เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 ของที่ถูกยัดเยียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    3 มิ.ย. 59

             ช่วงระยะเวลากว่าสองเดือนในการรักษาตัวของหวิ๋นเสียนฮ่องเต้ทรงเสด็จไปหานางเป็นบางครั้งบางคราวและไม่ได้ค้างคืนที่ตำหนักรุ่งรวีบ่อยนัก แต่กลับมีราชโองการจากฮ่องเต้แต่งตั้งหลางไฉเหรินขึ้นเป็นหลางเจี๋ยอวี๋ ทำให้เหล่าสนมในวังหลังต่างงงกับการกระทำของฮ่องเต้อยู่ไม่น้อย

ในวันที่อากาศสดใสหมอหลวงโหลวที่พึ่งตรวจอาการของหวิ๋นเสียนเส็รจก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าว่า “พระสนมดูเหมือนคอของท่านใกล้จะหายดีแล้ว กระหม่อมว่าพระสนมน่าจะพูดได้แล้วพะยะค่ะ”

หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกายทันที นางรีบพูดขึ้นด้วยท่าทางดีใจหลังจากไม่ได้พูดมานานว่า “ขอบคุณท่านหมอโหลว” แม้ตอนพูดจะยังรู้สึกเจ็บคออยู่นิดหน่อยแต่ก็นับว่าดีขึ้นมากแล้วจริงๆ เมื่อเห็นว่าเป็นดังนั้นก็รีบหันไปมองปิ่นเล่อแล้วพูดขึ้นว่า “ปิ่นเอ๋อๆดูสิข้าพูดได้แล้ว”

ปิ่นเล่อที่เห็นท่าทีดีใจของเพื่อนรักได้แต่ยิ้มบางเบา

“อึดอัดมาตั้งนานในที่สุดข้าก็พูดได้ปกติเสียที” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นด้วยท่าทางถอดถอนใจ ปิ่นเล่อเมื่อเห็ดังนั้นจึงอดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “พระสนมถึงจะดีใจยังไงแต่ก็อย่าพูดมากเกินไปนะเพคะ”

หวิ๋นเสียนได้แต่หันไปมองปิ่นเล่อด้วยท่าทีราวกับโดนขัดใจเล็กน้อย “เจ้านี่นะ พูดแบบนี้ได้อย่างไรกันข้าจะพูดเยอะๆๆๆทดแทนหลายวันที่ต้องปิดปากเงียบมานานเลย” พอพูดจบนาก็ทำท่าจะพูดไม่หยุดปากจนหมอหลวงโหลวต้องเอ่ยเติอนขึ้นไว้

เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วยามหวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงประกาศดังขึ้นว่า “ฮ่องเต้เสด็จ”

เหตุใดฮ่องเต้จึงเสด็จมาตอนนี้กันหวิ๋นเสียนได้แต่คิดอย่างแปลกใจ ช่วงสองเดือนมานี้แม้ฮ่องเต้จะเสด็จมาหานางบ้างแต่เพราะนางพูดอะไรไม่ได้ทำให้อดรู้สึกอึดอัดอยู่นิดๆอยู่ไม่น้อย หากแต่ละครั้งที่ทรงเสด็จมาก็ทรงเอาใจนางดียิ่งนักนางจึงทำอะไรมิได้นอกจากยิ้มตอบไปก็เท่านั้นเพราะพระองค์มักจะทำหน้าราวกับตนเองทำผิดต่อนางอยู่แทบตลอดเวลานั่นแหละ ดูท่าคงจะไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำล่ะมั้งว่าทรงทำหน้าแบบนั้นแม้จะยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเล็กน้อยก็ตาม แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าแค่นางไม่ได้พูดอะไรฮ่องเต้ก็ไม่แกล้งนางซ้ำยังเอาอกเอาใจเป็นอย่างดี แม้ตอนแรกนางจะคิดอยากลองชิงความโปรดปรานจากพระองค์ดูบ้างเลยลองทำตัวเงียบๆเชื่อฟังแต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยๆเข้าก็ได้แต่ต้องล้มเลิกความคิดของตนเองไปก่อนด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ยังไม่ทันจะได้คิดทำอะไรต่อไปเสียงของชายหนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีว่า “เราได้ข่าวมาว่าหลางเจี๋ยอวี๋กลับมาพูดตามปกติได้แล้วจริงหรือไม่”

