เซียมซีเสี่ยงรัก [จบ]

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    31 พ.ค. 59

เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วยามเหล่าทหารและองครักษ์ในวังต่างทำงานได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างพากันค้นทุกตำหนักแทบทุกซอกทุกมุมก่อนจะรีบกลับมารายงานฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาทพบขวดยาที่เหมือนจะเป็นยาพิษที่ตำหนักของลี่เฟยและพบนกจำนวนมากที่ตำหนักของหรูซิวอี๋พะยะค่ะ”

                ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสั่งให้ไปพาคนทั้งคู่มาทันที ลี่เฟยและหรูซิวอี๋ต่างมาถึงด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันยิ่งนัก คนหนึ่งดูนิ่งสงบแต่ก็ฉายแววกังวลใจเล็กน้อย ในขณะที่อีกคนมีสีหน้าซับซ้อนและมีร่องรอยของความกระวนกระวายใจ

“รู้หรือไม่ว่าเราเรียกพวกเจ้ามาด้วยเรื่องใดกัน” ฮ่องเต้ถามขึ้นทันทีที่ทั้งคู่มายืนอยู่ตรงหน้า

“หม่อมฉันมิทราบเพคะ” ลี่เฟยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะจ้องมองฮ่องเต้ด้วยสีหน้าราวกับไม่เข้าใจในเหตุผลที่ตนโดนเรียกมา ในขณะที่ฝ่ายหรูซิวอี๋นั้นมิได้แสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวแต่ตอบไปตรงๆด้วยท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเชื่อถือว่า “ฝ่าบาทเรื่องคราวนี้หม่อมฉันมิได้เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นเพคะ”

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นว่า “เจ้ารู้ด้วยงั้นรึว่าเราหมายถึงเรื่องใด”

“ใครจะไม่รู้บ้างเล่าเพคะ” หรูซิวอี๋ตอบ เนื่องจากเรื่องที่หลางไฉเหรินโดนวางยาออกจะเอิกเกริกซะขนาดนั้นแถมฮ่องเต้ยังสั่งไม่ให้ใครออกจากตำหนักแล้วเรื่องที่ทำเอาวังหลังวุ่นวายไปแบบนี้จะไม่มีใครรู้ได้อย่างไรกัน หากนางจะตอบว่าไม่รู้เรื่องดั่งลี่เฟยก็คงเป็นไปไม่ได้เนื่องด้วยพื้นฐานของนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ลี่เฟยพูดฮ่องเต้อาจจะเชื่อแต่ถ้านางพูดฮ่องเต้จะเชื่ออย่างนั้นรึหรูซิวอี๋ได้แต่คิดในใจ

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อเพียงแต่ถามขึ้นด้วยเสียงที่ทรงพลังว่า “ยาพิษในตำหนักลี่เฟยกับนกที่อยู่ในตำหนักหรูซิวอี๋อธิบายมาสิว่าของเหล่านี้มาจากที่ใด”

ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ลี่เฟยก็ทำท่าราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินทันที ก่อนที่จะมีสีหน้าหวาดระแวงแล้วพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “ยะ ยาพิษพระองค์ทรงบอกว่ามียาพิษในตำหนักของหม่อมฉันหรือเพคะ”

ในขณะที่หรูซิวอี๋นั้นพอได้ยินประโยคนี้ใจของนางก็แทบจะหล่นวูบก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความตกใจทันทีว่า “ฝ่าบาทจะมีนกที่ตำหนักของหม่อมฉันได้อย่างไรกัน”

“เอาเข้ามา” ฮ่องเต้ที่เห็นสีหน้าที่ราวกับจะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินของหญิงสาวทั้งคู่นั้นเพียงแค่ออกคำสั่งไปที่องครักษ์ซึ่งอยู่ข้างกาย ก่อนที่จะมีองครักษ์สองคนจะเดินนำขวดยาเล็กๆขวดหนึ่งกับกรงที่ใส่นกมาวางไว้ตรงหน้าฮ่องเต้และพระสนมทั้งสองพระองค์

“เรียนฝ่าบาทนี่เป็นขวดยาที่คาดว่าน่าจะเป็นยาพิษในตำหนักลี่เฟยพะยะค่ะ และนี่เป็นนกส่วนหนึ่งที่พบในตำหนักหรูซิวอี๋” องครักษ์คนสนิทที่รับคำสั่งจากฮ่องเต้ไปสั่งการค้นตำหนักคุกเข่ารายงาน

