เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 12 : บทที่ 12 ค่ำคืนอันไร้เสียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59

             เมื่อเรื่องฮ่องเต้มีราชโองการลดตำแหน่งและกักขังหรูซิวอี๋กระจายออกไปทำให้ผลกระทบที่ตามมามีไม่น้อยนัก วังหลังเองก็เงียบขึ้นเยอะเนื่องด้วยเหล่าพระสนมต่างก็พากันอยู่เฉยๆประเมินสถานการณ์ไม่กล้ามีผู้ใดทำบุ่มบ่าม กลับกันทางราชสำนักกลับกำลังมีเรื่องถกเถียงกันใหญ่หลวงเนื่องด้วยขุนนางหรู บิดาของหรูซิวอี๋ที่เป็นพรรคพวกกับตระกูลของฮองเฮานั้นร่วมกันถวายฏีกาฟ้องร้องฮ่องเต้เกี่ยวกับคดีในครั้งนี้ แต่ก็ถูกฝ่ายของท่านอัครเสนาบดีลี่โต้แย้งไปเสียทุกครั้ง ด้วยทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมลดละกันทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วหนักจนถึงกลับประกาศให้ยุติการประชุมกลางคัน ก่อนจะต่อว่าพวกเขาที่ไม่สนใจงานราชการแต่กลับมายุ่งเรื่องของวังหลังแทน จากนั้นจึงไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมอีกเลย

             ผ่านไปอีกหลายวันเรื่องที่หรูซิวอี๋วางยาหลางไฉเหรินก็เริ่มซาลงไปมาก เหล่าพระสนมเริ่มกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติกันอีกครั้งเหล่าพระสนมต่างรอและคาดหวังว่าในแต่ละคืนฮ่องเต้จะเสด็จไปที่ตำหนักใดเนื่องจากตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นนั้นก็ทรงไม่ได้เสด็จมาวังหลังอีกเลย นั่นจึงทำให้เหล่าพระสนมต่างสุขใจกันไม่น้อย ที่ตำหนักรุ่งรวีเองในวันนี้ก็มีข่าวดีที่ทำให้ข้ารับใช้ทุกคนแทบจะอยากก้มลงไปกราบไหว้ขอบคุณฟ้าดินเช่นกัน

“พระสนมทรงฟื้นแล้วหรือเพคะ” ปิ่นเล่อพูดขึ้นขณะมองไปยังเพื่อนรักที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทีอ่อนเพลียดวงตาของนางเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเนื่องจากความตื้นตันใจยิ่งนัก ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปพยุงหวิ๋นเสียนที่เหมือนจะล้มลงไปไว้

 “อะ..” หวิ๋นเสียนที่รู้สึกอ่อนแรงมากนั้นมองไปทางปิ่นเล่อก่อนจะพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็รู้สึกเจ็บคอมากเสียก่อนจึงไม่อาจพูดอะไรออกไปได้ ปิ่นเล่อที่เห็นดังนั้นก็รีบเตือนขึ้นมาทันทีว่า “อย่าพึ่งพยายามพูดเพคะ คอของพระสนมบาดเจ็บหนักหมอหลวงบอกว่าพระสนมต้องงดการพูดคุยเพื่อรักษาให้หายดีก่อนสักระยะเพคะ”

หวิ๋นเสียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันไปมองรอบๆด้าน แล้วก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเมื่อเห็นว่าในตำหนักที่เล็กอยู่แล้วแห่งนี้นั้นเหมือนจะมีนางกำนัลมาเพิ่มอีก สีหน้าของพวกนางดูนิ่งเฉยยิ่งนักทั้งยังยืนเฝ้าอยู่ในห้องราวกับรูปปั้น ปิ่นเล่อที่เห็นหวิ๋นเสียนมองไปที่นางกำนัลเหล่านั้นด้วยท่าทีแปลกใจได้แต่อธิบายขึ้นมาด้วยรอยยิ้มแหยๆว่า “เอ่อ คนเหล่านี้ฮ่องเต้ทรงส่งมาแทนที่นางกำนัลชุดก่อนหน้านี้เพคะเพื่อรักษาความปลอดภัยให้พระสนมดีกว่าเดิม”

ก่อนจะแอบกระซิบเบาๆข้างหูหวิ๋นเสียนว่า “ถึงจำนวนจะลดลงแต่พวกนางเก่งพอๆกับองครักษ์เลยเพคะ แถมยังเข้มงวดอยู่ไม่น้อย”

