เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 การหักหลังอันเกินกว่าจะให้อภัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    5 ม.ค. 60

หลังจบการประชุมของขุนนางช่วงเช้า ท่ามกลางโถงอันใหญ่โตโอ่อ่าก็เหลือเพียงแต่ฮ่องเต้ผู้ยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทีน่าเกรงขาม และขุนนางวัยกลางคนในชุดอัครมหาเสนาบดีผู้หนึ่งเท่านั้น

“สืบสวนได้ความว่าอย่างไรบ้าง” ฮ่องเต้ถามขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้นอัครมหาเสนาบดีลี่ก็ตอบอย่างมั่นคงว่า “เป็นไปตามที่พระองค์คาดการก่อนหน้านี้ เหลียงอ๋องซ่องสุมกำลังพลแอบสับเปลี่ยนองครักษ์และเหล่าข้ารับใช้ภายในงานพะยะค่ะ”

หลักฐานและพยานล้วนแล้วแต่ชี้ไปที่เหลียงอ๋องรวมอีกทั้งยังเป็นหลักฐานที่จับได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานแล้วเสียด้วยซ้ำ เพียงพบพิรุธแค่เล็กน้อยก็ทรงสืบสาวเรื่องราวต่อก่อนจะแกล้งทำไปตามแผนของฝ่ายตรงข้ามเพื่อรอตลบหลัง แล้วจึงให้ขุนนางที่มีตำแหน่งสูงอย่างเขาเป็นผู้สืบสวนเรื่องนี้เพื่อไม่ให้ดูเหมือนการจัดฉากจนเกินไป ทั้งยังหลีกเลี่ยงคำครหาที่อาจตามมาได้เป็นชายที่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ พอคิดได้ดังนั้นอัครมหาเสนาบดีลี่ก็อดลอบมองฮ่องเต้หนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชมปนซับซ้อนไม่ได้

 “จับตัวเหลียงอ๋องได้แล้วรึยัง” ฮ่องเต้ถามขึ้นอีกครั้ง

 “ยังพะยะค่ะ” อัครมหาเสนาบดีลี่ตอบ ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถามขึ้นว่า “ข้าได้ข่าวว่าเจ้าสั่งปิดตำหนักของหลางเจี๋ยอวี๋”

ได้เห็นท่าทีไม่พอใจของฮ่องเต้ดังนั้นอัครมหาเสนาบดีลี่ก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทางน่าเชื่อถือว่า “นางกำนัลที่เข้าไปขวางหลางเจี๋ยอวี๋ไว้นั้นเดิมเป็นคนของเหลียงอ๋องก่อนจะถูกส่งไปตำหนักหลางเจี๋ยอวี๋แล้วถูกย้ายออกพะยะค่ะ” พูดถึงตรงนี้เขาก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะพูดต่อ ฮ่องเต้ที่พอจะทายสิ่งที่ขุนนางอาวุโสข้างกายคิดออก ได้แต่หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามขึ้นด้วยเสียงที่ราวกับจะคาดคั้นว่า “จะบอกว่านั่นอาจเป็นแผนล่อให้เราสนใจเพื่อคลายการป้องกันลงอย่างนั้นสินะ”

“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนัก” อัครมหาเสนาบดีลี่มิได้มีปฏิกิริยาอะไรต่อท่าทางอันน่าเกรงขามของบุคคลตรงหน้าเขาเพียงแต่ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

“นางกำนัลพวกนั้นเป็นเราส่งไปแล้วจะไปเกี่ยวกับนางได้อย่างไรกัน” ฮ่องเต้ถามขึ้นอีกครั้งสีหน้าเขาเริ่มฉายแววไม่พอใจแต่ยังคงสีหน้าท่าทางน่าเกรงขามเอาไว้อยู่ อัครมหาเสนาบดีลี่จึงตอบกลับไปว่า “มีคนพบเห็นว่านางกำนัลผู้นั้นติดต่อกับคนรับใช้ใกล้ชิดหลางเจี๋ยอวี๋ก่อนวันงานพะยะค่ะ”

พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็นิ่งงันไปเล็กน้อย “หลักฐานล่ะ”

อัครมหาเสนาบดีลี่จ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลดละก่อนจะพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า  “พยานผู้พบเห็น เป็นองครักษ์ของพระองค์ที่ซ่อนกายอยู่โดยรอบงานพะยะค่ะ”

เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของฮ่องเต้ก็ราวกับมีเปลวไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวไหลผ่านวาบ เขาอุตส่าห์วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดีหวังว่าจบงานนี้จะได้ตัดขั้วอำนาจในราชสำนักของเหลียงอ๋องลง คาดไม่ถึงว่าจู่ๆหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจะมาโดนโยงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แถมพยานยังเป็นคนของเขาอีกงั้นรึ! ดูท่าคนทำคงวางแผนตลบหลังเขามาอีกทีอย่างดีเพียงเพื่อจะให้วังหลังมีขั้วอำนาจเดียวตลอดไป ฮ่องเต้จ้องมองคนตรงหน้าอย่างเย็นชาก่อนจะพูดขึ้นว่า “คนอื่น อย่างอื่นเล่า”

“ยังไม่พบพะยะค่ะแต่คาดว่าอีกไม่นานคงต้องพบแน่” พอได้ยินคำตอบที่แสนจะมั่นใจของขุนนางอาวุโสตรงหน้านี้ ภายในใจของชายหนุ่มก็โกรธเกรี้ยวยิ่งนัก แต่ก็ทำได้เพียงถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆจากการระงับอารมณ์โกรธเต็มที่ว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

อัครมหาเสนาบดีลี่ที่เห็นท่าทีเหมือนจะกริ้วของคนตรงหน้าลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยดังเดิมว่า “คนรับใช้ใกล้ชิดหลางเจี๋ยอวี๋ผู้นั้นยินดีจะยอมบอกชื่อคนที่ข่มขู่นางพะยะค่ะ”

พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็ไม่มีอารมณ์จะฟังสิ่งใดอีกต่อไปเขาเพียงโบกมือเล็กน้อย อัครมหาเสนาบดีลี่ก็ทูลลาก่อนจะถอยออกจากตำหนักแห่งนี้ไปทันที

ตระกูลลี่นับวันจะกำเริบเสิบสานเกินไปเสียแล้ว เพียงแต่พวกเขาเป็นขุนนางเก่าแก่และมีพรรคพวกมากมายจึงยังไม่มีโอกาสได้กำจัดให้สิ้นซากเสียที อำนาจของพวกเขาทั้งในราชสำนักและวังหลังก็มีแต่จะมากขึ้นทุกวัน ชายหนุ่มได้แต่อารมณ์เสียอยู่เป็นนานก่อนจะเรียกมู่กงกงเข้ามา

 

             ช่วงเวลาใกล้ค่ำที่ตำหนักรุ่งรวีขณะที่หวิ๋นเสียนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ด้วยท่าทีเป็นกังวลนั่นเอง ประตูตำหนักที่ถูกปิดมาหลายวันก็ถูกเปิดออกพร้อมกับราชองครักษ์ที่ดูคุ้นตาจำนวนหนึ่งเดินเข้ามา

“พวกเจ้าต้องการสิ่งใดกัน” หวิ๋นเสียนถามเหล่าราชองครักษ์ที่ทำความเคารพนางอยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าหวาดระแวง หัวหน้าราชองครักษ์ตอบกลับด้วยท่าทีนอบน้อมแต่มีเสียงดังฟังชัดว่า “มีรับสั่งให้นำนางกำนัลปิ่นเล่อไปเข้าพบฝ่าบาทเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ”

“ปิ่นเอ๋อ งั้นเหรอ” หวิ๋นเสียนถามขึ้นด้วยความแปลกใจ คิ้วของนางเองก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย “ฝ่าบาทจะต้องการพบนางไปทำไมกัน”

“ฝ่าบาททรงบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่พระสนมต้องทรงทราบพะยะค่ะ” หัวหน้าราชองครักษ์พยายามตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดที่เขาจะทำได้เนื่องจากเขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้าสำคัญต่อพระทัยของฮ่องเต้เพียงใด หัวหน้าราชองครักษ์ที่ตอบไปตามที่ฮ่องเต้สั่งได้แต่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วพลางคิดว่าคำตอบแบบนี้จะไม่ทำให้ใครโกรธได้อย่างไรกัน

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นดูโกรธอย่างเห็นได้ชัด “แล้วถ้าข้าสั่งให้เจ้าตอบเล่า”

“กระหม่อมไม่อาจขัดรับสั่งของฮ่องเต้ได้” หัวหน้าราชองครักษ์ยังคงยืนยันคำเดิม ยังไม่ทันที่หวิ๋นเสียนจะได้พูดสิ่งใดออกไป ปิ่นเล่อก็เดินออกมาจากตำหนัก นางแสร้งหันมายิ้มให้หวิ๋นเสียนด้วยท่าทีเศร้าๆเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “พระสนมนี่เป็นคำสั่งของฝ่าบาทหม่อมฉันจะขัดได้เช่นไรเพคะ”

