เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 งานเลี้ยงอันแสนวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59

“ฝ่าบาทเหตุใดไม่ให้พ่อครัวทำให้เล่าเพคะทรงมีพ่อครัวหลวงตั้งเยอะแยะจะทรงมาสั่งให้หม่อมฉันทำ ทำไมกัน” หวิ๋นเสียนบ่นขึ้นขณะนั่งมองคนตรงหน้าทานอาหารที่นางทำอย่างยากลำบากด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า “เราอยากทานอาหารที่สนมรักทำให้ไม่ได้รึ”

หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเหยเกก่อนจะพูดออกมาว่า “ทรงทำแบบนี้จะเอาคืนหม่อมฉันคราวก่อนหรือเพคะ”

“เจ้าพูดถึงเรื่องใดกัน” ฮ่องเต้ตอบด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวชวนให้หวิ๋นเสียนอดหมั่นไส้ท่าทางแบบนั้นของคนตรงหน้าไม่ได้

หลังจากแกล้งให้ฮ่องเต้ช่วยนางทำอาหารและป้อนของรสชาติแปลกๆไปนิดหน่อยคราวก่อนแล้ว ฮ่องเต้ก็แลดูจะชอบเสด็จมาตำหนักนางมากขึ้น ทั้งยังชอบส่งคนมาบอกก่อนด้วยว่าให้นางทำอาหารรอไว้ เสด็จมาบ่อยขึ้นเป็นใครก็คงยินดียิ่งนักถ้าไม่ติดว่าช่วงหลังๆนี้พระองค์แทบจะสั่งให้นางทำอาหารรอสามเวลาเลยนี่สิ เดี๋ยวนี้วันๆหวิ๋นเสียนแทบจะขลุกอยู่ในห้องครัวตลอดเวลาอยู่แล้ว ครั้นพอคิดจะแกล้งคนตรงหน้าซะบ้างโดยการทำอาหารรสชาติแย่ๆแต่ก็เหมือนเขาจะรู้ได้ แล้วก็ไม่ยอมกินอาหารจานนั้นไม่ว่านางจะพยายามป้อนให้ยังไงก็ตาม คิดแล้วก็น่าแค้นใจนักหวิ๋นเสียนมองไปทางเหล่านางกำนัลที่ถูกฮ่องเต้ส่งมาอย่างจิ้นเหอด้วยสายตาโกรธเคืองเล็กน้อยถ้าไม่ใช่พวกนางแอบไปบอกละก็คนตรงหน้าจะไม่ติดกับนางได้อย่างไร

พอเห็นท่าทางแบบนั้นของหวิ๋นเสียนฮ่องเต้ก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ทำไมสนมรักไม่ถือซะว่าเป็นการทำตอบแทนบุญคุณเล็กๆน้อยๆที่เจ้าติดเราไว้ล่ะ” หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นคิ้วของนางก็ขมวดขึ้นก่อนจะถามขึ้นด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจว่า “หม่อมฉันไปติดหนี้บุญคุณพระองค์ตอนไหนกัน”

เขาจะถือว่าการรับนางมาเป็นสนมตอนที่เกือบจะถูกโบยตาย หรือการเว้นโทษต่างๆเวลานางทำไม่ผิดกฏระเบียบกับเขาเป็นบุญคุณงั้นรึ ทั้งหมดนั้นมันเกิดขึ้นก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุไม่ใช่รึไงกันแล้วจะมานับเป็นบุญคุณได้อย่างไร หวิ๋นเสียนได้แต่คิดอยู่ในใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าคิดเอาเรื่องเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นางติดหนี้เขาอยู่จริงๆ

ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกันอยู่นั่นเองมู่กงกงก็เดินเข้ามาก่อนจะหันไปทางฮ่องเต้แล้วพูดขึ้นว่า “ฝ่าบาทได้เวลาแล้วพะยะค่ะ” พลางในใจก็เอาแต่คิดว่าช่วงนี้ฮ่องเต้ดูอยู่กับหลางเจี๋ยอวี๋เพลินซะจนลืมเวลาบ่อยยิ่งนักทำให้เขาต้องมาเตือนอยู่เรื่อย

ฮ่องเต้พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดกับหวิ๋นเสียนด้วยสีหน้าราวกับเศร้าใจนักหนาว่า “เราต้องไปแล้ว น่าเสียดายยิ่งนักที่คืนนี้ไม่อาจทานอาหารที่สนมรักทำได้”

“ดีแล้วเพคะ แค่นี้หม่อมฉันก็เหนื่อยจะแย่แล้ว” หวิ๋นเสียนรีบตอบกลับไป คำตอบนี้ทำให้ฮ่องเต้อดหัวเราะขึ้นไม่ได้ก่อนจะกำชับหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้งว่า “พรุ่งนี้จะเป็นงานเลี้ยงปีใหม่อย่าลืมที่เรากำชับไว้เล่า”

