Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 6 : MAN : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ม.ค. 57





5

 

 

“แงๆ ผมเจ็บอ่า T^T” เด็กผู้ชายตัวเล็กผิวขาว ปาดสีชมพู กำลังนั่งร้องไห้เพราะวิ่งแล้วล้มลงไป ที่หัวเข่ามีแผลถลอกเป็นรอยแผลยาว

“จะร้องอะไรนักหนาหนวกหู” เสียงเล็กแหลมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโห คุณนายคนใหม่ของบ้านเดินออกมาอย่างโกรธจัด มุ่งหน้ามายังคุณหนูน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่ “แผลแค่นี้ สำออยจริง ไปอยู่ในห้องเก็บของหน่อยเป็นไง จะได้หาย” แล้วร่างของคุณหญิงคนใหม่ก็พอนายน้อยของบ้านเดินตรงไปยังห้องเก็บของขนาดใหญ่ที่ข้างหลังบ้าน

“แม่อย่าทำอะไรผมนะ ผมเจ็บ”

“ใครแม่แก” เสียงถามอย่างกินเลือดกินเนื้อ ทำให้เด็กชายตัวน้อยเงียบไปเพราะความกลัว

ตั้งแต่บ้านนี้มีนายหญิงคนใหม่ พ่อเขาก็ดูมีความสุข แต่ลูกๆและเหล่าคนรับใช้กลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะอะไรน่ะหรอเสแสร้งคงจะเป็นคำที่ดูจะเหมาะสมกับคุณนายคนใหม่ที่สุดล่ะ

ต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอีกอย่าง ต่อหน้าแสดงเป็นผู้หญิงเรียบร้อยกุลสตรีดีเลิศ แต่ลับหลังคือนางมารร้าย คอยจะสูบเอาเลือดเอาเนื้อไปกิน

“เข้าไปอยู่ในนี้ก่อนก็แล้วกันนะจ้ะลูกรัก หึ!” และแล้วประตูก็ปิดลง ถึงตอนนี้จะยังเป็นเวลาบ่าย มีแสงแดดจ้าแต่ห้องเก็บของนี้ไม่มีหลอดไฟ ประตูปิดทึบ ไม่มีแม้แต่หน้าต่างระบายอากาสเลยด้วยซ้ำ มันก็คงมืดสนิทจนมองไม่เห็น แม้จะมีแสงร่ำไรที่ลอดเข้ามาในช่องว่างเพียงเล็กน้อยของประตูก็ตาม

“ฮือปล่อยผมนะ ผมเจ็บแผล ในนี้ก็มืดด้วยผมกล้ว T^T อือๆๆ” เด็กน้อยก็ยังคงร้องไห้ไปมาอยู่อย่างนั้นจนแทบหมดเสียง

พี่ชายคนโตของบ้าน หรือแทคยอนรู้สึกผิดสังเกตหลังจากเดินทางกลับจากโรงเรียน เพราะปกติเวลาเขาลงมาจากรถ น้องชายตัวน้อยจะวิ่งเข้าไปหาทันที แต่นี่กลับไม่มีแม้แต่วี่แวว ที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่อยู่ ห้องนอนก็ไม่อยู่ พอถามไถ่คนในบ้านก็ไม่มีใครู้ จะไปถามแม่เลี้ยงใจร้ายก็ไม่อยู่

หายไปไหนกันนะน้องพี่

 

 

 

“แม่นมครับเจอเซฮุนไหมครับ”

“ยังไม่เจอเลยค่ะ หายไปไหนกันนะ ตอนนี้ก็จะมืดแล้วด้วย โถ่คุณหนูของนม”

ร่างสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันกับผิวสีเข้มกำลังเดินตามหาน้องชายของตนรอบบ้าน

“เซฮุน อยู่ไหนน่ะ” ไร้เสียงตอบกลับจากคนที่กำลังตามหา ทำให้คนเป็นพี่เริ่มรู้สึกห่วงมากขึ้น น้องเขาร่างกายค่อนข้างอ่อนแอแล้วก็เป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เกิด ถ้าอาการกำเริบแล้วไม่มียาพ่นจะทำยังไง

“เซฮุน! เรียกพี่สิ นายอยู่ไหนกันน่ะ” คนเป็นพี่ใจเริ่มสั่น น้ำตาเริ่มไหลพรากลงมา

“พะพี่” เสียงแหบพร่าที่ดังออกมาจากทางข้างหลังเขา พอหันไปกลับไม่พบอะไร พบแต่ห้องเก็บของที่ปิดสนิทแล้วก็มีโซ่คล้องอยู่ แต่เขารู้สึกว่านั่นคือเสียงของเซฮุน แม้จะเบาบางแต่เขาก็จำได้ เสียงของน้องชายสุดที่รัก