พอเห็นท่าทีแบบนั้นหวิ๋นเสียนก็อดตอบกลับไปไม่ได้ว่า “ฝ่าบาทช่างได้ข่าวเร็วยิ่งนัก”  

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาเป็นประกายรีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวตรงหน้าทันที “สนมรักเราคิดถึงเสียงของเจ้ายิ่ง”

“เสียงของฉันเนี่ยนะเพคะ” หวิ๋นเสียนถามขึ้นด้วยท่าทีแปลกใจ ฮ่องเต้เมื่อเห็นดังนั้นก็นั่งลงก่อนจะกุมมือนางไว้แล้วพูดขึ้นด้วยท่าทางอารมณ์ดีว่า “ใช่เราคิดถึงเสียงต่อล้อต่อเถียงของเจ้ายิ่งนักฟังแล้วชวนให้เรารื่นรมย์ใจดีจริงๆ” ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนไป

“ท่าน!” หวิ๋นเสียนได้แต่จนปัญญาในคำพูดนางนึกว่าเขาจะหยุดนิสัยชอบแกล้งนางแล้วเสียอีกที่ไหนได้ก็รอให้นางหายดีก่อนนี่เอง แต่พอโดนแกล้งแบบนี้หวิ๋นเสียนจึงพอจะคลายความอึดอัดใจระหว่างนางกับเขาลงได้บ้าง

เห็นท่าทีโมโหของนางขึ้นมาเล็กน้อยฮ่องเต้ก็ยิ้มขึ้นก่อนจะขยี้หัวนางไปมาแล้วพูดขึ้นว่า “ต้องอย่างนี้สิๆท่าทางแบบนี้ของสนมรักดีกว่าท่าทีเงียบเหงาเป็นไหนๆ”

หม่อมฉันทำท่าเงียบเหงาไม่พูดไม่ทำอะไรก็เพราะท่านเอาแต่ทำท่าอมทุกข์อย่างไม่รู้ตัวต่างหากเล่า! หวิ๋นเสียนตะโกนว่าคนตรงหน้าอยู่ในใจ

ฮ่องเต้อยู่พูดคุยกับหวิ๋นเสียนอย่างสนุกสนานเล็กน้อยก่อนจะกลับห้องทรงพระอักษรไปพร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายไว้ว่าพรุ่งนี้จะมาหานางใหม่ หวิ๋นเสียนได้แต่มองชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะพอกลับมาเป็นปกติบ้างแล้วด้วยท่าทีโล่งใจ แม้พระองค์จะไม่ได้เสด็จมาตำหนักนางบ่อยแต่ก็ไม่ค่อยได้เสด็จไปตำหนักอื่นเช่นกัน ว่ากันว่าช่วงนี้ฮ่องเต้ทรงงานหนักยิ่งนักจนแทบไม่ได้พักผ่อนแถมไม่ได้เสด็จไปค้างตำหนักไหน ทำให้ฮองเฮาเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเนื่องด้วยห่วงพระพลานามัยของฮ่องเต้ อีกทั้งตอนนี้ฮ่องเต้ยังครองราชย์ได้ไม่นานจึงมีพระทายาทเพียงคนเดียวคือองค์หญิงหนิงฮวาซึ่งเป็นพระธิดาของฮองเฮาอีก จึงไม่แปลกที่จะหวังให้ฮ่องเต้เสด็จมาวังหลังให้บ่อยเข้าบ้างเพื่อที่พระองค์จะได้พักผ่อนและมีพระทายาทสืบทอดต่อไป

คิดมากไปก็เท่านั้นเรื่องนี้มิได้เกี่ยวอะไรกับนางเสียหน่อย หวิ๋นเสียนคิดอยู่ในใจ ตัวนางในตอนนี้นั้นแม้จะอยากชิงความโปรดปรานก็ยังยากด้วยไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดยิ่งไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องตั้งครรภ์เลยเพราะแม้ฮ่องเต้จะเคยเสด็จมาค้างคืนที่ตำหนักแห่งนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยทำอะไรนางสักครั้ง และนางเองก็ยังไม่พร้อมกับเรื่องนี้เท่าใดนักถ้าคิดดูให้ดีฮ่องเต้ก็ทรงเป็นคนดีอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้บีบบังคับนางแม้จะมีแกล้งเล่นบ้างก็เถอะ