ได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนจึงได้แต่ปล่อยให้ราชองครักษ์พาเพื่อนรักตรงหน้าไป นางมองกลุ่มคนที่จากไปจนกระทั่งประตูตำหนักปิดลงอีกครั้ง หวิ๋นเสียนก็ล้มตัวลงนั่งด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบาว่า “ทำไมกันข้าถึงรู้สึกว่าแววตาของนางแปลกไป”

 

ที่ตำหนักซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้ พระองค์ทรงยืนอย่างเกรงขาม สายตาของพระองค์เย็นยะเยียบขณะจ้องไปยังหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง “เจ้าคิดจะใส่ร้ายพระสนมของตนเองเจ้าต้องการสิ่งใด”

หลังได้ยินน้ำเสียงที่ดังมาจากคนตรงหน้า ปิ่นเล่อก็รีบร้องขอเมตตาทันทีว่า  “หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆเพคะหม่อมฉันไม่เข้าใจว่าพระองค์ทรงพูดถึงสิ่งใด โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย”

ฮ่องเต้ไม่ได้ใส่ใจการแสดงของหญิงสาวตรงหน้า เพียงส่งเสียงดูแคลนออกมาจากลำคอเล็กน้อยก่อนจะถามซ้ำขึ้นอีกครั้งว่า “เจ้ารับคำสั่งมาจากใคร” แต่หญิงสาวตรงหน้าเขาก็ยังคงยืนยันคำเดิม “หม่อมฉันมิได้รับคำสั่งมาจากใครทั้งนั้นเพคะ”

ปัง!

เสียงฝ่ามือของฮ่องเต้ทุบลงบนโต๊ะข้างๆดังกึกก้อง ก่อนที่เสียงอันโกรธเกรี้ยวจะดังตามมา “พระสนมของเจ้าดีต่อเจ้ายิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกลายเป็นเพียงพวกนกสองหัวดีแต่เสแสร้งไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ!

บรรยากาศอันน่ากลัวจากคนตรงหน้าถึงกับทำให้ปิ่นเล่อสะดุ้งด้วยความตกใจเนื่องจากไม่เคยเห็นฮ่องเต้ในท่าทางเช่นนี้เพราะตลอดเวลาที่นางเห็นพระองค์ที่ตำหนักรุ่งรวีนั้นทรงมักจะอารมณ์ดีและยิ้มแย้มยิ่งนัก แต่พอนึกถึงเหตุผลของทุกสิ่งที่นางยอมสู้ทำมาก็พยายามทำใจให้สงบลงก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงใสซื่อว่า “ฝ่าบาททรงเรียกหม่อมฉันมาตอนนี้ทรงมีรับสั่งใดเพคะ”

พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็หัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ดี ดีเรารู้แล้วว่าเจ้าต้องการสิ่งใด” เขาพูดขณะชี้ไปที่หญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะจับหน้านางให้หันมามองเขาตรงๆมือที่จับคางของนางไว้นั้นบีบแน่นซะจนหญิงสาวตรงหน้าถึงกับเผลอร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา เห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่เย็นเยียบว่า “เราจะให้เจ้าในสิ่งที่เจ้าต้องการแต่จำเอาไว้หากเจ้ากล้าลากพระสนมของเจ้ามาเกี่ยวแม้เพียงนิดล่ะก็เราจะทรมานเจ้าและสั่งประหารตระกูลเจ้าทั้งตระกูลซะ”

ปิ่นเล่อที่ได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็นประกายวาววาบทันที นางพยายามยิ้มหวานก่อนจะพูดขึ้นว่า “หากฝ่าบาทต้องการเช่นนั้นหม่อมฉันก็จะทำตามที่พระองค์ต้องการเพคะ”

พอได้ยินคำตอบนั้นดวงตาของชายหนุ่มก็มีประกายเย็นชา ก่อนจะปล่อยมือออกจากหน้าหญิงสาวตรงหน้าแล้วสั่งเหล่าราชองครักษ์คนสนิทและมู่กงกงที่เฝ้าอยู่โดยรอบขึ้นว่า “ออกไปให้หมด”