“เซฮุน” คนเป็นพี่เอาหูแนบประตูเพื่อฟังเสียงอีกครั้งให้แน่ใจ

“พี่ช่วยผมที” เสียงดังจากในห้องเก็บของจริงๆ

ไม่ทันที่คนเป็นน้องจะพูดจบประโยค พี่ชายร่างสูงวิ่งไปหาแม่นมมาช่วยเปิดประตู ถึงอยกจะเป็นพระเอกถีบประตูเข้าไปก็เถอะ แต่ก็ยังเป็นเด็กอยู่ไม่มีแรงมากมายขนาดนั้นหรอก

 

 

“พี่…T^T” เมื่อเปิดประตูได้ เด็กน้อยก็วิ่งเข้ามากอดร่างพี่ชายไว้

“เซฮุนใครทำอะไรนาย ทำไมที่เข่ามีแผลล่ะ”

“ผมพี่เอาหูมาหน่อย” แล้วเซฮุนก็เล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง


 

“นางมารร้าย! พี่จะจัดการเอง” ผู้ชายที่ตอนแรกเกือบจะนั่งร้องไห้เพราะหาน้องชายสุดที่รักไม่เจอ แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นเด็กหนุ่มที่อารมณ์ฉุนเฉียวในทันที หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่น้องชายตัวเองเล่าก็รีบให้แม่นมพาเซฮุนขึ้นไปที่ห้องนอนแล้วทำแผล “แม่นมครับพาเซฮุนขึ้นไปบนห้องทำแผล แล้วก็เอาข้าวให้ด้วยนะครับ ผมจะขอสะสางเรื่องอะไรกับคุณพ่อสักหน่อย”

“ใจเย็นๆนะคะคุณหนูอย่าใช้อารมณ์ ไม่อย่างนั้นเรื่องจะไม่จบ”

“ครับ” คนเป็นพี่เดินนำขึ้นไปบนบ้าน เพื่อใช้โทรศัพท์บ้านติดต่อถึงพ่อที่กำลังเดินทางกลับบ้าน

 

 

“เรื่องก็ประมาณนี้ล่ะครับ ตอนนั้นผมยังเด็กจำอะไรไม่ค่อยได้”

“แล้วพี่นายคุยอะไรกับพ่อหรอ” ลู่หานที่กำลังนั่งฟังเรื่องที่เซฮุนเล่าอย่างใจจดใจจ่อ อย่างนี้นี่เองที่ทำให้เซฮุนเป็นโรคกลัวที่แคบไป ว่าแต่ถ้ากลัวทำไมถึงไปอยู่ในนั้นได้ล่ะ

“ผมไม่รู้หรอกครับ เพราะตอนนั้นพี่โทรศัพท์ไปคุยกับคุณพ่อ ผมไม่ได้อยู่ด้วย”

“อ๋อแล้วถ้านายกลัวที่แคบจนชักขนาดนั้น ทำไมถึงไปอยู่ในห้องเก็บของล่ะ”

“ไม่ใช่กลัวหรอกครับ แค่ร่างกายผมมันปฏิเสธการอยู่ในที่แคบเท่านั้น แต่ผมก็ไม่ค่อยได้มีอาการอย่างนี้ตั้งนานแล้วนะครับ”

“ยังไง”

“ก็ที่ผมชักน่ะครับ เมื่อก่อนผมเข้ารื้อของในห้องเก็บของบ่อยจะตายไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

“แปลกแฮะอาจจะเป็นเพราะร่างกายของนายตอนนี้อ่อนแอก็ได้มั้ง”

“พี่ฮะผมขอน้ำหน่อย” เซฮุนพูดแล้วก็ชี้ไปที่เหยือกน้ำข้างเตียง

“อ่อแป๊บนะ” ลู่หานจัดการรินน้ำลงแก้วเปล่า แล้วนำหลอดใส่ลงไป “อ่ะ ค่อยๆดื่ม” คนตัวเล็กจับหลอดให้กับร่างสูงที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงคนไข้


“อึกขอบคุณครับ”

“เอ้อแล้วตอนนี้แม่เลี้ยงนายยังอยู่หรือเปล่า”

“เสียแล้วล่ะครับ =___=” ร่างสูงพูดแล้วก็ก้มหน้าลงอย่างเหนื่อยๆ

“ทำไมอ่าฮึ้ยๆ แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“ผมก็อยากตอบนะ แต่ผมไม่รู้สาเหตุจริงน่ะสิครับ”

“สาเหตุจริง?

