Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 4 : MAN : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ม.ค. 57



 

3

 

 

 

“นี่จงอินนายมากินข้าวนะไม่ใช่มาหลับ” คนตัวเล็กข้างหน้าผมส่งสายตาดุ ตอนดุพี่แกน่ากลัวเนอะ แต่ตอนยิ้มทีลักยิ้มพี่แกทำลายล้างหัวใจผมมากเลย

“ครับผม” ผมพูดแล้วก็มองออกไปนอกร้าน ตอนนี้ฝนเริ่มตกลงมาโปรยๆแล้ว เค้าว่ากันว่าสายฝนทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้นะ แต่ผมก็ไม่เชื่อหรอก ผมตากฝนตั้งหลายรอบไม่เห็นจะเปลี่ยนเลย -..- แต่ที่เปลี่ยนอาจจะเปลี่ยนจากคนสบายดีเป็นคนไม่สบายก็ได้ฮ่าๆ เอาน่ะๆล้อเล่น

เอ๊ะ นั่นมันใครกันนะคุ้นๆ กำลังวิ่งผ่านหน้าร้านไป ถึงจะแค่แว๊บเดียวผมก็จำได้

แฟนไอ้ตุ๊ดหน้าขาวเพื่อนซี้ผมนี่นา ทำไมผมจำได้น่ะหรอ หมอนี่พล่ามกรอกหูผมทั้งวี่ทั้งวัน แถมยังเอารูปที่ตัวเองพึ่งแอบถ่ายได้มาอวดผมทุกๆรูปที่ได้มา จนผมรู้สึกว่าผมใกล้ชิดพี่แกมากกว่าพี่เลย์แฟนผมซะอีก -___- จ้ะ

แต่คนที่อยู่ข้างๆพี่เขาไม่ใช่ไอ้ติ๋มนี่นา จะว่าไปวันนี้มันบอกว่าจะไปดูหนังกินข้าวสวีทวี้ดวิ้วกับพี่เขาไม่ใช่หรอ แล้วทำไมพี่เขาถึงมากับผู้ชายอีกคน แล้วไอ้ติ๋มเพื่อนผมอยู่ไหนล่ะนิ? คนหล่องง

แต่ไม่นานความจริงก็กระจ่างเมื่อทั้งสองหยุดลง ณ ริมร้านอาหารที่อยู่ติดกับร้านที่ผมนั่ง มันเป็นองศาที่ผมมองเห็นชัดเจนมาก เขาทั้งสองก้มลงจูบกัน คือแบบตาไม่มีทางฝาดแน่นอนผมจำได้

ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดถ่ายรูป ผมอยากให้ไอ้ติ๋มมันเห็นจะได้ทำใจ ผมบอกมันกี่ทีแล้วว่าคนหน้าตาดีๆอย่างพี่เขาน่ะหรอไม่มีแฟน มันไม่มีทางหรอก

“นายทำอะไรน่ะ ถ่ายรูปฉันหรอ” พี่เลย์ที่นั่งตรงข้ามกับผมทักขึ้น

“ครับ ไหนยิ้มหน่อย” ผมทำเป็นถ่ายพี่เค้า แต่ผมหันไปทางทั้งสองคนนั่นก่อนแล้วค่อยมาถ่ายพี่เลย์อีกรอบ “อ่ะนี่ครับ”

“ไหนโถ่ ทำไมปากฉันห้อยจัง กล้องนายเจ๊งแล้วมั้ง -3-“ งั้นกล้องก็คงเจ๊งทั้งโลกแล้วครับ

“คงงั้นมั้งครับ เอ้อพี่เดี๋ยวผมมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน”

“อ่าๆ งั้นพี่สั่งไอติมรอนะ”

“ครับผม^^





 

ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วกดโทรศัพท์หาเซฮุน

"ว่าไงมึง"







 

5% 






 

“ทำอะไรอยู่วะ”

"กินข้าวกับพี่ลู่ไงมึง อร่อยมากกกก"

“มึงเอาความจริงอย่าโกหกกู”

"กูโกหกมึงได้ไง กูกำลังกินข้าวอยู่นี่ไง"

“มึงกูเห็นพี่ลู่ที่เมียงดง”

"เออ…"

“กับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ แต่หล่อมาก มึงอยู่ไหนกันแน่”