คงให้อารมณ์เหมือนองครักษ์หญิงสินะ หวิ๋นเสียนคิดในใจแต่พอมองไปที่นางกำนัลที่ราวกับรูปปั้นเหล่านั้น แล้วไม่ได้รับการตอบรับอะไรกลับมาก็ชวนให้รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

“พระสนมพึ่งตื่นขึ้นมาคงจะรู้สึกหิวหม่อมฉันจะไปนำอะไรมาให้ทานเพคะ” ปิ่นเล่อพูดขึ้นด้วยท่าทางกระตือรือร้น แต่หวิ๋นเสียนกลับส่ายหน้าให้น้อยๆเป็นเชิงบอกว่านางยังไม่หิว ปิ่นเล่อเมื่อเห็นดังนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะพูดพึมพำออกมาว่า “พระสนมยังทรงไม่หิวเหรอเพคะ ก็ไม่แปลกนะเพคะในเมื่อทรงกินครบทั้งสามมื้อ”

หวิ๋นเสียนได้ยินปิ่นเล่อพูดไม่ค่อยชัดจึงได้แต่มองไปที่คนตรงหน้าด้วยท่าทีแปลกใจ ก่อนจะสะกิดปิ่นเล่อที่ราวกับจะจมในความคิดของตัวเองอยู่เล็กน้อยแล้วทำท่าทำทางถามว่านางหลับไปแล้วกี่วัน แต่กว่าปิ่นเล่อจะเข้าใจก็ลำบากอยู่เหมือนกัน ก่อนที่ปิ่นเล่อจะตอบไปว่า “พระสนมทรงไม่ได้สติไปสามวันเพคะ ทำเอาพวกหม่อมฉันกับหมอหลวงหวาดกลัวยิ่งนัก”

หวิ๋นเสียนเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อยที่มีคนห่วงนางมากเพียงนี้ โดยไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้เหล่าข้ารับใช้และหมอหลวงหวาดกลัวนั้นแท้จริงแล้วเป็นชีวิตของพวกเขาที่อาจจะปลิวหายไปพร้อมกับนาง

“พระสนมเพคะเหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงนัก ท่านก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด” ปิ่นเล่อพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจังขณะมองไปที่เพื่อนรักของตนอีกครั้ง ก่อนจะจ้องหน้าหวิ๋นเสียนและพูดออกไปว่า “หากยังทรงไม่...”

ยังพูดไม่ทันจบหวิ๋นเสียนก็กุมมือนางแล้วพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจเสียก่อน

หากยังไม่ชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ไม่มีที่พึ่งพิงในวังหลัง ไม่เข้มแข็งให้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นอันไหนก็ไม่อาจจะรักษาชีวิตได้อีกต่อไป หวิ๋นเสียนคิดในใจ

เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเหมือนจะเข้าใจแล้วปิ่นเล่อก็ไม่ได้พูดอะไรต่อมากเพียงแต่ปล่อยให้หวิ๋นเสียนได้พักผ่อนต่อไป

 

             หลังจากหวิ๋นเสียนฟื้นได้ไม่นานที่ห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ ขณะชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านฏีกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มู่กงกงก็เดินเข้ามาด้วยท่าทียิ้มแย้มก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฝ่าบาทมีรายงานมาว่าหลางไฉเหรินฟื้นแล้วพะยะค่ะ”

             แล้วก็เป็นไปตามที่มู่กงกงคาดฮ่องเต้ที่อารมณ์เสียมาหลายวันแลดูจะอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย เขาถึงกับหยุดอ่านฏีกาในมือก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทางนิ่งเฉยว่า “งั้นเรอะ เราควรจะไปดูนางเสียหน่อย”

             เมื่อเห็นท่าทีดังนั้นของฮ่องเต้มู่กงกงก็อดถอนถอนใจออกมาไม่ได้

เฮ้อ ฝ่าบาทหนอฝ่าบาท ทรงทำยังกับว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทั้งๆที่ใจจริงกระวนกระวายเรื่องอาการของหลางไฉเหรินใจจะขาด ขนาดนั่งอ่านฏีกามาหลายวันกลับลดลงไปไม่ถึงครึ่งเลย

“ฝ่าบาทแล้วฏีกาพวกนี้” มู่กงกงหันไปถามฮ่องเต้ด้วยท่าทีลังเลใจถึงฏีกาอีกเกือบครึ่งที่เหลืออยู่ ก่อนจะได้ยินเสียงตอบกลับสั้นๆของคนที่ลุกจากที่นั่งไปแล้วว่า “ยกไปด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้นมู่กงกงจึงต้องแย้งขึ้นว่า “กระหม่อมเกรงว่าทำแบบนั้นจะไม่เหมาะเท่าใดนัก”