ลี่เฟยที่พอจะกลับมาทำสีหน้าสงบนิ่งได้บ้างหันมาถามองครักษ์ผู้นั้นขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจว่า “พวกเจ้าพบขวดยานี้ที่ใดกัน” ก่อนที่องครักษ์ผู้นั้นจะตอบกลับไปว่า “ด้านหลังชั้นหนังสือพะยะค่ะ”

จากนั้นลี่เฟยก็ไม่ได้พูดสิ่งใดอีกเพียงแต่ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย หรูซิวอี๋เมื่อเห็นกรงนกนั้นก็มีสีหน้าแปลกใจไม่ต่างกันนางหันมาพูดกับฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่มั่นคงว่า “ฝ่าบาทเพคะ วันนี้ทั้งวันหม่อมฉันออกไปพูดคุยกับฮองเฮาเพคะ อาจจะมีใครนำนกเหล่านี้เข้ามาในตำหนักของหม่อมฉันช่วงนั้นก็ได้ หากพระองค์ทรงไม่เชื่อไปถามฮองเฮาได้เลยเพคะว่าหม่อมฉันอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮาจริงหรือเปล่า”

เมื่อได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็หันสั่งให้คนรีบไปตรวจสอบทันที หลังจากสั่งไปเรียบร้อยแล้วก็หันมามองหญิงสาวอีกคนที่ยังมีท่าทีสงบนิ่งแม้สีหน้าจะเป็นกังวลแต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มจางๆแล้วถามขึ้นว่า “ลี่เฟยเล่าเจ้ามีอะไรจะอธิบายรึเปล่า”

ลี่เฟยมองฮ่องเต้ด้วยแววตาเศร้าสร้อยเล็กน้อยเนื่องจากการที่ฮ่องเต้ถามนางแบบนี้นั้นก็ราวกับพระองค์จะไม่เชื่อใจตน ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่อ่อนโยนว่า “หม่อมฉันไม่อาจอธิบายในสิ่งที่ไม่ได้ทำได้เพคะ”

ประโยคนี้ของลี่เฟยนั้นล้วนถูกต้อง และทำให้นางแทบจะหลุดพ้นจากความน่าสงสัยไปได้กว่าครึ่ง ในขณะที่ประโยคนี้นั้นก็เป็นเหมือนกริซที่กำลังจะแทงลงบนร่างของหรูซิวอี๋ได้เช่นเดียวกัน

ผ่านไปไม่นานขันทีน้อยที่ถูกส่งไปถามที่ตำหนักฮองเฮานั้นก็กลับมา “ฝ่าบาทหรูซิวอี๋อยู่ที่ตำหนักของฮองเฮาทั้งวันจริงพะยะค่ะ”

“ฝ่าบาทหม่อมฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะเพคะ” หรูซิวอี๋ที่พอจะรู้แล้วว่าจิตใจของฮ่องเต้ย่อมเอนเอียงไปแล้วเป็นแน่แท้ได้แต่พยายามพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ดูน่าเชื่อถือให้ได้มากที่สุด

“ฝ่าบาท...” ลี่เฟยพูดขึ้นมาเสียงเบานางจ้องมองฮ่องเต้ด้วยสายตายากจะคาดเดา ฮ่องเต้เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง “ลี่เฟยช่วงเช้าเจ้าอยู่ที่ไหนบ้าง” ที่เขาถามแค่ช่วงเช้านั้นก็เพราะช่วงเย็นเขาอยู่กับนางจึงไม่จำเป็นต้องถามอะไร

“หม่อมฉันอยู่ในตำหนักตลอดมิได้ไปที่ใดเลยเพคะ” ลี่เฟยตอบ คำตอบนี้นั้นหมายความว่าไม่อาจมีใครแอบฉวยโอกาสเอาขวดยามาซ่อนไว้ในตำหนักได้ และฮ่องเต้ย่อมเป็นคนที่รู้ถึงสาเหตุนั้นดียิ่งกว่าใคร หรูซิวอี๋ยิ่งเห็นสีหน้าท่าทางของฮ่องเต้ก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งนัก จนนางแทบจะสวดภาวนาอยู่ในใจ