“พระสนมจะไปไหนเพคะ” หนึ่งในนางกำนัลที่มักจะยืนอยู่เป็นรูปปั้นถามหวิ๋นเสียนขึ้นทันทีเมื่อหวิ๋นเสียนทำท่าจะลุกออกจากเตียง หวิ๋นเสียนมองพวกนางด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อยเนื่องจากพวกนางไม่เคยพูดขึ้นมาหรืออาจเป็นเพราะหวิ๋นเสียนไม่ได้พูดสั่งอะไรออกไปก่อนจะตอบกลับไปว่า “ข้าจะออกไปเดินเล่น”

พูดจบก็ลุกออกจากเตียงด้วยท่าทางซวนเซเล็กน้อยเพราะไม่ได้ลุกมานาน นางกำนัลเหล่านั้นจึงรีบมาพยุงนางไว้ หวิ๋นเสียนคิดจะแต่งตัวแต่ว่าจะเรียกปิ่นเล่อให้มาช่วยก็หาไม่เจอจึงลองเดินไปรอบตำหนัก แต่ไม่ว่าหวิ๋นเสียนจะเดินไปทางไหนหรือทำอะไรนางกำนัลเหล่านี้ก็จะตามติดเสมอแถมยังจ้องนางแทบตลอดเวลาจนหวิ๋นเสียนอดหันไปมองพวกนางด้วยท่าทีไม่พอใจนักไม่ได้

“ฝ่าบาทสั่งให้พวกหม่อมฉันตามดูแลพระสนมตลอดเวลาเพคะ” หนึ่งในนางกำนัลที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านางกำนัลกลุ่มนั้นตอบ พร้อมกับพยายามเน้นคำว่า ตลอดเวลาเต็มที่

โอ้ นี่หมายความว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีพวกนางคอยตามตลอดเวลาสินะ! หวิ๋นเสียนคิดอยู่ในใจ ตอนแรกนั้นนางอุตส่าห์ดีใจที่เหล่าข้ารับใช้ในตำหนักน้อยลงไปมากแล้วมีเพียงนางกำนัลที่ดูเหมือนรูปปั้นสี่คนมาแทนนั่นทำให้นางรู้สึกว่าตำหนักแห่งนี้กว้างขึ้นไม่น้อย ตอนที่ทำได้แค่นอนพักรักษาตัวนั้นไม่เท่าไหร่ก็ถือแค่ว่ามีรูปปั้นให้มองเพิ่มไปแต่ตอนนี้ที่ต้องมีคนตามติดตลอดแบบนี้ชวนให้รู้สึกเหมือนโดนจำกัดอิสระอยู่ไม่น้อย

“ปิ่นเอ๋อไปไหนเล่า ให้นางตามข้าอย่างเดียวไม่ได้รึ” หวิ๋นเสียนถามหนึ่งในนางกำนัลออกไป ก่อนที่นางกำนัลคนนั้นจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “นางไม่อยู่เพคะ”

ไม่อยู่งั้นเรอะ หวิ๋นเสียนได้แต่ทำหน้าแปลกใจ ปิ่นเอ๋อนะปิ๋นเอ๋อทำไมเจ้าต้องหายไปตอนนี้ด้วยกัน

เมื่อเห็นว่ายังไงก็คงสลัดเหล่านางกำนัลกลุ่มนี้ไม่พ้นหวิ๋นเสียนก็ได้แต่ถามขึ้นด้วยท่าทีจนใจว่า “ข้าเห็นพวกเจ้ามานานแล้วแต่ยังไม่รู้เลยว่าพวกเจ้าชื่ออะไรบ้าง”

“หม่อมฉันเป็นหัวหน้าพวกนางชื่อจิ้นเหอเพคะ ส่วนพวกนางคือมี่เฉิง หรงเสวี่ยและหลิ่งอี้” จิ้นเหอพูดพร้อมกับแนะนำอีกสามคนที่เหลือให้กับหวิ๋นเสียน นางกำนัลทั้งสี่คนนั้นอายุน่าจะเยอะกว่าหวิ๋นเสียนเพียงเล็กน้อยแต่ละคนล้วนมีใบหน้าสงบนิ่งแต่ก็มีรอยยิ้มประดับอยู่บ้างเว้นเสียแต่ จิ้นเหอที่ดูท่าทีเย็นชายิ่งนักถึงอย่างนั้นพวกนางก็ไม่ชวนให้รู้สึกถึงความอันตรายใดๆ