"กูกลับบ้านมาแล้ว"

“อืม แค่นั้นแหล่ะ”

"แล้วมึงหมายความว่าไงวะ"

“กูไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเค้าคือคือใคร แต่กูคิดว่าแม่งต้องไม่ได้มาดีแน่”

"มึงรู้ได้ไง คือไอ้คุณมึงครับนี่กูพูดขนาดนี้ต้องอธิบายอะไรอีกวะ - -"

“แม่งจูบพี่ลู่ของมึงน่ะ” ชัดไหมครับไอ้ติ๋ม

"มึงกูไม่ตลก เอาความจริง" เออความรักมันทำให้คนสมองประมวลผลผิดหรอวะ นี่กูเพื่อนมันมันยังจะไม่เชื่อเลย แล้วอยากถามจริงๆ สถานการณ์อย่างนี้มันน่าตลกออกหรอวะ

“เออ เต็มที่เลยมึง ถ้ามึงไม่เชื่อกูก็ตามใจแต่มึงรอดูรูปที่กูจะส่งให้แล้วมึงจะรู้ว่ากูพูดจริง” ผมพูดแล้วก็กดวาง แอบอารมณ์เสียกับมันอยู่นะ คนอุตสาห์หวังดี อยากให้มันตาสว่าง ดันมาหาว่าผมแกล้งมันซะนิ -3-

 




 

ต่ะลึ้ง…!

เสียงข้อความจากในไลน์ก็ดังขึ้น

เซฮุนกดเปิดดู ได้พบรูปผู้ชายสองคนที่ยืนหลบฝนอยู่ใกล้ที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่เซฮุนก็รู้ดีว่าผู้ชายคนที่ตัวเล็กกว่าคือใคร ร่างโปร่งมองไปที่รูปนั้นนิ่งและเงียบงัน มือข้างที่ว่างกำไว้แน่นเหมือนกับต้องการระบายอารมณ์บางอย่าง

 









 

ผมไม่โกรธพี่หรอกนะ

 

แต่เขาโกรธตัวเอง ทำไมผมต้องรอพี่ด้วย ทั้งๆที่ตอนนี้ลู่หานแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครคนหนึ่งกำลังรอกินข้าวอยู่ เขาจะรู้หรือเปล่าว่าเซฮุนยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานเย็นนอกจากไอศกรีมเมื่อตอนเย็น

แต่อารมณ์บางอย่างภายในนั้น มันกำลังราดน้ำมันให้กับหัวใจแล้วจุดไฟ ไม่นานนักไฟกองใหญ่ก็ถูกจุดขึ้น สติต่างๆของเซฮุนขาดผึง!

 

แกร้ก!

เสียงเปิดประตูทำให้ร่างสูงที่กำลังมองโทรศัพท์อยู่ในความมืดรู้สึกตัว แต่อารมรณ์ที่มีอยู่ในก็ไม่สามารถจะดับลงได้ เซฮุนไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีนัก ตอนนี้เขาก็เหมือนเด็กดื้อคนนึงที่กำลังจะโดนแย่งของเล่นชิ้นโปรดไป

“เซฮุน นายนอนแล้วหรอ” เสียงหวานดังขึ้น ทำให้ร่างสูงวางโทรศัพท์ลงที่โซฟาแล้วเดินไปหาร่างบางอย่างเงียบๆ










หมับ








ชายหนุ่มสวมกอดแน่นที่ร่างเล็ก เหมือนถ้าปล่อยมือไปร่างเล็กอาจจะหายไปตลอดกาล

“อ้าว ยังไม่นอนอีกหรอ แล้วอย่ามากอดแบบนี้น่า มันไม่ดี” ไม่ดีใช่ เขาก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ

“ไม่ได้งั้นหรอแล้วสิ่งพี่ทำมันดีงั้นหรอ” สิ่งที่พี่ทำมันถูกต้องงั้นหรอ?


“นะนายพูดอะไรน่ะ อึก!!!” 