แต่ก็ราวกับสวรรค์จะกลั่นแกล้งเมื่อมีองครักษ์ผู้หนึ่งรีบเข้ามารายงานว่า “ฝ่าบาทมีคนพบขวดยาที่มีลักษณะเหมือนที่พบที่ตำหนักลี่เฟยในตำหนักหรูซิวอี๋พะยะค่ะ”

สิ้นเสียงคำรายงานนี้นั้นหรูซิวอี๋ก็แทบจะล้มลงไปทันที

“ทำไมถึงพึ่งพบ” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยความแปลกใจเนื่องจากการค้นตำหนักได้เสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว องครักษ์ผู้นั้นรีบรายานต่อทันทีว่า “เห็นว่ามีนางกำนัลที่กลัวความผิด พึ่งจะบอกองครักษ์ที่เฝ้าตำหนักว่าเห็นหรูซิวอี๋ซ่อนขวดยาเอาไว้นอกจากนั้นยังบอกว่าเห็นขันทีข้างกายหรูซิวอี๋เป็นคนนำนกเหล่านั้นเข้ามาในตำหนักด้วยพะยะค่ะ”

ฮ่องเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสั่งออกไปว่า “ส่งยาทั้งสองขวดไปให้หมอหลวงตรวจ”

หรูซิวอี๋ที่โดนหลักฐานชี้ตัวมานั้นได้แต่หันไปคุกเช่าก่อนจะพูดกับฮ่องเต้ด้วยสีหน้าที่ยังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเองว่า “ฝ่าบาทหม่อมฉันไม่ทราบจริงๆเพคะว่าของเหล่านี้มาอยู่ในตำหนักได้อย่างไร ขอฝ่าบาทโปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ”

แม้จะยังเหลือรอผลจากการตรวจสอบยาทั้งสองขวดจากหมอหลวงแต่หรูซิวอี๋ก็พอจะคาดได้แล้วว่านางยากที่จะหนีจากเรื่องราวครั้งนี้ได้ ก่อนจะได้แต่ลอบมองไปยังลี่เฟยด้วยท่าทางคับแค้นใจ

ยังไม่ทันที่ฮ่องเต้จะได้สั่งการอะไรออกไป เสียงขององครักษ์กู้ก็ดังออกมาจากข้างนอกขึ้นว่า “ฝ่าบาทนางกำนัลผู้นี้คือคนที่โปรยเศษอาหารล่อให้นกมาพะยะค่ะ” ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาพร้อมกับลากนางกำนัลคนหนึ่งซึ่งถูกมัดมือไว้ สภาพของนางกำนัลผู้นั้นเต็มไปด้วยรอยช้ำและเลือด สีหน้าก็ดูหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

“ฝ่าบาทไว้ชีวิตด้วย โปรดไว้ชีวิตด้วย” นางกำนัลผู้นั้นพยายามพูดร้องขอชีวิตด้วยท่าทีสิ้นหวังด้วยรู้ว่าเมื่อถูกจับได้แบบนี้ย่อมยากที่จะรักษาชีวิตของตนแล้วเป็นแน่แท้ ฮ่องเต้มองไปที่นางกำนัลคนนั้นด้วยสายตาคมกริบก่อนถามขึ้นว่า  “พูดมาเจ้าทำไปเพราะอะไรแล้วโทษของเจ้าจะเบาลง”

นางกำนัลผู้นั้นได้แต่ทำท่าทีอ้ำๆอึ้งๆราวกับไม่กล้าตอบเล็กน้อย แต่เพราะแรงกดดันจากคนตรงหน้าทำให้ยอมพูดออกไปว่า “เป็น เป็นขันทีข้างกายหรูซิวอี๋เพคะ นางบอกหม่อมฉันว่าหากหม่อมฉันยอมทำตามคำสั่ง หรูซิวอี๋จะยอมช่วยแม่ของหม่อมฉันที่ป่วยอยู่เพคะ”

เมื่อได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็แสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน เมื่อกี้เขาถามว่าทำไปเพราะอะไรไม่ได้ถามถึงคนบงการเสียหน่อยจากหลักฐานต่างๆกับคำให้การของนางกำนัลผู้นี้แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเรื่องราวซับซ้อนเพียงใด