เท้าของฮ่องเต้ชะงักทันที ก่อนจะพึมพำออกมาว่า “นั่นสินะ”

หลายวันมานี้เขาวุ่นวายอยู่กับเรื่องของราชสำนัก ครั้นจะไปวังหลังก็ไม่รู้จะไปไหนดี จากเรื่องคราวก่อนทำให้เขารู้สึกว่ายังไม่ควรไปหาลี่เฟยเท่าใดนัก แต่จะไปหาหวิ๋นเสียนก็กลัวว่าจะทำให้นางกลายเป็นเป้ายิ่งกว่าเดิมเสียนี่สิ จึงได้แต่ต้องรอให้เรื่องมันซาลงอย่างนี้เอง

 “ฝ่าบาทพระองค์ทรงไม่ได้เสด็จไปวังหลังมาสักพักแล้วถ้าอย่างไรคืนนี้” มู่กงกงถามขึ้นอย่างลังเลใจ ฮ่องเต้ได้แต่ทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกลับไปนั่งอ่านฏีกาดังเดิมแล้วพูดขึ้นว่า “แจ้งฮองเฮาไปว่าเราจะไปหานาง”

 

             เรื่องที่ฮ่องเต้เสด็จไปหาฮองเฮาหลังจากไม่ได้มาวังหลังสักพักนั้น กลายเป็นเรื่องโจษจันกันไปทั่ววังหลังในชั่วพริบตา ด้วยการที่เหล่าพระสนมนั้นต่างคาดเดากันว่าหากฮ่องเต้ไม่ไปหาลี่เฟยก็น่าจะไปหาเยี่ยเจาหรงหรือดูอาการหลางไฉเหริน เรื่องในครั้งนี้ทำให้เหล่าพระสนมพากันตกใจยิ่งนัก

แล้วก็เป็นแบบนี้ไปอีกหลายวันเมื่อฮ่องเต้เสด็จไปค้างแต่ละตำหนัก แต่มิได้ไปค้างที่ตำหนักของพระสนมทรงโปรดเลย ต่อให้ไปก็ทรงไปเพียงแค่ถามไถ่แปปเดียวเท่านั้น นั่นทำให้เหล่าพระสนมคึกคักยิ่งนักต่างพากันแต่งตัวงดงามด้วยหวังจะได้แทนที่พระสนมทรงโปรดเหล่านั้น

หวิ๋นเสียนเองก็พอจะได้ยินเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง แต่นางยังมิได้สนใจเท่าใดนัก นางในตอนนี้สนเพียงการพักรักษาตัวให้ร่างกายกลับมาเหมือนเดิม นั่นเพราะหลังจากโดนวางยาจนต้องกระอักเลือดไม่หยุดนั้นทำให้ร่างกายหวิ๋นเสียนอ่อนแอลงไม่น้อยแม้จะหายเจ็บคอบ้างแล้วแต่หมอหลวงก็ยังสั่งนางไม่ให้พูดอยู่ ทั้งตัวยังซีดราวกับกระดาษแถมผอมแห้งลงไปมาก แค่เห็นตัวเองในกระจกนางยังแทบรับไม่ได้แล้วแบบนี้ต่อให้ฮ่องเต้เสด็จมานางจะทำให้พระองค์พึงพอใจได้อย่างไร ตัวนางในตอนนี้อย่าว่าแต่หาทางชิงความโปรนปรานเพื่อรักษาชีวิตของตนเองเลยถ้าแม้แต่จะพูดเอาใจก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่แล้วหลังจากเสด็จไปค้างตำหนักนู้นตำหนักนี้มาได้ราวๆเกือบอาทิตย์ในที่สุดฮ่องเต้ก็เสด็จมาที่ตำหนักรุ่งรวีอีกครั้ง หวิ๋นเสียนที่พึ่งจะลืมตาตื่นขึ้นมานั้นเห็นเพียงสีเหลืองแสบตาของชุดคนตรงหน้าก่อนจะได้ยินเสียงอันอ่อนโยนดังตามมาว่า“สนมรักในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที”