“ข้าอยากออกไปเดินเล่น” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม พอได้ยินดังนั้นจิ้นเหอก็พูดขึ้นว่า “พวกหม่อมฉันจะช่วยพระสนมเตรียมตัวเองเพคะ” พูดจบก็พากันค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้จนหวิ๋นเสียนได้แต่หวั่นๆอยู่ในใจ

เสียเวลาอยู่ไม่น้อยกว่าหวิ๋นเสียนจะได้ออกมาเดินเล่นถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้อารมณ์ดีเลยสักนิดเมื่อต้องใส่ชุดรกๆกับผมหนักๆที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับออกมา เวลาอยู่กับปิ่นเล่อนั้นหวิ๋นเสียนจะเพียงแต่งตัวตามสบายไม่ค่อยแต่งตัวเต็มยศนักแต่กับนางกำนัลเหล่านี้พวกนางจับหวิ๋นเสียนแต่งตัวซะเต็มยศครบถูกต้องตามกฏระเบียบทุกอย่าง แม้ของที่เลือกใส่จะไม่ดูเลิศหรูหรือสะดุดตาเกินไปแต่มันก็ชวนให้อึดอัดนัก!

เดินเล่นไปในอุทยานหลวงได้ไม่นานหวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงเรียกขึ้นว่า “ท่านคือหลางเจี๋ยอวี๋ใช่หรือไม่”

พอหันไปมองก็เห็นหญิงสาวหน้าตางดงามอ่อนหวานดูคุ้นตาอยู่คนหนึ่ง หญิงสาวผู้นั้นยอบตัวทำความเคารพหวิ๋นเสียนก่อนจะพูดขึ้นว่า “หม่อมฉันคือชายาของเหลียงอ๋อง ถวายพระพรหลางเจียอวี๋เพคะ”

“ลุกขึ้นเถิดๆ” หวิ๋นเสียนรีบเข้าไปประคองคนตรงหน้าให้ลุกขึ้น นางไม่เข้าใจที่ทำไมพระชายาต้องทำความเคารพด้วยท่าทางนอบน้อมมากเช่นนี้ เมื่อเห็นท่าทีเป็นกันเองของหวิ๋นเสียนพระชายาของเหลียงอ๋องก็พูดขึ้นด้วยท่าทางยิ้มแย้มว่า “หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับหลางเจี๋ยอวี๋ด้วยเพคะที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้”

“ขอบคุณเจ้ามาก” หวิ๋นเสียนเมื่อเห็นท่าทีอ่อนหวานเช่นนั้นได้แต่ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ทั้งสองจะพูดจาคุยกันถูกคออยู่นานแล้วจึงแยกย้ายกันไป จากนั้นหวิ๋นเสียนก็เดินเล่นอยู่อีกนานกว่าจะกลับตำหนักตอนใกล้ค่ำ

พอกลับมาถึงตำหนักหวิ๋นเสียนก็ได้ยินเสียงปิ่นเล่อที่กำลังเดินเข้ามาหาตนด้วยดวงตาเป็นประกายดังขึ้นมาว่า“พระสนมมีของส่งมาจากพระชายาเหลียงอ๋องมากมายเลยเพคะ”

เมื่อได้ยินดังนั้นหวิ๋นเสียนก็มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยพอมองเห็นกองของมีค่ามากมายแล้วก็ชวนให้นางรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนที่ปิ่นเล่อจะถามขึ้นด้วยท่าทีตื่นเต้นว่า “พระสนมทรงไปพบนางตอนไหนหรือเพคะ”

“ข้าแค่นั่งคุยเล่นกับนางที่อุทยานเท่านั้น” หวิ๋นเสียนตอบก่อนจะหันไปถามจิ้นเหอว่า “ของพวกนี้มีอันตรายรึเปล่า” จิ้นเหอและนางกำนัลอีกสามคนรีบตรวจสอบของเหล่านั้นอย่างละเอียดทันทีก่อนจะหันมารายงานหวิ๋นเสียนว่า“ไม่มีเพคะ”