 

============== @PSirataree =============== 











แสงแดดสอดส่องเข้ามาในห้องรับแขกขนาดปานกลางของคนโดหรูใจกลางเมือง การตกแต่งก็สามารถบอกความมั่งคั่งของคนอยู่ได้เป็นอย่างดี โซฟาที่ยับยู่ยี่ไม่เป็นท่า ที่พื้นพรมก็มีแก้มไอศกรมที่หล่นอยู่

ในห้องนอนใหญ่นั้นมีร่างของคนสองคนกำลังกอดกันกลมอยู่ภายใต้ผ้าห่มขนาดใหญ่ หลังเหนื่อยกับภารกิจเมื่อคืนก็เกือบจะรุ่งสางแล้ว ร่างสูงก็นำร่างเล็กที่นอนหลับอยู่เข้ามาในห้องเพราะกลังจะเป็นหวัด แล้วทั้งสองก็นอนสลบหลับใหลจนถึงตอนเช้า

เพราะความเป็นคนแอ็คทีฟ เมื่อแดดได้เข้ามาแยงตาคนตัวเล็กจึงค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ก็พบกับร่าสองที่นอนหลับอยู่ข้างๆก็ทำให้สมองคนตัวเล็กเริ่มประมวลผลว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

เขานึกว่าเมื่อคืนฝันไปซะอีกว่ามีอะไรกับคนตรงหน้า พอก้มสำรวจตัวเองก็ได้คำตอบที่ชัดเจนเลยคือตอนนี้เขาทั้งสองไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเลยสักชิ้นนอกจากผ้าผมที่ห่มอยู่ แล้วตามลำตัวของร่างสูงก็มีรอยแดงจากการขบเม้ม เมื่อร่างเล็กลุกขึ้นไปที่กระจกก้มมองสำรวจตัวเองก็พบเลยแดงเป็นจ้ำๆ ไม่ต่างกันกับคนที่กำลังนอนอยู่เลยสักนิด

 
 

 

เมื่อคืนทำไมกันนะทำไม ผมถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทำไมถึงเผลอไผลไปตามแรงอารมณ์ที่คนข้างๆปลุกขึ้นได้นะ ผมผิดต่อพี่คริสจริงๆ

ผมเดินเสื้อผ้าอย่างเงียบๆเพื่อไปอาบน้ำ แต่ดูเหมือนคนข้างๆผมจะตื่นตั้งแต่ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วล่ะมั้ง

“พี่ผมขอโทษ”

“ช่างเถอะ พี่ไม่ใช่ผู้หญิงพี่ไม่เสียหายหรอก”

“แต่” ผมไม่รอให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงพูดอะไรทั้งนั้น ผมรีบเดินเข้าห้องน้ำไป

ใช่ผมไม่ใช่ผู้หญิง แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของผม ผมจะต้องมาร้องห่มร้องไห้หาความบริสุทธิ์หรอ บ้าน่าแต่ถ้าเมื่อคืนเป็นครั้งแรกของผม ผมจะทำยังไงล่ะ? ช่างเถอะ คิดไปก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่ดี สิ่งที่ผมต้องห่วงคือผมจะมองหน้าเซฮุนยังไง

ยังไงน้องเขาก็เป็นคนดี ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะเฮ้ย =[]=! เดี๋ยวๆ ผมรู้สึกว่าเมื่อคืนผม อะจึ๊ดๆอะจึ๋ยน้องเขาด้วยนี่ - -;; เอ๋ผมต้องไปขอโทษน้องเขาดีไหมเนี่ย

เอิ่มเอาไงดีล่ะ

 

 
 

เมื่อคืน

ผมโคตรขาดสติเลยสินะ -____- ก็เห็นรูปนั้นน้ำโหมันพุ่งปรี๊ดๆ ช้างฉุดก็ไม่อยู่เห็นป่ะล่ะ แต่จะว่าไปควรหาวิธีขอโทษพี่เขาอีกครั้งล่ะนะ ก็ดูเมื่อกี้สิ พี่เขาทำเย็นชากับผมขนาดนั้น ผมทนไม่ได้หรอกนะกับการที่ให้คนที่ชอบเมินเราเหมือนเราเป็นอากาศธาตุ

ผมลุกขึ้นจากเตียงเพื่อแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่อยู่ๆมันมีความเจ็บแล่นปรี๊ดจากสะโพกขึ้นมาถึงกลางหลัง สลัดแล้วไง ผมเป็นอะไรครับเนี่ย -*- แค่จะพยุงตัวลุกขึ้นยังทำไม่ได้เลย