มู่กงกงเมื่อได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าแปลกใจไม่น้อย พระองค์จะทรงให้สิ่งที่หญิงตรงหน้าต้องการจริงๆรึ คำถามของหญิงสาวเมื่อกี้นั้นสื่อได้อย่างชัดเจนว่าต้องการสิ่งใด ดึกดื่นค่ำมืดเช่นนี้ฝ่าบาททรงเรียกนางมาแม้พระองค์ต้องการเพียงสอบสวนแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะต้องการมากกว่านั้นเสียแล้ว ที่แท้ก็อยากมอบกายถวายตัวเป็นพระสนมของฮ่องเต้ให้มีศักดิ์เท่าคนที่ตนเรียกว่าเพื่อนรักนั่นเอง มู่กงกงได้แต่มองหญิงสาวด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของฮ่องเต้ที่มองมาก็พอจะเข้าใจในความต้องการทันทีจึงพยักหน้าและเดินออกไป

หญิงสาวผู้นี้ช่างโง่งมจริงๆ นั่นคือสิ่งที่มู่กงกงคิดอย่างถอดถอนใจ

พอยามเช้าใกล้จะมาเยือนฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นจากเตียงให้เหล่านางกำนัลช่วยพระองค์แต่งกาย พอรู้สึกถึงความว่างเปล่าจากที่ๆควรจะมีคนข้างกายหญิงสาวบนเตียงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นนางมองไปทางฮ่องเต้ที่กำลังแต่งองค์ด้วยสายตาหลงใหล จ้องมองจนพระองค์เกือบจะแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็ตัดสินใจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานถึงสิ่งที่สงสัยมานานว่า “ฝ่าบาทพระองค์ทรงชื่นชอบหลางเจี๋ยอวี๋ไหมเพคะ”

ผู้ถูกถามมิได้ตอบสิ่งใดเพียงแต่สะบัดแขนเดินออกจากห้องไปทันที แม้แต่หน้าของนางก็มิได้มอง ก่อนที่พระองค์จะลับสายตาไปมีเพียงเสียงอันแสนเย็นชาดังตอบกลับมาว่า “กลับไปซะแล้วข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ”

หญิงสาวได้แต่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าแข็งค้าง เหตุใดเขาถึงได้เย็นชาเช่นนี้มิใช่ว่าเมื่อคืนเขากับนางพึ่งจะสุขสมกันไปหรอกรึนางมั่นใจว่าทำให้เขาพึงพอใจได้จากตัวช่วยและเคล็ดลับที่คนผู้นั้นบอกมา แต่เขากลับเย็นชาถึงเพียงนี้และไม่แม้แต่จะมองกลับมาด้วยซ้ำ ยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดต่อหรือแต่งตัวให้ดีๆหญิงสาวก็เห็นขันทีคนสนิทข้างกายของฮ่องเต้เดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยยา ไม่รู้เพราะเหตุใดแค่เห็นก็ชวนให้รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงในใจ

ฮ่องเต้ยืนอยู่ด้านนอกตำหนักด้วยท่าทีนิ่งสงบ พอได้ยินเสียงข้าวของกระจัดกระจายและเสียงร้องโวยวายของสตรีด้านในดังออกมาเล็กน้อยก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หมากเล็กๆตัวนี้ที่ทางด้านนู้นวางมาเขาจะหาวิธีควบคุมมันเองเพื่อที่มันจะได้ไม่แว้งกัดผู้ที่มันควรจะภักดีอีก

 สักพักขันทีคนสนิทก็เดินออกมาพร้อมกับถ้วยยาที่ว่างเปล่าเขาเพียงแต่ยื่นม้วนผ้าสีทองออกไปให้เล็กน้อยอีกฝ่ายก็รับอย่างเข้าใจ แต่เพราะพอจะรู้ว่าในราชโองการเขียนสิ่งใดไว้ก็อดถามขึ้นด้วยท่าทีลังเลไม่ได้ว่า “ราชโองการนี่ เกรงว่าหลางเจี๋ยอวี๋จะคิดมากได้”

พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้หนุ่มก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแม้บนใบหน้าเขาจะมีความเหนื่อยล้ามากเพียงใดก็ตามว่า “ช่วงนี้เราคงยังไปหานางไม่ได้ กำชับจิ้นเหอให้ดูแลนางให้ดี” 

ชายหนุ่มได้แต่คิดอย่างถอดถอนใจ ตอนนี้เขาทำได้เพียงเท่านี้ ได้แค่ปกป้องนางจากการถูกใส่ร้ายป้ายสีแลกกับการปล่อยให้ฝั่งตรงข้ามมีกำลังเล็กๆเพิ่มขึ้น เขาที่มีเพียงขุนนางฝ่ายฮองเฮาไม่มากคอยสนับสนุนยังไม่อาจมีอำนาจเด็ดขาดอยู่ในมือได้ แม่ทัพเยี่ยที่กุมอำนาจทหารเองก็ยังทำตัวเป็นกลางแล้วไหนจะขุนนางที่เคยเป็นพวกกับเหลียงอ๋องอีกเล่า ตัวเขาในตอนนี้แค่ปกป้องตัวเองก็ยังลำบากเต็มกลืน จึงได้แต่หวังว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้นางจะเข้มแข็งและพอปกป้องตัวเองได้ขึ้นบ้างเท่านั้น