หวิ๋นเสียนมองของเหล่านั้นด้วยท่าทีลำบากใจก่อนจะพูดขึ้นว่า “แต่เยอะขนาดนี้ข้าไม่กล้ารับไว้ยังไงไม่รู้”

“พระสนมเพคะเหลียงอ๋องมีอิทธิพลอยู่ไม่น้อย หากไม่รับไว้เกรงว่าจะมีปัญหาตามมาได้เพคะ” ปิ่นเล่อพูดขึ้น หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ทำท่าถอดถอนใจก่อนจะสั่งออกไปว่า “นั่นสินะ งั้นพวกเจ้าก็เอาไปเก็บไว้เถิด”

ก่อนที่เวลาจะผ่านไปอีกหนึ่งวัน เช้าวันต่อมาหวิ๋นเสียนตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีสดชื่น นางจำได้ว่าวันนี้ฮ่องเต้จะเสด็จมา ในเมื่อนางในตอนนี้ก็ลุกไปไหนมาไหนแถมยังพูดได้แล้วหาทางเอาใจเขาเสียหน่อยก็ได้มั้ง เพราะยังไงนางก็ไม่มีที่พึ่งพิงในวังหลังนี้แต่ถ้ามีเขาอยู่นางก็ยังพอรู้สึกปลอดภัยได้บ้างแต่จะทำสิ่งใดดีเล่า

ก่อนที่หวิ๋นเสียนจะนึกอะไรบางอย่างออกจึงหันไปถามปิ่นเล่อขึ้นว่า “อ๊ะ จริงสิเจ้าว่าข้าทำอาหารให้พระองค์ดีหรือไม่” ปิ่นเล่อที่เหมือนจะยังงงๆกับหวิ๋นเสียนที่จู่ๆก็พูดออกมาได้แต่ตอบกลับไปว่า “เป็นความคิดที่ดียิ่งเพคะ”

“ยังพอมีเวลากว่าฮ่องเต้จะเสด็จมา ข้ารีบไปทำดีกว่า” หวิ๋นเสียนพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก็รีบไปทางห้องครัวทันที ฮ่องเต้ปกติมักจะมาไม่เป็นเวลานักพระองค์ทรงอยากมาตอนไหนก็มาทำให้หวิ๋นเสียนคิดหนักอยู่ไม่น้อย

แต่คาดไม่ถึงว่าหวิ๋นเสียนเข้าครัวไปได้แปปเดียวฮ่องเต้ก็เสด็จมา ปิ่นเล่อเมื่อเห็นดังนั้นก็มีท่าทีกระวนกระวายก่อนจะรีบยอบกายทำความเคารพ ฮ่องเต้ห้ามไม่ให้มู่กงกงประกาศว่าตนมาออกไป ก่อนจะหันไปบอกให้ปิ่นเล่อลุกขึ้นแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าไม่ต้องพิธีรีตรองมากก็ได้ แล้วพระสนมของเจ้าล่ะ”

“อยู่ในห้องครัวเพคะ” ปิ่นเล่อตอบด้วยท่าทีตื่นเต้นช่วงหลังๆมานี้ฮ่องเต้ช่างดีต่อข้ารับใช้ในตำหนักนี้ยิ่งนัก โดยเฉพาะนางที่เป็นคนสนิทของหลางเจี๋ยอวี๋ พอได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัวเล็กๆทันที

หวิ๋นเสียนที่วุ่นวายอยู่ในห้องครัวนั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นด้านหลังว่า “สนมรักทำสิ่งใดอยู่กัน”

“กรี๊ด” หวิ๋นเสียนร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ จนของในมือหล่นกระจัดกระจายก่อนจะหันไปมองคนที่แกล้งนางอยู่ด้านหลังแล้วพูดขึ้นว่า “ฝะ ฝ่าบาทเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่กันเพคะ”

นางอุตส่าห์ให้พวกจิ้นเหอเฝ้าหน้าห้องครัวไว้ไม่ให้ใครเข้ามายุ่งแต่ดูท่าจะห้ามฮ่องเต้ไว้ไม่ได้สินะ หวิ๋นเสียนได้แต่คิดอย่างถอดถอนใจแบบนี้ที่อุตส่าห์ทำก็หมดความหมายกันพอดีน่ะสิ