ผมใช้สองมือยันเตียงแล้วค่อยๆพยุงตัวขึ้นอีกครั้ง แต่สายตาผมกลับเลื่อนไปเห็นคราบสีแดงดำเป็นดวงๆตรงบริเวณที่ผมนอนก่อนหน้านี้ เอ๊ะ มันอาจจะเป็นลายที่นอนก็ได้ ฮ่าๆ คิดมาก เดี๋ยวนี้ลายที่นอนแปลกๆมีเยอะแยะไป

แต่มือไวเท่าความคิด มือผมค่อยๆลูบบริเวณช่องทางด้านหลังอย่างกล้าๆกลัวๆ

สลัดเอ๊ย เจ็บชิบ! เผลอเอามือมาดูกระจ่างเลยไง จากที่เบลอๆนี่ตาสว่างเลย มีคราบเลือดติดมือผมออกมาด้วย แต่มันค่อนข้างแห้งกรังจนเป็นสะเก็ด

เอาตามตรงป่ะ! เวลาผมขาดสติเมื่อไหร่ ผมจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ความทรงจำสุดท้ายที่มีก็คือตอนที่ผมคว่ำโทรศัพท์ลงโซฟาแล้วเดินไปกอดพี่เขานั่นแหล่ะ ไม่ใช่ว่าตอนอย่างนั้นจะไม่รู้สึกนะ มันรู้สึก แต่เนื่องจากทุกอย่างมันตีกันอยู่ มันเลยเกิดความหน่วงๆขึ้นมา จนความรู้สึกที่ได้รับมันตีออกมาไม่ได้ชัดเจนว่าผมเอา หรือถึงเอา อุ๊บ! ผมพูดอะไรฟระ -3-///

 

 
 

แกร้ก

เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดขึ้นอีกครั้งก็พบกับพี่ลู่ที่ใส่ชุดยูนิฟอร์มอยู่ จริงสินะ วันนี้มันวันเมื่อวานวันพุธ อ้อ วันนี้ก็พฤหัสสินะ แต่วันนี้ผมมีเรียนบ่าย ไม่ต้องคิดมากว่าผมจะสายหรือเปล่า

“เซฮุน” เสียงของคนตรงหน้าเรียกผม ทั้งๆที่เรียกชื่อผมแท้ๆแต่ตัวเองกลับหันไปมองทางอื่น มัหมายความว่ายังไงล่ะเนี่ย “นายเป็นไงบ้าง”

“ก็เจ็บล่ะครับ” ผมพูดออกไปตามความจริง เพราะตอนนี้ผมเจ็บแบบว่าลุกไม่ได้เลย จะว่าไปถ้าผมเจ็บแบบนี้ผมจะไปเรียนยังไงฟระ

“โทษทีนะ พอดีพี่

“งั้นเจ๊ากันได้ไหมพี่ พี่ทำผมเจ็บ ผมทำพี่เสียใจ”

“อื้มนั่งอยู่นี่ล่ะเดี๋ยวพี่ไปเอากับข้าวแล้วก็ยามาให้ วันนี้เรียนหรือเปล่าล่ะ”

“ครับ วันนี้มีเรียนบ่าย”

“งั้นก็อยู่ที่นี่ก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ไปบอกพวกจงอินให้ สภาพอย่างนี้ไปเรียนไม่ไหวหรอก”

“ครับ เดี๋ยวผมโทรหาไอ้ไคเองดีกว่า”

“อืมเอางั้นก็ได้ งั้นรอแป๊บเดี๋ยวต้มโจ๊กให้”

“ครับ”

เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ผมกับพี่เขาก็คุยกันได้แล้วนั่นแหล่ะ ผมว่าผมก็เป็นคนแข็งแรงอยู่นะ ทำไมถึงสถานการณ์อย่างนี้ผมดูอ่อนปวกเปียกจังเลย แต่พี่ลู่กลับดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น =____=

 
 

 

“เอาล่ะโจ๊กมาแล้ว >[]< เฮ้อไม่ได้ทำโจ๊กให้คนป่วยกินนานๆ ตื่นเต้นดีจัง” พี่ลู่เดินเข้ามาในห้องอย่างสุดใส

“ขอบคุณครับ” ผมพูดขอบคุณก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเดินไปหาพี่เขา

