่กึ่งกลางหน้าผากของนางถูกแต่งแต้มไว้ด้วยลวดลายดอกไม้สีแดงบวกกับใบหน้าที่แต่งแต้มมาแบบเบาบางด้วยแล้วก็ยิ่งชวนให้นางดูบริสุทธิ์และงดงามราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ยิ่งนัก ทำเอาผู้คนที่จ้องมองนั้นอดไม่ได้ที่จะชื่นชมไปตามๆกัน ฮ่องเต้เองก็เช่นกันหลังจากตกใจกับความเปลี่ยนแปลงของหวิ๋นเสียนไปได้สักพักฮ่องเต้ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าพึงพอใจแล้วพูดขึ้นว่า “อืม งดงามจริงๆ”

พอฮ่องเต้พูดคำนี้ออกไปบรรยากาศภายในงานก็แลดูราวกับจะแปลกไปในทันที แม้บนใบหน้าของเหล่าสนมมากมายที่นั่งอยู่นั้นจะยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มแต่หวิ๋นเสียนกลับรู้สึกราวกับมีไอเย็นยะเยือกไหลออกมาหานาง

โอ้ สวรรค์นี่นางทำสิ่งใดผิดไปกัน อุตส่าห์เลือกชุดสีอ่อนซ้ำยังปักปิ่นปักผมเพียงอันเดียวด้วยแล้ว หน้าก็ไม่ได้ให้ปิ่นเล่อลงอะไรมากมายแล้วแต้มลายดอกไม้เสียหน่อยให้ดูไม่จืดตา การแต่งกายของนางไม่ได้หรูหราสักนิดน่าจะต้องเรียกว่าแทบไม่มีอะไรเสียด้วยซ้ำแล้วไหงแต่ละคนต้องมองมาด้วยสายตาเช่นนี้กัน หวิ๋นเสียนได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจขณะที่ยังคงพยายามคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้าตลอดเวลา

ฮองเฮาที่เห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจึงหันไปพูดกับฮ่องเต้ขึ้นว่า  “ฝ่าบาทตอนนี้คงได้เวลาแล้วเพคะ”

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันเหความสนใจกลับไปทางฮองเฮาอีกครั้ง เมื่อเห็นฮองเฮาพยักหน้าให้ตนเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาก่อนจะเดินออกมาจากที่นั่งมุ่งตรงไปทางลี่เฟย ทุกๆการกระทำของฮ่องเต้นั้นล้วนอยู่ในสายตาของแขกในงาน ลี่เฟยได้แต่มองฮ่องเต้อย่างไม่เข้าใจเท่าใดนัก เมื่อเห็นฮ่องเต้เดินเข้ามาหาตนพร้อมกับประคองให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน

ใบหน้าของลี่เฟยแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยได้แต่ร้องเรียกคนตรงหน้าเสียงเบา “ฝ่าบาท..”

“เจ้าตามเรามาเถิด” ฮ่องเต้ตอบก่อนที่ทั้งคู่จะเดินนำกลุ่มคนไปยังบริเวณริมสระบัว คนกลุ่มหนึงนั้นก็เดินตามฮ่องเต้ไปด้วยความสนอกสนใจ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางยิ้มเยาะใจ

ท่าทางของฮ่องเต้เด่นชัดเช่นนี้ใครจะทายไม่ออกกันเล่าว่าพระองค์ต้องการทำอะไร เพียงเท่านี้ก็แน่ชัดแล้วว่างานชมดอกไม้งามท่ามกลางแสงจันทร์เช่นนี้ถูกจัดขึ้นมาเพื่อง้อพระสนมคนโปรดเป็นแน่ แม้พระสนมและแขกเหรื่อในงานหลายคนจะรู้แน่ชัดในสิ่งนี้แต่ก็จำต้องเดินตามฮ่องเต้และลี่เฟยมาเพื่อไม่ให้ได้ชื่อว่าเป็นคนใจคอคับแคบขี้อิจฉาริษยาผู้อื่นจนไม่ยอมแม้แต่จะมาดู หวิ๋นเสียนก็ด้วยเช่นกันตอนนี้นางอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนขณะจ้องมองไปยังคนทั้งคู่อย่างไม่วางตา