 

                ปิ่นเล่อถูกพาตัวกลับมาที่ตำหนักรุ่งรวีเป็นอย่างดี แม้ที่ตามมาจะมีมู่กงกงและเหล่าขันทีข้างกายฮ่องเต้บางคนแต่สีหน้าของพวกเขาดูแข็งทื่อยิ่งนัก แต่หวิ๋นเสียนก็มิได้ใส่ใจนางสนใจเพียงแต่เพื่อนรักของตนเท่านั้น พอนางเห็นปิ่นเล่อกลับมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาจนจิ้นเหอเอ่ยห้ามแทบไม่ทันแล้วถามขึ้นอย่างเป็นห่วงว่า “ปิ่นเอ๋อเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”

ปิ่นเล่อที่มักจะยิ้มแย้มต่อใบหน้าใสซื่อของเพื่อนรักตรงหน้าจ้องมองมือที่จับนางอยู่ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะทำท่าปัดออกเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ข้าไม่เป็นไร”

“พระสนม” จิ้นเหอเอ่ยเรียกหวิ๋นเสียนขึ้นด้วยท่าทีเป็นห่วงก่อนจะหันไปมองปิ่นเล่อแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสายตาที่ติเตียนว่า “เจ้าทำไมถึงกล้าทำกิริยาเสียมารยาทเช่นนี้”

“ไม่เป็นไร นางอาจแค่อารมณ์ไม่ดีเท่านั้น” หวิ๋นเสียนรีบพูดอธิบายขึ้นแทนเพื่อนรักของตน มู่กงกงที่เห็นดวงตาที่ใสซื่อของหลางเจี๋ยอวี๋คู่นั้นได้แต่ยืนมองด้วยใบหน้ารู้สึกผิดก่อนจะประกาศขึ้นว่า “นางกำนัลปิ่นเล่อรับราชโองการ”

พอได้ยินดังนั้นเหล่าผู้คนในตำหนักก็ได้แต่ทำสีหน้าแปลกใจก่อนจะพากันคุกเข่าลง ปิ่นเล่อที่อยู่เบื้องหน้ามู่กงกงนั้นรอรับราชโองการด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่มู่กงกงจะประกาศต่อไปว่า “นางกำนัลปิ่นเล่อซื่อสัตย์ตั้งใจรับใช้พระสนมเป็นอย่างดี มอบพระราชทินนามชง แต่งตั้งเป็นชงเหม่ยเหริน จบราชโองการ”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี” เสียงขอบพระทัยของปิ่นเล่อนั้นดังกังวาล ในขณะที่คนผู้อื่นยังได้แต่แข็งค้างอยู่กับที่เฉกเช่นเดิม หวิ๋นเสียนเป็นคนหนึ่งที่ตกใจยิ่งนักนางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฝันไป ยันมู่กงกงเดินจากไปแล้วก็เหมือนหวิ๋นเสียนจะยังไม่รู้ตัว จิ้นเหอจึงต้องสะกิดนางก่อนจะค่อยๆช่วยพยุงนางขึ้นมา

หวิ๋นเสียนมองไปทางเพื่อนรักตรงหน้าอย่างม่อยากจะเชื่อสายตา “ปิ่นเอ๋อ...”

คาดไม่ถึงว่าจะได้เพียงคำตอบอันแสนเย็นชากับรอยยิ้มจอมปลอมเฉกเช่นปกติกลับมาจากคนตรงหน้า “หวิ๋นเสียนข้าคงต้องไปจากเจ้าแล้ว”

นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดปิ่นเล่อจึงกลายเป็นพระสนมได้ ราวกับคนตรงหน้าจะรู้ได้จึงยิ้มให้อย่างงดงามก่อนจะตอบกลับมาว่า “รู้หรือไม่ว่าอยู่ข้างกายเจ้ามันน่าเบื่อเพียงใด เจ้าได้รับโอกาสเป็นพระสนมแต่กลับทำตัวโง่งมไม่คิดชิงความโปรนปรานจากฮ่องเต้ เจ้าเอาแต่ทำเรื่องโง่ๆซ้ำๆหากไม่มีข้าอยู่เคียงข้างเจ้าก็คงตายไปร้อยรอบแล้ว ข้าอดคิดไม่ได้มาตลอดว่าทำไมคนเช่นเจ้าจึงได้เป็นพระสนมด้วย”