“หยุดๆ ไม่ต้องลุกมันเจ็บ เดี๋ยวพี่ป้อน” พี่ลู่พูดก่อนค่อยๆพยุงผมให้พิงกับหัวเตียงแล้วหันไปหยิบถ้วยโจ้กขึ้นมาถือ

“อ้อพี่ไม่เจ็บหรอ”

“เจ็บไม่อ่า พี่ชินและ -___-“พี่ลู่พูดก่อนจะตักโจ๊กขึ้นมาเป่าแล้วป้อนให้ผม

ทำไมพี่เขาไม่ถามผมเลยล่ะว่าเมื่อคืนผมทำไปเพราะอะไรแถมยังมาทำดีกับผมอีก พี่จะรู้บ้างไหมว่าการที่พี่ทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ผู้ชายคนนี้มันหวั่นไหวมากขนาดไหนกัน และการที่พี่ทำแบบนี้มันยิ่งส่งผลให้ผมยิ่งอยากจะเก็บพี่ไว้คนเดียว ไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับพี่ทั้งนั้น อยากให้พี่อยู่ข้างๆผมตลอดเวลา เพราะผม

ผมไม่อยากถูกทิ้งอีก

 
 

Rrrr

เสียงโทรศัพท์พี่ลู่ดังขึ้นขณะที่พี่ลู่กำลังสั่งให้ผมกินยา โถ่พี่ยามันเม็ดใหญ่ขนาดนี้จะให้ติดคอตายเลยใช่ป่ะ =___= หั่นครึ่งไม่ได้หรอ -3-

“กินไปเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปรับโทรศัพท์ก่อน ถ้ากลับมาแล้วยังไม่กิน หรืออยู่ในถังขยะ มึงตายยยย” พี่ลู่คาดโทษผมก่อนเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงอีกฝั่งนึงแล้วเดินออกไปจากห้อง

เอาไงเอากันวะ ตายเป็นตาย

ผมทำใจก่อนกลืนยา

“แค่กๆ” นั่นไงๆ เกือบแล้วไหมล่ะ โอ้ย ติดคอ = =

 
 

 

“ยอโบเซโย” ผมกรอกคำทักทายลงไป

“ยอโบเซโยลู่หาน พี่เองนะวันนี้นายมีเรียนหรือเปล่า” เสียงปลายสายดังขึ้น ทำให้ผมใจเต้นตึกตัก จะว่าไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พี่เขาไปหาเบอร์ผมจากไหนกันนะ

“อ้าวพี่คริสหรอครับ วันนี้ผมมีเรียนเช้า”

“งั้นเดี๋ยวอีกประมาณครึ่งชั่วโมงพี่ไปหาที่คอนโดนะ”

“คะครับ” ผมวางสายไปพร้อมกับมองออกไปยังแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดนัก มันเขินจนบอกไม่ถูก .///.

พี่คริสเหมือนกันสายน้ำที่ไหลไปข้างหน้าเรื่อยๆ เมื่อถึงทางสูงชันก็จะไหลอ้อนอิ่งจนผมตามทัน แต่พอถึงทางสูงชันก็จะไหลเร็วจนผมเองแม้จะวิ่งขนาดไหนก็ตามไม่ทัน

ผมโง่หรือเปล่า แค่พี่เขามาขอให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ตอบรับไปอย่างง่ายดาย อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ผมเคยรักพี่เขามาก หัวใจผมเลยตอบรับพี่เขาออกไปอย่างไม่ต้องคิดอะไร

 


 

“เซฮุน ถ้าหิวก็อุ่นอาหารได้เลยนะ พี่ทำไว้อยู่ในตู้เย็น แล้วนี่กระปุกยากินหลังอาหาร ต้องกินนะเดี๋ยวไม่หาย วันนี้พี่ไม่รู้จะได้กลับมากี่โมง แล้วก็เวลาจะลุกเอาไม่ท้าวนี่ค่อยๆค้ำไปนะ” พี่ลู่ยื่นกระปุกยาแล้วก็ไม่ท้าวมให้ผม

“ครับ แล้วพี่จะกลับกี่โมง”

“ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้นายก็อยู่นี่ไปก่อนแล้วกัน เสื้อผ้าที่นายถอดโยนไว้ในตะกร้าเมื่อครั้งก่อนๆพี่เอาไปซักมาหมดแล้ว น่าจะมีใส่อยู่นะ” โอเคผมขอโทษครับ ไอ้ประโยคข้างหลังพูดทำเสียงเหมือนกำลังจะเชือดผมอย่างนั้นแหล่ะ -3- ก็ผมขึ้เกียจนี่นา เห็นป่ะว่าการทำแบบนั้นในวันนี้มันมีประโยชน์กับผมในวันนี้มากนะ ฮ่าๆ

“ครับ =___=

 






 

กริ้ง

“ใครมาหรอครับ” ผมพูดขณะที่พี่ลู่กำลังจัดกระเป๋าอยู่

“อ๋อ พี่คริสน่ะ พี่ไปก่อนนะ”

” คริสใครกัน

“อ้อๆ แฟนพี่น่ะ ไปนะดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ” พี่ลู่พูดเพื่อไขข้อข้องใจปมเมื่อกี้แล้วก็ขยี้ผมอย่างหมั่นเขี้ยว

แฟนพี่เขาโสดนี่

อ้อผู้ชายคนนั้นนี่เอง แต่เอาเถอะผมจะให้พี่มีความสุขกับไอ้หมอนั่นไปก่อน ตอนนี้ผมเหนื่อยแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่พี่โดนหมอนั่นทำร้ายจิตใจเมื่อไหร่ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่คอยดู




 

“เฮ้ย จงอินวันนี้กูไม่ค่อยสบาย ไม่ไปเรียนนะเว้ย”

"เออเป็นไรมากป่ะ เมื่อคืนก็ตัดสายไป"

“อืม เล่นอะไรกับพี่เขาเยอะไปหน่อย”

"เล่นอะไรวะ หรือว่ามึง…"

“ไม่มีอะไรหรอก วันนี้กูฝากมึงจับตาดูพี่ลู่ให้หน่อยดิ”

"อืมมึงก็ระวังไว้ก็ดี กูไปสืบมาว่าผู้ชายคนนั้นชื่อคริส อยู่ปี 4 มีแบคอัพลับๆว่าเป็นมาเฟียมหาลัยด้วยมึง"

“อืมคิดว่ากูกลัวหรอ พี่กูคือใครมึงจำไม่ได้หรือไง”

"กูรู้ครับไอ้น้องคุณชายอ๊คแทคยอน แต่ที่กูอยากจะเตือนอีกอย่างคือ เผื่อใจไว้บ้างก็ดี กูไม่อยากให้มึงเป็นเงาของใครหรอกนะ"

“ขอบใจ แต่กูอยากเป็นแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟว่ะ”





"หึอย่าหาว่ากูไม่เตือน" จงอินพูดจบก็ตัดสายไป


 













 

อยากจะเป็นแมงเม่าที่บินหยอกล้อกับเปลวเพลิงอย่างไม่กลัวตาย


ความเจ็บสำหรับผม มันคือเพื่อน ที่เตือนสติผมเสมอว่าตอนนี้ผมยังมีชีวิตอยู่


ไม่ใช่ก้อนเนื้อที่มีเพียงลมหายใจ

 























 

“พี่แทค ผมมีอะไรอยากให้พี่ช่วยหน่อย











นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #38 เดอะฮุน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 20:35
    ม่ายยยยเซฮุนรุกสิรุก!
    #38
    0
  2. #11 Akanishi Bluecat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2556 / 18:20
    เหออ เสี่ยว เปน เมะซะงั้น เน่จ๋า นู่ สู้ได้มั้ย เนี้ย เจ็บขนาดนั้น 5555+++ ไม่น่าเลย แต่ถึงไง ก่เอ่ เสี่ยว ลู่ กลับมาเปนของเราให้ได้นะ เน่ สู้ๆๆ
    #11
    0
  3. #7 kt wow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 18:57
    ลู่เสียตัวให้ฮุน ฮุนก็เสียตัวให้ลู่ ไม่มีใครเสียเปรียบใครเลยนะ
    #7
    0
  4. #6 บีโฟจิ้นฮุนฮาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 18:37
    ฮุนนี่เสียสาว555
    #6
    0
  5. #5 kt wow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 13:12
    สงสารฮุนอ่ะ
    มาต่อไว้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #5
    0