หวิ๋นเสียนได้แต่จ้องคนตรงหน้านิ่งด้วยไม่รู้จะพูดอะไรดี ถ้าจะให้ถูกต้องเป็นยังพูดอะไรไม่ได้มากกว่า แม้จะอยากลองชิงความโปรนปรานเช่นสนมคนอื่นบ้างก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรได้ นั่นทำให้หวิ๋นเสียนได้แต่นิ่งงันอยู่อย่างนั้น ฮ่องเต้เมื่อเห็นดังนั้นก็แกล้งถามขึ้นด้วยท่าทีหยอกเย้าด้วยหวังให้หญิงสาวตรงหน้าอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยว่า “เหตุใดจึงมองเราเช่นนั้นเล่า สนมรักไม่ชอบที่เรามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่นี่งั้นรึ”

แต่ผิดคาดที่คราวนี้หวิ๋นเสียนมิได้ทำท่าทีไม่พอใจในท่าทีหยอกเย้าของเขาหรือถลึงตาใส่ใดๆเลยด้วยซ้ำ นางเพียงแต่ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย

นี่นางกินยาผิดงั้นรึ? ฮ่องเต้ได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่พอคิดไปคิดมาเขาก็คิดเอาเองว่าอาจเป็นเพราะนางยังเหนื่อยล้าอยู่จากเหตุการณ์คราวก่อนจึงคงไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับเขามาก ก็ดูสินางซีดแถมยังผอมลงเสียจนราวกับจะปลิวได้แบบนี้ เห็นหวิ๋นเสียนเป็นแบบนี้ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยแต่พอเห็นหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่จ้องหน้าตนไม่หยุดเขาก็อดพูดขึ้นมาแก้อาการเก้อเขินไม่ได้ว่า “ดูท่าสนมรักจะชอบนั่งจ้องเรายิ่งนัก”

เมื่อเห็นว่าหวิ๋นเสียนไม่ได้ตอบรับหรือทำท่าทีใดๆ ฮ่องเต้ก็อดรู้สึกกระวนกระวายใจไม่ได้จึงยิ้มขึ้นแล้วลูบหัวหญิงสาวตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “วันนี้เราจะกลับก่อนแล้วกันเจ้าจะได้พักผ่อนให้มาก”

เขาคิดว่าการที่ตนเองอยู่จะทำให้นางอึดอัดเพราะยังไงเสียเขาก็เป็นสาเหตุของเรื่องเลวร้ายนี้จึงคิดจะรีบกลับไป แต่คาดไม่ถึงว่าพอลุกขึ้นมือบางๆของหญิงสาวตรงหน้าก็ดึงรั้งเขาไว้เสียก่อน ทำให้เขาได้แต่หันกลับมามองนางด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย

คนทั้งคู่ยังค้างอยู่ในท่านั้นต่างฝ่ายต่างจ้องกันด้วยไม่รู้จะทำสิ่งใดต่อไปดี หวิ๋นเสียนรั้งฮ่องเต้ไว้เพราะกลัวว่าเขาไปคราวนี้อาจจะไม่กลับมาที่ตำหนักนี้อีกเพราะเขาแลดูไม่ค่อยพึงพอใจเท่าใดนักแต่นางในตอนนี้ก็ทำสิ่งใดไม่ได้ ส่วนฮ่องเต้ที่นิ่งอยู่อย่างนั้นด้วยไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่นางเหมือนจะไม่อยากให้เขาอยู่แต่กลับรั้งเขาไว้ทำไม

ในห้องยังไม่ทันได้มีการเคลื่อนไหวใดๆเกิดต่อขึ้นปิ่นเล่อก็เดินเข้ามาพร้อมถาดที่มีชามข้าวต้มอยู่ในมือ “พระสนมได้เวลาเสวยพระกระยาหารแล้วเพคะ”

แต่พอมองคนทั้งคู่ที่อยู่ในห้องปิ่นเล่อก็ได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเดินถือถาดนั้นไปตรงหน้าหวิ๋นเสียนให้นางรับไปทานแต่เมื่อเห็นหวิ๋นเสียนยังคงแน่นิ่งมือข้างหนึ่งยังจับชายเสื้อของฮ่องเต้นางก็ได้แต่พูดขึ้นมาอย่างอ้ำๆอึ้งๆเล็กน้อย “เอ่อ คือ...พระสนมเพคะ”

เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าหวิ๋นเสียนไม่รับชามในมือของปิ่นเล่อเสียที แถมยังทำท่ามองสลับไปมาระหว่างชามนั้นกับตน เขาจึงจำต้องรับชามนั้นมาเองก่อนจะนั่งลงข้างๆหวิ๋นเสียนอีกครั้งแล้วให้พวกนางกำนัลออกไป