“สนมรักจะทำอาหารให้เราทานรึ” ฮ่องเต้พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างหุบไม่มิดพลางเดินตามหวิ๋นเสียนต้อยๆถามด้วยท่าทางร่าเริง หวิ๋นเสียนเมื่อเห็นท่าทางแช่มชื้นของคนตรงหน้าก็หน้าแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเขาจะทำหน้าดีใจแบบนี้จึงอดพูดประชดประชันแก้ท่าทางขัดเขินออกไปไม่ได้ว่า “ใครจะทำให้ท่านกัน น่าจะพึ่งเสวยมามิใช่รึเพคะหม่อมฉันทำพวกนี้ไว้กินเองต่างหากเล่า”

ตอนนี้พึ่งจะเลยยามเช้ามาไม่มากฮ่องเต้น่าจะพึ่งเสวยมา หวิ๋นเสียนอุตส่าเตรียมอาหารเหล่านี้สำหรับเป็นของว่างไม่ก็สำหรับตอนเที่ยงแต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาตั้งแต่เช้าจนนางยังไม่ทันทำสิ่งใดเสร็จกัน

ฮ่องเต้มิได้สนใจคำพูดของหวิ๋นเสียนสักนิดเพียงแต่พูดขึ้นมาลอยๆว่า “เราหิวเสียแล้วสิ ชักรอกินไม่ไหวแล้ว”

หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ราวกับนึกอะไรได้บางอย่างจึงพูดกับคนตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกายขึ้นว่า “ถ้าพระองค์ทรงหิวขนาดนั้นก็มาช่วยหม่อมฉันทำสิเพคะ”

“เราน่ะเหรอ” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยท่าทางแปลกใจเขาเป็นฮ่องเต้ทำไมต้องไปทำอาหารเองด้วยกัน ก่อนที่หวิ๋นเสียนจะรีบพยักหน้าตอบว่า “ใช่แล้วเพคะ”

เดิมทีฮ่องเต้คิดจะปฏิเสธแต่พอเห็นดวงตาเป็นประกายของหวิ๋นเสียนเขาก็ตอบกลับไปดังที่คิดไม่ลงได้แต่คิดในใจว่าในเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะอยากเล่นสนุกอะไรสักอย่างเขาจะลองเล่นกับนางดูก็แล้วกัน สุดท้ายฮ่องเต้ก็วุ่นวายแทบตายโดนหวิ๋นสียนสั่งให้ทำนู่นทำนี่จนเหนื่อยไปหมดกว่าอาหารทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ เหล่าข้ารับใช้เองก็ได้แต่มองเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยท่าทีตกตะลึง

“ฝ่าบาทรสชาติเป็นยังไงบ้างเพคะ” หวิ๋นเสียนถามคนตรงหน้าขึ้นด้วยท่าทางอารมณ์ดี เมื่อเห็นเขามีท่าทางเหนื่อยอยู่ไม่น้อยแถมยังเหงื่อออกเพราะร้อนจากการอยู่ในห้องครัวนานๆยิ่งนัก พอเห็นแบบนี้หวิ๋นเสียนก็เหมือนรู้สึกได้เอาคืนคนตรงหน้านิดหน่อย ฮ่องเต้ชิมอาหารตรงหน้าก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทียิ้มแย้มว่า “ดียิ่งนัก”

ความจริงหวิ๋นเสียนรู้ดีว่าอาหารเหล่านี้รสชาติธรรมดาแต่หากฮ่องเต้กล้าพูดว่าไม่อร่อยออกมาไม่แปลว่าเขาที่เป็นคนช่วยนางทำ ทำอาหารไม่ได้เรื่องเรอะ จริงๆแล้วบางจานถึงกับรสชาติแปลกๆด้วยซ้ำเมื่อเห็นดังนั้นหวิ๋นเสียนก็ทำท่าจะป้อนให้เขากินอาหารแปลกๆเหล่านั้นเยอะๆ ฮ่องเต้ที่รู้จุดประสงค์ของหญิงสาวตรงหน้าดีก็ไม่ยอมแพ้พยายามป้อนอาหารรสชาติแปลกๆเหล่านั้นให้นางเหมือนกัน ภาพที่ต่างฝ่ายต่างป้อนกันนั้นคนภายนอกที่เห็นต่างคิดว่าทั้งคู่รักใคร่กันยิ่งนัก โดยที่ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงการแกล้งกันธรรมดาๆ