“พี่แทคพูดกับผมแค่ว่า นางมารร้าย มันได้รับผลแห่งกรรมแล้วล่ะ

“งั้นหรอ เอาเถอะนอนพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาล เดี๋ยวพี่จะออกไปข้างนอกสักหน่อย”

“ไปไหนหรอครับ”

“ไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้านายไง”

“อ้อ ระวังตัวด้วยนะครับ”

“อื้อ เดี๋ยวกลับมา” เมื่อร่างบางเดินออกไปจากห้อง ร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆปิดตาลงช้าๆเพราะความเหนื่อยอ่อนกำลังดึงเปลือกตาลง

วันนี้เหนื่อยจังแฮะ

 

 
 

 

“ถ้าว่างนะ บาย”

บาย แล้วเจอกัน

หลังจากบทสนทนาของน้อยชายตัวแสบ มันทำให้ผมหวนนึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่แม่เลี้ยงใจร้ายทำกับคนทั้งบ้านต่างๆนานา ซึ่งแน่นอนว่าต้องยกเว้นคุณพ่อ เพราะเธอคนนั้นมีเอาไว้สูบเลือดสูบเนื้อเป็นปลิงคอยดูดอาหาร



หึน่าสมเพชสิ้นดี





ตอนแรกผมก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรมากนักกับการที่พ่อจะมีเมียใหม่ แต่คนๆเดียวที่ได้ชื่อว่านายหญิงของบ้านตระกูลโอนี้ มีแค่แม่ของผมคนเดียวเท่านั้น

เธอคนนั้นเข้ามา ทำตัวอ่อนหวานจนตอนแรกผมก็รู้สึกเกร็งถึงความเรียบร้อย ใสซื่อของเธอ แต่เมื่อตอนที่พ่อไม่อยู่ ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้เลย

ผู้หญิงคนนั้นคือนางมารร้ายตัวจริง

เขาทำอะไรผม ผมทนได้เสมอ แต่เมื่อผู้หญิงคนนั้นทำร้ายน้องชายสุดที่รักของผม ผมก็สุดจะทนกับกิริยาของเธอคนนั้น

เธอขังเซฮุนไว้น้องห้องเก็บของ…!

คืนนั้นผมโทรหารพ่อเพื่อเคลียร์เรื่องนี้เอง คำถามคือทำไมผมไม่โทรถึงผู้หญิงคนนั้น คำตอบเพราะ ทุกกิริยาที่เธอแสดงออกมาคือการเสแสร้ง แล้วการที่ผมโทรไปเคลียร์กับเธอ เธอจะไม่ใส่สีตีไข่เรื่องทั้งหมด แล้วให้พ่อมาจัดการกับพวกผมน่ะหรอ


 
 

 

“พ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าเมียใหม่พ่อทำอะไรเซฮุน”

พูดให้ดีๆหน่อย เจมินคือแม่ใหม่ของลูกนะ เสียงนุ่มของผู้ชายที่อยู่ในวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เตือนลูกเล็กน้อย นั่นยิ่งทำให้คนเป็นลูกเริ่มโมโหนักเข้าไปใหญ่






ปกป้องกันนักหรอ




“แม่ผมมีคนเดียวคือปาร์คเซจิน ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น แล้วพ่ออย่ามาเปลี่ยนเรื่อง พ่อรู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงคนนั้นทำอะไรเซฮุน”





"แล้วเขาทำอะไรล่ะ" เสียงใหญ่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อนกับลูกชายคนโต

“เซฮุนหกล้มจนเป็นแผล แต่เธอคนนั้นดันจับเซฮุนเข้าไปขังในห้องเก็บของหลังบ้าน ถ้าผมไม่เข้าไปเจอ ไม่รู้น้องจะตายหรือเปล่า” แทคยอนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อของเขาฟังอย่างใจเย็น ถึงใช้อารมณ์ไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น พาลจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิมซะอีก

"… ถึงบ้านเดี๋ยวพ่อจะไปจัดการเอง ตอนนี้ลูกไปดูน้องก่อนเถอะ" เสียงของชายวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารที่น่ากลัวและน่าเกรงขามที่สุดในวงการธุรกิจของเกาหลีใต้ ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นด้วยความเป็นห่วงลูกชายคนเล็กอย่างสุดใจ