ฮ่องเต้ที่นึกถึงท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าเมื่อกี้นั้นแกล้งถามหวิ๋นเสียนด้วยท่าทางยิ้มแย้มว่า “สนมรักคงอยากจะให้เราป้อนให้ใช่หรือไม่” ก่อนจะทำท่าทีเอาอกเอาใจราวกับจะป้อนอาหารให้เด็กน้อย ในใจพลางคิดว่าอีกไม่นานหญิงสาวตรงหน้าต้องแย่งช้อนไปจากมือตนแล้วตักกินเองเป็นแน่แท้

หวิ๋นเสียนที่ได้ยินคำถามนั้นค้างไปเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองช้อนที่คนตรงหน้ายื่นมาจะป้อนให้ก่อนจะพลางคิดว่า ในเมื่อนางในตอนนี้ไม่รู้จะชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ยังไงแค่รั้งพระองค์ไว้ได้ก็คงถือว่าใช้ได้แล้วมั้ง งั้นแบบนี้ก็คงได้สินะ คิดเสร็จหวิ๋นเสียนก็ทานข้าวต้มที่คนตรงหน้าป้อนด้วยท่าทีว่าง่าย

เมื่อฮ่องเต้เห็นดังนั้นก็ตกใจจนรอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที วันนี้หญิงสาวที่ซุกซนของเขาเป็นอะไรไปกัน เหตุใดจึงได้กลายเป็นแมวขี้อ้อนที่ท่าทางน่ารักเยี่ยงนี้ไปได้เล่าจะโกรธก็ไม่ใช่โกรธ จะอารมณ์ดีก็เหมือนไม่ได้ดี หรือนางจะแค่อ้อนเขาเพราะความอ่อนแอชั่ววูบกันแน่ แม้จะคิดดังนั้นแต่ฮ่องเต้ก็ยังคงค่อยๆป้อนข้าวต้มให้หญิงสาวตรงหน้าต่อไปพร้อมกับพยายามคิดในใจว่า วันนี้ที่เขายอมนางเป็นพิเศษเพราะอยากชดเชยกับความผิดที่เคยทำไปต่างหากเล่ามิใช่เพราะความคิดอื่นใดเลย

ท่ามกลางห้องที่เงียบงันนั้นมีเพียงบรรยากาศอันอบอุ่นของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มจางๆซึ่งต่างไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา

 

       ในขณะเดียวกันท่ามกลางค่ำคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่าง ลี่เฟยได้แต่นั่งอยู่ในตำหนักด้วยท่าทีหงุดหงิดใจ แม้ฮ่องเต้จะไม่ได้ทอดทิ้งนางแต่ก็มาหานางเพียงไม่นานเท่านั้นในแต่ละครั้ง มิได้อยู่นั่งดื่มชาพูดคุยแล้วค้างคืนดังเช่นวันวาน

“คืนนี้ฮ่องเต้เสด็จไปตำหนักไหน” ลี่เฟยถามนางกำนัลข้างกายขึ้น นางกำนัลผู้นั้นได้แต่ทำท่าทีกล้าๆกลัวๆด้วยรู้ว่าพระสนมของตัวเองอารมณ์ไม่ดีก่อนจะตอบกลับไปเสียงเบาว่า “ทรงไปตำหนักรุ่งรวีของหลางไฉเหริน”

เพล้ง!

ทันทีที่เห็นถ้วยชาในมือพระสนมของตนถูกเขวี้ยงจนแตก เหล่านางกำนัลในตำหนักก็รีบคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวทันที “พระสนมโปรดทรงรักษาพระวรกายด้วยเพคะ”