คำพูดแต่ละคำช่างแทงใจยิ่งนัก หากนางไม่มีปิ่นเล่ออยู่ก็คงผ่านคืนวันอันยากลำบากแต่ละวันมาไม่ได้จริงๆ ทุกๆครั้งที่เจอปัญหาทุกๆทางออกที่นางได้มาล้วนมาจากเพื่อผู้แสนดีคนนี้ เหตุใดตอนนี้เพื่อนรักตรงหน้าจึงได้เปลี่ยนไปนัก

ปิ่นเล่อมองมาที่หวิ๋นเสียนด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย “หากข้ายังอยู่ข้างเจ้าข้าก็เป็นได้เพียงนางกำนัลของพระสนมโง่ๆคนหนึ่งเท่านั้น หากเจ้าตกอับข้าก็ตกอับ หากเจ้าตายข้าก็ต้องตายตามงั้นรึ แล้วดูเจ้าตอนนี้สิสุดท้ายแล้วเป็นอย่างไรเล่าแม้พระองค์จะโปรดเจ้าแต่ก็เพียงเพราะแค่ความแปลกใหม่ก็เท่านั้นตอนนี้พระองค์ก็ทรงกลับไปหาลี่เฟยแล้ว”

“ทำไมเจ้าถึง” หวิ๋นเสียนได้แต่พูดขึ้นมาอย่างอดกลั้น นัยน์ตาของนางคลอไปด้วยน้ำตา ปิ่นเล่อที่เห็นเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ทำไมข้าถึงกลายเป็นพระสนมได้งั้นรึ”

ปิ่นเล่อจ้องมองไปยังพระสนมผู้โง่งมตรงหน้าก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวแล้วพูดขึ้นว่า “เพราะข้าคือพยานคนสำคัญที่จะชี้เป็นตายได้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับเหลียงอ๋องหรือไม่อย่างไรเล่า”

พอได้ยินดังนั้นใจของหวิ๋นเสียนก็พลันสั่นสะท้าน ประโยคต่อไปที่ได้ยินยิ่งทำให้นางเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม

“หากมิใช่เพราะฮ่องเต้ทรงรู้สึกติดค้างเจ้าอยู่บ้างก็คงไม่ยอมแต่งตั้งข้าแลกกับคำให้การนั่นหรอก” ปิ่นเล่อยังคงพูดสิ่งที่จะทำให้อดีตเพื่อนรักตรงหน้าเจ็บช้ำใจต่อไป หวิ๋นเสียนที่ได้ยินสิ่งเหล่านั้นก็รู้สึกว่าวิธีนี้ช่างสกปรกยิ่งนักนางถามคนตรงหน้าขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “เจ้าขึ้นมาเป็นพระสนมด้วยวิธีแบบนี้คิดจริงๆงั้นรึว่าพระองค์จะทรงโปรดปรานเจ้าได้”

“ตราบใดที่ข้าหาวิธีทำให้พระองค์สำราญใจได้ข้าไม่เชื่อว่าพระองค์จะไม่กลับมาหาข้าอีก” ปิ่นเล่อพูดมุมปากของนางยกยิ้มขึ้นมาอย่างซ่อนความนัยไว้ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงและท่าทางราวกับนึกถึงฝันอันหอมหวานขึ้นทีละคำช้าๆว่า “อย่าง-เมื่อ-คืน-นี้อย่างไรเล่า

หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นจากความรู้สึกเศร้าใจก็เริ่มกลายเป็นความโกรธจนตัวสั่นนางชี้หน้าหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังว่า “เจ้า เจ้าไม่ใช่ปิ่นเอ๋อ”

ปิ่นเล่อที่ได้ยินดังนั้นจ้องนางกลับด้วยดวงตาแข็งกร้าวทันที ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในศักดิ์ศรีของตนว่า  “ใช่ ตอนนี้ข้าคือชงเหม่ยเหริน มิใช่นางกำนัลต่ำศักด์ผู้นั้นอีกต่อไป!