“ไปนำตัวขันทีผู้นั้นมา” ฮ่องเต้สั่งขึ้น ก่อนที่หรูซิวอี๋จะรีบหันมามองฮ่องเต้ด้วยสายตาไม่ได้รับความเป็นธรรมพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฝ่าบาทหม่อมฉันไม่รู้จักนางกำนัลผู้นี้เลยนะเพคะ”

แต่ฮ่องเต้ก็มิได้ตอบสิ่งใดๆกลับมาเพียงแต่สั่งให้คนนำตัวนางกำนัลไปขังไว้เท่านั้น ผ่านไปเพียงไม่นานเท่านั้นก้ได้รับคำรายงานกลับมาว่าขันทีที่นางกำนัลคนเมื่อกี้กล่าวถึงนั้นได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว หรูซิวอี๋เมื่อได้ยินดังนั้นก็แทบจะสิ้นหวังทันที นางหันไปชี้ลี่เฟยพลางพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ระงับความโกรธเกรี้ยวไว้เต็มที่ว่า “เจ้า..เป็นเจ้าคิดจะใส่ร้ายข้า!

“ข้าจะใส่ร้ายหรูซิวอี๋ได้อย่างไรกัน” ลี่เฟยตอบกลับไปด้วยสีหน้าเจ็บปวดราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าหรูซิวอี๋จะคิดว่าตนทำร้ายนาง

หรูซิวอี๋ได้แต่หันมาทางฮ่องเต้แล้วพยายามพูดแก้ต่างให้ตนเองขึ้นอีกครั้งว่า “ฝ่าบาทในตำหนักของลี่เฟยเองก็มียาพิษนะเพคะ”

“ฝ่าบาทพระองค์ก็ทรงอยู่กับหม่อมฉัน ทั้งพระองค์ยังทรงชอบหยิบหนังสือจากขั้นหนังสือมาอ่านแล้วหม่อมฉันจะซ่อนในที่ซึ่งอาจหาพบได้ง่ายเช่นนี้ได้อย่างไรกันเพคะ” ลี่เฟยหันไปมองฮ่องเต้ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยพร้อมกับพูดขึ้น แต่คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะมองนางกลับมาด้วยแววตาที่ดูซับซ้อนเล็กน้อยแม้สีหน้าจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“พวกเจ้ากลับตำหนักไปซะ” ฮ่องเต้เพียงแต่พูดขึ้นมาเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ข้างกายว่า “นำทหารไปปิดล้อมตำหนักของทั้งคู่ไว้ห้ามใครเข้าออกเป็นอันขาด จนกว่าการสืบสวนจะจบลง”

ด้วยคำสั่งนี้ก็ทำให้ทั้งลี่เฟยและหรูซิวอี๋รู้แล้วว่าไม่อาจจะพูดสิ่งใดๆเพื่อโต้แย้งได้อีกต่อไปแล้ว จึงยอมกลับตำหนักไปแต่โดยดี พอทั้งคู่ออกไปแล้วนั้นฮ่องเต้ก็ได้แต่ครุ่นคิดด้วยสีหน้าลำบากใจ หลักฐานและพยานทุกอย่างชี้ไปที่หรูซิวอี๋แต่ยังสืบสวนไม่ถึงที่สุดพยานคนสำคัญก็ตายไปเสียแล้ว ลี่เฟยเองก็มีพยานแน่นหนาแถมพยานก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นตัวของเขาเองเท่านี้ก็พอจะรู้ผลแล้วว่าเรื่องนี้จะต้องจบลงอย่างไร

“ฝ่าบาททรงกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักเถิดพะยะค่ะ” มู่กงกงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง ฮ่องเต้ได้แต่โบกมือไปมเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า “ไม่จำเป็น คืนนี้เราจะอยู่ที่นี่”

เมื่อได้ยินดังนั้นมู่กงกงก็ไม่ได้พูดสิ่งใดอีกต่อไป พอยามเช้ามาเยือนนั้นก่อนที่ฮ่องเต้จะเสด็จออกว่าราชการก็ได้รับรายงานจากเรื่องที่สืบสวนเมื่อคืนจากมู่กงกงว่า “ฝ่าบาทจากการตรวจสอบของหมอหลวงยาทั้งสองขวดเป็นยาพิษที่ใช้กับหลางไฉเหรินจริงพะยะค่ะ”