“ครับ”

 

 

 

 

แต่ทุกอย่างกลับตารปัตไปซะหมด ผู้หญิงคนนั้นเล่าเรื่องและเป่าหูต่างๆนานาจนทำให้พ่อมาลงที่ผมและน้อง คือตอนนั้นผมเสียใจมาก เสียใจที่พ่อไม่เชื่อลูกชายอย่างผม แต่กลับไปเชื่อคำพูดแค่ไม่กี่ประโยคของผู้หญิงคนนั้น

ผมสุดจะทนจริงๆ

อีก 3 วันถัดจากวันเกิดเรื่อง โรงเรียนผมก็ทำการปิดภาคเรียนพอดี ผมได้ติดต่อไปหาลุงที่แมสซาชูเซตส์ แล้วขอคำปรึกษา

ก็พบว่าแต่ก่อนลุงเคยค้านเรื่องงานแต่งของพ่อกับผู้หญิงคนนั้น แต่พ่อกลับไม่ฟังใครแล้วแต่งงาน

ลุงยื่นข้อเสนอให้ผมไปเรียนต่อที่นั่น แล้วจะสืบถ้าข้อมูลเพื่อมาทำให้พ่อตาสว่าง

เมื่อผมไปอยู่ที่นั่น ผมเรียนและพยายามสืบข้อมูลเบื้องลึกของผู้หญิงคนนั้นผ่านลุง และได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเลวขั้นอำมหฤติ เธอคนนั้นเป็นคนฆ่าแม่แท้ๆของผม

ผู้หญิงคนนั้นชื่อ อีเจมิน เคยเป็นนางพยาบาลที่โรงพยาบาลที่แม่ผมฝากครรภ์เซฮุนไว้ แล้วเธอคนนั้นได้คบกับพ่อของผมอย่างเงียบๆ เพื่อหวังจะปอกลอก และในวันที่เซฮุนได้คลอดออกมาเธอได้ให้ยาที่เกินขนาดกับแม่ผมโดยที่ไม่มีใครรู้เลย จนแม่ของผมเสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้น

หมอตรวจอย่างถี่ถ้วนก็ตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร

จึงทำการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของแม่ผมว่า หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน แต่ลุงของผมได้ทำการสืบเจาะลึกลงไปอีกทำให้รู้ความจริงทั้งหมดนั้น

ไม่เกิน 5 ปีต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็เข้ามาในบ้านในฐานะ นายหญิงคนใหม่ หึช่างรังน่าเกลียดสิ้นดี

ในวันที่ผมรู้เรื่องราวทั้งหมดนั้นผมอุบเงียบไม่บอกใครแม้แต่พ่อผมก็ไม่บอก เพราะผมอยากจะฆ่าผู้หญิงคนนั้นด้วยมือของผมเอง แค่ทำน้องของผมจนเกือบตายผมแทบจะเอามีดไปฟันหน้าสวยๆที่เต็มไปด้วยพลาสติกนั่นให้เละ แต่นี่ผู้หญิงคนนั้นดันมาฆ่าแม่สุดที่รักของผมอีกคน อย่าหวังเลยจะได้ตายอย่างศพสวยน่ะ

แต่ผมตอนนั้นยังเด็กมากยังทำอะไรไม่ได้ แต่ลุงของผมดันรู้ความคิดของผมซะนี่ เราทั้งสองเลยวางแผนระยะยาวไว้ก่อน รอให้ผมอายุ 18 แล้วค่อยจัดการเธอคนนั้น

อยากรู้ไหม? ทำไมคุณลุงถึงแค้นผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน

ลุงผมเป็นพี่ชายของแม่ผม ปาร์คเซจินนั่นล่ะครับ

และในวันหนึ่งเมื่อผมอายุได้ 18 ปีกว่าๆ ผมได้ส่งของถึงเมียใหม่ของพ่อ หรืออีเจมินคนนั้น แล้วนั่งรอฟังผลจากทางโทรศัพท์ของลุงอย่างใจเย็น

ลาก่อนนะความขมขื่นที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี

 









 

ของที่ผมส่งไปคืออะไรน่ะหรอ?