เวลาผ่านไปสักพักท่ามกลางสระบัวที่มืดมิดในตอนแรกนั้น ก็พลันมีแสงสว่างเล็กๆมากมายขึ้นมา แสงสว่างเหล่านี้ล้วนมาจากหิ่งห้อยที่ราวกับพึ่งจะออกจากการซ่อนตัวอยู่ในดอกบัวไว้ จากนั้นก็พลันมีผีเสื้องดงามมากมายบินละล่องไปตามลมเคล้าคลอกับเสียงบรรเลงดนตรีที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ภาพที่งดงามท่ามกลางแสงจันทร์เช่นนี้นั้น ช่างชวนให้รู้สึกประทับใจยากจะลืมเลือน

“ฝ่าบาทนี่คืออะไรกันเพคะ” ลี่เฟยที่ยืนอยู่ด้านข้างฮ่องเต้นั้นถามขึ้นด้วยแววตาตื่นตะลึงใจ ก่อนที่ฮ่องเต้จะโอบกอดคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เราสั่งคนทำเป็นพิเศษไว้ให้เจ้า ชอบหรือไม่”

“ฝ่าบาท แบบนี้มันออกจะ..” ลี่เฟยที่ได้ยินดังนั้นได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางตื้นตันใจ

“ยังโกรธเราอยู่อีกรึ” ฮ่องเต้ถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะจับมือคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าสำคัญต่อเรายิ่งนักรู้ตัวบ้างหรือไม่”

ลี่เฟยที่ได้ยินดังนั้นถึงกับหน้าแดงระเรื่อก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แลดูอ่อนหวานและจริงใจว่า “ฝ่าบาททรงทำเพื่อหม่อมฉันมากขนาดนี้ หม่อมฉันมิกล้าโกรธพระองค์แล้วเพคะ”

เมื่อละครฉากตรงหน้าจบลงเหล่าผู้คนที่คอยชมก็ได้แต่ต้องแสร้งปั้นหน้ายิ้มยินดีกับทั้งคู่ด้วยความจริงใจ ก่อนจะพากันแยกย้ายออกมาบ้างก็กลับที่นั่งบ้างก็เดินชมดอกไม้ปล่อยให้คนทั้งคู่ได้สนทนาท่ามกลางแสงจันทร์กันต่อไป หวิ๋นเสียนเลือกที่จะกลับมานั่งที่เดิมด้วยท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย

ดูท่าฮ่องเต้กับลี่เฟยคงจะกลับมารักกันหวานชื่นแล้วแน่แท้ สุดท้ายพระองค์ก็เลือกที่จะทำสิ่งพิเศษเพื่อง้อลี่เฟยตามคำแนะนำของนาง หวิ๋นเสียนคิดในใจ

ขณะที่หวิ๋นเสียนกำลังเหม่อลอยอยู่กับความคิดของตนเองอยู่นั่นเอง หรูซิวอี๋ก็เดินมานางแล้วพูดขึ้นว่า “หลางไฉเหรินในคืนนี้ช่างงดงามยิ่งนักร่วมดื่มกับข้าสักจอกได้หรือไม่”

“เอ่อ คือ...” หวิ๋นเสียนทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบกลับไป “ย่อมได้”

ทันทีที่ต่างฝ่ายต่างยกดื่มจนหมดจอกแล้วหรูซิวอี๋ก็หันมายิ้มให้อย่างงดงามก่อนจะเดินกลับไป ปิ่นเล่อรีบหันมาเตือนหวิ๋นเสียนทันทีว่า “พระสนมท่านดื่มมากไปไม่ได้นะเพคะ” นั่นเพราะปิ่นเล่อรู้ว่าหวิ๋นเสียนคออ่อนมากนั่นเอง