หวิ๋นเสียนได้แต่ทำท่าทางถอดถอนใจในสิ่งที่ได้ยิน ฮ่องเต้เมื่อเห็นดังนั้นก็อดลูบหัวนางไม่ได้เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อว่า “ในงานเลี้ยงเราอาจไม่ได้พูดคุยกับสนมรักมากนักเจ้าคงไม่งอนเราใช่หรือไม่”

“ใครจะไปคิดแบบนั้นกันเพคะ” หวิ๋นเสียนถลึงตาตอบแล้วจึงส่งเสด็จฮ่องเต้ออกจากตำหนักไป ก่อนจะออกไปนั้นฮ่องเต้ยังคงหันมากำชับจิ้นเหอและนางกำนัลอีกสามคนว่า “งานเลี้ยงปีใหม่ที่จะถึงนี้ดูแลพระสนมของเจ้าให้ดีๆ”

หลังจากฮ่องเต้ออกไปแล้วหวิ๋นเสียนก็นังลงด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ปิ่นเล่อที่เห็นดังนั้นจึงถามขึ้นว่า “พระสนมจะถึงงานเลี้ยงปีใหม่แล้วนะเพคะ เหตุใดจึงทรงดูไม่ตื่นเต้นเลยเล่าเพคะ”

“ก็แค่งานเลี้ยงจะมีอะไรให้ตื่นเต้นกัน” หวิ๋นเสียนตอบ แต่แม้จะตอบไปแบบนั้นนางก็อดรู้สึกแปลกๆอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับงานในครั้งนี้เพราะยิ่งใกล้วันงานเท่าไหร่บรรยากาศในวังหลวงที่ดูเหมือนจะเงียบสงบกลับชวนให้รู้สึกถึงแต่ความผิดปกติมากขึ้นเท่านั้น

             หลังจากออกจากตำหนักของหลางเจี๋ยอวี๋และกำลังจะกลับไปที่ห้องทรงพระอักษรนั้น ฮ่องเต้ก็ถามมู่กงกงขึ้นด้วยสีหน้าปกติว่า “เป็นยังไงบ้าง”

 “ทุกอย่างเป็นไปตามที่พระองค์คาดการพะยะค่ะ” มู่กงกงตอบ พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็พยักหน้าตอบเล็กน้อยสีหน้าก่อนที่ของเขาจะดูเคร่งเครียดขึ้นบางส่วน

 

             เวลาในแต่ละวันผ่านไปรวดเร็วนัก เผลอแปปเดียวก็มาถึงงานเลี้ยงปีใหม่แล้วหวิ๋นเสียนที่พึ่งจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยกำลังเตรียมตัวจะออกจากตำหนักไปพร้อมกับปิ่นเล่อ แต่จิ้นเหอมาขวางหน้าพวกนางไว้ก่อนแล้วจึงพูดขึ้นว่า “พระสนมงานเลี้ยงวันนี้ให้พวกหม่อมฉันคอยติดตามข้างกายดีกว่าเพคะ”

“เอ๋ แต่ว่า..” หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็อดแย้งขึ้นมาไม่ได้ แต่พูดไม่ทันจบปิ่นเล่อที่อยู่ข้างๆก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจเสียก่อน “พระสนมไม่เป็นไรเพคะยังไงเสียนี่ก็เป็นรับสั่งของฮ่องเต้”

หวิ๋นเสียนได้แต่หันไปมองปิ่นเล่อด้วยสีหน้าไม่สบายใจ แต่ไหนแต่ไรปิ่นเล่ออยู่ข้างกายนางตลอดแม้พักหลังพอพวกจิ้นเหอถูกฮ่องเต้ส่งมานางจะหายไปบ้างเป็นบางครั้งบางคราวแต่เวลาปกตินั้นปิ่นเล่อมักจะอยู่ข้างๆกายนางเสมอส่วนพวกจิ้นเหอเพียงอยู่ในสถานะผู้ติดตามเท่านั้น ปิ่นเล่อพอเห็นสีหน้าแบบนั้นของเพื่อนรักก็พูดขึ้นด้วยท่าทียิ้มแย้มว่า “หม่อมฉันจะเตรียมขนมปีใหม่รอพระสนมกลับมานะเพคะ”

                หวิ๋นเสียนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะแสร้งตอบกลับไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี “เจ้าต้องเตรียมให้มากๆนะรู้หรือไม่” ปิ่นเล่อพอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเพื่อนรักจึงตอบกลับไปว่า “ทราบแล้วเพคะ”