มันคือไวน์สูตรเด็ดที่ผสมไซยาไนด์นั่นเอง ผมส่งไปให้เธอคนนั้นอย่าลับๆ ไม่ให้ใครรู้ว่าใครเป็นผู้ส่ง แต่น่าสมเพชสิ้นดี ทั้งๆที่เคยอยู่ในวงการแพทย์แท้ๆ น่าจะคุ้นชินกับไซยาไนด์ทุกรูปแบบ แต่กลับไม่เอะใจเลยสักนิดว่าในนั้นผสมอะไร

แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก เพราะเธอคนนั้นคงจะโลภล่ะสิ

หึ












 




 

โรงแรม MB เวลา 20.00 .

ผมนั่งอยู่ในร้านกาแฟที่ติดกับทางเข้าของโรงแรมเพื่อเฝ้าการมาของ พี่คริส

ผมยกโทรศัพท์เตรียมติดต่อถึงใครคนนั้นเพื่อทดสอบระดับการแสดงของพี่เขาจะอยู่ในระดับไหนกันนะ รอจนรถออดี้ รุ่นเทอร์โบ FSI สีดำของพี่คริสเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งหน้าโรงแรม

ทำไมผมจะจำไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนผมนั่งรถคนนี้ไปกลับคอนโดแทบทุกวัน

พอพี่คริสลงจากรถแล้วเดินเข้ามาในโรงแรม สายตาคมของร่างสูงจ้องตรงไปยังโซฟาหน้าเคาท์เตอร์แล้วก็ยิ้มให้

 

มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบชายหนุ่มที่หวังอยากได้ร่างกายของหญิงสาว

มันไม่ใช่รอยยิ้มที่แสดงถึงการเสแสร้งแกล้งทำ

แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความรักใคร่ ทั้งอ่อนหวาน ทั้งอบอุ่น ทั้งนุ่มนวล จนคนที่พบเห็นแทบจะละลายกลายเป็นของเหลว ณ ตรงนั้นซะให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย

 
 

เจ็บ

นี่คือความรู้สึกเดียวที่ลู่หานสัมผัสได้ ณ ตอนนี้ มือที่ถือแก้วโกโก้ร้อนที่ส่งควันหอมฉุยสั่นระริก ไม่นานักน้ำตาที่หยดลงจากตาคู่สวยตกลงในแก้วโกโก้ร้อน

ที่ละหยด

ที่ละหยด

บางเรียวสวยสีแดงสุดเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ตอนนี้มีเพียงดวงตาที่กำลังเพ่งมองไปยังแผ่นหลังของร่างสูงที่กำลังเคลื่อนตัวไปที่ลิฟต์กับผู้หญิงที่ชื่อนายอง มือเล็กกดโทรศัพท์เพื่อโทรเข้าไปยังเบอร์ที่กดค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้

 
 

ตรู๊ดระหว่างรอสายคนตัวเล็กได้แต่สูดหายใจแล้วเก็บเสียงที่สั่นไว้ให้มิดชิด ไม่ให้รู้ว่าเขาxลังรู้สึกอย่างไร

"ยอโบเซโย ลู่หานนายมีอะไรหรอ" ร่างสูงเคลื่อนตัวไปยังลิฟต์หยุดชะงัก ปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้สดใสที่สุด

“ผมโทรหาพี่จำเป็นต้องมีเรื่องด้วยงั้นหรอครับ”

"เปล่าหรอก ตอนนี้พี่กำลังยุ่งนิดหน่อยไง มีอะไรหรือเปล่าล่ะ" น้ำเสียงใหญ่ที่ดังขึ้นจากปลายสายแสดงถึงความกังวล

“มีงานหรอครับ”

"ใช่งั้นถ้าไม่มีอะไรพี่วางสายนะ รักนะครับ"

“ครับ

ตรู๊ด   แล้วปลายสายก็ตัดสายไป

คนตัวเล็กนิ่งเงียบอยู่ ณ ตรงนั้น มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทาง ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีอาการตัวสั่นเหมือนคนร้องไห้อย่างหนัก สิ่งที่เคลื่อนไหวอย่างเดียวคือหัวใจที่กำลังเต้นด้วยจังหวะที่หน่วงๆ ด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับ

 
 

อีกไม่นานพี่จะได้รับรู้ถึงความเจ็บนี้ครับ

 

 


 

 

“ว้าพี่ลู่กลับมาช้าจังนะครับ ผมรอจนเบื่อเลย =3=” เมื่อเดินเข้าไปในห้อง ร่างสูงที่นอนแบนิ่งอยู่บนเตียงก็บนออกมา -___-;; ขี้บ่นแต่เด็กเลยนะ

“รถติดน่ะ เป็นไงดีขึ้นหรือยัง”