ก่อนที่มู่กงกงจะนิ่งเงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นต่อว่า “แล้วก็หนึ่งในนางกำนัลในตำหนักลี่เฟยสารภาพผิดก่อนจะฆ่าตัวตายไปแล้วพะยะค่ะ นางบอกว่าได้รับคำสั่งมาจากขันทีของหรูซิวอี๋ที่พึ่งตายไปให้นำยาพิษไปซ่อน นางกำนัลที่เราจับตัวไว้เองก็ฆ่าตัวตายเช่นกันพะยะค่ะ”

“แล้วเหตุจูงใจหรือผลตอบแทนของนางกำนัลคนนั้นล่ะ” ฮ่องเต้ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนที่มู่กงกงจะตอบเสียงเบาว่า “ไม่อาจทราบพะยะค่ะ”

เพราะคนตายไปแล้วสินะ ฮ่องเต้ได้แต่คิดอยู่ในใจก่อนจะถามขึ้นอีกครั้งว่า “ลี่เฟยนางเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทรงตกใจอยู่ไม่น้อยพะยะค่ะ” มู่กงกงรีบตอบกลับไป

เมื่อได้ยินดังนั้นฮ่องเต้ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วจึงหันไปสั่งมู่กงกงด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “มู่กงกงประกาศคำสั่งของเราออกไป หรูซิวอี๋จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตมากด้วยแผนการ ลดตำแหน่งลงเป็นไฉเหริน ห้ามออกจากตำหนักเด็ดขาด”

พอสั่งการเสร็จฮ่องเต้ก็ออกคำสั่งให้สืบคดีนี้เงียบๆต่อไปอีกสักระยะ มู่กงกงได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจความหมาย เมื่อเห็นดังนั้นฮ่องเต้ก็เดินเข้าไปยังห้องด้านในก่อนจะนั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าหวิ๋นเสียนอย่างรู้สึกผิด