หวิ๋นเสียนที่เข้าใจความเป็นห่วงของปิ่นเล่อดีได้แต่ตอบกลับไปว่า “ข้ารู้แต่ข้าปฏิเสธไม่ได้”

             เมื่อเห็นหรูซิวอี๋เข้ามาดื่มกับหวิ๋นเสียนแล้ว พระสนมและแขกเหรื่อคนอื่นๆก็เข้ามาทำตามบ้าง หวิ๋นเสียนที่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดีได้แต่ต้องดื่มสุราไปจอกแล้วจอกเล่าจนหน้าเริ่มแดงขึ้นมา ผู้คนยิ่งเห็นดังนั้นยิ่งเข้ามาหานางไม่ยอมหยุดราวกับจะแกล้งกันเสียอย่างนั้น แล้วความยากลำบากของหวิ๋นเสียนก็ได้หยุดลงเมื่อฮ่องเต้ประคองลี่เฟยเดินกลับมานั่งที่เดิม

             ทันทีที่เหล่าแขกเหรื่อพากันกลับไปนั่งที่ของตนแล้ว ฮ่องเต้ก็หันไปมองโดยรอบอีกครั้งทันที่เห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของหวิ๋นเสียนก็ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยก่อนจะคลายลงอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาที่ทันสังเกตท่าทางเหล่านั้นของฮ่องเต้จึงถามหวิ๋นเสียนขึ้นว่า “หลางไฉเหรินเป็นอะไรมากหรือไม่”

หวิ๋นเสียนที่เริ่มรู้สึกว่าสติเริ่มไม่ค่อยจะอยู่กับตัวตอบกลับไปว่า “ฝ่าบาท ฮองเฮาเพคะหม่อมฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนักคงต้องขอตัวกลับก่อน”

“เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด” ฮ่องเต้รีบอนุญาติในทันที เมื่อได้ยินดังนั้นปิ่นเล่อก็ค่อยๆประคองหวิ๋นเสียนให้ลุกออกจากที่นั่งมา ก่อนที่พวกนางจะเดินกลับไปนั้นฮ่องเต้ยังคงพูดย้ำขึ้นอีกครั้งว่า “ดูแลพระสนมของเจ้าให้ดีๆ”