“ไปกันเถอะ” หวิ๋นเสียนหันไปพูดกับจิ้นเหอก่อนจะพากันเดินออกจากตำหนักไป ปิ่นเล่อหลังจากเห็นพระสนมทรงโปรดเดินออกจากตำหนักไปแล้วนางก็กลับไปทำงานของตนเอง

“จิ้นเหอทำไมงานเลี้ยงคราวนี้ถึงดูแปลกๆนัก” หวิ๋นเสียนถามคนด้านข้างขึ้นเสียงเบาทันทีหลังจากมาถึงบริเวณที่จัดงานเลี้ยงแม้ใบหน้าของนางจะยังคงรอยยิ้มไว้แต่ในใจก็อดวิตกกังวลไม่ได้ หลายวันมานี้ฮ่องเต้มาหานางบ่อยยิ่งนักแม้สีหน้าของเขาจะยิ้มแย้มแต่นางก็พอจะรู้ว่าเขาเก็บงำความเครียดไว้ภายในถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อาจถามสิ่งใดออกไป

 “พระสนมทรงคิดมากไปแล้วเพคะ” จิ้นเหอตอบ วันนี้หวิ๋นเสียนมีจิ้นเหอและมี่เฉิงคอยติดตามและอารักขาอยู่ข้างกายทั้งคู่เป็นนางกำนัลที่ฮ่องเต้ส่งมาจึงยังพอทำให้นางเบาใจไปได้ไม่น้อย

“นั่นสินะ” หวิ๋นเสียนได้แต่พึมพำออกมาเสียงเบาก่อนจะไปนั่งที่ของตน

งานเลี้ยงที่จัดในวันนี้นั้นมีการคุ้มกันแน่นหนาภายในงานก็มีองครักษ์อยู่โดยรอบ เหล่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเองก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่หวิ๋นเสียนเคยเห็นหน้าจากงานชมดอกไม้คราวก่อนแล้ว ที่ขาดหายไปมีเพียงหรูไฉเหรินที่ยังคงถูกกักบริเวณอยู่ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือเหล่าขุนนางมากมายและแม่ทัพเยี่ยพี่ชายของเยี่ยเจาหรงนั่นเอง ใช้เวลาสักพักผู้คนก็มาร่วมงานกันจนครบงานเลี้ยงจึงได้เริ่มขึ้นจริงๆเสียที

“งานเลี้ยงคราวนี้ฮองเฮาจัดได้ไม่เลวนัก” ฮ่องเต้พูดขึ้นหลังจากมองไปรอบๆ ข้างซ้ายขวาของที่นั่งพระองค์นั้นคือฮองเฮาและลี่เฟยถัดมาเป็นเยี่ยเจาหรงและสนมคนอื่นๆเรียงลำดับลงมา ส่วนที่นั่งของหวิ๋นเสียนอยู่ไม่ไกลจากฮ่องเต้มากแต่ก็ไม่ได้ใกล้นัก

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเอ่ยชมเพคะ” ฮองเฮาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มงดงาม การสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อยๆหวิ๋นเสียนที่ไม่รู้จะคุยกับใครจึงสนใจแต่เพียงของกินที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นแต่พอสังเกตแล้วกลับพบว่าของกินที่อยู่ตรงหน้านางดูจะแปลกกว่าของคนอื่นๆอยู่ไม่น้อย

“เหตุใดในงานเลี้ยงแบบนี้หลางเจี๋ยอวี๋จึงดื่มชาเล่า” หนึ่งในพระสนมที่นั่งอยู่ข้างหวิ๋นเสียนพูดขึ้นสีหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความแปลกใจยิ่งนักยามที่มองไปที่ถ้วยชาตรงหน้าหวิ๋นเสียน เสียงของสนมนางนี้นั้นไม่ดังไม่เบาแต่ก็มากพอจะเรียกความสนใจจากคนโดยรอบบางส่วนได้ ยังไม่ทันที่หวิ๋นเสียนจะได้ตอบอะไรก็ได้ยินฮ่องเต้พูดขึ้นว่า “เราเป็นคนสั่งเอง หลางเจี๋ยอวี๋ดื่มสุรามากไม่ได้ให้นางดื่มเพียงแค่ชาก็พอแล้ว”

คำพูดที่ดังขึ้นนั้นทำให้เหล่าผู้คนที่รอชมฉากสนุกต้องอดเสียดายอยู่ไม่ได้เล็กน้อย เพราะหากเป็นรับสั่งของฮ่องเต้ใครจะกล้าพูดสิ่งใดต่อเล่า