“นิดหน่อยครับ ผมอยากกินขนมจัง - -

“ไม่สบายอยู่แท้ๆ ยังจะกินขนม =___=

“โด่ว =3= ไม่กินก็ได้ กินพี่แทนได้ป่ะ”

“ได้เฮ้ย อย่าทะลึ่งนะ”

“คึๆพี่กล่อมผมหน่อยสิ ผมจะได้นอน”

“อืมอย่างกับเด็กเลยนะเราน่ะ” ผมพูดแล้วก็นั่งรถเก้าอี้ข้างๆเตียง แปลกเมื่อกี้ผมร้องไห้จนน้ำตาแห้ง เจ็บปวดจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่มาลูบที่หัวเซฮุนเพื่อกล่อมให้หลับเท่านั้น กลับรับรู้ที่ถึงความอบอุ่นที่กำลังรดน้ำให้กับหัวใจที่แห้งเหี่ยวดวงนี้

ให้มันค่อยๆพองโตขึ้นนายนี่มีเวทมนตร์สินะ

เวทมนตร์ที่เรียกว่าความรัก


 

 

 

ตอนนี้ผมยังไม่หลับหรอกก็แค่แกล้งหลับเท่านั้นแหล่ะ = = ก็ตอนเย็นผมนอนรอพี่ลู่ไปตั้งเกือบ 3 ชั่วโมง ตอนนี้พี่ลู่กำลังลูบศีรษะผมเพื่อกล่อมผมนอน ดูเด็กชะมัดเลย แต่นี่พี่ลู่ทำได้คนเดียวนะ ถ้าคนอื่นทำได้หมี่เหลืองกลับไปกินหนึ่งห่อแน่ เอ่อได้มีเรื่องต่างหาก =___=

ความอบอุ่นที่มือเล็กๆนั่นทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย การลูบที่ดูเก้ๆกังๆ ติดๆขัดๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกรำคาญแม้แต่น้อย มันรู้สึกอบอุ่นข้างในหน้าอกข้างซ้ายแบบบอกไม่ถูก

ผมรู้สึกว่าที่พี่เขาออกไปข้างนอกนานไม่ใช่รถติดหรอก เพราะผมเห็นคราบน้ำตาจางๆที่ขอบตาของพี่เขา และตาที่เศร้าตอนเดินเข้ามาในห้อง

ผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พี่จะเจออะไรมาบ้าง แต่ตอนนี้ผมจะอยู่ข้างๆพี่นะครับ

 

 

“อ้าวนายจะลุกไปไหนหรอ” พี่ลู่สะดุ้งตื่นเมื่อผมกำลังขยับตัวเพื่อลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ คนร่างเล็กเดินมาประกบแล้วประคองร่างผมไว้

“ผมจะเข้าห้องน้ำสักหน่อยน่ะครับ พี่ไม่ต้องตามมาหรอก”

“แต่

“พี่รอตรงหน้าห้องน้ำก็ได้ครับ ผมจะไม่ล็อคประตูถ้าผมเป็นอะไรไปพี่ก็เข้ามาด้ โอเคไหมครับ?” ผมยิ้มก่อนปิดประตูห้องน้ำไป

“อืม” เสียงตอบเบาๆจากคนที่ยืนรอผมที่หน้าห้องน้ำ

ทำไมผมรู้สึกปวดหัวหนึบๆไปหมด ไข้ผมก็ลดลงไปต้องเยอะแล้วนะ


 

 

เคร้ง!

“เซฮุน!



-----------------------------------
วันหยุด4 วันมานี้ไปไหนกันมาหรือเปล่า
เมื่อวานไรต์ไปตลาดน้ำขวํญ-เรียมมา ได้เค้กมา 5 ชิ้น 
กินกันให้น้ำหนักขึ้นกันไปข้างเลย - - นี่ตอนแต่งก็นั่งกินนะเนี่ย555

ตอนหน้าจะเป็นอย่างไรนะ เน่จะเป็นอะไรมากหรือเปล่า
อย่าลืมติดตามกันนะฮร้าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #15 Akanishi Bluecat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 16:34
    เฮ้ออ พี่ลู่ เมื่อไหร่ พี่คริส จะเจ็บอะ แบบเนี้ย คนที่เจ็บ มีแต่ พี่ลู่นะ ไม่สิ เซฮุนด้วย แล้ว ฮุนยังมีโรค ประจำตัวด้วยพี่ลุ่ ทำไร คิดถึง เน่ มั่งนะ สงสารน้อง
    #15
    0