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้อาจจะโหดร้ายแต่ก็เพื่ออนาคตอันสดใสของหวิ๋นเสียนนะคะหวังว่าผู้อ่านทุกคนจะเข้าใจนะจ๊ะ ไรเตอร์ตัดสินใจลำบากมากมายกว่าจะเขียนตอนนี้ออกมา

**เนื้อหาต่อจากนี้ติดตามต่อได้ใน e-book นะคะ หรือจะซื้อเป็น coin ผ่านแอพเด็กดีก็ได้ค่ะ แต่ราคาจะถูกตั้งให้เท่ากับเล่มที่ขาย e-book นะคะ

link -> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=44662

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2257 Buaanong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 21:38
    อุดหนุนอีบุ้คแล้วนะคะอ่านถึงตอนนี้แล้วเศร้ามากเลย
    #2,257
    0
  2. #2242 พิมคนสวย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 09:33
    ทำไมเรามาเจอกันช้าไปอย่างเน้ สุดท้ายก็ซื้ออีบุ๊คละ สนุกมากกกค่าาา
    #2,242
    1
    • #2242-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 16)
      3 เมษายน 2560 / 00:10
      ขอบคุณค่า ><
      #2242-1
  3. #2236 Earthkid (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 09:25
    โชคดีค่ะที่มีแบบ ePub ไม่งั้ยก็อ่านไม่ได้อ่านแล้ว ขอบคุณค่ะ
    #2,236
    0
  4. #2231 Babymarkbam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 11:08
    ทำไมถึงขั้นให้มีอะไรกันด้วย แค่บีบบังคับให้ยัยนั่นพูดก็น่าจะพอถ้าไม่พูดความจริงก็ตัดคอมันชะสิ เป็นแค่นางกำนัลทำไมฮ๋องเต้ไม่เข้มแข็งเลย
    #2,231
    1
    • #2231-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 16)
      18 มกราคม 2560 / 15:27
      ความจริงอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นก็ได้นะคะ อิอิ ^^
      #2231-1
  5. #2220 ftft (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:21
    เอิ่ม แต่งตั้งอย่างเดียวก็ได้มั้ง ต้องมีอะไรกันเลยเหรอ
    #2,220
    1
    • #2220-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 16)
      19 ธันวาคม 2559 / 17:13
      จะใช่หรอคะ อิอิ
      #2220-1
  6. #2203 sasithon1990sp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 18:21
    ไรน์คะ จะซื้อนิยายเรื่องนี้ได้ที่ไหนคะ
    #2,203
    1
    • #2203-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 16)
      22 สิงหาคม 2559 / 20:35
      ซื้อได้จากทางแอพหรือหน้าเว็บของ meb เลยค่า ^^
      https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=44662
      #2203-1
  7. #2156 Siriwanpopsama (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 17:18
    มันมาก
    #2,156
    0
  8. #1888 Asahi_san (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 18:04
    ก็เข้าใจว่าเจ้าทุกข์นะปิ่นเล่อ แต่อนาคตเจ้ามืดมนมากอะ...อย่างมากก็เป็นได้แค่นางสนมที่ำยาามไลล่าฝ่าบาทไปทั้งชีวิต
    #1,888
    0
  9. #1439 NoLoliNoLife (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 15:30
    เปลี่ยนข้างไว้ก็งี้รอหน่อยก็จะสบายไปแล้ว
    #1,439
    0
  10. #1256 KnitMaker (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 22:18
    อยากตบนางมากอะ
    #1,256
    0
  11. #943 sallike (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 13:38
    ทำไมฮ่องเต้ดูไม่ค่อยน่าเกรงขาม โดนนางกำนัลเล็กๆคนหนึ่งขู่นี่ถึงกับไม่มีทางเลือกอื่นเลย นอกจากนอนด้วยและแต่งตั้งเป็นสนม
    #943
    0
  12. #631 แคปพลีส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 19:24
    งงเลย ฮ่องเต้นอนกับหญิงชั่วววว แค่แต่งตั้งเป็นสนมไม่ได้หรอ?
    #631
    0
  13. #597 MozartTx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 16:23
    555 ไรท์เขียนเก่งมากครับ ทำให้รีดทั้งหลาย
    องค์ลงกันเป็นแถว ของขึ้นกันหลังอ่านจบเลย
    #597
    0
  14. #596 duangta-bento24 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 15:41
    ยัยปิ่นเล่อน่าตบสักสิบที
    #596
    0
  15. #595 เมมฟิส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 10:49
    ยัยปิ่นเล่อเลวกว่าที่คิด    แต่ต่อไปถ้ายัยปิ่นเล่อหมดประโยชน์หรือคิดจะแย่งชิงฮ่องเต้   ยัยซูเฟยต้องกำจัดแน่ๆ  (คนที่อยู่เบื้องหลังคือยัยซูเฟยแน่เลย)   สงสารหวิ๋นเสียนมากๆ   หวังมากๆว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้หวิ๋นเสียนคิดได้   ฉลาดรู้เท่าทันคนอื่น   ไม่ใสซื่อบริสุทธิ์   และเข้มแข็งปกป้องตัวเองได้น่ะ  และไม่หลงเชื่อคนอื่นง่ายๆอีกน๊า          อยากให้อนาคตที่สดใสของหวิ๋นเสียนมาถึงไวๆจัง   สงสารหวิ๋นเสียน