หวิ๋นเสียนเพียงแต่มองไปที่ฮ่องเต้ด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้บางๆ นางรู้ดีว่าอาหารของตนเองแตกต่างจากคนอื่นเพราะอะไร นั่นเพราะคำพูดที่เขากำชับนางไว้อย่างไรเล่าเพียงแต่นางไม่นึกว่าเขาจะเปลี่ยนมันมากขนาดนี้ตอนนี้ตรงหน้าหวิ๋นเสียนมีแต่อาหารที่มีแต่ผักไม่ก็ผลไม้แล้วก็น้ำชาราวกับจะอยากให้นางสุขภาพดีมากๆซะอย่างนั้น พอเห็นของกินบนโต๊ะของคนอื่นแล้วนางก็อดอิจฉาบ้างไม่ได้ หวิ๋นเสียนที่ไม่มีอะไรทำนั้นได้แต่มองการแสดงตรงหน้าฆ่าเวลาต่อไปเท่านั้น

ฮองเฮากับลี่เฟยที่นั่งอยู่ด้านข้างฮ่องเต้นั้นได้แต่ทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เพียงแค่พริบตาเดียว เนื่องจากพวกนางพูดคุยกับฮ่องเต้ตลอดเวลาจึงไม่นึกว่าฮ่องเต้จะสนใจหรือได้ยินเรื่องเมื่อกี้ด้วย

“ฝ่าบาททรงรอบคอบยิ่งนักเพคะถึงอย่างไรน้องหญิงก็พึ่งจะหายดี” ลี่เฟยพูดขึ้นด้วยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ยิ้มให้นางเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ลี่เฟยช่างเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดียิ่งนัก”

“ถึงอย่างไรก็ไม่อาจสู้ฮองเฮาได้เพคะ พระนางทั้งเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตายิ่งนักทั้งยังจิตใจดีงามเพราะทรงสวดมนต์ให้ฝ่าบาทและแผ่นดินของเราทุกวันเชียวนะเพคะ” ลี่เฟยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชมก่อนจะหันไปยิ้มอ่อนหวานให้ฮองเฮา

ฮองเฮาเมื่อได้ยินลี่เฟยเอ่ยถึงตนเช่นนั้นก็พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ลี่เฟยชมข้ามากไปแล้ว เดี๋ยววันนี้ข้าจะสั่งให้คนส่งดอกไม้งามอีกมากมายไปให้ที่ตำหนักเจ้าดีหรือไม่ ได้ข่าวว่าช่วงนี้ลี่เฟยปลูกดอกไม้งดงามไว้ที่สวนในตำหนักมากมายนัก”

มุมปากของลี่เฟยกระตุกเล็กน้อย แม้บนใบหน้านางจะยังคงรอยยิ้มอ่อนหวานตลอดเวลาแต่นางรู้ดีว่าฮองเฮาต้องการพูดประชดนางที่ว่างเพราะแต่ละครั้งฮ่องเต้เสด็จมาหาไม่ค่อยนานจนต้องหาอะไรทำเพื่อจะดึงความสนใจจากเขา!

“ลี่เฟยปลูกเองงั้นรึ” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย

“ฝ่าบาททรงแกล้งลืมได้เช่นไรกันเพคะ” ฮองเฮาพูดขึ้นด้วยท่าทีหยอกล้อ ก่อนจะพูดย้ำราวกับว่าทั้งคู่กำลังแกล้งล้อเล่นกันอยู่ว่า “ลี่เฟยทรงลงมือปลูกเองเลยนะเพคะ”

ฮ่องเต้เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของฮองเฮาก็กลับมาทำสีหน้ายิ้มแย้มราวกับว่าเรื่องที่พูดเมื่อกี้เป็นเพียงเรื่องหลอกเท่านั้นแล้วหันไปพูดกับลี่เฟยว่า “เราจะลืมได้อย่างไรกัน”

“หม่อมฉันนึกว่าช่วงนี้พระองค์จะทรงพูดคุยกับน้องหญิงเพลินจนลืมไปเสียแล้ว” ลี่เฟยตอบด้วยสีหน้าราวกับจะน้อยใจนิดๆ ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะหันไปพูดกับเยี่ยเจาหรงว่า “ช่วงนี้ฝีมือการเดินหมากของเยี่ยเจาหรงก็ดีจริงๆไปพูดคุยพลางเดินหมากกับนางพลางก็เพลินไม่น้อย”

ลี่เฟยที่ได้ยินดังนั้นหันไปยิ้มให้กับเยี่ยเจาหรงเล็กน้อย นางอยากจะเอ่ยกระทบถึงหลางเจี๋ยอวี๋ที่ฮ่องเต้เสด็จไปหาบ่อยจนกลายเป็นพระสนมทรงโปรดไปแล้วต่างหากเล่า แต่นี่พระองค์กลับทรงหันไปพูดถึงเยี่ยเจาหรงแทนแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพระองค์ทรงอยากปกป้องหลางเจี๋ยอวี๋ยิ่งนักถึงกับกันนางออกห่างจากการพูดคุยที่อาจเกิดปัญหาตามมา