“เราพึ่งจะรู้ว่าอาหารแต่ละอย่างกว่าจะทำออกมาได้ช่างยากเย็นถึงเพียงนี้” ฮ่องเต้พูดขึ้นหลังจากกินจนเสร็จด้วยสีหน้าเอือมๆเนื่องจากรสชาติอาหารที่กินเข้าไปพอปนๆกันแล้วช่างชวนให้เลี่ยนนัก นั่นทำให้เขารู้ซึ้งขึ้นมาว่าการทำอาหารอร่อยๆจานหนึ่งมิใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงอดไม่ได้สั่งมู่กงกงไปว่า “มู่กงกงให้รางวัลเหล่าพ่อครัวสิ ถือว่าข้าตอบแทนที่พวกเขาทำงานหนักมานาน”

มู่กงกงได้แต่ตอบรับคำสั่งนั้นด้วยท่าทีแปลกใจ

จากนั้นฮ่องเต้ก็หันมาพูดกับหญิงสาวต้นเรื่องที่นั่งทำหน้าพะอืดพะอมอยู่ด้านข้างว่า “อีกไม่นานก็จะถึงงานเลี้ยงวันปีใหม่แล้วโชคดีจริงๆที่เจ้าหายทันเวลา”  หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นก็ถามขึ้นด้วยท่าทีแปลกใจที่จู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่องว่า “ทำไมเล่าเพคะ”

“เจ้าจะได้กินอาหารอร่อยๆให้เยอะๆได้อย่างไรเล่า จะได้ไม่ผอมแบบนี้” ฮ่องเต้ตอบกลับไปด้วยท่าทีทีเล่นทีจริง แต่จงใจเน้นตรงคำว่าอาหารอร่อยๆเต็มที่ หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นก็อดขำออกมาไม่ได้เล็กน้อย ก่อนที่ฮ่องเต้จะราวกับนึกอะไรได้สักอย่างจึงหันมากำชับกับนางด้วยท่าทีเข้มงวดว่า “ถึงในงานจะมีของอร่อยมากมายแต่เจ้าห้ามดื่มสุราสักจอกเข้าใจหรือไม่”

“งานเลี้ยงแท้ๆหม่อมฉันจะไม่ดื่มได้อย่างไรกัน” หวิ๋นเสียนที่ได้ยินดังนั้นได้แต่แย้งออกมาอย่างไม่พอใจ แต่คนตรงหน้าเพียงพูดขึ้นแค่ว่า “คำสั่งของเราเจ้าห้ามขัด”

“ไม่ยุติธรรมกันเกินไปแล้ว” หวิ๋นเสียนพูดขึ้นด้วยท่าทางราวกับโดนทำร้ายนางคิดเพียงแค่ว่าคราวก่อนนางก็แค่เมามากไปก็เท่านั้น กลับกันฮ่องเต้คิดเพียงแค่ว่าหากเจอนางแบบคราวก่อนเขาในคราวนี้คงจะอดใจไม่ไหวเป็นแน่

ฮ่องเต้เมื่อเห็นดังนั้นก็อดพูดแกล้งนางขึ้นมาไม่ได้ว่า “ถ้าสนมรักทำอะไรสักอย่างให้เราล่ะก็เราอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้” หวิ๋นเสียนที่พอจะเข้าใจความหมายของคนตรงหน้ารีบตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันทีว่า “ฝันไปเถอะเพคะ”

งานเลี้ยงปีใหม่งั้นรึหวังว่าคงจะไม่ได้จัดแจงอะไรเป็นพิเศษเพื่อใครอีกหรอกนะ หวิ๋นเสียนคิดอยู่ในใจขณะลอบมองชายหนุ่มท่าทางอารมณ์ดีด้านข้างเพราะนางได้ยินมาว่าช่วงนี้ฮ่องเต้กับลี่เฟยแลดูเหินห่างกันมากขึ้น นางเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเพราะไม่มีใครยอมเล่าให้ฟัง หรือทั้งคู่จะงอนกันอีกแล้วกัน