            คืนนั้นปิ่นเล่อประคองหวิ๋นเสียนที่เดินตุปัดตุเป๋กลับตำหนักอย่างลำบากยากเย็น หวิ๋นเสียนที่กลับตำหนักมาก็ไม่ยอมหลับยอมนอนกลับเอาแต่นั่งดื่มสุราท่ามกลางแสงจันทร์ต่อจนทำเอาทั้งตำหนักวุ่นวาย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2262 Kanjana1990 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 12:18
    เออเห็นด้วยหาองครักษ์มาให้นางเอกเถอะ เหล่ฮ้องเต้แพบ ไม่แฟร์เลยชิ
    #2,262
    0
  2. #1863 Asahi_san (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 02:53
    กรุณาปลดพระเอกคนนี้แล้วหาท่านราชองครักษ์หล่อๆมาให้นางเอกที...รู้สึกเบื่อธรรมเนียมหลานเมียของฮ่องเต้
    #1,863
    2
    • #1863-1 ~Friendship!~(จากตอนที่ 7)
      19 กรกฎาคม 2559 / 09:08
      เห็นด้วยยย
      #1863-1
    • #1863-2 _DARKGHOST_(จากตอนที่ 7)
      11 สิงหาคม 2561 / 14:57
      เห็นด้วยที่สุดดดดดดดด
      #1863-2
  3. #414 เมมฟิส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 12:57
    หาพระเอกใหม่เถอะ   รีบหาด่วยเลย   ส่วนอีตาฮ่องเต้ก็คู่กับลี่เฟยจอมเสแสร้งไป   เหมาะสมกันดี  (แกล้งโกรธเพราะเรียกร้องความสนใจ   และได้ผลด้วยฉ
    #414
    0
  4. #250 sonsawan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:07
    เฮิร์ทใช่ไหมเนี่ย กิ๊กกับองครักษ์แม่งงงงงง
    #250
    0
  5. #165 (warrior" *c*) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 16:26
    ที่เป็นแบบนี้เพราะลี่เฟยงอลพระเอกอะแหละ ไม่งั้นนางเอกเราคงไม่ต้องมาเหงาแบบนี้ แต่ถ้าพระเอกหันมารักนางเอก 100% นี่ก็สงสารลี่เฟยนะ แค่งอลนิดหน่อย ทำไปทำมา ไปรักคนอื่นซะงั้น สรุปสงสารลี่เฟยมากกว่า
    #165
    0
  6. #164 Funny cute Bunny (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 16:10
    อ่านตอนนี้แล้วทำไมใจรีดมันบีบๆ เศร้าแทน ทำแบบนีใจร้ายมาก ทั้งงานเพื่อลี่เฟย ฮึ
    #164
    0
  7. #163 muy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 15:21
    ฮื่อๆๆๆๆๆๆเจ็บอะ. รอนะคะรอๆๆ
    #163
    0
  8. #162 BooBie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 15:07
    สนมน้อยน่าสงสารอ่าาาาา กินเหล้าย้อมใจล่ะสิ มาต่อีกนะคะ
    #162
    0
  9. #160 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 13:03
    รอนะคะ
    #160
    0
  10. #158 จรรยา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:54
    รออ่านตอนต่อไปคร้า
    #158
    0
  11. #157 LADY HAWK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:33
    กลับมาแล้วดื่มต่อนี่อารมณ์ไหนพระสนม
    สงสัยจะเศร้าอิตาฮ่องเต้คืนดีกะยัยลี่เฟย
    #157
    0
  12. #156 Karath (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 12:03
    รอฮ่องเต้หลงนางเอกอย่างใจจดใจจ่อ
    #156
    0
  13. #155 WiZ_Zard`• (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 11:44
    สงสารนางเอกก ฮองเต้นี่มันนนน 4;:7£&;//£!?,,
    #155
    0
  14. #154 เออ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 11:38
    สนุกคะ อยากลุ้นตอนต่อไปเร็วๆ ฮ่องเต้จะมีใจให้เมื่อไหร่หนอ
    #154
    0
  15. #153 betong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 11:35
    สงสนางเอกก ฮืออ
    #153
    0
  16. #151 00309 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 10:29
    งืออออ นางเอกน่าฉงฉาน T T
    #151
    0
  17. #150 sangkie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 10:02
    สงสารนางเอกอ่ะ
    #150
    0
  18. #149 Mono001 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 09:36
    ไม่ชอบฮ่องเต้เลย
    #149
    0
  19. #148 t_g_k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 09:36
    รอต่อนะคะ
    #148
    0
  20. #147 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 09:29
    สงสารหวิ๋นเสียน ฮ่องเต้ช่างใจร้าย ฮือๆๆๆๆ สงสารนาง
    #147
    0
  21. #144 16062535 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 08:46
    มาต่อเร็วๆนะคะสนุกมากจริงเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #144
    0
  22. #143 16062535 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 08:43
    สงสารนางเอกพระเอกใจร้ายใช้นางเอกเป็นเครื่องมือง้อคนอื่น เสียใจ
    #143
    0
  23. #141 อ่านแล้วอิน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 07:52
    ไรท์กลับมาาาน้าา คือที่เศร้าเพราะแลเห็นว่านาวเอกก็เป็นเพียงหมากตัวหรึ้งของเหล่าผู้มีอำนาจ เฮออ ไม่อยากให้ฮ่งเต้เป็นพระเอกในเมื่อรักลี่เฟยก็รักกันไปเถอะ !!!!
    #141
    0
  24. #140 ต้องตา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 07:42
    ฮองเต้จะมาดูไหมหนอ คืนเกับสนมทรงโปรดแล้วนี้
    #140
    0
  25. #139 กอหญ้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 06:48
    นางเมาซะแร้ว555. รอไรท์อยุ่นะ.
    #139
    0