“ฝ่าบาททรงกล่าวเกินไปแล้วนั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หม่อมฉันทำได้เพคะ” เยี่ยเจาหรงตอบกลับใบหน้าที่แลดูนิ่งสงบของนางพอประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆแล้วช่างดูงดงามยิ่งนัก ฮ่องเต้เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงพูดกลับไปอย่างอารมณ์ดีว่า “พูดแบบนั้นได้อย่างไรกันนอกจากเดินหมาก บทกลอน กวีเจ้าก็ยังเชี่ยวชาญอีกมากสมแล้วที่เป็นน้องสาวของแม่ทัพเยี่ยจริงๆพวกเจ้าล้วนไม่เคยทำให้เราผิดหวัง”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” เยี่ยเจาหรงและแม่ทัพเยี่ยพูดขึ้นพร้อมกัน แม้เยี่ยเจาหรงจะรู้ว่าที่ฮ่องเต้เอ่ยถึงนางเพราะอะไรนางก็ไม่ได้ใส่ใจตราบใดที่พระองค์ยังทรงดีต่อนางและพี่ชายก่อนจะหันไปยิ้มให้ลี่เฟยเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มีความเย้ยหยันซ่อนอยู่ภายใน

หลังจากนั่งมองการสนทนาของกลุ่มคนตรงหน้ามาได้สักพักฮองเฮาก็พูดขึ้นว่า “ฝ่าบาทต่อไปเป็นการร่ายรำพิเศษจากนางรำหลวงเพคะ” ราวกับจะทรงพูดขึ้นเพื่อหยุดการพูดคุยอันน่าเบื่อหน่ายนี้ ฮ่องเต้ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันมายิ้มให้อย่างพึงพอใจเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ดีจริงๆ”

             เสียงพูดคุยในงานเลี้ยงค่อยๆเงียบลงเมื่อเสียงดนตรีอันแสนไพเราะค่อยๆบรรเลงขึ้นมา เหล่านางรำในชุดสีแดงเป็นสิริมงคลเยื้องย่างเข้ามาในงานพิธีอย่างงดงาม ท่วงท่าของพวกนางอ่อนช้อยราวกับจะพริ้วไหวไปกับสายลมและเสียงเพลง หนึ่งในนางรำกลุ่มนั้นช่างโดดเด่นยิ่งนักนางอยู่ใจกลางเหล่านางรำทั้งหมดหมุนตัวและร่ายรำอย่างงดงามก่อนจะพลันหมุนแขนและมือที่อ่อนช้อยไปด้านหลังยามที่นางหันใบหน้ามาอีกครั้ง ก็สะบัดมือข้างหนึ่งและผ้าที่พริ้วไหวไปด้านหน้า ภาพที่เห็นนั้นช่างงดงามจนน่าตื่นตะลึง ช่วงที่เหล่าผู้คนต่างจ้องมองการร่ายรำตรงหน้าอย่างไม่วางตาอยู่นั่นเองเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อช่วงที่นางรำคนนั้นสะบัดมืออย่างงดงามนั้นนางได้เขวี้ยงมีดสั้นที่ซุกซ่อนไว้ออกมาด้วย

             เคร้ง!

องครักษ์ข้างกายฮ่องเต้ปัดมีดสั้นนั้นออกได้ทันท่วงทีก่อนจะออกคำสั่งเสียงดังว่า “อารักขาฮ่องเต้”

ช่วงที่ทุกคนยังตามสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทันนั่นเอง เหล่าองครักษ์รอบๆงานก็เริ่มเคลื่อนไหวเพียงแต่ส่วนใหญ่มิใช่การเคลื่อนไหวเพื่อไปป้องกันฮ่องเต้แต่ดูเหมือนจะเป็นการเคลื่นไหวเพื่อหมายจะกำจัดฮ่องเต้และคนในงานทิ้งมากกว่าต่างหากเล่า!