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #1882 Asahi_san (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 15:31
    ดูน่ารักกับนางเอกมากขึ้นนะ ถามจริง เข้าใจอารมณ์ของลี่เฟยตอนที่ดดนบอกว่าอาหารไม่อร่อยมากขึ้นไหม?? (สำหรับผู้หญิง เรื่องนี้สำคัญมากกกก) ขำตอนผลัดกันป้อน ไม่ค่อยจะขยันเอาคืนกันเลยนะ
    #1,882
    0
  2. #521 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 03:57
    สนุกมากๆๆๆๆๆคะ!
    #521
    0
  3. #459 Legend (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:32
    อวยฮ่องเต้ อิอิ
    #459
    0
  4. #419 เมมฟิส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 16:27
    ฮ่องเต้น่ารักขึ้นน่ะ   หวังว่าจะน่ารักตลอดไปน่ะ    อย่าน่ารักแตกล่ะ (เกิดเจอมารยายัยลี่เฟยเข้าก็กลัวว่าจะแล่นไปหา   ไปหวานกับยัยนั่นมากๆ)

    ขอให้ฮ่องเต้ฉลาด     รู้เท่าทันเล่ห์มารยา   และแผนร้ายยัยลี่เฟยทุกอย่างน่ะค่ะไรท์    รีดเดอร์ขอร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง... (ไม่เอาดราม่าน้ำเน่าที่ฮ่องเต้โง่งี่เง่าไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยา    แผนร้ายของลี่เฟยแบบนี้)

    จะให้ดีอยากให้หวิ๋นเสียนรู้ชาติกำเนิดตัวเองว่าสูงส่ง    จะได้มีคนคอยปกป้องและหนุนหลัง    ไม่ใช่แค่อดีตนางกำนัลโรงซักล้างแบบนี้
        
    #419
    1
  5. #406 Rakkaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 08:18
    สนุก.มากกก อัพๆๆๆนะคะกำลังลุ้น
    #406
    0
  6. #405 Aom Villa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 00:36
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อะ
    #405
    0
  7. #404 ปิ้งกว่อ [氷菓] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 23:44
    อ่าาาาา จะน่ารักเกินไปแล้วคู่นี้ อิจฉาาา55555
    #404
    0
  8. #403 kamonwan25668 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 21:11
    รอค่ะไรท์ สนุกมาก
    #403
    0
  9. #402 JiminA_PigZzzZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 15:18
    ฮ่องเต้จะน่ารักไปไหนคะ ชอบบ
    #402
    0
  10. #400 แมงน้อย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 11:27
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วละมุนมากก วนอ่านรอบที่สาม แต่งสนุกค่ะ เป็นอีกแนวที่ไม่เคยอ่าน
    #400
    0
  11. #399 jinjing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 03:56
    น่ารักกกกก
    #399
    0
  12. #398 Sudrarat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 02:07
    ฮ่องเต้น่ารักมากๆๆๆๆ
    #398
    0
  13. #395 jinYoojin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 23:25
    น่าร้ากกก
    #395
    0
  14. #394 chrysalis_devil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 22:37
    ทำไมมีความมุ้งมิ้ง
    #394
    0
  15. #393 แคปพลีส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 22:05
    น่าร้าก
    #393
    0
  16. #392 thesun-sets (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:21
    น่ารัก มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง กิ้งก่องแก้ว มากมาย
    #392
    0
  17. #391 kavasarew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:11
    ถูกห้ามกินเหล้า แบบนี้ถ้าสนมลี่เฟยรู้ได้มอมเหล้าแน่ =*=
    #391
    0
  18. #389 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:52
    น่ารักกกกกกก ~ ~ ~ ~ ~ ~
    #389
    0
  19. #388 คุณหนูวาซาบิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:34
    ชอบจัง มาทุกวันน้าาา
    #388
    0
  20. #387 annaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:30
    มาอัพต่อเร็วๆน้า
    #387
    0
  21. #386 nuning (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:49
    อ่านเเล้วก็ยิ้มเหมือนคนบ้า~.~
    #386
    0
  22. #385 ตามอ่าน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:46
    พระชายาอ๋องนิยังไง แอบสงสัย
    #385
    0
  23. #384 วัวพันปี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:30
    สนมรักคำนี้ติดปากฮ่องเต้แล้ว
    #384
    0
  24. #383 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:30
    ฮ่องเต้รู้ซึ้งเลยล่ะสิ ว่าอาหารแต่ละจานทำยากแค่ไหน
    #383
    0
  25. #382 16062535 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:19
    สนุกในสามโลก5555อะไรจะขนาดนั้น ลุ้นตอนต่อไปค่ะ
    #382
    0