    ฮ่องเต้ไร้อำนาจขนาดนี้เลยเหรอ   เฮ้อ    ฮ่องเต้ลงทุนเสียตัวเพื่อหวิ๋นเสียนเลยน่ะเนี่ย     อยากให้กงกงเตรียมน้ำสนมยาฆ่าเชื้อ (ในแบบโบราณ)  ในฮ่องเต้อาบมากๆ   
    ฮ่องเต้และหวิ๋นเสียนสู้ๆ    อยากให้ทั้งยัยปิ่นเล่อ   ยัยซูเฟย    และอัครเสนาบดีลี่และพรรคพวกได้รับกรรมไวๆจัง น่ะค่ะไรท์    แต่ถ้างั้นฮ่องเต้ก็ไม่ได้รักยัยซูเฟยงั้นสิ   แต่ทำเป็นโปรดปรานเพราะตระกูลลี่

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2559 / 11:11
    #595
    0
  16. #594 alicia-carad (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 10:08
    เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
    #594
    0
  17. #592 เด็กแสบสะท้านโลกา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:59
    ยัยเพื่อทรยศนิต้องไม่จบสวยแน่ๆ คงโดนดองอยู่ในตำแหน่งนั้นทั้งชาติจนตายชัวร์.
    #592
    0
  18. #591 Sudrarat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:43
    เง้อ และแล้วมันก็เป็นเช่นนี้เอง
    #591
    0
  19. #590 emtida (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:37
    อยากให้นางเอกเข้มแข็งแล้วมีวรยุทธบ้างอ่ะ
    #590
    0
  20. #589 มายเมจิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:13
    เจ็บอ่ะ ทำไมต้องไปนอนกับมันด้วยล่ะ
    #589
    0
  21. #588 ployexopink (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:08
    แต่งตั้งก้พอ. ทำไมถึงมีอะไรกันเล้า
    #588
    0
  22. #587 Patcha_พัชรวลี (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:03
    ปกติ พัดไม่ค่อยได้อ่านแนวนางเอกอ่อนแอ อ่านแล้วมันหงุดหงิด มันไม่ถูกจริต แต่ก็ยอมรับว่ามาตามมันทุกตอนเหมือนกัน ฮ่าๆ ยังไงก็สู้ๆนะคะไรท์ จะติดตามค่ะ 
    #587
    0
  23. #586 16062535 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 09:01
    นางเอกต้องเจ็บซ้ำใจขนาดไหนฮื่อออ อิเพื่อนเลววว
    #586
    0
  24. #585 JiminA_PigZzzZ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 08:57
    ปากปิ่นเล่อนี่มห้เต็มเลยค่ะ เต็มteen อ่านแล้วคันยิกๆ555
    #585
    0
  25. #584 Beemie'k 75321 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 08:45
    เกลียดดดดดด แกรรรร //ขอบคุณค่ะไรต์ สนุกมาก
    #584
    0
  26. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 07:32
    ฝ่าบาทเป็นเอดส์ตายเถอะค่ะ
    #582
    4
    • #582-3 Missy Meaw(จากตอนที่ 16)
      15 มกราคม 2560 / 15:46
      5555 เห็นด้วย
      #582-3
    • #582-4 ~Aniaris~(จากตอนที่ 16)
      18 มกราคม 2560 / 15:28
      อย่าพึ่งแช่งพระเอกกันสิคะ T^T ถ้าอ่านต่อไปอาจจะรู้ความจริงก็ได้นะ เรื่องนี้มีอะไรมากกว่ามี่คิดนะคะ
      #582-4
  27. #554 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 00:09
    นังเพื่อนทรยศ!!!!!ฮ่องเต้ก็อะไรไม่รู้แค่ผู้หญิงต่ำๆขมขู่ก็เอาตัวเองเข้าแรกซะแล้ว วิธีการแก้ปัญหามีอีกตั้งหลายทาง ทำไมไม่ทำ ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้นะ มีอำนาจมากกว่านางกำนัลชั่ว., ขัดใจจรืงๆ รอต่อนะคะ
    #554
    1
    • #554-1 Missy Meaw(จากตอนที่ 16)
      15 มกราคม 2560 / 15:48
      เห็นด้วยสุดๆ เป็นฮ่องเต้อำนาจล้นฟ้า แค่คนซักผ้ากระจอกๆยังขู่ได้ จบกันๆ ขัดใจ
      #554-1