พริบตาเดียวในงานก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและความวุ่นวายมากมาย มีเหล่าองครักษ์สู้กันเองอยู่เต็มไปหมด นางรำ นางกำนัลและขันทีบางส่วนก็กลับกลายเป็นนักฆ่าที่ปลอมตัวมา ฮองเฮาที่อยู่บนพระที่นั่งใกล้ๆกับฮ่องเต้รีบหันไปบอกคนด้านข้างว่า “ฝ่าบาทรีบออกจากที่นี่ก่อนเถิดเพคะ”

รอบกายฮ่องเต้ฮองเฮาและลี่เฟยตอนนี้มีองครักษ์มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นที่อยู่คุ้มครองพวกเขาได้จริงๆก็มีไม่มากเพราะมีคนคอยเข้ามาจะลอบปลงพระชนม์ตลอดเวลา

หวิ๋นเสียนที่เห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าก็ตื่นตระหนกไม่ต่างจากคนอื่นๆเช่นกัน ยังดีที่มีจิ้นเหอซึ่งอยู่ข้างๆพูดขึ้นเตือนสตินางขึ้นว่า “พระสนมสงบพระทัยก่อนเพคะ”

หวิ๋นเสียนหันไปมองนางด้วยสายตาตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของจิ้นเหอและมี่เฉิงนางก็พอจะสงบใจลงได้บ้าง จิ้นเหอเมื่อเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้งว่า “โปรดตามพวกหม่อมฉันมาด้วยเพคะ”

หวิ๋นเสียนพยักหน้าและรีบลุกตามแต่โดยดีแต่ก็ยังไม่วายหันไปมองทางฝั่งฮ่องเต้ด้วยความกังวลใจ จิ้นเหอที่เห็นนางหันไปมองแบบนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้งว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงเพคะรอบๆงานเลี้ยงแห่งนี้มีองครักษ์ซ่อนอยู่มากมาย ฝ่าบาทไม่เป็นไรแน่เพคะ”

มีองครักษ์ซ่อนอยู่งั้นรึ! หวิ๋นเสียนได้แต่ลอบสงสัยในใจก่อนจะพยายามออกจากงานเลี้ยงไปท่ามกลางความวุ่นวายรอบกาย

ฮ่องเต้ที่หันไปมองรอบงานแวบหนึ่งพอเห็นหญิงสาวเหมือนจะได้รับการคุ้มกันออกไปแล้วก็โล่งใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้ตัวเขาจะถอยก็ลำบากเพราะองครักษ์ในงานแห่งนี้ส่วนมากไม่ใช่คนของเขาทั้งนั้น ต้องรอให้เหล่าองครักษ์ที่ซ่อนอยู่รอบนอกเข้ามา ยังดีไม่น้อยที่ในงานยังมีแม่ทัพเยี่ยและคนของเขาอยู่บ้างจึงพอปกป้องพระสนมและแขกเหรื่อในงานได้แต่ก็มีนักฆ่าของฝ่ายตรงข้ามที่ปลอมเป็นนางกำนัลและขันทีปะปนอยู่ในงานไม่น้อยด้วยนี่สิ

แม้สถานการณ์จะดูย่ำแย่แต่ก็ยังพอควบคุมไหว ฮ่องเต้รับดาบมาจากองครักษ์ข้างกายก่อนจะใช้มันแทงไปยังนักฆ่าที่กำลังพุ่งเข้ามา ภาพนั้นทำให้หญิงสาวสองคนข้างกายเขาตกใจไม่น้อยฮ่องเต้จึงมองฮองเฮากับลี่เฟยเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ข้างกายว่า “คุ้มกันพวกนางกลับตำหนักซะ”

ยังไม่ทันที่องครักษ์ข้างกายจะคุ้มกันหญิงสาวทั้งคู่ไปได้ไกล และยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จะได้เสด็จออกไปไหนก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนดังมาจากทิศทางหนึ่งดึงความสนใจเขาไปว่า “หลางเจี๋ยอวี๋ระวังเพคะ!

ผู้ที่ตะโกนขึ้นนั้นคือนางกำนัลคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเข้ามาขวางทางหนึ่งในองครักษ์ที่กำลังแทงดาบมาทางหวิ๋นเสียนไว้ นางกำนัลผู้นั้นถูกผลักออกและฆ่าทิ้งอย่างง่ายดาย หวิ๋นเสียนตื่นตระหนกในเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมากนางจึงสะดุดข้าตัวเองล้มลงไป ในงานนี้มีเหล่าผู้ประสงค์ร้ายไล่ฆ่าผู้คนในงานอยู่ไม่น้อยเพียงแต่นางไม่นึกว่าจะมาถึงตนได้เร็วขนาดนี้ ชั่วขณะที่ดาบนั่นจะแทงเข้ามานั่นเอง จิ้นเหอและมี่เฉิงสองนางกำนัลข้างกายก็รีบนำดาบสั้นที่ซ่อนไว้ภายในออกมาแล้วป้องกันคมดาบนั้นได้ทันท่วงที ก่อนที่อีกสองนางกำนัลอย่างหรงเสวี่ยและหลิ่งอี้ที่ถูกฮ่องเต้ส่งมาที่ตำหนักนางด้วยเหมือนกันจะโผล่เข้ามาในงานและฆ่าคนที่หมายจะเอาชีวิตหวิ๋นเสียนผู้นั้นในชั่วพริบตา