ลี่เฟยมิได้ใส่ใจเสียงของนางกำนัลรอบกาย นางได้แต่คิดในใจอย่างโกรธแค้นว่า

ฝ่าบาทนี่ท่านไม่ไว้ใจข้าแล้วใช่หรือไม่!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2259 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 15:29
    เราว่าฮ่องเต้ไม่ได้โง่หรอก แต่มันมีเหตุผลที่ฮ่องเต้ต้องทำแบบนี้
    #2,259
    0
  2. #2224 Tua' Po (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 20:10
    พระเอกเป็นควายกลับชาติมาเกิดหรือเปล่าคะ ไม่รู้เรื่องเลยยยยยยย
    #2,224
    1
    • #2224-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 12)
      5 มกราคม 2560 / 22:45
      ไม่รู้เรื่องอะไรเอ่ย ถ้าอ่านจนจบอาจจะรู้ก็ได้นะ อิอิ เพราะพระเอกเรื่องนี้ไม่ได้โง่จ้ะ ^^
      #2224-1
  3. #1868 Asahi_san (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 04:01
    จะว่าสงสารลี่เฟยมันก็มีอยู่นะ... อยู่ๆก็ถูกแย่งความรักไปซะงั้น..ระบบพระสนมของจีนจะรักใครไม่ได้นอกจากห้องเต้ ย่อมต้องอยากได้ความโปรดปรานเป็นธรรมดา แต่ก็ยังเชียร์นางเอกอยู่ดี งานดีแลดูสนุกกับท่าทางพระเอกที่ถูกนางเอกอ้อน555
    #1,868
    0
  4. #418 เมมฟิส (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 16:05
    เป็นห่วงหวิ๋นเสียนมากๆ  กลัวยัยลี่เฟยสร้างเรื่องให้ร้ายหวิ๋นเสียนมากๆ   ฮ่องเต้ยิ่งโง่อยู่    พ่อยัยนั่นก็ใหญ่แบบนั้น   เป็นห่วงสุดๆๆๆๆๆๆ... 
    อย่าให้ฮ่องเต้โง่ไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยา    แผนร้ายของยัยลี่เฟยแบบนี้เลยน๊า    ไม่เอาน้ำเน่าน่ะค่ะ
    ขอให้ฮ่องเต้ฉลาด     รู้เท่าทันเล่ห์มารยา    แผนร้ายยัยลี่เฟยทุกอย่างน่ะค่ะไรท์     รีดเดอร์ขอร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงง... 
    #418
    0
  5. #370 ป้าปู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 10:48
    รอนะคะ ชอบจริงๆนะ สนุกมากเลย
    #370
    0
  6. #368 หมูน้อยจอมขี้เกียจ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 02:20
    อ่านรวดเดียวเบย สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วถ้านางเอกพยายามให้ตัวเองเป็นที่โปรดปราน ฮ่องเต้คงไม่เบื่อนางเอกหรอกนะ??
    #368
    0
  7. #366 t_g_k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 19:22
    รอต่อนะคะ นางเอกควรปรับตัวได้แล้ว ไม่งั้นมีหวังได้ถูกปองร้ายอีกแน่ๆ
    #366
    0
  8. #363 Jayz J (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 13:14
    นางเอกเปลี่ยนไปก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องโดนทำร้ายอีก จะให้มัวแต่หวังว่าฮ่องเต้โปรดแล้วจะดูแลปกป้องไปตลอด ก็คงไม่ใช่ ถ้าเกิดในสถานการณ์อื่นฮ่องเต้ช่วยไม่ได้ล่ะ แล้วจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง เปลี่ยนไปในที่นี้ไม่ใช่ว่าจะให้เปลี่ยนเป็นคนละคน แต่ให้รู้จักเอาตัวรอดไว้
    #363
    0
  9. #361 ตามอ่าน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 12:46
    ตกลงนิเป็นใครกันนะ นิคือที่ลดขั้นนิเป็นคนผิดจริงๆหรือเนี่ย

    #361
    0
  10. #360 annaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 10:42
    อยากอ่านตอนต่อเร็วๆจัง
    #360
    0
  11. #359 Pilawan Noorach (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 10:33
    รอออออ อยากให้นางเอกเปลี่ยนไป
    #359
    0
  12. #358 devine_m (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 10:32
    สมน้ำหน้าสนมร้ายยิ่งนัก
    #358
    0
  13. #357 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 10:16
    รอนะคะ
    #357
    0
  14. #355 sangkie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 09:00
    โอ้นางเอกของเราอย่าเปลี่ยนไปได้ไหม~~
    #355
    0
  15. #354 janjirasuso (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 08:32
    เราต้องเป็นตัวของตัวเองสิ
    #354
    0
  16. #353 Beemie'k 75321 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 08:19
    สมมมมม
    #353
    0
  17. #352 Funny cute Bunny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 07:40
    สมน้ำหน้านังลี่
    #352
    0
  18. #351 Aime (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 04:07
    ลุ้นๆเป็นไงต่อไปน๊าาาา ขอบคุณไรท์คร้าาา
    #351
    0
  19. #350 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 03:12
    ตกลงชายาโปรดฮ่องเต้นี่ใช่ตัวร้ายเนียนเงียบรึป่าวเนี้ย สงสารพระสนมที่ถูกปลด และนางเอก เมื่อไหร่นางเอกจะได้เป็นคนโปรดกับเค้าบ้างละนี่
    #350
    0