เขาไม่อาจลงโทษหรูซิวอี๋ร้ายแรงได้เนื่องจากตระกูลของนางและคดีที่ยังไม่กระจ่างนี้ แต่ก็ไม่อาจไม่ลงโทษเลยได้เพราะหลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่นาง ครั้งนี้จะผิดที่สุดก็คงผิดต่อหญิงสาวที่หลับอยู่ตรงหน้าเขานี่แล้วที่ไม่อาจลากตัวคนที่ทำเช่นนี้กับนางออกมารับโทษได้จริง 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2260 pitchillaris (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:22
    เมื่อเรานั้นเกลียดพระเอกโง่...
    ช่างเหอะ อ่านต่อดีก่า
    #2,260
    0
  2. #2228 ThE Zai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 16:47
    พระเอกมีความโง่....
    #2,228
    1
    • #2228-1 ~Aniaris~(จากตอนที่ 11)
      9 มกราคม 2560 / 14:25
      จะจริงมั้ยนะ อยากรู้ต้องอ่านต่อไปค่ะ อิอิ ^^
      #2228-1
  3. #2223 Tua' Po (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 19:58
    ช่วยสั่งประหารพระเอกที! หมั่นไส้! ไม่ได้เรื่อง!
    #2,223
    0
  4. #1867 Asahi_san (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 03:43
    รับรู้ถึงความร้ยกาจของนางแล้วใช่ไหมล่ะ!
    #1,867
    0
  5. #1415 LaZyBonEs.. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:32
    จากซิวอี้เป็นไฉเหรินอ่ะนะ ไม่ลงโทษแรง?? แล้วก็ถึงเธอจะทำจริงๆ ถ้าฮ่องเต้ฉลาดหน่อย ก็ไม่น่าจะลงโทษคนจากตระกูลใหญ่เพราะอดีตนางกำนัลซักล้างอ่ะ
    #1,415
    1
  6. #960 kanata ryohei (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 20:59
    พระเอกโง่เนอะ
    #960
    0
  7. #520 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 23:17
    ใครน้าาาาเป็นคนทำลุ้นจะหาตัวคนทำได้หรือเปล่า สนุกคะ
    #520
    0
  8. #506 the ray (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 08:51
    เราว่าฮ่องเต้ใช่ว่าจะไม่รู้เลย แต่เพราะเป็นฮ่องเต้เลยทำอะไรไม่ได้ แต่น่าจะแอบสงสัยลี่เฟยอยู่ แต่หลักฐานไม่พอ แล้วก็ดูไม่ได้รักมากขนาดนั้น อยู่ในระดับสบายใจที่จะอยู่ด้วยมากกว่า แล้วชาติตระกูลที่หนุนหลังอีก เป็นฮ่องเต้ใช้ว่าจะทะอะไรตามใจได้
    #506
    0
  9. #417 เมมฟิส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 13:34
    ฝีมือลี่เฟยแน่ๆ  ฮ่องเต้นึกว่าจะฉลาด   สุดท้ายก็โง่ไม่เปลี่ยนแปลง    เปลี่ยนพระเอกด่วน    กลัวว่ายัยลี่เฟยจะสร้างเรื่องให้ร้ายหวิ๋นเสียนมากๆ    ฮ่องเต้ยิ่งโง่ๆอยู่
    #417
    0
  10. #344 sangkie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 15:11
    นางเอกของฉันทำไมชีวิตแสนเศร้าเช่รนี้
    #344
    0
  11. #342 Beel_ch (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 02:44
    สงสัยลี่เฟยกะฮองเฮาจริงๆ สงสารนางเอกที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยอยู่ที่ไหนก็ซวยคล้ายหนีเสือปะจระเข้
    #342
    0
  12. #340 LADY HAWK (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 20:07
    ยัยลี่เฟยนี่ละตัวร้ายโยนความผิดให้ตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่ต้องสงสัย
    #340
    0
  13. #336 Chin Swp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:05
    รอดูฮ่องเต้ จะรู้ตัวไหมว่ารักนางเอกขึ้นมาแล้ว
    #336
    0
  14. #335 soda_zoom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:01
    เค้าว่าไม่น่าใช่ลี่เฟย น่าจะเป็น ฮองเฮามากกว่า ดูแรงจูงใจน่าเป็นแบบนั้น
    #335
    0
  15. #334 แคปพลีส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 15:52
    ลี่เฟยแน่ๆ
    #334
    0
  16. #332 aime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 15:03
    สนุกค่ะ รอๆตอนต่อไป
    #332
    0
  17. #331 devine_m (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 12:57
    โอ้ยย เกลียดลี่เฟย นางร้าย
    อยากให้นางเอกสืบรู้แล้วก็เปิดสงครามเย็นกับลี่เฟยจังเลย
    อยากให้นางเอกฉลาดและร้ายกาจกว่านี้เอาคืนฝ่าบาทและลี่เฟยให้แสบทรวง5555
    #331
    0
  18. #330 Funny cute Bunny (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 12:51
    คงสะใจพิลึกถ้าลี่เฟยโดนลงโทษ เกลียดนาง
    #330
    0
  19. #329 อุ่นหนุน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 12:42
    อยากให้ลี่เฟยตัวร้ายโดนเปิดโปงเร็วๆ
    #329
    0
  20. #328 ใบชาาา^O^ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 12:09
    สงสารนางเอก อยากให้มีบทแกล้งฮ่องเต้ให้หึงเล่นๆจัง แล้วก็ให้นางเอกเมินฮ่องเต้ซะแล้วดูสิว่าทีนี้ฮ่องเต้จะทำยังไง
    #328
    0
  21. #327 Beemie'k 75321 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 11:42
    น่าสงสารอ่าาาา //ขอบคุณจ้า รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #327
    0
  22. #326 Pilawan Noorach (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 11:25
    ฮ่องเต้โง่งม
    #326
    0
  23. #325 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 11:18
    ไม่ลี่เฟยก็ฮองเฮานะ คนวางแผนต้องมีอำนาจสั่งการวางแผนร้ายได้ ยิ่งฮ่องเต้ทำให้คนเข้าใจผิดกับนางเอกตลอดความอิจฉาน่ะ
    #325
    0
  24. #324 ปิ้งกว่อ [氷菓] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 11:08
    สงสารนางเอกอ่ะ แค่ผลการกระทำจากความคิดชั่ววูบของพระเอกก็ทำให้นางเกือบตายอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เห้อออออ เศร้าา...ไรเตอร์แต่งได้ดีมากเลยค่ะ อินมากกกก
    #324
    0
  25. #323 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 09:37
    รอนะคะ
    #323
    0