หวิ๋นเสียนตกใจและหวาดกลัวจนแทบไม่เหลือแรง เหตุการณ์เมื่อกี้นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างรวดเร็ว แต่เหตุการณ์ที่ดึงความสนใจของฮ่องเต้ไปได้เล็กน้อยเมื่อกี้นั้นก็เพียงพอที่จะให้พระองค์เปิดช่องว่างอีกทั้งด้วยจำนวนองครักษ์ที่น้อยลงเพราะแบ่งไปคุ้มกันฮองเฮากับลี่เฟยและจำนวนนักฆ่าที่เข้ามาใกล้พระองค์มากขึ้นจึงทำให้พระองค์ไม่อาจป้องกันได้รอบด้าน แค่นั้นก็เพียงพอที่จะให้นักฆ่าลอบเข้ามาถึงตัวพระองค์ได้ไม่ยาก

ลี่เฟยซึ่งเป็นคนแรกที่เห็นนักฆ่าคนนั้นเกือบจะไปถึงตัวฮ่องเต้แล้วนั้น รีบสลัดตัวออกจากองครักษ์ด้านข้างก่อนจะวิ่งไปขวางทางนักฆ่าผู้นั้นไว้ นางตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “ฝ่าบาทระวังเพคะ”

ฉึก!

ดาบของนักฆ่าผู้นั้นแทงเข้าไปที่ตัวของลี่เฟยซึ่งอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้คมดาบนั้นเฉียดจุดตายไปไม่มาก ก่อนที่นักฆ่าผู้นั้นจะโดนองครักษ์ข้างกายฮ่องเต้ฆ่าทิ้งในพริบตา

“ลี่เฟยๆ” ฮ่องเต้ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้นั้นมีแววตื่นตระหนกในดวงตาอยู่ไม่น้อยน้อยทรงรีบเข้ามาประคองลี่เฟยไว้ ลี่เฟยเพียงยิ้มบางแล้วมองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงเบาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “ฝ่าบาททรงปลอดภัยก็ดีแล้วเพคะ”

พอดีกับที่เหล่าองครักษ์ด้านนอกและทหารของแม่ทัพเยี่ยพากันกรูเข้ามาในงานจัดการจับกุมผู้ที่ก่อความวุ่นวายไว้ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ควบคุมได้แล้วฮ่องเต้ก็รีบอุ้มลี่เฟยขึ้นหันไปสั่งองครักษ์ข้างกายให้จับกุมพวกที่เหลือไว้และรีบเดินออกจากงานเลี้ยงและรีบสั่งมู่กงกงขึ้นทันทีว่า “ตามหมอหลวงมา”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตานั้นอาจไม่เห็นอยู่ในสายตาของใครหลายๆคน แต่หวิ๋นเสียนเห็นมันได้อย่างชัดเจนขณะที่จิ้นเหอและคนที่เหลือคุ้มกันนางออกจากงานไป


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนต่อไปจะลงพรุ่งนี้ช่วงเย็นนะคะ แล้วก็คืนนี้ดึกๆช่วงหลังห้าทุ่มไรเตอร์จะแก้คำผิดแต่ละตอนนะคะ หวังว่าจะสนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้นะ ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามด้วยค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2250 Lnumwanrangabrok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 01:33
    ไม่ชอบนางเอก
    #2,250
    0
  2. #1883 Asahi_san (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 16:34
    อา...ลี่เฟยแลดูเป็นคนดี~~//ประชด
    #1,883
    0
  3. #1266 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:24
    สงสัยจะเป็นแผนตระกูลนางน่ะแหล่ะ นางรู้ทุกอย่างจึงรับแทนทัน
    #1,266
    0
  4. #688 Franglover (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 21:24
    แผนของลี่เฟยแน่เลยอะ
    #688
    0
  5. #565 Sasisand (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 01:01
    แผนนางป่าว ลี่เฟย
    #565
    0
  6. #505 thesun-sets (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:21
    แผนของลี่เฟยเพื่อดึงความโปรดปรานกลับคืนมาจากนางเอก และใส่ร้ายฮองเฮาใช่มั้ย
    #505
    0
  7. #501 sangkie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 22:32
    คงไม่ใจหลายกับนางเอกหรอกใช่มั้ย
    #501
    0
  8. #466 JiminA_PigZzzZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 10:42
    ลี่เฟยนี่น่าสงสัยสุดละ-.,,-
    #466
    0
  9. #465 emtida (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 10:33
    อยากให้นางเอกเราเก่งๆ
    #465
    0
  10. #463 Beemie'k 75321 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 09:59
    แบบนี้ฮ่องเต้ลืม นางเอกแน่ๆ
    #463
    0
  11. #462 HanHyukFern (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 04:46
    นี่สงสัยฮงเฮามากเลย
    #462
    0
  12. #461 Beel_ch (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 02:44
    มีเเต่คนน่าสงสัยย
    #461
    0
  13. #460 agonis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 01:52
    จริงแล้ว อาจจะเป็นแผนของลี่เฟย. มั้ยยยยยย
    #460
    0
  14. #458 Worada Ray (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 23:13
    รอออค๊า ^^
    #458
    0
  15. #457 vionavic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:31
    นังลี่เฟย ชั้นรู้นะยะ แผนของหล่อนแน่นอน ฮึ่ม ขอให้ฮ่องเต้อย่าโง่เลย
    #457
    0
  16. #456 คนที่รอมานาน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:28
    แล้วหลังจากนี้ยัยลี่เฟยจะกลับมาเป็นคนโปรดอีกน่ะสิ แล้วฮ่องเต้ก็จะทั้งรักทั้งหลงยิ่งกว่าเดิมเพราะคิดว่านางเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตฮ่องเต้ ที่จริงลี่เฟยไม่น่าเข้ามาบังได้นะผู้หญิงตัวเล็กๆไม่มีวรยุทธ์อะไรวิ่งมาบังดาบพอดีเนี่ยนะ เลอะ ถ้าฮ่องเต้ถึงขนาดที่จะวางแผนตลบหลังได้ก็ไม่น่าโง่นะ แต่คงไม่คิดว่าเป็นลี่เฟยแน่ แต่งานนี้เราว่าคนซวยคือฮองเฮารึป่าวเพราะเป็นแม่งาน
    #456
    0
  17. #455 Waree Saeyang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:24
    ลี่เฟยต้องจ้างคนมาฆ่าฝ่าบาทแล้วตัวเองก็ช่วยเพือเรียกร้องความสนใจแง่ๆ
    #455
    0
  18. #454 Haldora (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:16
    นังลี่เฟยแผนของเธอใช่ไหม!!!
    พระเอกของเราอย่าโง่เลยนะ
    #454
    0
  19. #453 Pilawan Noorach (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:15
    เบื่อลีเฟย หวังว่าฮ่องเต้คงไม่โง่อีกนะ
    #453
    0
  20. #452 Haldora (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:15
    นังลี่เฟยแผนของเธอใช่ไหม!!!
    พระเอกของเราอย่าโง่เลยนะ
    #452
    0
  21. #450 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:04
    แบบนี้ฮ่องเต้จะลืมสนมอื่นแน่ๆ เฮ้อลุ้น ๆ นางเอกอยู่ แต่แหม่ยัยลี่เฟยทำแต้ม
    #450
    0
  22. #449 เมมฟิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 22:00
    แผนยัยลี่เฟยแน่ๆ    เพื่อเรียกคะแนนสงสาร   และรู้สึกผิด   รวมทั้งบุญคุณที่ช่วยชีวิต    และฮ่องเต้กลับโปรดปรานยัยลี่เฟยเหมือนเดิม   ดูแลเอาใจใส่   หวานกันเหมือนเดิม    ส่วนหวิ๋นเสียนก็ถูกลืม     ไม่สำคัญอีกเหมือนเดิม   (หวิ๋นเสียนเห็นอะไร    หรือว่าเห็นจุดพิรุจของยัยลี่เฟย)  ไรท์จ๋าอย่าให้ฮ่องเต้โง่งี่เง่าได้ไม๊      ให้ฮ่องเต้ฉลาด    รู้เท่าทันเล่ห์มารยา   และแผนร้ายของยัยลี่เฟยน่ะค่ะไรท์คนดี       รีดเดอร์ขอร้องงงงงงงงงงงงงงงงง... อย่าดราม่าน้ำเน่าเลยน๊า
    #449
    0
  23. #448 แมวเหมียวตัวน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 21:49
    โอ้ยยยย เดี๋ยวฮ่องเต้ก็รู้สึกดีกะนาง รักนาง หลงนางอีกกก แงงงง
    #448
    1
    • #448-1 น้องพริกหวาน(จากตอนที่ 14)
      5 มิถุนายน 2559 / 22:05
      อืมเห็นด้วยเป็นธรรมดา
      #448-1
  24. #447 ตามอ่าน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 21:36
    เย็นพรุ่งนี้ รู้สึกว่ามันจะยาวนานมากอ่าToT จะรอไรท์อยู่ท่าน้ำนะคะ
    #447
    0
  25. #446 SinjiaKT (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 21:33
    ยิ่งนานวันยิ่งหมั่นไส้นังลี่เฟย ฮึ้ยยยย
    #446
    0